Category: ท่องเที่ยว

  • สื่อนอกตีแผ่ กรีซคือ “ประเทศไทยแห่งยุโรป” ท่องเที่ยวบูม แต่ประชาชนลำบาก

    สื่อนอกตีแผ่ กรีซคือ “ประเทศไทยแห่งยุโรป” ท่องเที่ยวบูม แต่ประชาชนลำบาก

    สื่อต่างชาติตีแผ่วิกฤตในกรีซ แม้การท่องเที่ยวจะสร้างรายได้มหาศาล แต่กลับชาวกรีกเกือบครึ่งประเทศไม่สามารถไปเที่ยวพักร้อนในบ้านของตัวเองได้ จนขนานนามว่า “ประเทศไทยแห่งยุโรป”

    ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปสัมผัสความงดงามของชายหาดและหมู่เกาะในประเทศกรีซอย่างล้นหลาม กลับมีเสียงสะท้อนอันน่าเจ็บปวดจากคนท้องถิ่นที่กำลังถูกความสำเร็จ ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผลักไสออกจากวันหยุดพักผ่อนซึ่งเคยเป็นประเพณีสำคัญของตนเอง จนเกิดเป็นคำกล่าวที่ว่า “เราคือประเทศไทยแห่งยุโรป” เป็นการสะท้อนถึงความรู้สึกที่ว่าพวกเขามีหน้าที่เพียงเพื่อบริการให้ผู้อื่นได้เพลิดเพลินในบ้านของตัวเอง

    เสียงสะท้อนจากคนท้องถิ่น “ชายหาดว่างเปล่า ยอดขายตั๋วลด 50%”

    แม้กรีซจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 36 ล้านคนในปีที่ผ่านมา แต่บรรยากาศการท่องเที่ยวของคนในประเทศกลับซบเซาลงอย่างน่าใจหาย พนักงานขายตั๋วเรือเฟอร์รี่ในเมืองพีรีอัสเผยว่า ยอดขายตั๋วลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ ผู้ประกอบการกีฬาทางน้ำบนเกาะเอจีนาที่เคยคึกคัก กล่าวว่า “ปีนี้เก้าอี้ชายหาดเหล่านั้นว่างเปล่า”

    หญิงสาววัย 28 ปี ที่มีรายได้ 850 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 31,000 บาท) คือภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่การไปเที่ยวเกาะในฝันกลายเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม “ฉันไม่สามารถจ่ายค่าห้องคืนละ 200 ยูโร (ประมาณ 7,400 บาท) ได้อีกแล้ว” เธอกล่าว

    เปิดสถิติสุดช็อก ชาวกรีกครึ่งประเทศอดเที่ยวพักร้อน

    ความรู้สึกดังกล่าวได้รับการยืนยันด้วยผลการศึกษาจากสหภาพผู้บริโภควัยทำงานของกรีซ (EEKE) พบว่า ชาวกรีก 1 ใน 2 คน จะไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนในปีนี้ สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งยุโรป (Eurostat) ที่ระบุว่า 46% ของชาวกรีกไม่สามารถจ่ายค่าที่พักสำหรับวันหยุดยาวหนึ่งสัปดาห์ได้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 19% อย่างน่าตกใจ

    ทั้งหมดนี้มีสาเหตุหลักมาจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับค่าจ้างเฉลี่ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ตัวอย่างเช่น ค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่สำหรับครอบครัว 4 คนพร้อมรถยนต์ อาจสูงถึง 450 ยูโร (ประมาณ 16,700 บาท) ในขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1,342 ยูโร (ประมาณ 49,900 บาท) เท่านั้น

    ชายหาดที่สวยงามของประเทศกรีซเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ
    ภาพจาก: Memphis Tours

    การท่องเที่ยวบูม แต่ค่าจ้างนิ่ง

    นี่คือความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวดของเศรษฐกิจกรีซ ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้มหาศาลถึง 2.17 หมื่นล้านยูโร และช่วยให้รัฐบาลลดภาระหนี้สาธารณะลงได้ แต่ความสำเร็จนั้นกลับทำให้ราคาทุกอย่างในประเทศพุ่งสูงขึ้น ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าอาหาร จนคนท้องถิ่นไม่สามารถสู้ราคาได้อีกต่อไป

    ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน กล่าวว่า “ชาวกรีกกำลังถูกผลักดันออกจากความสุขในสิ่งที่เคยเป็นประเพณีของพวกเขา เนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว”

    คำมั่นจากรัฐบาลและความหวังที่เลือนราง

    แม้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคีรีอากอส มิตโซตากิส จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษีและเพิ่มค่าจ้างโดยเฉลี่ยเป็น 1,500 ยูโรภายในปี 2570 แต่สำหรับชาวกรีกจำนวนมาก ความช่วยเหลือดังกล่าวยังดูเลือนราง

    อาริส อาพิเคียน พนักงานร้านขายพรมในกรุงเอเธนส์ ได้สรุปความรู้สึกของคนท้องถิ่นไว้ว่า “ในขณะที่ชาวต่างชาติใช้ชีวิตในฝันของพวกเขาที่กรีซ เรากลับต้องเผชิญกับด้านที่เลวร้ายของทุกสิ่ง ผมคิดว่าตอนนี้เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า ในเมื่อเราไม่สามารถลาพักร้อนได้แม้แต่สัปดาห์เดียว คนที่แพ้จริง ๆ ก็คือพวกเราชาวกรีกนี่เอง”

    ที่มา: The Guardian

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Suriyen J.

    Suriyen J.

    นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1455234/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-nxwknT5JUxbDlbDf_zMR

  • BDMS ผนึกรพ.พื้นที่ท่องเที่ยว รับQ4ไฮซีซั่นต่างชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    BDMS ผนึกรพ.พื้นที่ท่องเที่ยว รับQ4ไฮซีซั่นต่างชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น –  BDMS ครึ่งหลังเข้าสู่ไฮซีซั่นกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยวเจาะกลุ่มต่างชาติเต็มสูบ ภายหลังผนึกรพ.ในจังหวัดท่องเที่ยวรองรับ โบรกลุ้นกำไรทั้งปีทะยานแตะ 1.7 หมื่นลบ.

    BDMS หรือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ โดย บล.เอเอสแอล ระบุว่า แนวโน้ม Q3/68 จะยังสามารถเติบโตได้ YoY แม้จะมีฐานที่สูงจากโรคระบาด ในปีก่อน เมื่อพิจารณาผู้ป่วยต่างชาติคาดยังมีโมเมนตัมเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่า ในช่วงของเดือน ก.ค. จะชะลอตัวลง  แต่กลุ่มคนไข้ยุโรป ยังเติบโต(+2%) และตะวันออกกลางเติบโต (+4%) คาดกำไรทั้งปี 68 ที่ 1.7 หมื่นลบ.และรายได้แตะ 1.15 แสนลบ.

    Q4/รายได้ฟื้นรับท่องเที่ยว

    ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า คาดงบช่วง Q4/68 รายได้จะฟื้นตัวจากโรคระบาด และเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยว ซึ่งมีเครือข่าย รพ.ในจังหวัดท่องเที่ยว ได้แก่ ภูเก็ต, ระยอง, พัทยา และเชียงใหม่ จะผลบวกของลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น

    ขยายชุมชนคลีนิกแตะ70แห่ง

    นอกจากนี้ในช่วงครึ่งหลัง BDMS มี แผนเร่งสร้างการเติบโตรายได้ด้วยการขยายคลีนิกชุมชนอีก 11 แห่ง ในพื้นที่ กรุงเทพ และ ต่างจังหวัด ทำให้ปีนี้จะมีจำนวนคลีนิกทั้งสิ้นเพิ่มเป็นกว่า 70 แห่ง เพื่อเพิ่มการใช้บริการ OPD ลูกค้าทั่วไปและประกันสังคมคาดกำไรทั้งปี 68 ที่ 1.6 หมื่นลบ. แนะ “ซื้อ” เป้า 28 บ./หุ้น

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/10/577073/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35KNXYsDU2ngLlV-KMW3Va

  • V

    V

    ‘บมจ.วีรันดา รีสอร์ท’ หรือ VRANDA เผยภาพรวมท่องเที่ยวไทยไตรมาส 3/2568 ฟื้นตัว โดยในเดือนสิงหาคม 2568 โรงแรม ‘วีรันดา คอลเลกชัน สมุย’ และ ‘วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต’ ทำรายได้สูงสุดเป็นสถิติตั้งแต่เปิดโรงแรม มั่นใจรายได้เติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ขยายโรงแรมใหม่และการจับมือกับเชนระดับโลกอย่าง Marriott เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

    นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทยไตรมาส 3/2568 ฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สะท้อนจากในเดือนสิงหาคม 2568 มีโรงแรมสามารถทำรายได้สูงสุด ได้แก่ โรงแรมวีรันดา คอลเลกชัน สมุย – ร็อคกี้ รีสอร์ท (Veranda Collection Samui – Rocky’s Resort) ซึ่งมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 6,690 บาท ขณะที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต, ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น (Veranda Resort Phuket, Autograph Collection) มีอัตราเข้าพักถึง 67% และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 5,865 บาท อีกทั้งยังเป็นโรงแรมใหม่ในภูเก็ตที่ได้คะแนนดี เป็นอันดับ 1 โรงแรม Luxury 5 ดาว ใน จ.ภูเก็ต โดยได้คะแนนเต็ม 5.0 จาก Tripadvisor แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเพิ่มห้องพักในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศ ช่วยให้ผลประกอบการภาพรวมดีขึ้นแม้ว่าโรงแรมในพื้นที่อื่นๆจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเล็กน้อยก็ตาม

    ทั้งนี้ คาดการณ์การท่องเที่ยวไทยไตรมาส 4 ปี 2568 จะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นไฮซีซัน จึงเป็นโอกาสที่วีรันดาฯ จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นจากการบริหารจัดการที่ดี พร้อมกลยุทธ์ที่ชัดเจน เช่น การเปิดโรงแรมใหม่ในภูเก็ตและการร่วมมือกับ Marriott ตลอดจนการได้รับการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เร่งดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงเพื่อผลักดันรายได้การท่องเที่ยวให้ถึงเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทภายในปี 2568 ควบคู่กับการทำตลาดภายในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141400/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s8DUA6xv7RYS5HctMKIvE

  • คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งบริษัทใหม่ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมเปิดร้านอาหารและขนมไทยในสนามบินผู่ตง วางหมากนำร่องสู่การขยายธุรกิจระดับโลก

    คิง เพาเวอร์ รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งบริษัทใหม่ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมเปิดร้านอาหารและขนมไทยในสนามบินผู่ตง วางหมากนำร่องสู่การขยายธุรกิจระดับโลก

    กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเกมรุกเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งบริษัท Shanghai King Power Commerce Co., Ltd. ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หนึ่งในตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพสูงสุดของโลก เพื่อสร้างฐานธุรกิจค้าปลีกการท่องเที่ยวระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล

    โครงการนำร่องเริ่มต้นด้วยการเปิด 2 ธุรกิจ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง สนามบินหลักที่มีผู้โดยสารนับร้อยล้านคนต่อปี ได้แก่ ร้าน “TAI HAI TAO” จำหน่ายขนมและอาหารไทยสำเร็จรูปคุณภาพ และร้าน “SOMBAT THAI” ที่นำเสนออาหารไทยแท้จากวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงจากประเทศไทย นับเป็นการวางตำแหน่งแบรนด์ไทยในทำเลที่มีนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากทั่วโลกหมุนเวียนตลอดเวลา

    นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหาร คิง เพาเวอร์ ระบุว่า การเข้าสู่ตลาดจีนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจต่างประเทศ แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดที่มีอิทธิพลสูงต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำว่าประสบการณ์ในจีนจะเป็นต้นแบบต่อยอดสู่ภูมิภาคอื่น ๆ

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    การรุกตลาดจีนของคิง เพาเวอร์ มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการส่งออกสินค้าและวัตถุดิบไทย การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์ไทย นอกจากนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารและสินค้าไทยสู่สายตานักเดินทางนานาชาติ

    ด้วยกลยุทธ์นำร่องในเซี่ยงไฮ้ คิง เพาเวอร์ไม่เพียงย้ำบทบาทความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังวางรากฐานเพื่อก้าวสู่ผู้เล่นระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีนานาชาติ

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/730197&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tm1yhJKEe8SeZwdV2J91B

  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมเตรียมความพร้อมหน่วยงานในสังกัด รองรับการเข้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมเตรียมความพร้อมหน่วยงานในสังกัด รองรับการเข้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานในสังกัด เนื่องในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้สังกัดกระทรวงฯ

    การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาแนวทางการเตรียมการต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการจัดทำข้อมูลสาระสำคัญของแต่ละหน่วยงาน โดยเรียงลำดับตามความสำคัญ การนำเสนอประเด็นปัญหาและอุปสรรคที่ควรเร่งแก้ไข ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอ “Quick Win” ของแต่ละหน่วยงาน ที่สามารถดำเนินการให้เห็นผลลัพธ์ได้ภายในระยะเวลา 4 เดือน

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐมนตรีที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้น ควบคู่กับการวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวการประชุมในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความพร้อมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจที่เกี่ยวข้องให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/240922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eJ0FdXUa-33dfqiNqkqgF

  • 10 รองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2025 ปกปิดคุมมัน ติดทนนาน ในราคาหลักร้อย

    10 รองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2025 ปกปิดคุมมัน ติดทนนาน ในราคาหลักร้อย

    การเลือกรองพื้นสูตรคุมมัน นอกจากจะช่วยให้เมกอัพติดทนแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดคราบ หรือหน้าดูมันเงาในระหว่างวันด้วย หากใครกำลังมองหารองพื้นที่ตอบโจทย์สำหรับคนผิวมัน บทความนี้ ไทยรัฐช็อปปิ้งได้คัดเลือก 10 รองพื้นคุมมัน ติดทนนาน ให้ผิวสวยในราคาหลักร้อยมาแนะนำ จะมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่

    10 รองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2025 ผิวสวย คุมมัน ติดทน ไม่หนักหน้า

    1. Maybelline Fit Me Matte + Poreless Liquid Foundation 30 ml

    Maybelline Fit Me รองพื้นสูตรแมตต์ เนื้อสัมผัสบางเบา ให้ความรู้สึกสบายผิว ช่วยควบคุมความมันได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง พร้อมปกปิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นรูขุมขน ฝ้า กระ รอยสิว หรือจุดด่างดำ มี SPF22 PA++ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย มีให้เลือก 22 เฉดสี

    2. REVLON Colorstay Makeup Combination/Oily Skin SPF15 30 ml

    REVLON Colorstay รองพื้นฝาดำในตำนาน ให้การปกปิดระดับดีเยี่ยม ช่วยควบคุมความมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนานตลอดวัน โดยไม่ทำให้เกิดคราบหรือสีดรอปในระหว่างวัน พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF15 ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและน้ำมัน เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวผสม รวมถึงผิวที่มีปัญหาสิว รอยสิว จุดด่างดำ และรูขุมขนกว้าง หรือคนที่ต้องการการปกปิดระดับสูง เพื่อผิวที่เรียบเนียน

    3. L’Oréal Paris Infaillible Fresh Wear Foundation 30 ml

    รองพื้นฝาแดงตัวดังจาก L’Oréal Paris สูตร Non-Comedogenic ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงคนเป็นสิวและผิวแพ้ง่าย เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ติดทนนานสูงสุด 32 ชั่วโมง คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี มี SPF25 ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และยังมีวิตามิน C และ E ช่วยบำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใส

    4. RAN Ultra Stay Flawless Foundation 20 ml

    RAN รองพื้นเนื้อบางเบา สูตรติดทนนาน ช่วยควบคุมความมัน ปกปิดรอยสิวหรือจุดด่างดำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผิวดูเนียนสวยตลอดวัน มี SPF20 PA++ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ผสานสารบำรุงผิวมากมาย เช่น Lady’s Sake, Daylily Extract, Gold 24K, Defensil และ Vitamin E ช่วยเติมความชุ่มชื้นและทำให้สุขภาพผิวดียิ่งขึ้น มีให้เลือก 4 เฉดสี เหมาะกับสีผิวคนไทย

    5. Srichand Skin Booster Flawless Foundation SPF50 PA++++ 30 ml

    รองพื้นเนื้อเซรั่มจาก Srichand ผสานสารกันแดด SPF50 PA++++ และสารบำรุงผิว 86% อาทิ Hyaluronic Acid, Niacinamide, Ceramide, Multivitamin ฯลฯ ช่วยปกป้องผิว พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี มอบการปกปิดผิวในระดับกลาง ช่วยปกปิดรูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างเรียบเนียน ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ ควบคุมความมันนานสูงสุด 24 ชั่วโมง มีให้เลือก 6 เฉดสี

    6. KATE Real Cover Liquid Semi-Matte 30 ml

    KATE Real Cover Liquid Semi-Matte รองพื้นเนื้อแมตต์สูตรใหม่ ที่ยกระดับความติดทนและเพิ่มการปกปิดเป็น 2 เท่า พร้อมควบคุมความมัน เพื่อผิวสวยเรียบเนียนตลอดวัน ทั้งยังมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid และ Collagen ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย แนบสนิทไปกับผิว ไม่จับตัวเป็นก้อนหรือทิ้งคราบในระหว่างวัน มีให้เลือก 5 เฉดสี ตอบโจทย์สำหรับสีผิวคนเอเชีย

    7. Jovina Luminous Foundation SPF30 PA+++ 30 g

    Jovina รองพื้นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชผิวแบบแมตต์ ช่วยควบคุมความมัน เพื่อผิวเนียนสวยตลอดวัน ปกปิดรอยแดง รอยสิว หรือจุดด่างดำได้ในระดับกลาง-สูง สามารถลงรองพื้นเพิ่มเฉพาะจุดเพื่อเพิ่มการปกปิดได้ อีกทั้งยังผสานสารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ Miniporyl, Porphyra Umbilicalis, Centella Asiatica Extract และสารกันแดด SPF30 PA++ ช่วยลดความมัน พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV มีให้เลือก 6 เฉดสี ตอบโจทย์ทั้งคนผิวอันเดอร์โทนเหลืองและชมพู ปราศจากสารก่อการระคายเคือง คนผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้

    8. Merrezca Skin Up Liquid Foundation SPF50/PA+++ 30ml

    รองพื้น Merrezca เนื้อแมตต์ เกลี่ยง่าย เบาสบายผิว มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ให้ฟินิชผิวเนียนสวยเปล่งปลั่ง ติดทนนานตลอดวัน และมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติช่วยบำรุงผิวและลดการระคายเคือง ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากดอกคาร์โมมายล์, ต้นอาร์เทมิเซีย, ต้นเมเปิลน้ำตาล และสารสกัดจากกุหลาบร้อยกลีบ นอกจากนี้ ยังมี SPF50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว

    9. Cute Press My Match Foundation SPF50 PA++++ 40 ml

    รองพื้น Cute Press มีให้เลือก 11 เฉดสี มาพร้อมเทคโนโลยี Trio Oil Guard มีคุณสมบัติช่วยดักจับความมันด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ 3 รูปทรง สามารถควบคุมความมันบนใบหน้าได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง กันน้ำ กันเหงื่อ สีไม่ดรอปในระหว่างวัน ปกปิดรอยแดง รอยสิว หรือจุดด่างดำได้ดีในระดับหนึ่ง สามารถลงรองพื้นเพิ่มการปกปิดในบริเวณที่ต้องการได้

    10. Mistine Semi Matte Velvet Liquid Foundation SPF50 PA++++ 35g

    รองพื้น Mistine ให้ฟินิชผิวแบบ Semi-Matte สามารถปกปิดรูขุมขน จุดด่างดำ หรือริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีเทคโนโลยี Airy Feather Film ช่วยให้เนื้อรองพื้นมีสัมผัสเนียนนุ่มและยืดหยุ่น ทาแล้วแนบสนิทไปกับผิว ไม่ทิ้งคราบหรือจับตัวเป็นก้อน ผสาน Sebum-Grabbing Powder ผงแป้งที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมัน ทำให้รองพื้นติดทนนานตลอดวัน มีให้เลือก 6 เฉดสี 

    รองพื้นที่ไทยรัฐช็อปปิ้งแนะนำ ทั้ง 10 ยี่ห้อนี้ ช่วยควบคุมน้ำมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ทำให้เมกอัพติดทนนาน นอกจากจะเหมาะกับคนผิวมันแล้ว บางยี่ห้อยังปราศจากส่วนผสมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว คนผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย จึงสามารถใช้ได้ สำหรับคนที่ผิวมันมาก แนะนำให้เซตแป้งฝุ่นและฉีดสเปรย์ล็อกเมกอัพเพิ่มหลังแต่งหน้าเสร็จ เพื่อให้เมกอัพติดทนนานยิ่งขึ้น

    หากสนใจรองพื้นตัวไหน สามารถเลือกซื้อได้จากลิสต์ในบทความนี้ หรือเลือกดูยี่ห้ออื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Shopee และ Lazada

    (ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/shopping/health-and-beauty/1000794&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iIOPMcVStGV3J9fOJIt35

  • ‘มนพร’ ย้อนรอย 21 ปี อดีตนายกทักษิณ จัด ครม.สัญจร ครั้งแรก เมื่อปี 2547 ที่นครพนม จุดเปลี่ยนด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว

    ‘มนพร’ ย้อนรอย 21 ปี อดีตนายกทักษิณ จัด ครม.สัญจร ครั้งแรก เมื่อปี 2547 ที่นครพนม จุดเปลี่ยนด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว

    ‘มนพร’ ย้อนรอย 21 ปี อดีตนายกทักษิณ จัด ครม.สัญจร ครั้งแรก เมื่อปี 2547 ที่นครพนม อนุมัติงบสร้างสะพานมิตรภาพ ข้ามโขงไทย ลาว แห่ง ที่ 3 นครพนม – คำม่วน เกิดจุดเปลี่ยนด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว

    มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แฟนเพจเฟซบุ๊ก มนพร เจริญศรี แฟนเพจ ว่า

    ย้อนรอย 21 ปี อดีตนายกทักษิณ จัด ครม.สัญจร ครั้งแรก เมื่อปี 2547 ที่นครพนม อนุมัติงบสร้างสะพานมิตรภาพ ข้ามโขงไทย ลาว แห่ง ที่ 3 นครพนม – คำม่วน เกิดจุดเปลี่ยนด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว”

    วันนี้ 9 กันยายน 2568 ถือเป็นวันสำคัญทางประศาสตร์ทางการเมือง เนื่องจากกระบวนการยุติธรรม ศาลดีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ของไทย ได้รับการบังคับโทษ จำคุก 1 ปี จากปัญหาคดีทางการเมือง ต้องบอกว่า เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ต้องโทษจำคุก ในฐานะที่เป็นผู้แทน ชาวนครพนม ต้องขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัว และชื่นชมในความมีสปิริตทางการเมือง น้อมรับคำตัดสินของศาล ในฐานะประชาชนคนไทย ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ต้องจารึก เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี คนแรกที่ต้องโทษติดคุก ทั้งที่ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีผลงานพัฒนาประเทศ สร้างความกินดี อยู่ดี ให้ประชาชน คนไทย มาตลอด หลายนโยบาย ที่คนไทยได้ใช้ประโยชน์ จากอดีตถึงปัจจุบัน ตั้งแต่โครงการ แจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร แก้หนี้นอกระบบ และอีกหลายโครงการ ล้วนเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนคนไทย

    ทักษิณ

    มาถึงวันนี้ ต้องอดพูดถึงไม่ได้ ว่า อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ของไทย เป็นอีกคนสำคัญ ที่มีส่วนจุดเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลง ด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ของ จ.นคพรนม ย้อนไปเมื่อปี 2547 อดีตนายก ทักษิณชินวัตร มีการนำคณะรัฐมนตรี มาจัดประชุมสัญจรครั้งแรก ของ จ.นครพนม มีการอนุมัติโครงการที่สำคัญให้กับ จ.นครพนม คือโครงการสร้างสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3 ข้ามแม่น้ำโขง นครพนม-คำม่วน เชื่อมไปยัง ลาว เวียดนาม และจีน งบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท รวมถึงการผลักดันก่อตั้งมหาวิทยาลัยนครพนม สร้างโอกาส สร้างอนาคต ทางการศึกษา แก่ลูกหลานเยาวชน 

    นอกจากนี้ ยังได้เห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ไทยกับเวียดนาม เนื่องจากลุงโฮ  อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เคยมาพำนัก ที่ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ในช่วงปี 2471 – 2473 ก่อนที่จะกลับไปกอบกู้เอกราช ทั้งนี้อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้ผลักดันสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ หมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนาม ที่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม โดยมี อดีต นายกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 กลายเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ของนครพนม ต่อมาทางเวียดนาม ได้สนับสนุนงบประมาณ ดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ หรือ ลุงโฮ  อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เมื่อปี 2559 กลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ ของนครพนม

    ในฐานะที่เป็น ตัวแทนของชาวนครพนม รวมถึงมีตำแหน่ง สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้เคยทำงานร่วมกับ ท่าน อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร มาตลอด ขอชื่นชม เป็นกำลังใจ และขอขอบพระคุณ ที่ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาประเทศ รวมถึง พัฒนา จ.นครพนม ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวชินวัตร ที่ได้ทุ่มเท เสียสละ ทำหน้าที่อาสารับใช้ ดูแลประชาชน ถือว่าท่าน ได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ยืนยันว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ยังนึกถึงคุณประโยชน์ที่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถึงแม้จะเจออุปสรรคปัญหาทางการเมือง ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ให้ท่าน อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับมา สนับสนุนการทำงานของพรรคเพื่อไทย พาประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้า เพราะพรรคเพื่อไทย หัวใจ คือประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/uBE3_fDYD&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MIh9oq3zVjuHjn92Ghqfi

  • “จ๊อบ-นิธิ” 20 ปีธุรกิจสื่อ ถึงวันที่ต้องเลือก สานต่อฝันหรือหยุดเดิน

    “จ๊อบ-นิธิ” 20 ปีธุรกิจสื่อ ถึงวันที่ต้องเลือก สานต่อฝันหรือหยุดเดิน

    “จ๊อบ-นิธิ” 20 ปี บนเส้นทางโคจรธุรกิจผลิตสื่อ ถึงจุดต้องเลือกระหว่างสานต่อฝัน หรือหยุดเดิน ก้าวจากเซฟโซน ปั้นธุรกิจสื่อครบวงจรด้วยแรงหนุน SME D Bank

    คนส่วนใหญ่มักรู้จักและคุ้นเคยกับ “จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร” ในฐานะนักแสดง นายแบบ และพิธีกรชื่อดังที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมายาวนาน แต่ในอีกบทบาทหนึ่ง เขาคือผู้ชายที่สร้างฝันให้เป็นจริง ด้วยการพาผู้ชมไปสัมผัสโลกกว้างใหญ่ผ่านรายการท่องเที่ยว ชื่อ “สมุทรโคจร” ผลิตภายใต้ บริษัท สานฟ้า จำกัด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์มายาวนานกว่า 20 ปี 

    การเดินทางในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจสื่อ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อออนไลน์เข้ามาดิสรัปชันสื่อยุคเก่าอย่างรุนแรงในฐานะผู้นำองค์กร เพื่อจะพาธุรกิจให้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ต้องออกจากเซฟโซน ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่การเป็นโปรดักชั่น เฮาส์ และเอเจนซี่ ผลิตสื่อครบวงจร  โดยมี SME D Bank เป็นแรงหนุน ช่วยให้กล้าสานต่อความฝันอย่างมั่นใจ

    “จ๊อบ-นิธิ” 20 ปีธุรกิจสื่อ ถึงวันที่ต้องเลือก สานต่อฝันหรือหยุดเดิน

    จุดเริ่มต้นสมุทรโคจร

    จ๊อบ-นิธิ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ เกิดจากความหลงใหลการเดินทางท่องเที่ยวและเมื่อวันหนึ่งได้ดูรายการ “Lonely Planet” จากต่างประเทศ แล้วหันกลับมามองที่ประเทศไทยยังไม่มีใครทำรายการทีวีลักษณะนี้เลย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “สมุดโคจร” รายการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ไม่ได้แค่พาไปชมสถานที่ แต่เชิญชวนมองลึกลงไปถึงรากของวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน และเปิดโลกให้คนไทยได้เห็นสิ่งดีงามในมุมต่าง ๆ ของโลกที่อาจเชื่อมโยงให้นำมาใช้สร้างโอกาสหรือประโยชน์ในเมืองไทยได้ 

    บริษัท สานฟ้า จำกัด เริ่มเปิดเมื่อปี 2548  ในช่วงแรก รายการประสบความสำเร็จเกินกว่าฝันที่วางไว้เสียอีก เพราะหลังออกอากาศได้เพียงปีกว่า ๆ มีมากกว่า 30 ประเทศยื่นข้อเสนอให้รายการไปถ่ายทำรีวิว นอกจากนั้น ต่อยอดขยายผลิตรายการโทรทัศน์อื่นๆ  อีกกว่า 10 รายการ 

    “จ๊อบ-นิธิ” 20 ปีธุรกิจสื่อ ถึงวันที่ต้องเลือก สานต่อฝันหรือหยุดเดิน

    จากช่วง 10 ปีแรก ที่ธุรกิจเติบโตด้วยดีเสมอ กระทั่งในช่วง 10 ปีหลังจากเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อออนไลน์เริ่มเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการทีวีมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมผู้บริโภคหันไปชมผ่านช่องทางอื่นทดแทน  ซึ่งในมุมมองของจ๊อบยอมรับว่า เป็นเรื่องความยากมากที่ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งคุ้นเคยและชำนาญในวิธีการเดิม ๆ จะกล้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย หรือ “เซฟโซน” ของตัวเอง เพื่อจะก้าวไปสู่โลกใบใหม่ที่สุดแสนจะท้าทาย

    “ผมมีความสุขและภาคภูมิใจกับการผลิตรายการโทรทัศน์มาก แต่เมื่อถึงวันหนึ่งที่สื่อใหม่ได้รับความนิยมมากกว่าเราก็ต้องปรับตัว ซึ่งความยากที่สุดของการปรับเปลี่ยน คือการออกจากเซฟโซนของตัวเอง และด้วยกลุ่มผู้ชมหลักของผม ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป การปรับตัวของเราจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ Content ของเราไปอยู่บนสื่อใหม่ และได้รับความนิยมเหมือนเดิม” จ๊อบ ระบุ

    ถึงจุดต้องเลือกระหว่างสานต่อฝัน หรือหยุดเดิน 

    ไม่เท่านั้นบริษัท สานฟ้า จำกัด ยังปรับตัว ด้วยการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ยกระดับจากผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สู่การเป็นโปรดักชั่น เฮาส์ และเอเจนซี่ครบวงจร เช่น รับจัดอีเวนต์ งานประชาสัมพันธ์ ซื้อโฆษณา และทำแคมเปญที่ให้แก่องค์กรต่าง ๆเป็นต้น โดยมีลูกค้าหลักคือ หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ

    อย่างไรก็ตาม ด้วยขั้นตอนการรับงานลักษณะนี้ บริษัทจำเป็นต้องลงทุนแทบทุกอย่างก่อน แล้วเก็บเงินทีหลังเมื่องานเสร็จ ซึ่งการเป็นผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีที่มีสายป่านสั้น แม้จะมีงานเข้ามาจำนวนมาก แต่ธุรกิจต้องเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่อง จนถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่างจะ “สานต่อความฝัน” หรือ“หยุดเดิน” 

    จนเมื่อได้พบกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bankมาช่วยเติมทุนเสริมสภาพคล่อง เสมือนน้ำมันที่ผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้  สามารถรับงานต่าง ๆ ที่เข้ามาได้อย่างไม่มีปัญหา และต่อเนื่องนอกจากนั้น  ยังเป็นพันธมิตรคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังให้ บริษัท สานฟ้า จำกัดกล้าจะสานต่อความฝันสู่การเป็นโปรดักชั่น เฮาส์ และเอเจนซี่ครบวงจร  ที่พร้อมยืนหยัดบนโลกของสื่อยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ

    ในโลกของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน จ๊อบ นิธิ ได้พาธุรกิจ บริษัท สานฟ้า จำกัดโคจรผ่านช่วงเวลาทั้งสุขและทุกข์มานานกว่า 20 ปี การปรับตัวถึงจะยาก หากแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าสู่การเป็นโปรดักชั่น เฮาส์ และเอเจนซี่ครบวงจรที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ด้วยทีมงานเปี่ยมศักยภาพเพื่อคว้าเป้าหมายสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง สามารถฝ่าพันทุกอุปสรรคและพร้อมเขียนเรื่องราวการโคจรสู่เส้นทางธุรกิจสายใหม่ ลงในสมุดบันทึกแห่งความสำเร็จต่อไปอีกนานเท่านาน   

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/730159&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J2HjBD1LraOOEqucgjf6_

  • ตร.เกาะพะงันจับ2เมียนมา เสพยาบ้าในบ้านพัก วิ่งหนีไม่คิดชีวิต

    ตร.เกาะพะงันจับ2เมียนมา เสพยาบ้าในบ้านพัก วิ่งหนีไม่คิดชีวิต

    วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.01 น.

    10 กันยายน 2568 ภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้วิ่งไล่จับสองวัยรุ่นสัญชาติเมียนมาเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า โดยเหตุเกิดที่บ้านพักไม่มีบ้านเลขที่ ม.1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ทั้งสองเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหนี้เข้าป่าบอนหลังบ้าน โดยมีตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันวิ่งไล่ตามหลังอย่างกระชั้นชิด และสามารถควบคุมตัววัยรุ่นเมียนมาทั้งสองคนได้

    ทราบชื่อผู้ต้องหาทั้งสองคนได้แก่ นาย อัง ปิ เต๊ะ (Mr.Aung Pyae Htay) อายุ 19 ปี และนายลา ปิ อาว ปี (Mr.La Pyae Aung Pee) อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา จับได้พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 18 เม็ด โดยพฤติกรรมทั้งสองก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมา รวมกลุ่มเสพยาเสพติดภายในบ้านพักไม่มีเลขที่แทบทุกวัน ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นเมียนมาเมื่อเข้าไปในบ้านพักก็จะปิดประตู พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนลำคาญให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงอย่างมาก

    เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ภายในรถ พบว่านายลา ปิ อาว ปี นั่งอยู่หน้าบ้านลักษณะกวาดสายตาสอดส่องบริเวณรอบๆ ลักษณะเป็นการดูต้นทาง และมีนายอัง ปี เต๊ะ นั่งอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อนายลา ปิ อาว ปี และ นายอัง ปิ เต๊ะ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รีบวิ่งหลบหนีออกทางหลังบ้านทั้งสองคนได้วิ่งหนีตำรวจชุดจับกุมสุดชีวิตเข้าไปในป่าบอน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วิ่งติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้ทั้งสองคน และได้นำตัวมาตรวจค้นภายในบ้านพักพบยาบ้านจำนวน 18 เม็ด

    จากการสอบถามนายลา ปิ อาว ปี ให้การยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนทั้งสอง จริง และได้สอบถามนายอัง ปิ เต๊ะ ให้การยอมรับว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนทั้งสอง โดยตนได้รวมเงินกันซื้อกับนายลา ปิ อาว ปีฯ ซื้อมาจากนายตาน ซอ อู ชาวเมียนมาร์ ในราคาเม็ดละ 50 บาท ซื้อมาทั้งหมด 20 เม็ด โดยขณะที่ตนกำลังเสพยาเสพติด ได้ให้นายลา ปิ อาว ปีฯ ทำหน้าที่ดูต้นทางในระหว่างที่ตนกำลังเสพ โดยจะสลับกันทำหน้าที่ดูต้นทางและสลับกันเสพ โดยขณะที่ตนกำลังเสพ นายลา ปิ อาว ปีฯ ได้วิ่งมาพร้อมตะโกนว่าตำรวจมา พวกตนจึงได้วิ่งหลบหนีไปพร้อมกัน

    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาวัยรุ่นเมียนมาได้แก่ นายอัง ปิ เต๊ะ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา จำนวน 2 ข้อหาคือ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และนายลา ปิ อาว ปี อายุ 22 ปี สัญชาติ เมียนมา แจ้ง1ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การเจ้าจับกุมครั้งเป็นไปตามนโยบาย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/913367&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XzlFf8zjrPe-wS9i5zoxj

  • รับหนังสือมัคคุเทศก์ เสนอ 4 ปัญหาเร่งด่วนด้านท่องเที่ยว – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    รับหนังสือมัคคุเทศก์ เสนอ 4 ปัญหาเร่งด่วนด้านท่องเที่ยว – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109217&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OvyQAo3n2xsRU5JpSlOb2