การตรวจสอบปลาแมคเคอเรลกระป๋องนำเข้าที่ผลิตในประเทศจีน

การตรวจสอบปลาแมคเคอเรลกระป๋องนำเข้าที่ผลิตในประเทศจีน

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 หน่วยงานสาธารณสุขของชิลีได้ทำการตรวจสอบตัวอย่างสินค้าปลาแมคเคอเรล กระป๋องที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่น โดยผลิตและนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งชิลีมีการนำเข้าปลากระป๋อง (ปลาแจ๊คแมคเคอเรล หรือ “จูเรล”)  ที่มีอยู่ในตลาดเป็นจำนวนกว่า 30 ล้านกระป๋อง และจัดจำหน่ายในซูเปอร์มาเก็ต ร้านชำ ห้างค้าส่ง รวมทั้ง มีการจำหน่ายไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ โดยจากการตรวจสอบพบข้อมูลเกี่ยวกับการติดฉลากไม่ตรงกับคุณลักษณะของสินค้า เช่น สายพันธุ์ปลาไม่ถูกต้อง หรือมีการผสมสายพันธุ์ เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าที่พบความผิดปกติทั้งหมดเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศจีน จัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Coliseo, Barquito, Novamar, Unimarc และ Acuenta (แบรนด์สินค้าของ Walmart) นอกจากการตรวจสอบดังกล่าว หน่วยงานสาธารณสุขได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ประกอบการและชาวประมงในอุตสาหกรรมปลากระป๋องด้วย ซึ่งผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าปลากระป๋องจากแบรนด์ที่มีการตรวจสอบมีคุณภาพต่ำ มีการใช้ปลาสายพันธุ์อื่นมาผสมกับปลาแจ๊คแมคเคอเรล  นอกจากนี้ จากการศึกษาและเก็บตัวอย่างปลากระป๋องจำนวนกว่า 200 ตัวอย่าง ของมหาวิทยาลัย Catholic University ของชิลี พบว่าปลาจากตัวอย่างดังกล่าวมีความแตกต่างด้านสัณฐานวิทยาอย่างชัดเจนกับปลาแจ๊คแมคเคอเรล หรือ “จูเรล”ของชิลี และได้มีการทดสอบเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบข้อมูลยืนยันว่าปลากระป๋องส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ “caballo sardina” หรือซาร์ดีนสเปน chub mackerel หรือมีการผสมสายพันธุ์อื่น ๆ ในกระป๋องเดียวกัน 

ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงในวงกว้างระหว่างในกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบการชิลีในอุตสาหกรรมประมง เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจที่ผิดแก่ผู้บริโภค และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อชาวประมงที่จับปลาแมคเคอเรลในท้องถิ่น โดยสมาคมชาวประมงชิลี (Pescadores Industriales del Biobío) ได้เรียกร้องต่อกระทรวงสาธารณสุขให้มีการสอบสวน กำหนดบทลงโทษ และนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องออกจากตลาด รวมถึง การเพิ่มเติมเงื่อนไข/กฎระเบียบในการควบคุมผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์อาหารต้องมีการระบุลักษณะที่แท้จริง ถูกต้องและมีข้อมูลทางโภชนาการ (2) การห้ามนาเข้าอาหารที่ดัดแปลง ปนเปื้อนหรือปลอมแปลง และ (3) การติดฉลากจะต้องปราศจากความคลุมเครือหรือสร้างความเข้าใจที่ผิด ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับของการติดฉลาก และการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น[1] 

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 หน่วยงานสาธารณสุขระดับภาค (Regional Health Authority: Seremi de Salud) ได้ยืนยันว่าปลากระป๋องที่มีการผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน และวางจำหน่ายในชิลีโดยใช้ชื่อ “ปลาแมคเคอเรล หรือ จูเรล” ไม่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบุ โดยจากการวิเคราะห์ทางสายพันธุ์ของสถาบันโภชนาการและเทคโลยีอาหาร (Institute of Nutrition and Food Technology: INTA) มหาวิทยาลัยชิลี ได้ข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นปัญหามีการใช้สายพันธุ์ปลา caballo ไม่ตรงกับปลาแมคเคอเรล สายพันธุ์ Trachurus murphyi แต่เป็นปลาแมคเคอเรล สายพันธุ์ Scomber spp. ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ตรงกับสายพันธุ์ปลาแจ๊คแมคเคอเรลตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้น หน่วยงานสาธารณสุขระดับภาคได้ดำเนินการกับสินค้าผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง 5 แบรนด์ ที่พบปัญหา นำออกจากตลาด รวมทั้ง แบรนด์ La Mar ได้มีการขอนำเข้ามาจัดจำหน่ายในชิลี อย่างไรก็ดี สินค้าที่ให้นำออกจากตลาดดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปลอดภัยต่อการบริโภค[1]

บทวิเคราะห์ / ความเห็น สคต. ณ กรุงซันติอาโก

          ปลากระป๋อง เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ที่ได้จากการแปรรูปปลา และปลาที่นิยมบริโภคมี ชนิด คือ ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล (ปลาทู ปลาซาบะ) ซึ่งประเทศจีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกปลาแมคเคอเรลสูงที่สุดในโลก โดยปลาแมคเคอเรลมีหลากหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์มีราคาถูก (ปลาซาบะ) และมีการบริโภคทั่วไปในครัวเรือน การแข่งขันในตลาดจึงมีทั้งสินค้าที่มีคุณภาพสูงและสินค้าทั่วไป โดยผู้ประกอบการไทยควรตระหนักถึงการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและติดฉลากที่ถูกต้องตรงกับการใช้วัตถุดิบการผลิตจริง รวมทั้งจำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้าของประเทศปลายทาง ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานอื่น ๆ โดยในส่วนของประเทศชิลีมีการกำหนดเงื่อนไขการติดฉลากที่เข้มงวด ซึ่งภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์ปัญหาการใช้วัตถุดิบที่ไม่ตรงตามที่กำหนดในฉลากของสินค้านำเข้าจากประเทศจีน อาจส่งผลกระทบให้ชิลีมีการตรวจสอบสินค้าในกลุ่มเดียวกันที่มาจากประเทศอื่น ๆ รวมทั้งจากไทยด้วย 

          ที่ผ่านมา จีนครองส่วนแบ่งตลาดปลากระป๋อง (แจ๊คแมคเคอเรล) เป็นอันดับที่ 1 ในชิลี ที่ร้อยละ 98 และไทยเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งประปัญหาตามที่ได้กล่าวมา ส่งผลให้ปลากระป๋องจากไทยมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดชิลีมากขึ้น ทั้งนี้ สินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเป็นสินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปยังชิลี และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารทะเลกระป๋องและสำเร็จรูป โดยเฉพาะทูน่า ซาร์ดีน แมคเคอเรล เป็นที่นิยมในการบริโภค ซึ่งเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีราคาค่อนข้างถูก โดยในปี 2568 (เดือนมกราคม – กรกฎาคม) ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังชิลีคิดเป็นมูลค่า 39.74 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.49 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร จึงมีโอกาสค่อนข้างสูงที่ไทยจะขยายส่วนแบ่งตลาดชิลีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ปัญหาฯ ปลากระป๋องจากจีน ทำให้ผู้บริโภคชาวชิลีตระหนักถึงความถูกต้องของวัตถุดิบและแหล่งที่มาของสินค้าปลากระป๋อง และเป็นโอกาสของสินค้าปลากระป๋องจากไทยที่จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดปลากระป๋องในชิลี รวมไปถึงในตลาดอื่นในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยมีปัจจัยสนับสนุนด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าไทย การได้รับมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ และการมีความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ชิลี ที่ช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้

________________________________

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

กันยายน 2568

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c8tr9nrfrilr6a94a84kpkjk&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HHXwzqeZ2QxYO0osGp7s9