ไนจีเรียกำลังแสดงศักยภาพของตนเองในฐานะศูนย์กลางแห่งอุตสาหกรรมเงินร่วมลงทุนของแอฟริกา โดยมีบริษัทสตาร์ทอัพ 22 แห่งติดอันดับ 1 ใน 100 บริษัทที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนมากที่สุดของแอฟริกานับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ซึ่งสตาร์ทอัพ 100 อันดับแรกเหล่านี้ได้รับเงินทุนรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 69 ของแหล่งเงินทุนทั้งหมดที่ระดมทุนได้จากสตาร์ทอัพกว่า 2,300 แห่งในทวีปแอฟริกา โดยมีมูลค่า 12.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งหมด 18.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามถึงแม้ไนจีเรียจะตามหลังแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นผู้นำด้วยจำนวนสตาร์ทอัพ 23 แห่ง แต่ไนจีเรียกลับโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยการมีบริษัทจำนวนมากที่สุดใน 20 อันดับแรก
บริษัทสัญชาติไนจีเรีย 7 แห่ง รวมถึงบริษัทฟินเทคชื่อดังอย่าง Opay, Flutterwave, Interswitch, Moniepoint และ PalmPay รวมถึง Moove บริษัทผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ ต่างก็ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกของตลาด และมีบริษัท Andela ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานที่มีเจ้าของเป็นคนสหรัฐอเมริกา โดย Olugbenga Agboola ซีอีโอของ Flutterwave ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของไนจีเรียในด้านนวัตกรรมฟินเทค ระหว่างการเสวนาในงานประชุม Money20/20 ณ กรุงริยาด ระบุว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกำลังพัฒนาการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับผู้หญิงและเยาวชน และมีการเปิดใช้งานในรูปแบบการชำระเงินข้ามพรมแดน อีกทั้งยังสนับสนุนการนำ CBDC มาใช้ และลดค่าใช้จ่ายในการโอนเงินลง 1.5 เปอร์เซ็นต์คาชิฟู อินุวา อับดุลลาฮี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติไนจีเรีย (NITDA) ได้เน้นย้ำถึงกระแสฟินเทคที่เฟื่องฟูของประเทศในการประชุมเดียวกัน โดยระบุว่า “ปัจจุบันภาคฟินเทคที่กำลังเฟื่องฟูของไนจีเรียเป็นที่ตั้งของสตาร์ทอัพ 217 แห่ง และสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีมูลค่ามหาศาล 4 แห่ง หรือที่เรียกว่า ยูนิคอร์น เช่น โครงการนวัตกรรมของ NITDA ที่สร้างยูนิคอร์นถึง 5 แห่ง จากทั้งหมด 8 แห่งของแอฟริกา นอกจากนี้ กานาเป็นอีกประเทศที่มีตัวแทนมากที่สุด โดยมีสตาร์ทอัพ 5 แห่ง ได้แก่ mPharma, CarePoint และ Zeepay ส่วนตลาดอื่นๆ ในแอฟริกาอีก 11 แห่งมีตัวแทนอย่างน้อย 1 ราย ตั้งแต่แอลจีเรีย โมร็อกโก และตูนิเซียในแอฟริกาเหนือ ไปจนถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง เช่น เบนิน เซเนกัล โตโก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยรวมแล้ว แอฟริกาตะวันตกเป็นภูมิภาคย่อยที่มีตัวแทนมากที่สุด โดยมีสตาร์ทอัพ 31 แห่งติดอยู่ในรายชื่อ 100 อันดับแรก
ในภาพรวม สตาร์ทอัพด้านพลังงานอย่าง Sun King, d.light และ Burn ยังคงได้รับเงินทุนจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ประกอบการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์อย่าง Moove จากไนจีเรีย, Yassir จากแอลจีเรีย และ Swvl จากอียิปต์ ธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านเกษตรกรรมอย่าง Apollo Agriculture และ ThriveAgric ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ควบคู่ไปกับ MaxAB, TradeDepot และ Omnibiz ซึ่งเป็นบริษัทพลิกโฉมวงการค้าปลีก รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพอย่าง LXE Hearing, CarePoint และ Pharma ประธานาธิบดีโบลา อาห์เหม็ด ตินูบู ได้ย้ำและผลักดันเรื่องดังกล่าวในการประชุมกับผู้นำของ Flutterwave และ Alami Capital โดยประกาศว่า “ไนจีเรียเปิดรับธุรกิจ และเรากำลังผลักดันการสร้างงาน สร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสถานะของเราในฐานะเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกา ด้วยการสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เติบโตในประเทศ”ในส่วนของสตาร์ทอัพด้านการศึกษาและการจ้างงาน มีเพียง Andela ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษาและบุคลากร อย่างไรก็ตามธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศกำลังได้รับความนิยม โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาด ส่วนที่เหลืออยู่ในกลุ่มเกษตรอาหาร การขนส่งสีเขียว และการจัดการขยะ
ความสามารถของไนจีเรียในการทำให้สตาร์ทอัพติด 20 อันดับแรกมากกว่าประเทศอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเศรษฐกิจนวัตกรรมของแอฟริกา แม้ว่าแอฟริกาใต้จะยังคงเป็นผู้นำในด้านตัวเลข แต่ผู้นำด้านฟินเทคและธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วของไนจีเรียกำลังผลักดันให้อนาคตของสตาร์ทอัพในแอฟริกาถูกกำหนดขึ้นในลากอส เช่นเดียวกับในโจฮันเนสเบิร์ก ไคโร หรือไนโรบี ไนจีเรียจึงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงกฎระเบียบ ตลอดจนนโยบายที่สอดคล้องกับ AfCFTA และการระดมทุนจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้าง MSMEs กระตุ้นการค้าดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากโอกาสด้านเทคโนโลยีทางการเงินมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ของแอฟริกา ภายใต้แผนงาน Renewed Hope ของ Tinubu ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ แม้ว่าภาคธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็วในไนจีเรีย แต่ไนจีเรียก็ยังเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากเป็นประเทศยากจน และประชากรมีอัตราการตกลงานสูง ซึ่งมักมีการหลอกลวงให้โอนชำระเงิน และประชาชนยังคงมีความไม่มั่นใจในการโอนเงินผ่านธนาคาร ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะชำระค่าสินค้าภายหลังจากการรับสินค้าแล้ว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/n41630hdbs29bpz9f6z30hb6&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GU9N10MvrBbEs6pOS0Zow
