Category: วัฒนธรรม

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

    วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    | 114 view

    เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีระหว่างอาหารกลางวันกับนางมารีอา มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาศักยภาพ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ นวัตกรรม สตาร์ทอัพ การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการขยายโอกาสการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย – อียู การสนับสนุนของสวีเดนในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย และการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าสู่เขตเชงเกนของผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศด้วย

    ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามในเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – สวีเดน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองร่วมกันในการส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีทางการเมืองเชิงยุทธศาสตร์ การค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว นวัตกรรม การศึกษา และความสัมพันธ์ระดับประชาชน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/thai-fm-and-sweden-sign-strategic-partnership%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683b&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rXr4FfhR3mfVQ_qkG0yQT

  • ครม.ต่ออายุ หนุน นั่ง ผ.อ.กลางสลาก  เด้ง มารศรี พ้นเลขาฯประกันสังคม

    ครม.ต่ออายุ หนุน นั่ง ผ.อ.กลางสลาก เด้ง มารศรี พ้นเลขาฯประกันสังคม

    เศรษฐกิจ

    ครม.ต่ออายุ หนุน นั่ง ผ.อ.กลางสลาก เด้ง มารศรี พ้นเลขาฯประกันสังคม

    26 ส.ค. 2025 เวลา 15:14 น.

    ครม.ต่ออายุ ผ.อ.กองสลากฯอีก 1 สมัย ไฟเขียวโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง ตามข้อเสนอกระทรวงแรงงาน ศึกษาธิการ

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เห็นชอบ ต่ออายุ พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต่อไปอีกวาระ

    หลังจากครบกำหนดตามสัญญาจ้าง 26 ส.ค. 68  เพื่อให้สานต่อ โครงการเลขท้ายสลาก N3 เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองเปิดจำหน่ายสลากประเภทนี้

    นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบ การโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ตามที่กระทรวงต่างๆได้นำเสนอ ได้แก่ เห็นชอบให้นางมารศรี ใจรังสี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นรองรองปลัดกระทรวงแรงงาน และให้นางบุปผา เรืองสุด ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.)

    นายสมชาย มรกตศรีวรรณ ตำแหน่งอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน

    และนายพิเชฐร์ วันทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานเป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน

    และนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ จากตำแหน่งรองอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน

    สำหรับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ได้แก่

    1. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    2. นายธนสาร ธรรมสอน ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร

    และสหกรณ์ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า)]

     3.นายธัญญวัฒน์ พากเพียร ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า)

    ครม.ยังอนุมัติ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง  จำนวน 6 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ และทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้

    1. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    2. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

    3. นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

    4. นายนิยม ไผ่โสภา รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 3  สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

    5. นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

    6. นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

    โดยกรณีการแต่งตั้งข้าราชการลำดับที่ ที่ 1-3 และลำดับที่ 6 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1195925&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SWhot73QWutA2UsE4gRCe

  • ‘เปรมศักดิ์’ ยื่นกระทู้ถามเรื่องมาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ!

    ‘เปรมศักดิ์’ ยื่นกระทู้ถามเรื่องมาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ!

    ‘สว.เปรมศักดิ์’ ฉะ ‘กพ.-อว. ‘ ไร้มาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ยื่นกระทู้ถามนายกฯ ยกกรณี ‘สืบพงษ์ ปราบใหญ่’ อดีตอธิการบดีรามคำแหง ห่วงอำนาจมืดใช้ระบบตรวจสอบวุฒิฯ เป็นเครื่องมือทางการเมือง

    27 ส.ค.2568 – นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ยื่นกระทู้ถามต่อประธานวุฒิสภาเพื่อนำส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องปัญหาการรับรองคุณวุฒิจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยกระทู้นี้ได้รับเลขรับหนังสือที่ 7146

    นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นธรรม ทั้งที่ควรได้รับการพิจารณาตามมาตรฐานสากล

    นพ.เปรมศักดิ์ยกกรณี นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจาก Pacific States University สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองจาก Accrediting Council for Independent Colleges and Schools (ACICS) ว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของความไม่เป็นธรรม แม้เขาจะผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและบรรจุเป็นอาจารย์ตั้งแต่ปี 2554 แต่ภายหลังกลับถูกตรวจสอบซ้ำหลายเรื่อง และถูกถอดถอนตำแหน่งอธิการบดี พร้อมเพิกถอนตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งที่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่ามหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ศึกษาได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล

    “กรณีนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบุคคล แต่ยังสะท้อนว่าระบบการตรวจสอบวุฒิอาจถูกใช้เป็น เวทีเล่นงานคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของระบบราชการและวงการอุดมศึกษาไทย” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

    กระทู้ดังกล่าวตั้งคำถามสำคัญต่อรัฐบาล 3 ประเด็น ได้แก่ 1.การกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่าง ก.พ. และ สป.อว. ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและการใช้ดุลพินิจทางการเมือง 2.การจัดทำฐานข้อมูลกลางของสถาบันการศึกษาต่างประเทศและองค์กรรับรอง เพื่อให้การตรวจสอบโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 3.มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติซ้ำ

    “รัฐบาลต้องชี้แจงต่อสาธารณะผ่านราชกิจจานุเบกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบการศึกษาไทยจะไม่ตกอยู่ภายใต้เกมการเมืองหรือแรงต้านจากกลุ่มอำนาจเก่า”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/850642/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S9lXGOH9oXty-LWlByl57

  • จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)


    26/08/2568 | 36 |

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายวีระชัย ประเสริฐโส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เป็นประธานการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม) ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลท่าตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์  เพื่อรับทราบการนำเสนอสรุปผลการศึกษาของโครงการด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการและการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาโครงการ สำหรับนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการนี้มีผู้แทนกรมทางหลวง ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชน ร่วมประชุม


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/417983&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1U1cmU7kmlwEeG73RqugrW

  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ คานงัดศักยภาพใหม่ประเทศไทย สู่ “เศรษฐกิจเอไอ”

    เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ คานงัดศักยภาพใหม่ประเทศไทย สู่ “เศรษฐกิจเอไอ”

    เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Technology) คือคานงัดสร้างจุดหักเห (Turning Point) สู่การเป็นเอไอ. ไทยแลนด์ (AI Thailand) ซึ่งจะสร้างศักยภาพใหม่และระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่าระบบเศรษฐกิจเอไอ. (AI Economy) ให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาหลักๆ เช่น ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขันประสิทธิภาพภาครัฐ-ภาคเอกชน ความเหลื่อมล้ำ การคอร์รัปชัน เศรษฐกิจโตต่ำ โตช้า หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนและการขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง พร้อมกับก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง


    AI ในองค์กร
    เอไอ. เทคโนโลยีดิจิตอลและระบบอัตโนมัติ (Automation) เป็นเครื่องมือสร้างศักยภาพใหม่ในทุกภาคส่วน เช่น รัฐบาลเอไอ. (AI Government) เอไอ.การศึกษา (AI Education) เอไอ.พาณิชย์ (AI Commerce) เอไอ.การคลัง (AI Finance) เอไอ.อุตสาหกรรม (AI Industry) เอไอ.เกษตรกรรม (AI Agriculture) เอไอ.การท่องเที่ยว (AI Tourism) ฯลฯ ไปจนถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการพัฒนานโยบายสาธารณะ
    หลายประเทศที่ปรับเปลี่ยน (Transformation) ศักยภาพประเทศใหม่ โดยใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิตอล เช่น ประเทศเดนมาร์ก จัดตั้ง Agency for Digital Government จนประสบความสำเร็จได้รับการจัดอันดับ1ของโลก ในด้านรัฐบาลดิจิตอล ประเทศเกาหลีใต้ สร้างโครงสร้างเครือข่าย Government Superhighway Network (GSN) บริการภาครัฐอย่างทั่วถึง ประเทศเอสโตเนีย เปิดบริการภาครัฐออนไลน์ 99% ตลอด 24 ชั่วโมง ประเทศสิงคโปร์ อัพเกรด 70% ระบบราชการบนคลาวด์ และทุกกระทรวงใช้เทคโนโลยี AI จนได้ฉายาว่า “Smart Nation” สหราชอาณาจักร จัดตั้งความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนภายใต้โครงการ “Digital Skills Partnership“
    สำหรับประเทศไทย ต้องปรับตัวเร่งมือให้ทันต่อการพัฒนา AI และเทคโนโลยีดิจิตอล ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจาก AI สู่ Generative AI, Agentic AI และปีนี้ AGI (Artificial General Intelligence) มาแล้ว หากเราตื่นรู้ ตื่นตัว สามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพิ่มเศรษฐกิจดิจิตอลให้มีสัดส่วน 30% ของ GDP ภายในปี 2570ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งออกกฎหมายส่งเสริมและกำกับเอไอ.ให้ทันภายในปีนี้ด้วย

    AI มือขวาผู้บริหาร

    AI ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือทรงพลัง

    คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ผู้อำนวยการสถาบันเอฟเคไอไอ.และประธานสถาบันทิวา ฉายภาพความผันผวนของโลก (Global Storm) ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สังคมสูงวัย ปัญหาโลกร้อน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรง โดยเฉพาะการเร่งพัฒนา AI ของจีนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้น FKI Thailand ซึ่งย่อมาจาก “Field for Knowledge Integration and Innovation” ที่ดำเนินงานแบบไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นการยกระดับประเทศผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น National Dialogue, National Forum และ Study Trip เป็นต้น ซึ่ง FKII Thailand เน้นย้ำ 5 จุดแข็งและนวัตกรรมที่ประเทศไทยควรโฟกัส ได้แก่ 1) Forest & Farm 2) Food Safety & Security 3) Longevity 4) AI Innovation และ 5) Soft Power โดยระบุว่า “AI ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังมาก” ในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ
    AI พัฒนามาอย่างยาวนานเพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนโลก เครื่องมืออัพเกรดศักยภาพประเทศและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในทุกมิติ ทั้งด้านภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐ เป็นผู้อำนวยความสะดวก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการข้อมูล และการออกกฎหมายที่ส่งเสริมและกำกับดูแลอย่างสมดุล รวมถึงภาคเอกชนในการปรับตัวและลงทุนใน AI โดยเฉพาะกลุ่ม SME และการพัฒนาบุคลากร AI ของไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งนี้ FKII Thailand จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นคลังความคิดภาคประชาสังคมที่สะท้อนปัญหาและระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการไทยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

    ลงทุนใน AI เพิ่ม Productivity 32-40%

    รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics และ AI หอการค้าไทย แสดงความคิดเห็นว่า ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และ Micro Enterprise ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจ โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับจากการ “Being Digital” ไปสู่ “Being Digital-Driven” โดยต้องคำนึงถึง “Human Loop” ในระบบ AI เพื่อป้องกันปัญหา AI คุยกันเอง และเตือนถึงความเสี่ยงด้าน Cyber Security โดยเฉพาะ Ransomware ที่อาจมาพร้อมกับการนำ AI มาใช้ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็น Enabler หรือ Facilitator มากกว่าเป็น Controller เสนอมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสร้างโอกาสให้บริษัท AI ของไทย นอกจากนี้ได้เสนอผลการศึกษาที่ระบุว่าโรงงานที่ลงทุนใน AI สามารถเพิ่ม Productivity ได้ถึง 32-40%

    ตลาดเอไอเติบโต 3 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า

    ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) กล่าวว่า ปัจจุบันขนาดของตลาด AI ในไทยประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโตขึ้น 3 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีบริษัทที่พัฒนา AI จริงๆ ไม่ถึง 100 แห่ง ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามและสิงคโปร์เป็นอย่างมาก แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้นำในการสร้าง AI โมเดลพื้นฐาน (Base Model) แต่มีศักยภาพในการพัฒนา Domain-Specific AI เช่น AI ด้านการเกษตร, การแพทย์, หรือภาษาไทย โดยเน้นย้ำว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่งานบางประเภท แต่จะสร้าง “อุตสาหกรรมใหม่ๆ” และงานใหม่ๆ ขึ้นมา นอกจากนี้ ขอเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้ LLM ของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็น “อธิปไตยข้อมูล” (Data Sovereignty) และเสนอให้ภาครัฐจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม ไม่เปิดเผยทั้งหมด และให้โอกาสคนไทยเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา

    AI-Augmented Software

    4 ด้านเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนด้วยเอไอ

    คุณอาศิสกานต์ ศรีลาธมาตย์ Chief Executive Officer บริษัท ซอร์สโค้ด จำกัด และ บริษัท แคส ค็อกไนเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คุณคเชนทร์ สิทธิโชค Chief Technology Officer (CTO) ได้นำเสนอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม (Industry 4.0) เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน โดยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่
    1) Smart Design : AI ช่วยในการออกแบบ ลดระยะเวลาจาก 3 เดือนเหลือ 1 เดือน (เพิ่มประสิทธิภาพ 200%) เช่น ในอุตสาหกรรมต่อเรือ
    2) Digital Manufacturing : การนำ IoT มาใช้เพื่อดึงข้อมูลจากเครื่องจักรแบบ Real-time และใช้ AI ตรวจสอบกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย
    3) Intelligent Equipment : การใช้หุ่นยนต์ (Robotics) ในการผลิต เช่น การเชื่อมโลหะ และใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพงาน ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
    4) Safety & Security : ใช้ AI ในการเฝ้าระวังกิจกรรมต่างๆ ในโรงงาน เช่น การวางสินค้าในพื้นที่อันตราย การสูบบุหรี่ หรือการไม่สวมเครื่องแบบ ช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้น

    นโยบาย A.I.

    จากยุค E-commerce สู่ AI Commerce

    คุณพุทธิพงษ์ สิริโชดก Chief AI Innovate Committee จาก Max Up AI Innovate Co., Ltd. นำเสนอแนวคิด AI Commerce ที่จะก้าวข้ามยุค E-commerce ว่า ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลใน AI Search Engine สูงถึง 30 ล้านครั้งต่อวัน และ 10% ของการค้นหานั้นเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว (Assistant) ในการช้อปปิ้ง ค้นหาสินค้าจากหลากหลายแหล่ง และยังผลักดัน AI Affiliate ซึ่ง AI จะช่วยแนะนำสินค้าและคำนวณคะแนน Affiliate ให้กับผู้แนะนำโดยอัตโนมัติ นี่คือโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจและข้อมูลกลับมาสู่ประเทศไทย

    3 ปัจจัยที่ควรใช้ประโยชน์จากเอไอ

    คุณสุทัศน์ สุระกุล Chief Technology Officer บริษัท วีทูเอส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด สรุปถึงประโยชน์ของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจจริง โดยมุ่งเน้น 3 ข้อหลัก ดังนี้
    1) ลดต้นทุน : โดยเฉพาะต้นทุนด้านพนักงานและงานซ้ำซ้อน ลดได้ 30-90%
    2) ทำงานได้เร็วขึ้น : AI Chatbot สามารถตอบลูกค้าได้เร็วขึ้น 20 เท่า (จาก 15 นาทีเหลือ 20วินาที) และเพิ่มยอดขายได้ถึง 50%
    3) เพิ่มยอดขาย : การขยายธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนคน โดยได้แสดงตัวอย่างการทำงานของ AI Personal Assistant ที่สามารถจัดการอีเมล, สรุปเอกสาร, สรุปวิดีโอ YouTube และจัดการนัดหมายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

    ข้อมูล : งานสัมมนา FKII National Forum หัวข้อ “AI Thailand: อัปเกรดศักยภาพประเทศไทย” โดย สถาบันเอฟเคไอไอไทยแลนด์ (Field for Knowledge Integration and Innovation : FKI Thailand)


    เรื่องโดย : อลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKI Thailand และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์


    Post Views: 158

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/08/26/thailand-ai-economy/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EjmIUZwNshpOOFiW4AdUR

  • ทลฉ.มอบทุนการศึกษาอย่างยั่งยืนแก่เยาวชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง ปีงบประมาณ 68 ครั้งที่ 2 กว่า 6 แสนบาท | TOPNEWS

    ทลฉ.มอบทุนการศึกษาอย่างยั่งยืนแก่เยาวชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง ปีงบประมาณ 68 ครั้งที่ 2 กว่า 6 แสนบาท | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 26/08/2025 14:37

    ท่าเรือแหลมฉบังมอบทุนการศึกษาอย่างยั่งยืนแก่เยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีผลการเรียนดี ความประพฤติดี หวังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาจนสำเร็จถึงระดับปริญญาตรี ประจำปีงบประมาณปี 2568 ครั้งที่ 2 จำนวน 30 ทุน

    เรือโทยุทธนา กล่าวว่า โครงการทุนการศึกษาอย่างยั่งยืน สำหรับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบังเป็นโครงการ ที่ได้กำหนดไว้ในกรอบการดำเนินกิจกรรมด้านสวัสดิการสังคม คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคณะอนุกรรมการพัฒนาชุมชนและสังคมรอบท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชนและหน่วยงานของรัฐฯ โดยได้พิจารณาร่วมกันอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557

    ต

    CHINA-JIANGXI-TCM-SMART DEVELOPMENT (CN)

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) นักวิจัยจีนพบ ‘พะยูน’ ใกล้แนวปะการังในทะเลจีนใต้

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) น้ำลายสอ! ‘เชฟหุ่นยนต์’ ประชันฝีมือปรุงอาหารในปักกิ่ง

    รองผู้ว่าเมืองคอน ลงพื้นที่เตรียมจัดแถลงข่าวงานใหญ่ประจำปี

    ปกครองบางละมุง วางแผนล่อซื้อ รวบผู้ค้า 2 ราย พร้อมของกลางหลายร้อย

    สมน้ำหน้ากัมพูชา “สวีเดน” ไม่แคร์คำ “ฮุน เซน” ตอบชัดเหตุขาย “กริพเพน E/F” ให้ไทย

    ผวจ.เพชรบุรี คนใหม่ เดินทางถึงเพชรบุรี เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1289107&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1w5N95tEwbqjlOWTuSjBL5

  • ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ขออภัย
    ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails%3Fid%3D98678401%26symbol%3DKGEN&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xlP3NAyV_KiMiJGbNbWfz

  • L

    L

    เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษารายวิชา LSM499 สหกิจศึกษา รุ่นที่ 46 เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่การทำงานจริงในสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ หลักเกณฑ์การจัดทำรายงานสหกิจศึกษา และระบบการประเมินผล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยกับคณาจารย์อย่างใกล้ชิด

    กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงพันธกิจของ SPU ในการสนับสนุน SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการพัฒนาทักษะตลอดชีวิต (4.3.3, 4.3.4) อีกทั้งยังตอบโจทย์ SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการส่งนักศึกษาออกไปฝึกงานในสถานประกอบการจริง (8.4.1) และเชื่อมโยงสู่ SDG9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการประยุกต์องค์ความรู้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม (9.4.1) นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ SDG10 ลดความไม่เสมอภาค ด้วยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าถึงประสบการณ์สหกิจศึกษา (10.6.1) และผลักดัน SDG17 หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ (17.2.1)

    SPU มุ่งมั่นพัฒนานักศึกษาให้พร้อมสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจ เสริมสร้างกำลังคนคุณภาพให้แก่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศ ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์สังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศและนานาชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/2025/08/26/logistics-spu-cwie46/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1X7raErd9DHV-MmIo5SCgn

  • สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

    เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. ที่เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงเทิดพระเกียรติ นาฏศิลป์ และดนตรีไทยอันทรงคุณค่า จัดโดย โครงการศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย – นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระองค์ และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ในการนี้ นางจุฬาลักษณ์ คุปตรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา โดยมี คณะครู นักเรียน และ นักศึกษาชมรมดนตรี และสาขาวิชาการสร้างเครื่องดนตรีไทย ร่วมการบรรเลงดนตรีไทย และการแสดงอื่น ๆ ไฮไลต์ ได้แก่

    • รำเชิญพระขวัญ
    • การบรรเลงเดี่ยวขิมหมู่ เพลง จีนเก็บบุปผา
    • การบรรเลงดนตรีไทย เพลง โหมโรงปฐมดุสิต
    • การบรรเลงดนตรีไทย และขับร้องเพลง แขกมอญบางช้าง เถา
    • การแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย โดยได้ชมฟรี จับจองที่นั่งได้ ทุกวันวันเสาร์ – วันอาทิตย์

    ขอขอบคุณ : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ #Nitasrattanakosin #เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชนนาฏศิลป์ โครงการศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทยนาฏศิลป์ #หน่วยราชการในพระองค์ #โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ #สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — 26 สิงหาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — 26 สิงหาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — 26 สิงหาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมงาน เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ — 26 สิงหาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/114689/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ukkdj7w9qUEJYPBmevA9T