ในเมืองสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกสูง ถนนหนทาง และความเร่งรีบ สวนสาธารณะใจกลางเมืองไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่พักผ่อน แต่ยังเป็น “พื้นที่สีเขียว” และ “ปอดของเมือง” ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนและสุขภาพเชิงนิเวศน์ของเมือง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ สวนสาธารณะจิงยู่เซ็นทรัลพาร์ค (Jingyue Central Park) ในเขตเทคโนโลยีขั้นสูงจิงยู่ เมืองฉางชุน ประเทศจีน โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ว่างและที่ดินรกร้างจากเศษวัสดุก่อสร้าง ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมต่อผู้คน ธรรมชาติ และเมืองเข้าด้วยกัน
สวนสาธารณะจิงยู่เซ็นทรัลพาร์ค มูลค่าการลงทุนรวม 102,857,142 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,783 ล้านบาท)ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 193.6 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมท่ามกลางชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ศูนย์ธุรกิจ และสถาบันการศึกษาชั้นนำ โดยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญภายในภูมิทัศน์เมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยถึง 9 แห่ง ช่วยเสริมบทบาทของสวนในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและความร่วมมือเชิงวิชาการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ภายในรัศมี 5 กิโลเมตรของพื้นที่โครงการ ยังขาดแหล่งพื้นที่สาธารณะและสวนสาธารณะที่มีคุณภาพสูง

ก่อนหน้านี้ พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกองเศษวัสดุก่อสร้างและสะพานยกระดับที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งทำให้พื้นที่ทางเหนือและใต้ของสวนขาดการเชื่อมต่อ การออกแบบใหม่โดย SHUISHI ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูความเชื่อมโยงนี้ แต่ยังขยายการเชื่อมต่อพื้นที่ทั้งในแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก ทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นจุดสำคัญในเครือข่ายพื้นที่สีเขียวของเมือง สร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนและส่งเสริมการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเต็มศักยภาพ
ปัจจุบัน สวนสาธารณะแห่งนี้ช่วยเพิ่มการเข้าถึงธรรมชาติให้กับประชากรประมาณ 300,000 คน พร้อมผสานพื้นที่กิจกรรมและพื้นที่การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เสริมบทบาทของสวนในฐานะแพลตฟอร์มร่วมสำหรับการวิจัยและพักผ่อนหย่อนใจของชุมชน นอกจากนี้ยังมีทางด่วนยกระดับและแม่น้ำสาธารณะผ่านพื้นที่โครงการ

สวนสาธารณะแห่งนี้สร้างเสร็จภายในเวลา 18 เดือน (รวมช่วง 5 เดือนของการก่อสร้างบนพื้นดินที่เยือกแข็ง) โดยในบริบทของการก่อสร้าง Frozen ground หมายถึง ชั้นดินที่อุณหภูมิต่ำจนแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง หรือดินที่ถูกแช่แข็งชั่วคราวเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งเกิดได้ในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวจัดหรือสภาพภูมิอากาศเย็นจัด การก่อสร้างบนหรือในชั้นดินนี้ต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การปรับวิธีวางรากฐานหรือใช้เทคโนโลยีการแช่แข็งดิน (Ground freezing) เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง
Jingyue Central Park จัดแบ่งพื้นที่เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยการผสานพื้นที่สีเขียว หุบเขา แหล่งน้ำ และพื้นที่กิจกรรมอย่างสมดุล โดยประมาณ 9% ของพื้นที่ถูกกำหนดเพื่อสาธารณประโยชน์, 18% สำหรับกิจกรรมกึ่งสาธารณะ และ 73% สำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงิน การจัดสรรเชิงกลยุทธ์นี้เอื้อต่อการรองรับธุรกิจหลากหลายประเภท รวมถึงผู้เช่าหลักอย่างไบ่ตู้ (Baidu) บริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตชั้นนำของจีน มีชื่อเสียงในฐานะผู้ให้บริการ เสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของจีน พร้อมกันนี้ สวนสาธารณะแห่งนี้ที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับเมืองฉางชุน ยังจัดเตรียมระบบที่จอดรถครบวงจรไว้รองรับด้วย
เบื้องหลังการพัฒนาสวนสาธารณะจิงยู่เซ็นทรัลพาร์คเกิดขึ้นจากการทำงานแบบบูรณาการข้ามสาขา ภายใต้โมเดล EPCO (Engineering, Procurement, Construction, and Operation) ที่เน้นการออกแบบเป็นศูนย์กลาง กระบวนการประสานงานครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงาน พร้อมผสานการวิจัยตลาด การประเมินมูลค่า และกลยุทธ์การดำเนินงาน กลไกการทำงานร่วมแบบหลายรอบช่วยให้ทุกขั้นตอนทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ความร่วมมือข้ามสาขานี้ยังใช้แนวคิดภูมิทัศน์เชิงองค์รวมเป็นแกนหลัก โดยผสานการวางแผน การจัดโปรแกรมงาน ภูมิทัศน์ และสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สวนผสมผสานกับเมืองได้อย่างกลมกลืน สร้างสมดุลระหว่างพื้นที่สีเขียวและโครงสร้างที่สร้างขึ้นอย่างลงตัว โดยการออกแบบยังใช้ประโยชน์จากดินภายในพื้นที่จำนวน 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ผสานโครงสร้างสถาปัตยกรรมและเครือข่ายทางเดินคน ลดต้นทุนและเพิ่มความกลมกลืนของพื้นที่

ในการออกแบบ สวนสาธารณะแห่งนี้ถูกพัฒนาด้วยวิธีการที่ทั้งปรับตัวและยืดหยุ่น พื้นที่ที่มีฟังก์ชันชัดเจนถูกวางแผนและก่อสร้างอย่างแม่นยำเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ถูกจัดให้อิสระ เปิดโล่ง และปรับเปลี่ยนได้ตามโปรแกรมกิจกรรมต่างๆ สะท้อนแนวคิด “น้อยแต่มาก” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ การออกแบบภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมจึงถูกปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ โดยคำนึงถึงความต้องการใช้งานจริงของผู้คน ทำให้สวนสาธารณะแห่งนี้ไม่เพียงแต่สวยงามและยั่งยืน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ใช้สอยได้จริง รองรับกิจกรรมของชุมชน และสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และเมืองได้อย่างลงตัว โดยใต้ถนนยกระดับยาว 2 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ แบ่งเป็น 5 โซนที่ให้บริการพื้นที่สาธารณะในการทำกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ทำให้สวนแห่งนี้โดดเด่นคือการออกแบบที่ผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูง เช่น โครงสร้างกริดเชลล์ไฮบริดเหล็ก-ไม้ และการออกแบบพาราเมตริก ทำให้พื้นที่ทั้งสวยงามและยั่งยืน พร้อมรองรับการใช้ประโยชน์ของประชากรในพื้นที่กว่า 300,000 คน รวมถึงนักศึกษาและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยกว่า 9 แห่ง
ดาดฟ้าชมวิวด้านตะวันออกและตะวันตกถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิตหุ่นยนต์โดยใช้ ไม้ Glulam (Glue-Laminated Timber) ซึ่งเป็นไม้ประกอบหลายชั้นที่ผ่านการเชื่อมต่อด้วยกาวคุณภาพสูง ทำให้ได้ไม้ขนาดใหญ่ แข็งแรง และสามารถรับน้ำหนักได้มาก โดยยังคงความยืดหยุ่นและความงดงามของเนื้อไม้ สามารถสร้างรายละเอียดรอยต่อที่ซับซ้อนและพื้นผิวที่ประณีต การพิมพ์คอนกรีต 3 มิติผลิตแผ่นปูพื้นลวดลาย “เกล็ดหิมะ” จำนวน 33 แผ่น สะท้อนวัฒนธรรมฤดูหนาวของภูมิภาคลงในภูมิทัศน์ ขณะเดียวกันก็ใช้วัสดุยั่งยืนด้วย อาทิ ชิ้นส่วนที่พิมพ์ด้วย 3 มิติจากพลาสติก ABS เพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้ว และลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง

สำหรับสนามเด็กเล่น ใช้ซอฟต์แวร์ Ameba ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยออกแบบเชิงโครงสร้างที่สามารถสร้างและปรับรูปร่างของโครงสร้างให้เหมาะสมกับฟังก์ชันและความสวยงาม พร้อมทั้งปรับโครงสร้างภาพรวมให้สอดคล้องกับแรงกดและการใช้งานจริง นอกจากนี้ยังทำการจำลองแบบซิงโครนัสใน Rhinoceros โปรแกรมออกแบบสามมิติที่ได้รับความนิยมในสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งช่วยให้วิศวกรสามารถตรวจสอบจุดอ่อนด้านความต้านทานแรงของเส้นโค้งและองค์ประกอบต่างๆ ในงานก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ปรับปรุงรูปร่างโดยรวม และเสริมความมั่นคงให้กับทั้งงานก่อสร้าง ทำให้สนามเด็กเล่นปลอดภัย ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และยังสวยงามดึงดูดเด็กๆ และผู้ใช้งานทุกวัย

ในปี 2025 นี้ สวนสาธารณะจิงยู่เซ็นทรัลพาร์ค ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลจาก The Plan นิตยสารสัญชาติอิตาลีที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเมือง สำหรับการออกแบบเมืองที่มีความยืดหยุ่นและทนทาน โดยผสานนวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับหลักการใส่ใจสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ สวนสาธารณะแห่งนี้ยังได้รับรางวัลคณะกรรมการตัดสิน LILA (Landezine International Landscape Award) ในปีเดียวกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลภูมิทัศน์ระดับโลกที่ทรงคุณค่าและมีความยิ่งใหญ่ที่สุด รางวัลนี้ยกย่องโครงการที่โดดเด่นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความคิดสร้างสรรค์ และผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมและชุมชน การได้รับรางวัล LILA จึงสะท้อนถึงความสำเร็จของสวนสาธารณะจิงยู่ในการเป็น ต้นแบบของการออกแบบภูมิทัศน์สมัยใหม่ที่ผสานความงาม ความยั่งยืน และนวัตกรรมได้อย่างลงตัว
Jingyue Central Parkจึงไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็น Public spaceที่สร้างคุณค่าเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นจุดเชื่อมต่อผู้คนและธรรมชาติในเมืองใหญ่ ช่วยลดความตึงเครียดจากชีวิตในเมือง ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน สวนสาธารณะจิงยู่เซ็นทรัลพาร์คจึงเป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูเมืองอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงแต่นำธรรมชาติเข้ามา แต่ยังสร้างชีวิตชีวาและแรงบันดาลใจให้กับชุมชนเมืองยุคใหม่
“เขตเทคโนโลยีชั้นสูงจิงยู่” ผสานอุตสาหกรรมขั้นสูงกับชีวิตเมืองอย่างลงตัว
เขตเทคโนโลยีขั้นสูงจิงยู่ เมืองฉางชุน ประเทศจีน หรือที่เป็นทางการเรียกว่า เขตพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและใหม่จิงยู่ ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 478.7 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองฉางชุน เขตนี้ได้รับการยอมรับในฐานะเขตสาธิตนวัตกรรมอิสระระดับชาติ และเป็นศูนย์กลางสำคัญในกรอบผังเมืองของฉางชุนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude economy) ภายในเขตยังมีป่าเทียมขนาดใหญ่และพื้นที่สีเขียวที่สำคัญ ทำให้จิงยู่ไม่เพียงเป็นศูนย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังเป็นศูนย์กลางเชิงนิเวศและวัฒนธรรม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวเด่น เช่น สวนป่าชาติพันธุ์จิงยู่ถ่าน (Jingyuetan National Forest Park)
เขตจิงยู่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูงหลายประเภท ได้แก่ บริการสมัยใหม่ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง สื่อดิจิทัล ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ เขตยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเคลื่อนที่ทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility) ร่วมมือกับบริษัทอย่าง EHang ในการทดลองบินยาน eVTOL (electric Vertical Take-Off and Landing aircraft) แบบอัตโนมัติ สำหรับการท่องเที่ยว การตอบสนองฉุกเฉิน และการจัดการจราจรในเมือง สนับสนุนวิสัยทัศน์เศรษฐกิจระดับต่ำของฉางชุน
นอกจากนี้ ยังมีสวนอุตสาหกรรมด้านอวกาศ รวมถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านอวกาศ การผลิตอุปกรณ์ และพื้นที่ทดสอบ UAV ในสภาพอากาศเย็น จึงช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศระดับต่ำของเมืองอย่างครบวงจร

เขตจิงยู่ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น ยานยนต์พลังงานใหม่ โดยมีตัวอย่างล่าสุดคือ CATL Auto City ซึ่งช่วยผลักดันระบบนิเวศอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การผลิตระดับสูง วัฒนธรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยว สุขภาพและชีวิตสมัยใหม่ การเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่เฉพาะตัวของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ เขตนี้จึงเป็นศูนย์รวมการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การศึกษา และการใช้ชีวิตเชิงนิเวศที่ดึงดูดการลงทุนและบริษัทจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ เขตเทคโนโลยีขั้นสูงจิงยู่ เมืองฉางชุน จึงเป็นเขตเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีหลายมิติ ผสมผสานนวัตกรรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืนเชิงนิเวศ การพัฒนาอวกาศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ภายในพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของเมืองอย่างลงตัว
ที่มา :
- Changchun Jingyue Central Park by SHUISHI
- Jingyue Central Park / SHUISHI
- Changchun Jingyue Central Park, A Resilient Urban Oasis Shaped By Digital Innovation And Eco-Conscious Design
- Changchun Jingyue High-tech Industrial Development Zone
Post Views: 179
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/10/from-wasteland-to-global-park-jingyu-central-park/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2adu7XKQ2QH-Dx2fp1DXsQ


