‘สุชาติ’ เร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่างโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์‘นายทุน’

‘สุชาติ’-เร่งดัน-พรบ.อากาศสะอาด-อย่างโปร่งใส-ไม่เอื้อประโยชน์‘นายทุน’

นโยบายที่ 2 การจัดการมลพิษ PM2.5 และมลพิษข้ามแดน

นี่คือวาระแห่งชาติที่ทุกคนรอคอยการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยท่านนายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนว่าจะ ยกระดับการแก้ปัญหา ทั้งเรื่อง PM2.5 , หมอกควัน , ไฟป่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหามลพิษข้ามแดนโดยมีแนวทางที่น่าสนใจและเป็นรูปธรรม เช่น การบูรณาการข้ามกระทรวงจะไม่มีการทำงานแบบต่างคนต่างทำอีกต่อไป โดยจะประสานความร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงการต่างประเทศ และที่สำคัญคือ กระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้นจะใช้มาตรการทางการค้าเข้ามาควบคุม ยกตัวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หากพบว่าผลผลิตเหล่านั้นมาจากการเผาก็จะขอความร่วมมือจากกระทรวงพาณิชย์ในการกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าเพื่อกดดันให้ต้นทางลดการเผา ซึ่งเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาที่ต้นตอโดยตรง อีกทั้งจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่และไม่มีการยกเว้น ในเรื่องการป้องกันไฟป่าและหมอกควันต่างๆ หากข้าราชการคนใดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะต้องถูกปรับเปลี่ยนเอาคนที่เหมาะสมเข้ามาทำแทน

และจะป้องกันการทุจริตและรักษาป่ามีการเน้นย้ำอย่างเด็ดขาดว่า ห้ามข้าราชการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าหรือการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยชี้ว่าความรับผิดชอบต่อหน้าที่นั้นสำคัญสูงสุด และหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในกระทรวงฯ ท่านก็พร้อมจะจัดการอย่างเด็ดขาด

'สุชาติ' เร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่างโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์‘นายทุน’

นโยบายที่ 3  บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประชาชน

นโยบายนี้เป็นการวางกรอบการทำงานโดยรวม โดยจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาเป็นหลักในการดำเนินงาน ครอบคลุมทั้งเรื่องป่าไม้ ที่ดิน และทรัพยากรทางทะเล

• คนอยู่กับป่า สัตว์ป่าอยู่ได้เป็นแนวคิดหลักในการสร้างความสมดุล

• นำเทคโนโลยี Digital และ AI มาใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ทันโลกยุคใหม่

นโยบายที่ 4 ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยอุทยานแห่งชาติคือแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ แต่นโยบายจะมุ่งเน้นความยั่งยืนเป็นหลักรักษาสมดุลระหว่างท่องเที่ยวและอนุรักษ์แม้การท่องเที่ยวจะสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ภารกิจที่สำคัญที่สุดคือการรักษาผืนป่าและอุทยาน พร้อมยึดมั่นในกรอบเวลาเปิด-ปิดอุทยานจะมีการควบคุมช่วงเวลาที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเข้มงวด เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว

นโยบายที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชนด้วยเทคโนโลยี

ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของกระทรวงฯ รวดเร็วและเข้าถึงง่ายขึ้นจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและบริการประชาชนประชาสัมพันธ์เชิงรุกจะใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติไทย เช่น อุทยานต่างๆ ที่มีความพิเศษ ให้คนทั่วโลกได้รู้จักและอยากมาเยือน พร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อุทยานต่างๆ ต้องให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยและการใช้กิริยาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้ง NGO นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยพร้อมนำข้อเสนอแนะที่สามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ขัดต่อกฎหมายมาปรับใช้ นับเป็นทิศทางที่น่าสนใจและต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับว่าภายใน 4 เดือนนี้ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตามที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันกฎหมายสำคัญ พ.ร.บ. อากาศสะอาด) อย่างโปร่งใส โดยเรื่องกฎหมายอากาศสะอาดเป็นสิ่งที่หลายคนจับตา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางที่ชัดเจนไว้ดังนี้

• ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง หลักการสำคัญที่สุดคือกฎหมายจะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง

• บทบาทของกระทรวงฯ กระทรวงฯจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลที่รอบด้านแก่สภาผู้แทนราษฎร โดยจะชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย หรือเหรียญสองด้านของประเด็นต่างๆ เพื่อให้ สส. ทั้ง 500 ท่านใช้ประกอบการตัดสินใจ

• เคารพกระบวนการนิติบัญญัติ การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับเสียงของ สส. ในสภา ซึ่งกระทรวงฯ จะไม่เข้าไปก้าวก่ายแต่จะสนับสนุนข้อมูลให้ดีที่สุด

กล่าวโดยสรุปคือ พ.ร.บ. อากาศสะอาด รัฐบาลใหม่จะเน้นหัวใจหลักจะอยู่ที่ผลประโยชน์ของประชาชน โดยกระทรวงฯ จะทำหน้าที่ให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและรอบด้าน เพื่อให้กระบวนการในสภาเป็นไปอย่างมีคุณภาพที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักการทำงานที่รับฟังเสียงจากประชาชนเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/environment/859935&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1X4Y8sv8mRuKu5ywY7WRBa