Category: ท่องเที่ยว

  • เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    แม่ฮ่องสอนเปิดซีซันเที่ยว บ้านรักไทย หมู่บ้านจีนยูนนานริมทะเลสาบ ฉลองติดโผหมู่บ้านสวยของโลกอันดับ 34 จากฟอร์บส์ (Forbes) พร้อมชวนล่องเรือโคมแดงรับลมหนาวช่วง ต.ค.–ก.พ.

    เวลายามเย็นบนสันเขา ต.หมอกจำแป่ “บ้านรักไทย” เปิดซีซันท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ชุติพร เสชัง พร้อมขบวนชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น ร่วมเฉลิมฉลองกับนักท่องเที่ยว หลักไมล์สำคัญปีนี้ คือการที่บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก และเป็นหนึ่งเดียวของไทยที่ติดโผ

    บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก
    บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก

    ฟอร์บส์ เขียนคำอธิบายถึงหมู่บ้านรักไทยเอาไว้ว่า สูงขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ชายแดนพม่า บ้านรักไทยต้อนรับยามเช้าด้วยกลิ่นชาอู่หลง เรือนดินสไตล์จีนเรียงรายริมทะเลสาบ หลังคาโค้งสะท้อนบนผิวน้ำที่นิ่งสนิท ขณะที่เรือพายไม้ค่อยๆ ล่องผ่านโคมลอย อีกมุมหนึ่งชาวบ้านเคี่ยวหมูสามชั้นบนเตาดินเผา ส่วนนักท่องเที่ยวจิบชาที่ศาลาริมน้ำ แวะชมศูนย์วัฒนธรรมยูนนาน หรือเดินเล่นตามไร่ชานาขั้นบันได ครั้นยามสนธยา เด็กๆ ปล่อยโคมลอยจากริมฝั่ง แสงไหวๆ ที่ค่อยๆ ลอยสูงสะท้อนบนผืนน้ำด้านล่าง เป็นพิธีเรียบง่ายที่เชื่อว่าจะพัดพาความไม่ดีออกไปและเชิญชวนความโชคดีให้เข้ามา

    หมู่บ้านชาวจีนยูนนานริมอ่างน้ำเล็กๆ แห่งนี้จะงดงามที่สุดในช่วงตุลาคม จนถึงกุมภาพันธ์ เช้าๆ เราจะได้เห็นทะเลหมอกลอยเหนือน้ำ แสงแรกสะท้อนหลังคาดินสีอุ่น นักท่องเที่ยวลงเรือไม้ล่องชมวิวเงียบสงบ ก่อนขึ้นฝั่งจิบชาอุ่นๆ แล้วชิม อาหารยูนนาน อย่างขาหมู หมี่ยูนนาน หรือเกี๊ยวร้อนๆ จากครัวของชุมชน

    เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “บ้านรักไทย”
    เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “บ้านรักไทย”

    บ้านรักไทยได้เตรียมพร้อมที่พักแบบโฮมสเตย์ ร้านอาหาร รอบเรือชมวิว เพื่อรองรับนักเดินทางตลอดซีซันการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2888234&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RN3yRe-D_Q8xzn_bXrY03

  • ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ บูมท่องเที่ยวภาคใต้

    ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ บูมท่องเที่ยวภาคใต้

    ‘พิพัฒน์’ ตอนรับ ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ดึง นทท.จากตะวันออกกลางเที่ยวไทย คาดทะลุ 8.5 แสนคนปีนี้ ดันเงินสะพัดกว่า 480 ล้านบาท ด้าน ทย.ลุยอัปเกรดสนามบินรับผู้โดยสาร 8 ล้านคน/ปี เนื้อหอมแอร์ไลน์แห่ขอสลอตบินเพียบ

    10 ต.ค. 2568 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคมเป็นประธานในพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways (เอทิฮัด แอร์เวย์) เส้นทาง “อาบูดาบี – กระบี่” เที่ยวบินที่ EY424 ณ ท่าอากาศยานกระบี่ จ.กระบี่ ว่า การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างอาบูดาบีและกระบี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ถือเป็น “ก้าวสำคัญของระบบคมนาคมไทย” ที่ช่วยเชื่อมโยงประเทศกับภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งมีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งหลังสถานการณ์โควิด ตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเติบโตอย่างชัดเจน โดยใน 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.–ก.ย. 2568) มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยกว่า 618,000 คนและคาดว่าจะเพิ่มเป็น 850,000 คนภายในสิ้นปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย

    นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าเที่ยวบินตรงจากอาบูดาบีจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงเข้าสู่จังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พังงา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่น ทำให้เกิด “การท่องเที่ยวแบบหลายจุดหมาย” ช่วยกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างงานให้กับประชาชนในภูมิภาคอันดามันโดยรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบขนส่งทุกมิติตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน – เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ซึ่งท่าอากาศยานกระบี่มีความพร้อมเต็มที่ในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็น “ศูนย์กลางการบินภาคใต้ของไทย”

    ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานกระบี่มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารหลังจากดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 แล้วเสร็จ ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 3,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 8 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากขีดความสามารถเดิมที่สามารถรองรับได้ 4.32 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่งขนาด 3,000 x 45 เมตร ทางขับขนาน สามารถรองรับการขึ้นลงของอากาศยานได้ 24 ลำต่อชั่วโมง ลานจอดอากาศยานที่ปรับปรุงใหม่สามารถรองรับอากาศยานแบบ B737 หรือ A330 ได้ถึง 34-40 ลำ และสามารถจอดรถยนต์ได้ 3,672 คัน มีพื้นที่รวมทั้งหมด 68,000 ตารางเมตร

    สำหรับท่าอากาศยานกระบี่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสายการบินทั้งในและต่างประเทศ โดยมีสายการบินจำนวนมากขอจัดสรรตารางเวลาบิน เพื่อเปิดเส้นทางบินใหม่หรือเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางบินตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ เอเชียใต้ (อินเดีย) มีเที่ยวบินตรงจากเมืองใหญ่ เช่น มุมไบและบังคาลอร์ ตะวันออกกลางมีสายการบินจากตะวันออกกลาง เช่น Etihad Airways และ Air Arabia เอเชียตะวันออก/เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีเที่ยวบินจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/876686/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eT8LwhMmfgQVUpwHWuNbX

  • หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ ณ ลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อนายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ประธานในพิธีเปิดทริปทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ผสมผสาน ทั้งสาย “ธรรมะ” สำหรับนักเดินทางที่แสวงหาความสงบ และสาย “ธรรมชาติ” สำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและดื่มด่ำกับความเขียวขจี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สื่อมวลชน และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมในกิจกรรม

    สำหรับทริปทดสอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคมนี้ ได้เชิญเหล่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ มาร่วมคาราวานสำรวจศักยภาพของเส้นทางต่างๆ ในรูปแบบทริป 2 วัน 1 คืน 2 เส้นทาง 1.เส้นทางอำเภอโนนสัง อำเภอศรีบุญเรือง และอำเภอเมือง ในจุดท่องเที่ยวสำคัญอาทิ วัดถ้ำกลองเพล Skywalk ภูแอ่น สะพานเชื่อมฮักบ้านตาดไฮ เป็นต้น 2.เส้นทางอำเภอสุวรรณคูหา อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง ชมแหล่งท่องเที่วสำคัญอาทิ สถานีภูซาง แพดงสวรรค์บ้านสระแก้ว วัดถ้ำเอราวรรณ วัดภูผายาว บ้านภูผาเจาะ เพื่อเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น สำหรับนำไปพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

    การเปิดเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัด ภายใต้โครงการ “ยกระดับการท่องเที่ยวสร้างสรรค์” ที่ไม่ได้มีดีแค่การสร้างเส้นทางใหม่ๆ แต่เป็นการชุบชีวิตการท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยเชื่อมโยงมนต์เสน่ห์ของ “วิถีแพรพรรณลุ่มภู” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับการเกษตรและเทรนด์การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปูทางสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตามอง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/920028&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g7YCGum03MqJfMxTguf-p

  • บางกอกออนเทรนด์ ย่านสุดปัง! ดังทุกฟีด | Insights

    บางกอกออนเทรนด์ ย่านสุดปัง! ดังทุกฟีด | Insights

    กรุงเทพมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับไหลและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของมหานครที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตั้งแต่วัดวาอารามย่านประวัติศาสตร์ คาเฟ่น่านั่ง ร้านอาหารบรรยากาศดี สตรีทฟู้ด และห้างสรรพสินค้าทันสมัยที่เต็มไปด้วยสีสันของไลฟ์สไตล์คนเมือง หลายย่านของกรุงเทพฯ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดคอนเทนต์ใหม่ ๆ บนโซเชียล โดยเฉพาะบน TikTok Facebook และ Instagram ที่ชาวเน็ตต่างแชร์ “ย่านสุดปัง” กันแบบเต็มฟีด

    บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 22 กันยายน 2568 เพื่อติดตามความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ (Social Listening) เกี่ยวกับความสนใจการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร 

    ย่านไหนมาแรง? เจาะกระแสเที่ยวกรุงเทพฯ

    จากการพูดถึงย่านท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ บนสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า

    สุขุมวิท (33.0%) ครองอันดับหนึ่งด้วยพื้นที่ใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ทันสมัย ทั้งแหล่งชอปปิง ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ EmQuartier Emporium Emsphere และ Terminal 21 รายล้อมด้วยโรงแรมหรู การเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS พร้อมสวนสาธารณะใจกลางเมืองอย่างสวนเบญจกิติ สำหรับนักวิ่งและคนรักสุขภาพ

    นอกจากนี้ ยังมีโซน ทองหล่อ – เอกมัย ย่านสุดฮิปที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ บาร์ และบูติกแฟชั่น อีกทั้ง ยังมีไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้อย่าง The Commons จุดนัดพบสุดฮิตของกลุ่มเพื่อน ๆ

    พระนคร (27.8%) ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน และแลนด์มาร์กสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) เสาชิงช้า รวมถึงถนนข้าวสาร และท่ามหาราช ซึ่งล้วนเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

    สยาม (8.6%) ศูนย์กลางการชอปปิงและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง โดดเด่นด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซีไลฟ์ แบงคอก ที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS

    เยาวราช (7.9%) เอาใจสายกินด้วยสตรีทฟู้ดที่ไม่เคยหลับไหล สายถ่ายรูปต้องหลงรักสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณสุดคลาสสิก โดยเฉพาะ “ถนนทรงวาด” รวมถึงวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ศูนย์รวมศรัทธาของคนไทยเชื้อสายจีน

    รัชดา/ห้วยขวาง (7.3%) เป็นหนึ่งในแหล่งแฮงก์เอาต์ยอดนิยม โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเที่ยวกลางคืน แหล่งรวมร้านค้า The Street Ratchada ร้านอาหาร ผับและบาร์ ตอบโจทย์สายชอป สายกิน หรือสายนั่งชิล เหมาะกับการนัดพบเพื่อนฝูง

    ลาดพร้าว (5.7%) แหล่งไลฟ์สไตล์ครบวงจรอีกแห่งในกรุงเทพฯ มีทั้งศูนย์การค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ รวมถึงตลาดนัดจตุจักร สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) สำหรับการพักผ่อนในวันสบาย ๆ เหมาะกับนักท่องเที่ยวงบจำกัดที่ต้องการสัมผัสวิถีกรุงเทพฯ

    สีลม/สาทร (5.2%) มีทั้งไนท์ไลฟ์ ร้าน Fine dining และบาร์บนตึกสูงเพื่อชมวิวเมืองอย่าง Rooftop Bar ที่ตึกมหานคร รวมถึง One Bangkok และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในกรุงเทพฯ อย่าง Dusit Central Park สวนลอยฟ้า จุดถ่ายรูปสวย ๆ พื้นที่สีเขียวกลางใจเมือง

    ดุสิต (4.5%) เต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยพิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมเชิงประวัติศาสตร์ ทั้ง วังปารุสกวัน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น

    การกระจายความนิยมของแต่ละย่านชี้ให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจจากการวิเคราะห์บทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย คือ ผู้คนไม่ได้เลือกท่องเที่ยวเพียงแค่สถานที่อย่างเดียว แต่เลือกตามสไตล์การเที่ยวที่สะท้อนตัวตน มาดูกันว่าผู้คนในสังคมออนไลน์ชอบเที่ยวแนวไหนบ้าง และอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้แต่ละสไตล์โดดเด่น

    เที่ยวกรุงเเบบไหน โดนใจสายทัวร์!

    สาย Lifestyle & Cafe Hopping ได้รับ Engagement สูงถึง 65.2%:

    การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์กำลังมาแรงในหมู่ Gen Z และ Millennial ที่มองหาประสบการณ์เที่ยวกรุงแบบ “มีสไตล์” คอนเทนต์สาย Aesthetic อย่างคาเฟ่ฮอปปิ้ง ร้านขนมเก๋ ๆ สถานที่หรือมุมถ่ายรูปสวย (Instagrammable) ที่เหมาะแก่การแชร์ลงโซเชียล กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะบน TikTok และ Instagram ที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การถ่ายคอนเทนต์ และการใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่แสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ 

    (Aesthetic หมายถึงผู้ที่ชื่นชอบหรือให้ความสำคัญกับความสวยงามทางสายตา เช่น การจัดแต่งภาพ สี และสไตล์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว)

    สาย Shopping & Urban Life ได้รับ Engagement 24.6%:

    การเที่ยวแบบ “คนเมือง” ยังคงเป็นที่นิยม เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางชีวิตคนเมือง การเดินทางด้วย BTS/MRT ทำให้การเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิงในห้างสรรพสินค้า เดินเล่นตามตลาด หรือการชมวิวจากตึกสูง ล้วนเป็นกิจกรรมที่สะดวก สามารถทำได้หลายอย่างในวันเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีเวลาจำกัดแต่ยังต้องการความหลากหลายและความสะดวกสบาย

    สาย Experience & Creative Activity ได้รับ Engagement 5.2%:

    การเที่ยวเชิงประสบการณ์เป็นกิจกรรมที่มีฐานผู้สนใจเฉพาะกลุ่ม เพราะต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช้อป กิจกรรมผจญภัย คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ แม้จะมีสัดส่วนเอ็นเกจเมนต์ไม่มาก แต่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เมื่อคนเริ่มมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและมีคุณค่าเพิ่ม เป็นการเที่ยวที่ช่วยสร้างทักษะใหม่ สร้างความทรงจำที่ไม่เหมือนใคร เหมาะกับผู้ที่ชอบลองสิ่งใหม่และต้องการมีส่วนร่วมแบบ Active

    สาย Culture ได้รับ Engagement 3.4%:

    การเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังคงได้รับความสนใจแม้ไม่ใช่กระแสหลัก แต่กรุงเทพฯ ยังถือเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรม ทั้งวัด พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ และแกลเลอรี่ต่าง ๆ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แม้คนรุ่นใหม่จะหันไปสนใจคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์มากขึ้น แต่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังคงมีคุณค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เข้าใจรากเหง้าทางวัฒนธรรม และสัมผัสความงดงามแบบดั้งเดิมของกรุงเทพฯ

    สาย Nature ได้รับ Engagement 1.6%:

    การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในกรุงเทพฯ แม้จะยังมีสัดส่วนเอ็นเกจเมนต์ไม่มากนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเลือกกิจกรรมที่สะดวกและใกล้ตัวกว่า แต่ประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติยังคงมีคุณค่าสำหรับกลุ่มที่แสวงหาความสงบและต้องการพักใจ การเดินเล่นในสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว กลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเติมพลังชีวิตให้กับคนเมืองกลุ่มนี้

    พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย

    เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) จาก Social Listening จะเห็นว่าแต่ละแพลตฟอร์มมีระดับปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างกันและสะท้อนความนิยมของคอนเทนต์ท่องเที่ยวประเภทต่าง ๆ 

    คอนเทนต์แบบ Short-form video ยังคงครองใจสายเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความรวดเร็ว สนุกสนาน และไอเดียใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยว TikTok จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีเอ็นเกจเมนต์สูงสุดสำหรับแรงบันดาลใจและคอนเทนต์ท่องเที่ยวแบบกระชับ

    ยังคงเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยว ผู้ใช้มักเข้ามารีวิว แนะนำ หรือแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับงานอีเวนต์และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงเป็นจุดเชื่อมต่อกับชุมชนออนไลน์เพื่อรับคำแนะนำก่อนตัดสินใจ

    แหล่งรวมรูปภาพสวย ๆ และแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่สนใจมุมถ่ายรูปสวย ๆ (Instagrammable) ของสถานที่ท่องเที่ยว แม้เอ็นเกจเมนต์ไม่มากเท่า TikTok และ Facebook แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับสาย Aesthetic และการวางแผนภาพก่อนออกเดินทาง

    เป็นพื้นที่สำหรับคอนเทนต์เจาะลึก และเล่าเรื่อง (Storytelling) แบบ Long-form video ผู้ชมบนยูทูปมักเข้ามาดูรีวิวท่องเที่ยวที่มีรายละเอียดครบถ้วน พร้อมทั้งความบันเทิง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้รายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวก่อนตัดสินใจ

    ยังมีบางกลุ่มที่มักค้นหารีวิวจากแพลตฟอร์ม X และ Pantip ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยและสอบถามประสบการณ์ได้อย่างสบายใจ

    4D Cycle: วัฏจักรโซเชียล ของนักเที่ยวยุคดิจิทัล!

    Discover – ค้นหาแรงบันดาลใจ (TikTok, 58% Engagement)

    ทุกการท่องเที่ยวเริ่มต้นจากการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล แพลตฟอร์ม TikTok เป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยม เพราะวิดีโอสั้น ๆ สนุก ๆ ช่วยให้เราเห็นภาพรวดเร็วและเกิดแรงบันดาลใจทันทีว่า “ที่นี่น่าไปจริง ๆ” การเล่าเรื่องผ่านวิดีโอหรือภาพประกอบเพลงฮิต ช่วยให้ผู้ชมสามารถตัดสินใจเบื้องต้นได้ว่าอยากไปตามรอยหรือไม่

    Discuss – แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Facebook, 30% Engagement)

    เมื่อเริ่มสนใจจริง ๆ ขั้นตอนต่อมาคือการสอบถามและรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่น Facebook เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี เพราะมีรีวิวและคอมมูนิตี้นักท่องเที่ยวที่พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เราจะได้เห็นมุมมองจริง ๆ ของผู้คน เพิ่มความมั่นใจก่อนวางแผนทริป

    Decide – ตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงลึก (YouTube, 2% Engagement)

    ก่อนออกเดินทาง หลายคนเลือกเข้า YouTube เพื่อดูรีวิวแบบละเอียด ทั้งวิธีการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และบรรยากาศจริง ๆ วิดีโอ Long-form ช่วยให้เข้าใจครบทุกมิติ ทำให้มั่นใจและตัดสินใจออกเดินทางได้อย่างพร้อมที่สุด

    Deliver – ส่งต่อประสบการณ์สู่สังคมออนไลน์ (Instagram, 7% Engagement)

    หลังจากไปเที่ยวจริงแล้ว การแชร์ประสบการณ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ Instagram เป็นพื้นที่สำหรับโพสต์ภาพถ่ายและ Reels สวย ๆ ไม่เพียงเก็บความทรงจำ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ และนักท่องเที่ยวคนอื่นตามรอยต่อ

    วงจรนี้กลับไปที่ Discover ของนักท่องเที่ยวคนใหม่ ๆ เมื่อคนอื่นเห็นโพสต์ ก็เกิดแรงบันดาลใจใหม่ เริ่มต้นวงจร 4D อีกครั้ง

    เสน่ห์กรุงเทพฯ ที่ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” พูดถึง

    กรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งวัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ที่มีสีสัน จากการวิเคราะห์เสียงบนโซเชียลมีเดีย พบว่า 20% ของ Mention มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมี TikTok เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ใช้แชร์ประสบการณ์ ทิศทางคอนเทนต์ส่วนใหญ่เน้นการรีวิวแลนด์มาร์ก โรงแรม ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดัง รวมถึงบริการยอดฮิตอย่าง สปาและนวดแผนไทย

    นอกจากนี้ สิ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ “ความสะดวกในการเดินทาง” โดยเฉพาะสถานที่ที่ใกล้รถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เพียงมองหาสถานที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงที่ง่ายและรวดเร็ว

    กรุงเทพฯ กับมุมลับที่ต้องไปสัมผัสเอง!

    กรุงเทพฯ ไม่ได้มีดีแค่แลนด์มาร์กหรือร้านคาเฟ่ชื่อดัง แต่ยังเต็มไปด้วย Hidden Gem (สถานที่หรือมุมพิเศษที่ซ่อนอยู่และมีเสน่ห์เฉพาะตัว) ตรอกซอยเล็ก ๆ ในพระนครและเยาวราชซ่อนสตรีทอาร์ตและอาคารคลาสสิกให้ถ่ายรูปชิค ๆ ขยับไปทองหล่อและสุขุมวิทกับคาเฟ่วินเทจ บาร์สุดเก๋ และร้านอาหาร Aesthetic ที่สามารถนั่งชิลล์ได้ทั้งวัน ส่วนใครมองหามุมพิเศษ ลองแวะ Rooftop Bar เพื่อชมวิวเมืองสวย ๆ หรือเดินเล่นในสวนสาธารณะร่มรื่นอย่างสวนเบญจกิติและสวนรถไฟ

    ทุกมุมของกรุงเทพฯ คือโอกาสสร้างเรื่องราวและแรงบันดาลใจ มุม Hidden Gem ที่คุณเจอและแชร์ลงโซเชียล อาจกลายเป็นจุดเช็กอินใหม่ให้คนอื่นตามรอย พร้อมประสบการณ์ที่รอให้ทุกคนค้นพบ

    ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 22 กันยายน 2568

    Author picture

    By Sapimnat Thongkongkia, Thanon Phewthongngam

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dataxet.co/insights/bangkok-travel-trends-social-listening&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wSnSQCDbNRgLJCG9e2j1D

  • มิชลินไกด์ขยายธุรกิจสู่โรงแรมและไวน์ มุ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์โลก

    มิชลินไกด์ขยายธุรกิจสู่โรงแรมและไวน์ มุ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์โลก

    คู่มือมิชลินไกด์ (Michelin Guide) จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการรับประทานอาหารระดับสูงมานานกว่าศตวรรษ กำลังขยายธุรกิจเข้าสู่การแนะนำโรงแรมและไวน์ เพื่อเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก บริษัทลูกของผู้ผลิตยางรถยนต์ฝรั่งเศสแห่งนี้ต้องเผชิญการแข่งขันกับคู่มือท่องเที่ยวอื่น เว็บไซต์รีวิว เช่น TripAdvisor และอินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารออนไลน์จำนวนมาก

    ขยายสู่ตลาดโรงแรมระดับโลก

    เกว็นดัล ปูลเล็นเนค  ผู้บริหารสูงสุดของมิชลินไกด์ เปิดเผยในงานประกาศรางวัลที่กรุงปารีสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่า เราได้รักษาฐานที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมโรงแรมมาโดยตลอด บริษัทได้เปิดตัวระบบการจัดอันดับโรงแรมระดับโลกใหม่ โดยใช้สัญลักษณ์ ‘กุญแจ’ จำนวน 1-3 ลูก แทนการให้ดาว โดยพิจารณาจากเกณฑ์ด้านบริการ สไตล์ และเอกลักษณ์

    ปูลเล็นเนค ยังประกาศเพิ่มเติมว่า มิชลินไกด์จะเริ่มทำการรีวิวไวน์ ผ่านการพัฒนาหรือรีแบรนด์นิตยสารไวน์ Robert Parker Wine Advocate ในสหรัฐอเมริกา เขากล่าวว่ามิชลินไกด์สามารถมองได้ว่าเป็นสื่อระดับโลกในปัจจุบัน

    ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

    การดำรงอยู่ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้นำไปสู่การปรับบทบาทจากการส่งผู้ตรวจสอบแบบนิรนามไปยังร้านอาหารเท่านั้น ปัจจุบันมิชลินไกด์ครอบคลุมพื้นที่ 69 เขตทั่วโลก และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์และแอปพลิเคชันฟรีเดือนละประมาณ 9 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งมาจากสหรัฐอเมริกา

    การสร้างรายได้จากผู้เยี่ยมชมออนไลน์ทำผ่านบริการจองออนไลน์ โดยเก็บค่าคอมมิชชัน 10-15% ต่อการจองแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังรับเงินจากกระทรวงการท่องเที่ยวและหน่วยงานราชการในการจัดทำคู่มือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง

    ความท้าทายด้านความน่าเชื่อถือ

    ดร.หยี่ถิง เติง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยลอนดอนคอลเลจ ซึ่งศึกษาผลกระทบของดาวมิชลิน ระบุว่า มิชลินไกด์ต้องสร้างสมดุลในการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ หากพวกเขาทำงานร่วมกับรัฐบาล บริษัทท่องเที่ยว และหน่วยงานอื่นมากเกินไป จะมีคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจถูกผลักดันโดยหน่วยงานอื่นมากน้อยเพียงใด

    ปูลเล็นเนคตอบโต้ว่า มิชลินไกด์แยกทีมผู้ตรวจสอบและทีมพาณิชย์อย่างเข้มงวด และจะรีวิวจุดหมายปลายทางเฉพาะเมื่อพิจารณาว่ามีการพัฒนาเพียงพอแล้วเท่านั้น การมุ่งเน้นโรงแรมถือเป็นการกลับสู่จุดเริ่มต้นของคู่มือ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1900 โดยผู้ก่อตั้งมิชลิน อองเดร และเอดูอาร์ มิชลิน เพื่อกระตุ้นให้คนขับรถออกเดินทางและใช้ยางรถยนต์มากขึ้น

    แม้จะต้องเผชิญการแข่งขันจากรางวัลและคู่มือต่างๆ เช่น Conde Nast, Forbes, Travel + Leisure และรายการ The World’s 50 Best Hotels แต่ อัลวาโร่ ซาร์โซโซ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเซบียา ประเทศสเปน ยืนยันว่า มิชลินไกด์ยังคงเป็นผู้กำหนดรสนิยมที่สำคัญ โดยบทบาทในยุคอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนจาก ‘ผู้ควบคุมฝ่ายเดียว’ เป็น ‘สัญญาณหลัก’ ในเครือข่ายที่การเปิดรับสื่อและรีวิวออนไลน์ช่วยขยายผลแทนที่จะแทนที่

    เกว็นดัล ปูลเล็นเนค   หัวหน้ามิชลิน ไกด์ กับการขยายสู่การแนะนำโรงแรม และไวน์

    เกว็นดัล ปูลเล็นเนค  หัวหน้ามิชลิน ไกด์ กับการขยายสู่การแนะนำโรงแรม และไวน์

    Le Bristol โรงแรมที่เหล่าคนดังและผู้บริหารในปารีสชื่นชอบ   เป็นหนึ่งในโรงแรม 'สามแห่งสำคัญ' ของมิชลิน

    Le Bristol โรงแรมที่เหล่าคนดังและผู้บริหารในปารีสชื่นชอบ เป็นหนึ่งในโรงแรม ‘สามแห่งสำคัญ’ ของมิชลิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/michelin-guide-expands-hotels-wine-global-lifestyle-brand&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OM4SrsEnJ-jq5_FuAp2R_

  • ททท.หนุนท่องเที่ยวตามไลฟ์ไสตล์ ต่อยอดดันไทย ‘Tourism Hub’ โลก

    ททท.หนุนท่องเที่ยวตามไลฟ์ไสตล์ ต่อยอดดันไทย ‘Tourism Hub’ โลก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการะตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว หรือ Tourism Hub ของโลก 

    โดยเป็นการดำเนินการผ่านกิจกรรม DNA Travel & Fair 2025 ภายใต้แนวคิด Subculture หรือวัฒนธรรมย่อย มาผสานกับการท่องเที่ยวตามความสนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยวได้ค้นหาสไตล์การท่องเที่ยวที่เข้ากับตนเอง รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางที่ตรงใจมากขึ้น 

    นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้นำเสนอสินค้าบริการและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   

    นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่าพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่การเยี่ยมชมสถานที่สวยงาม แต่มุ่งค้นหาประสบการณ์ที่มีความหมาย เน้นความเป็นส่วนตัว และตอบสนองต่อความสนใจเฉพาะด้านของตนเองอย่างแท้จริง (Personalized Experience)    

    ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ททท. จึงได้จัดกิจกรรม DNA Travel & Fair 2025 ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้โครงการ DNA 2025 (Destination Navigator Assessment) นำเสนอผ่านแนวคิด Thailand’s Subculture: Decode Your Journey เพื่อเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านความชอบส่วนบุคคล 

    และนำเสนอเส้นทางและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งผจญภัย วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติผ่าน 5 โซนกิจกรรม โดย ททท. คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานตลอด 4 วันกว่า 100,000 คน และสร้างรายได้ตลอดการจัดงานกว่า 400 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/641075&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VP6iD9EN8u1_D8cwY0UtJ

  • ร้อง “กมธ.ท่องเที่ยว” เดือดร้อน ปมชายแดนไทย-กัมพูชา  | โชว์ข่าวเช้านี้  |10 ต.ค.68

    ร้อง “กมธ.ท่องเที่ยว” เดือดร้อน ปมชายแดนไทย-กัมพูชา | โชว์ข่าวเช้านี้ |10 ต.ค.68

    “สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา” ร้อง “กมธ.ท่องเที่ยว” เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดฮวบ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกได้รับผลกระทบ แต่ไร้เยียวยาภาครัฐ เสนอ 11 ข้อเรียกร้อง โดยเสียหายกว่า 9,000 ล้านบาท ขอไทยช่วยไทย ยัน ชายแดนยังเที่ยวได้
    #ไทยกัมพูชา #เยียวยา #ท่องเที่ยว #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #โชว์ข่าวเช้านี้

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/202795&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw276Zckjd4JTmHTR5iO1p1H

  • ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ชวนเที่ยวสระแก้วผ่านกิจกรรมคาราวาน ‘สัมผัสเสน่ห์ตะวันออก’

    ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ชวนเที่ยวสระแก้วผ่านกิจกรรมคาราวาน ‘สัมผัสเสน่ห์ตะวันออก’

    ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ชวนเที่ยวสระแก้วผ่านกิจกรรมคาราวาน 'สัมผัสเสน่ห์ตะวันออก' กระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี

    นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังภาคเอกชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว ” Caravan & Media Fam Trip to Sa Kaeo” เชิญชวนสื่อมวลชนและผู้ที่นิยมกิจกรรมท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน มาสัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนไว้ของจังหวัดชายแดนภาคตะวันออก ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเมืองเศรษฐกิจสำคัญ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนที่น่าสนใจ แหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ และธรรมชาติที่งดงาม

    ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมความงามของโบราณสถาน ณ ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ที่มีการค้นพบศิลาจารึกที่ระบุศักราชเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเยี่ยมชมเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรขึ้นชื่อ ณ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคุ้มเพชรโกโก้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ของจังหวัดสระแก้วให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวสู่ชุมชน และผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยจัดการเดินทางแบบคาราวาน 2 วัน 1 คืน พร้อมเข้าพัก ณ โรงแรมอินโดไชน่า อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยจะมีขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่อากาศดี ระหว่างวันที่ 24 – 25 ตุลาคม 2568 นี้

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประสานงานโครงการฯ โทรศัพท์ 092-289-2644


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12755778&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CFZaTSzP_F_mO-pJeDOWb

  • อึ้ง!

    อึ้ง!

    วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

    9 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา รายงานว่า กัมพูชาได้รับการยกย่องให้เป็น “ประเทศที่เป็นมิตรเป็นอันดับ 5 ของโลก” จากรางวัล Condé Nast Traveller 2025 Readers’ Choice Awards (นิตยสารท่องเที่ยวของอังกฤษ) โดยกัมพูชาได้รับคะแนน 97.33 คะแนน แซงหน้าเวียดนามในอันดับ 6 ซึ่งได้คะแนน 97.27 และไทยที่ได้อันดับ 8 ด้วยคะแนน 96.36 คะแนน

    Condé Nast Traveller ให้ความเห็นว่า ในฐานะประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท กัมพูชาจึงมีแนวคิดหลักคือ เมตตา ซึ่งเป็นคำภาษาบาลีที่แปลว่า ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อสรรพชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวกัมพูชาจะต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเมตตาอันเป็นสากลและอบอุ่นใจ ไม่ว่าพวกเขาจะมีภูมิหลังอย่างไรก็ตาม พร้อมเพิ่มเติมว่า “ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ ๆ มากมาย เช่น พนมเปญ เมืองหลวงริมแม่น้ำที่คึกคัก และนครวัดอันงดงาม ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ลองมุ่งหน้าสู่ชนบทเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันแท้จริงของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งโครงการโฮมสเตย์ของชาวกัมพูชาเผยให้เห็นวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของหมู่บ้านทอผ้าไหมและฟาร์ม”

    สำหรับการจัดอันดับของ Condé Nast Traveller นั้น พบว่า “เคนยา” ครองอันดับ 1 ของประเทศที่เป็นมิตรที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 98.46 ตามมาด้วยบาร์เบโดส 98.18 คะแนน และเม็กซิโก 98.00 คะแนน  Condé Nast Traveller เป็นนิตยสารท่องเที่ยวของอังกฤษที่จัดพิมพ์โดย Condé Nast มุ่งเป้าไปที่ผู้อ่านที่สนใจการเดินทาง โดยเน้นประสบการณ์ระดับไฮเอนด์

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/919917&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MDJb5-MwrCfH9qCZq1PJx