Blog

  • ปั๊มบางจาก ยกเลิกจำกัดเติม 700 บาทแล้ว เปิดทางเลือกปั๊มราคาถูกกว่า 30 สตางค์ | เดลินิวส์

    ปั๊มบางจาก ยกเลิกจำกัดเติม 700 บาทแล้ว เปิดทางเลือกปั๊มราคาถูกกว่า 30 สตางค์ | เดลินิวส์

    หลังจากวานนี้ (13 มี.ค.) ปั๊มน้ำมันบางจาก ได้แจ้งปริมาณน้ำมันยังมีเพียงพอ แต่เพื่อให้บริการได้อย่างทั่วถึงระยะยาว จึงขอความร่วมมือ จำกัดการเติมน้ำมันรถ 4 ล้อ ไม่เกิน 700 บาท/คัน/วัน ส่วนรถ 6 ล้อขึ้นไม่เกิน 3,000 บาท/คัน/วัน และของดเติมน้ำมันใส่ภาชนะบรรจุ (ยกเว้นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องนำภาชนะบรรจุมาเติมน้ำมัน ไม่เกิน 3,000 บาท/คัน/วัน)

    ส่วนปั๊มน้ำมันแบรนด์อื่นๆ แม้ยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทางผู้ให้บริการปั๊มน้ำมันแต่ละสาขา จะใช้วิธีการขอความร่วมมือกับผู้เข้ามาใช้บริการ ขอให้เติมไม่เกิน 500-1,000 บาท เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง

    ล่าสุด (14 มี.ค.) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศใหม่ ขอแจ้งว่า บริษัทฯ ยังคงมีน้ำมันจำหน่ายในสถานีบริการตามปกติ ในกรณีที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน สมาชิกบางจาก กรีนไมลส์ ที่รับบริการในวันรุ่งขึ้น จะได้รับ “พอยท์เพิ่ม” เท่ากับส่วนต่างของราคาที่ปรับขึ้น โดยยึดหลัก “ขึ้นเท่าไหร่ คืนเท่านั้น” เพื่อช่วยดูแลสมาชิกในช่วงที่ราคาน้ำมันมีการปรับตัว

    ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงมีผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ E85 พลังงานทางเลือก ราคาประหยัด ให้บริการในหลายพื้นที่ สำหรับผู้ใช้รถที่รองรับเชื้อเพลิงประเภทดังกล่าว

    นอกจากนี้ บางจากฯ ยังมีสถานีบริการแบบ Self-Service ซึ่งมีราคาต่ำกว่าสถานีบริการน้ำมันทั่วไป 30 สตางค์ต่อลิตร ให้บริการใน 40 สาขา เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้รถที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน

    บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการการจัดหาผลิตภัณฑ์และการให้บริการในสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าและพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างทั่วถึง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5687202/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hqB3sPwHBQbEJyhUlgrW-

  • ประวัติ “บิ๊กดุลย์” นักรบอีสานใต้ เลื่อนจาก รมช. สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    ประวัติ “บิ๊กดุลย์” นักรบอีสานใต้ เลื่อนจาก รมช. สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    เปิดประวัติ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เจ้าของฉายา “นักรบแห่งอีสานใต้” จากที่นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐบาลชุดที่แล้ว ผงาดขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นที่จับตาในครม.อนุทิน 2 ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนต่อไป หลังมีข่าวสะพัดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเป็นคนนั่งควบกระทรวงดังกล่าวเอง เพื่อดูแลฝ่ายความมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และสงครามในตะวันออกกลาง แต่แล้วในช่วงโค้งสุดท้าย ก็หลุดชื่อ บิ๊ก ด. ออกมา จนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะวางตัว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในครม.อนุทิน 1 ขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในครม.อนุทิน 2 แทน

    ประวัติ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

    สำหรับ พl.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” เกิดเมื่อ 2 มิถุนายน 2507 ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยกำเนิด และเป็นบุตรของนายอุดม บุญธรรมเจริญ และนางทองอยู่ บุญธรรมเจริญ (เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2561 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดกลาง (พระอารามหลวง) จังหวัดบุรีรัมย์)

    ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ นางสุพิศ บุญธรรมเจริญ อดีตประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 มีบทบาทโดดเด่นในการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และดูแลสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลในพื้นที่อีสานใต้ มีบุตรด้วยกัน 2 คน

    การศึกษา “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

    พล.ท.อดุลย์ เรียนจบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 (ตท.26) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 (จปร.37) และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

    เริ่มรับราชการในพื้นที่อีสานใต้ (สุรินทร์-บุรีรัมย์) ส่วนตำแหน่งที่สร้างชื่อคือ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 (ผบ.กรม ทพ.26) ค่ายปักธงชัย/ค่ายบดินทรเดชา ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักในการดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา และยังได้รับความไว้วางใจอย่างสูงในเรื่องการบริหารจัดการมวลชนและการข่าวในพื้นที่ชายแดน

    ในช่วงปี 2551-2554 ที่เกิดความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ได้มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 234 และต่อมาเป็น รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 เป็นผู้นำกำลังเข้าตรึงพื้นที่ในจุดวิกฤต ทั้งบริเวณ ปราสาทเขาพระวิหาร และปราสาทตาควาย-ตาเมือนธม ถือเป็นนายทหารที่ “รู้ซึ้ง” เรื่องภูมิศาสตร์และยุทธวิธีในพื้นที่นี้ดีที่สุดคนหนึ่ง จากนั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 (ผบ.ร.23) ที่เป็นหน่วยรบหลักของอีสานใต้, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล.ร.6) และ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ซึ่งดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ก่อนขยับขึ้นสู่ระดับบริหารของกองทัพภาค ในตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2

    ต่อมาในปี 2566 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) คุมพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด 20 จังหวัด เน้นนโยบายสกัดกั้นยาเสพติด ตามแนวลำน้ำโขง และการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตย พล.ท.อดุลย์ ยังเป็นที่เคารพรักของเหล่านักรบชุดดำ ซึ่งเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ที่ทำหน้าที่เฝ้าชายแดน และยังได้รับฉายา “นักรบแห่งอีสานใต้” ที่มาจากการรับราชการคลุกคลีอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มาเกือบตลอดอายุราชการ

    เส้นทางการเมือง “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

    หลังเกษียณอายุราชการ พล.ท.อดุลย์ ได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลอนุทิน 1 โดยถูกวางตัวให้ดูแลงานด้านความมั่นคงชายแดนและยุทธศาสตร์กองทัพ เนื่องจากมีความเข้าใจลึกซึ้งในปัญหาพื้นที่ไทย-กัมพูชา ทั้งในแง่ยุทธการและการเจรจา เมื่อเข้าสู่ ครม.อนุทิน 2 ชื่อของ พล.ท.อดุลย์ ยังสะพัด ติดโผในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยแหล่งข่าวระบุว่า นอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 61 กับนายอนุทินแล้ว ยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น กับ“บ้านใหญ่บุรีรัมย์” มาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นคนพื้นที่เดียวกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920079&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wQ8D4gU-6-X4Y6aXAM3kW

  • ผลโพลเชื่อ เสียงโหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯสูงกว่า 291 เสียง

    ผลโพลเชื่อ เสียงโหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯสูงกว่า 291 เสียง

    Basic RGB

    15 มี.ค. 2569- ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “Confirmed ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 291 เสียง ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample)ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อเสถียรภาพทางการเมืองจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 291 เสียง ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.82 ระบุว่า ค่อนข้างมีเสถียรภาพทางการเมือง รองลงมา ร้อยละ 25.34 ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสถียรภาพทางการเมือง ร้อยละ 21.07 ระบุว่า มีเสถียรภาพทางการเมืองมาก ร้อยละ 10.08 ระบุว่า ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความรู้สึกของประชาชนต่อสามพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ทั้งสามพรรคจะสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี รองลงมา ร้อยละ 53.13 ระบุว่า เป็นฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 25.88 ระบุว่า ทั้งสามพรรคจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ฝ่ายค้านบางพรรค จะรอการเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคต ร้อยละ 21.37 ระบุว่า สมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน จะให้การสนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 17.94 ระบุว่า เป็นฝ่ายค้านที่ไม่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 17.71 ระบุว่า ทั้งสามพรรค
    จะสร้างความกังวลให้รัฐบาล ร้อยละ 17.40 ระบุว่า พรรคประชาชนจะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ทั้งสามพรรคจะไม่สร้างความกังวลให้รัฐบาลเลย ร้อยละ 6.18 ระบุว่า พรรคกล้าธรรมจะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด ร้อยละ 5.11 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 291 เสียง ในวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.29 ระบุว่า เป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 10.53 ระบุว่า เป็นไปไม่ค่อยได้ ร้อยละ 7.94 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/963281/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10Pioh8a2s6nMlwGa7Vzol

  • กรมศุลฯ ตรวจยึด “รองเท้า กางเกง กระเป๋า ถุงมือ และต่างหู ละเมิดเครื่องหมายการค้า เมืองกำเนิดตปท.” มูลค่าเสียหายศก.กว่า 13 ล.

    กรมศุลฯ ตรวจยึด “รองเท้า กางเกง กระเป๋า ถุงมือ และต่างหู ละเมิดเครื่องหมายการค้า เมืองกำเนิดตปท.” มูลค่าเสียหายศก.กว่า 13 ล.

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134880&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UUp7EuM4WZeY9kf1L5H7q

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (15 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (15 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (15 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (15 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95-91 ขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E85-E20 ลดราคา 50 สตางค์

    ด้านราคาน้ำมันดีเซลไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 39.64 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.04 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 31.05 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 30.68 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 27.84 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 25.79 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (15 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/653856&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h7qHgMIfRyHNtOAuefpCO

  • เพื่อไทยเตรียมดัน 47 กฎหมาย ยกเครื่องเศรษฐกิจ-การศึกษา

    เพื่อไทยเตรียมดัน 47 กฎหมาย ยกเครื่องเศรษฐกิจ-การศึกษา

    พรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดันร่างกฎหมาย 47 ฉบับเข้าสู่สภาฯ โดยเน้นโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจมูลค่าสูง ความมั่นคง และการปฏิรูปการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ

    เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมถึงทิศทางการทำงานของพรรคในสภาผู้แทนราษฎร โดยย้ำว่าพรรคเตรียมผลักดันร่างกฎหมายสำคัญรวม 47 ฉบับ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูง

    นายจุลพันธ์ ระบุว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องวางรากฐานหลักควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง การเมืองที่ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐและกฎหมายที่ทันสมัย และความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านทหาร อาหาร และสังคม โดยร่างกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถูกจัดเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมายสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่น กฎหมายด้านความปลอดภัยและความมั่นคง และกฎหมายสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งในจำนวนนี้มี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันเข้าสู่สภาได้ทันทีหลังเปิดสมัยประชุม

    ด้านนายยศชนัน กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการศึกษาว่า การยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูงจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษย์ที่สำคัญ โดยเป้าหมายของการปฏิรูปคือการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่ ผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม พร้อมยกระดับบทบาทครู ปรับหลักสูตรที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และลดปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา

    ขณะที่นายประเสริฐ ระบุว่า การผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสภาชุดนี้ ควบคู่กับการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการให้ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีระบบรัฐที่โปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกฎหมายและแนวทางพัฒนาประเทศ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/545504.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VQ-8WClxtXAisdB95prJi

  • เพื่อไทยเปิดแผนดันกม. 47 ฉบับ ผลักดันทันที 16 ฉบับรวด

    เพื่อไทยเปิดแผนดันกม. 47 ฉบับ ผลักดันทันที 16 ฉบับรวด

    จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  แถลงข่าวร่วมกันที่พรรคเพื่อไทย ถึงทิศทางการทำงานของพรรคในสภาสมัยประชุมนี้ โดยประกาศเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวมกว่า 47 ฉบับ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง

    จุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันความพร้อมทำงานตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยจะผลักดันประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูงทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคทั้ง 74 คน พร้อมใช้กฎหมาย เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

    หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุว่า การพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องวางรากฐานสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง การสร้างความเชื่อมั่นผ่านหลักนิติรัฐและกฎหมายที่เป็นธรรม รวมถึงการสร้างความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านทหาร อาหาร และสังคม

    ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดันร่างกฎหมาย 45 ฉบับ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

    1. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 12 ฉบับ

    เช่น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และตลาดแรงงาน รวมถึงกฎหมายด้านทรัพยากรและการจัดการภัยพิบัติ

    2. กลุ่มวางมาตรฐานสร้างความเชื่อมั่น 9 ฉบับ

    เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนของครอบครองปรปักษ์ รวมถึงกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมและแรงงานบริการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและสิทธิที่เท่าเทียมมากขึ้น

    3. กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง 6 ฉบับ

    เช่น พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประชาชน

    4. กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูง 20 ฉบับ

    เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม พระราชบัญญัติ THACCA รวมถึงกฎหมายด้านอาหารและยา เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสมัยใหม่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

    จุลพันธ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในจำนวนดังกล่าวมีร่างกฎหมาย 16 ฉบับที่มีความพร้อมสามารถผลักดันได้ทันที เพื่อให้สภาเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้

    จากนั้น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมแถลงประกาศยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ผ่านการเสนอร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับพรรคเพื่อไทย) หรือที่เรียกว่า ‘พ.ร.บ.ทุนมนุษย์’ โดยระบุว่าเป็นการลงทุนที่สำคัญและคุ้มค่าที่สุดในการยกระดับประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

    ยศชนัน กล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและความท้าทายจากเทคโนโลยีที่เข้ามาดิสรัปต์อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง โดยการปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบห้องเรียน แต่เป็นการวางรากฐาน “โครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษย์” เพื่อสร้างศักยภาพให้กับประเทศในระยะยาว

    สำหรับแนวทางสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว พรรคเพื่อไทยเสนอการปฏิรูปผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่

    1. ยกระดับการผลิตและพัฒนาครู

    ดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา ปรับระบบประเมินครูให้สะท้อนศักยภาพจริงโดยไม่เพิ่มภาระงาน พร้อมลดภาระงานนอกห้องเรียน เพื่อให้ครูมีเวลาในการดูแลและพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่

    2. นักเรียนเป็นศูนย์กลางของระบบการศึกษา

    ปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและมุ่งสร้างสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมจัดตั้ง ‘ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียน’ เพื่อดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนในสถานศึกษา

    3. เรียนฟรีต้องฟรีจริง

    ปรับระบบจัดสรรงบประมาณการศึกษาให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยกระจายงบประมาณสู่โรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระผู้ปกครองและป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

    4. กำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ

    เชื่อมโยงระบบการศึกษากับตลาดแรงงาน ผ่านกลไกสำคัญ เช่น “บอร์ดผลิตภาพแห่งชาติ (Productivity Superboard)” ที่ทำหน้าที่เชื่อมภาคการศึกษากับภาคธุรกิจ และการจัดตั้ง “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank)” เพื่อให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต รองรับการพัฒนาทักษะ (Upskill) และปรับทักษะใหม่ (Reskill) ได้ตลอดชีวิต

    ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริง เพื่อผลิตกำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

    “ทั้งนี้ การพัฒนาทุนมนุษย์ถือเป็นฐานสำคัญของเครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Growth Engine) ที่จะช่วยยกระดับภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการของไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมรองรับการลงทุนและการวิจัยพัฒนาในอนาคต”

    — ยศชนัน กล่าว

    ส่วนด้านประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวสรุปรวมว่าการผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสภาชุดนี้ ควบคู่กับการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยย้ำว่ากฎหมายทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการเห็นประเทศไทยที่ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีระบบรัฐที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

    เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยังระบุว่า พรรคให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสังคมในการผลักดันกฎหมาย โดยจะเดินหน้าจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายและพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมร่วมออกแบบทางออกของประเทศไปด้วยกัน

    พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าทำงานในพื้นที่ทั่วประเทศ รับฟังปัญหาของประชาชนและนำเสียงเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อเปลี่ยนข้อเรียกร้องของประชาชนให้กลายเป็นนโยบายและกฎหมายที่แก้ปัญหาได้จริง

    “พรรคเพื่อไทยเชื่อเสมอว่า หัวใจของการเมืองคือประชาชน และหัวใจของพรรคเพื่อไทยก็คือประชาชน”

    — ประเสริฐ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/junlapan-yosxhanan-14mar2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zaohoa4zlr4HCF6gKtj-I

  • เพื่อไทยเตรียมดัน 47 กฎหมาย ยกเครื่องเศรษฐกิจ-การศึกษา

    เพื่อไทยเตรียมดัน 47 กฎหมาย ยกเครื่องเศรษฐกิจ-การศึกษา

    พรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดันร่างกฎหมาย 47 ฉบับเข้าสู่สภาฯ โดยเน้นโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจมูลค่าสูง ความมั่นคง และการปฏิรูปการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ

    เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมถึงทิศทางการทำงานของพรรคในสภาผู้แทนราษฎร โดยย้ำว่าพรรคเตรียมผลักดันร่างกฎหมายสำคัญรวม 47 ฉบับ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูง

    นายจุลพันธ์ ระบุว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องวางรากฐานหลักควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง การเมืองที่ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐและกฎหมายที่ทันสมัย และความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านทหาร อาหาร และสังคม โดยร่างกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถูกจัดเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมายสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่น กฎหมายด้านความปลอดภัยและความมั่นคง และกฎหมายสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งในจำนวนนี้มี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันเข้าสู่สภาได้ทันทีหลังเปิดสมัยประชุม

    ด้านนายยศชนัน กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการศึกษาว่า การยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูงจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษย์ที่สำคัญ โดยเป้าหมายของการปฏิรูปคือการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่ ผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม พร้อมยกระดับบทบาทครู ปรับหลักสูตรที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และลดปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา

    ขณะที่นายประเสริฐ ระบุว่า การผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสภาชุดนี้ ควบคู่กับการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการให้ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีระบบรัฐที่โปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกฎหมายและแนวทางพัฒนาประเทศ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/545504.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VQ-8WClxtXAisdB95prJi

  • “ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจ” จีนเล็งเดินหน้า 109 โครงการใหญ่ หนุนการพัฒนาในอีก 5 ปี

    “ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจ” จีนเล็งเดินหน้า 109 โครงการใหญ่ หนุนการพัฒนาในอีก 5 ปี

    ปักกิ่ง, 14 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โหวหย่งจื้อ นักวิจัยจากศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาของคณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งเข้าร่วมรายการการประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีนตอนล่าสุดของสำนักข่าวซินหัว ระบุว่าการผลักดันหลายโครงการใหญ่ของจีนจะมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า

    จีนวางแผนดำเนินโครงการสำคัญ 109 โครงการในช่วง 5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมหลากหลายด้าน อาทิ การพัฒนาพลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ การบูรณาการการพัฒนาเมืองกับชนบท และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน

    โครงการเหล่านี้ครอบคลุมทุกมิติของการสร้างความทันสมัยแบบจีน โดยมีการจัดสมดุลระหว่างเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งผสมผสานการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานกับการพัฒนาเชิงระบบและสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมความก้าวหน้าทั้งในด้านวัตถุและด้านวัฒนธรรม-คุณธรรมควบคู่กันไป

    โครงการบางส่วนมุ่งยกระดับศักยภาพพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน บ่มเพาะอุตสาหกรรมใหม่และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนการวิจัยเทคโนโลยีแนวหน้า และเสริมแกร่งศักยภาพด้านนวัตกรรม

    ทั้งนี้ โหวระบุว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยผลักดันการพัฒนาพลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ และเพิ่มความได้เปรียบของจีนในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในระดับโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/510/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jpD-HC5yXfHTzqzd97o-R

  • กำเนิด โลกาภิวัฒน์ใหม่ เมื่อระเบียบโลกตะวันตกกำลังพังทลาย

    กำเนิด โลกาภิวัฒน์ใหม่ เมื่อระเบียบโลกตะวันตกกำลังพังทลาย

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/investment-119&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03h2_BKlaSuDiMNdBkoEEO