Category: ท่องเที่ยว

  • ชวนเที่ยว เกาะไหง กระบี่ วันหยุด เดือนพฤษภาคม 2569

    ชวนเที่ยว เกาะไหง กระบี่ วันหยุด เดือนพฤษภาคม 2569

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ONQk7M24ennp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SGo5vYZWwg7G7pRs4xYBi

  • ไปมา 105 ประเทศ! นักปีนเขาระดับโลก เปิดลิสต์ 4 เมืองดัง ที่ไม่คิดจะกลับไปอีก

    ไปมา 105 ประเทศ! นักปีนเขาระดับโลก เปิดลิสต์ 4 เมืองดัง ที่ไม่คิดจะกลับไปอีก

    ไปมาแล้ว 105 ประเทศ นักปีนเขาระดับโลก เผย 4 เมืองดังที่ไม่คิดจะกลับไปอีก มี “สิงคโปร์-นิวยอร์ก” ด้วย

    การเลือกจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล แต่สำหรับโอลิเวอร์ บราวน์ นักปีนเขาชาวอังกฤษผู้เดินทางมาแล้วกว่า 105 ประเทศทั่วโลกตลอดระยะเวลา 20 ปี เขามีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานที่บางแห่งที่เขาตั้งใจว่าจะไม่กลับไปเยือนอีก แม้บางเมืองจะเป็นจุดหมายยอดฮิตของคนทั่วโลกก็ตาม

    4 เมืองดังที่ไม่ตอบโจทย์นักเดินทางระดับโลก

    โอลิเวอร์เปิดเผยว่าในบรรดาประเทศที่เขาไปเยือนมาทั้งหมด มี 4 แห่งที่ไม่ประทับใจและไม่คิดจะกลับไปอีก โดยแต่ละที่มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปดังนี้:

    • นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา): เขามองว่าเมืองนี้วุ่นวายเกินไป แถมสภาพอากาศยังสุดโต่ง คือไม่ร้อนจัดก็หนาวจัดจนเกินไป
    • สิงคโปร์: แม้จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องพื้นที่สีเขียว แต่สำหรับเขาแล้ว อากาศที่นี่ร้อนระอุจนเกินจะรับไหว
    • แอนติกา: เกาะในแถบแคริบเบียนที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่เขาพบว่าภูมิประเทศค่อนข้างแบนราบและโรงแรมส่วนใหญ่ดูเก่าแก่ล้าสมัย
    • บาห์เรน: เขาให้ความเห็นสั้นๆ ว่าบรรยากาศของเมืองดูค่อนข้างทรุดโทรมในสายตาของเขา

    จากนักเดินทางสู่นักปีนเขามืออาชีพ

    โอลิเวอร์เริ่มออกเดินทางคนเดียวตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยเริ่มจากประเทศโมซัมบิกหลังยุคสงครามกลางเมือง ปัจจุบันเขาในวัย 44 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทผจญภัย True Summit Adventures และเคยไปเยือนสถานที่อันซีนมาแล้วมากมาย เช่น เทือกเขาในปากีสถาน ยูกันดา และมองโกเลีย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเลือกมองหาความเงียบสงบและการผจญภัยที่แท้จริงมากกว่าการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่

    สถานที่ในดวงใจที่อยากแนะนำให้ไปเยือน

    หากถามถึงสถานที่ที่เขาประทับใจที่สุด โอลิเวอร์ยกให้ “Skerjevoy” ในประเทศนอร์เวย์ เป็นที่หนึ่งในใจเนื่องจากเขามีโอกาสได้เห็นวาฬเพชฌฆาต (Orcas) อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมี “Valbone” ในประเทศแอลเบเนีย ที่มีเทือกเขาแอลเบเนียอันงดงาม รวมถึงเกาะพลาวันในฟิลิปปินส์ที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ

    แหล่งอ้างอิง

    1. UNILAD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9888042/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BWH11U39lRABAQoKel6_I

  • รมช.มหาดไทย “โกแพ-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่

    รมช.มหาดไทย “โกแพ-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่

    นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัดสตูล เพื่อสรุปประเด็นปัญหาและความต้องการเชิงพื้นที่ โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัด ณ บริเวณศาลากลางน้ำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อำเภอละงู จังหวัดสตูล พร้อมลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง “สะพานข้ามกาลเวลา” และหารือถึงโอกาสในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่โดยรอบ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดในอนาคต

    .

    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ความร่วมมือของพลังภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล มีศักยภาพและความเข้มแข็งอย่างมาก ดังที่ได้เห็นจากการขับเคลื่อนภารกิจและการบูรณาการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดคือการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่สามารถบริหารจัดการทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที

    .

    “จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ที่มีความสงบสุข เป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่น่าอยู่ ประชาชนยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งด้วยศักยภาพของสตูล สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร รวมถึงมีต้นทุนด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานชีวมวล พลังงานชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เหมาะสมต่อการพัฒนาในอนาคต”

    .

    การร่วมหารือในวันนี้ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้นำเสนอศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงโบราณสถานและแหล่งทรัพยากรทางธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าบก ป่าชายเลน และชายฝั่งทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาหารทะเลสะอาดปลอดภัย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวฮาลาล ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมกับจังหวัดสงขลา และประเทศมาเลเซีย สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียนตอนล่าง ทั้งในมิติการท่องเที่ยว การค้า และการขนส่ง โดยจังหวัดสตูลจะได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้ไปสู่การดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนนำเสนอต่อรัฐบาลโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

    .


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/550911.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DQ5bLqF5aWxEAE3CfKTsl

  • ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ดันเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อวดโฉม “น้องค่างแว่น” ขวัญใจนักท่องเที่ยว

    ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ดันเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อวดโฉม “น้องค่างแว่น” ขวัญใจนักท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ดันเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อวดโฉม “น้องค่างแว่น” ขวัญใจนักท่องเที่ยว

    วันเสาร์ ที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมบันทึกเทปรายการพิเศษกับสถานีโทรทัศน์ NBT ภาคกลาง ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก ภายในพื้นที่กองบิน 5 อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    ในการบันทึกเทปครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้พาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของจังหวัด พร้อมแนะนำ “ค่างแว่นถิ่นใต้” สัตว์สัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า “น้องเอ็นดู” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดสำคัญของพื้นที่กองบิน 5

    จุดเด่นของค่างแว่นถิ่นใต้ คือ ลักษณะวงแหวนสีขาวรอบดวงตา และมีพฤติกรรมคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ทำให้ผู้มาเยือนนิยมถ่ายภาพและเช็กอินอย่างใกล้ชิด โดยถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ยอดนิยมของการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ยังได้กล่าวถึงนโยบาย “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” และแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่วนอุทยานเขาตาม่องล่าย ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยจังหวัดอยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอ บนพื้นฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสู่ระดับประเทศและนานาชาติ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/475503&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07rN98sE1bl2KuXLtyKCJ7

  • ฉลอง 108 ปี “หาดเจ้าสำราญ” อัญมณีแห่งเพชรบุรี! จัดเต็มมหกรรมอาหาร-ดนตรี ริมชายหาดสุดโรแมนติก | TOPNEWS

    ฉลอง 108 ปี “หาดเจ้าสำราญ” อัญมณีแห่งเพชรบุรี! จัดเต็มมหกรรมอาหาร-ดนตรี ริมชายหาดสุดโรแมนติก | TOPNEWS

    ชวนเที่ยวเพชรบุรี สัมผัสมนต์เสน่ห์ “108 ปี หาดเจ้าสำราญ” อัญมณีแห่งอ่าวไทย ชวนชิมอาหาร ฟังดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก

    วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่  บริเวณหาดเจ้าสำราญ ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน “แอนนิเวอร์ซารี่ 108 ปี หาดเจ้าสำราญ ตอน สุขสำราญ อาหาร ดนตรี” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติให้กลับมาคึกคัก โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1 รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยว และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดพิเศษ

    ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า หาดเจ้าสำราญเปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามของฝั่งอ่าวไทย ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม “หาดเจ้าสำราญ”

    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2461 การจัดงานระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2569 ในครั้งนี้ จึงจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับบรรยากาศความสวยงามทางธรรมชาติริมชายหาด

    สำหรับกิจกรรมภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน ประกอบด้วย มหกรรมอาหารริมหาดที่มีการออกบูธจำหน่ายอาหารทะเลสดและเมนูเด็ดกว่า 100 ร้านค้า การจัดจุดถ่ายภาพเช็กอิน การแสดงพลุไฟริมชายหาดยามค่ำคืน และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ จ๊ะ นงผณี แหลม สมพล และวง MEAN BAND

    สลับกับการแสดงดนตรีท้องถิ่น ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้เน้นย้ำและฝากความหวังให้ชาวตำบลหาดเจ้าสำราญ ตลอดจนผู้ประกอบการ ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว และร่วมกันผลักดันให้หาดเจ้าสำราญเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ดาราวรรณ เข็มตรง ผู้สื่อข่าว Topnews ทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1569926&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wpQPriWjXwFOITsC1hKZi

  • “สถานทูตอิสราเอล” เตือนทันควัน! อย่าฝ่าฝืนกฎหมายไทย หลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งลุยจัดระเบียบ ชี้โทษหนักส่งฟ้องศาล-เพิกถอนสิทธิพำนัก

    “สถานทูตอิสราเอล” เตือนทันควัน! อย่าฝ่าฝืนกฎหมายไทย หลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งลุยจัดระเบียบ ชี้โทษหนักส่งฟ้องศาล-เพิกถอนสิทธิพำนัก

    “สถานทูตอิสราเอล” เตือนทันควัน! อย่าฝ่าฝืนกฎหมายไทย หลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งลุยจัดระเบียบ ชี้โทษหนักส่งฟ้องศาล-เพิกถอนสิทธิพำนัก

    จากนโยบายความเข้มงวดในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่มุ่งเน้นสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน ล่าสุดมาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศเริ่มมีการตอบสนองและให้ความร่วมมือในการกำชับพลเมืองของตนเองให้ปฏิบัติตามกฎหมายไทย

    โดยก่อนหน้านี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ได้เรียกประชุมผู้แทนชาวต่างชาติเพื่อวางแนวทางควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือละเมิดกฎหมายในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการฝ่าฝืนกฎจราจร การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และการอยู่เกินกำหนด (Overstay) ซึ่งผู้ว่าฯ ย้ำชัดเจนว่า “ภูเก็ตยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบเดียวกัน เพื่อให้เกิดความปกติสุขแก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่”
    ผลจากการขับเคลื่อนมาตรการ “บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและใช้โทษสูงสุด” ส่งผลให้สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้มีการเคลื่อนไหวผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งเตือนพลเมืองชาวอิสราเอลที่เดินทางมายังภูเก็ตและประเทศไทย

    โดยมีเนื้อหาสรุปสาระสำคัญระบุว่า:
    • มาตรการไม่ยอมผ่อนปรน (Zero Tolerance): กำชับให้พลเมืองปฏิบัติตามขั้นตอนและกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไทยได้รับคำสั่งให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
    • โทษสูงสุด: ผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษในอัตราสูงสุดเพื่อเป็นการป้องปราม
    • การเพิกถอนวีซ่า: ในกรณีการกระทำผิดร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพิกถอนสิทธิการพำนักในราชอาณาจักรทันที
    • วินัยจราจร: การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกส่งฟ้องศาลโดยไม่มีข้อยกเว้น

    ความเคลื่อนไหวจากทางสถานทูตอิสราเอลในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการประสานความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ตและตัวแทนต่างชาติ ซึ่งเป็นการช่วยคัดกรองนักท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ และสื่อสารโดยตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายว่า “ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง แต่ต้องมาพร้อมกับการเคารพวัฒนธรรมและสิทธิของผู้อื่น”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/71562&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw206PZ8gm1fDnkmuPXP9kx0

  • ย้อนรอยประวัติศาสตร์ภูเก็ต ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

    ย้อนรอยประวัติศาสตร์ภูเก็ต ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/OpLnQMA2xlr6&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tefi1R4QWaTpUc_X4O1ZL

  • รมช.มหาดไทย “โกแพ-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    รมช.มหาดไทย “โกแพ-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    การเมือง

    รมช.มหาดไทย “โกแพ-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่หารือร่วมภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล ระดมพลังทุกภาคส่วน ดึงศักยภาพพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    วันเสาร์ ที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569  นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือแผนพัฒนาจังหวัดสตูล เพื่อสรุปประเด็นปัญหาและความต้องการเชิงพื้นที่ โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัด ณ บริเวณศาลากลางน้ำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อำเภอละงู จังหวัดสตูล พร้อมลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง “สะพานข้ามกาลเวลา” และหารือถึงโอกาสในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่โดยรอบ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดในอนาคต
     
    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ความร่วมมือของพลังภาคีเครือข่ายจังหวัดสตูล มีศักยภาพและความเข้มแข็งอย่างมาก ดังที่ได้เห็นจากการขับเคลื่อนภารกิจและการบูรณาการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดคือการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่สามารถบริหารจัดการทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที
     
    “จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ที่มีความสงบสุข เป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่น่าอยู่ ประชาชนยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งด้วยศักยภาพของสตูล สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร รวมถึงมีต้นทุนด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานชีวมวล พลังงานชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เหมาะสมต่อการพัฒนาในอนาคต”
     
    การร่วมหารือในวันนี้ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้นำเสนอศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงโบราณสถานและแหล่งทรัพยากรทางธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าบก ป่าชายเลน และชายฝั่งทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาหารทะเลสะอาดปลอดภัย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวฮาลาล ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมกับจังหวัดสงขลา และประเทศมาเลเซีย สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียนตอนล่าง ทั้งในมิติการท่องเที่ยว การค้า และการขนส่ง โดยจังหวัดสตูลจะได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้ไปสู่การดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนนำเสนอต่อรัฐบาลโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/475495&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J87ci4jFV9Mut4hopTSxL

  • สั่งลุยเกาะพะงัน ล้างบางนอมินีต่างชาติ ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

    สั่งลุยเกาะพะงัน ล้างบางนอมินีต่างชาติ ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

    วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    สั่งลุยเกาะพะงัน

    ล้างบางนอมินีต่างชาติ

    ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

    กรมพัฒนาธุรกิจฯ สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังล้างบางนอมินีต่างชาติ ยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยพบเข้ามาลงทุนทะลุหมื่นราย จับมือทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น สกัดทุนต่างชาติให้คนไทยเป็นนอมินี พร้อมเดินหน้าสแกนจังหวัดท่องเที่ยวอีก 6 จังหวัด

    เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เกาะพะงัน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สกัดกั้นทุนต่างชาติ ใช้คนไทยเป็นนอมินี หลังจากพบว่ามีชาวต่างชาติ ทำธุรกิจและอาศัยในเกาะพะงัน เกาะสมุย มีจำนวนบริษัท ซึ่งชาวต่างชาติ มาลงทุนประกอบกิจการ มากถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบนทั้ง 2 เกาะมี 16,811 ราย โดยมีทั้งประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีจึงหยิบยกเป็นวาระเร่งด่วนในการปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่ลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง(นอมินี)

    นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นสำคัญ มากกว่าการควบคุมการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ โดยมองถึงเจตนาดีในการเข้ามาลงทุนซึ่งช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยความเห็นแก่ได้ของนักลงทุนต่างชาติบางราย ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ประกอบธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต และมีคนไทยบางกลุ่มเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย ยอมกระทำผิด ซึ่งนับแต่นี้พร้อมกำกับดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีชาวต่างชาติ ลงทุน อย่างรัดกุม และเข้มงวด

    ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี พบว่ามีบริษัทจำกัด 21,717 ราย โดยบริษัท ที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย (53.6%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 2,365 ราย (20%) 2.อังกฤษ 1,446 ราย (12%) 3. รัสเซีย 1,205 ราย (10%) 4.อิสราเอล 1,147 ราย (10%) 5.เยอรมัน 608 ราย (5%) 6.จีน 569 ราย (5%) 7. อเมริกัน 444 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 335 ราย (3%) 9.อิตาเลียน 258 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 222 ราย (2%)

    สำหรับเกาะพะงัน มีบริษัทจำกัด 4,761 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย (67.48%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อิสราเอล 720 ราย (22%) 2.ฝรั่งเศส 426 ราย (13%) 3. อังกฤษ 359 ราย (11%) 4.รัสเซีย 306 ราย (10%) 5.เยอรมัน 194 ราย (6%) 6.อเมริกัน 144 ราย (4%) 7.อิตาเลียน 89 ราย (3%) 8.ยูเครน 69 ราย (2%) 9.ออสเตรเลียน 58 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 56 ราย (2%)

    ส่วนเกาะสมุย มีบริษัทจำกัด 12,050 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย (68.16%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 1,937 ราย (24%) 2.อังกฤษ 1,077 ราย (13%) 3. รัสเซีย 885 ราย (11%) 4.จีน 478 ราย (6%) 5.อิสราเอล 419 ราย (5%) 6.เยอรมัน 406 ราย (5%) 7.อเมริกัน 291 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 273 ราย (3%) 9.สวิสฯ 173 ราย (2%) และ 10.อิตาเลียน 169 ราย (2%)

    จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ที่เกาะพะงันและเกาะสมุย มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ (16,811 ราย) โดยพบว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ได้ยินว่าต่างชาติยึดเกาะพะงัน เกาะสมุย ไปเรียบร้อยแล้ว

    โดยได้ตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงัน พบธุรกิจที่มีลักษณะต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.สำนักงานบัญชี ภายใต้ชื่อสำนักงานเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด) โดยเจ้าของมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน 66 บริษัท โดยลงพื้นที่ มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสำนักงานบัญชีดังกล่าว (อาคารพาณิชย์ 2 แห่ง และบ้านพัก) พบว่า อาคารพาณิชย์ที่ลงตรวจเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลรวมกันถึง 89 แห่ง โดยไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริงในบางห้อง ตำรวจได้ตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติหรือไม่ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินทางคดี

    2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (โครงการก่อสร้างอาคารวิลล่าโครงการศิธายา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า) พบเป็นวิลล่าหรู 8 หลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่าคืนละ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงได้เชิญผู้ดูแลโครงการและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม โดยพบข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของโครงการวิลล่าดังกล่าวมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท โดยมีบริษัทนิติบุคคลสัญชาติไทย 2 แห่ง ถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอล ในสัดส่วนร้อยละ 49 และต่อมามีการเพิ่มบริษัทที่เป็นชาวอิสราเอล เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1 บริษัท อาจเข้าข่ายเป็นการซื้อขายเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษี และการถือหุ้นอำพรางเข้าข่ายเป็นนอมินี

    ขณะที่เกาะสมุย ตรวจพบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เป็นพนักงานของสำนักงานรับจดทะเบียน/รับทำบัญชี โดยให้ข้อมูลว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมกับคนต่างชาติ เพื่อให้สัดส่วนเป็นบริษัทไทย และอีก 1 ราย มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 87 บริษัท ซึ่งได้นำส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการเอาผิดต่อไป

    นอกจากนี้ได้นำส่งข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 34 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งแต่ละรายมีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท และประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์

    ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน

    ขณะนี้ได้สแกนนิติบุคคลกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.พังงา ฯลฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเข้าข่ายการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี โดยเฉพาะธุรกิจที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรจะเร่งเดินหน้าเชิงรุกเพื่อปราบปรามนอมินีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยให้หมดสิ้นไปในทุกๆ พื้นที่ และทุกประเภทธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/963326&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZgGsp63kiOwq5tXtaxZdu

  • “ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่” ทลายกองถ่ายซีรี่ส์จีนเถื่อน พบทีมงานชาวจีนทำงานผิดกฎหมาย

    “ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่” ทลายกองถ่ายซีรี่ส์จีนเถื่อน พบทีมงานชาวจีนทำงานผิดกฎหมาย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/146534&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36sBgCV6nWmwU-axev6maG