Blog

  • ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที 20 กันยายน 2569 – สยามรัฐ

    ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที 20 กันยายน 2569 – สยามรัฐ

    กำลังได้รับความสนใจในสังคมไทย ทั้งความเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น มาตรการด้านเศรษฐกิจและสิทธิประโยชน์ รวมถึงสถานการณ์ต่างประเทศและเรื่องราวที่กำลังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์

    1. การเมือง: “อนุทิน” ลุยภารกิจ 3 ประเทศ – โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

    “อนุทิน” เตรียมเดินทางญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-อังกฤษ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 ที่นครนิวยอร์ก

    นอกจากภารกิจด้านการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีเตรียมนำทีมภาคธุรกิจและตลาดทุนไทยร่วมโรดโชว์ พบปะนักลงทุนและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุน ตลาดทุน และความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยมีกำหนดพบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ และอังกฤษด้วย

    โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

    อีกหนึ่งสนามการเมืองที่ต้องจับตาคือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยมีผู้สมัคร 6 ราย แต่การแข่งขันที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษอยู่ที่ นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง และ เดชรัต สุขกำเนิด จากพรรคประชาชน

    ขณะที่ผลสำรวจนิด้าโพลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 กันยายน ซึ่งสำรวจประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในนนทบุรี 1,100 ตัวอย่าง พบผู้ระบุว่าจะสนับสนุนนฤพนธ์ 37.27% เดชรัต 27.55% และยังไม่ตัดสินใจ 22.73% โดยผลสำรวจดังกล่าวเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ ไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง

    2. เศรษฐกิจและสิทธิประโยชน์: บัตรสวัสดิการฯ – ขยายโซลาร์ภาคประชาชน

    บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใครต้องแก้ข้อมูลรีบดำเนินการ

    สำหรับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นวันสุดท้ายสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการทบทวนสิทธิและจำเป็นต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเพื่อแก้ไขข้อมูลหรือดำเนินการเพิ่มเติมตามที่กำหนด

    ส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์รายใหม่และต้องยืนยันตัวตนแบบ e-KYC เพื่อเริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและรายละเอียดต่าง ๆ ผ่านช่องทางของโครงการได้

    โซลาร์ภาคประชาชน ขยายเป้าหมายเป็น 10,000 เมกะวัตต์

    อีกประเด็นด้านพลังงานที่ได้รับความสนใจ หลังมีการประกาศขยายเป้าหมายโครงการโซลาร์ภาคประชาชนจาก 5,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นมาตรการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคประชาชน

    การขยายโครงการดังกล่าวถูกจับตาในมิติของการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยรายละเอียดการดำเนินงานและกรอบเวลาของโครงการยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

    3. ต่างประเทศ: สหรัฐฯ-เดนมาร์กบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงกรีนแลนด์

    สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกเป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงที่เพิ่มสิทธิด้านการเข้าถึง ฐานปฏิบัติการ และการบินผ่านของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์ พร้อมกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนหรือการตั้งฐานของประเทศนอก NATO ในพื้นที่ดังกล่าว

    ข้อตกลงนี้ถูกนำเสนอในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงในอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ ขณะที่ประเด็นเรื่องสถานะของกรีนแลนด์และความต้องการด้านเอกราชของชาวกรีนแลนด์ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป

    4. โซเชียลและเรื่องใกล้ตัว: เช็กพื้นที่ไฟดับ – คดี “ผู้กองเก๊” นักบิน F-16

    กฟน.แจ้งงดจ่ายไฟ 26 จุด วันที่ 20 ก.ย.

    ประชาชนในกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการควรตรวจสอบพื้นที่ก่อนออกจากบ้าน หลังการไฟฟ้านครหลวงประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในวันที่ 20 กันยายน 2569 รวม 26 จุด เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า โดยบางพื้นที่มีช่วงเวลางดจ่ายตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย

    ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ดังกล่าวควรวางแผนการเดินทางและการทำงานล่วงหน้า รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับช่วงไฟฟ้าดับ

    กระแส “ผู้กองเก๊” อ้างเป็นนักบิน F-16

    อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์คือกรณีตำรวจสอบสวนกลางเข้าดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นนายทหารและนักบินเครื่องบินขับไล่ F-16 พร้อมนำภาพหรือคลิปเกี่ยวกับอาวุธและเครื่องแบบมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์ ก่อนมีการกล่าวหาว่าหลอกขอเงินจากหญิงสาว

    ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ โดยมีการติดตามทั้งพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาและการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา

    ทั้งหมดนี้คือประเด็นสำคัญที่น่าจับตาในช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งสนามการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจและพลังงาน สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ ไปจนถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างพื้นที่งดจ่ายไฟฟ้าและกระแสข่าวบนโลกออนไลน์

    ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานและแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลต่อสิทธิ การเดินทาง และการใช้ชีวิตประจำวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/322748&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1isrB1VZkR135wyFJzWW-D

  • “ทรัมป์” เตรียมต้อนรับ “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐฯ 3 วัน จับตาอนาคตข้อตกลงพักรบการค้า : อินโฟเควสท์

    “ทรัมป์” เตรียมต้อนรับ “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐฯ 3 วัน จับตาอนาคตข้อตกลงพักรบการค้า : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเป็นเวลา 3 วันจนถึงวันที่ 25 ก.ย. โดยประเด็นสำคัญในการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะรวมถึงอนาคตของข้อตกลงพักรบทางการค้าระยะ 1 ปีระหว่างสองประเทศ ซึ่งยังอยู่ในภาวะเปราะบาง รวมถึงเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI)

    เมื่อสี จิ้นผิงและเผิง ลี่หยวน ภริยา เดินทางถึงฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงวอชิงตันในวันพุธ (23 ก.ย.) ทรัมป์จะให้การต้อนรับด้วยตนเองในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ

    จากนั้นในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ทรัมป์จะพบกับสี จิ้นผิงที่ทำเนียบขาว ก่อนเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำจีนและภริยา โดยมีซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ได้แก่ อีลอน มัสก์ จากเทสลา (Tesla), เจฟฟ์ เบซอส จากอะเมซอน (Amazon), แซม อัลท์แมน จากโอเพนเอไอ (OpenAI), เจนเซน หวง จากอินวิเดีย (Nvidia) และทิม คุก จากแอปเปิ้ล (Apple)

    แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองจะกล่าวถ้อยแถลงในช่วงเริ่มต้นของงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยการเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่สี จิ้นผิงเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน

    ก่อนที่สี จิ้นผิงและเผิง ลี่หยวนจะเดินทางออกจากกรุงวอชิงตันในวันที่ 25 ก.ย. ทรัมป์จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงน้ำชาส่วนตัวให้ทั้งคู่ที่ทำเนียบขาว จากนั้นทั้งสองจะเดินทางไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อชมเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการก่อตั้งประเทศของสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสที่สหรัฐฯ เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราช

    ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และจีนกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอด โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการหารือกับเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่นครนิวยอร์กในวันอาทิตย์นี้ (20 ก.ย.) โดยมีสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ตามข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ

    เกรียร์ระบุว่า สหรัฐฯ และจีนกำลังเพิ่มความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง

    แม้ทั้งสองประเทศยังมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น แต่สหรัฐฯ และจีนได้ประกาศพักสงครามการค้าเป็นเวลา 1 ปี หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงที่เกาหลีใต้ในช่วงปลายเดือนต.ค. โดยข้อตกลงพักรบทางการค้าดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย.

    โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/651339&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36LXj_dkpzMlFmYmP5C1zG

  • ‘ยุทธพร’ ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

    ‘ยุทธพร’ ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

    รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง

    ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายกังวลว่า หาก กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาครอบคลุมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวนมาก อาจเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งต่อการทำงานของรัฐบาล เสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

    เมื่อมติ กกต.ไม่ยื่นคำร้องต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความไม่แน่นอนที่เคยแขวนอยู่เหนือรัฐบาลจึงลดลง ทำให้ทิศทางการบริหารประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตามไปด้วย

    “เมื่อความกังวลทางการเมืองลดลง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็ดีขึ้น เพราะนักลงทุนและภาคธุรกิจสามารถประเมินทิศทางของรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายได้ชัดเจนกว่าเดิม ประเทศไทยจึงสามารถเดินหน้าต่อได้” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว

    รศ.ดร.ยุทธพรอธิบายด้วยว่า คดีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 แตกต่างจากมาตรา 235 ซึ่งหลายฝ่ายมักนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะกรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล

    มาตรา 235 กำหนดว่า เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ “เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น” ศาลจึงยังสามารถอนุญาตให้ผู้ถูกร้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

    แต่มาตรา 226 ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว หาก กกต.ยื่นคำร้องและศาลฎีการับคำร้อง บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง สส.หรือ สว.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมา โดยเฉพาะกรณีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งควบทั้ง สส.และรัฐมนตรี ว่าจะต้องหยุดเฉพาะหน้าที่ สส.หรือกระทบไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย

    หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายคนพร้อมกัน ย่อมส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศ การขับเคลื่อนนโยบาย และความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า มติของ กกต.ครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่ช่วยคลายความไม่แน่นอนทางการเมืองในภาพรวม ทำให้รัฐบาลสามารถกลับไปเดินหน้าบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ควรถือว่าตนเองผ่านพ้นทุกปัญหา เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อจากนี้คือผลงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ รายได้ และปากท้องของประชาชน

    “ผลของ กกต.ทำให้ประเทศเห็นทิศทางชัดขึ้น รัฐบาลเดินหน้าต่อได้ เศรษฐกิจคลายความกังวล แต่ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจะยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลสามารถเปลี่ยนเสถียรภาพทางการเมืองให้กลายเป็นผลงานที่ประชาชนจับต้องได้มากเพียงใด” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/1072389/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oFpoSrkFbOo0spRQoi-Hp

  • ไม่ทิ้งคนน่าน!

    ไม่ทิ้งคนน่าน!

    ไม่ทิ้งคนน่าน! “เจเศรษฐ์” เดินหน้าฟื้นฟูต่อเนื่อง ผนึกสื่อ-จังหวัด กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่


    19/09/2569 | 120 |

    วันนี้ (19 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ “ทันใจ ใสกิ้ง” น้ำดื่มเพื่อผู้ประสบสาธารณภัย พร้อมส่งมอบรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีแบบเคลื่อนที่ (ทันใจ ใสกิ๊ง) จำนวน 10 คัน โดยความร่วมมือของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายพาริส เจริญศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปกิต ภาคธรรม รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว พร้อมด้วยแม่บ้านมหาดไทย ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

    นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกเหมือนเดิมว่า “น่านเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มาก” และตนได้เร่งรัดในการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ “บูรณาการทุกหน่วยงาน” โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณฟื้นฟูจากสาธารณภัยที่ผ่านมา เราทำอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หน่วยงานในกำกับทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ก็ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนจนสามารถบรรเทาผลกระทบพี่น้องประชาชน

    หลังเกิดเหตุ ตนได้ทราบว่ามีท่อประปาเสียหายเป็นจำนวนมาก ก็ได้สนับสนุนเงินเกือบ 200,000 บาท ซึ่งต้องขอขอบคุณการประปาส่วนภูมิภาคที่ได้ดำเนินการตามความปรารถนาของตนในการช่วยฟื้นฟูระบบประปาในพื้นที่จนสำเร็จเรียบร้อย แต่ตอนนี้ “ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง” เรายังไม่ได้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก เพราะยังมีร่องมรสุมที่พัดผ่านมาในประเทศไทยตอนบนของเรา แต่ก็เชื่อว่าด้วยประสบการณ์และการเรียนรู้ของพวกเรา เราทุกคนมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

    ในส่วนของ “โครงการทันใจ ใสกิ๊ง” ที่เปิดตัวในวันนี้ ได้ร่วมกับ สวทช. กระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบหนึ่งในการทำน้ำดื่มด้วยเทคโนโลยี ทำให้เป็นคลินิกน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่ที่สามารถเข้าไปผลิตน้ำดื่มในพื้นที่ที่ประสบภัย และมีระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยเมื่อเกิดเหตุ รถคันนี้ก็จะเป็นรถที่สามารถปฏิบัติการในเรื่องของการตรวจคุณภาพน้ำได้ด้วย ซึ่งตนได้กำชับ กปภ. ดูแลรถผลิตน้ำดื่มทั้ง 10 คัน ให้มีความพร้อม และสามารถนำไปสนับสนุนพื้นที่กระจายไปในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่ เพราะในยามเกิดภัย เราไม่อยากให้พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มจากการต้องซื้อน้ำ การที่เรามีน้ำดื่มไปถึงบ้านเรือน ไปถึงหมู่บ้าน ไปถึงชุมชน ตรงนี้มันช่วยในการซัพพอร์ตพี่น้องประชาชน เขาไม่ต้องนำเงินซื้อน้ำดื่ม อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ รวมไปถึงงานประเพณีหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนร้องขอ ก็ต้องสามารถสนับสนุนได้ด้วย

    เรื่องสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ตนและท่านรองนายกฯ ยศชนัน เป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อน สิ่งที่ต้องชื่นชม คือ ผู้บริหารของจังหวัดตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายก อบจ. ปภ. หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ แทบจะไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แต่สิ่งสำคัญที่สุด “คนน่านเนี่ยน่ารักนะครับ” ไม่มีบ่น และไม่ได้แสดงถึงความย่อท้อหรือว่าโทษใครคนใดคนหนึ่งเลย คนน่านใจสู้มาก ตรงนี้ทำให้พวกเรามีกำลังใจในการทำงานโดยไม่รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อย แม้กระทั่งว่าไปเยี่ยมบ้านหลังไหน ถึงโคลนยังครึ่งแข้ง ชาวบ้านก็ยังยิ้มแย้มทักทาย ชวนกินน้ำกินท่า นี่คือเสน่ห์ นี่คือวิถีชีวิตของพี่น้องชาวน่านที่พวกเราจะร่วมกันดูแลกันและกันตลอดไป

    จากนั้นในเวลา 10.30 น. นายเจเศรษฐ์ นำคณะลงพื้นที่โรงเรียนบ้านปางยาง โดยร่วมกับรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS นำอุปกรณ์ทางการศึกษาและสิ่งของอุปโภคบริโภคมอบให้กับนักเรียนและประชาชน โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ ตลอดจนถึงประชาชน ครู และนักเรียน ร่วมในกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

    นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ ThaiPBS ที่นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ มากมายมามอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน ที่นี่มีบรรยากาศที่งดงามมากมาย มีวิวทิวทัศน์ มีสภาพอากาศที่สมบูรณ์มาก ๆ จากสถานการณ์ภัยที่ผ่านมา เราฟื้นตัวได้รวดเร็วมากแทบจะเป็นโมเดลให้กับจังหวัดอื่น ๆ ได้เลย ด้วยสิ่งสำคัญ คือ 1. เรามีการบูรณาการร่วมกันในจังหวัด โดยการนำของท่านผู้ราชการจังหวัด นายก อบจ. และท่านนายอำเภอ รวมถึงทุกภาคส่วน พี่น้องกู้ภัยต่าง ๆ และ 2. ความน่ารักของพี่น้องประชาชน หลังจากนี้ เรายังมีเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยสมาคมการท่องเที่ยวจะได้ร่วมกันกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวน่าน รวมถึงการช่วยเหลืออีกหลายโรงเรียนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยโรงเรียนแห่งนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษา

    วันนี้กระทรวงมหาดไทยขับเคลื่อนในทุกมิติอย่างเต็มที่ทั้งเรื่องการช่วยเหลือ เรื่องการสนับสนุนงบประมาณเหลือจ่าย เพราะจุดไหนที่มีความยากลำบาก กระทรวงมหาดไทยจะลงไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนั้นโดยทันที ทำให้ประชาชนได้รับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอย่างยั่งยืน

    กองสารนิเทศ สป.มท.

    ครั้งที่ 1,140/2569

    วันที่ 19 ก.ย. 69


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/542952&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FA8N-ltDwSRhGTPYWOwIW

  • ราคาน้ำมันวันนี้2569 (19 ก.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (19 ก.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (19 ก.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (19 ก.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 48.93 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 30.03 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.94 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 39.57 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 34.94 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 40.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 35.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 40.69 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 35.69 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (19 ก.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/669293&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TOTGTvRsxtiiWkVm5vAxD

  • กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉ.10 รับมือฝนตกหนัก-หนักมากทั่วประเทศ

    กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉ.10 รับมือฝนตกหนัก-หนักมากทั่วประเทศ

    กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉ.10 รับมือฝนตกหนัก-หนักมากทั่วประเทศ

    19 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569) ฉบับที่ 10 (214/2569)

    ในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง และภาคใต้ ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กําลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

    ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน-พื้นที่ลุ่มควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง

    ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทําให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง ผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

    เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

    ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกําลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง มากกว่า 3 เมตร สําหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 69

    ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลา ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. 

    กรมอุตุนิยมวิทยา จะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/669334&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tlmWnFS559CR_e4gHEp4A

  • ไทยช่วยไทยพลัส สรุปจบกระทู้เดียว ใครบ้างไม่ได้สิทธิหลังต่ออายุ – 1 พันใช้กี่เดือนแน่

    ไทยช่วยไทยพลัส สรุปจบกระทู้เดียว ใครบ้างไม่ได้สิทธิหลังต่ออายุ – 1 พันใช้กี่เดือนแน่

              ไทยช่วยไทยพลัส สรุปครบจบกระทู้เดียวหลังต่ออายุ ได้เงินกี่บาท จ่ายเงินเท่าไร ใครบ้างถูกตัดสิทธิ รอ ครม. อนุมัติ 22 กันยายน 2569

    ไทยช่วยไทยพลัส

              วันที่ 19 กันยายน 2569 โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะมีการต่ออายุโครงการอีก 2 เดือน ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น กระปุกดอทคอม จะมาสรุปความชัดเจนของโครงการอีกครั้งว่ามีเงื่อนไขอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างไหม

              เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569

              1,000 บาท ก้อนเดียวใช้ 2 เดือน จากเดิมที่เคยได้เดือนละ 1,000 บาท

    สัดส่วนการจ่าย

              60/40 เหมือนเดิม

              ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะไม่ต้องลงทะเบียน เนื่องจากเป็นการต่ออายุโครงการ ไม่ใช่เฟสใหม่

              คนที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กับคนที่ทำผิดเงื่อนไขจากโครงการเดิม

              อย่างไรก็ตาม ต้องรอ ครม. อนุมัติวันที่ 22 กันยายน 2569 อีกครั้ง ถึงจะเป็นข้อมูลที่เป็นทางการที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view303841.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qPlwoA-YUK7lSTmoKs4oO

  • สิทธิที่จะรู้ สิทธิที่จะรอด : วัดใจสภาฯ ผ่านร่างพ.ร.บ.  PRTR เปิดข้อมูลมลพิษ

    สิทธิที่จะรู้ สิทธิที่จะรอด : วัดใจสภาฯ ผ่านร่างพ.ร.บ. PRTR เปิดข้อมูลมลพิษ

    Loading…

    สิทธิที่จะรู้ สิทธิที่จะรอด : วัดใจสภาฯ ผ่านร่างพ.ร.บ. PRTR เปิดข้อมูลมลพิษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-215&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SAxaFiEbxNiq7uc5pXupx

  • ‘เอกนิติ’ ชี้นโยบายการคลังมาถูกทาง หนุน ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เพิ่มมุมมองบวกเศรษฐกิจไทย

    ‘เอกนิติ’ ชี้นโยบายการคลังมาถูกทาง หนุน ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เพิ่มมุมมองบวกเศรษฐกิจไทย

    “เอกนิติ” เผยฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยจาก “มุมมองเชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” คงอันดับเครดิตที่ BBB+ สะท้อนเชื่อมั่นวินัยการคลัง รับมือวิกฤติพลังงานดีกว่าคาด-ไม่แน่นอนทางการเมืองลด

    • “เอกนิติ” มองฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) เพิ่มมุมมองเศรษฐกิจไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ (Stable) และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+ สะท้อนนโยบายการคลังของรัฐบาลมาถูกทาง
    • ปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นคือ การมุ่งรักษาวินัยทางการคลัง โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ในระดับต่ำ และมีการวางแผนลดการขาดดุลงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม
    • เศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีแนวโน้มเติบโตจากการลงทุนของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมใหม่ที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ
    • ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง และความชัดเจนต่อเนื่องของนโยบาย ทำให้สามารถคาดการณ์ทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะปานกลางได้ดีขึ้น

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า Fitch Rating ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจาก negative เป็น Stable และคงอันดับที่ BBB+

    เท่ากับว่าตอนนี้ทั้ง 3 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Fitch, S&P, Moody’s) ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากมุมมองเป็นลบ (negative) เป็น ‘มีเสถียรภาพ (stable)’ ทั้งหมดแล้ว ภายใต้การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล “อนุทิน 1” ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน  

    ในภาพรวม Fitch มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยสรุปได้ดังนี้

    • เชื่อมั่นว่าสัดส่วนหนี้ของรัฐบาลต่อ GDP จะอยู่ในระดับต่ำกว่า 63% ภายในปีงบประมาณ 2571 (จากครั้งก่อนอยู่ที่ 65%) เนื่องจากเศรษฐกิจจะยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นรักษาวินัยการคลังต่อไป 
       
    • เศรษฐกิจรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานได้ดีกว่าคาด
       
    • เศรษฐกิจปี 2569 มีแนวโน้มเติบโต 2.3% โดยแรงสนับสนุนจากการลงทุนเกี่ยวกับ AI และการบริโภคจากมาตรการภาครัฐ
    • ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง และนโยบายมีความชัดเจนต่อเนื่อง ทำให้สามารถคาดการณ์การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะปานกลางได้ดีมากขึ้น

    'เอกนิติ' ชี้นโยบายการคลังมาถูกทาง หนุน 'ฟิทช์ เรทติ้งส์' เพิ่มมุมมองบวกเศรษฐกิจไทย

    นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิต คือ เหตุผลว่าทำไมสถาบันจัดอันดับมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และเหล่านี้สะท้อนการดำเนินโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างไร

    1. การรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงาน: “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และลดภาระค่าของชีพของประชาชนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน ขณะเดียวกันกำลังซื้อจากโครงการนี้ช่วยประคองร้านค้ารายย่อยให้ผ่านสถานการณ์ยากลำบากนี้ได้ในระยะสั้น

    ส่วนมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นการแก้ปัญหาค่าครองชีพ เช่น ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการขายไฟคืน ผ่านการติดตั้งโซลาร์ในครัวเรือน และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงระยะยาว เหล่านี้ทำให้สถาบันจัดอันดับมองเศรษฐกิจไทยสามารถรับมือผลกระทบจากความผันผวนของพลังงานได้ดีกว่าคาด

    2. แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ: หนึ่งในข้อพิจารณาของสถาบันจัดอันดับน่าเชื่อถือคือ ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (potential growth) สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา เราเห็นแนวโน้มศักยภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ดังนี้

    • การลงทุนภาคเอกชนในครึ่งปีแรกขยายตัวต่อเนื่องที่ 10.1% ในไตรมาสแรก และ 13.4% ในไตรมาส 2 
       
    • การลงทุนจริงในอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต เช่น อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ และยานยนต์อนาคต ที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 538,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% ในครึ่งปีแรก
       
    • การอนุมัติโครงการการลงทุนของ BOI ในช่วงเดียวกันมีมูลค่าประมาณ 1.31 ล้านล้านบาท มีแผนจ้างงานคนไทยกว่า 82,000 ตำแหน่ง ซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 386,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี

    ทั้งนี้ นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการลงทุน (Investment led-growth) เพื่อให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพ และทั่วถึง ไม่ใช่เป็นการนำเม็ดเงินลงทุนเข้ามาอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนเงินลงทุนให้กลายเป็น “ศักยภาพใหม่ของเศรษฐกิจไทย” ให้คนไทยได้ทักษะใหม่ ได้เข้าสู่งานที่ดีขึ้น และ SME ไทยได้เข้าสู่ Supply Chain ใหม่ และท้ายที่สุดผลิตภาพเพิ่มขึ้น และนำไปสู่รายได้ของคนไทยที่เพิ่มขึ้น

    สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ควบคู่กับการปลดล็อกข้อติดขัดในการลงทุนจริงผ่าน Thailand Fast Pass

    รวมถึง พัฒนาทักษะแรงงานยุคใหม่และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย (technology transfer) ผ่านโครงการ Skill Bridge ซึ่งได้อนุมัติโครงการไปแล้วราว 108 โครงการ มูลค่าราว 4,800 ล้านบาท เพื่อปั้นบุคลากรทักษะสูงให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ราว 76,000 คน เหล่านี้น่าจะค่อยๆ ทยอยเห็นผลในระยะถัดไป

    สร้าง ‘แชมเปียน’ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่

    นายเอกนิติ ได้กล่าวถึงคำถามที่ว่า ทำอย่างไรให้เรามีอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็น champions ของประเทศไทยจริงๆ เหมือนภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา? และทำอย่างไรให้การลงทุนใหม่นี้ส่งต่อไปยังภาคการผลิตให้คนไทย ธุรกิจไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกยุคใหม่?

    จุดนี้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) 4 เสาหลัก ได้แก่ การพัฒนาลงทุนใหม่ของประเทศ, การพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน, การยกระดับทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี, และการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะปรับโครงสร้าง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งองคาพยพให้บูรณาการไปด้วยกัน

    โดยมีภาคเอกชนเป็น “กองหน้า” ในการเคลื่อนการลงทุนพร้อมกับการนำปัญหาจากหน้างาน และโอกาสใหม่เข้ามา และภาครัฐต้องทำหน้าที่เป็น “กองกลาง” สนับสนุน (enabler) แปลงสิ่งเหล่านั้นเป็นการตัดสินใจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบเพื่อรองรับหรือแก้ปัญหา การผลักดันโครงการ และการประสานงานให้เกิดผล

    โดยมีเสถียรภาพการเงินการคลังเป็น “กองหลัง” หรือพื้นฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ในการเสาการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศได้เริ่มขับเคลื่อนกันแล้ว ผมจะขออนุญาตเล่าให้ฟังในเสาการลงทุนในโอกาสถัดไป

    รักษาวินัยการคลังเคร่งครัด ลดขาดดุลเหลือ 3.9% 

    3. ด้านการคลัง: การเริ่มจัดทำงบประมาณแบบเปิดเผย และโปร่งใส รวมทั้งการลดการขาดดุลการคลังจาก 4.4% ในปีงบประมาณ 2569 เป็นขาดดุลลดลงเหลือ 3.9% ในการจัดทำงบประมาณปี 2570 ตามที่กำหนดไว้ภายใต้กรอบการคลังระยะปานกลาง

    สะท้อนว่ารัฐบาลมีการบริหารจัดการด้านการคลังอย่างเป็นระบบ และรักษาวินัยทางการคลังเป็นรูปธรรม แน่นอนว่ามีอีกหลายอย่างที่จะต้องปฏิรูปงบประมาณซึ่งทุกท่านจะได้เห็นในการทำงบประมาณปี 2571

    การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ยกมาเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้มุมมองของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง 3 สถาบันปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ (Stable)’ และคงอันดับไว้ที่ BBB+

    ท้ายที่สุด นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ เสถียรภาพของระบบการเงิน และแนวโน้มความต่อเนื่องของนโยบาย และการลงมือทำจริง ท่ามกลางปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทับถมมานาน และปัจจัยภายนอกที่ผันผวนตลอดเวลา 

    “การจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาโตเต็มศักยภายเกิน 3% ต้องใช้เวลา ความมุ่งมั่น และร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ตอนนี้สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเริ่มเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ของเศรษฐกิจไทยแล้วครับ” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1252569&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3b3Bgbkx6Pcx_2vqBuVv9j

  • ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 19 กันยายน 2569 – สยามรัฐ

    ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 19 กันยายน 2569 – สยามรัฐ

    สรุปวาระร้อน 19 กันยา สแกนสมรภูมิการเมือง-เศรษฐกิจ-กีฬาไทยและโลกจับตาประเด็นใหญ่

    เข้าสู่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ข่าวสารทั้งในและต่างประเทศยังคงมีหลายประเด็นให้ติดตาม ตั้งแต่วาระสำคัญทางการเมืองไทย การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งและตลาดพลังงาน ไปจนถึงมหกรรมกีฬาระดับเอเชีย สภาพอากาศ และกระแสที่กำลังได้รับความสนใจในโลกออนไลน์

    การเมือง-ชายแดน จับตาหมุดหมายสำคัญ

    20 ปีรัฐประหาร 19 กันยา
    การเมืองไทยเปิดวาระเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 โดยภาคประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการมีการจัดกิจกรรมและเสวนาเพื่อย้อนรอยเหตุการณ์ พร้อมถอดบทเรียนเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทย

    ชายแดนไทย-กัมพูชาเดินหน้าสู่ความสงบ
    อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือสถานการณ์บริเวณช่องสะงำ หลังมีการเจรจาระดับพื้นที่ และกองทัพกัมพูชาตอบรับการรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณเนิน 450 ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยผ่อนคลายสถานการณ์บริเวณชายแดน

    นายกฯ เตรียมพร้อมสู่เวที UNGA
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมความพร้อมรอบสุดท้ายก่อนเดินทางไปนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA

    เศรษฐกิจ-การค้าต่างประเทศ เร่งเครื่องดีลสำคัญ

    พาณิชย์เดินหน้าเจรจาภาษีสหรัฐฯ
    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำทีมเจรจารายละเอียดข้อตกลงอัตราภาษีกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนสรุปกรอบข้อตกลงเพื่อเสนอผู้นำของทั้งสองประเทศ

    นับถอยหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
    กระทรวงการคลังเตรียมสรุปมาตรการใหม่เพื่อรองรับช่วงหลังสิ้นสุดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชน

    ต่างประเทศ จับตาความขัดแย้ง-พลังงาน-วันสำคัญ

    สถานการณ์เยเมนร้อนแรง
    ความขัดแย้งในเยเมนกลับมารุนแรงขึ้น โดยมีรายงานว่าจำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 110,000 คนในช่วง 2 สัปดาห์ ขณะที่ประชาคมโลกยังติดตามท่าทีของมหาอำนาจต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ขณะที่เกาหลีใต้ยืนยันจุดยืนว่าจะไม่ส่งทหารหรืออาวุธเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลง
    ตลาดพลังงานโลกได้รับปัจจัยบวก หลังความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

    ชิลีฉลองวันกองทัพ-ฮินดูประกอบพิธี Radha Ashtami
    ชิลีจัดงานเฉลิมฉลองวันกองทัพแห่งชาติ หรือ Army Day ขณะที่ในอินเดียและชุมชนชาวฮินดูทั่วโลก มีการประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดพระแม่ราธา หรือ Radha Ashtami

    กีฬา จับตาเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า 2026

    เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20
    พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หรือ “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ณ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เปิดฉากอย่างเป็นทางการ โดยทัพนักกีฬาไทยเดินหน้าทำผลงานตามเป้าหมาย 15 เหรียญทอง

    เฝ้าระวังไต้ฝุ่นใกล้พื้นที่แข่งขัน
    ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและเส้นทางอพยพ หลังพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 25 มีทิศทางเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่จัดการแข่งขัน

    นอกจากนี้ แฟนกีฬายังต้องติดตามการแข่งขัน FIBA 3×3 U23 World Cup รอบสำคัญ ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และการแข่งขัน World Athletics Road Running Championship ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

    สังคม-อากาศ-โซเชียล ประเด็นที่ต้องติดตาม

    วันพิพิธภัณฑ์ไทย
    อีกหนึ่งวันสำคัญที่มีการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ คือวันพิพิธภัณฑ์ไทย เพื่อรำลึกถึงการเปิด “มิวเซียมหลวง” แห่งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพิพิธภัณฑสถานหลายแห่งจัดนิทรรศการพิเศษและเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี

    เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก
    กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอิทธิพลจากร่องมรสุม ซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรวางแผนการเดินทางและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

    ทั้งหมดนี้คือประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ตั้งแต่หมุดหมาย 20 ปีเหตุการณ์การเมืองไทย ความเคลื่อนไหวชายแดนและการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งและราคาพลังงาน ไปจนถึงความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ รวมถึงสภาพอากาศและกระแสข่าวบนโลกออนไลน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/322582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ww_s7qAtcd8yv_uMtOi9w