Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยว ‘เกาะมุก’ กำลังโต แต่สาธารณูปโภคไม่พร้อม หวั่น นทท.หนีหาย!

    ท่องเที่ยว ‘เกาะมุก’ กำลังโต แต่สาธารณูปโภคไม่พร้อม หวั่น นทท.หนีหาย!

    ละมัย ลาภศิริโสภา นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะมุก นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อไปดูปัญหาและอุปสรรคการท่องเที่ยวของเกาะมุก ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เกาะมุกเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม ยุโรปและกลุ่มสแกนดิเนียเวีย ที่เดินทางหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน ไม่ขาดสายในแต่ละปีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาพักที่นี้คนละ 1-2 สัปดาห์

    ในปีนี้ก็เช่นกัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะมุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละคนแต่ละกลุ่มจองที่พัก สูงสุด 1 เดือนน้อยสุดคือ 1 สัปดาห์ เนื่องจากค่าของชีพบนเกาะไม่แพง อีกทั้งเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีความเป็นธรรมชาติสวยงาม ที่นี่ไม่มีรถยนต์ ไม่มีมลภาวะอะไรมากมาย มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่เป็นยานพาหนะใช้บนเกาะ ไว้รองรับขนส่งนักท่องเที่ยว นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินเท้าเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคือ “หาดซันเซ็ท” หรือ “หาดฝรั่ง” ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความกว้างประมาณเกือบ 500 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันตกออกสู่ทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo09-1.jpg

    “หาดซันเซ็ท” (หาดฝรั่ง) เป็นหาดสาธารณะนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนแบบอิสระเสรี ชายหาดที่เกาะแห่งนี้มีทรายสวยน้ำทะเลใส บรรยากาศสวยงามมีต้นมะพร้าว ต้นไม้ขนาบฝั่งซ้ายและขวาของหาด ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปจะนิยมมานอนอาบแดดกันที่ชายหาดซันเซ็ทหรือหาดฝรั่งตรงนี้เกือบ 100% ส่วนชายหาดสบาย และถ้ำมรกตก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ

    โห้องพักโรงแรมที่ติดระดับ 3-4 ดาว มีประมาณ 5-6 รายเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านที่สร้างมีขนาด 5-8 ห้อง ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว บนเกาะยังมีร้านอาหารที่เปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว และห้องพักบนเกาะ ประมาณ 1,000 ห้องขึ้นไป

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ข้อมูลล่าสุดจากการสอบถามผู้ประกอบการ ว่าพบปัญหาที่เกิดขึ้นบนเกาะมุก จ.ตรัง ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพชีวิตชาวบ้านและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว คือ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถนนหนทางที่ไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ประกอบกับ ระบบไฟส่องสว่าง ที่เสียสะสมมานานกว่าครึ่งปี ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางช่วงกลางคืนอย่างมาก

    นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนน้ำจืดสำหรับการอุปโภคและบริโภค เป็นปัญหาเรื้อรังที่หนักที่สุด เนื่องจากเกาะไม่มีแหล่งน้ำดิบเพียงพอ ต้องพึ่งพาน้ำบาดาล ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็น น้ำกร่อย ไม่สามารถอุปโภคบริโภคได้ดีเท่าที่ควร รวมถึงปัญหา สุนัขจรจัด ที่มีจำนวนมากและมีพฤติกรรมไล่นักท่องเที่ยว กลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย

    สถานการณ์ปัจจุบัน ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และผู้ประกอบการในพื้นที่กำลังเร่งจี้ให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นและจังหวัดเข้ามาตั้งงบประมาณซ่อมแซมไฟฟ้า และวางแผนจัดการระบบประปาบนเกาะอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

    “ผู้ประกอบการรีสอร์ท รวมถึงประชาชนบนเกาะประสบปัญหาขณะนี้ คือ ไฟส่องสว่างบนถนนดับเกือบ 100% มาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว เคยร้องขอความช่วยเหลือไปตามหน่วยงานราชการเป็นระดับขั้น เรื่องอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ยังไม่ได้มีการสั่งการให้มีการซ่อมแซม”

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo11-2.jpg

    สำหรับเกาะมุกนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปเกือบ 90% ที่หลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนอีก 10% นั้นจะเป็นคนไทย

    เกาะมุกมีการคมนาคมจากพื้นที่ภูเก็ตทางเรือวิ่งมายังเกาะพีพี เกาะลันตา เกาะไหง เกาะกระดาน เกาะมุก และไปยังเกาะหลีเป๊ะ โดยเส้นทางเดินเรือสายนี้เชื่อม อันดามัน 4 จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ท่าเรือชายฝั่งที่เชื่อมเกาะมุกคือ ท่าเรือวนตุ้งกู ต.บางสัก ท่าเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด และท่าเรือหาดยาว ต.เกาะลิบง  

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo06.jpg

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะมุก กล่าวว่า ชาวเกาะมุกมีปัญหาอยู่ตอนนี้ 3 เรื่องหลัก คือ

    1.ถนนยังไม่มีความมาตรฐานในเรื่องของการจราจรที่ปลอดภัย ทั้งที่บนเกาะจะมีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์ในการสัญจรไปมา

    2.ปัญหาของเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างถนนในยามค่ำคืน ไฟดับมาเป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือนแล้วแต่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาทั้งที่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งผู้ประกอบการได้ทำเรื่องนำเสนอผ่านขั้นตอนระบบราชการตั้งแต่ หมู่บ้าน ไป อบต. ส่งเรื่องไปยังอำเภอและส่งมายังจังหวัดตรัง “งานก่อสร้างแล้วเสร็จและมีปัญหาบางส่วนจังหวัดส่งมอบความรับผิดชอบงานดูแลไปให้ อบต. เกาะลิบงแต่ อบต. เกาะลิบง ไม่รับ เพราะการส่งมอบมันไม่สมบูรณ์ อันเนื่องมาจากความชำรุดบกพร่องคือ ไฟฟ้าดับ ใช้งานไม่ได้

    3.ปัญหาเรื่องของน้ำดิบหรือน้ำจืดสำหรับการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านที่เกาะมุกจะต้องใช้น้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้นซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการในช่วงหน้าแล้งจะต้องอาศัยต้องใช้น้ำจำนวนมาก อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีอยู่สร้างโดยกรมชลประทานน้ำก็ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของคนบนเกาะ

    4.ปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนหลายร้อยตัว ไล่กัดนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ

    ส่วนตัวเคยไปสำรวจกับชาวบ้านพบว่าบนเขาด้านหลังเกาะมุกจะมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติถ้ามีการเก็บกักก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องให้หน่วยงานรับรับผิดชอบในพื้นที่ คือ กรมป่าไม้ซึ่งดูแลป่าบนภูเขาเกาะมุก ได้มาสำรวจและอนุญาตให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ หากสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณนี้ก็จะทำให้เกาะมุกไม่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค”

    “ดังนั้นจึงอยากร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยดูแลเกาะมุกเพราะเป็นเกาะหนึ่งของจังหวัดตรังที่การท่องเที่ยวเจริญเติบโตเม็ดเงินไหลเข้ามาสามารถสร้างงานสร้างเงินให้คนในท้องถิ่นได้” ละมัย กล่าว

    ด้าน นวลศรี รายารัก ชาวบ้านบนเกาะมุก บอกว่า ไฟดับตั้งแต่ตอนเปิดทัวร์ และนี่กำลังจะปิดทัวร์ แต่ไฟก็ยังไม่มาเลย ถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานแต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเลย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังกันเองเดินทางกับความมืด ไม่มีความปลอดภัยเลย

    “ในฐานะที่เป็นชาวบ้านเกาะมุก ไม่อยากให้หน่วยงานเกี่ยงกันเอง ปัดความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ อยากให้ทางหน่วยงานเข้ามาทำให้จริงจังมากกว่านี้ ปัญหาตรงนี้เกิดมาตั้งแต่ตอนทำแล้ว มีเข้ามาซ่อมแล้วพอไฟติด 3 วัน 7 วันไฟก็ดับ เสาไฟที่มีอยู่ใช้งานไม่ได้”

    “ทั้งนี้อยากฝากอีกเรื่องนึงว่าไฟที่บริเวณท่าเรือ เกิดไฟช็อตชาวบ้านแล้ว และขอวอนหน่วยงานทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบไฟข้างทาง ถ้าคุณเอาไฟข้างทางมาติดตั้งแล้วไม่มีแสงสว่างมีแต่เสาไฟ คุณกรุณาเอาเสาไฟคุณกลับไปเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์กับเราเนื่องจากใช้ไม่ได้นวลศรี กล่าว

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo02.jpg

    อำนวย สุเหร็น ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟทางหลวงชนบท ที่ประสานงานโดย นายกอบจ.จังหวัดตรังหรือว่าผู้รับเหมา แต่ขณะนี้การบริหารจัดการยังไม่ดีพอ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินผ่านจากหลังเกาะมาและเดินเที่ยวเดินมาตลอดแต่มืดมาก ความปลอดภัยก็ไม่มี อยากให้หน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน

    ทวี สินไชย ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า โครงการไฟฟ้าแสงสว่างของชุมชนบ้านเกาะมุกมีมาประมาณ 4 ปีแล้วแต่ก็ติดๆ ดับๆ ซึ่งตนเองเคยช่วยแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีปัญหาจนขยายวงกว้าง

    “เคยได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ยังทราบมาอีกว่าทางแขวงทางหลวงชนบท ได้คืนโครงการนี้ให้กับทางจังหวัด ส่วนจังหวัดไม่สามารถที่จะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นได้เพื่อมาซ่อมแซม และยังทราบมาอีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังพยายามประสานมายังท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการมาซ่อมแซม แต่ ณ วันนี้ ทางท้องถิ่น ยังจัดการตั้งนายกอบต.ไม่เรียบร้อย”

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ทวี กล่าวอีกว่าไฟส่องสว่างริมถนนบนเกาะมุกจะมีปัญหาทั้งไฟติดๆ ดับๆ เป็นช่วงๆ อาจจะเกิดจากหลอดหมดอายุบ้าง ระบบสายไฟที่บอบช้ำ หลอดขาดทำให้ไฟดับเป็นวงกว้าง ซึ่งการเสียหาย ณ วันนี้ถึง 80% ทำให้ไฟส่องสว่างใช้ไม่ได้ โดยไฟส่องสว่างบนเกาะมุกมีทั้งหมด 140 กว่าต้น

    “ส่วนตัวคาดว่าการดำเนินการซ่อมไฟฟ้าตอนนี้ติดปัญหาอยู่ที่การถ่ายโอนของจังหวัด ที่ให้ท้องถิ่น อบต. มารับช่วง เพื่อให้ผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมแซม แต่ในขณะนี้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก เมื่อเกิดปัญหาไฟส่องสว่างบนถนนดับ นักท่องเที่ยวสัญจรไปมาต้องระมัดระวังเพราะมืดมาก ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน” ทวี กล่าว

    ด้าน อาภรณ์ เบ็ญจะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง (สวมหมวก) กล่าวว่า ในนามของผู้นำท้องถิ่น ยืนยันพื้นที่หมู่บ้านเกาะมุก เป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลางคืนลำบากมากสำหรับการสัญจรของนักท่องเที่ยว บริเวณที่เป็นจุดแลนด์มาร์กในเวลายามค่ำคืน บนสะพานไฟดับหมดนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินชมความสวยงามของเกาะมุกในเวลาค่ำคืนได้ ส่วนไฟที่ใช้ได้มีอยู่ประมาณแค่ 10-20% เท่านั้น

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังทางจังหวัดตรังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังรับทราบเรื่องแล้วแต่ยังต้องรอการสำรวจและจัดตั้งงบประมาณในการซ่อมแซม แต่ทางเราและนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก อยากให้มีการซ่อมแซมโดยเร็วกว่านี้ ในส่วนปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เกาะมุกยังไม่มี แต่ถ้ามีก็คือปัญหารถเชี่ยวชนในเวลายามค่ำคืน เพราะมืดมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางสัญจรไปมา”

    เกาะมุกมีพื้นที่ 7.7 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ 4,812 ไร่ มีรีสอร์ทให้บริการแบบ 3-4 ดาวประมาณ 10 ราย นอกนั้นเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านอีกจำนวนมาก ห้องพักประมาณ 1,000กว่าห้อง ห้องอยู่ระหว่างสำรวจ

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ขณะที่ ทรงกรด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับทั่วเกาะมุก โดยสรุปประเด็นที่มาว่า โครงการไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวเป็นงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัดปี 2565 โดยมี สำนักงานทางหลวงชนบทตรัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในขณะนั้น ตัวระบบไฟฟ้ามีประกันผลงาน 1 ปี ซึ่งน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว

    “โครงการนี้เกิดติดขัดบางอย่างทำให้ไม่สามารถถ่ายโอนภารกิจ ไปยังหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องรับช่วงต่อได้ตามปกติ เมื่อโครงการยังไม่ถูกถ่ายโอนอย่างเป็นทางการ หน่วยงานท้องถิ่นจึงไม่มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณมาซ่อมแซมได้ แม้จะเป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ประกอบกับปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นมากจนทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากขึ้นในขณะนี้” ผู้ว่าฯ ตรัง กล่าว

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo08-2.jpg

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo10-1.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trang-koh-mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aTIe46Shmfq9jxVPVNKEn

  • เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา

    เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา

    เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

    วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายธนกร สารบรรณ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายภาณุพงค์ วีรตันตยาภรณ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน มีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 20 – 24 มีนาคม 2569 ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3902835/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26aVDb4miMk_3QaRfGYPr-

  • Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)ในวันที่ 20 ม.ค.65 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดลงทะเบียน Thailand Pass สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติในรูปแบบ test & Go เริ่ม 1 ก.พ. 2565

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/vido/511042&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JghE7f7n_CIUtmHoYCgxD

  • สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง 'สงกรานต์' ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน จากทั้งต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่มีแนวโน้มหดตัว ท่ามกลางผลกระทบของสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดต่อภาคท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และเจ้าของร้านสตีฟ คาเฟ่ เปิดเผยข้อมูลกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประเมินความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกจะกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างน้อย 1–3 เดือน โดยเฉพาะช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคท่องเที่ยวควรจะคึกคัก “เรื่องสงครามคาดการณ์ยาก แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว กระทบต่อเนื่องในระยะสั้น และกดดันเศรษฐกิจทันที”

    คนไทยลดเที่ยว–ต่างชาติหาย ฉุดรายได้ร้านอาหาร

    ผลกระทบที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคนไทยมีแนวโน้มลดการเดินทางโดยเฉพาะต่างประเทศ จากค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นและความกังวลด้านค่าใช้จ่าย ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศก็ชะลอลงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การเดินทางโดยเฉพาะด้วยรถยนต์ส่วนตัวลดลง “ปีนี้คนจะระวังการใช้เงินมากขึ้น เที่ยวก็น้อยลง โดยเฉพาะต่างจังหวัด”

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทย คาดว่าบรรยากาศจะซบเซากว่าปกติ โดยคนไทยจำนวนมากอาจเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และลดการเดินทางระยะไกล

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

    ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบสัญญาณชะลอตัวชัดเจนโดยเฉพาะตลาดยุโรปและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง “ร้านของผมลูกค้าต่างชาติประมาณ 50–60% ตอนนี้ลดลงแบบเห็นได้ชัด” ทั้งนี้ประเมินว่าในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    • นักท่องเที่ยวยุโรปอาจลดลงถึง 60%
    • นักท่องเที่ยวเอเชียลดลงราว 10%
    • ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงประมาณ 40%

    ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว รับรายได้หด–คุมต้นทุนเข้ม

    จากแรงกดดันดังกล่าว ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านรายได้และต้นทุนควบคู่กัน โดยเฉพาะการบริหารแรงงานและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง แนวทางที่เริ่มเห็นชัดในหลายร้าน ได้แก่

    • ชะลอการรับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก
    • ปรับตารางการทำงานตามยอดขายจริง
    • ลดชั่วโมงโอที และใช้พนักงานพาร์ทไทม์แทน
    • ควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้านอย่างเข้มงวด

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายเริ่มติดตามกระแสเงินสดแบบรายวัน เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงรายได้ผันผวน

    ชี้ “พลังงาน” ปมหลัก กดเศรษฐกิจทั้งระบบ

    นายสรเทพมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข คือปัญหาราคาพลังงานและน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจ และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย “ถ้ารัฐบาลยังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ ทุกอย่างจะหยุดหมด ทั้งการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย”

    พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้หลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญราคาน้ำมันปรับขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ได้เกิดปัญหาการขาดแคลนในลักษณะเดียวกับประเทศไทย

    ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานอย่างจริงจัง มากกว่าการชี้แจงสถานการณ์เพียงอย่างเดียว “รัฐบาลควรแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ตัว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/654444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wOouS-kFTDIQMJRj6ma17

  • วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    21 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน พร้อมเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI โดยมี พระครูสุนทรวุฒิสาร เจ้าอาวาสวัดแสนเมืองมา นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายนิรุตติ์ เตปันคำ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา นายสุชิน โนวิชัย ประธานคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ภาคีเครือข่าย และพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ เข้าร่วม ณ วัดแสนเมืองมา (วัดมาง) ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวว่า วธ.ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”  เพื่อส่งเสริมชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดพลังเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้แนวคิด UNSEEN “ไท ไทย” 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ปลัด วธ. กล่าวต่อว่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วนได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ตั้งอยู่ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาเป็นชุมชนชาวไทลื้อที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากแถบสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีนและยังคงสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งการแต่งกาย สถาปัตยกรรมบ้านเรือน งานหัตถกรรม และพิธีกรรมทางศาสนา
     

    “ชุมชนแห่งนี้โดดเด่นทั้งด้านอาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม โดยเฉพาะ ผ้าทอไทลื้อเป็นอัตลักษณ์สำคัญของอำเภอเชียงคำ สามารถต่อยอดจากผืนผ้าสู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ และกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ยั่งยืน” ปลัด วธ. กล่าว
     

    จุดเด่นสำคัญชุมชน ได้แก่ วัดแสนเมืองมา วัดเก่าแก่ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมไทลื้อผสมล้านนา, วัดพระธาตุสบแวน มีพระธาตุอายุกว่า 800 ปี, วัดนันตาราม วัดไม้สักทองสถาปัตยกรรมพม่าตอนล่างอันงดงาม, เฮินไตลื้อแม่แสงดา เรือนไทลื้อโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรม และศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อวัดหย่วน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ
     

    นอกจากนี้ ชุมชนยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ อาทิ ฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ ฟ้อนก๋ายลาย ฟ้อนนก ฟ้อนโต การขับลื้อและการตีกลองสะบัดชัย ตลอดจนประเพณีสำคัญที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ประเพณีตานธรรม ตานตุงไทลื้อ และตานก๋วยสลาก ซึ่งสะท้อนความศรัทธา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง ภายในงานมีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลากหลาย อาทิ การทอผ้าไทลื้อ การทำมะกอน การปักผ้า การประดิษฐ์โคมแขวน และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทลื้อ รวมถึงการนำเสนออาหารพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวบ่ายแซ่ง ขนมดอกซ้อ ข้าวเหลือง ข้าวส้ม ข้าวหนึกงา จิ้นซ่ำพริก และน้ำล้าไทลื้อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีไทลื้ออย่างใกล้ชิด
     

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เป็นกลไกสำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมเชื่อมั่นว่าชุมชนไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จะก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่ง หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของประเทศที่ช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378975093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ac9ksqCzWraaZU0-bd8xb

  • คึกคัก! ‘ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1’ นักวิ่งแห่ร่วมบุญตั้งมูลนิธิ กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    คึกคัก! ‘ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1’ นักวิ่งแห่ร่วมบุญตั้งมูลนิธิ กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มี.ค.  ที่อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศกิจกรรมวิ่งการกุศล “ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1 (PRASAE POWER RUN 2026)” เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักวิ่งนับพันคนหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น สร้างสีสันและความคึกครื้นให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก

    โดยมี นายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสิทธิพร อุตสาหะ ปลัดอาวุโสอำเภอแกลง นายนพรัตน์ เอื้อตระกูล อดีตประธานสภา อบจ.ระยอง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากน้ำประแส ดร.กนกวรรณ เบญจาทิกุล ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายนาวิน เจริญพร ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายธวัชชัย เจริญรื่น ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายศรศักดิ์ เค้ามูล กำนันตำบลปากน้ำประแส และ น.ส.ชฎานิศ ศิริมหา ผู้จัดงาน ร่วมเปิดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ดำเนินการโดยศาลเจ้าไหหลำปากน้ำประแส ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปสมทบทุนจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อใช้ช่วยเหลือสังคมในระยะยาว นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสานพลังแห่งการให้เข้ากับการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว

    ทั้งนี้ “ปากน้ำประแส” เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตด้านการค้าและการประมง รวมถึงวัฒนธรรมไทยผสมผสานจีนอย่างกลมกลืน ปัจจุบันกลายเป็นจบสำคัญของ จ.ระยอง ทั้งในด้านแหล่งเรียนรู้ วิถีชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

    คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า นอกจากจะส่งเสริมสุขภาพและความสามัคคีของประชาชนแล้ว ยังมุ่งหวังให้กิจกรรมนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงชุมชน สร้างรายได้ และยกระดับภาพลักษณ์ของพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    สำหรับเส้นทางการแข่งขัน เริ่มต้นจากอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ผ่านสะพานประแสสิน มุ่งหน้าสู่จุดชมวิวแหลมสน โดยแบ่งออกเป็นประเภทฟันรัน 5 กิโลเมตร และมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง

    ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในช่วงเย็น เมื่อบรรดานักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือปากน้ำประแส ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยเฉดสีส้มทองสะท้อนผืนน้ำอย่างตระการตา หลายคนหยุดเก็บภาพความประทับใจระหว่างเส้นทางวิ่ง กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ช่วยตอกย้ำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่

    งานนี้นับเป็นภาพสะท้อนพลังความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5709100/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36iRGQPU3ZHK7Z8UfTWJte

  • โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

    21 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอโบลฟาซล์ เชคาร์ชี (Abolfazl Shekarchi) โฆษกระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนทั่วโลก เพื่อตอบโต้ สหรัฐฯ และ อิสราเอล โดยสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของอิหร่าน  โดยท่าทีล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มระดับการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส  ของอิหร่าน

    ล่าสุดมีรายงานว่าโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมีนา อัล-อาห์มาดี ใน คูเวต ถึง 2 ระลอกในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงกลั่น ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/953995&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l5tObHr23uLsHHfrellxg

  • กลุ่มเซ็นทรัล x ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน

    กลุ่มเซ็นทรัล x ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน

    กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกและบริการในประเทศไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเอกลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านประสบการณ์เสน่ห์อาหารไทย สู่สายตานานาชาติผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับงาน ITB Berlin 2026 เวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทย ในการใช้เครือข่ายธุรกิจระดับสากลเป็นพื้นที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม เปิดประสบการณ์รสชาติอาหารไทย พร้อมเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตานักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก

    s__124903920_0

    กิจกรรม Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญที่ทำให้พื้นที่ของ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กลายเป็นเวทีของความเป็นไทยอย่างเต็มรูปแบบ

    Amazing Thailand Brand Take Over ระหว่างวันที่ 2–14 มีนาคม 2569 พื้นที่ด้านหน้าอาคารถูกปรับโฉมผ่านแบนเนอร์ขนาดยักษ์บน Façade และ Window Display จำนวน 10 ช่องตลอดแนวถนนสายหลักของกรุงเบอร์ลิน ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหารไทยทั้ง 5 ภาค ควบคู่ความงดงามของแหล่งท่องเที่ยว สถาปัตยกรรมไทย และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย สื่อสารศักยภาพประเทศไทยด้าน Gastronomy และ Wellness สู่สายตานานาชาติอย่างโดดเด่น พร้อมกันนี้ ยังมีพันธมิตรภาคเอกชนไทยร่วมสะท้อนอีกมิติหนึ่งของประเทศไทย อาทิ Thailand Privilege Card Company Limited และ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของไทยที่ร่วมมือกับชุมชนพัฒนาสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ร่วมสมัย ด้วยความปรารถนาที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม สนับสนุนให้ทุกชุมชนมีความสุข พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยรายได้ทั้งหมดนำกลับไปพัฒนาชุมชนเพื่อรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้ นำเสนอวินโดว์ดิสเพลย์ ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กรุงเบอร์ลิน ถ่ายทอดเสน่ห์ของภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านการออกแบบร่วมสมัยที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า โดยนำชิ้นงานหัตถศิลป์จากชุมชนมารังสรรค์เป็นดีไซน์พิเศษ อาทิ เสื่อกกจากจังหวัดสุรินทร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และกระเป๋าหัตถกรรมที่ใช้ผ้าทอจากชุมชนนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างงดงาม เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนำมาเปิดเผยเป็นที่แรก ผสานการตกแต่งวินโดว์ให้บรรยากาศหรูหราในแบบไทยร่วมสมัย ด้วยวัสดุผ้าไหมทอมือและองค์ประกอบจากธรรมชาติ เพื่อถ่ายทอดความงามของงานฝีมือไทยในมิติที่ร่วมสมัย สง่างาม และพร้อมก้าวสู่สายตาชาวโลก

    s__124903882_0

    กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและสาธิตการประกอบอาหารไทย ระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม 2569 บริเวณชั้น 6 ของห้างสรรพสินค้าเพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมและลิ้มลองอาหารไทย ควบคู่กับการนำเสนอข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไทย เพื่อเชื่อมโยง “รสชาติ” สู่ “ประสบการณ์การเดินทาง” และสร้างแรงบันดาลใจสู่การออกเดินทางท่องเที่ยวจริงในประเทศไทย พร้อมของที่ระลึกเป็นตุ๊กตาช้างจาก Good Goods ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    s__124903961_0

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดยุโรปเป็นตลาดคุณภาพที่มีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การได้ร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล จึงเป็นโอกาสดีที่จะช่วยขยายการรับรู้ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทยไปสู่กลุ่มนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้อย่างตรงกลุ่มและมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ในช่วงเวลาเดียวกับ ITB Berlin 2026 ยิ่งช่วยเสริมพลังในการขยายการรับรู้ในระดับนานาชาติ และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริงมายังประเทศไทย ททท. เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทยในลักษณะนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดระยะไกลอย่างยั่งยืน และช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มอบประสบการณ์ระดับโลกได้อย่างครบมิติ”

    ด้าน พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตขึ้นจากประเทศไทย และได้ขยายธุรกิจสู่เวทีระดับสากลอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของเราไม่ได้เป็นเพียงการขยายขอบเขตทางธุรกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่สายตาชาวโลก

    พื้นที่ค้าปลีกในยุโรปของเรา จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางการค้า หากแต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวของประเทศไทยได้ถูกถ่ายทอดอย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหาร วัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์   งานฝีมือที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิตที่อบอุ่นของผู้คน

    s__124904116_0

    การได้เห็นภาพของความเป็นไทยปรากฏอยู่ในห้างสรรพสินค้าระดับแลนด์มาร์กของโลก จึงไม่เพียงสะท้อนถึงการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัล หากยังเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสน่ห์ของประเทศไทยให้โลกได้เห็นอย่างสง่างาม เป็นตัวอย่างว่า ภาคเอกชนไทยสามารถมีบทบาทในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เราหวังว่าความ ร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่สามารถต่อยอดในการนำประเทศไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่าง ต่อเนื่องในอนาคต”

    s__124904065_0

    กลุ่มเซ็นทรัลขอเป็นอีกหนึ่งพลังขององค์กรไทยในการสนับสนุนประเทศไทยบนเวทีโลก ถ่ายทอดเรื่องราว วัฒนธรรม และคุณค่าของไทยสู่สายตานานาชาติอย่างงดงาม และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มีความหมายในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    s__124904072_0

    s__124904099_0_1

    s__124903972_0_1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948672/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u8TnIxa8tpuOtRkMctiZf

  • อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก” | เข้มข่าวค่ำ | 21 มี.ค. 69

    อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก” | เข้มข่าวค่ำ | 21 มี.ค. 69

    สงครามอิหร่านที่กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 มีแนวโน้มที่จะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อวานมีการส่งสัญญานจาก นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะยกระดับปฏิบัติการทางทหารด้วยการส่งกองกำลังภาคพื้นที่ดินเข้าสู่อิหร่าน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงต้องเรียกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยิ่งตึงเครียดมากขึ้น

    #สงครามอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #อิหร่าน #เข้มข่าวค่ำ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214525&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e9Tu3SW8zAXOY_rD7ZPF9

  • ปลุกกระแสเที่ยวประจวบฯ ยุคดิจิทัล! เปิดเวทีเฟ้นหา Influencer หน้าใหม่ ประชันไอเดียทำคอนเซ็ปต์ “ใจฟู”

    ปลุกกระแสเที่ยวประจวบฯ ยุคดิจิทัล! เปิดเวทีเฟ้นหา Influencer หน้าใหม่ ประชันไอเดียทำคอนเซ็ปต์ “ใจฟู”

    ภูมิภาค

    ปลุกกระแสเที่ยวประจวบฯ ยุคดิจิทัล! เปิดเวทีเฟ้นหา Influencer หน้าใหม่ ประชันไอเดียทำคอนเซ็ปต์ “ใจฟู”

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน เปิดตัวแคมเปญการประกวดสื่อสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท หวังปั้นภาพลักษณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่ทันสมัย เข้าถึงไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคดิจิทัล

    เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน นายจตุรนต์ ภักดีพานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สานต่อโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกับ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและสถาบันการศึกษาในพื้นที่

    นายสราวุธ เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยเน้นการสื่อสารผ่านคลิปวิดีโอสั้นที่แสดงถึงเสน่ห์ของประจวบคีรีขันธ์ในแง่มุมที่สดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม คาเฟ่ หรือวิถีชีวิตที่ทำให้ “ใจฟู” ได้อย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ทั้ง Influencer มืออาชีพ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ร่วมประลองไอเดีย

    สำหรับการประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระดับ Micro Influencers (ผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป) และประเภทบุคคลทั่วไปหรือทีม (ไม่เกิน 5 คน) โดยกติกาต้องเป็นคลิปแนวตั้งความยาว 60-90 วินาที ถ่ายทำใหม่ตั้งแต่วันประกาศรับสมัคร และต้องติดแฮชแท็ก #เที่ยวประจวบNextVibeให้ใจฟูV2 และ #อบจประจวบคีรีขันธ์

    ทั้งนี้ ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล โโล่เกียรติยศ และใบประกาศเกียรติคุณ โดยรางวัลสูงสุดของระดับ Influencer คือเงินสด 30,000 บาท ส่วนประเภทบุคคลทั่วไปรางวัลสูงสุด 15,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษเป็นบัตรกำนัลที่พักรีสอร์ตหรูในจังหวัดมอบให้เพิ่มเติม ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 21 กรกฎาคม 2569 ประกาศผลวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผ่านทางหน้าเพจ Facebook และ TikTok อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/469973&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NDdX7B4KKf8Wc2q5aswGC