Category: ท่องเที่ยว

  • “เดอะพาร์ค เขาหลัก” พังงา งบ 79 ล้าน กลายเป็นโครงการร้าง | TOPNEWS

    “เดอะพาร์ค เขาหลัก” พังงา งบ 79 ล้าน กลายเป็นโครงการร้าง | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า“เดอะพาร์ค เขาหลัก” โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา งบประมาณกว่า 79 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังเพจ “หมาเฝ้าบ้าน” โพสต์ภาพพร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า หลังพบว่าถูกปล่อยทิ้งร้าง แม้ก่อสร้างเฟสแรกเสร็จตั้งแต่ปี 2565 แต่ไม่เคยเปิดใช้งาน สิ่งปลูกสร้างเริ่มทรุดโทรม หญ้ารก ขยะเกลื่อน และล่าสุดมีรายงานว่าอุปกรณ์ระบบน้ำมูลค่าราว 6 แสนบาทถูกขโมย ขณะที่เฟสสองแม้สร้างเสร็จแล้วก็ยังไร้วี่แววเปิดใช้เช่นกัน

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า สภาพโครงการทรุดโทรมอย่างหนัก อาคารบางส่วนกลายเป็นที่ตากผ้าของชาวประมง ห้องน้ำใช้การไม่ได้ ระบบไฟฟ้าและประปาถูกงัดขโมยจนไม่สามารถใช้งานได้ การไฟฟ้าตัดจ่ายกระแสไฟเรียบร้อย โดยมีเพียงนักท่องเที่ยวบางตาที่แวะพักผ่อนบริเวณชายหาด ส่วนเทศบาลตำบลคึกคักชี้แจงว่ายังไม่มีอำนาจดูแลโครงการ เพราะยังไม่ได้รับการถ่ายโอนสิทธิ์จากกรมโยธาธิการและผังเมืองอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย

    default

    นายสิริธร บัวแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก ระบุว่า เทศบาลมีความพร้อมดูแลและพัฒนาโครงการให้กลับมาใช้งานได้ เช่น ทำเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ต้องรอให้โครงการถูกส่งคืนพื้นที่ให้กับสำนักงานธนารักษ์ก่อน เพื่อให้เทศบาลสามารถขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง โดยล่าสุดทางกรมโยธาธิการฯ ได้ส่งมอบเฟสแรกให้ธนารักษ์แล้วเมื่อเดือนก่อน และเฟสสองอยู่ระหว่างดำเนินการ

    จักรพันธ์ รัตนอาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พังงา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1331820&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EfyOTCk1QGGcU2xpVYMKC

  • ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ททท. จัดเต็มบิ๊กอีเวนต์ปลายปีที่ใครหลายคนรอคอย ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ ปรากฏการณ์แสง สี เสียง ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-15 ธ.ค. 2568 รวม 45 วัน ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เช้าวันนี้ (26 ก.ย. 68) ททท.ได้จัดประชุมใหญ่ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน เพื่อเตรียมจัดงาน “วิจิตร เจ้าพระยา 2025” (Vijit Chao Phraya 2025) ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2568 รวม 45 วันเต็ม ณ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร

    การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กรมทางหลวงชนบท กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมเจ้าท่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โรงพยาบาลศิริราช  สมาคมเรือไทย สมาคมธุรกิจการค้าในแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม  เอเชียทีค เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อขอความอนุเคราะห์ ความร่วมมือ และบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานกล่าวชื่นชมงานที่จัดขึ้นใน 3 ปีที่ผ่านมา และพร้อมร่วมแรงร่วมใจผลักดันให้งานครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีการเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การจัดจราจรทางน้ำ และการบริหารจัดการพื้นที่เข้าชมอย่างเป็นระบบ

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    สำหรับปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และเพื่อเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เราตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน และสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ให้แก่เศรษฐกิจไทย

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ททท. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

    1. ประชาสัมพันธ์แบบบูรณาการ ร่วมกับพันธมิตรทุกหน่วยงาน

    2. โปรโมชั่นโรงแรม & ทัวร์ล่องเรือ ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมทั้งการขยายพื้นที่และเพิ่มจำนวนการพักค้างคืน

    3. กิจกรรมแคมเปญประกวดภาพถ่ายและวิดีโอ เพื่อสร้างคอนเทนต์ร่วมสมัย สร้างประสบการณ์ Meaningful travel experience

    4. มาตรการด้านความปลอดภัย ที่ให้ความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคน

    “ททท. เชื่อว่า Vijit Chao Phraya 2025 จะไม่เพียงเป็นปรากฏการณ์ด้านศิลปะและแสงสีริมสายน้ำ แต่ยังเป็นการจุดประกายให้แม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นเวทีระดับโลกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1200646&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39PZJVZ-M4nT69HRp8iiWV

  • รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว บช.ทท. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างไกด์เถื่อนในพื้นที่พัทยา ภายใต้การอำนวยการของนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ท. ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. น.ส.จันทิรา เจริญบุญณะ นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว สาขาภาคตะวันออก และ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท.

    เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา พบชายต่างชาติ  สัญชาติจีน กำลังนำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน 14 คน ขึ้นรถบัส โดยไม่มีมัคคุเทศก์ชาวไทยร่วมปฏิบัติหน้าที่ เมื่อตรวจสอบพบว่า ชายคนดังกล่าว ไม่ได้มีใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และอาชีพดังกล่าวเป็น อาชีพต้องห้ามของคนต่างด้าว

    นอกจากนี้ ยังตรวจสอบใบสั่งงานบริษัททัวร์ที่ระบุชื่อ หญิงไทย เป็นมัคคุเทศก์ผู้รับผิดชอบ แต่กลับไม่ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ชายคนดังกล่าว ส่งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว,

    ต่อมา หญิงไทย มัคคุเทศก์ที่ถูกระบุชื่อ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ถูกแจ้งข้อหาด้วยเช่นกัน ฐาน ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำหน้าที่มัคคุเทศก์แทนตน

    การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำความจริงจังของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างไกด์เถื่อนต่างชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และยังแย่งอาชีพมัคคุเทศก์คนไทยโดยตรง ขณะเดียวกันมัคคุเทศก์ไทยที่ปล่อยปละละเลยให้ต่างชาติทำงานแทน ก็ต้องถูกดำเนินคดีไม่ต่างกัน

    เครดิต Superball th 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/57975&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GHQ7BdKK10yuK_qyvC5RQ

  • จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

    จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

    นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้พบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

    เอกอัครราชทูตจางกล่าวแสดงความยินดีกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าา และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของไทย โดยกล่าวว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่สำคัญ ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นเนื้อหาสำคัญในความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นฐานทางความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการติดต่อสื่อสารและการประสานงานกับฝ่ายไทย เพื่อผลักดันให้ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ บรรลุผลสำเร็จใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตจางที่เดินทางมารับตำแหน่งในประเทศไทย และแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งชื่นชมผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทย-จีนในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว และหวังว่าจะสามารถผลักดันให้สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทยส่งออกไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น และต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาเยือนไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/35886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zyVgngArQyP5ByWHgsVrV

  • เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย แบ่งเป็น 5 ด้าน 15 นโยบาย ประกอบด้วย

    ด้านเศรษฐกิจ

    1.สร้างรายได้ลดรายจ่าย

    2.แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง

    • หนี้ภาคประชาชน
    • เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

    3.เพิ่มโอกาสการออมของประชาชนรายย่อย

    4.ฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว

    5.เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า

    • จัดตั้งทีมไทยแลนด์
    • ดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการ
    • สร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต

    ด้านความมั่นคง

    6.เร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ

    7.เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    ด้านสังคม

    8.ปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

    9.รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

    10.ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

    11.พิทักษ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น

    ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    12.เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

    13.ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ

    • ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
    • พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกรไปสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

    ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

    14.เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัย

    15.เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ซึ่งได้มีการวิเคราะห์หุ้นที่ได้รับผลบวกจากนโยบายของ ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา   

    บล.กรุงศรี ระบุว่า เริ่มมีข้อมูล 15 นโยบายหลักที่นายกฯ จะแถลงต่อสภา นอกจากนโยบาย Quick-win ส่วนอื่นที่ประเมินน่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ซึ่งโดยรวมบวกต่อหุ้น Domestic ที่ยัง Deep Value ให้มีโอกาสเห็นการเร่งกลับสถานะต่อค้าปลีก ธนาคารที่มีลูกค้า SMEs เช่าซื้อ ท่องเที่ยว และนิคม เป็นหลัก ที่สำคัญมีดังนี้

    เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    • การสร้างรายได้และลดรายจ่าย ทั้งพลังงาน น้ำดื่ม ค่าโดยสาร และค่าผ่านทาง บวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT, BJC)
    • การแก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง โดยมีแนวนโยบายแก้หนี้สินรายบุคคลรายละไม่เกิน 1 แสนบาท และช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท บวกต่อกลุ่มธนาคารที่ลูกค้า SMEs สูงๆ (KBANK, SCB) เช่าซื้อ (MTC, SAWAD) ค้าปลีก (CPALL, CPAXT, BJC)
    • การเพิ่มโอกาสการออมของประชาชน ทั้งการซื้อพันธบัตร และการออกสลากเพื่อส่งเสริมการออม ประเมินหนุนโอกาสเห็นการนำเงินดังกล่าวมาลงทุนต่อและน่าจะมีตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างผลตอบแทน บวกต่อ SET
    • การสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, CENTEL)
    • แก้ไขผลกระทบจากสงครามการค้า เปิดตลาดการค้าใหม่ ดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์และปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการแข่งขัน บวกต่อกลุ่มส่งออกและธนาคารที่มีลูกค้า SMEs ซึ่งเสี่ยงกระทบจากภาษีการค้า
    • ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ ทั้งการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ หนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM)
    • เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ผ่านการกิโยตินกฎหมาย และเสนอกฎหมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล บวกต่อกลุ่มนิคม (WHA, AMATA) เร่งลงทุนมากขึ้น และการสร้าง New S Curve ของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/731003&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RKW09TffbWTdgUDjP2VNX

  • “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” ยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของ “หลวง” เปิดแผนดันท่องเที่ยวฟื้น เผยพร้อมใช้ทุกมาตรการ กระตุ้นทั้งใน-นอกประเทศ เล็งดึงตลาดจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดีย-ซาอุฯ เตรียมฟื้นรูปแบบโครงการเก่า ลักษณะเที่ยวไทยคนละครึ่งหรือเราเที่ยวด้วยกัน มากระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ชี้ซีเกมส์ คือโอกาสโชว์ศักยภาพไทย ส่วนซอฟต์พาวเวอร์ เป็นรูปแบบใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

    นายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้ากระทรวงเป็นครั้งแรก โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทยากร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ บิดา ไหว้ศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานว่า แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยว ได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้ระดับก่อนโควิด ควบคู่กับการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

    “ใน 4 เดือนนี้ เราต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้น แม้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด จะมุ่งเน้นภารกิจในกรอบ 4 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ แต่ไม่ละเลยการวางรากฐาน สำหรับการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะส่งผลในระยะยาว ผมทำงานรับเงินหลวงยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของ หลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง“

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่า แผนระยะสั้นจะเน้นตลาดเป้าหมายสำคัญ หรือประเทศที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหายไป และหาวิธีดึงกลับคืนมา โดยประเทศที่จะเดินทางไป ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะใช้วิธีการใหม่ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้วยตนเอง เช่น การเยือนจีนร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ แต่ต้องเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของเขา

    “การตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง จะไม่ประกาศเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขไปวางแผนแล้วเกิดความเสียหาย ยอมรับความจริงว่าปีนี้นักท่องเที่ยวลดลง และจะพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปกลับมา”

    นายอรรถกร กล่าวว่า นอกจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะรื้อโครงการที่เคยได้ผลกลับมาใช้ เช่น โครงการลักษณะ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่ โดยจะเลือกสิ่งที่เคยสำเร็จ 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% และหากมีเงินเหลือจากโครงการเก่า จะนำเข้า ครม. เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป

    สำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นายอรรถกร ชี้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของไทยต่อเวทีโลก พร้อมยืนยันใช้งบประมาณ 2,055 ล้านบาทอย่างคุ้มค่า หากจำเป็นต้องขอเพิ่มเพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศก็พร้อมดำเนินการ

    ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดัน Soft Power ในรูปแบบใหม่ที่ “เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ” และยอมรับว่าการจัดแข่ง F1 ต้องนำมาศึกษาต่อ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นของประเทศ เมื่อถูกถามว่าอยากให้ประชาชนจดจำการทำงานครั้งนี้อย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า

    “ไม่จำเป็นต้องจำผม ขอให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว”

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2885364&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zREGdctVmwhem2KunnfRz

  • เปิดโมเดลยั่งยืน! วุฒิสภาฯ ลุย ‘ดินแดนมหัศจรรย์ สตูล’ ศึกษาการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงชุมชนสร้างรายได้

    เปิดโมเดลยั่งยืน! วุฒิสภาฯ ลุย ‘ดินแดนมหัศจรรย์ สตูล’ ศึกษาการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงชุมชนสร้างรายได้

    26 กันยายน 2568 16:56 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 26 ก.ย.68 เวลา 09.00 น. นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มอบหมายให้ นายธนพัฒน์ เด่นบุรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล  ให้การต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) นำโดย นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา และประธานกลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เป็นวันที่สองของโครงการ เพื่อติดตามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ จากอุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  และผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ร่วมให้การสนับสนุนข้อมูลและร่วมให้การต้อนรับ

    ภารกิจวันนี้เน้นการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่สำคัญของอุทยานธรณีโลก จังหวัดสตูล คณะได้ลงพื้นที่ปราสาทหินพันยอด แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเดินทางต่อไปยังอ่าวโต๊ะบ๊ะ หรือ “Fossil Land ดินแดนมหัศจรรย์ สะพานข้ามกาลเวลา” ในเขตอุทยานแห่งชาติเภตรา เพื่อเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลรักษาสภาพแวดล้อม และแนวทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    อุทยานธรณีโลกสตูล นับเป็นแหล่งธรณีวิทยาที่มีคุณค่าระดับนานาชาติ ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทยและลำดับที่ 5 ของอาเซียน มีความโดดเด่นทั้งด้านธรณีวิทยา ระบบนิเวศ และวัฒนธรรมท้องถิ่น การลงพื้นที่ของคณะสมาชิกวุฒิสภาฯ ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการผลักดันแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงคุณค่ามรดกโลกทางธรรมชาติ อันเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    #ภูมิภาค-82

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/653896&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YeTgOMmyhT35PW-cb9uLG

  • จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา


    26/09/2568 | 74 |

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

          นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นางวิยะดา นราดิศร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา ร่วมกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพของประชาชนให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพะเยา โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ผ่านการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศที่สวยงามของจังหวัดพะเยา ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
         ทั้งนี้ จังหวัดพะเยาขอเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” แล้วแชร์ภาพความประทับใจผ่าน Facebook ของทุกท่าน พร้อมติดแฮดแท็ก #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย เพื่อร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาอย่างยั่งยืน

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/426897&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xpHL1vOpObnPqA-PTwRph

  • ตม.ชลบุรี ร่วมท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ

    ตม.ชลบุรี ร่วมท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ

    พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  สนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว และ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กวาดล้างจับกุมขอทานต่างด้าว หลังได้รับการร้องเรียนว่าขอทานเหล่านั้นสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยว และทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    จากการลงพื้นที่สามารถจับกุมขอทานสัญชาติกัมพูชาได้จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางซก พาลี อายุ 59 ปี น.ส.ดาว อายุ 41 ปี น.ส.โสเภณ หงวน อายุ 41 ปี พร้อมของกลางเป็นแก้วน้ำพลาสติก เศษเหรียญ และธนบัตรจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

    จากการสอบสวนขอทานต่างด้าวยอมรับว่า ไม่อยากกลับไปที่ประเทศกัมพูชา เพราะไม่มีงานทำอดยาก  ซึ่งยอมรับว่าเคยถูกจับและส่งกลับ ขอทานเหล่านี้ก็ต้องหาทางกลับมาอีก เพราะต้องการหารายได้เลี้ยงปากท้องตนเอง และไม่อยากอดสิ้นชีวิต

    ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ ทีมข่าวจังหวัด ชลบุรี รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/regional/28447&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09rSx77Jl_bPotCry-7RVO

  • รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    วันนี้ (วันที่ 26 กันยายน 2568) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยวทันทีที่เข้ากระทรวงฯเป็นครั้งแรกในวันนี้ โดยระบุว่าได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นการฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตกลับมาอยู่ใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งเคยมีจำนวนประมาณ 40 ล้านคนในปี 2562 ควบคู่กับการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

    ทั้งยังได้ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ให้มีขวัญกำลังใจ ทำเพื่อประชาชน และนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย และเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน ตนอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใคร ๆ ก็อยากมาเยี่ยมชม เดินทางมาแล้วรู้สีกได้รับความปลอดภัยจากการดูแลของประเทศไทย

    “แนวทางการทำงานของตนเองจะพยายามวางเป้าหมายที่เป็นจริง จะไม่ประกาศเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขไปวางแผนเดินหน้าธุรกิจแล้วเกิดความเสียหาย ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า ปี 2568 นี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง แต่จะพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปให้กลับมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    กลยุทธ์ระยะสั้น 4 เดือน  เน้นตลาดศักยภาพสูง

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ใน 4 เดือนนี้ ประเทศไทยจะต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้นมา ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ที่มี โดยจะมุ่งเน้นภารกิจทำงานในกรอบ 4 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ แต่ไม่ละเลยการวางรากฐานในระยะยาว

    เพราะต้องบอกว่าตัวเองทำงานรับเงินหลวง จึงยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง โดยการทำหน้าที่ในครั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องจำตัวเอง แต่อยากให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว
     

    การทำงานในกรอบ 4 เดือน จะต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้นมา ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่จำเป็นต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และต้องหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ โดยในระยะสั้น 4 เดือนนี้ การกระตุ้นตลาดต่างชาติเที่ยวไทยจะเน้นตลาดเป้าหมายสำคัญ หรือประเทศที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหายไป และหาวิธีดึงกลับคืนมา

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    โดยประเทศที่จะเดินทางไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะใช้วิธีการใหม่ คือ ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้วยตัวเอง  

    อาทิ การเยือนจีนร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยว  ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ แต่ต้องเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว

    จ่อปัดฝุ่น”คนละครึ่ง” ฉบับปรับปรุงใหม่

    ในส่วนของการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ นายอรรถกร มองว่า อาจนำโครงการที่เคยดำเนินการแล้วได้ผลกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นโครงการลักษณะเดียวกับ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่

    เนื่องจากเป็นการเลือกสิ่งที่เคยทำสำเร็จแล้วถึง 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% หรือต้องใช้เวลาเตรียมพร้อมนานเกินไป ทั้งนี้หากมีงบประมาณเหลือจากโครงการเก่าอย่างเที่ยวไทยคนละครึ่ง ก็จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    ดันท่องเที่ยวและกีฬาสร้างรายได้

    นอกจากนี้ยังต้องมุ่งเน้นทำทั้งด้านท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้กระทรวงท่องเที่ยวสามารถเป็นกระทรวงสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของไทยต่อเวทีโลก แม้ว่าจะมีงบประมาณที่ตั้งไว้เพียง 2,055 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่น้อยกว่าประเทศอื่นในการจัดการแข่งขัน แต่ยืนยันว่าจะใช้อย่างคุ้มค่า และหากจำเป็นต้องขอเพิ่ม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศก็พร้อมดำเนินการ

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงต้องดำเนินการทันที คือการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกเพียง 74 วันข้างหน้า โดยตนและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข

    ทั้งนี้แม้เวลาที่เหลือจะค่อนข้างจำกัด แต่เชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ใส่ใจในรายละเอียด ก้าวข้ามอัตตาส่วนตัว และทำงานเพื่อชาติร่วมกัน เราจะสามารถจัดซีเกมส์ได้อย่างมีมาตรฐานสากล และสมศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าภาพ หลังจากห่างหายจากการเป็นเจ้าภาพมานานเกือบ 20 ปี

    นอกจากนี้ ยังเดินหน้าผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ ขณะที่ประเด็นการจัดแข่ง F1 นั้น ยอมรับว่าจะต้องนำมาศึกษาต่อ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นของประเทศ

    “การทำหน้าที่ในครั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องจำตัวเอง แต่อยากให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้วพร้อมยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง” นายอรรถกร กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639907&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NF46ChbU8UyKJJJtadTzN