IMF ชี้ว่าการลดความไม่แน่นอนทางการค้าและลดภาษี สามารถกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อรวมกับผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี AI
IMF เปิดเผยรายงาน Global Economic Outlook 2026 โดย Pierre-Olivier Gourinchas, the Economic Counsellor and the Director of Research of the IMF กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้เขย่าระเบียบการค้าระหว่างประเทศด้วยการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในวงกว้าง สร้างความกังวลว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม 6 เดือนต่อมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกลับอยู่ในระดับ “เล็กน้อย” เมื่อเทียบกับกรอบการคาดการณ์เดิม
แม้ความท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทายหลายด้าน แต่ IMF มองว่าหากสามารถสร้างความชัดเจนด้านนโยบายการค้าและลดภาษีได้จะสามารถเพิ่มการเติบโตของโลกได้ราว 0.7% ในระยะสั้น และหากรวมกับผลผลิตจาก AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ (TFP) อาจเพิ่ม GDP โลกได้มากถึง 1% โดยสองปัจจัยที่กล่าวมาได้แก่
อย่างไรก็ตาม IMF แนะนำว่า นอกจากความมั่นคงระยะสั้นแล้ว การให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวก็เป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะการลงทุนเพื่ออนาคต (we must invest more in the future) แม้ว่าขณะนี้นโยบายอุตสาหกรรมจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจของผู้กำหนดนโยบายแต่การที่รัฐบาลสนับสนุนนวัตกรรม ภาคเอกชน และการเพิ่มผลิตภาพผ่านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และการกำกับดูแลที่สมดุลระหว่างการบาลานซ์ด้านการพัฒนานวัตกรรมไปพร้อมกับการจัดการความเสี่ยงก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ
ส่วน ‘Instagram’ ยังคงเหมาะกับคอนเทนต์แนวสร้างเทรนด์ โดยเฉพาะคอนเทนต์แบบสตอรี ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมได้สูง ขณะที่ ‘Lemon8’ และ ‘Xiaohongshu’ กำลังเป็นดาวรุ่งในหมู่ Gen Z และตลาดอาเซียน โดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่สื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและจีน
AI มาแน่ๆ สิ่งเดียวที่ทำได้ คืออยู่ร่วมกัน
สำหรับประเด็น AI สุวิตามองว่าทางรอดคือการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีนี้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอวตาร AI ของตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง เพื่อทำคอนเทนต์สั้นๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือใช้ AI เป็นแรงเสริมในการสร้างแบรนด์
แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส ระบุชัดเจนว่าเป็นคอนเทนต์จาก AI เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสน ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่า และความน่าเชื่อถือในสายตาแบรนด์และผู้ติดตาม