Blog

  • T

    T

    โครงการ TO BE NUMBER ONE และสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการ “RoV x Buff to Build Number One” เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมอีสปอร์ตและการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ และการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานการพัฒนาเยาวชนสู่โลกอนาคต

    TO BE NUMBER ONE และ CEYDA ผนึกกำลัง RoV สร้างทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตการศึกษาระดับชาติวางรากฐานเยาวชนไทยสู่เส้นทางอาชีพอีสปอร์ตอย่างยั่งยืน ผ่าน

    โดยจะนำร่องโครงการ “RoV x Buff to Build Number One” ด้วยการแข่งขันอีสปอร์ตบนเกม Arena of Valor (RoV) ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะเปิดรับสมัครตัวแทนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา มากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหานักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่สู่ระดับกึ่งอาชีพ (Semi-Pro) ซึ่ง 2 ทีมที่ทำผลงานดีที่สุดจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขัน TEPL Wildcard Tournament 2026 เพื่อต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในวงการอีสปอร์ต

    หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE กล่าวว่า “เรามุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพในพื้นที่ที่เหมาะสม อีสปอร์ตเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถต่อยอดสู่อนาคตที่สร้างสรรค์ได้”

    ฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน CEYDA กล่าวว่า “โครงการนี้คือการวางรากฐานอีสปอร์ตในระบบการศึกษา สร้างโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะแห่งอนาคต ที่ต่อยอดได้ทั้งในสายอาชีพอีสปอร์ตและอุตสาหกรรมดิจิทัล”

    วราวุธ โพธิ์ยิ้ม (ตั้ม) CEO – TO BE NUMBER ONE Esports กล่าวเสริมว่า “เราทำหน้าที่เติมเต็ม Ecosystem รองรับเยาวชนจากโครงการนี้ ตั้งแต่การพัฒนา การแข่งขันระดับสูง ไปจนถึงการผลักดันสู่เส้นทางอาชีพจริง”

    ภวิษย์พร เจียรประเสริฐ Country Head ประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การีนาเชื่อมั่นในการพัฒนาความชอบให้เป็นทักษะที่ใช้ได้จริง ความร่วมมือในโครงการนี้จึงเป็นความมุ่งมั่นที่จะ ‘Buff’ หรือเสริมพลังให้เยาวชนไทยกล้าแสดงออกและได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มที่เพื่อบ่มเพาะนักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่จากระดับโรงเรียนสู่ระดับมืออาชีพ ภายใต้สังคมเกมที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน”

    นอกจากการแข่งขัน โครงการยังเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมพัฒนาเยาวชนระยะยาว ทั้งการอบรม เวิร์กช็อป การพัฒนาชมรม และการสร้างเครือข่ายอีสปอร์ตในสถานศึกษา โดยมุ่งพัฒนาทั้งทักษะนักกีฬา และทักษะอาชีพอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตและดิจิทัลอย่างรอบด้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieunj7ell1n1rs6jvv37di795d17uqgt&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e_Qwr_VAk5-B5eEhE4Eo1

  • “สติธร” แนะ “ภูมิใจไทย” จับงานมั่นคง-เศรษฐกิจ สร้างคลัสเตอร์กระทรวง ดึงทีมมืออาชีพร่วมขบวน ผลักดันผลงานเป็นรูปธรรม

    “สติธร” แนะ “ภูมิใจไทย” จับงานมั่นคง-เศรษฐกิจ สร้างคลัสเตอร์กระทรวง ดึงทีมมืออาชีพร่วมขบวน ผลักดันผลงานเป็นรูปธรรม

    ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อการจัดสรรงานในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ภายหลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง ว่า ผลการเลือกตั้งที่พรรคได้ ส.ส.มากกว่า 190 เสียง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิทัศน์การเมืองไทย เนื่องจากฐานเสียงระดับดังกล่าวทำให้พรรคมีเสถียรภาพทางการเมืองสูง และมี “ทุนทางการเมือง” เพียงพอที่จะมุ่งเน้นคุณภาพของรัฐบาล มากกว่าการประคองเสียงข้างมากแบบเปราะบางเช่นในอดีต

    ดร.สติธร ระบุว่า โอกาสสำคัญของพรรคในขณะนี้ คือการพิสูจน์คำมั่นเรื่องการตั้ง “รัฐบาลมืออาชีพ” ให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการแสดงผลลัพธ์เชิงนโยบายและประสิทธิภาพการบริหารอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ “พูดแล้วทำ” และตอบสนองความคาดหวังของผู้ลงคะแนนเสียง รวมถึงกลุ่มชนชั้นกลางและภาคธุรกิจที่หันมาให้การสนับสนุนมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม แม้พรรคจะชนะอย่างชัดเจนในระบบเขต แต่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 19 ที่นั่ง การดึงพรรคที่มีฐานเสียงบัญชีรายชื่อเข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคขนาดเล็ก จะช่วยเสริมความชอบธรรมเชิงโครงสร้าง ทำให้รัฐบาลมีภาพเป็น รัฐบาลแห่งฉันทามติ มากกว่ารัฐบาลของพรรคเดียว และสะท้อนความหลากหลายของเสียงประชาชนในระดับประเทศ

    สำหรับโจทย์สำคัญต่อจากนี้ คือการแปลงชัยชนะทางการเมืองให้เป็นความสำเร็จด้านการบริหาร โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนจับตามองมากที่สุด ดร.สติธร เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยควรมุ่งดูแลงานหลักทั้งสองด้าน และจัดทีมรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญจริงเข้าทำงาน

    ทั้งนี้ แนวทางที่เหมาะสมคือการบริหารแบบ “คลัสเตอร์กระทรวง” ที่เน้นการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างหน่วยงาน มากกว่าการทำงานแบบต่างคนต่างทำ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายมีเอกภาพและเกิดผลลัพธ์ชัดเจน หากสามารถสร้างระบบการทำงานที่บูรณาการได้จริง จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์จากพรรคการเมืองฐานต่างจังหวัด ไปสู่พรรคระดับชาติที่มีศักยภาพแก้ปัญหาประเทศอย่างครบวงจร

    ดร.สติธร ระบุด้วยว่า หากรัฐบาลสามารถสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพยาวนาน แต่ยังเพิ่มโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยกลับมาชนะการเลือกตั้งในอนาคตได้อีกครั้ง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงชัยชนะเชิงจำนวนที่นั่ง แต่เป็นบททดสอบว่าพรรคจะสามารถยกระดับจากผู้ชนะทางการเมือง ไปสู่ผู้บริหารประเทศอย่างมืออาชีพได้หรือไม่. ///


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/543033.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04YeoPdO-qP-A3aeCo9TVm

  • วิทยุการบินฯ รับมือตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ย 3,000 ไฟลท์/วัน

    วิทยุการบินฯ รับมือตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ย 3,000 ไฟลท์/วัน

    วิทยุการบินฯ กางแผนคุมน่านฟ้า รับคลื่นนักท่องเที่ยวตรุษจีน ทะลุ 3,000 เที่ยวบิน

    อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะถึงนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่หนาแน่นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
     

    วิทยุการบินฯ รับมือตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ย 3,000 ไฟลท์/วัน

    เจาะสถิติเที่ยวบิน: จีนยังคงเป็นตลาดหลัก นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. ระบุว่าบรรยากาศการเดินทางเริ่มคึกคักมาตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาล โดยตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 2,895 เที่ยวบิน และบางวันพุ่งสูงเกิน 3,000 เที่ยวบิน

    สำหรับช่วงวันหยุดยาว 10 วันของชาวจีน (17–26 กุมภาพันธ์ 2569) คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 29,096 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน 

    โดยเส้นทาง ไทย–จีน ยังคงรั้งอันดับหนึ่งด้วยปริมาณ 330 เที่ยวบินต่อวัน ตามมาด้วยอินเดีย 130 เที่ยวบิน และมาเลเซีย 98 เที่ยวบิน ในส่วนของสนามบินหลัก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังคงรับศึกหนักที่สุดด้วยค่าเฉลี่ย 1,150 เที่ยวบินต่อวัน

    วิทยุการบินฯ รับมือตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ย 3,000 ไฟลท์/วัน

    มาตรการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัยสูงสุด เพื่อรับมือกับความหนาแน่นดังกล่าว วิทยุการบินฯ ได้ออกมาตรการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) อย่างเข้มงวด 

    รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอัตรากำลังเจ้าหน้าที่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการประสานงานผ่านคณะกรรมการจัดสรรตารางการบิน (Slot Allocation) เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการรองรับของแต่ละสนามบิน

    นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)

    นายสุรชัย หนูพรหม ได้ตอกย้ำถึงความมั่นใจในการปฏิบัติงานครั้งนี้ว่า: “วิทยุการบินฯ ยืนยันว่าจะบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินที่เข้ามาในน่านฟ้าไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทย”

    การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการบริหารจัดการเที่ยวบินเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งคาดว่าปริมาณเที่ยวบินจะยังคงทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738173&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R6qB6rk1lRmqj2QSgsraq

  • “ฟิล์ม ฉัตรดาว” สาวยุคใหม่ โฟกัสความมั่นคง ชีวิตรักไม่สำคัญ ประสบการณ์มรสุมชีวิต สอน “ไม่ต้อง …

    “ฟิล์ม ฉัตรดาว” สาวยุคใหม่ โฟกัสความมั่นคง ชีวิตรักไม่สำคัญ ประสบการณ์มรสุมชีวิต สอน “ไม่ต้อง …

    ใครจะไปรู้ว่าเคยเจอมรสุมหนัก จนกระทบการแสดง ล่าสุดฟิล์ม ฉัตรดาว สิทธิพลมาออกรายการวิดีโอพอดแคสต์โสดโซไซตี้ (Single Society)”ซีซัน2ทางยูทูบช่องKR…
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/entertain/466523&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OII54VfFEYqRzKF7PgoVj

  • UNIX ปักหมุด Q2/69 ขาย IPO 180 ล้านหุ้นพร้อมเข้า SET ใช้ขยายธุรกิจ-เป็นทุนหมุนเวียน – Infoquest

    UNIX ปักหมุด Q2/69 ขาย IPO 180 ล้านหุ้นพร้อมเข้า SET ใช้ขยายธุรกิจ-เป็นทุนหมุนเวียน – Infoquest

    นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี [UNIX] ผู้ผลิต และจำหน่ายฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย เปิดเผยว่า …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570095&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-AgXLNx5Pq3vc8Qd1aCRh

  • เจาะลึกเส้นทางวิชาชีพสายภาษา: ศิษย์เก่าและนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ SPU เล่าประสบการณ์สุดปัง! ✨ – คณะศิลปศาสตร์

    เจาะลึกเส้นทางวิชาชีพสายภาษา: ศิษย์เก่าและนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ SPU เล่าประสบการณ์สุดปัง! ✨ – คณะศิลปศาสตร์

    ฮัลโหลน้องๆ ชาว คณะศิลปศาสตร์ ทุกคน! เคยสงสัยกันมั้ยว่า “เรียนจบไปทำงานอะไรได้บ้าง?” คำถามสุดคลาสสิกที่วนเวียนอยู่ในใจ วันนี้พี่ๆ จะพาทุกคนไปส่องเส้นทางอาชีพสุดเจ๋งจากรุ่นพี่ศิษย์เก่าและเพื่อนๆ ที่กำลังเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ของเรากัน บอกเลยว่าความเป็นไปได้มันเยอะกว่าที่คิด! 🚀

    🌟 เรื่องเล่าจากรุ่นพี่: จากห้องเรียนสู่โลกการทำงานจริง

    มาเริ่มกันที่เรื่องราวของ “พี่ฟ้า” ศิษย์เก่าคนเก่งจากสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ SPU ที่ตอนนี้ทำงานในตำแหน่ง International Coordinator ให้กับบริษัท E-commerce ข้ามชาติชื่อดัง พี่ฟ้าเล่าว่า…

    “ตอนแรกก็คิดเหมือนน้องๆ ค่ะ ว่าจบสายภาษาคงเป็นได้แค่นักแปลหรือครู แต่พอได้เรียนที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นี่สอนให้เรามากกว่าภาษา แต่คือการสื่อสาร การเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง และการคิดวิเคราะห์ ทำให้เราประยุกต์ใช้ทักษะภาษาไปได้กับทุกงานเลย ตอนนี้พี่ต้องดีลกับลูกค้าต่างชาติทุกวัน ทักษะที่ได้จาก คณะศิลปศาสตร์ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้งานราบรื่นสุดๆ ค่ะ”

    เห็นมั้ยคะว่าทักษะทางภาษาที่เรามี มันคือใบเบิกทางชั้นดีสู่โอกาสงานระดับอินเตอร์เลยนะ!

    💼 ประสบการณ์ระหว่างเรียน: เก็บพอร์ตปังๆ ก่อนใคร!

    ตัดภาพมาที่ “น้องมายด์” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ ที่นอกจากจะเรียนเก่งแล้ว ยังแบ่งเวลาไปฝึกงานกับบริษัทนำเที่ยวที่เน้นต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนอีกด้วย น้องมายด์แชร์ประสบการณ์ให้ฟังว่า…

    การเรียนที่ SPU เน้น “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” ทำให้เรากล้าที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทางคณะสนับสนุนให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริง ทำให้มายด์ได้ลองใช้ภาษาจีนในสถานการณ์จริง ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างคอนเนคชั่นกับคนในสายงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนใครเพื่อนเลย

    สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรที่เน้นปฏิบัติแบบนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เลย!

    🎯 ทักษะเด็ดจากคณะศิลปศาสตร์ SPU ที่ตลาดงานต้องการ

    ไม่ใช่แค่ความเป๊ะเรื่องภาษา แต่เด็ก คณะศิลปศาสตร์ อย่างเรายังมีสกิลติดตัวอีกเพียบที่บริษัทไหนๆ ก็อยากได้ตัว!

    • การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม (Cross-Cultural Communication): เข้าใจและสื่อสารกับคนที่มาจากพื้นเพหลากหลายได้อย่างราบรื่น
    • การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา (Critical Thinking): สามารถวิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมาย และนำเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์
    • ความยืดหยุ่นและปรับตัว (Adaptability): พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานได้เสมอ

    ทักษะเหล่านี้ทำให้เราไปได้ไกลในหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น Marketing, Human Resources, Public Relations หรือแม้กระทั่งการเป็นเจ้าของธุรกิจ ลองเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานที่น่าสนใจได้บนแพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn แล้วจะรู้ว่าทักษะภาษานั้นเป็นที่ต้องการมากแค่ไหนQ&A ถามมา-ตอบไป เคลียร์ทุกข้อสงสัย (FAQ)


    เส้นทางของเด็ก คณะศิลปศาสตร์ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกรอบเดิมๆ อีกต่อไป ที่ SPU เราพร้อมที่จะปลดล็อกศักยภาพและพาน้องๆ ไปสู่เส้นทางอาชีพที่หลากหลายและน่าตื่นเต้น ขอแค่มีความฝันและพร้อมที่จะเรียนรู้ โลกกว้างก็พร้อมเปิดรับเราเสมอค่ะ! 😉

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/21457/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CK1kFq4GezLVJQ8QmD2zr

  • หนุ่มเมืองจันท์ ถอดรหัส “ธรรมนัส” เมื่อสเต็ปไม่ธรรมดา กลายเป็นเกม “เผาเมืองทิ้ง” | เดลินิวส์

    หนุ่มเมืองจันท์ ถอดรหัส “ธรรมนัส” เมื่อสเต็ปไม่ธรรมดา กลายเป็นเกม “เผาเมืองทิ้ง” | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 18 ก.พ. หนุ่มเมืองจันท์ หรือ สรกล อดุลยานนท์ นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  

    นึกถึงคำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

    “การเมืองของผม เดินสเต็ปไม่ธรรมดาก็แล้วกัน”

    ..ไม่ธรรมดาจริงๆ

    วันนี้เมื่อมีกระแสข่าวว่า “ภูมิใจไทย” จะไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล

    ร.อ.ธรรมนัส ก็เริ่มออกมาเปิดประเด็นเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งครั้งนี้

    “สิ่งสำคัญที่ผมอยากให้สื่อมวลชนสนใจคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    ทั้งเรื่องของบัตรเขย่งและบาร์โค้ด

    ควรสนใจเรื่องเหล่านี้มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล”

    ครับ  เรื่องแบบนี้ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับ “ธรรมนัส”

    คล้ายๆ กับตอน “ชูวิทย์” ออกมาเปิดโปงเรื่องอาบอบนวด

    “ความน่าเชื่อถือ” สูงมาก

    เกมนี้ถ้าหลักฐานชัด

    ‘ธรรมนัส’ คุย ‘นฤมล’ แล้ว แจงคุย ‘อนุทิน’ ไม่มีอะไรในกอไผ่ ลั่นหากมีเลือกตั้งใหม่พรรคกล้าธรรมพร้อม

    อาจจะหมายถึงการล้มกระดาน

    ….เลือกตั้งใหม่

    เป็นกลยุทธ์แบบ “สามก๊ก”

    หากจะต้องเสียเมือง

    ก็เผาเมืองทิ้งเลย

    หรือภาษานักเลงตอนโดนหักอก

    “ถ้ากูไม่ได้ มึงก็ไม่ได้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5614141/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CKKl_MYt9A3q2Li6bxFUw

  • รมว.กต.เตรียมไปเจนีวา ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน พร้อมชี้แจงปมไทย-กัมพูชา

    รมว.กต.เตรียมไปเจนีวา ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน พร้อมชี้แจงปมไทย-กัมพูชา

    รมว.กต.เตรียมไปเจนีวา ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน พร้อมชี้แจงปมไทย-กัมพูชา

    18 กุมภาพันธ์ 2569, 20:32น.

              กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางไปยังนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (เอชอาร์ซี) สมัยที่ 61 และการประชุมต่างๆ โดยจะกล่าวถ้อยแถลงผลกระทบของขบวนการหลอกลวงออนออนไลน์ ทั้งประเด็นการตกเป็นผู้เสียหาย การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อประเทศต่างๆ และจะแสดงวิสัยทัศน์จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเดือนธันวาคม 2568 รวมถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความคิดเห็นในหลายด้าน ในโอกาสที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระ 2568-2570 ด้วย

              นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ จะพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อหารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญในภูมิภาค รวมถึงจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของไทย ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

              และจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบีย ในฐานะที่เป็นประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 23 ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประธานรัฐภาคีฯ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา และขอให้มีการดำเนินต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาด้วย

              ทั้งนี้ ก่อนการเดินทางไปยังนครเจนีวา นายสีหศักดิ์ จะเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ด้วย

              นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ว่า เป็นการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำระดับรัฐมนตรีที่มีกำหนดเดินทางไปอยู่แล้ว แต่หากกัมพูชาจะใช้เวทีนี้กล่าวหาหรือพาดพิง ไทยก็พร้อมตอบโต้ ซึ่งไทยพยายามบอกฝ่ายกัมพูชาว่าถ้าหากต้องการเดินหน้าความสัมพันธ์ ก็จะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการกล่าวหา เราต้องเดินหน้าไม่ถอยหลัง ซึ่งเราทราบว่าในเวทีต่างๆ เขาจะมีการกล่าวหาประเทศไทยในเรื่องต่างๆ จึงคิดว่าเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไป ขอให้ฝ่ายกัมพูชาร่วมมือหลีกเลี่ยงการกล่าวหาต่างๆ และหยุดการกระทำที่กลับไปกลับมา รวมถึงกลับสู่แนวทางตามข้อตกลงหยุดยิงเพื่อให้ความสัมพันธ์เดินหน้า และกล่าวด้วยว่า ต้องเดินหน้าตามการหยุดยิง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ยั่วยุตามชายแดน เพราะสุดท้ายแล้วทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกัน จึงม่มีประโยชน์ที่จะกดดันไทยในเวทีต่างประเทศ

    #คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

    #กัมพูชา

    #กระทรวงการต่างประเทศ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159349&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pF2Zq2qbG9gVBSckH-vBe

  • สิ้น “ชูวงศ์ ฉายะจินดา” ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของบทประพันธ์ จำเลยรัก-เงาอโศก ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 96 ปี ที่ออสเตรเลีย | TOPNEWS

    สิ้น “ชูวงศ์ ฉายะจินดา” ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของบทประพันธ์ จำเลยรัก-เงาอโศก ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 96 ปี ที่ออสเตรเลีย | TOPNEWS

    18 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชูวงศ์ ฉายะจินดา นักเขียนชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2559 เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลา 16.27 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย สิริอายุ 96 ปี โดยวัดธรรมรังษี เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ได้โพสต์แจ้งข่าวเศร้า และกำหนดการงานสวดอภิธรรม เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่ 19-21 กุมภาพันธ์ ณ วัดธรรมรังษี เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เวลา 18.00 น.

    สำหรับ นางชูวงศ์ ฉายะจินดา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2559 เกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2473 ณ กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราชินี เมื่อปี พ.ศ. 2490 ระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาภาษาไทย จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2494 จากนั้นได้รับทุนโคลัมโบ (Colombo Plan Scholarship) ของรัฐบาลออสเตรเลียเพื่อไปศึกษาต่อในสาขาวิชาวาทศาสตร์ (Rhetoric) ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (University of Melbourne) ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. 2506 และสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2507 ต่อมาเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร) ต่อมาได้ลาออกเพื่อประกอบอาชีพนักเขียน และไปพำนักอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

    ชูวงศ์ ฉายะจินดา ได้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมสืบเนื่องมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ เป็นนักเขียนนวนิยายสตรี (women’s fiction writer) ที่มีผลงานพิมพ์เผยแพร่แล้วประมาณ 300 เรื่อง ซึ่งหลายเรื่องได้ถูกตีพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งมีอีกหลายเรื่องได้รับความนิยมจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครวิทยุ จำนวนหลายครั้ง เช่น จำเลยรัก ตำรับรัก เทพบุตรในฝัน กามเทพหลงทาง เงาอโศก พระจันทร์แดง สุดสายป่าน กำแพงเงินตรา และเกิดเป็นหงส์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องสั้น สารคดี และเรื่องแปลอีกมากมาย

    นวนิยายของชูวงศ์ ฉายะจินดา ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายรักพาฝัน นำเสนอปัญหามิติต่าง ๆ ของความรักโดยเน้นการนำเสนอตัวละครเอกฝ่ายหญิงที่เป็นแบบอย่างของกุลสตรีไทยซึ่งมั่นคงในความรักและความดี ทำให้สามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้ นอกจากจะทำให้ผู้อ่านได้รับความบันเทิงจากจินตนาการและสำนวนภาษาที่ราบรื่นชวนอ่านแล้ว ชูวงศ์ ฉายะจินดา ยังเน้นย้ำคติธรรมเรื่อง “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” และมุ่งหวังให้ผลงานของตนสร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์อีกด้วย

    เนื่องจากชูวงศ์ ฉายะจินดา เป็นนักเขียนสตรียอดนิยมคนสำคัญคนหนึ่งในแวดวงวรรณกรรมไทย และเป็นผู้สร้างสรรค์นวนิยายรักพาฝันที่ได้รับความนิยมข้ามยุคข้ามสมัย จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2559

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1491576&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RrLKhaR96YaTNJE0CDGBv

  • ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ม.ค. 69 ฟื้นตัวรับแรงหนุนท่องเที่ยว-ตรุษจีน เสนอรัฐแก้ PM2.5

    ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ม.ค. 69 ฟื้นตัวรับแรงหนุนท่องเที่ยว-ตรุษจีน เสนอรัฐแก้ PM2.5

    นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย ดร.วิรัช ฉัตรดรงค์ กรรมการ ส.อ.ท. และรองประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ส.อ.ท. ร่วมเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 88.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.2 ในเดือนธันวาคม 2568 

    การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าว สะท้อนถึงสัญญาณเชิงบวกจากหลายปัจจัย โดยภาคอุตสาหกรรมได้กลับมาดำเนินกิจกรรมการผลิตตามปกติภายหลังวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งเร่งการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ การเปิดเส้นทางบินตรงและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ ยังมีส่วนช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาคและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 

    ขณะเดียวกัน การอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติมจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 96,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเพิ่มอุปสงค์ในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งกิจกรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น อาทิ การจัดพิมพ์ป้ายหาเสียง บัตรเลือกตั้ง และกิจกรรมรณรงค์ของพรรคการเมือง ตลอดจนสถานการณ์ความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา ช่วยให้ประชาชนสามารถกลับเข้าสู่พื้นที่และเอื้อต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

    อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ 23 มกราคม 2569 มีอัตราการเบิกจ่ายอยู่ที่ 21% ต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ที่กำหนดไว้ที่ 26% อาจส่งผลให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจล่าช้า ขณะเดียวกัน การปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบประกันสังคมจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความล่าช้าในการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ว่างงานกว่า 208,404 ราย 

    อีกทั้งสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่อยู่ในระดับสูง อันมีสาเหตุหลักจากการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศชะลอลง รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องยังสร้างแรงกดดันต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร เกษตรแปรรูป และสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ

    จากผลการสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 1,300 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือนมกราคม 2569 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ เศรษฐกิจภายในประเทศ 60.2% นโยบายภาครัฐ 39.2% ราคาพลังงาน 27.1% การเข้าถึงสินเชื่อ 24.3% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 16.5% ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจโลก 58.2% อัตราแลกเปลี่ยน (โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก) 52.4% 

    ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 95.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.7 ในเดือนธันวาคม 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยสำคัญหลายประการ อาทิ ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และของฝาก นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังมีส่วนช่วยผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในภาพรวม

    อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ซึ่งอาจกดดันบรรยากาศการค้าโลกและเพิ่มความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานในระยะต่อไป

    ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ  

    1.  เสนอให้รัฐบาลพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกไปจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ

    2.  เสนอให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยเฉพาะการเผาในพื้นที่โล่ง ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม

    3.  ขอให้ภาครัฐเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI แก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและลดต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย

    ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและข้อมูลตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ย้อนหลัง 3 ปี จัดทำเป็น Dashboard เผยแพร่ในเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม Industry Data Space (iDS) ของ ส.อ.ท. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ โดยสามารถเข้าไปใช้บริการข้อมูลดังกล่าวได้ที่ https://fti.or.th/ids

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2914963&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1usLRNZJT2usm76P9SyyJg