Category: วัฒนธรรม

  • สพป.เชียงใหม่ เขต1 รวมพลังนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ | TOPNEWS

    สพป.เชียงใหม่ เขต1 รวมพลังนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ | TOPNEWS

    ดร.อนุกูล ศรีสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความชื่นชม ยินดีกับ ทุกท่านที่เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์กิจกรรมการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดครั้งนี้ เพราะคำว่า “นวัตกรรมทาง
    การศึกษา” นั้นเป็นสิ่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1ให้ความสำคัญเป็น
    อย่างมาก ดังนั้น กระบวนการพัฒนาที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันคิดและปฏิบัติจริงในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและของประเทศไทยเราได้อย่างเหมาะสมยิ่งการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานั้น เป็นงานที่ต้องการการเอาใจใส่อย่างจริงจังสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ที่มุ่งดำเนินการอย่างเป็น
    รูปธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดประโยขน์สูงสุดแก่ผู้เรียนทุกคน

    ขอให้ผู้บริหาร ทุกท่านส่งเสริมสนับสนุนครูได้พัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษา สร้างครูมืออาชีพอย่างแท้จริง ตลอดทั้งส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูด้วยนวัตกรรมที่จะช่วยให้การศึกษาและการเรียนการสอนมี
    ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยใหม่และหลากหลายให้บรรลุถึงจุดหมายของการเรียนการสอน และความต่อเนื่อง ขอขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกท่าน ทุกๆ คน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีความสุขกับ

    ทั้งนึ้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ได้กำหนดทิศทางการพัฒนา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 – 2570 โดยมีวิสัยทัศน์ขององค์กรคือ “องค์กรแห่ง นวัตกรรม นำสู่คุณภาพผู้เรียน” โดยพัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาให้เป็นบุคคลและองค์กรแห่งการเรียนรู้ก้าวสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม เสริมสร้างสมรรถนะผู้เรียนที่ตอบสนองการ
    เปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21 ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสังกัด พัฒนา คิดค้นแนวทางหรือกระบวนการในการพัฒนาการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ หรือการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงบริบทเชิงพื้นที่ ความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียน การจัดการศึกษาโดยใช้นวัตกรรมการศึกษาเป็นแนวทางยกระดับคุณภาพ
    การศึกษาให้มีการจัดการเรียนรู้ให้เกิดผลที่สูงสุดเต็มศักยภาพ

    โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการ
    พัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อสร้างเวทีวิชาการ การนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการศึกษาและถอดบทเรียนสรุปองค์ความรู้นวัตกรรมที่เป็น Best Practice สำหรับเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชน เพื่อเชิดชูให้เป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ของผู้สนใจ โดยแบ่งนวัตกรรมออกเป็น 2ประเภท ได้แก่ นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการ และนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวนทั้งสิ้น 337รายการ

    ภาพ/ข่าว นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1303439&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Wga9Lfg8ZgUuDTjmSQukl

  • เปิดประวัติ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ว่าที่ รมว.คลัง ใน ครม.อนุทิน 1

    เปิดประวัติ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ว่าที่ รมว.คลัง ใน ครม.อนุทิน 1

    ประวัติ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ประวัติไม่ธรรมดา เรียนดีได้ทุนตั้งแต่ป.ตรียัน ป.เอก ผ่านทั้งงานธนาคารในไทยและธนาคารโลก ผลงานเข้าตา “อนุทิน” จนถูกคว้าตัว จากอธิบดีกรมธนารักษ์ ผงาดให้นั่งเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในครม.อนุทิน 1

    วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดให้คนนอกนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง 1 ในนั้น คือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์  ที่จะมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    ประวัติ  ”เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ“ 

    สำหรับนายเอกนิติ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ และยังพ่วงตำแหน่ง ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) กรรมการ และประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด รวมถึงเป็นกรรมการบริหาร Tax Inspectors Without Borders (TIWB) , OECD & UNITED NATIONS DEVELOPMENT PROGRAMME (UNDP) กรรมการและกรรมการบริหารวชิราวุธวิทยาลัย และยังเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย NIDA ด้วย

    ส่วนการศึกษา นายเอกนิติ จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทุนสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์) จากนั้นได้ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. ไปเรียนปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of ILLINOIS at Urbana-Champaign และได้ทุนเดียวกันเรียนปริญญาเอก ในสาขาเศรษฐศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัย Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐ ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กเรียนดี ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัย Illinois  และยังได้รางวัลนักเรียนทุนดีเด่น  ของสำนักงาน ก.พ. รางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งแห่งปี 2552 และรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดีเด่นแห่งปี 2561 สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของคณะเศรษฐศาสตร์ และของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 นอกจากนี้นายเอกนิติ ยังเป็นนักรักบี้ฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย และประธานชุมนุมรักบี้ฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

    ขณะที่ประสบการณ์ทำงาน เริ่มต้นการทำงานที่ ธนาคารโลก ในสหรัฐอเมริกา ในตำแหน่ง Senior Advisor to Executive Director ต่อมาได้เป็น โฆษกกระทรวงการคลัง ก่อนจะถูกไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป อีกทั้งยังเคยเป็น ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

    จากนั้นในยุครัฐบาล เศรษฐา ทวีสินได้ถูกแต่งตั้งให้นั่งอธิบดีกรมสรรพากร ก่อนจะถูกสั่งเด้งลงมาให้นั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรสามิต กระทรวงการคลัง โดยให้นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรสามิต ไปเป็นอธิบดีกรมสรรพากร  ต่อมาในรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ถูกสั่งย้ายอีกครั้งไปนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์

    ส่วนประสบการณ์ในฐานะประธานกรรมการ เคยเป็นทั้ง ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) และประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) กรรมการและกรรมการบรรษัทภิบาลของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กรรมการ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และกรรมการบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

    นายเอกนิติยังมี ผลงานที่โดดเด่นคือการนำระบบ Digital มายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรสามิต ในการบริการประชาชนจนได้รับ รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล ประจำปี 2566 และรางวัลระดับ นานาชาติ Digital Government Award ในเอเชียโอเชียเนีย ในปี2565 รับรางวัล Thailand Digital Transformation Award ในปี 2564 และยังเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ เป็นผู้นำในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการนำระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยนำสมรรถนะ Skill Matrix มาใช้ รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค และประมาณการเศรษฐกิจ ให้แก่ กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881203&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QOlND3l0K4ByWwZUHV24W

  • เปิดโปรไฟล์ผลงาน ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ ว่าที่รมว.ต่างประเทศ | เดลินิวส์

    เปิดโปรไฟล์ผลงาน ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ ว่าที่รมว.ต่างประเทศ | เดลินิวส์

    หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา สังคมจับตาหน้าตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ และล่าสุดในวันนี้ (6 ก.ย.) นายอนุทินเริ่มเผยโฉมหน้าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญๆ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก ซึ่งหนึ่งในนั้นมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะมารับตำแหน่งรมว.การต่างประเทศ คนใหม่

    นายสีหศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2500 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปริญญาโท ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอพกินส์ (Johns Hopkins University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 2522 ทั้งนี้เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเคยทำหน้าที่ชี้แจงตอบโต้กับรัฐบาลกัมพูชา เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์เผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2546 อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอาเซียน อธิบดีกรมยุโรป รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเคยเป็นเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สหพันธรัฐสวิส ขณะเดียวกันยังเป็นชาวเอเชียคนแรก ที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (เอชอาร์ซี) วาระปี ค.ศ. 2010-2011 (พ.ศ. 2553-2554)

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2561 อีกทั้งเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ยุครัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน

    มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับญี่ปุ่น รวมถึงในการเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมา และยังเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันบทบาทของประเทศไทยให้ได้เป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD)

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ปรึกษาพิเศษของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5089612/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06uHb9mWmLs-DpaC9Cdchr

  • มูลนิธิกล้าธรรมมอบปัจจัยช่วยพระเณรภาคใต้ | TOPNEWS

    มูลนิธิกล้าธรรมมอบปัจจัยช่วยพระเณรภาคใต้ | TOPNEWS

    วันที่ 4 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ วัดธาตุน้อย (เจดีย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์) จังหวัดนครศรีธรรมราช
    มูลนิธิกล้าธรรม องค์กรสาธารณกุศลที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2562 ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเดชพระคุณ รองสมเด็จพระพรหมวชิรโพธิวงศ์ ได้จัดโครงการ “กล้าธรรม นำสู่เรือน ปีที่ 11” และ “โครงการทำบุญวันละบาท” เพื่อสนับสนุนการศึกษาและการดำรงชีวิตของพระภิกษุสามเณรในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับปีนี้ มีสำนักเรียนและโรงเรียนเข้าร่วมโครงการรวม 10 แห่ง จากจังหวัดนครศรีธรรมราชและสงขลา โดยมูลนิธิได้มอบทุนการศึกษาแก่สามเณรจำนวน 150 ทุน พร้อมทั้งผ้าไตรจีวร 150 ผืน หนังสือตำราเรียน 150 ชุด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง โทรทัศน์ 2 เครื่อง และข้าวสาร 500 ถุง รวมเป็นมูลค่า 657,010 บาท ขณะที่โครงการทำบุญวันละบาท มียอดบริจาค 70,000 บาท รวมยอดปัจจัยทั้งสิ้น 727,010 บาท

    ในโอกาสนี้ พระเดชพระคุณฯ ได้เมตตามอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้อุปถัมภ์มูลนิธิ มอบตราตั้งคณะกรรมการมูลนิธิกล้าธรรม มอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใบประกาศนียบัตร ป้ายปัจจัยแก่สำนักเรียน และมอบอุปกรณ์การศึกษา รวมทั้งทุนการศึกษาเพิ่มเติมให้แก่สามเณรอีก 10 ทุน

    ทั้งนี้ มูลนิธิกล้าธรรมยังคงยึดมั่นในปณิธานเพื่อธำรงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรและบุคคลทั่วไป ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1302875&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3REb6YFPBYXaCgmHIxT5kk

  • นายกฯเขมรเพิ่งตื่น! ผลักดันการศึกษากลัวคนเขมรฉลาดน้อย จะได้ไม่ต้องพึ่งไทย ? | TOPNEWS

    นายกฯเขมรเพิ่งตื่น! ผลักดันการศึกษากลัวคนเขมรฉลาดน้อย จะได้ไม่ต้องพึ่งไทย ? | TOPNEWS

    นายกฯเขมรเพิ่งตื่น! ผลักดันการศึกษากลัวคนเขมรฉลาดน้อย จะได้ไม่ต้องพึ่งไทย ?

    • เผยแพร่ : 06/09/2025 18:36

    นายกฯเขมรเพิ่งตื่น! ผลักดันการศึกษาคนเขมร หวังยกระดับการรู้หนังสือกลัวคนเขมรฉลาดน้อย จะได้ไม่ต้องพึ่งพาไทย ?

    #theworldwide #topnewsonline #topnews #evergreen #thailand #ฮุนมาเนต #เขมร #กัมพูชา #การศึกษาเขมร #เขมรรุกบ้านหนองจาน #กัมพูชารุกบ้านหนองจาน #บ้านหนองจาน #บ้านหนองหญ้าแก้ว #ผู้ว่าสระแก้ว #สระแก้ว #บ็อนเตียย์เมียนเจ็ย #บันทายมีชัย #เขมร #กัมพูชา #หนองจาน #หนองหญ้าแก้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1303228&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37dnGOd2H5KJLsxUsBAVyT

  • แม่วัย 50 สอบติดคณะนิติศาสตร์ ม. ดัง หลังอ่านหนังสือที่ลูกชายทิ้งไว้ ตอนสอบตก

    แม่วัย 50 สอบติดคณะนิติศาสตร์ ม. ดัง หลังอ่านหนังสือที่ลูกชายทิ้งไว้ ตอนสอบตก

              สุดยอดคุณแม่วัย 50 ปี ถูกไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อน สอบติดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในจีน หลังอ่านหนังสือที่ลูกชายทิ้งไว้ตอนสอบตก   

    แม่วัย 50 สอบติดคณะนิติศาสตร์
    ภาพจาก Weibo

              วันที่ 4 กันยายน 2568 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยเรื่องราวแรงบันดาลใจที่น่าทึ่ง เมื่อหญิงชาวจีนรายหนึ่งวัย 50 ปี ซึ่งมีภาวะทางร่างกายไม่สมบูรณ์ ภายหลังจากเผชิญเหตุร้ายถูกไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อน สามารถสอบติดคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังได้สำเร็จ โดยมีต้นเหตุมาจากการอ่านกองหนังสือที่ลูกชายของเธอทิ้งเอาไว้ ภายหลังจากที่เขาสอบไม่ผ่าน 

              หญิงชื่อสกุลหยาง อาศัยในเมืองจี่หนิง มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยถงจี้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน กระทั่งเมื่อปี 2556 หยางเกิดประสบเหตุร้ายที่เปลี่ยนชีวิตเธอให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แขนและใบหน้าของเธอถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง 

              ผลที่ตามมาจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้แขนซ้ายของหยางไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนแขนขวาใช้งานได้เพียงส่วนหนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ เธอจึงต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกไปข้างนอก นอกจากนี้ เธอยังมีภาวะซึมเศร้าและโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ จนต้องลาออก 

    แม่วัย 50 สอบติดคณะนิติศาสตร์

    ภาพจาก Weibo

              อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หยางใช้ชีวิตทนทุกข์กับความทุพพลภาพ และรับเงินบำนาญมาหลายปี เธอก็อยากทำตามความฝันด้านการศึกษาที่เธอปรารถนามานานกว่า 20 ปี นั่นคือการเรียนต่อระดับปริญญาโท จนเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากที่ลูกชายของเธอสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ไม่ผ่าน เธอจึงตัดสินใจเตรียมตัวสอบเข้าบัณฑิตวิทยาลัยในคณะเดียวกันนี้

              หยาง เผยว่า หลังจากที่ลูกชายของเธอสอบเสร็จ ในระหว่างที่เธอช่วยจัดการกองหนังสือวิชากฎหมายมากมายของเขา เธอเกิดความรู้สึกเสียดาย หากต้องทิ้งหนังสือเหล่านี้ไป จากนั้นพอเธอได้ลองเปิดดูหนังสือไปหลาย ๆ หน้าก็พบว่า เนื้อหาด้านในนั้นไม่ยากสำหรับเธอ ฉันจึงเริ่มศึกษาหนังสือที่ลูกชายทิ้งเอาไว้อย่างจริงจัง จนในที่สุด เธอก็ตัดสินใจได้ว่าจะสอบเข้าคณะนี้ให้ได้ 

    แม่วัย 50 สอบติดคณะนิติศาสตร์

    ภาพจาก Weibo

              แขนขวาที่หยางสามารถใช้งานได้ส่วนหนึ่ง ช่วยให้เธอสามารถเขียนหนังสือได้ โดยวิชาที่ยากที่สุดสำหรับหยางคือ ภาษาอังกฤษ เนื่องจากเธอไม่ได้ใช้งานมันมากว่า 20 ปี นอกจากนี้ ระหว่างการทดสอบ เธอถูกเจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบบอกให้ถอดหน้ากากออก ทำให้นักศึกษาบางรายตกใจกับรอยแผลเป็นของเธอ  

              หลังจากใช้ความพยายามในการสอบถึง 2 ครั้ง ในที่สุด เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา หยางก็ได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนจากบัณฑิตวิทยาลัย Southwest Forestry University ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งเธอดีใจมากและตั้งใจจะไปศึกษาต่อด้านกฎหมายที่นั่น 

              “การทดสอบนี้ค่อนข้างท้าทายมาก ต้องขอบคุณการสนับสนุนและกำลังใจจากสามีและลูกชาย ฉันจึงผ่านมันมาได้จนประสบความสำเร็จ” หยาง กล่าว 

              หยางจะใช้เงินบำนาญเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโท โดยเธอกล่าวว่า “สำหรับบางคน การเกษียณอายุคือการไปรวมกลุ่มเต้นรำ หรือการท่องเที่ยว แต่ชีวิตหลังเกษียณของฉันคือการเรียนหนังสือ มันน่าจะวิเศษมาก” 

              หยางได้เผยเรื่องราวผ่านทางออนไลน์เพื่อเป็นแรงบัดาลใจให้ผู้อื่น โดยเขียนข้อความว่า “ฉันเคยประสบอุบัติเหตุและพิการ ฉันตกงาน ฉันเป็นซึมเศร้า ตอนนี้ฉันอายุ 50 ปี และกำลังจะเริ่มต้นเส้นทางใหม่เพื่อไล่ตามความฝันในการได้ปริญญาโทด้านกฎหมาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงใดของชีวิต โปรดอย่ายอมแพ้ต่อความฝัน”

    ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249315&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29HnzLJJi1RsMdabHNIbku

  • เปิดประวัติ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่ ‘รมต.พลังงาน’ คนใหม่

    เปิดประวัติ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่ ‘รมต.พลังงาน’ คนใหม่

    เศรษฐกิจ

    เปิดประวัติ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่ ‘รมต.พลังงาน’ คนใหม่

    06 ก.ย. 2025 เวลา 16:31 น.

    เปิดประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’” อดีต CEO ปตท. คนที่ 10 ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากพรรคภูมิใจไทย วันนี้ (6 ก.ย. 2568) ภายหลังมติสภาผู้แทนราษฎร เสียงข้างมากเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นั้น วันนี้ นายอนุทิน เดินทางมาพรรค เพื่อหารือกับแกนนำพรรค ในการฟอร์มทีม ‘ครม.อนุทิน 1’ โดยมีเลขาธิการ ครม.เดินทางมาเข้าพบด้วยในช่วงบ่าย

    โดย “เนชั่นออนไลน์” รายงานว่า นายอนุทิน พานายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ (นายปานปรีย์ พหิทธานุกร) อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ดื่มกาแฟร่วมกัน ภายหลังการหารือที่ทำการพรรคภูมิใจไทย 

    เปิดประวัติ 'อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์' ว่าที่ 'รมต.พลังงาน' คนใหม่

    ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน เกี่ยวกับการถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ

    ขณะที่ นายเอกนิติ คาดว่า จะถูกทาบทามมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง

    ส่วนนายสันติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข

    ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ คาดว่า จะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน

    สำหรับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ CEO ปตท. คนที่ 10 หลังจาก นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร CEO ปตท.คนที่ 9 หมดวาระเกษียณอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 12 พ.ค. 2563 ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2563 – 2567 

    เปิดประวัติ 'อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์' ว่าที่ 'รมต.พลังงาน' คนใหม่

    อย่างไรก็ตาม ขณะดำรงตำแหน่ง CEO ปตท. ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ท่ามกลางปัจจัยความท้าทายของระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปหลังทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจต่างๆ  รวมถึง อุตสาหกรรมพลังงานของโลก ที่จะต้องปรับตัวอย่างหนักกับผลกระทบโควิด-19 ที่กดดันราคาพลังงานทั้งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ เข้าสู่ช่วงขาลง นายอรรถพล ก็สามารถพิสูจน์ฝีมือ พยุงผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ให้พลิกกลับมาเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

    สำหรับ นายอรรถพลถือเป็นลูกหม้อที่งานใน ปตท.มานาน 35 ปี โดยในปี 2552 ทำงานตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคมเป็นเวลา 2 ปีกว่า ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ในปี 2554-56 และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท. ในปี 2556-57 และย้ายไปนั่งตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.เมื่อปี 2557-58 ก่อนจะกลับมาดูแลธุรกิจน้ำมันอีกครั้งในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. เมื่อปี 2558-60

    ในเดือนต.ค.ปี 2560 รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย อีกหน้าที่หนึ่ง และปี 2561-ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. กำกับดูแลในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจปิโตรเคมี และการกลั่น ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและการค้าปลีก รวมทั้งถึงบริษัทย่อยในเครือ ปตท.ทั้ง บมจ.ไออาร์พีซี บมจ.ไทยออยล์ บมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล และ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก

    นายอรรถพล เกิดวันที่ 19 ก.ค. 2508 จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อปริญญาโท พัฒนาการเศรษฐกิจมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ รวมทั้งอบรมในหลักสูตรต่างๆ เช่น Director Certification Program (DCP 173/2013) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD), หลักสูตร TLCA Executive Development Program (EDP) รุ่นที่ 1 สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย, Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford, England (ได้รับทุนการศึกษาจาก British Council) และหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 14 สถาบันพระปกเกล้า ,หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.) รุ่นที่ 20 สถาบันวิทยาการตลาดทุน ,NIDA-Wharton Executive Leadership Program 2009, The Wharton School of the University of Pennsylvania, USA ,PTT Executive Leadership, General Electric, GE, New York, USA

    อีกทั้ง ยังถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทำให้ธุรกิจน้ำมัน ปตท.เติบโตก้าวหน้าแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย รวมทั้งส่งเสริมให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมชุมชน โดยเป็นศูนย์กลางชุมชน หรือ Living Community มีการนำสินค้าเกษตรกรรมเข้ามาจำหน่าย และสานต่อนโยบายการแยกธุรกิจน้ำมันออกมาจากปตท.มาเป็น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

    นอกจากนี้ นายอรรถพล ได้รับการคัดเลือกเป็น CEO of the Year จาก “กรุงเทพธุรกิจ” 2 ปี ซ้อน ในปี 2564-2565 หลังจากเข้ารับตำแหน่ง CEO ปตท.เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2563 ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ขยายวงกว้าง และรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์

    โดยการพิจารณาคัดเลือกแบ่งการให้คะแนนเป็น 4 ส่วน คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ ESG สัดส่วนคะแนน 30%, การทรานส์ฟอร์มที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้สอดรับการวิกฤติที่เข้ามา สัดส่วนคะแนน 25%, การพัฒนานวัตกรรม ที่จะเป็นการต่อยอดธุรกิจในอนาคต สัดส่วนคะแนน 25% และผลดำเนินงาน สัดส่วนคะแนน 20% อีกด้วย

    สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง CEO ปตท.ต้องรับมือผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากนั้น ปตท.กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เป็น “Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต” โดยดำเนินธุรกิจควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าสู่ธุรกิจพลังงานอนาคต และเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงระยะยาว

    นายอรรถพล เคยให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงแนวคิดในการทำงานในฐานะ CEO ปตท. ว่า ปตท.เป็นองค์กรพลังงานของประเทศที่เป็นทั้งรัฐวิสาหกิจและเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดังนั้น การบริหารสิ่งสำคัญจะต้องคำนึง คือ 

    1.การสร้างสมดุลของ Stakeholders ระหว่างการทำธุรกิจ การดูแลชุมชม สังคม สิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศ ซึ่ง ปตท. ไม่ได้สิทธิประโยชน์พิเศษจากภาครัฐ ดังนั้น การทำธุรกิจส่วนใหญ่จึงต้องแข่งขันตลอดและการแข่งขันต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย

    2.Change Management โดยต้องพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง อาทิ การวางแผน การวางระบบงาน การปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงจะกระทบพนักงานและองค์กร จึงต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงให้ได้เพราะความไม่แน่นอนมีตลอดเวลา

    3.Positive Thinking ต้องมีพร้อมรับทุกสถานการณ์เพื่อบริหารจัดการได้ทุกสถานการณ์ หากมีเพียง Negative Thinking เชื่อว่าการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ก็จะไม่ดีและอาจติดขัดได้

    4.TeamWork เป็นอีกแนวคิดของการทำงานที่สำคัญ เมื่อองค์กรพร้อมด้านบุคลากรที่ดีจะทำให้องค์กรเติบโตและแข็งแกร่งต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197651&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3u2ODjtP_4uCgIKorKn7mI

  • เปิดประวัติ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่รมว.พลังงาน ที่หลายคนจับตามอง | เดลินิวส์

    เปิดประวัติ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่รมว.พลังงาน ที่หลายคนจับตามอง | เดลินิวส์

    ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย ได้เปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีที่มาจากคนนอก หนึ่งในรายชื่อที่น่าสนใจ คือ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คนที่ 30 มีความเป็นไปได้สูง ที่จะมานั่งเป็น รมว.พลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจากเป็นกระทรวงที่แม้ว่าได้งบประมาณน้อย แต่ดูแลกำกับขุมทรัพย์อุตสาหกรรมด้านพลังงานของเอกชนหลายแสนล้านบาท

    ทั้งนี้ นายอรรถพล ชื่อเล่นว่า “โด่ง” เกิดวันที่ 19 กรกฎาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 60 ปี

    ประวัติการศึกษา :

    ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK (ได้รับทุนการศึกษาจาก British Council)

    ประวัติการทำงาน :

    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท.

    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ปตท.

    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท.

    รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.

    รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.

    ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการ

    ผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย

    ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.

    ผลงานที่โดดเด่นใน ปตท.

    นายอรรถพล ทำงานในกลุ่ม ปตท. กว่า 30 ปี ผ่านตำแหน่งสำคัญเกือบทุกสายงาน ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ คนที่ 10 ของ ปตท. (2563-2567)

    1. นำ ปตท. ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เปิดโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” จัดหาเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์ เปิดโครงการรีสตาร์ต ไทยแลนด์ จ้างงานบัณฑิตจบใหม่หลายพันคน ลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ

    2. วางยุทธศาสตร์ “Future Energy & Beyond” หยุดลงทุนถ่านหิน มุ่งสู่พลังงานสะอาด ผลักดันธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โรงงานแบตเตอรี่ พลังงานหมุนเวียน และ Life Science ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15% ภายในปี 2573

    3. ขยายความมั่นคงด้านก๊าซ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ชนะประมูลสำรวจและผลิตก๊าซในอ่าวไทย เพิ่มกำลังการผลิตแหล่งเอราวัณเป็น 800 ล้าน ลูกบาศก์ฟุต/วัน

    4. สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ไทยสู่โลก ปตท. เป็นแบรนด์ไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ 500 แบรนด์มูลค่าสูงสุดโลก (Brand Finance) มูลค่าแบรนด์ทะลุ 8,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    5. รางวัลยืนยันความเป็นผู้นำ Asia’s Best CEO (3 ปีซ้อน) Thailand Top CEO of the Year 2023 (อุตสาหกรรมพลังงาน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5089630/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vw9IQ6rj6aCKHo07Jp75q

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67306/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HFQDu-NNQ1uGuGy89UC_G

  • เปิดประวัติ

    เปิดประวัติ

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

    วันที่ 6 กันยายน 2568  ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่

    ล่าสุด ได้มีการเปิดตัวรัฐมนตรีคนนอกแล้วว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์

    สำหรับประวัติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีดังนี้ 

    ตำแหน่งปัจจุบัน

    -อธิบดีกรมธนารักษ์

    -ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

    -กรรมการ และประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด
    (มหาชน)

    -ประธานกรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

    -กรรมการบริหาร Tax Inspectors Without Borders (TIWB) , OECD & UNITED NATION DEVELOPMENT PROGRAM (UNDP)

    -กรรมการและกรรมการบริหารวชิราวุธวิทยาลัย

    -กรรมการสภามหาวิทยาลัย NIDA

    การศึกษา

    -Ph.D. in Economics, Claremont Graduate University, สหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)

    -M.S. in Economics, University of ILLINOIS at Urbana-Champaign, สหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)

    -เศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทุนสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์)

    ประสบการณ์ทำงานในอดีต

    -อธิบดีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

    -อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

    -ผู้อานวยการสานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

    -ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สานักงานเศรษฐกิจการคลัง

    -อัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจาสหราชอาณาจักรและยุโรป

    -โฆษกกระทรวงการคลัง

    -Senior Advisor to Executive Director, The World Bank, Washington D.C., USA

    ประสบการณ์ในฐานะประธานกรรมการในอดีต

    -ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จากัด (มหาชน)

    -ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จากัด (มหาชน)

    -ประธานกรรมการ ธนาคารธนชาต จากัด (มหาชน)

    -ประธานกรรมการ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จากัด

    -ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนาเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)

    -ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank)

    -ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จากัด (มหาชน) (KTAM)

    -กรรมการและกรรมการบรรษัทภิบาลของธนาคารไทยพาณิชย์ จากัด (มหาชน)

    -กรรมการ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จากัด

    -กรรมการบริษัท ไอ อาร์ พี ซี จากัด (มหาชน)

    ผลงานที่โดดเด่นในอดีต

    -นำระบบ Digital มายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต ในการบริการประชาชนจนได้รับ รางวัลผู้นำองค์กร ดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล ประจำปี 2566 และรางวัลระดับ นานาชาติ Digital Government Award ในเอเชียโอเชียเนีย ในปี 2565 รับรางวัล Thailand Digital Transformation Award ในปี 2564

    -ยกระดับกรมสรรพสามิตเป็นกรม ESG และผลักดันนโยบายภาษีคาร์บอนเพื่อเป็น เครื่องมือในการส่งเสริม สิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนธนำคำร TTB สู่กำรเป็นธนำคำรเพื่อควำมยั่งยืน ที่ให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมำภิบำล

    -เป็นผู้นำแนวคิด PPP Fast Track มาใช้ขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐช่วยลดเวลาอนุมัติโครงการจาก 2 ปี เหลือเพียง 9 เดือน

    -เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ

    -เป็นผู้นำในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการนาระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยนาสมรรถนะ Skill Matrix มาใช้

    -เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค และประมาณการเศรษฐกิจ ให้แก่ กระทรวงการคลัง

    ผลงานด้านวิชาการ

    -อาจารย์พิเศษ หลักสูตร Graduate School of Management, Kyoto University, Japan และหลักสูตร M.A. in Business Economics จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตร Master of Management มหาวิทยาลัยมหิดล และหลักสูตร M.A in Business Economics มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    -เขียนหนังสือเรื่อง “โดมิโน เอฟเฟคต์: ทางรอดเศรษฐกิจไทยบนเส้นด้ายวิกฤติโลก” สานักพิมพ์ Biz book

    -The Asian Crises Reexamined, MIT Press Journals: Asian Economic Papers, Vol 3, No 3, 2004

    -The Role of Exchange Rate Regimes and Capital Controls in the Asian Crises, Institute of International Economics, Nov 3, 2004.

    รางวัลและเกียรติบัตร

    -รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัย Illinois ในปี 2558

    -รางวัลนักเรียนทุนดีเด่น ประจาปี 2561 ของสานักงาน ก.พ.

    -รางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งแห่งปี 2552 และรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดีเด่นแห่งปี 2561 สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์

    -รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของคณะเศรษฐศาสตร์ และของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจาปั 2567

    -นักรักบี้ฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย และประธานชุมนุมรักบี้ฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/912415&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vbXoyXUkUf3oX_AMqjxI8