Category: ท่องเที่ยว

  • น้ำป่าทะลักล้นคลอง ท่วมฉับพลันกลางแหล่งท่องเที่ยว จ.พังงา

    น้ำป่าทะลักล้นคลอง ท่วมฉับพลันกลางแหล่งท่องเที่ยว จ.พังงา

    ระทึก! น้ำป่าทะลักล้นคลอง ท่วมฉับพลันกลางแหล่งท่องเที่ยวย่านตะกั่วป่า จ.พังงา นักท่องเที่ยวแตกตื่น ผู้ประกอบการเผยหนักสุดรอบ 30 ปี

    วันที่ 22 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านบางหลาโอน ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นักท่องเที่ยวแตกตื่น ระทึกน้ำป่าจากเทือกเขาหลัก ไหลเข้าท่วมกลางแหล่งท่องเที่ยวขณะนักท่องเที่ยวนักพักผ่อนทานอาหาร ช็อปปิ้ง โดยประมาณ 14.00น. น้ำได้เริ่มไหลจากเทือกขาหลักมาตามลำคลองที่ไหลลงสู่ทะเล แต่ปริมาณน้ำเริ่มมีสีแดงและเอ่อล้นขึ้นมาจำนวนมาก จนไหลเข้าท่วมแหล่งช็อปปิ้งเขาหลักเซ็นเตอร์ ท่วมถนนทั้งสองฝั่งระยะทางก็ว่า 800 เมตร เนื่องจากเป็นที่ลุ่มส่งผลให้รถทั้งฝั่งจากอำเภอตะกั่วป่ามุ่งหน้าอำเภอท้ายเหมือง และจากอำเภอท้ายเหมืองมุ่งหน้าอำเภอตะกั่วป่า ไม่สามารถแล่นผ่าน รถติดยาวฝั่งละเกือบ 1 กิโลเมตร เนื่องจากปริมาณมวลน้ำที่สูงกว่า 1 เมตร อีกทั้งน้ำมีความแรง รถเล็กโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซด์ จอดเสีย 5-6 คัน ทางเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดพังงา ตร.สภ.เขาหลัก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคึกคัก เร่งเข้าช่วยโดยเร่งด่วน

    ขณะที่ นักท่องเที่ยวที่มีกำหนดการเดินทางกลับต้องไปขึ้นเครื่องบิน ต้องประสบปัญหารถตู้ไม่สามารถแล่นผ่านได้ ต้องใช้วิธีขนถ่ายกระเป๋าเดินทาง เดินลุยน้ำเพื่อไปขึ้นรถที่มาจอดรออีกฝั่ง

    นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายพิชญ์พัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอตะกั่วป่า ได้เร่งลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน จากการสำรวจเบืัองต้นพบว่า น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งบริเวณเขาหลักเซ็นเตอร์ บาร์ ร้านสำหรับเช่ารถมอเตอร์ไซค์ น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ประกอบกับมวลน้ำมีกำลังแรง ขณะที่โรงแรมเขาหลักซีวิวที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พบว่า มวลน้ำได้ไหลทะลักทำให้พื้นบริเวณด้านหลังของโรงแรม และบริเวณพนังกั้นน้ำลำคลองเกิดทรุดตัวและเสียหาย

    ด้านนายนพคุณ ใจช่วย ผู้ประกอบการร้านขายของที่เขาหลักเซ็นเตอร์ เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุฝนได้ตกลงมาจนมีปริมาณน้ำไหลเอ่อล้นคลอง ตนสังเกตว่าไม่ปกติแล้ว โดยตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยืนดูอยู่ด้วย ตนเลยบอกว่าให้รีบออกมาเนื่องจากน้ำเริ่มสูงขึ้นแล้ว ตนไม่เคยเจอมาก่อน หนักสุดในรอบ 30 ปีก็คราวนี้

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142149&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gL5l0Bm4rUoxZzDmISGTa

  • สรรพสามิต ขยายเวลาลดภาษีสถานบริการ เหลือ 5% อีก 1 ปี หนุนท่องเที่ยว-ผู้ประกอบการ

    สรรพสามิต ขยายเวลาลดภาษีสถานบริการ เหลือ 5% อีก 1 ปี หนุนท่องเที่ยว-ผู้ประกอบการ

    กรมสรรพสามิตขานรับนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 21 ต.ค. 2568 เห็นชอบขยายเวลาลดอัตราภาษีสถานบริการออกไปอีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและบรรเทาภาระผู้ประกอบการ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

    นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า มาตรการนี้เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในระยะยาว โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล ซึ่งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมี 5 มาตรการย่อย ได้แก่

    1. มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

    2. มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคลเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ

    3. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load)

    4. มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ

    5. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก

    ในส่วนของกรมสรรพสามิตเกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการที่ 4 โดยขยายการลดภาษีสถานบริการหย่อนใจ ประเภท 17.01 เช่น ไนต์คลับ ผับ บาร์ ฯลฯ จาก 10% เหลือ 5% ต่ออีก 1 ปี ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569 เพื่อช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ กระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ในประเทศ

    “มาตรการนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดภาระต้นทุนของสถานบริการ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และปรับลดราคาค่าบริการลง เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวให้ใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว การจ้างงาน และสร้าง การหมุนเวียนรายได้ภายในประเทศ”

    อีกทั้ง ยังเน้นสร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมให้สถานบริการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง พร้อมบูรณาการกับกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้คำแนะนำและส่งเสริมการจดทะเบียนสถานประกอบการ เพื่อขยายฐานภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้รัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/732233&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XX3JilKs73IvrROBV460m

  • เที่ยวดีมีคืน 2568 มาแล้ว! ท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี เริ่ม 29 ต.ค – 15 ธ.ค.

    เที่ยวดีมีคืน 2568 มาแล้ว! ท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี เริ่ม 29 ต.ค – 15 ธ.ค.

    เตรียมกระเป๋าให้พร้อม! เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศชุดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเดินทางช่วงปลายปี โดยเฉพาะมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวเที่ยวดีมีคืน” ที่ช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ทั้งสนุกและคุ้มค่าไปพร้อมกัน

    รายละเอียดสิทธิเที่ยวดีมีคืน ท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี 2568

    รัฐบาลเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง เช่น ค่าที่พักและค่าอาหาร มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท โดยต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และมีใบกำกับภาษีเต็มรูป 

    เที่ยวดีมีคืน เริ่มวันที่เท่าไหร่

    เที่ยวดีมีคืน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568
    เที่ยวดีมีคืนเที่ยวดีมีคืน

    เที่ยวเมืองหลัก – เมืองรอง ได้สิทธิไม่เท่ากัน

    รัฐบาลเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยกำหนดสิทธิการลดหย่อนไว้ 2 ระดับ ดังนี้

    • เที่ยวเมืองหลัก: หักลดหย่อนได้ 1 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง
      • ตัวอย่าง: จ่ายค่าที่พักเมืองหลัก 10,000 บาท ก็ลดหย่อนได้ 10,000 บาท
    • เที่ยวเมืองรอง (55 จังหวัด + บางอำเภอใน 15 จังหวัด) : หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง
      • ตัวอย่าง: จ่ายค่าที่พักเมืองรองไป 10,000 บาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 15,000 บาท

    เงื่อนไขการใช้สิทธิ “เที่ยวดีมีคืน”

    ค่าใช้จ่ายที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ ต้องมาจากการใช้บริการดังต่อไปนี้:

    • โรงแรม
    • โฮมสเตย์ไทย
    • ที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม
    • ร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    โดยแบ่งหลักฐานการใช้จ่ายเป็น 2 ส่วน ได้แก่

    1. จำนวน 10,000 บาทแรก ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
    2. อีก 10,000 บาทหลัง ต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น

    มาตรการอื่นๆ จาก ครม. หนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

    นอกจากสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนแล้ว ครม. ยังเห็นชอบมาตรการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวทั้งระบบ เช่น

    • มาตรการที่ 2: เร่งรัดให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจจัดประชุมสัมมนาในเมืองรอง ช่วง ต.ค. 68 – ม.ค. 69
    • มาตรการที่ 3: ลดภาษีสรรพสามิตกิจการบันเทิงจาก 10% เหลือ 5% ต่ออีก 1 ปี (ปี 2569)
    • มาตรการที่ 4: ให้สิทธิผู้ประกอบการโรงแรมที่ลงทุนปรับปรุงหรือซ่อมแซม หักรายจ่ายได้ 2 เท่า ตั้งแต่ 29 ต.ค. 68 – 31 มี.ค. 69

    สรุป

    มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” เปิดทางให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพื่อการเดินทางในประเทศได้อย่างคุ้มค่า ทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระภาษีให้กับผู้เสียภาษีโดยตรง ใครที่เล็งทริปปลายปีไว้ รีบจองที่พักและวางแผนท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เที่ยวให้เต็มที่ พร้อมเก็บใบกำกับภาษีไว้ยื่นลดหย่อนต้นปีหน้าได้เลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1452999/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mse8HrzrIqLXkAie3jgM8

  • “นายกกิติพงษ์” นำทีมร่วมประชุมโครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไมซ์ข้ามภูมิภาค” ที่ จ.เชียงใหม่

    “นายกกิติพงษ์” นำทีมร่วมประชุมโครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไมซ์ข้ามภูมิภาค” ที่ จ.เชียงใหม่

    ภูมิภาค

    “นายกกิติพงษ์” นำทีมร่วมประชุมโครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไมซ์ข้ามภูมิภาค” ที่ จ.เชียงใหม่

    วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 09.28 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 21 ต.ค.68 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยที่ปรึกษาสมาคมฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา ได้นำคณะกรรมการสมาคมฯ ประมาณ 30 คนเดินทางไปร่วมงานประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2568 ของสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่ง ประเทศไทย (TFOPTA) Business Matching : B2B ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไมซ์ข้ามภูมิภาค” ระหว่างวันที่ 20-22 ต.ค.68 ที่ โรงแรมดวงตะวัน จ.เชียงใหม่ โดยในปีนี้มีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเลี้ยงต้อนรับ “ครอบครัวสมาพันธ์” พร้อมด้วย นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสมาชิกของ TFOPTA จากทั้ง 5 ภูมิภาค ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 50 สมาคม ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงานล

    นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเจ้าภาพกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา/อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา/ประธาน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายพิเศษ “เที่ยวไทยให้ครึกครื้น ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคัก ” และบรรยายพิเศษ “ความร่วมมือและส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ข้ามภูมิภาค” โดยนายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

    นอกจากนั้นภายในงานมีกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจด้านการท่องเที่ยว สินค้าของดี ของเด่น Soft Power รวมถึงสินค้า OTOP ของภาคเหนือ กิจกรรมเดินแบบ แฟชั่นโชว์ จากผู้ประกวด Miss Weliness World 2025 พร้อมกันนี้ได้มีพิธีส่งมอบธงให้กับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล เพื่อเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/451351&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YeSXucvNcqy952Vv4Y7VS

  • ตรวจท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา เตรียมรองรับ นทท.ฤดูท่องเที่ยวอันดามัน – ข่าวภูเก็ต

    ตรวจท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา เตรียมรองรับ นทท.ฤดูท่องเที่ยวอันดามัน – ข่าวภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2590%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A-%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%25A4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599-13624.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CQYyaVvvYdoUJ5ftAAMGT

  • กรมประชาสัมพันธ์

    กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/433606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xuXrl1WHID4lt13deGbJm

  • การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว – Your Lifestyle, Your Home

    การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว – Your Lifestyle, Your Home

    กรุงเทพมหานคร – ทุกวันนี้ การออกกำลังกายของคนรุ่นใหม่ จะไม่เพียงแค่เรื่องของสุขภาพ แต่กระแส การเดิน-วิ่ง-ปั่น “กลายเป็นชีวิตวิถีใหม่ของคนไทยและต่างชาติไปแล้ว เนื่องจากการวิ่ง ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนาม แต่ยังต่อยอดสู่การท่องเที่ยว  เชิงกีฬา (Sport Tourism) ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทุกวัย และประเทศไทย ก็ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายยอดนิยมของนักวิ่งทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ของเส้นทางธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมชุมชนที่ผสานความสนุกกับการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว   ล่าสุด บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าว กิจกรรมวิ่งแห่งปี ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2 (Yoktub Run 2) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568      ณ บริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

    นายแทนไท สกุลวิจิตร์สินธุ ผู้บริหาร บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น จำกัด ผู้จัดกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวถึงความสำเร็จในการจัดกิจกรรมในปีที่ผ่านมา จนต่อยอดมาสู่การจัดกิจกรรม ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่ 2 ในปีนี้ “เราเป็นผู้จัดกิจกรรมงานวิ่งประเภทต่าง ๆ มามากกว่า 10 ปี เป็นเจ้าแรกที่ปิดถนนเยาวราชจัดงานวิ่ง เฮงเฮง มินิมาราธอน รวมถึงงานต่าง ๆ อีกมากมาย สำหรับงานนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ ที่เราได้มีโอกาสจัดงานวิ่งในรูปแบบใหม่ ๆ ที่แสดงออกถึงความเป็นไทย และได้แสดงถึงศักยภาพของดีไซน์เนอร์ไทย ศิลปะไทย วัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในซอฟต์ พาวเวอร์ไทย ไปสู่สายตาชาวโลก ผ่านกิจกรรมยกทัพรัน 2 ที่สำคัญ เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย และโปรโมตการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเราคาดหวังว่า จากกิจกรรมดังกล่าวนี้ จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจาก  ยุโรป (+15%), เอเชียใต้ (+15%),  อเมริกา (+8%), โอเชียเนีย (+8%) ให้มาท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ที่เราวางแผนไว้ และสำหรับงาน ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2 ยกระดับความสนุกกว่าปีที่ผ่านมา   โดยไฮไลต์งานอยู่ที่บรรยากาศและสีสันต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในงาน โดยเราเน้นความเป็นไทย เราให้นักวิ่งเลือกได้ว่าจะอยู่ ทีมลิง หรือ ทีมยักษ์  เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของงาน ผ่านตัวละครโขนจาก รามเกียรติ์ กระตุ้นการแข่งขันให้สนุกมากยิ่งขึ้น       ในงานยังมีการแสดงโขน มีการแต่งกายแบบไทย ตกแต่งแบบไทย ๆ เส้นทางวิ่งสองข้างทางก็จะผ่านจุดสำคัญ ๆ ของย่านกรุงเก่า อย่างเช่นแสงไฟรอบพระบรมมหาราชวัง ราชดำเนิน สนามมวยลุมพินี นักวิ่งได้ถ่ายภาพสวยตลอดเส้นทางแน่นอน และเป็นที่รู้กันของเหล่านักวิ่ง ว่างานที่จัดโดยทีมเรด ซี๊ด ครีเอชั่น ทั้งสนุกและคุ้มค่า  ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่เราเน้นย้ำ คือเรื่องความปลอดภัย      เราได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และความพร้อมด้านบุคลากร         ทางการแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลหัวเฉียว เพราะฉะนั้น ผู้ที่สนใจห้ามพลาดเด็ดขาด โดยผู้สมัครจะได้รับเสื้อของโฮเลน (690 บาท) ยาดมและสายคล้องคอของโฮเลน (380 บาท) รวมกันมากกว่าหนึ่งพันบาท มูลค่าเกินค่าสมัครไปแล้ว

    ผมในฐานะผู้จัดงาน ก็อยากเชิญชวนให้มาสนุกกันเยอะ ๆ มาร่วมกันจับจ่ายใช้สอยให้มาก ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งมีการท่องเที่ยวต่อเนื่องหลังจบกิจกรรม เช่น ไปไหว้พระวัดสุทัศน์ เดินเล่นหาอะไรทานที่เยาวราช ข้ามเรือไปเที่ยววัดอรุณฯ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายรอบ ๆ บริเวณจัดงาน  

    และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือผู้สนับสนุน ที่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ และเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ทั้งท่านรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด นายจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ และท่านผู้บริหารงานฝ่ายธุรกิจด้านรับประกันภัยรถยนต์ ในโครงการ OEM ผู้ผลิตรถยนต์และงานคู่ค้าพันธมิตร ดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ (Executive Head – Motor Manufacturer Business) บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายชมพัฒน์ อัศวชินโชติ ที่เป็นแรงผลักดันกิจกรรมและต่อยอดสู่เป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน”

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/redseedrunningclub

    • การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว
    • การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว
    • การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว
    • การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือ เรด ซี๊ด ครีเอชั่น และบิ๊กพันธมิตร ดัน ยกทัพรันมันส์ยกทีม ครั้งที่2 หนุนไทยสู่เมืองกีฬา สร้างสุขภาพ กระตุ้นท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://homeday.co.th/blogs/sports-authority-of-thailand-20251021/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W2u-LrQrImjYIo7fDlNLJ

  • เฮ! ครม.ไฟเขียวเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ใช้จ่าย 2 หมื่นบาท หักภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท | เดลินิวส์

    เฮ! ครม.ไฟเขียวเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ใช้จ่าย 2 หมื่นบาท หักภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท | เดลินิวส์

    วันที่ 21 ต.ค. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแพ็กเกจมาตรการตามที่กระทรวงการคลังเสนอ รวม 5 มาตรการ เริ่มจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว นำค่าที่พักโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย ค่าที่พักสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหาร ทั้งเมืองหลักและเมืองรองตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท โดยเมืองหลักมาลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า หรือสูงสุด 20,000 บาท ส่วนเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า หรือสูงสุด 30,000 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68

    ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่าค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท จะต้องได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือในรูปแบบกระดาษ ไม่เกิน 10,000 บาท และอีกไม่เกิน 10,000 บาท ใบกำกับภาษีต้องอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ขณะที่จังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัด และมีพื้นที่บางอำเภอในจังหวัด 15 จังหวัดที่เพิ่มให้เป็นเมืองรอง ซึ่งการกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิ เนื่องจากรัฐบาลมองว่าปลายปีเป็นช่วงท่องเที่ยวปกติอยู่แล้ว

    นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลจัดอบรมสัมมนาในประเทศ โดยนำค่าห้องพัก ค่าสัมมนา ค่าใช้จ่าย ค่าขนส่ง มาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่ากรณีเมืองหลัก และเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นค่าขนส่งสามารถเป็นใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-รีซีท

    ขณะเดียวกันได้เร่งรัดการเลิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ 69 โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เร่งรัดเบิกจ่ายไม่น้องกว่า 60% ของงบประมาณ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 68 จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 69 โดยให้ท่องเที่ยวภายในประเทศเฉพาะท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก และกำหนดเป็นตัวชี้วัดการทำงาน หรือเคพีไอ ประจำปีงบ 69 ของหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ

    นายลวรณ กล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ให้โรงแรมสามารถนำรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ซ่อมแซม หรือรีโนเวท มาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามจริง ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 68 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 69 โดยมีส่วนของการหักค่าเสื่อมเป็นระยะเวลา 20 ปี ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นมาตรการขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง โดยขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 10% เหลือ 5% ออกไป 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 69

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า 5 มาตรการในครั้งนี้ จะทำให้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้ เพิ่มจีดีพี 0.04% และเมื่อรวมในโครงการก่อนหน้าทั้งเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนละครึ่ง พลัส จะทำให้มีส่วนเพิ่มจีดีพี 0.44-0.45% โดยจะพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 โตไม่ต่ำกว่า 1% ส่วนทั้ง 5 มาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่จะมีค่าเสื่อมกรณีผู้ประกอบการโรงแรมที่พักปรับปรุงรีโนเวท โดยในปีแรกรัฐสูญเสียรายได้ 900 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5224486/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yS2RiQ0kO2phqug2TBiGo

  • ชวนเที่ยวงานสวนหลวง ร.9 2568 เพลิดเพลินกับสวนสวยและดอกไม้หลากสี

    ชวนเที่ยวงานสวนหลวง ร.9 2568 เพลิดเพลินกับสวนสวยและดอกไม้หลากสี

              งานสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 สนุกกับสีสันและความสดชื่นของดอกไม้และสวนสวย รอให้ทุกคนมาเก็บเกี่ยวบรรยากาศชิล ๆ ช่วงปลายปี

              งานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 อีกหนึ่งงานท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่หลายคนรอคอย เพราะจะได้สัมัสกับความสดใสของสวนสวยและดอกไม้หลากสีสัน เป็นโอกาสดีที่จะแวะชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศร่มรื่นในสวนใหญ่ สำหรับรายละเอียดของงานปีนี้จะเป็นอย่างไร ? จัดวันไหน ? มาเช็กกันได้ก่อนใครเลย

    งานสวนหลวง ร.9 2568

    งานสวนหลวง ร.9

    งานสวนหลวง ร.9 2568 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเว็บไซต์ suanluangrama9.or.th ได้แจ้งกำหนดการจัดงานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม  ณ สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพฯ สวนเปิดตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น.

    งานสวนหลวง ร.9 จัดวันไหน

    ภาพจาก : เว็บไซต์ suanluangrama9.or.th

    งานสวนหลวง ร.9 2568 กิจกรรม

              บอกเลยว่ากิจกรรมในงานสวนหลวง ร.9 2568 นี้ก็จัดเต็มไปแพ้ปีไหน ๆ สัมผัสกับความงามของดอกไม้นานาพรรณหลากสีสันที่ออกดอกบานสะพรั่งทั่วสวน ตื่นตากับพลุวันเปิดงาน และวันปิดงาน อีกทั้งมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีตลาดต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนเอาใจสายช้อปแบบครบวงจร  มีตลาดนัดสินค้า อาหารหลากหลาย หรือจะมาถ่ายรูปเก๋ ๆ กันที่ตลาดย้อนยุคอีกด้วย

    งานสวนหลวง ร.9

    งานสวนหลวง ร.9 2568 คืออะไร

              งานสวนหลวง ร.9 เป็นงานจัดแสดงดอกไม้และต้นไม้ประจำปีที่จัดขึ้นภายในสวนหลวง ร.9 เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมความงามของสวนสวย ดอกไม้หลากสีสัน และแนวทางการจัดสวนต่าง ๆ งานนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมาเที่ยวพักผ่อน ถ่ายรูป หรือหาแรงบันดาลใจในการจัดสวน

    งานสวนหลวง ร.9 2568 ปิดชั่วคราว

              ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสวนหลวง ร.9 เป็นการชั่วคราว เพื่อเตรียมการจัดงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 ตามวันและเวลาดังนี้

    • ปิดให้บริการสวนหลวง ร.9 ในวันที่ 15-27 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้นและอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้บริการได้ในเวลา 05.00-08.00 น.  

    • ปิดให้บริการสวนหลวง ร.9  ในวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2568

    งานสวนหลวง ร.9 จัดวันไหน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX

    สวนหลวง ร.9 วิธีเดินทาง

              สำหรับการเดินทางไปสวนหลวง ร.9 สามารถใช้รถสาธารณะได้สะดวก เช่น นั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มาลงที่ สถานีสวนหลวง ร.9 (Suan Luang Rama IX) แล้วออกทาง ประตู 2 ต่อด้วยแท็กซี่หรือรถสองแถวเข้าสวนก็สะดวก สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว มีที่จอดรถรองรับภายในและรอบสวน แต่ในวันหยุดอาจมีผู้เข้าชมจำนวนมาก ควรวางแผนเวลาเดินทางล่วงหน้า

    งานสวนหลวง ร.9

    ภาพจาก : Santi.m / shutterstock.com

              อย่าพลาดงานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 2568 ชวนไปเดินชมสวนสวย ดอกไม้หลากสี และเติมความสดชื่นให้วันพักผ่อนของคุณ ^ ^ (ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX)
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวสวนในกรุงเทพ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295929.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TRD8NGFgk-nzO4biKQ_VE

  • “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    *** หลังโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาลที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ถึง 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 ไปถึง 26 ต.ค. 2568 ซึ่งจำนวนสิทธิ์ที่มีอยู่ถึง 20 ล้านสิทธิ์ ก็ถูกจับจองจนเต็มตั้งแต่วันแรกที่เปิด แม้จะยังมีบุคคลที่ตกค้างทั้งที่รีบตื่นเช้าขึ้นมาลงทะเบียนอยู่เป็นเป็นจำนวนมาก…แต่ก็ถือได้ว่าโครงการซื้อใจมวลชนโครงการแรกของรัฐบาลนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

    เพียงแต่ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่เพียง 4 เดือน ดูเหมือนว่าเพียง “คนละครึ่งพลัส” อาจ “ซื้อใจมวลชน” ได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ล่าสุดรัฐบาล ได้ผลักดัน 4 มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐตามออกมาทันที

    ว่าแต่มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ จะช่วยเศรษฐกิจอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์!!!

    ก่อนอื่นต้องมาดูกันก่อนว่า 4 มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐมีอะไรบ้าง

    1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เป็นมาตรการภาษี สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือ สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท โดยอัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.- 15 ธ.ค.2568

    2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้ เน้นเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก และกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีระยะเวลาดำเนินการเดือน ต.ค. 2568 – ม.ค. 2569

    3. มาตรการภาษี ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569

    4. มาตรการเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน 100 % ของรายจ่ายดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2569

    จะเห็นได้ว่า มาตรการทั้ง 4 ที่ถูกผลักดันออกมา พบว่า ในข้อ 1 และ 2 จะเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะที่การกำหนดให้การฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากร ถือเป็นความพยายามกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ในข้อ 3 และ 4 จะเป็นเรื่องของการกระตุ้นการยกระดับคุณภาพการบริการของเจ้าของกิจการ เพื่อให้สอดคล้องและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สนใจใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

    ว่าแต่ทั้ง 4 มาตรการที่ว่ามา หุ้นกลุ่มใดในตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์กันบ้าง ???

    กลุ่มแรกคือ หุ้นกลุ่มโรงแรม CENTEL SHR ERW AWC และ ILM ซึ่งแม้ว่าโดยส่วนใหญ่จะมีที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ด้วยมาตรการที่ใช้ได้ทั้งเมืองหลักเมืองรอง แต่หากมองกันตามตรงก็เชื่อได้ว่าการท่องเที่ยว และการเดินทางที่นักท่องเที่ยวเลือกก็ยังเน้นไปที่เมืองหลักอยู่ดี

    กลุ่มที่สอง คือ กลุ่ม Food & Beverage โดยกลุ่มผู้ผลิตอาหารสด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือ อาหารแปรรูปส่งไปยังร้านค้า ประกอบไปด้วย CPF GFPT TFG BGT CFARM ขณะที่ SAPPE CBG OSP SNNP ได้ประโยชน์จากการบริโภค snack & beverage ที่เพิ่มขึ้น

    กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มค้าวัสดุก่อสร่างและตกแต่ง ซึ่งสถานประกอบการจะต้องใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ CPALL CPAXT BJC HMPRO DOHOME GLOBAL 

    กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงและสายการบิน ซึ่งเกิดจากการเดินทางท่องเที่ยว PTT OR PTG ATLAS WP AOT AAV BA THAI

    ที่เจ๊เมาธ์ว่ามาทั้งหมด ยังไม่นับรวมไปถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากรายได้ที่มาจากการจางงาน รายได้ที่มาจากภาษีที่จะตามมา หากมาตรการหล่านี้มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งก็เชื่อได้ว่า หากทำได้จริง ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม…ถือเป็นความ “โชคดี” ที่รัฐบาลของ “นายกฯอนุทิน” ได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่เป็น “ไฮซีซั่น” ของการท่องเที่ยวในประเทศอย่างพอดิบ…พอดี 

    ดังนั้น เวลาที่มีอยู่เพียง 4 เดือนนี้ จึงจะต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และในขณะเดียวกัน หากทำได้ดีก็อาจถือได้ว่า เป็นการซื้อตั๋วเพื่อกลับมาเป็นนายกฯ ของ “เสี่ยหนู” ในสมัยหน้าได้อีกด้วยเจ้าค่ะ อิอิอิ

    คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย…เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/speak-every-district/641998&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37w-YqnEok3Vp6ZeqQ48Wr