Category: ท่องเที่ยว

  • ททท.คาดท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์เงินสะพัดกว่า 3 หมื่น ล. เพิ่มขึ้น 6% จากปี 68

    ททท.คาดท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์เงินสะพัดกว่า 3 หมื่น ล. เพิ่มขึ้น 6% จากปี 68

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศว่า คึกคักเกินคาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนความสำเร็จในการนำเสนอเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

    ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมทางการท่องเที่ยวกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปี 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000035643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16bDCCnuQwPhA8FBJoRhct

  • สวัสดี วันสงกรานต์ 2569 ตะลุยเที่ยววัดในกรุงเทพปีใหม่ไทย

    สวัสดี วันสงกรานต์ 2569 ตะลุยเที่ยววัดในกรุงเทพปีใหม่ไทย

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/2w8ZEp12Rg2Q&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Y4s73YOJQdSA3cdYPMOxy

  • สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว : อินโฟเควสท์

    สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 – 12 เม.ย.) ว่า จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แตะระดับ 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 18.32% เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดจีน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และตลาดมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามากว่า 9 หมื่นคน

    ดังนั้น ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 619,481 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 49,888 คน หรือ 8.76% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 88,498 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (106,504 คน) มาเลเซีย (90,524 คน) อินเดีย (53,308 คน) รัสเซีย (36,701 คน) และสหรัฐอเมริกา (24,693 คน)

    โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 61.68% 25.39% 19.26% และ 16.93% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 11.57%

    สำหรับในสัปดาห์นี้ (13-19 เม.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    • ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักท่องเที่ยวทะลุ 10 ล้านคน

    สำหรับภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยข้อมูล ณ วันที่ 13 เม.ย.69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 12 เม.ย.69 รวมทั้งสิ้น 10,363,660 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท

    โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1,659,777 คน) มาเลเซีย (1,093,636 คน) รัสเซีย (792,629 คน) อินเดีย (712,913 คน) และเกาหลีใต้ (439,277 คน)

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585130&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BmZplEX3BoW3zKbBlmRjf

  • สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง ‘วันไหล’

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง ‘วันไหล’

    บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล” ทั่วประเทศบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และหาดใหญ่ ที่มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ออกมาร่วมเล่นน้ำและร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องนับแสนคน!

    สะท้อนภาพเทศกาลไทยที่ยังคงเป็น “Global Magnet” ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก สร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่

    โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ในฐานะ “Center of Life” หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิต จัดเต็มกิจกรรมสงกรานต์ ครบทั้งโซนสาดน้ำ เวทีดนตรี ดีเจ และกิจกรรมวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ตอกย้ำบทบาทแลุะภาพลักษณ์การเป็น “Festive Destination” ที่สร้างประสบการณ์การเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยในทุกภูมิภาค

    ขณะที่บรรยากาศในกรุงเทพฯ ยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยเฉพาะแลนด์มาร์กใจกลางเมือง “เซ็นทรัลเวิลด์” กับงาน “PEPSI Presents THAI LIZM 2026”  มีประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ร่วมเล่นน้ำแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน และต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ ท่ามกลางเวทีคอนเสิร์ตและดีเจที่สร้างบรรยากาศความสนุกอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำจุดหมายปลายทางระดับโลกของเทศกาลมหาสงกรานต์ของประเทศไทย

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    ที่สุดแห่งปรากฏการณ์สงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ

    สำหรับ “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2026” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศยังคงเดินหน้าสร้างสีสันเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงไฮซีซัน

    โดย เซ็นทรัลพัฒนา จัดกิจกรรมต่อเนื่อง กับ “FWD Music Live Fest ครั้งที่ 5” โดย FWD ประกันชีวิต วันที่ 17-19 เม.ย. บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์  ชวนทุกคนมาร่วมสนุกกับคอนเสิร์ตและกิจกรรมเล่นน้ำใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วงส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ พบ กองทัพศิลปินตัวท็อปและวงดนตรีจากน้องๆ School Bands ที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 3 วันเต็ม ได้แก่

    • 17 เม.ย. NuNew, PERSES, KID PHENOMENON + LIL LEAGUE , VVV, IN THE EIGHT, DS.RU.BAND

    • 18 เม.ย. Three Man Down, โจอี้ ภูวศิษฐ์. ไททศมิตร, MIRRR, FLI:P, Woodstock

    • 19 เม.ย. Jeff Satur, F.HERO, CLO’VER, SuperThai, NAMP, Mandrake Band

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล' สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล' สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    เช็กพิกัดความมันส์ต่อเนื่อง “วันไหล” ปักหมุดเมืองท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เตรียมส่งต่อบรรยากาศแห่งความสุข “วันไหลสงกรานต์” ในหัวเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้แก่  เซ็นทรัล พัทยา, มารีนา เอาต์เล็ต, เชียงราย, ลำปาง, พิษณุโลก และ นครปฐม

    “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลยังคงจัดเต็มกิจกรรมสาดน้ำและความบันเทิง เพื่อยืดโมเมนตัมความคึกคักของเทศกาล”

    เซ็นทรัล พัทยา วันที่ 18-19 เม.ย. พบ Zeal, สิงโต นำโชค, หนุ่ม กะลา และ Paradox

    เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต วันที่ 18-19 เม.ย. Lomozonic และ จ๊ะ นงผณี

    เซ็นทรัล เชียงราย วันที่ 17 เม.ย. พบวง Instinct

    เซ็นทรัล ลำปาง วันที่ 25 เม.ย. ซายุริ แบนด์ และปู่จ๋าน x เคนน้อย

    เซ็นทรัล นครปฐม วันที่ 17-19 เม.ย. พบ THiSISMVL x JAONAAY, หนุ่ม กะลา และ DAX ROCK RIDER x DJ BABY

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    “โดยแต่ละพื้นที่ยังคงจัดเต็มทั้งโซนสาดน้ำ เวทีดนตรี และดีเจ สร้างบรรยากาศความสนุกต่อเนื่องยาวไปจนถึงช่วงปลายเทศกาล รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันไหล” 

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    โมเมนต์ประวัติศาสตร์! “โอปอล สุชาตา” ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับคนไทย-นักท่องเที่ยวนับแสน

    นับเป็นโมเมนต์แห่งปี สำหรับ “เซ็นทรัลเวิลด์” หนึ่งเดียวแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลกใจกลางเมือง ต้อนรับ Miss World 2025 “โอปอล สุชาตา” ร่วมสร้างปรากฏการณ์สาดความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาตินับแสน พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยร่วมสมัยสู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ 

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1229616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qJxxGjb2bAOpyftiQwaAq

  • ปักหมุดนครพนม สงกรานต์จัดเต็ม ออนซอนถนนข้าวปุ้น สาดสนุกถึง 15 เม.ย.นี้

    ปักหมุดนครพนม สงกรานต์จัดเต็ม ออนซอนถนนข้าวปุ้น สาดสนุกถึง 15 เม.ย.นี้

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.49 น.

    14 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 13 เมษายน บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ณ เวทีกลางด้านหลังองค์พญาศรีสัตตนาคราช ตรงสามแยกป่าไม้ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นิตโย) สายอุดรฯ-นครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหาสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน รวม 3 วัน โดยปิดถนนสุนทรวิจิตรตั้งแต่จุดเช็คอินชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดิน วัดโอกาส ศาลเจ้าพ่อหมื่น ตลาดอินโดจีน ลานพญาศรีสัตตนาคราช วัดโพธิ์ศรี วัดกลาง วัดมหาธาตุ ไปสิ้นสุดที่หน้าวัดพระอินทร์แปลง รวมระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร

    นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม (ทกจ.ฯ) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ว่า ประเพณีสงกรานต์นครพนม “ออนซอนถนนข้าวปุ้น” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดและประชาสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดสนุก (เที่ยวสนุก สุขสบาย) ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ที่มีความเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดสนุก(สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร) และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งการมีสส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และยกระดับจากเมืองรองสู่เมืองน่าท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล

    โดยหลังจากพิธีเปิด เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำพวยพุ่งเป็นละอองให้ผู้มาร่วมงานได้ชุ่มฉ่ำ และเป็นที่สนใจของผู้ใหญ่และเด็กมากที่สุดคือโฟม หรือปาร์ตี้โฟม (Foam Party) โดยเอาพื้นที่หน้าเวทีกลางใช้เครื่องทำฟอง (Foam Machine) พ่นละอองจนกลายเป็นทะเลโฟมขาวโพลน นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์น้ำจำนวน 2 จุด รวมระยะทางยาวกว่า 60 เมตร

    ที่สำคัญสงกรานต์นครพนม “ออนซอนถนนข้าวปุ้น” เป็นกฎเหล็กห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาเข้ามาในงาน ห้ามแต่งกายโป๊เปลือย (เริ่ดได้ไม่จำเป็นต้องโป๊) และห้ามคุกคามทางเพศ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก ผสานความเป็นไทยเข้ากับความสนุกสนาน โดยยังคงเอกลักษณ์วิถีวัฒนธรรมควบคู่กับกิจกรรมบันเทิงครบครัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานประเพณีสำคัญ อาทิ การทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ก่อพระเจดีย์ทราย ตบปะทาย และสรงน้ำพระธาตุประจำวันเกิดเพื่อความเป็นสิริมงคล.

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/958551&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vpeMfEF3wMWKK0U8lBb_A

  • ททท. ชี้ สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีโลก นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคับคั่ง

    ททท. ชี้ สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีโลก นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคับคั่ง


    ททท. เผยมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางหนาแน่น ส่งผลรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำศักยภาพ “สงกรานต์ไทย” สู่เทศกาลระดับโลก

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ว่า บรรยากาศในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคักเกินความคาดหมาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวกันอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสะท้อนความสำเร็จในการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลกได้อย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั่วประเทศมากกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของ “เสน่ห์ไทย” ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยสำคัญมาจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้มีมาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยผ่านมิติทางวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์

    ททท. ได้กล่าวขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว โดย ททท. มีแผนเดินหน้าต่อยอดเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลระดับโลก

    สำหรับการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าทุกจุดสำคัญมีผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นถนนสีลม สยามสแควร์ และถนนข้าวสาร รวมถึงกิจกรรมที่ ททท. เป็นผู้จัด ได้แก่ งาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้น 108,640 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และชาวต่างชาติ 52,272 คน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 283.68 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการถ่ายภาพเช็กอินกับคาแรกเตอร์ยอดนิยม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานแล้วกว่า 94,546 คน

    ในส่วนของบรรยากาศการจัดงานในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะกิจกรรม “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างมาก สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยได้อย่างโดดเด่น ผสานความสนุกสนานเข้ากับวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

    ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีบรรยากาศคึกคักไม่แพ้กัน หลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น เช่น พิธีสรงน้ำพระ ขบวนแห่วัฒนธรรม การรดน้ำดำหัว และกิจกรรมถนนสายเล่นน้ำ ซึ่งล้วนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย

    ในพื้นที่ภาคใต้ การท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งบริเวณด่านพรมแดนสะเดามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10–12 เมษายน 2569 มีผู้เดินทางผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมมากกว่า 70,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท

    นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในพื้นที่ศักยภาพชายแดนภาคใต้ เช่น อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ภายใต้ชื่องาน “สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้” และ “SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026” ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองชายแดนในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืน

    ททท. คาดการณ์ว่า ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8

    ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าเทศกาลสงกรานต์จะยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เป็นแรงผลักดันหลักในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลระดับโลก ที่สามารถมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/41953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aQbm5AeBbO4E-A3cjdOjA

  • สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว

    สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 เม.ย. 69)

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 – 12 เม.ย.) ว่า จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แตะระดับ 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 18.32% เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดจีน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และตลาดมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามากว่า 9 หมื่นคน

    ดังนั้น ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 619,481 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 49,888 คน หรือ 8.76% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 88,498 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (106,504 คน) มาเลเซีย (90,524 คน) อินเดีย (53,308 คน) รัสเซีย (36,701 คน) และสหรัฐอเมริกา (24,693 คน)

    โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 61.68% 25.39% 19.26% และ 16.93% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 11.57%

    สำหรับในสัปดาห์นี้ (13-19 เม.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    • ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักท่องเที่ยวทะลุ 10 ล้านคน

    สำหรับภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยข้อมูล ณ วันที่ 13 เม.ย.69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 12 เม.ย.69 รวมทั้งสิ้น 10,363,660 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท

    โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1,659,777 คน) มาเลเซีย (1,093,636 คน) รัสเซีย (792,629 คน) อินเดีย (712,913 คน) และเกาหลีใต้ (439,277 คน)

    โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/กษมาพร กิตติสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFD0IQ8GLH281CMMXL9Q5E632WPOQYO&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WlFB-313-k1uyIKPDcgwz

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 10 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 10 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 10 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้(วันที่ 14 เมษายน 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 เม.ย. 69  พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 10,363,660  คน ลดลง 2.65  % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 จีน 1,659,777 คน
    • อันดับ 2  มาเลเซีย 1,093,636 คน
    • อันดับ 3  รัสเซีย 792,629 คน
    • อันดับ 4 อินเดีย 712,913 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้  439,277 คน

    ต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 12 เม.ย. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมกว่า 10.3 ล้านคน

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 6 – 12 เมษายน 2569 พบว่า จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569  ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากแตะระดับ 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 18.32 % เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

    โดยเฉพาะตลาดจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และตลาดมาเลเซียที่เดินทางเข้ามากว่า 9 หมื่นคนในสัปดาห์นี้

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 619,481 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 49,888 คน หรือ 8.76%  คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 88,498 คน

    ทั้งนี้ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวจีน 106,504 คน 
    มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 25.39%  นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 90,524 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 61.68% นักท่องเที่ยวอินเดีย 53,308 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 16.93 %
    นักท่องเที่ยวรัสเซีย 36,701 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 11.57% และนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา 24,693 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 19.26%

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand 

    การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656561&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kGUlGo_22I1j4bVj_9kdK

  • ธุรกิจปางช้างเชียงใหม่ดิ่งหนัก สงคราม-ฝุ่นควัน ฉุดรายได้

    ธุรกิจปางช้างเชียงใหม่ดิ่งหนัก สงคราม-ฝุ่นควัน ฉุดรายได้

    วิกฤตท่องเที่ยวเชียงใหม่ซ้ำซ้อน! สงครามตะวันออกกลาง-ฝุ่นควัน ฉุดรายได้ปางช้างดิ่งหนัก บางแห่งลดลงกว่า 90% เสี่ยงประคองกิจการได้ไม่เกิน 3 เดือน

    ‘จังหวัดเชียงใหม่‘ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 80 ปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก ส่งผลกับธุรกิจปางช้าง โดยเฉพาะปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงช้าง และใช้บริการนั่งช้างชมธรรมชาติ แต่ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากเหมือนเดือนก่อน 

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo11.jpg

    วาสนา ทองสุข ผู้บริหารปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางยกเลิกการเดินทางและยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวปางช้างเกือบทั้งหมด ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปบางประเทศ ก็มีการยกเลิกการเดินทางเช่นกัน ส่งผลให้รายได้ของปางช้างลดลงกว่า 20 % จึงต้องใช้มาตรการหยุดการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายในปางช้าง เช่น ร้านอาหาร ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด เพื่อสำรองงบประมาณไว้ดูแลช้าง ที่มีอยู่ 64 เชือกและคนงาน อีก 200 คน โดยมีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่า 4 ล้านบาท 

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-PhotoSQ01.jpg

    “ตอนนี้ยังเตรียมพิจารณาปรับลดเวลาทำงานพนักงานบางส่วน หรือใช้ระบบสลับวันทำงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และลดการใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น แต่หากสถานการณ์การสู้รบยังยืดเยื้อ ปางช้างแทบทุกแห่ง จะสามารถประคองกิจการได้ไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนจำนวนมากได้”

    “ปัจจุบันปางช้างแม่แตงหยุดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะเราต้องวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ซึ่งปัจจุบันต้องโฟกัสที่ช้างเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาเราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งต้องบริหารจัดการเงิน โดยเราอดได้แต่ช้างต้องไม่อด ซึ่งเราก็จะนำโมเดลช่วงโควิด-19 มาใช้บริหารจัดการในช่วงที่นักท่องเที่ยวลดลงเช่นนี้”

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ด้าน อัญชลี บุณราช ผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปางช้างแม่สามีต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาวะสงครามในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการปรับตัวช่วยเหลือตัวเองด้วยการปลูกพืชเองรอบๆ ปางช้าง แต่ก็ไม่สามารถนำมาเลี้ยงช้างจำนวนมากได้ในแต่ละวัน เพราะช้างในปางช้างกินหญ้าเป็นอาหารหลัก 80% และอาศัยผลไม้จากนักท่องเที่ยว 20% 

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo13.jpg

    “ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการนั้นถือว่าสูงมาก โดยปางช้างควรที่จะมีรายได้หลักแสนต่อวัน แต่ตอนนี้รายได้ลดลงไปกว่าร้อยละ 90 เหลือรายได้หลักหมื่นต่อวัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน ราวๆ 3 ล้านบาท ปัจจุบันไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน เหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เรามีโอกาส ในการวางแผนการปลูกพืช รวมถึงการทำปุ๋ยมูลช้าง และกระดาษมูลช้าง ขณะนั้นเราก็พยายามที่จะให้มีรายได้เข้ามา”

    “ตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงมีผลกระทบและเดือนนี้เราตั้งตัวไม่ทัน หากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ถือว่าจะมีรายได้เข้ามา แต่ครั้งนี้เราไม่เห็นนักท่องเที่ยว ก็จะทำให้ผู้ประกอบการอย่างเราต้องแบกรับภาระทุกอย่าง โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่ในความดูแล จึงอยากให้ภาครัฐนั้นช่วยดูแลผู้ประกอบการปางช้าง ซึ่งมีหน้าที่ที่ดูแลสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติ” 

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo09.jpg

    ด้าน วิทยา พงษ์ศิริ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ระบุว่า การท่องเที่ยว เปรียบเสมือนหัวใจของคนเชียงใหม่ เนื่องจากรายได้จังหวัดร้อยละ 80 มาจากภาคการท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวลดลง รายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลง ก็จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดทั้งหมด 

    “วันนี้เราเห็นได้ชัดว่ามีนักท่องเที่ยวที่จองเข้าไปจังหวัดเชียงใหม่น้อยลง และมีการยกเลิกพร้อมกันด้วย เพราะนักท่องเที่ยวน่าจะกังวลและชะลอการตัดสินใจออกไป แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัว ปรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่เน้นเรื่องเชิงอนุรักษ์ ด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านอื่นๆ ก็ต้องหาวิธีการช่วยเหลือ ระดมความคิดเห็นเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร เพื่อร่วมกันผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้”

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-PhotoSQ02.jpg

    ประเทศไทยมีปางช้างประมาณ 223 แห่ง และเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจนี้ และแม้ไม่มีตัวเลขรวมเม็ดเงินรายได้อย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลที่ผู้ประกอบการเปิดเผย พบว่า ก่อนวิกฤตรายได้ควรอยู่ระดับ หลักแสนบาทต่อวัน หากเฉลี่ย 100,000–150,000 บาท/วัน รายได้ต่อปีแต่ละแห่งโดยประมาณจะอยู่ที่ 36-55 ล้านบาท

    ที่ผ่านมา แบรนด์สื่อระดับโลกอย่าง Time Out ที่แนะนำไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรม และอีเวนต์ ได้สำรวจข้อมูลเชิงลึกจากผู้คนมากกว่า 24,000 คนใน 150 เมืองทั่วโลก พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในอันดับ 32 ในจำนวน 50 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 แต่สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเชียงใหม่ลดลง ประกอบกับปัญหาฝุ่นควันที่ซ้ำเติมมาอีก ทำให้ผลกระทบที่ประสบอยู่เพิ่มทวีมากขึ้น

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo10.jpg

    spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis-SPACEBAR-Photo05-2.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spacebar-big-city-chiangmai-elephant-tourism-crisis&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uTpTwZzi0PnxBIH4ju7It

  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปิดพักแรม “แหล่งท่องเที่ยวบ้านกร่าง” ชั่วคราว หลังเจอภัยแล้ง

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปิดพักแรม “แหล่งท่องเที่ยวบ้านกร่าง” ชั่วคราว หลังเจอภัยแล้ง

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประกาศปิดการพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวบ้านกร่าง ชั่วคราว หลังประสบปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้น้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

    วันที่ 14 เมษายน 2569 มีรายงานว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ประกาศปิดการพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวบ้านกร่างเป็นการชั่วคราว

    ด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้รับแจ้งจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ 4 (บ้านกร่าง) ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้เพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้น้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และไม่เอื้อต่อกิจกรรมนันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจ

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพิจารณาแล้ว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดต่อนักท่องเที่ยวและเป็นการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จึงขอปิดการพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวบ้านกร่าง เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2559 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และจะแจ้งเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้ง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2926642&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lC4faILz5CAYEwj5EugUW