Category: ท่องเที่ยว

  • ‘อนุทิน’เปิดงานสงกรานต์พระประแดง ย้ำอัตลักษณ์มรดกโลก เดินหน้าสู่เทศกาลระดับโลก

    ‘อนุทิน’เปิดงานสงกรานต์พระประแดง ย้ำอัตลักษณ์มรดกโลก เดินหน้าสู่เทศกาลระดับโลก

    วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand” โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ดร.วิชัย จันทร์จำรูญ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ นางอารีรัตน์ สุนทรเสนาะ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ นายอานนท์ บูรณะภักดี นายอำเภอพระประแดง นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชน เข้าร่วม ณ ปะรำพิธีโรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า จ.สมุทรปราการ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันสงกรานต์นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคล เนื่องจากเป็นวันปีใหม่ของไทยในอดีต คนไทยจะร่วมกันทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์พระประแดง ซึ่งเป็นประเพณีที่น่ายกย่องชมเชย เพราะเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายรามัญ พี่น้องชาวพระประแดงได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามนี้ไว้เป็นอย่างดี และจัดสืบเนื่องกันมาทุกปี

    นายอนุทิน กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์พระประแดงเป็น 1 ในงานเทศกาลมหาสงกรานต์ 4 ภาค ตามโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน” และได้รับการส่งเสริมสู่ระดับนานาชาติในฐานะ “Festival of the World” จึงเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก เมื่อปี พ.ศ. 2546 เทศบาลเมืองพระประแดงได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จากการประกวดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมและประเพณีไทย 76 จังหวัด “มหาสงกรานต์ เบิกบานวิถีไทย” และในปี พ.ศ. 2555–2556 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จากกระทรวงวัฒนธรรม

    นอกจากนี่ สงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวแทน 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศไทย ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเพณีสงกรานต์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เพื่อเสนอต่อยูเนสโก และเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีสงกรานต์พระประแดงของชาวไทยรามัญ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่สู่อนุชนรุ่นหลัง

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ประเพณีสงกรานต์พระประแดงเป็นประเพณีที่ได้รับการกล่าวขานจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศว่าเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและดึงดูดใจ ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการธำรงรักษาประเพณีและวิถีชีวิตชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งชื่นชมคณะผู้จัดงานและประชาชนชาวพระประแดงที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานประเพณีนี้อย่างต่อเนื่อง
    ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างหลากหลาย อาทิ การสรงน้ำพระพุทธรูป การปล่อยนก-ปล่อยปลา การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การละเล่นสะบ้ารามัญ การสาธิตการกวนกาละแม การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน (มินตรา) และการเยี่ยมชมบ่อนสะบ้าหมู่บ้านรามัญ ซึ่งล้วนมีบทบาทในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานราก

    ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม มีแนวทางยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพสูง จำนวน 18 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้งเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัย “ที่สำคัญเป็นการต่อยอดหลังจากประเพณี ‘สงกรานต์ในประเทศไทย’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดย UNESCO เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สมัยประชุมครั้งที่ 18 ณ เมืองคาซาเน สาธารณรัฐบอตสวานา ภายใต้ชื่อรายการ ‘Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival’” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

    นอกจากนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนกว่า 30 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการจัดงานสงกรานต์ใน 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่าน 7 มาตรการ 17 แนวทาง อาทิ การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม การต่อยอดกิจกรรมทางวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่ภาพลักษณ์สงกรานต์ไทยสู่ระดับนานาชาติ การรณรงค์ด้านความปลอดภัย และการจัดงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Zero Waste

    “ ประเพณีสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน หากแต่คือ จิตวิญญาณของความเป็นไทยที่สั่งสมสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติและร่วมกันส่งต่อเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปยังนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนประเทศไทย รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืนสืบไป” นายอนุทิน กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/986481/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Nf9l5JUtelHzR6PYQmwEN

  • “ภูแลนคา” พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ค.นี้ หลังปิดฟื้นฟูป่า 2 เดือน

    “ภูแลนคา” พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ค.นี้ หลังปิดฟื้นฟูป่า 2 เดือน

    วันนี้ (27 เม.ย.2569) อุทยานแห่งชาติภูแลนคา กลับมาเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมอย่างเป็นทางการ อีกครั้ง เริ่ม 1 พ.ค.2569 หลังสิ้นสุดช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติ โดยชูความพร้อมด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความงดงามของผืนป่าที่ฟื้นตัวเต็มที่

    ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมประจำปี เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวสอดคล้องกับสภาพอากาศ และเปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติได้พักฟื้น ช่วงวันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2569 ตามประกาศลงวันที่ 11 ก.พ. 2568 และขณะนี้ครบกำหนดเรียบร้อยแล้ว

    ​นายเด่น รัตนชัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมจุดให้บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก และลานกางเต็นท์ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พร้อมรองรับการกลับมาของกลุ่มคนรักธรรมชาติ

    การปิดป่าที่ผ่านมาส่งผลดีอย่างมากต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สำคัญได้รับความเสียหายลดลง และฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรามีความพร้อมเต็มที่ที่จะเปิดบ้านต้อนรับทุกคน ให้กลับมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์อีกครั้ง

    สำหรับการเปิดฤดูกาลใหม่นี้ อุทยานฯ ย้ำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด และคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ เพื่อให้ความสวยงามของภูแลนคายั่งยืนต่อไป ผู้ที่สนใจ เดินทางมาติดต่อใช้บริการได้ตามกำหนดการดังกล่าว

    อุทยานแห่งชาติภูแลนคา (Phu Laenkha)

    อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ครอบคลุม อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.หนองบัวแดง อ.เมืองชัยภูมิ และ อ.บ้านเขว้า ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ผสมผสานทั้งป่าทึบและป่าโปร่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่ แม่น้ำชี

    นอกจากนี้ อุทยานฯ ยังได้พัฒนาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ให้สามารถสัมผัสความงดงามของธรรมชาติได้อย่างหลากหลายและปลอดภัย

    “ภูแลนคา” พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ค.นี้ หลังปิดฟื้นฟูป่า 2 เดือน

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีหลายเส้นทาง

    -เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอป่า มีระยะทางประมาณ 1,800 เมตร เป็นเส้นทางเดินทางเดียว ผ่านจุดชมวิวยอป่า จุดชมวิวหลังสัน และจะสิ้นสุดที่จุดชมวิวภูแลนคา ตลอดเส้นทางจะเป็นเต็งรัง จะพบนก และผีเสื้อนานาชนิด

    -เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังฝาย เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังฝาย มีระยะทางประมาณ 1,200 เมตร เป็นเส้นทางเดินทางเดียว ตลอดเส้นทางเดินจะเป็นป่าประเภทป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้ง มีฐานศึกษาธรรมชาติ เช่น ต้นไทร จอมปลวก จะพบนก และผีเสื้อนานาชนิด จุดสิ้นของเส้นทางคือจุดชมวิวภูแลนคา

    -เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผากล้วยไม้-หินปราสาท-หินประตูโขลง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผากล้วยไม้-หินปราสาท-หินประตูโขลง มีระยะทางประมาณ 3,300 เมตร เป็นเส้นทางเดินทางเดียว มีฐานศึกษาธรรมชาติ เช่น ป่าดิบแล้ง จอมปลวก ไลเคน และยังผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ได้แก่ ผากล้วยไม้ หินปราสาท หินประตูโขลงอีกด้วย

    อ่านข่าว :

    ฮือฮา “ศุภจี” ดึง “พิมรี่พาย” ไลฟ์สดขาย “ทุเรียน” 1 ล้านลูก

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ แม้ “ฮอร์มุซเปิด” ก็ไม่ได้แปลว่าโลกจะกลับมาเป็นปกติ

    ราคาทองคำ เช้านี้ -150 บาท “ทองแท่ง” ขายออก 72,100 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505144&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Kze45dYEVs0gHWPlM5Ais

  • “ข้าวผัดซอสสับปะรดโคขุน” ปราณบุรี คว้าแชมป์สุดยอดเชฟ งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

    “ข้าวผัดซอสสับปะรดโคขุน” ปราณบุรี คว้าแชมป์สุดยอดเชฟ งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

    ภูมิภาค

    “ข้าวผัดซอสสับปะรดโคขุน” ปราณบุรี คว้าแชมป์สุดยอดเชฟ งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมนู “ข้าวผัดซอสสับปะรดโคขุน” จากอำเภอปราณบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวด “สุดยอดเชฟ” ในงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2569” สะท้อนศักยภาพการต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่เมนูมูลค่าสูง

    เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่เวทีกลาง บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    นางสาวเชาวนีฐ์ โคมแก้ว เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวมุ่งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของจังหวัด เพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารเพิ่มมูลค่า พร้อมเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้แสดงศักยภาพด้านการปรุงอาหาร

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การสาธิตเมนูจากสับปะรด เช่น ข้าวผัดสับปะรด และแกงหอยสับปะรด เวทีเสวนา “Next Move ประจวบต้องไปต่อ” รวมถึงการประกวด “สุดยอดเชฟ” โดยใช้วัตถุดิบเด่นของจังหวัด เช่น สับปะรด มะพร้าว เนื้อโค กุ้งขาวแวนนาไม และน้ำนมโค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

    ผลการประกวด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เมนู “ข้าวผัดซอสสับปะรดโคขุน” จากทีมครัวบ้านไร่สุรพัศ อำเภอปราณบุรี ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

    รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เมนูแกงคั่วสับปะรดกุ้ง และสมูทตี้สับปะรด จากทีมแม่ครัวตัวจี๊ด อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
    รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เมนูแกงคั่วดอกจากเนื้อย่าง จากทีมตลาดเกษตรกรบางสะพาน อำเภอบางสะพาน

    ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ เมนูมัสมั่นเนื้อสับปะรด จากทีมแม่บ้านเกษตรกรร่องแก้ว และเมนูแกงส้มสับปะรด จากทีมดอกไม้บาน อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

    นายปรีดา สุขใจ กล่าวชื่นชมการบูรณาการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ร่วมกันผลักดันสินค้าเกษตรคุณภาพสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยยกระดับรายได้เกษตรกร และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเที่ยวชมงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจวบคีรีขันธ์” ได้จนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ และชายหาดอ่าวประจวบคีรีขันธ์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473961&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wuw-f3LBMs5A1to_H7EFJ

  • “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” ชวนสัมผัสวัฒนธรรมไทเลย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | เดลินิวส์

    “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” ชวนสัมผัสวัฒนธรรมไทเลย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สวนสาธารณะกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้ นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” โดยมี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย วัฒนธรรมจังหวัดเลย พาณิชย์จังหวัดเลย ประธานหอการค้าจังหวัดเลย ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย และผู้แทนนายกเทศมนตรีเมืองเลย ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน อินฟลูเอ็นเซอร์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

    ภายในงาน มีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงประเพณีเด่นของจังหวัดเลย รวมถึงการสาธิตอาหารและขนมพื้นบ้าน ก่อนเข้าสู่พิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยผู้ร่วมแถลงข่าวได้ร่วมให้ข้อมูลในประเด็นสำคัญอย่างรอบด้าน ได้แก่ ที่มา วัตถุประสงค์ และภาพรวมของการจัดกิจกรรม รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน การบูรณาการจัดงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย การประชาสัมพันธ์และความพร้อมด้านที่พัก อาหาร และสถานที่ ตลอดจนการสนับสนุนจากภาคเอกชน รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า จังหวัดเลยมีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะทุนทางวัฒนธรรม เช่น ประเพณีผีตาโขน ผีขนน้ำ ผีบุ้งเต้า และต้นดอกไม้ ซึ่งสะท้อนความเชื่อและภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน จังหวัดจึงมุ่งนำอัตลักษณ์เหล่านี้มาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศ

    สำหรับกิจกรรม “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะกุดป่อง โดยภายในงานจัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งจุดเช็กอินสุดตระการตา อาทิ หิมะตกที่ภูเขาฟูจิเมืองเลย ต้นดอกไม้เรืองแสงยามค่ำคืน โซนวัฒนธรรม 3 ผี ต้นดอกไม้ใหญ่ และโซนดอกไม้ 3 ฤดู พร้อมการแสดงจากศิลปินชื่อดังระดับประเทศตลอด 4 วัน ได้แก่ วันที่ 1 พฤษภาคม พบศิลปินแห่งชาติ วินัย พันธุรักษ์ สุดา ชื่นบาน รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส และศิลปินลูกทุ่งดัง ตรี ชัยณรงค์ วันที่ 2 พฤษภาคม วงเอเชียเซเว่น วันที่ 3 พฤษภาคม หมู มูซู และต้ามิสเตอร์ทีม และวันที่ 4 พฤษภาคม อินบูโดกัน และมิคกี้ ปิยะวัฒน์

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย อาทิ ตลาดวัฒนธรรมไทเลย ลานศิลป์วิถีถิ่น เวิร์กช็อปศิลปะและงาน DIY กิจกรรม Co-Art Loei เติมสี 14 อำเภอ ตลอดจนลานแสดงและจำหน่ายสินค้า ของดีของเด่นจังหวัดเลย และร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 100 ร้านค้า 

    การจัดงานดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเลยให้โดดเด่น สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเข้มแข็ง

    จังหวัดเลยจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทเลย ในงาน “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” ภายใต้แนวคิด “ครบทุกสีสัน ครบทุกความสุข ใจกลางเมืองเลย” ระหว่างวันที่  1-4 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5814794/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3i75lET-Gut7-yMhcgbUpU

  • กระแต อาร์สยาม ทุ่ม 10 ล้าน พาครอบครัวบินเที่ยวเกาะที่แพงที่สุดในโลก

    กระแต อาร์สยาม ทุ่ม 10 ล้าน พาครอบครัวบินเที่ยวเกาะที่แพงที่สุดในโลก

    วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.06 น.

    27 เมษายน 2569 นักร้องสาวชื่อดัง “กระแต อาร์สยาม” สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังควงหวานใจ “โตชิ จิรทีปต์” พร้อมครอบครัว บินลัดฟ้าไปท่องเที่ยวทวีปยุโรป โดยมีจุดหมายสำคัญที่ประเทศอิตาลี และเกาะคาปรี หนึ่งในเกาะท่องเที่ยวสุดหรูที่ถูกยกให้เป็นเกาะที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก

    โดยกระแตได้โพสต์ภาพและคลิปบรรยากาศสุดอลังการ พร้อมเผยความประทับใจว่า ทริปนี้ กับ 10,000,000บาท!! ทุกคนว่าคุ้มไหมคะ?

    มันไม่ใช่แค่ทริปสวย ๆ แต่มันคือทริปแห่งความรักที่สมบูรณ์แบบ

    ได้มีโอกาสพาคุณแม่และครอบครัวเดินทางมาเที่ยวกันไกลถึงขนาดนี้ ไปหลายประเทศ อยู่กันเกือบ 1 เดือน มาพักชาร์จพลัง ทุกความทรงจำที่มีค่า มันมากกว่าสิ่งใดที่เงินจะวัดได้จริงๆค่ะ ทริปนี้ค่าใช้จ่ายเกือบ 10 ล้านบาท แต่ความสุขที่แท้จริง คือการยังมีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก และในวันที่เรายังมีกัน

    ขอให้พลังงานดีๆในคลิปนี้ ส่งถึงทุกคนให้ได้รับคลื่นแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะค้าาา

    ขอบคุณภาพจาก : @kt_kratae8

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/960875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iQBB045g8O7zqNQ-l5ecL

  • เปิดประสบการณ์ใหม่ทุก 6 เดือน สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย

    เปิดประสบการณ์ใหม่ทุก 6 เดือน สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย

    เผยแพร่

    สวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา จำนวน 9 ต้น ในเวลา 09.00 น. สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส “พิธีกรรมที่มีชีวิต” ซึ่งจัดขึ้นเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น

    โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหารร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง และได้นิมนต์ พระครูเกษมกิจโสภณ พร้อมพระสงฆ์รวม 9 รูป ประกอบพิธีเจิมแป้ง ปิดทอง และประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ธงมนตราทั้ง 9 ผืน ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    “ธงมนตรา” เป็นผืนผ้าที่จารึกบทสวดภาวนา ตามความเชื่อของชาวพุทธในแถบเนปาล ทิเบต และภูฏาน โดยเชื่อว่าเมื่อสายลมพัดผ่าน จะนำพาคำอธิษฐานและพรดี ๆ แผ่กระจายออกไปสู่ทุกผู้คน กลายเป็นภาพบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและเปี่ยมด้วยความหมาย จนกลายเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตาตนเอง”

    นอกจากนี้ สีทั้ง 5 บนผืนธงยังสะท้อนความเชื่อเรื่องสมดุลของธรรมชาติ ได้แก่ สีแดงแทนธาตุไฟ สีน้ำเงินแทนธาตุน้ำ สีเขียวแทนไม้ สีขาวแทนโลหะ และสีเหลืองแทนดิน ซึ่งเมื่อปลิวไหวพร้อมกันในสายลม จะเกิดเป็นภาพที่งดงามและทรงพลัง เสมือนการผสานกันของธรรมชาติและศรัทธา

    พิธีเปลี่ยนธงมนตราจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมสีสันให้การท่องเที่ยวไทย และตอกย้ำภาพลักษณ์ของสวนนงนุชพัทยา ในฐานะจุดหมายปลายทางที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2598%25E0%25B9%258C/274160&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AYeC_AJtWKHCaVUiLVNUI

  • &

    &

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวดำน้ำของไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569 ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก นักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่จุดดำน้ำที่สวยงามเท่านั้น แต่ต้องการประสบการณ์ที่ครบครันและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ธุรกิจเรือท่องเที่ยวดำน้ำแบบพักค้างคืน (Liveaboard) จึงต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Lifestyle และการสร้างเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง

    'เรือเวฬา' ผ่าแนวโน้มธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำไทย รับเทรนด์ Quality Experience ปั้นนิยามใหม่แห่งการพักผ่อน

    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเดินทางอยู่ในทิศทางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงกลายเป็นปัจจัยท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางภูมิทัศน์อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวภรภัทร์ เริงประเสริฐวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรือเวฬา จำกัด เจ้าของ “เรือเวฬา” (VELA Liveaboard) เรือสุดหรูที่ให้บริการทริปดำน้ำเพื่อเปิดมุมมองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจเรือท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย

    คุณภรภัทร์ มองว่า ทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการท่องเที่ยวแบบมวลชน (Mass Tourism) ไปสู่การเน้นคุณภาพ (Quality) มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการได้รับประสบการณ์จากเรือมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การดำน้ำเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้เรือในกลุ่มลักชูรีจึงสามารถขายได้ดีกว่าเรือท้องถิ่นที่ให้บริการมานาน เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคนี้เริ่มให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความละเอียดในส่วนของดีเทลต่าง ๆ มากขึ้น

    แม้ว่าในช่วงเวลานี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน โดยยอมรับว่า ประเด็นดังกล่าวมีผลกระทบต่อธุรกิจเพราะค่าน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 50% โดยจากเดิมที่เคยซื้อน้ำมันในราคา 30 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 50 บาทแล้ว ทางเรือจึงจำเป็นต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ซึ่งไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่เนื่องจากในต่างประเทศมีการเก็บกันเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ลูกค้ามีความเข้าใจในสถานการณ์และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว ทำให้แนวโน้มธุรกิจยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้

    คุณภรภัทร์ ยอมรับว่า แนวโน้มธุรกิจยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้ การดำเนินธุรกิจของ เรือเวฬา จึงมาจากแรงบันดาลใจในการพัฒนาและสร้างเรือเวฬาให้เป็นพื้นที่แห่งความสะดวกสบาย (Comfort Space) ให้กับนักดำน้ำ เนื่องจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปดำน้ำกับเรือลำอื่นแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่พื้นที่ที่ตอบโจทย์ความสบายอย่างแท้จริง โดยนักท่องเที่ยวสามารถนอนหลับสบายและกินอิ่ม ซึ่งจุดระสงค์สำคัญนั่นคือ อยากให้ผู้ที่มาใช้บริการรู้สึกว่าการอยู่บนเรือเหมือนกับการอยู่ที่บ้าน

    ดังนั้นปรัชญาหลักในการออกแบบเรือคืออยากให้เรือเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองมากกว่าที่จะถูกมองว่าเป็นเพียงพาหนะที่ต้องมาเพื่อดำน้ำเพียงอย่างเดียว ซึ่งเรือเวฬาดำเนินธุรกิจมาประมาณ 2 ปี โดยใช้เวลาในการออกแบบและขึ้นโครงสร้างอยู่นานประมาณ 2-3 ปี และเรือเพิ่งเริ่มให้บริการจริงได้ประมาณ 1 ปี ปัจจุบันยังคงเน้นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลักเพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับปรุง แต่มีแผนที่จะขยายตลาดไปสู่ชาวต่างชาติในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากได้รับการติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

    ขณะที่ตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่มีผลต่อการบริการของเรืออย่างมาก คุณภรภัทร์ อธิบายว่า คนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหา (Content) โดยเฉพาะการถ่ายรูป ซึ่งการออกแบบเรือที่มีกระจกขนาดใหญ่หรือห้องซาลูนที่สวยงามกว่าที่อื่นสามารถกลายเป็นจุดขายสำคัญได้ กลุ่มเป้าหมายของเรือเวฬา จึงครอบคลุมกลุ่มวัยรุ่นที่อาจเข้ามาเพื่อทดลองสัมผัสประสบการณ์และเก็บภาพไปแบ่งปันในกลุ่มเพื่อน รวมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อดำน้ำอย่างจริงจังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการพักผ่อนควบคู่ไปด้วย

    ส่วนเส้นทางการเดินเรือของเวฬาครอบคลุมทั้งสองฝั่งทะเล โดยในช่วงที่ฝั่งอันดามันปิดจะย้ายไปวิ่งทางฝั่งอ่าวไทย ซึ่งแบ่งเส้นทางเป็นชุมพร เกาะเต่า และโลซิน ส่วนในช่วงเปิดฤดูกาลฝั่งอันดามัน ลูกค้าที่เหมาเรือ (Charter) สามารถเลือกเส้นทางได้ทั้งอันดามันเหนือและอันดามันใต้ หรือจัดทริปยาวแบบผสมผสานก็ได้ นอกจากนี้ทางเรือเวฬายังมีความพยายามที่จะขยายเส้นทางไปถึงประเทศเมียนมา เพื่อตอบโจทย์ชาวต่างชาติที่ต้องการประสบการณ์การพักผ่อนและการเดินทางที่ยาวนานขึ้น โดยอาจจะเริ่มขึ้นเรือที่ภูเก็ตแล้ววิ่งผ่านจุดดำน้ำสำคัญไปจนถึงพม่า

    เมื่อถามถึงจุดดำน้ำในดวงใจที่อยากแนะนำให้ทุกคนไปสัมผัส คุณภรภัทร์ ตอบโดยไม่ลังเลว่า อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำที่ “เกาะโลซิน” ซึ่งเป็นกองหินขนาดใหญ่ เขตจังหวัดปัตตานี จุดดำน้ำลึกที่มีแหล่งปะการังสวยงาม เนื่องจากเป็นจุดที่ต้องเดินทางด้วยเรือพักค้างคืนบนเรือ (Liveaboard) เท่านั้น ไม่สามารถใช้เรือสปีดโบ๊ทหรือเรือประมงไปได้เพราะจะลำบากเกินไป

    “โลซินเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์สูงมากและสามารถดำน้ำได้เพียงไม่กี่เดือนในหนึ่งปีในช่วงที่ไม่มีพายุ ทรัพยากรทางธรรมชาติจึงยังหนาแน่น มีปะการังแข็งจำนวนมาก และเป็นจุดที่สามารถลุ้นพบสัตว์ใหญ่ได้ทุกปี เช่น ฉลามวาฬ โรนัน ปลากระเบนแมนตา และปลากระทงร่ม เป็นต้น และแม้โลซินจะเป็นจุดที่อยู่ไกลและเดินทางยาก แต่รับรองว่าน้ำทะเลใสมากเนื่องจากเป็นพื้นที่ทะเลเปิด ซึ่งทำให้กองหินโลซินกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักดำน้ำทุกคนควรไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต”

    สำหรับผู้ที่สนใจเรือเวฬาและต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวดำน้ำแบบพรีเมียม สามารถพบกันที่งาน Thailand Dive Expo 2026 โดยทางเรือเวฬาจะมีกิจกรรมมากมายรอคอยผู้เข้าชมงาน ทั้งการจำหน่ายแพ็คเกจทริป และกิจกรรมร่วมสนุก การแจกของรางวัล บูธถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ และอาจมีการแจกทริปสำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธด้วย ซึ่งงานครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดตัวให้ชาวต่างชาติได้เห็นศักยภาพของเรือและประเทศไทยด้วย

    “อยากเชิญชวนผู้ที่รักทะเลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยดำน้ำมาก่อนหรือผู้ที่กำลังสนใจอยากเริ่มต้น ให้ลองมาเดินชมงานเพราะจะได้รับประสบการณ์และความรู้จากการพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์มานานหลายปี แม้จะยังไม่ตัดสินใจในทันทีก็อยากให้ลองมาดูบรรยากาศของงานที่เหมือนเป็นการรวมญาติของนักดำน้ำเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสวยงามของโลกใต้ทะเลด้วยตาตนเอง ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไป” คุณภรภัทร์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieo8ajv9nz5s5u0evll9vvi5awp62d2e&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u4bq8WVDHdjjq3Hoi8TvZ

  • จ่อยกเลิกฟรีวีซา 60 วัน ท่องเที่ยวฯ ทบทวนหนัก หวังคุมคุณภาพนักท่องเที่ยว

    จ่อยกเลิกฟรีวีซา 60 วัน ท่องเที่ยวฯ ทบทวนหนัก หวังคุมคุณภาพนักท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงทิศทางการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการตรวจลงตราครั้งสำคัญว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนและมีแนวโน้มที่จะยกเลิกมาตรการผ่อนผันการตรวจลงตรา หรือ “ฟรีวีซา 60 วัน” (ประเภท ผ. 60 วัน) ซึ่งเป็นมาตรการทดลองใช้กับนักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศและดินแดนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบในเชิงลบหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความมั่นคงภายในประเทศ

    จากการรวบรวมข้อมูลหลังการทดลองใช้มาตรการดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ข้อสรุปตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนความเหมาะสมอย่างเร่งด่วน

    เนื่องจากพบกรณีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ การสร้างความเดือดร้อนรำคาญในร้านสะดวกซื้อ การขับขี่พาหนะด้วยความประมาทหวาดเสียว รวมถึงประเด็นที่ร้ายแรงกว่าอย่างการแฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนตัวของอาชญากรข้ามชาติ การเข้ามาแย่งอาชีพของคนไทย และการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีที่ผิดกฎหมาย

    ข้อมูลทางสถิติระบุว่า นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยอย่างแท้จริง มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ที่เลือกพำนักอยู่ในประเทศเพียง 1-30 วันเท่านั้น ขณะที่กลุ่มที่ใช้สิทธิพำนักนานเกินกว่า 30 วัน มีเพียงร้อยละ 10 ซึ่งกลุ่มนี้เองที่อาจแฝงตัวเข้ามาทำกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ดังนั้น การปรับลดจำนวนวันพำนักลงให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริงจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เพื่อปิดช่องโหว่การเลือกปฏิบัติและกลับไปใช้เกณฑ์เดิมที่มีการคัดกรองอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มประชุมหารือรายละเอียดและเตรียมนำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติแก้ไขมติเดิมที่เคยผ่อนผันไว้ โดยวัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุงเกณฑ์วีซาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น

    แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการคัดกรองนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่ต้องการพำนักในระยะยาวและสร้างเม็ดเงินสะพัดให้แก่ประเทศอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ

    อ่านข่าวอื่น :

    วุ่นทั้งลำ! ดำเนินคดีสามี-ภรรยาพูดคำว่า “ระวังระเบิด” บนเครื่องบินที่กระบี่

    เหตุยิงป่วนงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว จุดกระแสตั้งคำถามมาตรการรักษาความปลอดภัย

    “เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา” จ.แม่ฮ่องสอน ประกาศจุดยืน ไม่เอา “เหมืองแร่ฟลูออไรด์”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505129&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dRTuetkXX9THTmJzPRrLu

  • เลยเปิดตัวงาน

    เลยเปิดตัวงาน

    วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    เลยเปิดตัวงาน

    ‘สีสันเมืองเลย’

    1–4 พฤษภาคมนี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสาธารณะกุดป่อง จ.เลย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สีสันเมืองเลย (The Colors of Loei)” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมให้ข้อมูลความพร้อมท่ามกลางบรรยากาศการสาธิตภูมิปัญญาและอาหารพื้นบ้านไทเลย

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุว่า จังหวัดเลยมีทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะประเพณีผีตาโขน ผีขนน้ำ ผีบุ้งเต้า และต้นดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก จังหวัดจึงนำอัตลักษณ์เหล่านี้มาต่อยอดผ่านแนวคิดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

    งานที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 พฤษภาคมนี้ ได้เนรมิตพื้นที่สวนสาธารณะกุดป่องให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสุดตระการตา อาทิ 1. จำลองบรรยากาศหิมะตกที่ภูเขาฟูจิเมืองเลย (ภูป่าเปาะ) 2.ต้นดอกไม้เรืองแสงยามค่ำคืน และโซนดอกไม้ 3 ฤดู และ 3.นิทรรศการ 3 ผี และต้นดอกไม้ใหญ่

    ตลอด 4 วันของกิจกรรม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น วินัย พันธุรักษ์, ตรี ชัยณรงค์, วง ASIA7, หมู มูซู และ อิน บูโดกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ตลาดวัฒนธรรมไทเลย” ที่รวบรวมของดีของเด่นและร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 100 ร้านค้า รวมถึงเวิร์กช็อปงาน DIY และกิจกรรมเติมสี 14 อำเภอ จึงขอเชิญชวนสัมผัสความสุขใจกลางเมืองเลย ในวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 นี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/960799&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26W7RDU2_Bahzur4-a0wgd

  • ดูดวงรายวันประจำวันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    ดูดวงรายวันประจำวันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    ดูดวงรายวันประจำวันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    • การงาน : ขยายธุรกิจสำเร็จ
    • การเงิน : คนรักจะนำโชคมาให้
    • ความรัก : เดินทางท่องเที่ยวได้พบรัก

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ใหญ่
    • อัญมณีมงคล: ควอตซ์ใส
    • สีมงคล: สีครีม
    • เลขนำโชค: 1, 4, 6

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 22-28 เมษายน 2569 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 06:01 – 11:01 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    • 08:59 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่
    • 09:09 – 11:19 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ
    • 08:19 – 09:19 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่
    • 05:45 – 12:45 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/325970/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nBrXxhgoPLhkngKj-tLTc