Category: วัฒนธรรม

  • คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแด่ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในโอกาสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/260221/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t5w5tPDwms2W7BPlD2rQY

  • กรมพัฒนาที่ดิน จัดทำข้อมูลดิน เพื่อการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

    กรมพัฒนาที่ดิน จัดทำข้อมูลดิน เพื่อการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

    13 ก.ย. 2568

    150 views

    ขนาดตัวอักษร

    8 ก.ย.68 – กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้าสำรวจและจัดทำข้อมูลดิน สนับสนุนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

    กรมพัฒนาที่ดิน โดยกองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน ดำเนินการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลดินทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อันจะช่วยสนับสนุนทั้งด้านการเกษตร เศรษฐกิจ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

    การสำรวจดิน เป็นการรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการภาคสนามและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่ออธิบายและจำแนกดิน กำหนดขอบเขตและหน่วยดิน พร้อมจัดทำแผนที่และรายงานการสำรวจ โดยมีการแปลความหมายข้อมูลเพื่อประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น การวางแผนเพาะปลูก การจัดการพื้นที่เกษตร การขุดบ่อน้ำขนาดเล็ก รวมถึงการให้คำแนะนำปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน รูปแบบการสำรวจดินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่  

    1. การสำรวจดินพื้นฐาน เพื่อเก็บข้อมูลทั่วไปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

    2.การสำรวจดินเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ที่มุ่งเน้นข้อมูลตามความต้องการของโครงการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    กระบวนการสำรวจดินมีขั้นตอนสำคัญ 5 ขั้นตอน ได้แก่

    1. การรวบรวมและศึกษาข้อมูลเบื้องต้น

    2. การตรวจสอบดินภาคสนาม โดยใช้ทั้งการขุดหลุมหน้าตัดดินขนาดใหญ่ (soil full pit) ขนาดเล็ก (soil mini pit) และการเจาะด้วยสว่าน (hand augering)

    3. การวิเคราะห์ตัวอย่างดินในห้องปฏิบัติการ

    4. การจัดทำแผนที่ดิน แสดงหน่วยดินและคุณลักษณะ

    5. การจัดทำรายงานการสำรวจดิน พร้อมแปลความหมายข้อมูลเพื่อการใช้ประโยชน์

    ทั้งนี้ การศึกษาภาคสนามต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ เช่น สว่านเจาะดิน สมุดเทียบสีดิน เครื่องวัด pH และอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้องมาวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ ตัวอย่างเช่น ชุดดินสตึก ที่พบในพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด มีการระบายน้ำดี ลักษณะดินร่วนปนทรายถึงดินร่วนเหนียวปนทราย ซึ่งข้อมูลเช่นนี้เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางการเพาะปลูกและการใช้ที่ดินได้อย่างเหมาะสม การจัดทำข้อมูลดินจึงถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการเกษตร การวางแผนใช้ที่ดิน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ อันจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและประชาชนในระยะยาว กรมพัฒนาที่ดินย้ำว่า “การเข้าใจดิน คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจการเจริญเติบโตของพืช และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mcot.net/view/ZAmtHom4&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-adu9om5jSdbmB2LEBIZe

  • ซินโครตรอนคว้า 3 รางวัลเลิศรัฐ สะท้อนความมุ่งมั่นยกระดับบริการด้วยมาตรฐานคุณภาพ

    ซินโครตรอนคว้า 3 รางวัลเลิศรัฐ สะท้อนความมุ่งมั่นยกระดับบริการด้วยมาตรฐานคุณภาพ

    สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) คว้า 3 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดีเด่น รางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด 2 และรางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการให้บริการด้วยมาตรฐานคุณภาพของสถาบันฯ

    นนทบุรี – สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) จัดงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 “ภาครัฐอัจฉริยะ ขับเคลื่อนอนาคต Smart Government & Smart Services: Driving for the Future” เพื่อเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ต้นแบบผลการพัฒนาที่โดดเด่นของหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ในวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้

    รางวัลเลิศรัฐถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านบริการภาครัฐ ด้านคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม โดยในปีนี้ สถาบันฯ ได้รับรางวัลใน 3 สาขา ดังนี้:

    1. รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดีเด่น จากผลงาน “นวัตกรรมเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรเสริมแกร่งอุตสาหกรรม”

    2. รางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

    3. รางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance)

    ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ได้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติในพิธีดังกล่าว การได้รับรางวัลเลิศรัฐทั้ง 3 รางวัลในครั้งนี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงมาตรฐานการดำเนินงานของสถาบันฯ ที่ก้าวสู่ความเป็นองค์กรคุณภาพ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สถาบันฯ มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการภาครัฐด้วยนวัตกรรม สู่การสร้างคุณค่าแก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/956799&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hOPYSE67fYbbCh6jAUJ_C

  • “ดร.นก” บินลัดฟ้าสู่เซี่ยงไฮ้ ศึกษาแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” ต่อยอดพัฒนาสุพรรณบุรี | เดลินิวส์

    “ดร.นก” บินลัดฟ้าสู่เซี่ยงไฮ้ ศึกษาแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” ต่อยอดพัฒนาสุพรรณบุรี | เดลินิวส์

    จากนักบริหารผู้สั่งสมประสบการณ์ในแวดวงราชการ ไล่ตั้งแต่กระทรวง ทบวง กรม มายาวนาน “ดร.นก” ดร.สุจิตรา ทรงมัจฉา ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี (ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี) และพิสูจน์ให้เห็นถึงผลงานที่รุดหน้าอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาเพียง 6 เดือน จนได้รับคำชื่นชมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

    ล่าสุด “ดร.นก” ดร.สุจิตรา ทรงมัจฉา เลขานุการนายก อบจ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย นางสาวมุจลินท์ งามเหมือน นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ  เป็นตัวแทนของ อบจ.สุพรรณบุรี เดินทางเข้าร่วมงาน Tomorrow.City Shanghai 2025 ณ  Zhangjiang Science City นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นการประชุมนานาชาติและศึกษาดูงานด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อนำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีต่อไป โดยมีผู้นำเมือง นักวิชาการ และผู้แทนจากนานาชาติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    สำหรับคณะจากประเทศไทย ประกอบด้วย คณะจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ, ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก, นายรพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง และ นายต้น ใจตรง หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนบน  นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย เช่น นายกเทศมนตรีนครรังสิต เทศบาลเมืองชลบุรี เทศบาลนครนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานด้วย เพื่อแสดงถึงความร่วมมือในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตามแนวคิด “การสร้างคนก่อนการสร้างเมือง”

    คณะได้มีโอกาสศึกษาดูงานด้านต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการขยะแบบ Smart Environment ณ โรงงาน Shanghai Organic Waste Center ที่เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 1,600,000 วัตต์ต่อวัน รวมถึงผลิตน้ำมันไบโอดีเซลและวัสดุรีไซเคิล  ดร.สุจิตรา กล่าวว่า อยากจะนำวิธีการคัดแยกขยะที่ทันสมัยนี้ไปใช้ในสุพรรณบุรี พร้อมส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

    นอกจากนี้ ยังได้เข้าชมการเรียนการสอนแบบ Smart School ที่โรงเรียนมัธยม Lu Wan Senior High School โรงเรียนรัฐบาลที่เน้นการเรียนรู้ด้าน AI โดยมีห้องเรียนที่มีนักเรียนเพียง 14 คน มีห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ ห้องแล็บเขียนโปรแกรม AI รวมถึงห้องบันทึกเสียงที่ช่วยตรวจสอบการออกเสียงภาษาต่างประเทศด้วยระบบ AI ซึ่ง ดร.สุจิตรา เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และอยากให้โรงเรียนในประเทศไทยหันมาสนับสนุนหลักสูตรด้าน AI เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกปฏิบัติจริงและนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต

    ก่อนเดินทางกลับ คณะได้เข้าศึกษาดูงานด้านการบริหารภาครัฐที่ทันสมัย ณ เทศบาลเมืองหวงผู่ ซึ่งใช้ระบบ One Stop Service เน้นการให้บริการประชาชนและภาคเอกชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ รวมถึงมีช่องทางออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ดร.สุจิตรา มีแนวคิดที่จะนำระบบการให้บริการนี้มาปรับใช้กับ อบจ.สุพรรณบุรี เพื่อยกระดับการบริการให้ประชาชนได้รับความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

    จากการศึกษาดูงานตลอด 6 วัน ดร.สุจิตรา ได้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหาร และระบบห้องปฏิบัติการ IOC ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามการทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่ง ดร.สุจิตรา ตั้งใจที่จะนำแนวคิดเหล่านี้มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนให้ อบจ.สุพรรณบุรี ก้าวสู่การเป็น Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ ได้อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

    เรื่องและเรียบเรียง :
    วัชระ พัฒนศรี หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคตะวันตก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5110099/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Olq4BxRRt6qtq2dXuJpg4

  • 138 ปี “มจร” สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงให้เป็นสถานที่ “ศึกษาพระไตรปิฏก และวิชาชั้นสูง”

    138 ปี “มจร” สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงให้เป็นสถานที่ “ศึกษาพระไตรปิฏก และวิชาชั้นสูง”

    วันเสาร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.14 น.

    วันที่ 13 กันยายน 2568 เนื่องในวโรกาสมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยครบรอบ 138 ปี ในวันที่ 13 กันยายน 2568 นี้ พระเมธีวัชรบัณฑิต ผู้อำนวยการหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา ระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  (มจร) ได้เขียนบทความเชิงวิเคราะห์ 138 ปี วิเคราะห์ พระราชปณิธานล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ศึกษาพระไตรปิฏก และวิชาชั้นสูง  โดยมีรายละเอียดว่า ส่วนตัวไม่มั่นใจว่า เคยมีบูรพาจารย์ ศิษย์ปัจจุบัน หรือศิษย์เก่า มจร เคยนำพระราชปธิธานเส็ดจพ่อ ร.5 หรือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นมาตั้งข้อสังเกตในประเด็น “ศึกษาพระไตรปิฏก” อย่างละเอียดลึกซึ้งและรอบด้านบ้างหรือไม่ อย่างไร ถ้ามีอย่างชัดแจ้ง แล้ว ขอให้วิญญชนได้โปรดอนุเคราะห์ข้อมูลมาทางช่องทางต่างๆ ด้วย  แต่ที่ได้อ่านมาบ้าง และได้เห็นมีการตีความชัดเจนมากคือ ประเด็น “วิชาชั้นสูง” บูรพาจารย์ตีความประเด็นวิชาชั้นสูงออกเป็น 2 นัย คือ

    1:วิชาชั้นสูงคือวิทยาการสมัยใหม่

    บูรพาจารย์กลุ่มหนึ่งตีความตามบริบทว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป เห็นระบบการศึกษาของตะวันตกที่มุ่งศึกษาเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ เป็นต้น ยามเสด็จกลับประเทศไทย จึงประสงค์ให้สถาปนามหาจุฬาฯ ศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฏก ขยายขอบฟ้าไปศึกษาวิทยาการสมัยใหม่ด้วย เป็นการเพิ่มจากตาในไปเรียนรู้เปิดตานอกด้วย อันจะทำให้มี 2 ตา คือ ทวิจักขุ อันจะส่งผลต่อการเข้าใจชีวิต และเข้าใจโลกที่เอื้อตาฝ่อการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกล

    2: วิชาชั้นสูงคือวิปัสสนากรรมฐาน

    ประเด็นนี้ได้ยินจากลูกศิษย์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) ว่า เจ้าประคุณฯ ตีความว่า วิชาชั้นสูง หมายถึง วิปัสสนากรรมฐาน เท็จจริงอย่างไร?? สัทธิวิหาริก และอันเตวาสิกของเจ้าประคุณฯ สามารถเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มเติมได้ แต่ที่ได้ยินจากปากของลูกศิษย์บางท่านมานั้น ยืนยันว่า เจ้าประคุณฯ ผู้ใส่ใจไฝ่งานวิปัสสนากรรมฐานได้เคยสอนสานุศิษย์ในประเด็นดังกล่าว


    ด้วยเหตุผลที่ว่า วิชาวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง คือวิชาชั้นสูงในพระพุทธศาสนา ตามนัยที่สิทธัตถะโพธิสัตว์ได้ศึกษาและเจนจบ ทั้ง 18 ศาสตร์ แต่ก็มิอาจทำให้เข้าถึงความจริงได้ แต่เมื่อได้ค้นพบวิชาวิปัสสนากรรมฐานด้วยพระองค์เองจนเป็นเหตุแห่งการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า วิชาวิปัสสนากรรมฐานจึงเป็นวิชาชั้นสูงเพราะเป็นเครื่องมือเข้าถึงความจริงสูงสุด

    ส่วนตัวมองประเด็นเหล่านี้อย่างไร?!?

    กล่าวถึงความคิดส่วนตนนั้น มิได้มีประเด็นใดที่เห็นแย้งกลับบูรพาจารย์ผู้เป็นที่รักของประชาคม มจร แต่ประการใดเลย เพราะมุมมองดังกล่าว ส่งผลต่อการศึกษาเรียนรู้ของลูกหลาน มจร มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงกระนั้น ประเด็นที่อยากจะแบ่งปันกับวิญญูชนทั้งหลาย ทั้งศิษย์ มจร หรือมิใช่ก็ตาม ไม่ใช่ประเด็นวิชาชั้นสูง ดังที่กล่าวในเบื้องต้น หากแต่เป็นประเด็นของพระราชปณิธานที่ว่าด้วย “ศึกษาพระไตรปิฏก” 

    ในพระพุทธศาสนาจะกล่าวถึงคุณสมบัติสำคัญของผู้ศึกษาอยู่คำหนึ่ง คือ คำว่า “วิชชาจรณสัมปันโน” ซึ่งแปลว่า “เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยวิชาและจรณะ” และการจะมีสภาวะดังกล่าวได้นั้น ผู้ศึกษาจะมุ่งจำเพาะปริยัติอย่างเดียวไม่ได้ จำต้องมุ่งแปรปริยัติลงสู่การปฏิบัติด้วย เพราะปริยัติและปฏิบัติจะเกื้อหนุนกันจนกลายเป็นรากฐานสำคัญของปฏิเวธที่สะท้อนสภาวะของวิชาและจรณะ

    การศึกษาพระไตรปิฏกตามพระราชปณิธานนั้น คำว่า “ศึกษา” ที่พระองค์ตรัสในความหมายและบริบทของพระพุทธศาสนานั้น หากมองให้ลึกซึ้งถึงพระประสงค์แล้ว จึงมิได้มุ่งจำเพาะการศึกษาข้างนอกที่มุ่งเพียงปริยัติเป็นแน่แท้ เชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงมุ่งหมายไปถึงการศึกษาข้างใน โดยการนำปริยัติลงสู่การปฏิบัติด้วย เพราะการศึกษาในความหมายที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา มาจากคำว่า “ส+อิกขะ” แปลว่า “เห็นหรือเข้าใจตัวเอง” คำว่า “ตัวเอง หมายถึง ขันธ์ 5 หรือ รูปนาม ที่คนทั่วไปเรียกว่า กายใจ นั่นเอง

    เหตุใด?? ส่วนตัวจึงมั่นใจแบบนั้น เพราะพระราชปณิธานชุดแรกที่ว่า “ศึกษาพระไตรปิฏก” นั้น เป็นประปณิธานที่มุ่งให้ผู้ศึกษามุ่งศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติ จนเข้าถึงปฏิเวธ อันเป็นการศึกษาให้จบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยใช้ไตรสิกขา คือ อธิปัญญาสิกขา อธิศีลสิกขา และอธิจิตตสิกขา เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา

    หลังจากนั้น จึงเข้าสู่พระราชปณิธานชุดที่สอง คือ คำว่า “วิชาชั้นสูง” อันหมายถึงวิทยาการสมัยใหม่ที่พระองค์เสด็จพระประพาสยุโรปแล้ว ทรงตระหนักรู้ว่า วิทยาการเหล่านี้ ควรค่าต่อการนำมาให้พระภิกษุสามเณร รวมถึงพากนิการชาวไทยได้ศึกษา เรียนรู้ และต่อยอด ให้เกิดการพัฒนาจนทัดเทียมอารยประเทศ จึงไม่แปลกที่บูรพาจารย์ มจร จะนำพระราชปณิธานมาปรับเป็นวิสัยทัศน์ ดังคำที่ว่า “ศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม”

    คำว่า “ศึกษาพระพุทธศาสนาก็คือศึกษาพระไตรปิฏก” ในขณะที่คำว่า “ บูรณาการกับศาสตร์สมัยก็คือวิชาชั้นสูง” แล้วขยายต่อยอดไปสู่เป้าหมายของทั้งสองชุดข้อความทั้งสองข้างต้นให้ชัดแจ้งว่า พัฒนาจิตใจและสังคม

    จะเห็นว่า การศึกษาพระพุทธศาสนาตามนัยบูรพาจารย์ก็ดี การศึกษาพระไตรปิฏกตามนัยแห่งพระปิยมหาราชผู้สถาปนา มจร ก็ดี จึงมิได้มุ่งหมายจำเพาะตัวหนังสือที่นำมาจารึกหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไว้ในพระไตรปิฏกเท่านั้น หากแต่กระตุ้นให้ผู้ศึกษาเข้าถึงลมหายใจของธรรมวินัยตามที่ปรากฏในพระไตรปิฏกด้วย

    คำถามมีว่า แล้วจะเข้าถึงธรรมวินัยได้อย่างไร คำตอบก็คือ เข้าถึงได้ด้วยการศึกษาที่ผ่านการปฏิบัติ ฉะนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่า บูรพาจารย์ชาว มจร นำโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) จึงกระตุ้นให้ผู้ศึกษาปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐานตามแนวมหาสติปัฏฐาน เพราะแนวทางนี้ จะทำให้ผู้ศึกษารู้จักและเข้าใจรูปนาม หรือกายใจอย่างชัดแจ้ง ตามพระราชปณิธานของเสร็จพ่อ ร.5

    “138 ปี” มาบรรจบครบ จึงเป็นเหตุแห่งการรำลึกนึกถึงคุณูปการของเสร็จพ่อ ร.5 พระผู้ทรงเป็นที่รักของลูกหลานชาว มจร และบูรพาจารย์ทั้งหลาย ที่มุ่งมาดปรารถนาให้พระลูกพระหลาน รวมถึง พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาให้สิ้นสุดทั้งกระบวนการในการจัดการศึกษาพระไตรปิฏกหรือพระพุทธศาสนา ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ผ่านเครื่องมือและกลไกสำคัญคือไตรสิกขา

    การรักษาพระราชปณิธานของพระองค์ และเหล่าบูรพาจารย์ มจร เอาไว้ได้ก็ย่อมหมายถึงรักษาลมหายใจของพระองค์ และเหล่าบูรพาจารย์ผู้เป็นที่เคารพรักของลูกหลานชาว มจร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรักษาแก่นแท้ของคำว่า “การศึกษาพระไตรปิฏกและพุทธศาสนา” ที่พระองค์ และบูรพาจารย์มุ่งหมายให้ลูกหลานชาว มจร ได้สำเหนียกและใส่ใจ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพระไตรปิฏก หรือพุทธศาสนาสืบไปฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/446244&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vL8vXVPukMi0kzO1CWr_F

  • รู้จัก 4 ผู้ถูกเสนอชื่อ ใครจะเป็น ‘ผู้นำชั่วคราว’ ของเนปาล

    รู้จัก 4 ผู้ถูกเสนอชื่อ ใครจะเป็น ‘ผู้นำชั่วคราว’ ของเนปาล

    รู้จัก 4 ผู้ถูกเสนอชื่อ ใครจะเป็น 'ผู้นำชั่วคราว' ของเนปาล

    3. กุลมาน กีซิง อดีตผู้บริหารการไฟฟ้า ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ยุติปัญหาไฟฟ้าดับในเนปาลมาหลายปี เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าจากการฝึกอบรม สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในอินเดีย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตริภูวัน ประเทศเนปาล

    เขาเริ่มต้นอาชีพที่การไฟฟ้าเนปาลในปี พ.ศ. 2537 และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการในปี พ.ศ. 2559 เขาได้แสดงความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับวันละ 18 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลล่าสุดของเนปาลได้ปลดกีซิงออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้านและประชาชนทั่วไป

    รู้จัก 4 ผู้ถูกเสนอชื่อ ใครจะเป็น 'ผู้นำชั่วคราว' ของเนปาล

    4. ฮาร์กา ซัมปัง นายกเทศมนตรีอิสระของเมืองธารัน เมืองขนาดกลางในจังหวัดโกชิ ทางตะวันออกของประเทศ อดีตเคยเป็นแรงงานข้ามชาติในอัฟกานิสถาน ก่อนจะตัดสินใจเดินทางกลับเมืองธารันบ้านเกิดและเริ่มรณรงค์เคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลสนใจประเด็นปัญหาในท้องถิ่น จนตกเป็นที่สนใจของโซเชียลมีเดีย นำมาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อปี 2565 ในฐานะผู้สมัครอิสระ

    นายซัมปังยังได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายเลือกผู้นำประเทศคนต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเขามักจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเพียงหนึ่งในประชาชนทั่วไป และมักปฏิเสธการรับสิทธิพิเศษในฐานะบุคคลสำคัญ

    อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ และการเจรจาระหว่างผู้ประท้วง, ประธานาธิบดี และผู้บัญชาการทหารบก ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่สำนักข่าวบางแห่งรายงานว่าเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มของผู้ที่สนับสนุนผู้สมัครที่แตกต่างกันด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859730&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fMIF70Jbi2gzUqrQIOjl1

  • หุ้นบริษัทผลิตวัคซีนร่วง หลังมีรายงานเชื่อมโยงวัคซีนโควิดกับการเสียชีวิตของเด็ก : อินโฟเควสท์

    หุ้นบริษัทผลิตวัคซีนร่วง หลังมีรายงานเชื่อมโยงวัคซีนโควิดกับการเสียชีวิตของเด็ก : อินโฟเควสท์

    ราคาหุ้น Moderna, Pfizer และ BioNTech ร่วงลงอย่างหนักในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (12 ก.ย.) โดยหุ้น Moderna ร่วง 7.4% หุ้น Pfizer ร่วง 4% และหุ้น BioNTech ดิ่งลง 7.3% หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนรายงานเชื่อมโยงการฉีดวัคซีนโควิดกับการเสียชีวิตของเด็ก 25 คนในการนำเสนอแก่ที่ปรึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

    รายงานของวอชิงตันโพสต์ระบุว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพได้ใช้ระบบรายงานผลไม่พึงประสงค์จากวัคซีน (Vaers) เพื่อเชื่อมโยงการเสียชีวิตของเด็กกับวัคซีนโควิด

    คณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับการปรับปรุงโดย โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ โดยเพิ่มนักวิจารณ์วัคซีนเข้าร่วมด้วยนั้น จะหารือเกี่ยวกับวัคซีนจาก Pfizer, Moderna และ BioNTech ในการประชุมสัปดาห์หน้า

    ส่วนคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (ACIP) มีกำหนดลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคหัด ตับอักเสบบี และโควิด ตามร่างวาระการประชุมที่เผยแพร่ช่วงเย็นวันศุกร์ โดยในการประชุมนี้จะมีการนำเสนอข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิดและการวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ของการฉีดวัคซีน

    ทั้งนี้ วัคซีนโควิดกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างเคนเนดีกับซูซาน โมนาเรซ อดีตผู้อำนวยการ CDC ซึ่งทำให้เธอต้องพ้นจากตำแหน่งเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับหน้าที่

    เคนเนดีเคยอ้างว่าวัคซีนที่พัฒนาขึ้นในสมัยแรกของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งช่วยชีวิตผู้คนนับล้านในช่วงการระบาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แม้ว่าการศึกษาที่เข้มงวดและมีผู้เข้าร่วมหลายล้านคนพบว่า แทบไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงเกิดขึ้น

    รายงานเรื่องนี้ออกมาในขณะที่ CDC ระบุว่าผู้ป่วยโควิดที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดทั่วประเทศ และไวรัสนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 15,000 รายในปี 2568 จนถึงสัปดาห์แรกของเดือนก.ย.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529181&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16phtCt3SmHYpjBltxV_OZ

  • นายกฯ ประเดิมปาฐกถาเวทีแรก แนะสธ.เตรียมยกระดับรับสังคมสูงวัย : อินโฟเควสท์

    นายกฯ ประเดิมปาฐกถาเวทีแรก แนะสธ.เตรียมยกระดับรับสังคมสูงวัย : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง “สาธารณสุขไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ว่า สถานการณ์ในขณะนี้เราต้องดูแลสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องทำให้ประชาชนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะไม่สามารถสร้างสถานพยาบาลเพิ่มได้ทันจำนวนประชากร ซึ่งต้องพยายามที่จะลดปัญหาผู้ป่วยติดเตียง, การสร้างงานให้ผู้สูงวัยเพื่อลดภาระสังคม

    หลังจากครม.ชุดใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ และเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน และรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ตนจะได้มอบนโยบายให้กับ รมว.สาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมาโชคดีที่ตนได้ดูแลงานของกระทรวง ทำให้ได้สนับสนุนเรื่องการผลิตบุคลากรทางแพทย์อย่างเต็มที่

    ปัจจุบันบุคลากรสาธารณสุขของไทยแม้จะมีความเข้มแข็ง แต่กำลังเผชิญภาระงานที่หนัก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ จนทำให้แพทย์และพยาบาลจำนวนหนึ่งทยอยลาออกจากระบบ ดังนั้น การพิจารณาร่างกฎหมายที่กำหนดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ เนื่องจากจะช่วยยกระดับสวัสดิภาพในการทำงาน ทำให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ขณะที่ความนิยมของเด็กรุ่นใหม่ในการศึกษาด้านการแพทย์และพยาบาลมีแนวโน้มลดลง จึงจำเป็นต้องบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหลายกระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาในเชิงระบบอย่างยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529065&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UKTjg1CoXK_wYirMZJzFt

  • สจด. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115172/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1anzmDtsNwNS4pK6L-Tm4I

  • ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งผู้บริหาร รองรับการเติบโตของงานใหญ่กลางปี

    ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งผู้บริหาร รองรับการเติบโตของงานใหญ่กลางปี

    BIG MOTOR SALE

    เพื่อรองรับการเติบโตของงานมหกรรมซื้อขายยานยนต์ Bangkok International Grand Motor Sale หรือ BIG MOTOR SALE โดย บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งสร้างความเคลื่อนไหวในภาคธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทยให้อยู่ในระดับที่เพิ่มขึ้นทุกปี นางมนต์สวรรค์ ขันมณี ประธานใหญ่การจัดงาน และ  นายจรวย ขันมณี  ประธานกรรมการบริหาร ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารเพิ่มเติมเพื่อให้การดำเนินงานสำคัญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการจัดงานสมตามเป้าหมายของการจัดงานนี้ขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ.2557  

    BIG MOTOR SALE

    เมื่อเสร็จสิ้นงาน BIG MOTOR SALE  ครั้งที่ 12 ในปีนี้ด้วยความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ ตามที่ปรากฏต่อสายตาผู้ร่วมงานและข่าวสารมากมาย จึงได้แต่งตั้งให้ นางสาวจุฑามาศ  ขันมณี (แพรว)  ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ “แบรนด์แอมบาสเดอร์กิตติมศักดิ์” ของงาน และได้ใช้เวลาศึกษาข้อมูลความเป็นไปในด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ยานยนต์  การสื่อสารประชาสัมพันธ์และการนำเสนอด้านการตลาดในแนวทางใหม่นอกเหนือจากการผลิตนิตยสารในเครือของบริษัท ได้รับประสบการณ์ด้านบริหารจัดการเพื่อดำเนินงาน BIG MOTOR SALE  มาเป็นเวลา 3 ปี  ให้เข้ารับตำแหน่ง Vice President of Organizing The Event  ของบริษัท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2568 เป็นต้นไป 

    BIG MOTOR SALE

    ในตำแหน่งนี้ นางสาวจุฑามาศ จะดูแลและรับผิดชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานทุกส่วนเพื่อให้งานมหกรรมซื้อขายรถยนต์กลางปีโดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ได้สร้างคุณค่าและคุณประโยชน์แก่ธุรกิจอุตสาหกรรม   ยานยนต์อย่างต่อเนื่องและเพิ่มพูนขึ้นในทุกปี 

    ประวัติส่วนตัวและการศึกษา 

    คุณแพรว จุฑามาศ เกิดเมื่อวันที่  14  กรกฎาคม  พ.ศ.2538   ศึกษาขั้นต้นจนถึงมัธยมปลายที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต ระหว่างการศึกษาได้พยายามหาความรู้ความเข้าใจในธุรกิจต่างๆ อยู่เสมอ     จากนั้นเดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านธุรกิจความงามที่ Liverpool John Moores  University และ  Academy of Medical Sciences  รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมด้านการลงทุนและการตลาดที่ London Business School แล้วกลับสู่ประเทศไทยเพื่อเตรียมเข้ารับหน้าที่บริหารจัดการงาน BIG MOTOR SALE อย่างเต็มตัว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://autostation.com/pr-csr/yanyont-square-group-announces-executive-appointments-to-support-growth-of-mid-year-mega-event/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17Ct8c0coquRiu6YRl4PDe