Category: ท่องเที่ยว

  • “นครวัด” ของกัมพูชา คว้าอันดับ 2 สถานที่ท่องเที่ยวน่าดึงดูดสุดในเอเชีย : อินโฟเควสท์

    “นครวัด” ของกัมพูชา คว้าอันดับ 2 สถานที่ท่องเที่ยวน่าดึงดูดสุดในเอเชีย : อินโฟเควสท์

    ฮวด ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่า หมู่ปราสาทนครวัดครองตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียประจำปี 2569 ในการจัดอันดับโดยทริปแอดไวเซอร์ (TripAdvisor) พร้อมแนบรายชื่อ 25 สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชียจากทริปแอดไวเซอร์ ซึ่งมีการ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ ของสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 1 และทัชมาฮาลของอินเดียอยู่ในอันดับ 3

    ทริปแอดไวเซอร์ระบุบนเว็บไซต์ว่า นครวัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยสถาปัตยกรรมและงานแกะสลักอันวิจิตรงดงาม และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปเยี่ยมชมในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หมู่ปราสาทนครวัดเป็นหนึ่งในหมู่ปราสาทสำคัญของอุทยานโบราณคดีอังกอร์ในจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งเป็นอุทยานขนาดใหญ่ 401 ตารางกิโลเมตร มีหมู่ปราสาทโบราณ 91 แห่ง ที่ก่อสร้างระหว่างศตวรรษที่ 9-13 และถูกจัดให้เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

    อังกอร์ เอ็นเทอร์ไพรส์ ของกัมพูชา ระบุว่า อุทยานฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกัมพูชา ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.ของปี 2569 รวม 322,004 คน และทำรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 15.5 ล้านดอลลาร์

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589968&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sdDBZca3T46_KM604CNOm

  • เทรนด์ท่องเที่ยวปี 69 มองหาที่พักมีคุณภาพ อาหารเช้าดี เผย เทรนด์ใหม่ “Pet-Friendly” โตเด่น

    เทรนด์ท่องเที่ยวปี 69 มองหาที่พักมีคุณภาพ อาหารเช้าดี เผย เทรนด์ใหม่ “Pet-Friendly” โตเด่น

    มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของคนไทย โดยพฤติกรรมนักเดินทางไทยปี 2569 พบว่า ให้ความสำคัญ “ประเภทที่พัก-รีวิวดี-อาหารเช้า” มากขึ้น ขณะที่เทรนด์ Pet-Friendly และความยืดหยุ่นของเวลาจองมาแรง สะท้อนการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

    โดยแพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล Agoda กล่าวถึงผลวิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหาที่พักของนักเดินทางชาวไทยในปี 2569 พบว่า

    อโกด้า
    เทรนด์ท่องเที่ยวปี 69 คนไทยยังมองหาที่พักแบบมีคุณภาพ อาหารเช้าต้องดี

    “ประเภทที่พัก” กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการใช้งานตัวกรองสูงสุดถึง 19% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกที่พักที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน “คะแนนรีวิว” ยังคงเป็นอีกปัจจัยหลักในการตัดสินใจ โดยที่พักที่มีคะแนนตั้งแต่ 8 คะแนนขึ้นไป คิดเป็น 9% ของทั้งหมด

    “ไลน์อาหารเช้าแน่นๆ ” ยังขายได้ เอเชีย-ไทยให้ความสำคัญสูง

    ข้อมูลยังชี้ว่า นักเดินทางในเอเชียให้ความสำคัญกับตัวเลือก “ที่พักรวมอาหารเช้า” เป็นอันดับ 2 คิดเป็น 12% ของการค้นหาทั้งหมด ขณะที่นักเดินทางชาวไทยมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 13%

    นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกยังมีบทบาทต่อการเลือกที่พัก โดยที่ยอดนิยมในการค้นหา ได้แก่

    • สระว่ายน้ำ คิดเป็น 4%
    • อ่างอาบน้ำ  คิดเป็น 2%

    สะท้อนความต้องการ “ความสะดวกสบาย และการพักผ่อน” ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

    เทรนด์ใหม่ “Pet-Friendly” โตเด่นเฉพาะไทย

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ที่พักที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly)” ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มนักเดินทางชาวไทย โดยติดอันดับตัวกรองยอดนิยม อันดับ 10 (2%) จุดที่น่าสนใจคือ ไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ตัวเลือก “Pet-Friendly” นอกจากนี้ยังมี “ที่พักรักษ์โลก” ติดอันดับความนิยม ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยวแบบครอบครัว และสัตว์คือสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน 

    “ความยืดหยุ่น” ปัจจัยใหม่ของการตัดสินใจ

    ด้านเงื่อนไขการจอง พบว่า “ความยืดหยุ่น” กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยการค้นหาที่นิยม คือ 

    • ยกเลิกฟรี คิดเป็น 5%
    • ชำระเงินยืดหยุ่น คิดเป็น 5%

    รวมถึงปัจจัยเสริมอย่าง

    • ที่จอดรถ คิดเป็น4%
    • ทำเลที่ตั้ง คิดเป็น 2%

    สะท้อนความต้องการความคล่องตัวในการวางแผนท่องเที่ยว ท่ามกลางความไม่แน่นอน

    อโกด้าชี้ “นักท่องเที่ยวไทย” ยุคใหม่ เน้นประสบการณ์เฉพาะตัว

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า ระบุว่า นักเดินทางไทยในปี 2569 ไม่ได้มองแค่ “ที่พัก” แต่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การเดินทาง” ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์มากขึ้น ทั้งในด้าน อาหาร การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง ความยืดหยุ่นในการจอง

    ซึ่งหากมองให้ลึกลงไปสำหรับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการแนวโน้มดังกล่าวสามารถออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น และยังสะท้อนว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวสู่ “Customization Economy” อย่างชัดเจน

    โดยผู้บริโภคต้องการคุณภาพมากกว่าราคา และประสบการณ์มากกว่าฟังก์ชันพื้นฐานทั่วไปแบบเดิม ซึ่งผู้ประกอบการสามารถปรับโมเดลธุรกิจจาก “Mass” ไปสู่ “Personalized” เพื่อแข่งขันในระยะยาวได้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/274721&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rkMx8Dp_fOGpACe0jSAxS

  • ย้อนรอย “ถ้ำนาคา” ตำนานคำสาปปู่อือลือ สู่หินเกล็ดพญานาค ที่สายมูต้องไปเยือนสักครั้ง

    ย้อนรอย “ถ้ำนาคา” ตำนานคำสาปปู่อือลือ สู่หินเกล็ดพญานาค ที่สายมูต้องไปเยือนสักครั้ง

    หากพูดถึงสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และการขอโชคลาภที่แรงที่สุดในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้น “ถ้ำนาคา” อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ สถานที่ที่มีหินรูปร่างมหัศจรรย์คล้ายพญานาคขนาดใหญ่ยักษ์ขดตัวอยู่ หลายคนเชื่อว่าที่นี่คือร่างหินของ “เจ้าปู่อือลือนาคราช” ที่ถูกสาปไว้ และท่านพร้อมจะประทานพรให้แก่ผู้ที่มีจิตศรัทธา ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปย้อนตำนานรักต้องห้ามที่ทำให้เมืองล่มสลายกลายเป็นบึงโขงหลง พร้อมหาคำตอบว่าหินยักษ์รูปร่างคล้ายเกล็ดพญานาคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยช่วงวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 ถ้ำนาคาจะปิดรับนักท่องเที่ยว และจะเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 สายมูเตรียมตัวให้พร้อม

    เปิดตำนาน คำสาป “เจ้าปู่อือลือ” และเมืองที่ล่มสลาย

    ประวัติของถ้ำนาคานั้นผูกโยงอย่างแนบแน่นกับ “ตำนานปู่อือลือนาคราช” และเมืองรัตพานคร (บริเวณบึงโขงหลงในปัจจุบัน) ตามความเชื่อท้องถิ่นระบุว่า

    ต้นเหตุแห่งคำสาป เกิดจากความรักที่ไม่สมหวังระหว่าง “เจ้าชายฟ้ารุ่ง” (มนุษย์) และ “นาครินทรานี” (ธิดาพญานาค) เมื่อความจริงปรากฏว่าฝ่ายหญิงเป็นนาค พระเจ้าอือลือราชาจึงขับไล่นางกลับเมืองบาดาล สร้างความโกรธแค้นแก่พญานาคราชผู้เป็นพ่อ จึงยกไพร่พลมาถล่มเมืองจนล่มสลายกลายเป็นบึงขนาดใหญ่

    พญานาคกลายเป็นหิน เล่ากันว่าพญานาคที่ร่วมรบหรือตัวพระเจ้าอือลือเอง (ตามบางตำนาน) ถูกสาปให้กลายเป็นหินติดอยู่ในถ้ำบนภูลังกา และจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อเกิดเมืองใหม่ขึ้นในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งผู้คนเชื่อว่าการตั้ง “จังหวัดบึงกาฬ” คือสัญญาณของการสิ้นสุดคำสาป ทำให้ถ้ำนาคาถูกค้นพบในที่สุด

    วิธีไหว้บูชาเจ้าปู่อือลือ ไหว้อย่างไรให้สมหวัง

    จุดธูป 9 ดอก หรือจุดกำยาน 1 ดอก
    น้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว (เปิดจากขวดใหม่เท่านั้น)
    ดอกไม้ แนะนำดอกบัวสีขาว

    คาถาบูชาพ่อปู่อือลือ แห่งบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

    คำบูชาเจ้าปู่อือลือ (ย่อ)

    (ตั้งนะโม 3 จบ) “เอหิสังคัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง มะมะ” (3 จบ) แล้วกล่าวชื่อ-นามสกุล และคำอธิษฐานขอพร

    บทบูชาเจ้าปู่อือลือนาคราช (ฉบับเต็ม)

    (ตั้งนะโม 3 จบ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    บทอัญเชิญและบูชา

    เอหิสังคัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง มะมะ กายะ วาจา จิตตัง อะหังวันทา อือลือนาคราชราชา วิสุทธิเทวา ประสิทธิเม ทุติยัมปิ กายะ วาจา จิตตัง อะหังวันทา อือลือนาคราชราชา วิสุทธิเทวา ประสิทธิเม ตะติยัมปิ กายะ วาจา จิตตัง อะหังวันทา อือลือนาคราชราชา วิสุทธิเทวา ประสิทธิเม

    บทขอพร (พระคาถาอัญเชิญโชคลาภ)

    อะถะโข โพธิสัตโต วิปัสสี นามะ ตัสสะ มะหิทธิตา อือลือนาคราชะ มะหานาโค มะหัปผะโล มะหาลาโภ นะโมพุทธายะ (สวด 3, 7 หรือ 9 จบ ตามสะดวก)

    พิกัด “ถ้ำนาคา” ตั้งอยู่ที่ไหน?

    ถ้ำนาคา ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยจุดลงทะเบียนและทางขึ้นหลักจะอยู่ที่ วัดถ้ำชัยมงคล (หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว น้ำตกตาดวิมานทิพย์) เวลาทำการ 06.00 – 14.00 น. (ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ) 

    หมายเหตุ คุณต้องเริ่มเดินขึ้นไม่เกินเวลา 14.00 น. เพื่อให้มีเวลาเดินกลับลงมาทันก่อนค่ำ (อุทยานฯ กำหนดให้ลงถึงพื้นราบไม่เกิน 18.00 น.)

    วันและเวลาเปิด-ปิดถ้ำนาคา ปี 2569

    อุทยานแห่งชาติภูลังกาแจ้งปิดการท่องเที่ยวและพักแรมชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ปรับปรุงเส้นทาง และเพิ่มความปลอดภัย โดยแบ่งช่วงเวลาดังนี้

    • ถ้ำนาคา ปิดให้เข้าชมสักการะตั้งแต่วันที่ 1 -31 พฤษภาคม 2569 และเปิดให้เข้าชมอีกครั้งในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569
    • ถ้ำนาคา  น้ำตกตาดขาม น้ำตกกินรี เปิดให้เข้าชม สักการะได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และปิดให้เข้าชม สักการะอีกครั้ง ในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 และจะกลับมาเปิดให้เข้าชมได้อีกครั้ง ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
    • ปิดพื้นที่พักแรม บ้านพักโซน 1 และลานกางเต็นท์ทั้งหมด
    • เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ เปิดตามปกติ  (เปิดตลอดปี)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2930347&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37-_2-efDlc7k1XyMzVcFm

  • จี้หน่วยงานรัฐจัดการจริงจัง พบต่างชาติพาลูกเดินขอทานในป่าตอง | เดลินิวส์

    จี้หน่วยงานรัฐจัดการจริงจัง พบต่างชาติพาลูกเดินขอทานในป่าตอง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง จูงมือลูกชายเดินขอเงินจากนักท่องเที่ยวด้วยกัน รวมถึงคนขับรถตุ๊กๆ บริเวณถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมระบุข้อความว่า “คนขับ #รถตุ๊กๆ ทนไม่ไหว ร้องต่างชาติเดินขอเงิน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการด่วน ปัญหาสังคมมากตอนนี้!”

    จากคลิปดังกล่าวจะเห็นชายชาวต่างชาติพาเด็กซึ่งคาดว่าเป็นลูก เดินเข้าไปขอเงินจากผู้คนในพื้นที่ท่องเที่ยว สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้พบเห็น รวมถึงผู้ประกอบอาชีพในบริเวณดังกล่าว

    หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเคยพบเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างป่าตอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5835556/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OX8L4EQSdUtvilnIIvJo4

  • นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

    นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก

    นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก


    5/05/2569 | 45 |

    ในปัจจุบัน ภาคเกษตรกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และมาตรฐานการส่งออกที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผลไม้เมืองร้อน (Tropical Fruits) เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก การนำแนวคิด “เกษตรอัจฉริยะ” (Smart Farming) มาบูรณาการร่วมกับ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” (Agri-tourism) ภายใต้โครงการ “Smart Orchard & Fruit Trail” จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีมูลค่าสูงและสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    1. ยกระดับคุณภาพด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)

    การเปลี่ยนผ่านจากสวนผลไม้แบบดั้งเดิมสู่ “Smart Orchard” มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการที่มีความแม่นยำสูง (Precision Agriculture) โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:

    • ระบบ Internet of Things (IoT) และเซนเซอร์: การติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ และปริมาณธาตุอาหาร ช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยผ่านระบบอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็นและลดต้นทุนแรงงาน

    • ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data: การใช้โดรนสำรวจพื้นที่เพื่อวิเคราะห์สุขภาพของต้นไม้และการใช้ AI ในการคัดเกรดผลไม้เพื่อการส่งออก ช่วยลดอัตราการถูกตีคืนสินค้า (Zero Claim) ทำให้ผลไม้ไทยมีมาตรฐานสม่ำเสมอ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    • การจัดการความรู้: การจัดเก็บข้อมูลกระบวนการผลิตในรูปแบบ Digital Profile ช่วยในการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

    2. การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากและ SME/OTOP

    หัวใจสำคัญของ Smart Orchard ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิต แต่คือการเพิ่มมูลค่าผ่านกลไกเศรษฐกิจชุมชน:

    • การแปรรูปด้วยนวัตกรรม: สนับสนุนกลุ่ม SME และ OTOP ในพื้นที่ให้นำผลไม้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานการส่งออก (แต่ยังมีคุณภาพดี) มาแปรรูปโดยใช้นวัตกรรม เช่น การทำ Freeze-dry หรือการสกัดสารสำคัญเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม

    • การสร้างแบรนด์ท้องถิ่น: การนำเรื่องราว (Storytelling) ของภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับความทันสมัยของเทคโนโลยี ช่วยสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า OTOP ประจำถิ่น ทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการขายผลสดเพียงอย่างเดียว

    3. กลยุทธ์ Fruit Trail: เมื่อสวนผลไม้กลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยว

    การขับเคลื่อน “Fruit Trail” คือการนำการท่องเที่ยวมาเป็นแรงผลักดันการบริโภคและการกระจายรายได้ในระดับพื้นที่:

    • Smart Tourism Experience: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกระบวนการผลิตผ่านเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเกษตรสมัยใหม่ เช่น การควบคุมโดรนเกษตร หรือการเรียนรู้วิธีการคัดเลือกทุเรียนคุณภาพผ่านแอปพลิเคชัน

    • เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง: การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อระหว่าง “สวนอัจฉริยะ” กับ “วิถีชุมชน” และ “ร้านค้า OTOP” ช่วยขยายระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับเศรษฐกิจฐานราก


    บทสรุป (Summary)

    แนวทางการพัฒนา Smart Orchard & Fruit Trail คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรจาก “ทำมากได้น้อย” เป็น “ทำน้อยได้มาก” ผ่าน 3 มิติหลัก คือ:

    1. Efficiency: ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มาตรฐานโลก

    2. Value Creation: ต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรผ่าน SME และ OTOP ด้วยนวัตกรรมแปรรูป

    3. Integration: เชื่อมโยงภาคเกษตรเข้ากับภาคการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง

    การดำเนินการตามแนวทางนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ไทยในช่วงฤดูกาลผลิตสูง แต่ยังเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่เข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชนในระยะยาว


    แหล่งอ้างอิงและข้อมูลสนับสนุน

    • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2567). ยุทธศาสตร์เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Strategy). สืบค้นจาก www.moac.go.th

    • สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa). (2566). โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมเกษตร.

    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.). (2567). แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์.

    • Food and Agriculture Organization (FAO). Digital Agriculture: Transformation of the value chain for smallholder farmers.


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/500073&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LQ2kOire-PCoDeX2pkrjJ

  • “สุชาติ” ปลื้ม! “อ่าวเกือก” สิมิลัน ติด Top 10 ชายหาดโลกปี 2026 ย้ำรักษามาตรฐานเข้ม เดินหน้าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยสู่เวทีโลก

    “สุชาติ” ปลื้ม! “อ่าวเกือก” สิมิลัน ติด Top 10 ชายหาดโลกปี 2026 ย้ำรักษามาตรฐานเข้ม เดินหน้าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยสู่เวทีโลก

    “สุชาติ” ปลื้ม! “อ่าวเกือก” สิมิลัน ติด Top 10 ชายหาดโลกปี 2026 ย้ำรักษามาตรฐานเข้ม เดินหน้าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยสู่เวทีโลก


    5/05/2569 | 69 |

    “สุชาติ” ปลื้มความสำเร็จ “อ่าวเกือก” แห่งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง และกำชับให้รักษามาตรฐานการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด เพื่อคงความงดงามระดับโลกอย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 จากผลการจัดอันดับ “50 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026” (The World’s 50 Best Beaches 2026) ซึ่งจัดทำโดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวกว่า 1,000 คนทั่วโลก ปรากฏว่า “อ่าวเกือก” (Donald Duck Bay) ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการจัดอันดับเป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก สะท้อนถึงความโดดเด่นด้านความงดงามทางธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจกับความสำเร็จครั้งนี้ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้เน้นย้ำให้ “รักษามาตรฐานการจัดการอย่างเคร่งครัด” และใช้ความสำเร็จครั้งนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและได้รับการยอมรับในเวทีโลก

    ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามศักยภาพรองรับ (Carrying Capacity) การปิดฟื้นฟูทรัพยากรในช่วงฤดูกาล และการจัดการขยะอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ระบบนิเวศทางทะเลและชายหาดยังคงความสมบูรณ์ในระดับสูง

    ขณะที่นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า “อ่าวเกือก” ตั้งอยู่บนเกาะแปด หรือเกาะสิมิลัน มีจุดเด่นทั้งน้ำทะเลใส หาดทรายขาวละเอียด และ “หินเรือใบ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ รวมถึงความร่วมมือจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับในระดับโลก

    ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า เพื่อส่งต่อความงดงามระดับโลกให้คงอยู่กับประเทศไทยและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/500045&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gWR913R8LniBmkdOs7m1i

  • รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    (3 พ.ค.69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด ณ จังหวัดสุโขทัย ว่า ในวันนี้ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำยม โดยมีนายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 บรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันของจังหวัดสุโขทัยยังบริหารจัดการได้ตามแผน โดยกรมชลประทานใช้ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์เป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและระบายน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาล ทั้งการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ควบคู่กับการจัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

    “ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพัฒนาระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างรอบด้าน โดยการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งรวมถึงให้ความสำคัญกับการเติมน้ำในเขื่อนหลัก แหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน การจัดการข้อมูลน้ำแม่นยำ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต จากนั้นได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และพบปะกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่ ณ ที่ทำการกำนัน หมู่ 9 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานร่วมบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกของโครงการฯ อย่างทั่วถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและชาวสุโขทัยให้ดีขึ้น” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว

    รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าวต่อว่า ได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ จ.ส.ท.สุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ซึ่งเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตรสู่ชุมชนให้การต้อนรับ โดยได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรสู่ “เกษตรมูลค่าสูง” (High Value Agriculture) เน้นการลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และได้เน้นย้ำบทบาทของ ศพก. ให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ในโอกาสนี้ ได้มอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร จำนวน 50 ราย มอบบัตรดินดีแก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน แก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย รวมทั้งปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร อาทิ พันธุ์ปลา พันธุ์ผัก เป็นต้น พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/71287&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GrLLb4IN9HVmBL3Ftyx7r

  • รมว.ทส.ปลื้ม”อ่าวเกือก”คว้าอันดับ 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026​

    รมว.ทส.ปลื้ม”อ่าวเกือก”คว้าอันดับ 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026​

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ​จากผลการจัดอันดับ “50 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026” (The World’s 50 Best Beaches 2026) โดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและเครือข่ายกว่า 1,000 คนทั่วโลก ปรากฏว่า “อ่าวเกือก” (Donald Duck Bay) ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก โดยพิจารณาจากความสวยงามตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

    ​นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้แสดงความยินดีต่อความสำเร็จครั้งนี้ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในการเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้เน้นย้ำให้กรมอุทยานฯ “รักษามาตรฐานการจัดการไว้อย่างเคร่งครัด” และให้นำความสำเร็จนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

    นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่พื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลสามารถครองใจนักเดินทางทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง ผลการจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการเชิงรุกที่กรมอุทยานฯ นำมาใช้ ทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) การปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู และการบริหารจัดการขยะอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ทรัพยากรใต้ทะเลและหาดทรายขาวละเอียดของอ่าวเกือกยังคงความงดงามและสมบูรณ์สูงสุด

    ​ด้านนายศิริวัฒน์ สืบสาย​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ระบุว่า “อ่าวเกือก” อยู่บนเกาะแปด (เกาะสิมิลัน) นอกจากจะมีจุดเด่นที่น้ำทะเลใสสะอาดและหาดทรายที่ขาวละเอียดแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำคัญคือ “หินเรือใบ” ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ ในฐานะหน่วยงานพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อ่าวเกือกได้รับรางวัลระดับโลกในครั้งนี้

    ​ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการคุ้มครองดูแลทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าเหล่านี้ เพื่อส่งต่อความงามระดับโลกให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000041889&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_sHg-CFO4xrc6b5q23TVI

  • นครปฐม///รฟท. จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “กรุงเทพฯ-นครปฐม” เฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล 2569 | TOPNEWS

    นครปฐม///รฟท. จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “กรุงเทพฯ-นครปฐม” เฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล 2569 | TOPNEWS

    การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการเดินทางย้อนวันวานสุดคลาสสิก  จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ เส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2569 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวด้วย “รถจักรไอน้ำ” เส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม – กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางย้อนวันวานที่ทรงคุณค่า โดยขบวนรถพิเศษที่ 907/908 ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น. และถึงจังหวัดนครปฐม เวลา 10.10 น. โดยมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางกว่า 500 คน

    โดยมี นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ณ สถานีรถไฟนครปฐม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง

    ซึ่งผู้โดยสารที่มากับขบวนรถจักรไอน้ำ จะได้ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมกว่า 6 ชั่วโมง โดยนิยมเดินทางไปสักการะ พระปฐมเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเดินชมบรรยากาศโดยรอบ และลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น อาทิ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว เป็ดพะโล้ และขนมหวานไทย  ขบวนรถออกเดินทางกลับจากสถานีนครปฐม เวลา 16.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.30 น.

    ทั้งนี้ ขบวนรถจักรไอน้ำที่นำมาให้บริการ ได้แก่ หัวรถจักรไอน้ำแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 ซึ่งเป็นรถจักรประวัติศาสตร์ที่ผลิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อนำมาให้บริการในโอกาสสำคัญของประเทศ

    นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเสริมสำหรับผู้โดยสารขบวนพิเศษ ในราคา 599 บาทต่อท่าน (เฉพาะผู้ถือบัตรโดยสารขบวน 907/908) โดยมีให้เลือก 2 เส้นทาง ได้แก่ การท่องเที่ยว ตลาดน้ำวัดลำพญา และ ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 หรือการท่องเที่ยว ตลาดในสวน บ้านหัวอ่าว และ วัดธรรมปัญญาราม ซึ่งล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครปฐม ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างยั่งยืน

    จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครปฐม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1565240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LgdhDBW3Od3bZX2Af_r03

  • ภาคท่องเที่ยวพัทยา เสนอรัฐอุดหนุนตั๋วเครื่องบิน | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ภาคท่องเที่ยวพัทยา เสนอรัฐอุดหนุนตั๋วเครื่องบิน | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ภาคท่องเที่ยวพัทยา เสนอรัฐอุดหนุนตั๋วเครื่องบิน กระตุ้นเดินทางในประเทศ ดัน “เราเที่ยวด้วยกัน” รับมือวิกฤตราคาพลังงาน ก่อน High Season

    #พักโทษทักษิณ #ทักษิณติดกำไลEM #ทักษิณ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เที่ยงทันข่าว
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 02-118-0054
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/217663&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tciBfjAJLGrVVKK_K3fcP