Category: ท่องเที่ยว

  • เอกฉันท์! “ภาวิดา จิรภัญญา” นั่งนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือฯ คนใหม่ | TOPNEWS

    เอกฉันท์! “ภาวิดา จิรภัญญา” นั่งนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือฯ คนใหม่ | TOPNEWS

    สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เลือกตั้งนายกสมาคมฯและคณะกรรมการ ประจำปีการบริหาร 2569 – 2571 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นางสาวภาวิดา จิรภัญญา หรือ “คุณจ๋า” ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ประจำวาระปี 2569-2571 โดยได้รับความเชื่อมั่นจากสมาชิกถึงศักยภาพและประสบการณ์ในการบริหารงาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เติบโตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

    โดยมี นายบุญยก พวงสุนทร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวต้อนรับ นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติจากหน่วยงาน และนายกสมาคมองค์กรภาคท่องเที่ยวต่าง ๆ ผู้ประกอบการโรงแรม ผู้บริหารโรงแรม ตลอดจนผู้ประกอบการ ที่ร่วมออกบูธแสดงสินค้าและบริการ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมรวงข้าว โรงแรมสมายล์ ล้านนา เชียงใหม่

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนกิจกรรมของสมาคมโรงแรมไทย” เพื่อถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมให้ก้าวทันสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ขณะที่ พ.ต.ท. ณัฐพล ชุ่มบัวตอง รองผู้กำกับตรวจคนเข้าเมือง

    นางสาวภาวิดา จิรภัญญา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน เปิดเผยภายหลังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งว่าในนามของคณะกรรมการสมาคมฯ ขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงาน “ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568” ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของท่าน ไม่เพียงแต่ทำให้การดำเนินงานของสมาคมฯ เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมในภาคเหนือตอนบนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกท่านเช่นนี้ในกิจกรรมต่อๆ ไป เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

    พร้อมเข้ามารับหน้าที่ในการขับเคลื่อนสมาคมฯ อย่างเต็มกำลัง แนวทางการดำเนินงานในวาระนี้ จะมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรมให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคใหม่ ทั้งด้านคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

    “สมาคมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการปรับตัวสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่” นางสาวภาวิดา กล่าว

    นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือให้โดดเด่นในระดับสากล ผ่านการสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม และเสน่ห์ของพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานโรงแรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ นายกสมาคมฯ คนใหม่ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของสมาชิกว่าเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร โดยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ จะช่วยสร้างพลังในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมในภาคเหนือตอนบนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    โอกาสเดียวกัน คณะกรรมการสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่เข้าร่วมงาน “ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568” โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และสะท้อนถึงความร่วมมือของสมาชิกที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) แสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของนางสาวภาวิดา จิรภัญญา จะสามารถผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโรงแรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้การท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1530280&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w8A1rSqYlP-3lQpaEbJTM

  • ‘

    คุณจิระวดี คุณทรัพย์ ที่ปรึกษาคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดวิสัยทัศน์การวางตำแหน่งประเทศไทยสู่ “จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก” บนเวที Techsauce Healthspan Festival 2026

    เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ และโอกาสของไทย

    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ใช่เทรนด์ใหม่สำหรับประเทศไทย แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ ททท. ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน นี่คือตลาดคุณภาพที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง และเป็นหัวใจของการขยับทิศทางจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว มาสู่การเน้นมูลค่า

    ตัวเลขจากสถาบันสุขภาวะโลก (Global Wellness Institute) ยืนยันภาพนี้อย่างชัดเจน ในปี 2024 เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 200 กว่าล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปีในช่วงปี 2024-2029 ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพจะคว้าส่วนแบ่งได้อย่างเต็มที่

    จาก “นักท่องเที่ยว” สู่ “นักเดินทางที่มีเป้าหมาย”

    คุณจิระวดีชี้ให้เห็นว่า มุมมองของ ททท. ต่อนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปแล้ว หากมองเฉพาะ ‘นักท่องเที่ยว’ ทั่วไป ภาพจะแคบเกินไป ในยุคปัจจุบัน ททท. มองผู้เดินทางในฐานะ ‘นักเดินทาง’ ที่มีเป้าหมายในการเดินทางอย่างชัดเจน

    กลุ่มนักเดินทางเชิงสุขภาพไม่ใช่นักท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นกลุ่มนักเดินทางเชิงฟื้นฟู (Regenerative Travel) ที่เน้นประสบการณ์เป็นสำคัญ พวกเขาต้องการเดินทางแล้วกลับไปมีพลังงานเพิ่มขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่พักผ่อนแบบทั่วไป

    ต้นทุนที่ครบครัน จากเหนือจรดใต้

    จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือความหลากหลายของสินทรัพย์ด้านสุขภาวะที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดย ททท. วางตำแหน่งให้แต่ละภาคมีจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด

    ภาคเหนือ โดดเด่นด้วยการแพทย์พื้นบ้านดั้งเดิม อย่างการย่ำขาง และสมุนไพรพื้นถิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมสปาและสุขภาวะมาอย่างยาวนาน ภาคกลาง เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก ด้วยโรงพยาบาลเอกชนที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งกำลังเติบโตในด้านการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนยาว (Longevity) อย่างเข้มแข็ง ขณะที่ ภาคอีสานและภาคใต้ ต่างมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเฉพาะตัวที่พร้อมนำเสนอสู่ตลาดโลก

    ที่สำคัญคือทุกสินทรัพย์ด้านสุขภาวะและการแพทย์จะถูกผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนเสมอ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่ต้องการทั้งการดูแลสุขภาพและประสบการณ์การท่องเที่ยวควบคู่กัน

    วิวัฒนาการ 3 ยุค: การแพทย์ → สุขภาวะ → อายุยืนยาว

    เส้นทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยผ่านมาแล้ว 3 ยุค ยุคแรกเริ่มจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ตั้งแต่ราวปี 2540 โดย ททท. ใช้กลยุทธ์ให้นักเขียนชาวอเมริกันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในไทย เพราะเรื่องของการแพทย์ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สื่อสาร ไม่ใช่หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวพูดเอง

    จากนั้นจึงขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ และล่าสุดคือการเข้าสู่ยุคของการดูแลเพื่ออายุยืนยาว ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการผสมผสานการดูแลสุขภาพระยะยาวเข้ากับการพักผ่อน

    3 เสาหลักของการตลาดด้านสุขภาพและสุขภาวะ

    ททท. แบ่งกลยุทธ์การทำตลาดออกเป็น 3 กลุ่มชัดเจน

    กลุ่มแรกคือ ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง กลุ่มที่สองคือ สุขภาวะบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ยกระดับสินทรัพย์อย่างนวดไทยและสมุนไพรด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าสิ่งเหล่านั้นให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง และกลุ่มที่สามคือ สุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่

    เป้าหมายปลายทางคือการสร้างตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก”

    ตัวเลขที่บอกว่า “ตลาดนี้คุ้มค่า”

    ข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะยืนยันว่านี่คือตลาดคุณภาพอย่างแท้จริง

    กว่า 86% เป็นนักท่องเที่ยวอิสระที่เดินทางด้วยตัวเอง มีระยะเวลาพำนักในไทยไม่ต่ำกว่า 12 วัน และมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับบริการที่เข้ารับ รูปแบบการเดินทางก็หลากหลาย ตั้งแต่มาเป็นครอบครัวในกลุ่มที่มารักษาพยาบาล ไปจนถึงเดินทางคนเดียวหรือมาเป็นคู่ในกลุ่มดูแลความงามและสุขภาพสตรี

    ตลาดหลักในปัจจุบันมาจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะมาจากยุโรปและอินเดียซึ่งกำลังเติบโตอย่างโดดเด่น

    ปี 2026: ปีแห่งการสร้างการยอมรับระดับโลก

    ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญสำหรับการวางตำแหน่งของไทยบนเวทีโลก ททท. มีแผนจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet ในวันที่ 23 เมษายน 2026 เป็นเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อจากต่างประเทศเกือบ 100 รายกับผู้ประกอบการไทยทั้งกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะ

    ไฮไลต์สำคัญอีกงานคือการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดด้านสุขภาวะโลก (Global Wellness Summit) ที่ภูเก็ตในเดือนกันยายน 2026 โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวเรือใหญ่ การที่งานระดับโลกนี้มาจัดในไทย ถือเป็นการสร้างการยอมรับให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะชั้นนำ

    แคมเปญใหม่ที่นิยามความหรูหราใหม่

    ททท. ปิดท้ายด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Healing is the New Luxury” (การเยียวยาคือความหรูหราแบบใหม่) ภายใต้โครงการ Thailand Health Excellence 2026 ในฐานะ “บทใหม่แห่งการเยียวยาของโลก” แคมเปญนี้นิยามความหรูหราใหม่ ไม่ใช่สิ่งของหรือวัตถุ แต่คือการเยียวยา

    ตั้งแต่การแช่น้ำในบ่อธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากว่า 200 ล้านปี การอาบป่า อาหารไทยที่ทุกส่วนผสมคัดสรรเพื่อบำรุงสุขภาพ ไปจนถึงเทศกาลที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สารที่ส่งออกไปทั่วโลกคือ ถ้าคุณยังไม่มีบ้านหลังที่สอง ลองทำความรู้จักประเทศไทยให้ลึกซึ้ง แล้วไทยจะเยียวยาคุณเหมือนบ้าน

    ที่มา: สรุปเนื้อหาจาก Session “Global Wellness Destination: ฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/healthtech/thailand-global-wellness-destination-tat-strategy-2026&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XDJUSBasvJpARXEYLwHwL

  • เปิดใหม่ “ธารศรีทอง แคมป์ปิ้ง” ตาก เล่นน้ำ-ล่องยางกลางป่า ชูท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

    เปิดใหม่ “ธารศรีทอง แคมป์ปิ้ง” ตาก เล่นน้ำ-ล่องยางกลางป่า ชูท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137748&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MkenIEbgPL5gwUoEZ38x4

  • แพทย์แนะวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักแบบนี้ ลดเสี่ยงป่วย-ติดเชื้อ เวลาไปเที่ยวอย่าลืมทำ!

    แพทย์แนะวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักแบบนี้ ลดเสี่ยงป่วย-ติดเชื้อ เวลาไปเที่ยวอย่าลืมทำ!

    ทำไมควรวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักเวลาไปเที่ยว? แพทย์เผยเหตุผลที่หลายคนไม่รู้

    ช่วงวันหยุดยาวเป็นเวลาที่หลายคนออกเดินทางท่องเที่ยวและพักในโรงแรม แต่รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่ “วางถ้วยน้ำในห้อง” อาจช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรได้แนะนำวิธีง่าย ๆ นี้ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งมักทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้น

    ทำไมช่วงท่องเที่ยวถึงป่วยง่าย?

    ตามรายงานของ The Mirror ดร. ปูนัม คริชาม แพทย์ประจำรายการ BBC Morning Live ได้ให้คำแนะนำที่เธอสนับสนุนให้ทุกคนปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เนื่องจากเธอเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “การระบาดระลอกใหม่หลังวันหยุด

    ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เมื่ออุณหภูมิและความดันอากาศเปลี่ยนแปลง เชื้อไวรัสและแบคทีเรียจะสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ประกอบกับช่วงวันหยุดที่ผู้คนเดินทางและพบปะกันมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ

    นอกจากนี้ หากเพิ่งหายป่วย ระบบภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงติดเชื้อซ้ำได้ง่าย

    เครื่องปรับอากาศ ตัวแปรสำคัญในห้องพัก

    อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้ามคือ “เครื่องปรับอากาศ” ซึ่งมักเปิดใช้งานตลอดเวลาในห้องพักหรือบนเครื่องบิน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรคได้

    นอกจากนี้ แอร์ยังทำให้อากาศในห้องแห้ง ส่งผลให้จมูกและลำคอแห้งตามไปด้วย ซึ่งอาจลดความสามารถของร่างกายในการป้องกันเชื้อโรค

    อากาศแห้ง เสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น

    เมื่อเยื่อบุจมูกและลำคอแห้ง จะทำให้การดักจับเชื้อโรคลดลง ส่งผลให้ไวรัสและแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

    อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ คอแห้ง ระคายเคือง คัดจมูก ไอเรื้อรัง หรือปวดศีรษะ ซึ่งมักพบได้บ่อยในห้องที่มีแอร์เปิดตลอดเวลา

    วิธีง่าย ๆ แค่ “วางถ้วยน้ำ” ก็ช่วยได้

    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากไม่มีเครื่องเพิ่มความชื้น สามารถใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการวางถ้วยน้ำไว้ในห้อง เพื่อช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ

    นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และลดผลกระทบจากอากาศแห้งที่เกิดจากเครื่องปรับอากาศ

    การวางถ้วยน้ำในห้องพักอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สามารถช่วยเพิ่มความชื้น ลดความแห้งของอากาศ และช่วยให้ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ระหว่างการเดินทาง

    วิธีง่าย ๆ แบบนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยดูแลสุขภาพได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน

     

    1. The Mirror
    2. Healthline
    3. SOHA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9880674/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ac4uhX2ppcmNEjzzTVWix

  • ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ สร้างปรากฏการณ์ยกหมู่บ้านล้านนามาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ภายใต้คอนเซปต์ “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับที่จับต้องได้จริงและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
     

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในการนำเสนอภาคเหนือ โดยเน้นการตีความอัตลักษณ์ล้านนาใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังคงจิตวิญญาณเดิมไว้ โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอ “น่าน” เมืองที่ได้รับการยกย่องเป็นเมืองสร้างสรรค์จาก UNESCO มาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experience)

    “เราคัดสรรเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตจริงของภาคเหนือ นำเสนอให้เข้าถึงง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน โดยมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ รูปจำลองขนาดใหญ่จากวัดภูมินทร์ และหัวเรือไม้แกะสลักที่สะท้อนภูมิปัญญาชุมชน เพื่อดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอยากออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงในพื้นที่” นายขจรเดช กล่าว

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    กลยุทธ์ 5 โซนประสบการณ์: กิน-ช้อป-เที่ยว-มู-เวิร์กชอป

    ททท. ได้ออกแบบพื้นที่หมู่บ้านภาคเหนือให้เป็นระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจร ประกอบด้วย 5 โซนหลัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างรอบด้าน:

    โซนอิ่มใจ (Must Taste): ยกระดับอาหารพื้นถิ่นสู่ระดับกูร์เมต์ เช่น ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่าม ดีกรีมิชลินไกด์

    โซนชื่นใจ (Café & Craft Drink): เจาะกลุ่มคนรักกาแฟและเครื่องดื่มคราฟต์จากแหล่งผลิตคุณภาพสูง

    โซนซื้อใจ (Must Buy): จำหน่ายงานหัตถศิลป์ล้านนา อาทิ เครื่องทองสุโขทัยและเครื่องเงินน่าน

    โซนสุขใจ (Spiritual & Belief): พื้นที่สำหรับสายมูและกิจกรรมเสริมสิริมงคล

    โซนเพลินใจ (Workshop & Experience): พื้นที่ลงมือทำหัตถกรรมล้านนาและลองสวมชุดพื้นเมือง ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวปิดท้ายว่า “ความสุขแบบ Season of North จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักภาคเหนือในทุกฤดู โดยเรามุ่งหวังให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของจริงในพื้นที่ เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    สัมผัสเสน่ห์ล้านนามิติใหม่ได้ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 1–4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/740066&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0x1P1Cc0MbKTGfXh6ySuW2

  • ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ  และคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ในโอกาสที่ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมคณะ เดินทางมาติดตามการดำเนินงานพร้อมทั้งตรวจเยี่ยมจุดดำเนินงานสำคัญ อาทิ จุดติดตั้งรูปปั้นกระรอกขาวบริเวณหาดท้ายทิม และพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกาะสีชังแบบบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค พลังงานไฟฟ้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เกาะสีเขียว“ ต้นแบบของการพัฒนาที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างสมดุลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นลำดับสำคัญ

    การลงพื้นในครั้งนี้ คณะได้ประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนา ณ ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง โดยนางรวีวรรณพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความก้าวหน้าด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีการเพิ่มความจุและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพร้อมพัฒนาระบบรวบรวมน้ำ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่  ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการกำจัดยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดขยะตกค้างสะสม โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งแก้ไข ทั้งการส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง การเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาเดิม และเตรียมจัดหาเตาเผาขยะเพิ่มเติม ผ่านกองทุนสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรีไซเคิล

    สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้ดำเนิน “โครงการอนุรักษ์พันธุ์กระรอกขาวเกาะสีชัง” ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่มีลักษณะเด่นสีขาวงาช้าง โดยผลสำรวจล่าสุดพบไม่น้อยกว่า 176 ตัว สะท้อนความสำเร็จของการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำสื่อความหมาย ติดตั้งป้ายให้ความรู้ 6 จุด และสร้างรูปปั้นกระรอกขาว 2 จุด เพื่อเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขณะเดียวกัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่ได้มีเพาะชำกล้าไม้กว่า 3,000 ต้น เช่น ไทรใบเล็กและมะขามป้อม เตรียมปลูกในช่วงฤดูฝน รวมถึงใช้เทคโนโลยีโดรนโปรยเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ และส่งเสริมกิจกรรมมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว เช่น จุดยิงเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนเกาะ ซึ่งจากการติดตามผล พบว่าบางพื้นที่มีอัตราการรอดของต้นไม้ต่ำ จากสภาพอากาศแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมต่อไป

    ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวยืนยันพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเกาะสีชังให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726481/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0h-HC1v9zYeie-N8TWaAil

  • ภูเก็ตพลิกเกม! จากเมืองท่องเที่ยว สู่ฮับลงทุนลักชัวรีโลก

    ภูเก็ตพลิกเกม! จากเมืองท่องเที่ยว สู่ฮับลงทุนลักชัวรีโลก

    เมื่อ “ภูเก็ต” ไม่ได้เป็นแค่ปลายทางของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องจักรสร้างผลตอบแทน” ของนักลงทุนอสังหาฯลักชัวรีระดับโลก

    ภาพจำของภูเก็ตในอดีต อาจคือทะเลสีฟ้า หาดทราย และนักท่องเที่ยวนับล้านแต่วันนี้ สมการกำลังเปลี่ยนภูเก็ตกำลังยกระดับตัวเองเป็น “เมืองเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์” ที่ครบเครื่อง ทั้งการอยู่อาศัย การรักษาพยาบาล และการลงทุน
    การขยายสนามบินสู่ 18 ล้านคนต่อปีการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลระดับเวิลด์คลาสทั้งหมดนี้ กำลังเปลี่ยน “เมืองท่องเที่ยว” ให้กลายเป็น “เมืองที่คนอยากอยู่จริง”ตัวเลขสะท้อนชัดปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 10 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 5.46 แสนล้านบาทนี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวแต่มันคือ “ดีมานด์ที่อยู่อาศัยระยะยาว”

    คอนโดภูเก็ต โตแรง สวนทางกรุงเทพฯ

    ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ เริ่มชะลอภูเก็ตกลับ “เร่งเครื่อง”ยอดขายคอนโดปลายปี 2567 โต 201%หลังจากปี 2566 โตไปแล้ว 96%ปี 2568 มีโครงการใหม่กว่า 8,372 ยูนิตมูลค่ารวมกว่า 47,000 ล้านบาทและจุดที่นักลงทุนจับตา คือ“ผลตอบแทนจากการเช่า 7–11% ต่อปี”สูงกว่าหลายเมืองหลักในภูมิภาคทำเลอย่าง บางเทา เชิงทะเล และลากูน่ากลายเป็น “ทองคำผืนใหม่” ของอสังหาฯ ไทย
     

    ใครคือผู้เช่า? ทำไมดีมานด์ไม่เคยหาย

    สิ่งที่ทำให้ภูเก็ต “ไม่เหมือนใคร”คือโครงสร้างผู้เช่าที่หลากหลาย และมีกำลังซื้อสูง

    •  กลุ่ม Long-stay จากยุโรปและรัสเซีย
    •  Digital Nomad ที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้
    •  นักลงทุนและผู้ประกอบการ
    •  ผู้เกษียณที่มองหาคุณภาพชีวิต

    ทั้งหมดนี้ สร้าง “ดีมานด์ต่อเนื่อง”ไม่ใช่แค่ฤดูกาลท่องเที่ยว

    คอนโด เกมใหม่ของโบทานิก้า

    ท่ามกลางโอกาสนี้ผู้เล่นรายใหญ่เริ่ม “ขยับหมาก”โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่าแบรนด์ที่เชี่ยวชาญพูลวิลล่ามากว่า 20 ปีเลือกเปิดเกมใหม่ ด้วยคอนโดโครงการแรก“HYTHE by Botanica”แต่ไม่ใช่คอนโดธรรมดานี่คือแนวคิด “Vertical Villa”ยกประสบการณ์วิลล่าขึ้นมาอยู่บนอาคาร

    •  พื้นที่กว้าง
    •  ความเป็นส่วนตัวสูง
    •  ฟังก์ชันแบบบ้าน

    แต่ยังได้ความสะดวกแบบคอนโด

    ทำเล + ดีไซน์ = สูตรสร้างมูลค่า

    HYTHE ปักหมุดใจกลางลากูน่าภูเก็ตห่างหาดลายันเพียง 6 นาที
    สนามบิน 20 นาทีรายล้อมด้วยสนามกอล์ฟ โรงแรม 5 ดาว และบีชคลับตัวโครงการออกแบบจากแรงบันดาลใจ“ปลากระเบนแมนตา
    ให้ความรู้สึกไหลลื่น โดดเด่น แตกต่าง

    •  4 อาคาร 6 ชั้น
    •  276 ยูนิต
    •  พื้นที่เริ่มต้น 57 ตร.ม.
    •  มีตั้งแต่ 1–3 ห้องนอน ถึงเพนต์เฮาส์

    ราคาเริ่มต้น 10.8 ล้านบาทและยอดขายทะลุ 50% ตั้งแต่พรีเซล

     ผลตอบแทน + บริการหลังการขาย = คีย์ของนักลงทุน

    อีกหนึ่งจุดที่นักลงทุนมองหา ไม่ใช่แค่ “โลเคชัน”แต่คือ “การบริหารหลังซื้อ”HYTHE วางระบบรองรับครบทั้งปล่อยเช่า ดูแล และบำรุงรักษาคาดการณ์ผลตอบแทนเช่า 5–7% ต่อปีพร้อมระบบอีโคซิสเต็มในโครงการรวมถึงแนวคิดพลังงานสะอาด และ EV Charging

     โอกาสที่ไม่ใช่ทุกเมืองจะมี

    สิ่งที่เกิดขึ้นในภูเก็ตไม่ใช่แค่ “บูมชั่วคราว”แต่มันคือการเปลี่ยนสถานะ
    จาก “เมืองท่องเที่ยว”สู่ “สินทรัพย์ลงทุนระดับโลก”และเมื่อดีมานด์ยังโตผู้เล่นก็ต้อง “สร้างของที่ต่าง”คำถามจึงไม่ใช่ว่าภูเก็ตจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่คือใครจะ “คว้าโอกาสนี้” ได้ก่อนในเกมที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1227006&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UHW0gwe5jksHNWfJI32ky

  • น้ำมันปรับราคาพุ่ง! เขย่าโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต ต้นทุนขยับเพิ่ม

    น้ำมันปรับราคาพุ่ง! เขย่าโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต ต้นทุนขยับเพิ่ม

    ธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ “Cost Push” จากพลังงานที่เร่งตัวขึ้นรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานปรับเพิ่มในอัตราสูง โดยเฉพาะภาคขนส่งที่มีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของต้นทุนรวม

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “ข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า ต้นทุนพลังงานในภาคขนส่งอยู่ที่ 39–48% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ประมาณ 24% ของต้นทุนรวม ทำให้การปรับขึ้นราคาพลังงานส่งผลโดยตรงต่อ Margin ของผู้ประกอบการ”

    “การจำลองสถานการณ์ชี้ว่า หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นในระดับสูง ต้นทุนโรงแรมอาจเพิ่มขึ้นถึง 25.7% และภาคขนส่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อ EBITDA ของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่มีความสามารถในการดูดซับต้นทุน (Cost Absorption) จำกัด”

    ผลกระทบดังกล่าวเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระบบท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นราคาห้องพัก ค่าโดยสาร ค่าแพ็กเกจทัวร์ และราคาอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุน (Pass-through Effect) และอาจกระทบต่อ Demand ของนักท่องเที่ยวในระยะถัดไป

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ธเนศ กล่าวว่า หากแนวโน้มราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจกระทบต่อ “Price Competitiveness” ของประเทศไทยในตลาดท่องเที่ยวโลก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

    ในเชิงนโยบาย ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการระยะสั้นเพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซล การกำหนด “Tourism Fuel Rate” สำหรับภาคขนส่งท่องเที่ยว และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว เพื่อช่วยชะลอการปรับขึ้นของต้นทุน

    ขณะเดียวกัน เสนอให้มีมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม

    ในด้าน Demand Side เสนอให้รัฐออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัสท่องเที่ยว” เพื่อรักษาระดับอุปสงค์และลดผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo03.jpg

    สำหรับแนวทางระยะกลางและระยะยาว ภาคธุรกิจมองว่าจำเป็นต้องเร่ง “Energy Transition” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น การลงทุน Solar Rooftop ในโรงแรม การพัฒนาระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) และการจัดตั้งกองทุนพยุงต้นทุนพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวน

    “นี่ไม่ใช่เพียงวิกฤตราคาพลังงาน แต่เป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างต้นทุนทั้งระบบ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ขณะที่ภาครัฐต้องมีมาตรการเชิงระบบเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ธเนศ กล่าว

    ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก กำลังเข้าสู่ช่วงทดสอบความแข็งแกร่งของทั้งผู้ประกอบการและนโยบายรัฐ ว่าจะสามารถประคองอุตสาหกรรมให้เดินหน้าต่อได้เพียงใดในระยะยาว

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/fuel-prices-are-soaring-shaking-up-phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KusR00JWcHtFEg-JUFZXz

  • น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    วันนี้(วันที่ 28 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงต้องลุ้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ หรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน

    ทั้งยังต้องชั่งใจกับเงินในกระเป๋า หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร  ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์

    ประกอบกับปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินผ่านฮับตะวันออกกลางเข้าไทยหดตัว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวสงกรานต์นี้ไม่คึกคักมากนักเหมือนทุกปี

    แอตต้า ประเมินเที่ยวสงกรานต์หด 2030%

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว ประมาณ 30% โดยเที่ยวบินเส้นทางระหว่าง ไทย – จีน ปัจจุบันเดือนเมษายน ลดลงเหลือ ประมาณ 35%

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัว จากการขาดความเชื่อมั่น การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการเดินทาง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร จะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของชนชั้นกลางลงไป จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น

    รวมถึงภาวะกดดันจากค่าครองชีพที่ต้องสูงขึ้นตามมา และการเลิกจ้างงานในอนาคตจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้มากขึ้น

    สงกรานต์ 2569

    ดังนั้นการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 การเดินทางทั้งคนไทย และต่างชาติลดลงประมาณ 20-30% จากการประเมินแบบข้อมูลทั่วไป และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของประเทศที่อาจหดตัว จากต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วนเป็น โดมิโน เอฟเฟก

    แนะ 3 มิติ ฟื้นความเชื่อมั่นไทยเที่ยวไทย

    ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถ้าราคาน้ำมันยังสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังจำกัดการขายน้ำมันอยู่ จะกระทบการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้อย่างแน่นอน

    จากกระแสความกังวลเรื่องราคานํ้ามันและภาวะตึงตัวของพลังงาน ซึ่งกำลังลุกลามจนกลายเป็น “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยลังเลที่จะเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก การดึงศักยภาพของ Domestic Tourism Buffer มาใช้ประคองอุตสาหกรรม ควรเร่งดำเนินการใน 3 มิติดังนี้

    1.ด้านนโยบาย ต้องเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงด้านพลังงานว่าภาพรวมประเทศไม่ได้ขาดแคลนนํ้ามัน เนื่องจากโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่ภาวะตึงตัวตามสถานีบริการเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกและแห่กักตุน จนความต้องการใช้พุ่งจาก 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 84 ล้านลิตรต่อวัน

    ควรพิจารณามาตรการควบคุมต้นทุนค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต รวมถึงออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวสูงขึ้นจนต้องผลักภาระไปให้นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลในการขับรถยนต์ อาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบินในประเทศ เช่น การลดค่าธรรมเนียมสนามบิน หรือสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนการเดินทางทางรถยนต์สำหรับจุดหมายปลายทางระยะใกล้ถึงปานกลาง

    ยุทธศักดิ์ สุภสร

    2.ด้านการบริหารจัดการ โดยจัดสรรโควตานํ้ามันเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Oil Quota) บริหารความเสี่ยงทางโลจิสติกส์ด้วย การจัดสรรโควตานํ้ามันเฉพาะสำหรับภาคการท่องเที่ยว หรือจัดตั้งช่องทางเติมนํ้ามันฉุกเฉินเฉพาะกิจ เพื่อการันตีว่ารถโดยสารสาธารณะและนักท่องเที่ยวจะไม่ติดค้างหรือหาที่เติมนํ้ามันไม่ได้ระหว่างการเดินทาง

    การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านเวลา โดยอนุญาตให้รถบรรทุกนํ้ามันสามารถวิ่งกระจายนํ้ามันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเติมเต็มสต็อกในพื้นที่ท่องเที่ยวให้ทันท่วงที

    3.ด้านการตลาดส่งเสริมท่องเที่ยว แคมเปญอุดหนุนแบบ Co-payment ที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด โดยผูกเงื่อนไขเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรอง เช่น การสนับสนุนเงินจำนวน 1,000 บาท สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ใน 1 จังหวัด หรือ 2,000 บาท สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ที่เดินทางเชื่อมโยง 2 จังหวัด

    แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจกระทำไม่ได้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำการตลาดโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง (High-yield) ให้เดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้หรือพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อเยียวยาความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน

    การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าปริมาณนํ้ามันสำรองของไทยมีเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว และธุรกิจบริการยังเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติ เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการวางแผนท่องเที่ยวกลับคืนมา และไม่ซํ้ารอยกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนชาวมาเลเซียให้ชะลอการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ช่วงหยุดยาวรายอ เนื่องจากกังวลปัญหาวิกฤตขาดแคลนนํ้ามันในพื้นที่และการคุมเข้มจำกัดการซื้อนํ้ามันในประเทศไทย

    เตรียมน้ำมันรับเทศกาลสงกรานต์

    ต่อเรื่องนี้นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมัน รวมถึงเตรียมคลังน้ำมันเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก

    โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม ระบุว่า มีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร และมีปริมาณสำรองอีก 43 ล้านลิตร

    ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแดชบอร์ด เพื่อติดตามเส้นทางการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงสถานีบริการ เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ โดยขอเวลาในการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบมากขึ้น จากการปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมัน เพื่อให้สามารถกระจายการขนส่งได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้รวดเร็วขึ้น

    แม้บางสถานีบริการอาจยังประสบปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้เร่งปรับแผนการขนส่งอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง หรือจ๊อบเบอร์ (Jobber) ไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อช่วยกระจายไปยังผู้ใช้น้ำมัน และลดความแออัดในสถานีบริการ

    ททท.คาดท่องเที่ยวสงกรานต์ เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศในช่วงเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569” ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ททท.คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านทำให้มีข้อจำกัดทางการบินจากการปิดน่านฟ้าภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และต้นทุนการบินสูงขึ้น

    ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงผ่านตะวันออกกลาง (Gulf Hub) โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไทยช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 7 %

    สำหรับตลาดการเดินท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ ไทยเที่ยวไทย ททท.คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และเริ่มขาดแคลน ทำให้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เน้นเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น หรือยกเลิกการเดินทาง โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 10 %

    การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569

    ททท.หนุนจัดงานสงกรานต์ ปัดหมุด Maha Songkran 2569 ทั่วไทย

    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ททท.จัดงานสงกรานต์เองใน 2 พื้นที่หลัก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 

    รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรม Maha Songkran World Event ในหลายพื้นที่ทั่วไทย เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์ประเพณีไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์และศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

    การจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ  ได้แก่การจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ บริเวณสวนเบญจกิติ และโรงงานยาสูบเดิม ภายในงานจะมีการผสมผสานแนวคิดย้อนยุคและร่วมสมัย มีกิจกรรมหลากหลาย

    งานสงกรานต์ 2569

    อาทิ ขบวนแห่สุดอลังการ การแสดงโดรนแปรอักษร โซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาค การแสดงทางวัฒนธรรม และเวที EDM สำหรับสายปาร์ตี้

    งาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” วันที่ 10-30 เม.ย.นี้ ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยมีการจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่จากศิลปินไทยชื่อดัง 6 ชิ้นงาน พร้อมกิจกรรมเสวนาศิลปะและ Workshop ต่างๆ

    ส่วนการจัดงานในพื้นที่อื่นๆในกรุงเทพที่ททท.สนับสนุน อาทิ “งานสงกรานต์ ไอคอนสยาม” แนวคิดรักษ์โลก วันที่ 10-15 เม.ย.นี้ สยามสแควร์ จัดงานสงกรานต์ปลอดภัย “สีขาว” ปราศจากแอลกอฮอล์และการแป้ง

    สงกรานต์ถนนสีลม ขบวนพาเหรด AMAZING BANGKOK SONGKRAN PARADE  14 เม.ย.นี้ นำเสนอความเป็น Thai Iconic สู่สากล สงกรานต์รางน้ำ ของคิงเพาเวอร์ คอนเสิร์ต SUPERFLUID 2026 ขนทัพศิลปิน T-Pop และญี่ปุ่นกว่า 60 ชีวิต ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน

    ส่วนภาคเหนือ อาทิ งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย (13-18 เม.ย.) ที่มีทั้งอุโมงค์น้ำ แสง สี เสียง และงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ซึ่งจัดกระจายใน 6 พื้นที่ตลอดวันที่ 6-19 เมษายน โดยมีงานสำคัญคือประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน และงานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงสุโขทัย

    ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ งานม่วนซื่นบนถนนข้าวเหนียว และระบบน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จังหวัดขอนแก่นยังคงเป็นจุดหมายหลักด้วยงาน ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว (11-15 เม.ย.) พร้อมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์

    ขณะที่จังหวัดอุดรธานีเตรียมจัดงาน Udon Songkran Festival (13-16 เม.ย.) โดยใช้ระบบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานพร้อมเอเฟกต์ตื่นตาตื่นใจ และจังหวัดอุบลราชธานีจัดงานมหาสงกรานต์แก่งสะพือตลอดทั้งเดือนเมษายน

    ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ วันไหลสุดมันส์และประเพณีชาวรามัญ ประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่วันที่ 24-26 เม.ย.นี้ โดยมีขบวนแห่นางสงกรานต์ ขบวนรถบุปผชาติ และการเล่นสะบ้ารามัญ

    ส่วนสายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด Pattaya Songkran Summer Festival (17-19 เม.ย.) ที่มีเวทีหลักริมหาดพัทยาและระบบ Water FX เต็มรูปแบบ รวมถึงงานวันไหลเกาะช้าง จ.ตราด (19-21 เม.ย.) ที่มีการประกวด Miss Rainbow และการแสดงแสงสีเสียงตํานานเกาะช้าง

    ขณะที่ภาคใต้ อาทิ สงกรานต์กลางเล และท่องเที่ยววิถีไทย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จัดงาน “สมุยสงกรานต์ กลางเล” (12-15 เม.ย.) เน้นการทำบุญเกาะและการแสดงฟ้อนรำร่วมกับตลาดนัดครัวชุมชน ขณะที่ จ.ภูเก็ต จัดงาน สงกรานต์โนแอล (13 เม.ย.) เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และงาน Phuket Water Festival (11-12 เม.ย.) เป็นต้น

    สำหรับสถานการณ์ของเที่ยวบินในช่วงสงกรานต์ปีนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ประเมินสถานการณ์เที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569 (10 วัน) จะมีปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทย รวมประมาณ 25,620 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,562 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.8 % จากช่วงเดียวกันของปี 2568

    ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและภูมิภาค อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ยังมีภาวะสงครามอยู่น้ำมันจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655128&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kVmF3W7lzc1vLXx2fENFq

  • ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ตั้งแต่บรรยากาศสงกรานต์สุดคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ ไปจนถึงการพักผ่อนสบาย ๆ ริมทะเล ขณะที่โรงแรมในเครือดุสิตธานีทั่วประเทศพร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาทั้งความสนุกของเทศกาลและช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย

    โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ โรงแรมระดับ กุญแจมิชลิน 1 ดอก ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยแพ็กเกจ Songkran Escape in Bangkok ข้อเสนอพิเศษช่วงเวลาจำกัด

    สำหรับการเข้าพัก 2 คืน พร้อมอาหารเช้าทุกวัน สำหรับสองท่าน และอาหารไทยชุดพิเศษ 1 มื้อ ณ ห้องอาหารพาวิลเลี่ยน  

    พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คัดสรรเป็นพิเศษ อาทิ สิทธิ์เข้าร่วมงาน Songkran Feast in the Park ณ สวนดุสิตอรุณ รูฟพาร์ก (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน)

    รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น บริการรับ–ส่งด้วยรถปอร์เช่ ที่เป็นลีมูซีนของโรงแรม, เครื่องดื่มค็อกเทล ณ 1970 Bar และชุดของต้อนรับธีมสงกรานต์ แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 40,060 บาท++ สำหรับการเข้าพัก 2 คืน ในห้อง Premier Room พร้อมรับสิทธิพิเศษและส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก Dusit Gold เปิดให้จองถึงวันที่ 13 เมษายน 2569 และสามารถเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 11–19 เมษายน 2569

    โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นำเสนอการเฉลิมฉลองสงกรานต์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ด้วยรีสอร์ทริมทะเลที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะยาวและการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ด้วยบริการอาหารไทยแบบดั้งเดิม การเฉลิมฉลองกลางแจ้ง และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

    ภายใต้ข้อเสนอ The Long Escape – Stay Longer, Save More ผู้เข้าพักจะได้รับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป และสมาชิกดุสิตโกลด์รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 20% ราคาเริ่มต้น 2,601 บาท++ ต่อคืน เปิดให้จองถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และเข้าพักได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

    และโรงแรมดุสิตธานี พัทยา มอบประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลที่ผสานการเข้าถึงชายหาดโดยตรงเข้ากับความสะดวกสบายใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับการจองล่วงหน้าและการจองตรงกับโรงแรม อาทิ Breakfast On Us สำหรับระยะเวลาจำกัด มอบอาหารเช้าฟรีทุกวัน เมื่อจองภายในวันที่ 19 เมษายน 2569 สำหรับการเข้าพักจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

    นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ดุสิตโกลด์ รับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับการจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 19 เมษายน ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมรับเครดิตโรงแรมมูลค่า 500 บาทต่อการเข้าพัก สำหรับการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ dusit.com อีกด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอและประสบการณ์พิเศษตามฤดูกาลอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตทั่วประเทศไทยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ dusit.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/dusit-thani-promotes-tourism-during-the-songkran-festival/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r5B0rPQ8Bi66z1fGV-OHy