“รฟท.” เร่งศึกษา “จ้างเอกชนเดินรถ-จัดหารถ-ซ่อมบำรุง” 3 โครงการ 5.7 หมื่นล้าน แทนจัดหาเอง | เดลินิวส์

“รฟท”-เร่งศึกษา-“จ้างเอกชนเดินรถ-จัดหารถ-ซ่อมบำรุง”-3-โครงการ-5.7-หมื่นล้าน-แทนจัดหาเอง-|-เดลินิวส์

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาข้อมูลตามมติที่ประชุมกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2568 ที่ให้ รฟท. จ้างเอกชนเดินรถ พร้อมจัดหาและซ่อมบำรุง ในการดำเนินโครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ บริการเชิงพาณิชย์ พร้อมอะไหล่ 184 คัน วงเงิน  2.4 หมื่นล้านบาท, โครงการจัดหารถโดยสารทดแทนขบวนรถด่วนพิเศษ และขบวนรถด่วน พร้อมอะไหล่ 182 คัน วงเงินกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท และโครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ ขนาดกดเพลา 20 ตันต่อเพลา 113 คัน วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2558 และวันที่ 31 ก.ค.2561

การดำเนินการดังกล่าว เพื่อเป็นการลดภาระการกู้เงินของ รฟท. และการค้ำประกันเงินกู้ของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเหมาะสม คุ้มค่า ประโยชน์ที่ได้รับ และการลดภาระงบประมาณ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการฯ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อให้สามารถเสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคม และเสนอ ครม. พิจารณาได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศยุบสภาภายในปลายเดือน ม.ค.2569 โดยกระทรวงคมนาคมกำชับให้ รฟท. เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ทยอยเปิดบริการแล้ว ขณะที่ขบวนรถซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญยังมีไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามสำหรับมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2558 เรื่องขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระบุว่า การลงทุนด้านรถจักรและล้อเลื่อน รฟท. ต้องรับภาระการลงทุนเอง โดยให้ รฟท. พิจารณาแนวทางจัดหารถจักรและล้อเลื่อน ด้วยวิธีการเช่าทางการเงิน (Financial Leasing) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่เป็นผู้รับบริการของ รฟท. โดยนำรายได้จากการขนส่งภายใต้สัญญาให้บริการระยะยาวกับกลุ่มรัฐวิสาหกิจดังกล่าว มารองรับการจัดหาแหล่งเงินในรูปแบบดังกล่าว รวมทั้งเพิ่มบทบาทของเอกชนให้เข้ามาร่วมลงทุนในการเดินรถขนส่งสินค้าและบริการ เพื่อลดภาระการกู้เงินของ รฟท. และการค้ำประกันเงินกู้ของกระทรวงการคลัง

ขณะที่มติ ครม. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2561 เรื่องขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระบุว่า ในการจัดหาขบวนรถไฟสำหรับโครงการนี้ และโครงการอื่นๆ ให้ รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสมในการจัดหา โดยให้ผู้ประกอบการในประเทศที่มีศักยภาพเป็นผู้ดำเนินการ แทนการจัดหาจากต่างประเทศทั้งหมด ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเหมาะสม คุ้มค่า ประโยชน์ที่ได้รับ และการลดภาระงบประมาณด้วย

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้การจัดหารถทั้ง 3โครงการ ได้ส่งไปสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณา ซึ่งใช้ระยะเวลานานแล้ว แต่ยังไม่ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในขณะนั้น จึงให้นำทั้ง 3 โครงการกลับมาทบทวน พร้อมทั้งแก้ไขปรับปรุงให้ข้อมูลสมบูรณ์ทุกด้าน ไม่ให้เกิดข้อคำถามอีก รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยกับ รฟท. จะทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาส่งแต่ข้อมูลเอกสารเพิ่มเติมตอบกันไปมา จึงอาจยังไม่ชัดเจน

ทั้งนี้โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ ขนาดกดเพลา 20 ตันต่อเพลา 113 คัน วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด รฟท. เมื่อเดือน พ.ย.2567 ส่วนโครงการจัดหารถโดยสารทดแทนขบวนรถด่วนพิเศษ และขบวนรถด่วน พร้อมอะไหล่ 182 คัน วงเงินกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท บอร์ด รฟท. เห็นชอบเมื่อเดือน ธ.ค.2567 และโครงการจัดหารถโดยสารดีเซลรางปรับอากาศใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 184 คัน พร้อมอะไหล่ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท บอร์ด รฟท. เมื่อเดือน ม.ค. 2568 ยกเลิกมติบอร์ด รฟท. เมื่อปี 2563 และอนุมัติให้จัดหาเป็นรถโดยสารดีเซลรางปรับอากาศ แบบ Bi-Mode DEMU เป็นแบบไฮบริด DEMU 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5182862/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Bsz7EoRIiUp2NYYSehGUh