‘ณหทัย’ ชวนคิด ‘วิชาชีวิต’ ในโลกยุคใหม่ ย้ำไทยควรสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่รับมือวิกฤติได้ตั้งแต่วัยเยาว์ และพร้อมเป็นแรงสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤติ โดยยกตัวอย่างจาก เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
ณหทัย ทิวไผ่งาม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแฟนเพจเฟซบุ๊ก Dr.Nahathai Thewphaingarm เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยระบุว่า ชวนคิด ‘วิชาชีวิต’ ใน โลกยุคใหม่
ภัยพิบัติและโรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการการศึกษาคงต้องคิดทบทวนเรื่อง “ความรู้” ที่ควรมีเพื่อการอยู่รอดสถานการณ์ทางธรรมชาติในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรามีบทเรียนตั้งแต่โควิด น้ำท่วม PM แผ่นดินไหว ทุกเหตุการณ์กระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของ “คน” เด็กและเยาวชนหลายคนหลุดออกจากระบบ เพราะครอบครัวเผชิญวิกฤตเราสูญเสีย “ทุนมนุษย์” ไปมากในแต่ละครั้ง เพราะเราไม่ได้เตรียม “ความรู้” ให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่นับวันจะเร็วและรุนแรงขึ้นทุกวัน
ดิฉันคิดว่าเราคงต้องส่งต่อองค์ความรู้ใหม่ ๆ เช่น วิธีรับมือภัยพิบัติ วิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอด และวิชาชีวิตที่ทำให้เด็กและเยาวชนยัง “ลุกขึ้นได้” เมื่อถูกทดสอบจากปัญหาที่หลากหลายและโดยเฉพาะที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป
การสอนวิชาชีวิต วิชาเอาตัวรอดให้เด็ก ที่ประเทศอื่น เขาทำอย่างไรบ้าง
โดยเฉพาะประเทศที่เป็นแนวหน้าในเรื่องการต่อสู้ภัยพิบัติน้ำท่วมได้อย่างมีระบบ เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เรามาทำความเข้าใจ ตั้งแต่ สาเหตุ เทคโนโลยีนวัตกรรม และสิ่งที่เด็กเยาวชนและประชาชนได้รับการปลูกฝังเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและ ภัยพิบัติ
เหตุใดทั้งสามประเทศจึงให้ความสำคัญกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะน้ำท่วม
เนเธอร์แลนด์
เป็นประเทศที่แผ่นดินกว่าครึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมมายาวนาน ประวัติศาสตร์แห่งน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 1953 ทำให้ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญของประเทศลุกขึ้นมาปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำแบบทุ่มสุดตัว โดยพลเมืองชาวดัชต์ตระหนักดีกว่า น้ำคือส่วนหนึ่งของชีวิตและอนาคตของชาติ และมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบโดยเฉพาะด้านภาษีการจัดการน้ำที่เข้มข้นแต่คุ้มค่า
ญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศแบบหมู่เกาะ ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ และเผชิญภัยธรรมชาติสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่แผ่นดินไหว สึนามิ ไปจนถึงฝนตกหนัก ญี่ปุ่นจึงมี “วัฒนธรรมโบไซ” (Bosai Culture) แปลว่า “การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” ที่หลอมรวมความรู้ การฝึกฝน และการเตรียมพร้อมเข้าไว้ด้วยกัน การรับมือภัยพิบัติเป็นเหมือนทักษะพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องมี
เกาหลีใต้
ตั้งอยู่บนบริเวณคาบสมุทรเกาหลีที่มีพื้นที่ในบริเวณทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกถูกขนาบไว้ด้วยทะเล ประสบกับภัยพิบัติอุทกภัยจากการพัดผ่านของพายุมาแล้วหลายครั้ง ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเมือง และได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทำให้เกาหลีใต้พัฒนาระบบจัดการน้ำระดับชาติ เพื่อรับมืออย่างเป็นระบบและทันท่วงที
———
นวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่โลกจับตาในฐานะผู้นำด้านบริหารจัดการน้ำ
เนเธอร์แลนด์ —Delta Works คือ โครงการเขื่อน ประตูน้ำ และระบบป้องกันชายฝั่ง ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของโลก ที่ป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดภัย นอกจากสร้างเขื่อน ยังสร้างแนวคิดการอยู่ร่วมกับน้ำ ภายใต้โครงการ “Room for the River” มีการขยายพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ขุดลอกแม่น้ำ และสร้างร่องน้ำสำรอง เพื่อให้น้ำมีที่อยู่และไหลผ่านได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงบ้านลอยน้ำ (Floating Houses) ที่สามารถลอยตัวขึ้นได้ตามระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ญี่ปุ่น — อุโมงค์ยักษ์ใต้ดิน G-Cans “มหาวิหารใต้ดิน”
คือโครงข่ายอุโมงค์ผันน้ำขนาดมหึมาใต้เมืองโตเกียว ที่รองรับน้ำฝนมหาศาลในเวลาไม่กี่นาที ด้วยโครงสร้างที่มีเสาคอนกรีตสูงตระหง่านใต้ดิน เป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่จริงจังกับชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง
เกาหลีใต้ — โครงการจัดการแม่น้ำระดับชาติ เช่น Four Major Rivers Project ที่ช่วยเพิ่มการกักเก็บน้ำ ฟื้นฟูแม่น้ำ และลดน้ำท่วมในเขตเมือง การสร้างเขื่อนอเนกประสงค์ (Multipurpose Dams) การขยายอุโมงค์ระบายน้ำในเมือง ใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานระหว่าง โครงสร้างทางวิศวกรรม (Structural Measures) และ เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) เพื่อรับมือกับภัยน้ำท่วม โดยมีหน่วยงานหลักคือ K-water ที่รับผิดชอบด้านการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ (Integrated Water Resources Management – IWRM)
———
หัวใจสำคัญ คือ การให้ความรู้เด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ จากการศึกษาทั้งสามประเทศ สิ่งที่คล้ายกัน และน่าสนใจอย่างมาก นั่นคือ ทุกประเทศล้วนมองว่า “เด็กต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบรับมือภัยพิบัติ” ไม่ใช่เพียงผู้รอคอยการช่วยเหลือ
เนเธอร์แลนด์: สอนให้เข้าใจระบบและอยู่ร่วมกับน้ำ
เนเธอร์แลนด์มุ่งเน้นที่การ ทำความเข้าใจว่าระบบป้องกันของประเทศทำงานอย่างไร และการตระหนักว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ
-บูรณาการในวิชาหลัก: เช่น ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สอนให้นักเรียนเข้าใจ วิศวกรรมการจัดการน้ำ (เช่น Delta Works, Polders) และยุทธศาสตร์ “Room for the River” (การให้พื้นที่แม่น้ำ)
-กิจกรรม: ให้นักเรียนเข้าร่วม เกมจำลองสถานการณ์ ที่ต้องตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันน้ำท่วม และใช้ Interactive Web Applications เพื่อจำลองว่าบ้านของตนเองจะถูกน้ำท่วมลึกแค่ไหน หากเขื่อนแตก รวมถึงสำรวจเรียนรู้ในพื้นที่จริง
-ด้วยความมั่นใจใน Delta Works และการจัดการภาครัฐ คนรุ่นหลังจึงเกิดความเชื่อเรื่อง “ตำนานเท้าแห้ง” คือเชื่อว่าไม่มีทางน้ำท่วมจนเท้าเปียกอีกต่อไป รัฐจึงออกแคมเปญสาธารณะ และวางกรอบหลักสูตรการศึกษาร่วมกับครู เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนยังตระหนักรู้และเตรียมพร้อมกับความเสี่ยงอยู่เสมอ เพราะโลกร้อนยังอยู่ ภัยพิบัติน้ำท่วมในอนาคตยังไม่หมดไป
ญี่ปุ่น: สอนทักษะการเอาตัวรอดทันทีและวินัย
ญี่ปุ่นเผชิญกับภัยพิบัติที่มาอย่างรวดเร็ว (แผ่นดินไหว, สึนามิ, น้ำท่วมฉับพลัน) การสอนจึงเน้นที่ การตอบสนองอย่างรวดเร็ว และ ความมีวินัย ตั้งแต่วัยอนุบาล วางกรอบโดยกระทรวงศึกษาธิการ
-วิชาหลัก: การฝึกซ้อมภาคปฏิบัติ (Drills) และวิชาความปลอดภัย (BOSAI)
-ความรู้หลัก เช่น การรู้จักแผนที่เสี่ยงภัย การเดินในพื้นที่น้ำขุ่น การเลือกรองเท้าลุยน้ำ เส้นทางการอพยพ การอุ้มคนสูงอายุ และ จุดรวมพล รวมถึงอันตรายจากความเร็วของน้ำ (น้ำสูงเพียง 15 ซม. ก็อันตราย)
-กิจกรรม เช่น การฝึกซ้อมอพยพ (Hinan Kunren): มีการซ้อมหนีภัยพิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทันที
-อุปกรณ์ช่วยชีวิต: การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน มีการพัฒนากระเป๋านักเรียนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ให้มีรุ่นเป็นทุ่นลอยน้ำได้
-เทคโนโลยี: ใช้ AR (Augmented Reality) ในการจำลองภาพน้ำท่วมบนแท็บเล็ต เพื่อให้เด็กเห็นภาพความรุนแรงในพื้นที่จริงโดยไม่ตื่นตระหนก
เกาหลีใต้: สอนการลดความเสี่ยงเชิงรุกและเทคโนโลยี
เกาหลีใต้ยกระดับการสอน DRR (Disaster Risk Reduction :การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ) โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและการสร้างความยืดหยุ่นในสังคมเมือง
-กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนด กรอบแนวทางและมาตรฐาน สำหรับหลักสูตรการสอนรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างชัดเจน และถือเป็น หลักสูตรภาคบังคับ
-วิชาหลัก: โครงการความปลอดภัยในโรงเรียน (School Safety Programme) และการศึกษา DRR บูรณาการในวิชาต่างๆ ความปลอดภัยต้องครอบคลุม 7 ด้านหลัก หนึ่งในนั้นคือ ความปลอดภัยจากภัยพิบัติ (Disaster Safety) เช่น ความปลอดภัยทางน้ำ การรับมือภัยน้ำท่วมในเขตเมือง ข้อควรปฏิบัติระหว่างน้ำท่วม
เกมและสื่อ: ใช้สื่อที่สนุกสนาน เช่น เกม “Riskland” เพื่อให้เด็กเรียนรู้แนวคิดการลดความเสี่ยง
-การมีส่วนร่วม: ส่งเสริมให้เด็กเป็น Youth Agents of Change ที่จะนำความรู้ไปร่วมมือกับชุมชนในการลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ของตนเอง
การเตรียมพลเมืองเด็กให้พร้อมรับภัยพิบัติ ของเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เราจะเห็นว่าเบื้องหลังความสำเร็จ ไม่ได้มีเพียงสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาหรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่มี “การศึกษาที่มองไกล” และเป็น “วัฒนธรรมการป้องกันภัย” ที่เริ่มต้นจากโรงเรียนและในครอบครัวอีกด้วย
หัวใจของทั้งสามประเทศ คือการทำให้เรื่องภัยพิบัติไม่ใช่วิชาพิเศษ แต่เป็น “วัฒนธรรม” สอดแทรกในวิชาหลัก เชื่อมโยงกับชีวิตจริงในครอบครัวและชุมชน ทำเป็นกิจวัตร ไม่ใช่กิจกรรมปีละครั้ง และดำเนินการอย่างต่อเนื่องข้ามรุ่น เมื่อโรงเรียน ครอบครัว และรัฐ ทำงานในทิศทางเดียวกัน เด็ก ๆ จึงเติบโตมาเป็นพลเมืองที่ “รับมือได้ตั้งแต่ยังเล็ก และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น” แล้ววันหนึ่ง เด็กที่เราเคยสอนให้เดินในน้ำท่วมอย่างปลอดภัย อาจเติบโตขึ้นเป็นคนที่ช่วยออกแบบเมืองที่ปลอดภัยกว่าที่เราอยู่ในวันนี้
ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องจริงจังกับการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ โดยเฉพาะการเรียนรู้ วิชาชีวิต ที่ว่าด้วยการเอาตัวรอดและอยู่รอดไปกับธรรมชาติที่นับวันจะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ได้อย่างตระหนักรู้ และเตรียมพร้อม
————————————————————————————–
ที่มา:
Water Education in The Netherlands: An Integrated Curriculum Using NCSS. Jeroen Bron and Eddie van Vliet https://www.socialstudies.org/…/articles/se_770313150.pdf
พิพิธภัณฑ์ Watersnood Museum https://watersnoodmuseum.nl/en/the-museum/schools
Floating Homes in Amsterdam :Living on water https://youtu.be/QTVLooi8I-Y?si=XI-aAuIGXv80J3Er
Room for the river https://www.dutchwatersector.com/…/room-for-the-river…
Levee Patroller เป็นเกมลาดตระเวณเฝ้าระวังเขื่อนกั้นน้ำ https://www.persistentrealities.com/site/page/leveepatroller
การออกแบบโครงการการศึกษาความเสี่ยงต่อน้ำท่วมในประเทศเนเธอร์แลนด์ https://www.tandfonline.com/…/00958964.2015.1130013…
JapanSalaryman https://www.facebook.com/share/p/1Cd7dbNhKR/
#38 นครโอซากา – โบไซ : วิทยาศาสตร์ช่วยชีวิตเราได้ | NHK WORLD-JAPANhttps://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/shows/2090034/
โรงเรียนญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยในการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติ https://www.marumura.com/japan-ar-disaster/
ญี่ปุ่นสอนเอาตัวรอดด้วยกระเป๋านักเรียน https://today.line.me/th/v3/article/x2LLm88
School Safety Programme | UNDRR
ชั้นเรียนการเรียนรู้ความเสี่ยงภัยพิบัติแบบโต้ตอบในฮวาซอง สาธารณรัฐเกาหลี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเฉลิมฉลองวันลดความเสี่ยงภัยพิบัติสากล 2024
https://www.undrr.org/…/interactive-disaster-risk…
การเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อการเอาชีวิตรอดอย่างมืออาชีพ ในเมืองอันซัน จังหวัดคยองกี
เครดิตภาพ: สำนักงานการศึกษาจังหวัดคังวอน [email protected] http://koreabizwire.com/ansan-to-build-survival…/214088
Korea’s Efforts to Achieve the Goals of the Sendai Framework on Disaster Risk Reduction The Republic of Korea Achieving the Goals and Targets of the Sendai Framework for Disaster Risk Reduction – UNDRR
Analysis of the Status of Safety Education in Korean Schools Analysis of the Status of Safety Education in Korean Schools – ResearchGate
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/6HXLB8Kl4&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tXq8xjslDxWPRSry1FdXh
