Category: วัฒนธรรม

  • เปิดวิสัยทัศน์ จิตสุภา – ดร.สุวิทย์ ทิศทางการศึกษาไทย สร้างคนเรียนรู้เชิงลึก ที่พัฒนาได้ตลอดชีวิต

    เปิดวิสัยทัศน์ จิตสุภา – ดร.สุวิทย์ ทิศทางการศึกษาไทย สร้างคนเรียนรู้เชิงลึก ที่พัฒนาได้ตลอดชีวิต

    Sustainability

    ความยั่งยืน24 ก.ย. 2568 13:58 น.

    ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง การศึกษาเปรียบเสมือนรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศชาติ ด้วยความเชื่อมั่นนี้ มูลนิธิไทยรัฐ จึงได้จัดงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา “อนุสาวรีย์มีชีวิต” ของคุณกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    ภายใต้หัวข้อที่ท้าทายและสอดรับกับยุคสมัยอย่าง “เรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต (Active Learning for Lifelong Learners)” เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการร่วมขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทย และสืบสานปณิธานของ คุณกำพล วัชรพล บุคคลสำคัญทางด้านการศึกษาและการสื่อสารมวลชน

    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต
    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    ภายในวันที่ 24 กันยายน 2568 ของงานที่เกิดขึ้นนี้ ได้มีการสัมมนาเรื่อง “การเรียนรู้เชิงลึก สู้การพัฒนาตลอดชีวิต” ซึ่งตลอดการเสวนานี้ เราได้รับฟังแนวคิดและองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชน ผู้เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

    ลำดับถัดไปนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะมาเจาะลึกถึงแก่นความคิดและทิศทางในอนาคตของการศึกษา ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์ของสองบุคคลสำคัญอย่าง คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ และกรรมการมูลนิธิไทยรัฐ พร้อม ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่จะมาฉายภาพให้เราเห็นว่า เราจะนำพาการศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยแนวคิด “การเรียนรู้เชิงรุก” เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพที่พร้อมเรียนรู้เชิงลึก สู่การพัฒนาตลอดชีวิตได้อย่างไร 

    คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ และแนวทางของมูลนิธิไทยรัฐวิทยาในอนาคตต่อจากนี้ ด้วยการเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักในการสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นพลเมืองดี มีทักษะชีวิต และพร้อมเรียนรู้เชิงลึก เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่
    คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ และแนวทางของมูลนิธิไทยรัฐวิทยาในอนาคตต่อจากนี้ ด้วยการเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักในการสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นพลเมืองดี มีทักษะชีวิต และพร้อมเรียนรู้เชิงลึก เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่

    ถอดรหัสวิสัยทัศน์ “ไทยรัฐวิทยา” ก้าวสู่การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการพัฒนาตลอดชีวิต

    จากบทเสวนาบนวทีสัมมนา ผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 โดย คุณจิตสุภา วัชรพล และ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนามูลนิธิและโรงเรียนไทยรัฐวิทยาให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างนักเรียนให้เป็นผู้เรียนรู้เชิงลึก  ที่สามารถพัฒนาได้ตลอดชีวิต (Life-long Learner) และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม โดยสร้างคนคุณภาพผ่านกลไกของโรงเรียน 

    คุณจิตสุภา วัชรพล ได้สรุปวิสัยทัศน์ และแนวทางของมูลนิธิไทยรัฐวิทยาในอนาคตต่อจากนี้ ด้วยการเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักในการสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นพลเมืองดี มีทักษะชีวิต และพร้อมเรียนรู้เชิงลึก เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น AI, สงครามการค้า หรือภัยพิบัติ เพราะพลเมืองที่แข็งแกร่งคือรากฐานของประเทศที่มั่นคง

    “สำหรับมูลนิธิฯ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ไม่ใช่เป็นเพียงสถานศึกษา แต่คือ ‘กลไกในการยกระดับคุณภาพชีวิต’ และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรกที่ตระหนักว่า “ครูและผู้บริหาร” คือหัวใจสำคัญ จึงมุ่งเน้นการจัดอบรมและเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดไปในระดับต่างๆ” 

    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต
    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    “รวมถึงการเติมทรัพยากรให้ครบถ้วน สนับสนุนทั้งทุนการศึกษา, ทุนอาหารกลางวัน, การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน , และจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล พร้อมเสริมหลักสูตรพิเศษ นอกเหนือจากหลักสูตรแกนกลางของ สพฐ. ได้มีการออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติมเพื่อสร้างทักษะแห่งอนาคต ได้แก่ หลักสูตรพลเมืองดี (Global Citizen) ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และมุมมองที่เปิดกว้างต่อสังคมโลก และหลักสูตรสื่อมวลชนศึกษา สอนทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลข่าวสารในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ และหลักสูตรความยั่งยืน สร้างความเข้าใจและทักษะการปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” 

    เป้าหมายสูงสุด คือ การบ่มเพาะนักเรียนให้เป็น ‘ผู้เรียนรู้ ที่สามารถพัฒนาได้ตลอดชีวิต’ ซึ่งไม่ใช่การท่องจำตามหลักสูตรตายตัว แต่คือการสร้าง “วิธีคิด” ที่ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถวิเคราะห์แยกแยะได้เอง โดยมูลนิธิฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนทุกฝ่าย เพื่อส่งต่อการศึกษาที่มีคุณภาพจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน” คุณจิตสุภา วัชรพล กล่าวทิ้งท้าย

    ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พูดถึงแนวคิดการปรับกระบวนทัศน์การศึกษา สู่การสร้างคนที่สมบูรณ์ เติบโตเป็นผู้ที่พัฒนา และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
    ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พูดถึงแนวคิดการปรับกระบวนทัศน์การศึกษา สู่การสร้างคนที่สมบูรณ์ เติบโตเป็นผู้ที่พัฒนา และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

    ปรับกระบวนทัศน์การศึกษา สู่การสร้างคนที่สมบูรณ์ เติบโตเป็นผู้ที่พัฒนา และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

    หัวข้อดังกล่าว คือสิ่งที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวได้อย่างน่าสนใจ พร้อมได้ขยายความแนวคิดของ ‘การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการพัฒนาตลอดชีวิต’ ไว้ว่า “เมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาต้องปรับ เพื่อสร้างคนที่สามารถสร้างชาติและขับเคลื่อนโลกต่อไปได้ ดังนั้นแล้ว การศึกษาในอนาคตจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อรองรับโลกที่ไม่เป็นเส้นตรงอีกต่อไป นำไปสู่การเปลี่ยนจาก Passive สู่ Active Learning ที่เปลี่ยนจากการนั่งฟังในห้องเรียน เป็นการเรียนรู้เชิงรุกที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม บ่มเพาะให้เด็กนั้นมองโลกทั้งใบคือโรงเรียน ด้วยการทลายกำแพงห้องเรียนและส่งเสริมให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างปัญญามนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมอบแนวคิดที่ต้องใช้ AI เป็นเครื่องมืออย่างชาญฉลาดโดยไม่หลงทางอย่างสมดุล เพื่อที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายสูงสุดคือ Well-being ของสังคม ที่การศึกษาไม่ได้มุ่งสร้างแค่เด็กเก่ง แต่ต้องสร้าง ‘เด็กที่อยู่ดีมีสุข’ และสามารถสร้างประโยชน์สุขให้แก่ส่วนรวมได้ ซึ่งเป็นเรื่องของความสมดุล พอดี และพอเพียง”

    ดร.สุวิทย์ ได้เสนอแนวคิดในการสร้างคนที่สมบูรณ์ (Growth for People) ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไป คือ Heart Set การสร้างจิตสำนึก ความเชื่อ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม Mindset การสร้างกรอบความคิดที่พร้อมจะสู้และมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ Skill Set การเสริมทักษะที่จำเป็นหลังจากมีหัวใจและความคิดที่ถูกต้องแล้ว และ Tool Set สอนให้รู้จักใช้เครื่องมือสมัยใหม่ เช่น AI และเทคโนโลยีดิจิทัล

    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต
    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ยังกล่าวไว้ว่า “ท้ายที่สุดแล้ว ระบบนิเวศทั้งหมดนี้จะหล่อหลอมให้เด็กรักที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม และเติบโตเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง”

    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต
    งานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ฉลองการเดินทางที่ก้าวสู่ปีที่ 56 ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ในการจุดประกายการเรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2884779&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hajUoKtuYSS5A5TKZK1iU

  • “BCPG” ต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ศึกษาดูงานพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “BCPG” ต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ศึกษาดูงานพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) นำโดยคุณปรียดา วุฒิภักดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร  ให้การต้อนรับอาจารย์และคณะนักศึกษาปริญญาโทและนักศึกษาแลกเปลี่ยน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในโอกาส    เข้าศึกษาดูงานเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานสะอาดและแนวทางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนของบีซีพีจี พร้อมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ  ศูนย์การเรียนรู้บีซีพีจี อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    การศึกษาดูงานครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาด ตั้งแต่กระบวนการพัฒนา การจัดการ ไปจนถึงนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและมุมมองในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/24/580838/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SF88VyAPJw_4TxM4Ipb7l

  • ชงรัฐแก้ปัญหา “ถนนทรุด” เปิดข้อมูล – เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

    ชงรัฐแก้ปัญหา “ถนนทรุด” เปิดข้อมูล – เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

    สภาผู้บริโภคยัน กรณี ‘ถนนทรุด’ หน้าวชิรพยาบาล ต้องมีผู้รับผิดชอบเยียวยาความเสียหายประชาชนผู้เดือดร้อน เสนอเปิดเผยข้อมูลมาตรฐานความปลอดภัยโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

    เหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน เขตดุสิต เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กันยายน 2568 กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ไม่เพียงแต่ทำให้พื้นถนนพังเสียหาย การจราจรถูกปิดกั้นจนรถติดหนัก แต่ยังทำให้โรงพยาบาลต้องหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก และอพยพผู้ป่วยกว่า 3,000 คนออกจากอาคารใกล้จุดทรุดตัวเพื่อความปลอดภัย โดยสาเหตุสำคัญของการทรุดตัวครั้งนี้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน

    ชงฟ้องแพ่ง เยียวยาประชาชน เหตุ ถนนทรุด : พรพรหม โอกุชิ

    พรพรหม โอกุชิ รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียง “อุบัติเหตุจากการก่อสร้าง” แต่คือเรื่องสิทธิของประชาชนที่ควรได้รับการคุ้มครอง เพราะคนทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเดินทางอย่างปลอดภัย ซึ่งหากประชาชนได้รับบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบชดเชยและเยียวยาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งควรมีการกำหนดบทลงโทษหรือมาตรการทางแพ่งแก่ผู้รับเหมาหรือหน่วยงานที่ละเลยหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหาย

    ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า มาตรฐานการป้องกันการเคลื่อนตัวของดินถูกกำหนดไว้อย่างไร มีมาตรการตรวจสอบที่ชัดเจนและต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่ และหากพบความบกพร่องมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก เพราะที่ผ่านมาไม่เพียงแต่กรณี ถนนทรุด ครั้งนี้ แต่ยังมีเหตุการณ์คนงานตกลงไปในหลุมก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นข่าวมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้อย่างโปร่งใส

    “เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานรัฐทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย สร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการเดินทางอย่างปลอดภัย” พรพรหม ระบุ

    ดังนั้น สภาผู้บริโภคจึงขอเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยข้อมูลที่ประชาชนควรได้รับ ดังนี้

    1. มาตรฐานการก่อสร้าง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงว่ามีการกำหนดมาตรฐานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมอย่างไร รวมไปถึงการระบุหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้มาตรฐานเหล่านี้อย่างชัดเจน
    2. มาตรการการป้องกันดินเคลื่อนและการทรุดตัวของพื้นผิว โดยต้องมีการอธิบายอย่างชัดเจนว่ามีมาตรการใดในการป้องกันดินไหล การทรุดตัว และการเกิดช่องว่างใต้ดินและต้องเปิดเผยวิธีการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการก่อสร้าง รวมถึงกลไกการแก้ไขเมื่อพบความผิดปกติ เช่น การอัดดินเสริม การตรวจสอบด้วยเทคโนโลยี หรือการซ่อมเสริมทันทีที่พบความเสี่ยง ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีทั้งเหตุการณ์ถนนทรุด และกรณีคนงานตกลงไปในหลุมก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างในการป้องกัน
    3. ผลการตรวจสอบและการติดตามความปลอดภัย ต้องมีการเผยแพร่รายงานการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ให้ประชาชนหรือองค์กรผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรายงานได้ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที และเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ก่อสร้างมั่นใจว่าจะไม่ถูกละเลยผลกระทบ เช่น เสียงดัง ฝุ่นละออง การสั่นสะเทือน รวมไปถึงความเสี่ยงต่ออาคารบ้านเรือนโดยรอบ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล ปิดการจราจร ถ.สามเสน-สะพานกรุงธนฯ รถติดสาหัส

    ประมาท หรือ อุบัติเหตุ? ก่อสร้างพระราม 2 ตาย 2 คน ในหนึ่งเดือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24092568_deconstructed-road_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cEfQSOMOYwsAS9i6XEdPD

  • สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

    สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

    สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย  ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนในพระอุปถัมภ์ฯ และ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จัดงานคอนเสิร์ตแห่งบทเพลงทองคำสุดยิ่งใหญ่แห่งปี The Golden show concert 2025 รอบการกุศล เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ ร่วมชมคอนเสิร์ต เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 ณ เมืองไทยรัชดาลัย

    ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยามหิดลฯ ร่วมสมทบทุน 1,500,000 บาท สนับสนุนคอนเสิร์ต The Golden show concert 2025 รอบการกุศล โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบ โดยมี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมาคม และคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ (จากซ้าย) ประไพพร เตียเจริญ, รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล, ชยานันท์ มโนเกษมสุข, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา, รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข ร่วมรับมอบ

    “The Golden Show Concert 2025” เป็นคอนเสิร์ตที่พาทุกคนข้ามเวลาไปยังดินแดนแห่งจินตนาการ เพื่อพบกับช่วงเวลาแห่งความสุขจากบทเพลงที่ทุกคนคิดถึงในอดีต เต็มอิ่มจุใจไปกับโชว์สุดตระการตาจากศิลปินเดอะโกลเดนซองทุกซีซัน นำโดย แอ๊ค โชคชัย, ผิงผิง สรวีย์, วิน วศิน, พลอย ทิพย์รมิดา, เบลโลล่า กนิษฐา, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, โตโต้ ธนเดช, ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ, อลิศ ธนัชศลักษณ์, ซาย ภิสา และ 6 คนสุดท้ายจาก THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7  ณัฐ ณัฐภัทร , แอน ณัฏฐ์ณัชชา , พลอย อิสรีย์ภัค , นัท มาลิสา , อั่งเปา ตะวันวาด , อ๊อฟ ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากกรรมการ กัน นภัทร, เม้า สุดา, โจ้ สุธีศักดิ์, กบ สุวนันท์, พิธีกร เกลือ กิตติ, คริส พีรวัส และโชว์สุดไพเราะจาก หนึ่ง จักรวาล และ เจี๊ยบ นนทิยา

    รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ , สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี ม.มหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ อุปนายก คนที่ 2 สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ

    เปิดเวทีพาผู้ชมย้อนเวลาไปกับบทเพลงทองคำ พาทุกคนไปในห้วงเวลาที่คิดถึง เริ่มเวทีด้วยโชว์สุดตระการตาจากหนุ่มเสียงดี แอ๊ค-โตโต้-ภูมิ-วิน-โก๊ะตุลย์ ด้วยเพลง “ลำนำรัก” ต่อด้วยแก๊งสาวเสียงหวาน พลอย-ซาย-เบลโลล่า-อลิศ-ผิงผิง กับเพลง “รักข้ามขอบฟ้า” จากนั้นแท็กทีมหนุ่มเสียงดีและสาวเสียงหวาน โชว์ต่อกับบทเพลง “ดาวล้อมเดือน” มาถึงคิวของ กัน-นภัทร ที่พาแฟน ๆ เปิดประตูเวลาทะลุมิติย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ด้วยเพลง “ออเจ้า” ได้อย่างละมุนหู พร้อมเปิดตัวอีกหนึ่งกรรมการ ดีกรีศิลปินแห่งชาติ แม่เม้า-สุดา มาในเพลง “จูบ” จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์ไปกับ 2 หนุ่ม โก๊ะตุลย์-ภูมิ ที่จับมือมาสร้างสีสันในเพลง ป่าลั่น ให้ทุกคนในฮอลล์ได้ปรบมือตามกัน

    รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล,รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์ฯ, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, รศ.ดร.ยาใจ สิทธิมงคล, ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ประธานสภาคณาจารย์ ม.มหิดล และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข

    งานนี้ เกลือ-คริส ไม่น้อยหน้า มาในฐานะคู่หูดูโอ กับการจับไมค์ร้องเพลงคู่กันเป็นครั้งแรกของสองพิธีกรแห่งรายการ The Golden Song ในเพลง “หัวใจมีปีก” ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งคู่ไม่น้อย ก่อนจะส่งเข้าโชว์จาก โตโต้-ซาย-เบลโลล่า กับตำนานที่เป็นโศกนาฏกรรมความรักสุดอมตะ “ยอยศพระลอ” ที่ร้องและรำได้อย่างงดงาม ต่อด้วยโชว์จากแชมป์ป้ายแดงและเพื่อน ๆ The Golden Song ซีซั่น7 ณัฐ ณัฐภัทร, แอน ณัฏฐ์ณัชชา, พลอย อิสรีย์ภัค, นัท มาลิสา, อั่งเปา ตะวันวาด และ อ๊อฟ ธาดาพงศ์ ที่มาในเพลง ใครหนอ และ เพ้อ แถมงานนี้ ณัฐ ได้นำเพลงเปลี่ยนชีวิตอย่าง “สนามอารมณ์” มาถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญและยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ ส่งต่อไปยังช่วงเวลาของแชมป์ทุกสมัย ณัฐ-แอ๊ค-วิน-ผิงผิง-พลอย-เบลโลล่า-โก๊ะตุลย์ มาในเพลง “นาทีที่ยิ่งใหญ่” พร้อมพูดคุยถึงความประทับใจช่วงแข่งในอดีต

    ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์  อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.สุรชัย ชัยวัฒน์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ดร.ทพญ. ธีรลักษณ์ สุทธเสถียร ประธานที่ปรึกษาคณบดีคณะทันตแพทยฯ และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ

    เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นอีกครั้ง ต้อนรับ 4 กรรมการ แม่เม้า-โจ้-กบ-กัน ที่หยิบเพลง “เก็บตะวัน” มาทักทายแฟน ๆ พร้อมไฮไลท์จาก หนึ่ง จักรวาล ขึ้นมาร่วมโชว์พิเศษกับน้อง ๆ ด้วยบทเพลงอมตะเพื่อรำลึกถึงครูสุรพล โทณะวนิก อาทิ โอ้รัก, ลมรัก, ฉงน, หนาวเนื้อ ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีบทเพลงไทยสากลที่ได้รับการยกย่องระดับทองคำ ที่นำเอาทำนองสุดไพเราะมาผสมผสาน เข้ากับกลิ่นอายของเอเชียได้อย่างงดงาม อย่างเพลง วอนลมรัก, ดาวประดับใจ, พะวงรัก, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้, บัวขาว จาก เบลโลล่า-แอ๊ค-อลิศ-พลอย-ผิงผิง ได้อย่างตราตรึงใจ แถมยังพาผู้ชมไปท่องอวกาศ กับเพลง “พบกันที่ดวงดาว” จาก กัน-คริส-เกลือ และมาสนุกกันแบบรัว ๆ กับเหล่าศิลปินที่หยิบเอา อย่าง งานวัด, สายเกินไป, จากยอดดอย, บ้านเกิดเมืองนอน จนผู้ชมต้องนั่งกันไม่ติด ก่อนโบกมือลาเวทีส่งท้ายช่วงเวลาแห่งความสุขไปพร้อมกัน ด้วยเพลง รักเธอประเทศไทย, ความรักไม่รู้จบ ได้อย่างอิ่มเอมและประทับใจ

    ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ พรประภา – ทพ.สุนทร อัศวานันท์ 

    อธิการบดี ม.มหิดล และ ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ อังคณา พุทธพรมงคล ควงลูกๆ สุทธิพงศ์  พุทธพรมงคล และ ปนวรรณ  ตัณฑ์ไพโรจน์ มาชมคอนเสิร์ต


    ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา , ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ และ รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ ขึ้นมอบดอกไม้แก่ตัวแทนศิลปิน นำโดย แม่เม้า สุดา ชื่นบาน, ครูหนึ่ง จักรวาล และ กัน นภัทร


    ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ ท่ามกลางน้องๆ ศิลปิน The Golden Song


    ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์ และ ภคพล เมธาอัครโชค จากช่อง ONE

    อุทัย พิมพ์ใจชน อดีต ประธาน สส. และอดีตประธานรัฐสภา และ พล.ต.ต. วีระ อนันตกูล  อดีต สส.ชลบุรี และ อดีต สว. ร่วมชมคอนเสิร์ต


    การแสดงจาก 4 กรรมการ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, แม่เม้า- สุดา ชื่นบาน, กบ- สุวนันท์ คงยิ่ง และโจ้ – สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา


    แม่เม้า, กบ สุวนันท์ และ ครูเจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า นำทีมลูกๆ  ผิงผิง สรวีย์, เบลโลล่า ย้อนวัยคอซอง


    ณัฐ ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์ THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7


    การแสดงสุดพิเศษจาก 2 พิธีกร คริส พีรวัส และ เกลือ กิตติ ร่วมด้วย กัน กันนภัทร  


    ผิงผิง สรวีย์


    เบลโลล่า กนิษฐา

     ปิดท้ายการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยบทเพลง รักเธอประเทศไทย และ ความรักไม่รู้จบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/916250&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o2DG7wCCQyxDdUnU2–PR

  • ไทยประกันชีวิต สนับสนุนการศึกษา ในโครงการ “สำนักงาน คปภ. รวมพลังภาคประกันภัย รวมใจเพื่อการศึกษา”

    ไทยประกันชีวิต สนับสนุนการศึกษา ในโครงการ “สำนักงาน คปภ. รวมพลังภาคประกันภัย รวมใจเพื่อการศึกษา”

    23 กันยายน 2568 19:56 น. สยามรัฐออนไลน์ ประกันภัย

    นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นประธานรับมอบสิ่งของสนับสนุนด้านการศึกษา จากนายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ Senior Executive Expert บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนถาวรานุกูล และโรงเรียนเทศบาล วัดธรรมนิมิต จังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้โครงการ “สำนักงาน คปภ. รวมพลังภาคประกันภัย รวมใจเพื่อการศึกษาให้กับโรงเรียนภายใต้อุปถัมภ์ของวัดธรรมนิมิต” อันเป็นการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนไทย ณ โรงเรียนเทศบาล วัดธรรมนิมิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/653159&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WmmOAEHm_aFmXnMvVtzAY

  • กปน. มอบรางวัลโครงการประกวดสร้างสรรค์คอนเทนต์

    กปน. มอบรางวัลโครงการประกวดสร้างสรรค์คอนเทนต์

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้อง Auditorium อาคารสุทธิอุทกากร นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดสร้างสรรค์คอนเทนต์ ‘MWA CAMPUS CREATOR CHALLENGE’ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์คลิปสั้น สร้างการรับรู้และความเข้าใจในบริการ สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประปาอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด ‘One Stop Water Services by MWA’ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ มีผู้เข้าร่วมประกวดมากถึง 1,100 คน จาก 272 ทีม และคัดเลือกผลงานที่โดดเด่น ซึ่งได้มานำเสนอผลงานในรอบชิงชนะเลิศเพียง 15 ทีมสุดท้าย สรุปผลรางวัลของทีมที่ได้รับทุนการศึกษา พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ดังนี้

    รางวัลชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 15,000 บาท ได้แก่ ทีมอุ๊ซัง มังงะ จากคณะเทคโนโลยีและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร  

    รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ ทีมน้ำดี คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ ทีม Wild Bloom คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

    และรางวัลชมเชย ได้รับทุนการศึกษา ทีมละ 3,000 บาท ได้แก่ ทีมปาปารัซซี่ แอ้ และทีม Scoopy doo PAPA จากคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และทีมฉลามน้ำจืด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

    ในการนี้ ผู้ว่าการ กปน. ได้กล่าวแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล และขอบคุณน้อง ๆ ที่ได้มีส่วนช่วยในการสะท้อนภาพลักษณ์ ‘สะดวก ทันสมัย ไว้วางใจได้’ ของบริการ One Stop Water Services by MWA ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ กปน. ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษาในการสนับสนุน การพัฒนาประเทศชาติและสังคม และหวังจะได้รับความร่วมมือที่ดีเช่นนี้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57737&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LwIRhTTftN48DNSzWakEA

  • สกพอ. ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ เปิดผลการศึกษาขยายพื้นที่ อีอีซี ปลุกพลังคนปราจีนบุรี ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สกพอ. ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ เปิดผลการศึกษาขยายพื้นที่ อีอีซี ปลุกพลังคนปราจีนบุรี ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ร่วมกับ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ต่อ (ร่าง) รายงานผลการศึกษา โครงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน และ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ร่วมกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ รวมกว่า 300 คน  เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นต่อข้อห่วงใยถึงผลกระทบและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายพื้นที่อีอีซี เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำ หรือผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ณ โรงแรมสยามดาษดา เขาใหญ่รีสอร์ท จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหน่วยงานกลางที่ศึกษาถึงการขยายพื้นที่ อีอีซี ดังกล่าว ได้นำเสนอ ถึงผลการศึกษาความเหมาะสมของจังหวัดปราจีนบุรีในการเข้าสู่พื้นที่อีอีซี  รวมทั้งได้เผยถึง รายงานสรุปข้อมูลผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์จุดเด่นและข้อจำกัดของพื้นที่ 7 อำเภอในจังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งแนวโน้มการใช้ทรัพยากรจากเข้าสู่อีอีซี พร้อมกันนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุม ได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในมิติต่าง ๆ อย่างเปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นกลาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

    สำหรับการดำเนินการต่อไป สกพอ. จะได้สรุปรายงานผลการศึกษา พร้อมรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นำผลการศึกษาฯ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ทั้งนี้ หากเห็นชอบให้มีการขยายพื้นที่ฯ ดังกล่าว สกพอ. จะจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (เพิ่มเติม) เพื่อเสนอ กพอ. และ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษา

    โดย สกพอ. ขอให้ความมั่นใจแก่ประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี ว่าจะดำเนินการโดยยึดผลประโยชน์ของพื้นที่และชุมชนเป็นหลัก โดยจะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม อาทิ ข้อเสนอแนะเรื่องผลักดันการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่อย่างเท่าเทียมจากหอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี ข้อเสนอแนะจากอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เรื่องการสร้างโอกาสพัฒนาจังหวัดฯ ในทุกมิติผ่านการสร้างตลาดแรงงานชั้นสูง ซึ่งถือเป็นการการสร้างงาน สร้างอาชีพกับนักศึกษาในท้องที่ ได้มีโอกาสทำงานที่ดีใกล้บ้าน และมีรายได้ที่มั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง ไปพิจารณาเพื่อให้การศึกษาขยายพื้นที่อีอีซีครั้งนี้ ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อไป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/23/580617/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ni4fJAzmXwD7E_dGRsGVu

  • กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี – ฐานเศรษฐกิจ

    กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี – ฐานเศรษฐกิจ

    ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี ต่อยอดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนครบทั้งพอร์ตโฟลิโอ เดินหน้าสู่ Sustainable Growth.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/sustainable/environment/639623&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21S3oDpRsGQ1CUgy0cuxaj

  • ‘บัณฑิตล้นตลาด’ แต่ขาด ‘ช่างฝีมือ’ เด็กจีนจบปริญญา หันเรียนอาชีวะต่อ

    ‘บัณฑิตล้นตลาด’ แต่ขาด ‘ช่างฝีมือ’ เด็กจีนจบปริญญา หันเรียนอาชีวะต่อ

    ต่างประเทศ

    ‘บัณฑิตล้นตลาด’ แต่ขาด ‘ช่างฝีมือ’ เด็กจีนจบปริญญา หันเรียนอาชีวะต่อ

    ตลาดแรงงานจีนเจอภาวะ ‘บัณฑิตล้น–ช่างฝีมือขาด’ เรียนจบสูงแต่หางานยาก ต้องผันตัวไปทำงานรับจ้างหรือกลับบ้าน ขณะที่อุตสาหกรรมเกิดใหม่กลับขาดแรงงานฝีมือมหาศาล กระแสใหม่จึงเกิดขึ้น คนจบป.ตรีและโทแห่เรียน ‘อาชีวะ’ เพื่อคว้าโอกาสงานจริงและปรับตัวสู่ตลาดแรงงานที่ต้องการทักษะฝีมือ

    ในทุกปี จีนผลิต “บัณฑิตมหาวิทยาลัย” ออกมามหาศาล แต่กลับหางานยาก หลายคนต้องผันตัวเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ไลฟ์สตรีมเมอร์ หรือแม้แต่กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่แทน ในขณะที่ตำแหน่งงานสายเทคนิค เช่น การผลิต ไอที และสาธารณสุข กลับ “ขาดแคลนแรงงาน” นับสิบล้านตำแหน่ง นี่จึงทำให้บัณฑิตจีนไม่น้อย หันไปเรียนต่อ “อาชีวะ” แทน ซึ่งให้โอกาสงานมากกว่า

    “งานผลิตระดับล่างอาจใช้หุ่นยนต์ได้ แต่เรายังขาด ‘แรงงานช่างฝีมือ’ ที่เขียนโค้ดหรือควบคุมเครื่องจักรเหล่านั้น” แดน หวัง ผู้อำนวยการประจำจีนของ Eurasia Group กล่าว

    หนึ่งในนั้น คือ เกา เซิงหาน หลังจบ “ปริญญาตรีสาขาการแสดงดนตรี” เธอผ่านงานหลายอย่างมา 6 ปี ทั้งเป็นครูดนตรี เจ้าของร้านอาหาร และร้านเสื้อผ้า สุดท้ายความหลงใหลในแฟชั่นและต้องการเพิ่มโอกาสแข่งขัน ทำให้เธอเลือกเส้นทาง “กลับมาเรียนสายอาชีพ” เป็นนักศึกษาใหม่ด้านแฟชั่นที่ Guangzhou Baiyun Technician College of Business and Technology 

    ปรากฏการณ์นี้ยังรวมถึงถง เจี๋ยจง ที่แม้จะจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งอย่างชิงหัว แต่ภายหลังเธอถูกเลิกจ้างจากงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ จึงหันมาสมัครเรียนสาขาอาชีพ ศิลปะการทำอาหารที่ Shandong Lanxiang Technician College แม้คนในออนไลน์จะประหลาดใจ แต่ถงยืนยันว่าความรักในการทำอาหารคือแรงผลักดันหลักของเธอ

    จากข้อมูลเว็บไซต์บริการหางาน Zhaopin เผยว่า ภายในเดือนเมษายน 2024 มีบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้รับข้อเสนองานเพียง 45% ในขณะที่ผู้จบ “วิทยาลัยอาชีวะ” มีอัตราได้งานสูงถึง 57% เพราะสถาบันเหล่านี้มักมีเครือข่ายฝึกงานและบรรจุงานร่วมกับบริษัทเอกชน

    ‘บัณฑิตล้นตลาด’ แต่ขาด ‘ช่างฝีมือ’ เด็กจีนจบปริญญา หันเรียนอาชีวะต่อ

    – งานด้านสายอาชีพ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด (ภาพ: shutterstock) –

    บัณฑิตล้นตลาด แต่ขาดช่างฝีมือ

    ในขณะนี้ บัณฑิตมหาวิทยาลัยมักเผชิญปัญหาใหญ่ คือ “ความรู้เชิงทฤษฎีไม่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมจริง” ทำให้มีคุณสมบัติสูงเกินไปสำหรับงานเริ่มต้น แต่ทักษะไม่พอสำหรับงานเทคนิค

    เหมา อวี้เฟย รองศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์แรงงานมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจปักกิ่งระบุว่า แนวโน้มนี้สะท้อนความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษา

    “หากนักเรียนเรียนจบการศึกษาระดับสูงแล้ว ยังต้องกลับมาฝึกสายอาชีพ แสดงว่าทรัพยากรการศึกษาเดิมไม่ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทักษะที่ใช้ได้จริง ส่งผลให้เกิดการซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองทรัพยากรทั้งคน อุปกรณ์การเรียนการสอน และการเงิน” เหมากล่าว

    แนวโน้มนี้สะท้อนความขัดแย้งเชิงโครงสร้างตลาดแรงงานจีน คือมีผู้สมัครงานสายออฟฟิศล้นตลาด ขณะเดียวกันกลับขาดแคลนแรงงานทักษะสูง สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างรุนแรง

    รัฐดันสายอาชีพ สู่โรงงานและเทคโนโลยีอนาคต

    ด้วยการขาดแคลนเช่นนี้ รัฐบาลจีนโดยเฉพาะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จึงส่งสัญญาณสนับสนุนให้เยาวชนเลือกเรียน “สายอาชีวะ” ซึ่งเป็นหลักสูตร 3 ปี เน้นสร้างทักษะช่างเทคนิค เครื่องจักร วิศวกรหุ่นยนต์ พยาบาล และสายงานเฉพาะอื่นๆ เพื่อป้อนโรงงานและอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลนคน

    ปัจจุบัน จีนมีนักศึกษามหาวิทยาลัยกว่า 20 ล้านคน เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยของจีนกว่า 1,300 แห่ง และอีก 17 ล้านคน ศึกษาอยู่ในวิทยาลัยอาชีวะกว่า 1,500 แห่ง

    เป้าหมายของรัฐบาลคือ ยกระดับสถาบันอาชีวะให้เป็น “อาชีวะชั้นนำระดับโลก” ภายในปี 2035 โดยค่าเล่าเรียนแทบไม่ต่างกันอยู่ที่ราว 6,000 หยวน (ประมาณ 26,000 บาท) ต่อปีในสถาบันของรัฐ ส่วนโรงเรียนเอกชนมักมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยสองเท่าของอัตรานี้

    ‘บัณฑิตล้นตลาด’ แต่ขาด ‘ช่างฝีมือ’ เด็กจีนจบปริญญา หันเรียนอาชีวะต่อ

    ผู้ปกครองจีนติดค่านิยม สายสามัญดูมีศักดิ์กว่าอาชีวะ

    แม้รัฐบาลประกาศตั้งแต่สามปีก่อนว่า ผู้เรียนสายสามัญและสายอาชีพควรมีโอกาสเท่าเทียมกัน แต่ในความเป็นจริงหลายบริษัทใหญ่ยังต้องการใบปริญญาตรี สำหรับตำแหน่งงานที่มีเกียรติหรือมีชื่อเสียงมากกว่า อีกทั้งบัณฑิตมหาวิทยาลัยยังมีรายได้เฉลี่ยหลังจบ 3 ปีที่ราว 10,168 หยวน หรือราว 45,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าผู้จบวิทยาลัยอาชีวะราว 1 ใน 3 ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาการศึกษา Mycos

    เหตุผลเพราะตลอดหลายพันปีในจีน เป้าหมายของการศึกษาคือ การสอบผ่าน “ระบบจอหงวน” เพื่อรับตำแหน่งข้าราชการ ดังนั้นเด็กที่ตั้งใจเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน จึงใช้เวลาเกือบทั้งหมดในช่วงมัธยมปลายเพื่อเตรียมสอบ “เกาเข่า” ซึ่งเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทรหดและกินเวลาหลายวัน

    ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้เข้า “มหาวิทยาลัยชั้นนำ” ส่วนผู้ที่คะแนนต่ำกว่าจะต้องเลือก มหาวิทยาลัยที่ไม่โด่งดังนัก หรือแม้แต่ “วิทยาลัยอาชีวะ”

    ความคิดของผู้ปกครองก็เป็นอุปสรรค ผู้ปกครองส่วนใหญ่เชื่อในการเรียนหนักว่า “โรงเรียนที่ดีคือต้องปลุกเด็ก 6 โมงเช้า และให้เรียนยาวถึง 5 ทุ่ม” หลี่ รู่หยวน ครูใหญ่โรงเรียนอาชีวะในมณฑลเหอเป่ยกล่าว “ถ้าบอกว่าเด็กสามารถเล่นหรือทำกิจกรรมส่วนตัวได้ พ่อแม่จะกังวลทันที”

    ปรับภาพลักษณ์สายอาชีพใหม่ ‘รากฐานของชาติ’

    ที่ผ่านมา ปธน.สี จิ้นผิงซึ่งเคยบริหารวิทยาลัยอาชีวะในทศวรรษ 1990 พยายามยกระดับภาพลักษณ์ของการเรียนสายช่าง โดยเรียกแรงงานฝีมือว่า “รากฐานของชาติ” อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเดิมๆ ยังคงฝังลึก

    ปี 2021 การเสนอควบรวมมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งกับวิทยาลัยอาชีวะเพื่อเพิ่มศักยภาพสายช่างกลับจุดกระแสต่อต้าน เพราะกลัวว่าการควบรวมจะทำให้ปริญญาของตนด้อยค่า โดยมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในนครหนานจิง มีการประท้วงหนักถึงขั้นนักศึกษากักตัวคณบดี ก่อนที่ตำรวจจะเข้าช่วยเหลือ

    อย่างไรก็ตาม สถาบันอาชีวะบางแห่งก็เริ่มสร้างชื่อทัดเทียมมหาวิทยาลัยชั้นนำแล้ว เช่น Shenzhen Polytechnic University ที่ได้รับฉายา “ชิงหัวน้อย” ด้วยความร่วมมือใกล้ชิดกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Huawei และสนับสนุนสตาร์ตอัปของนักศึกษา จึงดึงดูดคนเก่งที่สามารถเลือกมหาวิทยาลัยชั้นนำได้

    “ฉันได้รู้ว่า ไม่จำเป็นต้องมีปริญญาโท ก็ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้” โจวเฉิน นักศึกษาที่นี่กล่าว

    ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ไม่ว่าบัณฑิตที่กลับมาฝึก “สายอาชีพ” กลางคัน หรือเด็กเก่งที่เลือกเส้นทางอาชีวะตั้งแต่แรก เหมา อวี้เฟยจึงแนะนำ “แนวทาง 2 ข้อ” อย่างแรก มหาวิทยาลัยควรปรับหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง เช่น หลักสูตรปริญญาตรีเชิงปฏิบัติ หรือปริญญาโทสายวิชาชีพ และสอง รัฐบาลควรสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้คนสามารถพัฒนาทักษะต่อเนื่องไปตลอดอาชีพ โดยไม่ควรรอให้เกิดปัญหาในอาชีพ แล้วค่อยมาฝึกเพิ่มในภายหลัง

    อ้างอิง: bloombergnikkeiyicai

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1199886&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jSs_e39UnUWD9147AOTlv