Category: ท่องเที่ยว

  • “สวน อบจ. เชียงใหม่” พิกัดเช็กอินติดเทรนด์ ห้ามพลาด

    “สวน อบจ. เชียงใหม่” พิกัดเช็กอินติดเทรนด์ ห้ามพลาด

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ZkzRZNoq5Ybk&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uG4qD27cOc9_lOBwUPgUv

  • ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเน้นการทำตลาดท่องเที่ยวข้ามภาค โดยให้ความสำคัญด้านประเพณีวัฒนธรรม อาหาร ชุมชน รวมถึงสุราท้องถิ่น และที่เน้นมากขึ้นคือการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยิ่งขึ้นในปี 2568-2569

    ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ทาง ททท.ได้ปรับแผนการดำเนินการจัด คาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลางเดือนนี้ โดย ททท. จะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร มาช่วยเยี่ยวยาและช่วยเหลือ

    ขณะที่ทางภาคอีสาน เราโชคดีที่มีต้นทุนในด้านประเพณีวัฒนธรรม และมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 3 มรดกโลกยูเนสโก โคราช หรือแหล่งมรดกที่อุดรธานี ไตรมาสสุดท้ายภาคการท่องเที่ยวอีสาน ก็ยังถือเป็นบวกถึงแม้จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนรายได้อาจไม่มากเพราะสินค้าหรือของที่ระลึกอาจสู้ภาคอื่นๆ ไม่ได้

    ในส่วนการผลักดันกลยุทธ์และโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน อาทิเช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี: ภายใต้แนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน: ผ่านโครงการ “I-SAN Raincation สุขใจในสายฝน บุญล้นเข้าพรรษา” เพื่อกระตุ้นการเดินทางใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, บึงกาฬ, สุรินทร์, และสกลนคร หรือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตร: เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย. 

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1313437&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kZapplkUtSoogqk4d7uZH

  • 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก


    13/09/2568 | 66 |

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก 
         
            นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายภาณุพันธ์  เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา , นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย , นางสาวนิศา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ , นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน , และนางสาวกัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ (น้องกอล์ฟ นางฟ้านักวิ่ง) ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 และพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ณ ท็อปส์ พลาซ่า พะเยา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 
            ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวถึงภาพรวมและความพร้อมในการจัดกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออกในครั้งนี้ ว่า จัดขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และยกระดับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งจะจัดขึ้นทั้งหมด 7 ครั้ง แบ่งเป็นกิจกรรมวิ่งในโครงการ “เลาะเวียง 4 เมือง” จำนวน 4 ครั้ง ณ เมืองเวียงสำคัญในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ สนามที่ 1: วิ่งเลาะเวียง 1 เวียงแพร่ จังหวัดแพร่ สนามที่ 2: วิ่งเลาะเวียง 2 เวียงน่าน จังหวัดน่าน สนามที่ 3: วิ่งเลาะเวียง 3 เวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย และสนามที่ 4: วิ่งเลาะเวียง 4 เวียงพางคำ จังหวัดพะเยา โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ มาราธอน (42 กิโลเมตร) ฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) Fun Run (ไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร) และ วิ่ง-กิน-เที่ยว Kilo Run (2.5 กิโลเมตร) คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 700 คนต่อสนาม 
         นอกจากนั้น จังหวัดพะเยายังเตรียมจัดกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ได้แก่ 1.กิจกรรมวิ่ง Night Run กว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมืองพะเยา ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 2.กิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเชียงม่วน ระหว่างวันที่ 4–5 ตุลาคม 2568 ณ ฝั่งต้าไชยสถาน อำเภอเชียงม่วน ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 3.กิจกรรมวิ่งเทรลแม่ปืม ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปืม อำเภอแม่ใจ
             ทั้งนี้ จังหวัดพะเยามีความพร้อมในการจัดกิจกรรมในทุกด้าน ทั้งสนามแข่งขัน ระบบความปลอดภัย ที่พัก อาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ “พาสปอร์ตกิจกรรม” ให้ผู้ร่วมงานสามารถสะสมตราแสตมป์จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อแลกรับของรางวัล เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเดินทางและเชื่อมโยงกิจกรรมวิ่งกับการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 
         สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก (https://www.facebook.com/profile.php?id=61565690733307) โดยจะเปิดรับสมัครในวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ชิงเงินรางวัลรวม 564,000 บาท  

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/423198&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NsJSwvF1wePK3t5DFp4Y9

  • นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

    นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้


    นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

          วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 13.30 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2568 ณ ห้องสราญรมย์ ชั้น 2 โรงแรมนิวซีซั่นสแควร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ร่วมกับ จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณสวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

          การจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ เพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีน อันเป็นมรดกที่ทรงคุณค่า งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และยังมีการประทับทรงตั้งขบวนอันเชิญพระออกโปรดลูกหลานตามท้องถนนสายต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้เจริญงอกงาม พ้นทุกข์โศกโรคภัย ที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชนและจังหวัดสงขลา ที่สำคัญยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

          ”เทศกาลถือศีลกินเจเป็นอีกหนึ่งงานประเพณีที่มีความสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งการจัดงานในปีนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้เป็นอย่างดี“ นายฯ สุพิศ กล่าว

          ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีขบวนแห่พระรอบเมือง การแสดงสิงโตสุดอลังการ , การประกวดหนูน้อยเจี๊ยะฉ่าย , การออกร้านอาหารเจ กว่า 100 ร้าน , กิจกรรมปรุงอาหารเจ คนดังเข้าครัว และกิจกรรม Go Green กินเจเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

    ภาพ / ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.สงขลา

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น

      อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น
    • อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์

      อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์
    • อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)

      อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)
    • อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี

      อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี
    • อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

      อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ
    • อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน

      อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส
    • อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

      อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/59effac95a&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vEKGbg-QSfE5cBlpz1EU2

  • กาญจนบุรี คึกทั้งเมือง ! คิงส์คัพ 51 มากกว่าฟุตบอล

    กาญจนบุรี คึกทั้งเมือง ! คิงส์คัพ 51 มากกว่าฟุตบอล

    คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เเล้ว ช้างศึกพ่ายไปหวุดหวิด 0-1 ต้องช้ำใจจบเพียง รองแชมป์

    ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดกาญจนบุรี ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เเล้ว โดยปีนี้ไม่เพียงแต่เกมลูกหนังที่เต็มไปด้วยความดราม่าในสนาม หากแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์เมืองกีฬา อย่างแท้จริง

    ภาพในสนาม “ช้างศึก” สู้สุดใจแต่ชวดแชมป์ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ เดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศได้ตามเป้า ท่ามกลางเสียงเชียร์ล้นสนามกาญจนบุรี สเตเดียม เกมชิงดำกับ “อิรัก” กลายเป็นแมตช์ดราม่าเมื่อช้างศึกพ่ายไปหวุดหวิด 0-1 ต้องช้ำใจจบเพียง รองแชมป์ แม้พลาดถ้วย แต่ผลงานของแข้งไทยหลายคน เช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ และดาวรุ่งที่แจ้งเกิดจากทัวร์นาเมนต์นี้ ได้สร้างความหวังใหม่ให้แฟนบอล

    บรรยากาศรอบเมืองกาญจนบุรี เต็มไปด้วยชีวิตชีวา โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว , น้ำตกเอราวัณ , เมืองมัลลิกา เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวและแฟนบอลจากทั้งในประเทศและต่างชาติแห่กันมาแน่น ส่งผลให้ยอดจองที่พักเต็มเกือบทุกแห่ง

    เทศกาลลูกหนังครั้งนี้ยังผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปะพื้นเมือง และการจัดโซนแฟนโซนที่คึกคักตลอด 4 วัน ถือเป็นการต่อยอดกีฬาสู่การท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

    จากการประเมินเบื้องต้น การจัดคิงส์คัพครั้งนี้ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 300–400 ล้านบาท ทั้งค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก การเดินทาง รวมถึงสินค้าที่ระลึกที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลายฝ่ายชี้ว่าการเลือกกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพ นับว่าตอบโจทย์ “เมืองกีฬาเชิงท่องเที่ยว” อย่างแท้จริง

    เสียงด้านบวกจากแฟนบอลต่างจังหวัด บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงตื่นตัวอย่างมาก บัตรเข้าชมถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว สนามแน่นทุกนัด บรรยากาศเชียร์ถือว่าคึกคักสุด ๆ สร้างโอกาสให้แฟนบอลที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางไปดูทีมชาติที่กรุงเทพฯ ได้สัมผัสเกมระดับนานาชาติถึงบ้านตัวเอง

    เสียงด้านลบ บางฝ่ายมองว่าสนามและระบบอำนวยความสะดวกยังไม่สมบูรณ์เท่าเมืองใหญ่ เช่น การคมนาคม การรองรับแฟนบอลจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มสะท้อนว่า การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรีแม้ไม่ไกล แต่ก็ไม่สะดวกเท่าเมืองที่มีสนามบินใหญ่

    ขณะที่ กระแสออนไลน์ #คิงส์คัพ และ #Kanchanaburi ขึ้นเทรนด์ติดอันดับตลอดช่วงจัดการแข่งขัน แฟนบอลหลายคนโพสต์ภาพบรรยากาศแฟนโซน และท่องเที่ยวควบคู่ไปกับฟุตบอล กลายเป็น “คอนเทนต์คู่” ที่แชร์ต่อจำนวนมาก กระแสโดยรวมเป็นบวก มองว่าเป็นการกระจายโอกาส และสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้กับทัวร์นาเมนต์เก่าแก่

    หลังความสำเร็จของกาญจนบุรี มีโอกาสสูงที่ สมาคมฟุตบอลฯ จะพิจารณาหมุนเวียนจัดในจังหวัดอื่น เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น, นครราชสีมา ,สงขลา เเละจังหวัดอื่นๆ ที่มีสนามมาตรฐานและศักยภาพรองรับ โมเดล “คิงส์คัพท่องเที่ยว” อาจกลายเป็นจุดขายใหม่ ที่ย้ำชัดว่า ฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ในสนาม แต่คือพลังที่ขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทยได้อย่างแท้จริง

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_933636/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WLveHSpODZDSF65GExN1r

  • “อบจ.โคราช” เปิดตัว “บอลลูนแฟนตาซี” นับ 10 ลูก ลอยเนื้ออ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วันเต็ม

    “อบจ.โคราช” เปิดตัว “บอลลูนแฟนตาซี” นับ 10 ลูก ลอยเนื้ออ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วันเต็ม

    13 กันยายน 2568 12:10 น. ประสิทธิ์วนะชกิจ/ข่าวนครราชสีมา ภูมิภาค

    อบจ.โคราชเปิดตัวบอลลูนแฟนตาซีหลากสีลอยเหนือน้ำอ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วัน กระตุ้นท่องเที่ยวโคราช

    เมื่อคืนวันที่ 13 กันยายน 2568 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน คัลเลอร์ฟูล บอลลูนแฟนตาซี กิจกรรมสุดตื่นตาที่ผสมผสานความสนุกของบอลลูนหลากสีสันกับคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    กิจกรรมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอปักธงชัย บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยภูเขาและต้นไม้เขียวขจี เหมาะแก่การมาสัมผัสความสวยงามของบอลลูนหลากสีที่ลอยอยู่เหนือน้ำ นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานต่างประทับใจจนอยากกลับมาเยือนซ้ำ

    งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 กันยายนนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมชมมากกว่า 5,000 คน แม้ว่าวันดังกล่าวลมแรงทำให้การเติมก๊าซบอลลูนใช้เวลานาน แต่ทุกคนยังคงสนุกสนานกับคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ นายก อบจ.นครราชสีมา ระบุว่า กิจกรรมนี้อาจพัฒนาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใหม่ของโคราชในอนาคต

    #บอลลูนแฟนตาซี #อ่างเก็บน้ำลำสำลาย #ท่องเที่ยวโคราช #เที่ยวปักธงชัย #อบจโคราช #กิจกรรมโคราช #แลนด์มาร์คใหม่โคราช #ColorfulBalloon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m3q-9QDPRxcala8T1lnRR

  • โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย | TOPNEWS

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย | TOPNEWS

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย

    • เผยแพร่ : 13/09/2025 17:22

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย

    วันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาชน จัดงาน “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” (Colorful Balloon Fantasy) ระหว่างวันที่ 12–14 กันยายน 2568 ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย อำเภอปักธงชัย ถือเป็นครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมาได้จัดเทศกาลบอลลูนแฟนตาซีอย่างเต็มรูปแบบ คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนจากทั่วประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนนับล้านบาท

    พิธีเปิดงานเมื่อค่ำวันที่ 12 กันยายน เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย, นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล ส.ส.นครราชสีมา เขต 12 พรรคเพื่อไทย ตลอดจนคณะผู้บริหารท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีสุดอลังการของบอลลูนแฟนตาซีหลากสีสันที่ลอยเด่นเหนืออ่างเก็บน้ำ

    ตลอดการจัดงาน 3 วัน นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงโชว์บอลลูนแฟนตาซีมากกว่าสิบลูกเหนือผืนน้ำ เคล้าดนตรีและการแสดงแสงไฟสุดตระการตา พร้อมกิจกรรมเสริมความสนุกสำหรับครอบครัว อาทิ โซนถ่ายภาพ, ลานเด็กเล่น, การออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน จากผู้ประกอบการท้องถิ่นในอำเภอปักธงชัยและใกล้เคียง

    ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสุขและความบันเทิง แต่ยังเป็นการต่อยอดศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของโคราช โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามและบรรยากาศเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง Unseen “เราต้องการให้ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภาคอีสาน ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือนอย่างน้อยสักครั้ง”

    บรรยากาศภายในงานวันแรกเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์บอลลูนหลากสีสันลอยเหนือผืนน้ำ หลายครอบครัวพาลูกหลานมานั่งเล่นริมอ่างเก็บน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและเสียงหัวเราะแห่งความสุข สำหรับงาน “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” จะจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 14 กันยายนนี้ ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา.

    ภาพ-ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    TOPNEWS website - update 2025 (7)

    13

    เชียงใหม่เปิดงานแสดงภาพจิตรกรรมบนผืนผ้าไหม“Silken Stokes – เส้นไหม ลายศิลป์ ”

    ชาวบ้านทวงสัญญาแม่ทัพภาคที่ 2 ไหนบอกจะจบปัญหาก่อนเกษียณ ปราสาทตาควาย ยังเอาคืนไม่ได้เลย

    วัดพระธรรมกายรวมใจชาวพุทธในพื้นที่เสี่ยงภัยถวายสังฆทาน 323 วัดชายแดนใต้

    ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ “เทศกาลแห่งสายน้ำ” เนรมิตรริมแม่น้ำปัตตานี

    หอการค้านครฯ แถลงข่าวประกวด “นางสาวนครศรีธรรมราช 2568”

    ชื่นชมตำรวจพลแม่นปืน สภ.บางพลี แบกถังดับเพลิงขึ้นตึก 4 ชั้นช่วยสกัดเพลิงไหม้ห้องเช่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1313342&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JcYdHSXrM2WsyzMdLkobb

  • เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง”  ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง” ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง” ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เงินบาทแข็งค่ารอบ 4 ปี แตะ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเวลานี้ กดดันทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวไทยที่เป็นรายได้หลักของประเทศและมีสัดส่วนมากสุดในจีดีพี

    ขณะที่เวลานี้ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาล “อนุทิน” ที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจไทยที่ถาโถมเข้ามา ทั้งเศรษฐกิจ การส่งออก ท่องเที่ยวชะลอตัว กำลังซื้อคนในประเทศตกตํ่า ภาคเอกชนมีข้อเสนออย่างไรนั้น

    “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์ “นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ยํ้าว่ารัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ในทุกประเด็นร้อนข้างต้น พร้อมเร่งตั้งหัวหน้าทีมเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาในรายละเอียดการเปิดตลาด หลังบรรลุดีลภาษีที่ 19% รวมถึงเร่งเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออย่าง “คนละครึ่ง” เพื่อหนุนจีดีพีฟื้นตัว

    บาทแข็งค่าฉุดส่งออก–ท่องเที่ยว

    นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปี ณ เวลานี้ กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ฉุดภาคการส่งออกและท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจไทยแข็งแรง แต่ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นแรงถ่วง เพราะสินค้าไทยแพงกว่าคู่แข่ง นักท่องเที่ยวก็มีกำลังซื้อลดลง

    วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ในสินค้าเกษตรและอาหารที่มีมาร์จิ้นหรือกำไรเพียง 3-5% เมื่อเงินบาทแข็งเพียง 1 บาท ก็ทำให้รายได้จากการขายหดตัวทันที โดยเฉพาะตลาดยุโรปและสหรัฐ ที่ลูกค้าเปรียบเทียบราคาอย่างเข้มข้น ซึ่งถ้าคู่แข่งขายได้ถูกกว่าไทย 5-10% ผู้ซื้อจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์ทันที และจะส่งผลต่อห่วงโซ่สินค้าเกษตรและอาหารของไทยทั้งหมด

    บาทแข็งจากดอลลาร์อ่อน–ทุนไหลเข้า

    นายวิศิษฐ์อธิบายว่า การแข็งค่าของเงินบาทในรอบนี้ไม่ได้มาจากเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง แต่เกิดจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น-ตลาดพันธบัตรไทย รวมถึงแรงซื้อทองคำและคริปโต ทำให้เงินบาทแข็งค่าเกินพื้นฐาน หากปล่อยไว้นาน เศรษฐกิจไทยจะเสียสมดุล และผู้ส่งออกอาจสูญเสียตลาดถาวร

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง”  ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    ส่วนผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัว แต่เงินบาทแข็งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจึงลดการใช้จ่าย เลือกโรงแรมราคาถูกลง หรือเลี่ยงร้านอาหารหรู ทั้งนี้แม้ท่องเที่ยวไทยยังได้เปรียบด้านความปลอดภัยและเสน่ห์ท่องเที่ยว แต่ถ้าแข่งราคาไม่ได้ ก็ทำให้รายได้รวมของประเทศไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ส่งออก–GDP ส่อโตตํ่ากว่าคาด

    ในส่วนของภาคเอกชน โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินการส่งออกทั้งปีของไทย ณ เดือนกันยายน 2568 จะโตเพียง 2-3 %จากที่ครึ่งปีแรกโตถึง 14% แต่ถูกฉุดด้วยบาทแข็งและมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐที่ทำให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานจากประเทศที่นำเข้าสินค้าวัตถุดิบจากไทยไปผลิตเพื่อส่งออกต่อไปสหรัฐด้วย ส่วนจีดีพีไทยปีนี้คาดว่าจะโตเพียง 1.8-2.2% ซึ่งตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค

    ทีมเศรษฐกิจใหม่ “ดูดี” ต้องเร่งเครื่อง

    นายวิศิษฐ์ประเมินว่า ทีมเศรษฐกิจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ตามรายชื่อที่ปรากฏหน้าตาดูดี ใช้ได้ โดยประกอบด้วยผู้ที่มีประสบการณ์จริงในแวดวงการคลัง พลังงาน และการค้า แต่รัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือน จึงต้องเร่งขับเคลื่อนทันที นอกจากนี้อีกหนึ่งโจทย์เร่งด่วนคือการแต่งตั้งหัวหน้าทีมเจรจาการค้าสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาที่ไทยจะเปิดตลาดสินค้านำเข้าจากสหรัฐ หลังบรรลุดีลภาษีที่ 19% ถ้าไทยยังไม่มีหัวหน้าทีมเจรจา จะเสียเปรียบคู่แข่ง เพราะการเจรจาต้องทำโดยมืออาชีพ

    เชียร์ “คนละครึ่ง”กระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายวิศิษฐ์ยํ้าว่า มาตรการ “คนละครึ่ง” ที่รัฐบาลชุดใหม่ส่งสัญญาณจะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ เป็นเครื่องมือที่เห็นผลชัดเจนและเร็วที่สุด เพราะสร้างแรงจูงใจให้คนออกมาจับจ่าย ขณะที่ผู้ค้ารายย่อยก็ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการอื่น เช่น ช้อปดีมีคืน หรือ เที่ยวไทยคนละครึ่ง หรือมาตรการอื่น ๆ ก็ช่วยได้ หากออกมาเป็นแพ็กเกจ

    นอกจากบาทแข็งและภาษีการค้าแล้ว ปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูงยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องจัดการ หนี้ครัวเรือนไทยเกือบ 90% ของจีดีพี คนมีรายได้แต่ใช้ไปกับหนี้หมด ทำให้กำลังซื้อหดตัว

    “รัฐบาลใหม่มีโอกาสฟื้นเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถรอช้าได้ รัฐบาลต้องเร่ง ต้องกล้าตัดสินใจ อย่าปล่อยให้เงินบาทแข็งเกินควบคุม และอย่าปล่อยให้ตลาดส่งออกเสียไป และอย่าละเลยกำลังซื้อในประเทศ” นายวิศิษฐ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/638801&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36ciF8OIZo2BybGLqYGPon

  • ลุ่มเจ้าพระยา : 13 กันยายน 2568

    ลุ่มเจ้าพระยา : 13 กันยายน 2568

    วันเสาร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

    Tag :

    เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร  ต้องสูญสิ้นอิสรภาพ ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ให้บังคับโทษจำคุก ทักษิณ เป็นเวลา 1 ปี ต้องสวมชุดผู้ต้องขังในชุดสีฟ้า นั่งรถของกรมราชทัณฑ์ จึงมีเสียงวิพากวิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ว่านายทักษิณ ชินวัตร ใจถึงกล้าที่กลับมารับโทษ ลงจากเครื่องบินเพื่อมาเข้าคุก แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าแค่ถ่ายภาพให้มองเห็นว่ายอมติดคุก แต่ไม่แน่ใจว่าติดจริงๆหรือเปล่า และคงเป็นนักโทษวีไอพี ไม่เหมือนนักการเมืองคนอื่นๆที่เคยติดคุกมาก่อน ขนาดรักษาตัวชั้น 14 ยังเชื่อมั่นไม่ได้เลยว่าป่วยจริงหรือป่วยทิพย์******นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย  ก็ต้องรีบจัดตั้งครม.และทำงานโดยเร็ว เพราะมีเวลาน้อยแค่ 4 เดือน ก็ต้องยุบสภาตามสัญญา ท่ามกลางปัญหาหลายอย่างทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของพี่น้องประชาชน  และอุทกภัย ภัยธรรมชาติ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ตอนนี้มีเวลาสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อที่จะให้ประชาชนเลือกเข้ามาใหม่ในการเลือกตั้งในปีหน้า จึงต้องผุดนโยบายประชานิยม  ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาใหม่จาก 50-50 เป็น 60-40 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก******นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เร่งแผน 5 ปี พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่ขาดแคลน จัดกิจกรรม “ยกระดับฝีมือสู่มาตรฐานสากลเพราะรอยยิ้มคือประตูสู่ความประทับใจ” ในวันที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 09.00-15.00น. ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์  จ.นนทบุรี*****ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา  ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่10 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบให้ผศ.เลิศชาย  สถิตพนาวงศ์  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัย และพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นบุคลากรด้านการศึกษาด้านงานวิจัยอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ต้องขอแสดงความยินดีด้วยครับ../

    เกียรติยศ  ศรีสกุล

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/913912&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iqRsVm2l4qG_AORRMJ8Sh

  • “ททท.อีสาน” เปิดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว ส่งคาราวานเยียวยาผู้ประกอบการ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

    “ททท.อีสาน” เปิดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว ส่งคาราวานเยียวยาผู้ประกอบการ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

    13 กันยายน 2568 16:37 น. สยามรัฐออนไลน์ ท่องเที่ยว

    ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดเจอปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมจัดคาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวเร็วๆนี้ 

    วันที่ 13 กันยายน 2568 ที่โรงแรมเครสโก้ จังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันตกเฉียงเหนือ จัดแถลงผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน ประจำปี 2568 โดยมี นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน พร้อมกับ นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึง ผอ.ททท.ในอีก 8 สำนักงาน คือ นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์นครพนม เลย อุดรธานี และขอนแก่น

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเน้นการทำตลาดท่องเที่ยวข้ามภาค โดยให้ความสำคัญด้านประเพณีวัฒนธรรม อาหาร ชุมชน รวมถึงสุราท้องถิ่น และที่เน้นมากขึ้นคือการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยิ่งขึ้นในปี 2568-2569

    ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ทาง ททท.ได้ปรับแผนการดำเนินการจัด คาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลางเดือนนี้ โดย ททท. จะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร มาช่วยเยี่ยวยาและช่วยเหลือ 

    ขณะที่ทางภาคอีสาน เราโชคดีที่มีต้นทุนในด้านประเพณีวัฒนธรรม และมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 3 มรดกโลกยูเนสโก โคราช หรือแหล่งมรดกที่อุดรธานี ไตรมาสสุดท้ายภาคการท่องเที่ยวอีสาน ก็ยังถือเป็นบวกถึงแม้จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนรายได้อาจไม่มากเพราะสินค้าหรือของที่ระลึกอาจสู้ภาคอื่นๆ ไม่ได้ 

    ในส่วนการผลักดันกลยุทธ์และโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน อาทิเช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี: ภายใต้แนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน: ผ่านโครงการ “I-SAN Raincation สุขใจในสายฝน บุญล้นเข้าพรรษา” เพื่อกระตุ้นการเดินทางใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, บึงกาฬ, สุรินทร์, และสกลนคร หรือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตร: เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651046&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16Rmnunl-kyvspohxmSn3u