Blog

  • รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ยินดีต้อนรับ “ข้าราชการบรรจุใหม่” รุ่นที่ 134 สู่ครอบครัว พช. มุ่งปั้นบุคลากรคุณภาพ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทั่วประเทศ

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ยินดีต้อนรับ “ข้าราชการบรรจุใหม่” รุ่นที่ 134 สู่ครอบครัว พช. มุ่งปั้นบุคลากรคุณภาพ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทั่วประเทศ

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ยินดีต้อนรับ “ข้าราชการบรรจุใหม่” รุ่นที่ 134 สู่ครอบครัว พช. มุ่งปั้นบุคลากรคุณภาพ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทั่วประเทศ


    27/03/2569 | 30 | |

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ยินดีต้อนรับ “ข้าราชการบรรจุใหม่” รุ่นที่ 134 สู่ครอบครัว พช. มุ่งปั้นบุคลากรคุณภาพ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทั่วประเทศ

    วันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ (กระบวนการที่ 1 การปฐมนิเทศ) รุ่นที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างทัศนคติที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตรับราชการ พร้อมก้าวสู่การเป็น “ข้าราชการที่ดี” ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน

    กรมการพัฒนาชุมชน ขอแสดงความยินดีและต้อนรับข้าราชการบรรจุใหม่รวมจำนวน 101 ราย เข้าสู่ครอบครัวกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (พัฒนากร) รุ่นที่ 134 จำนวน 93 ราย, เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 7 ราย และเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน (พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้) จำนวน 1 ราย ซึ่งทุกท่านคือพลังสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ ปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างพี่น้องประชาชนตามปณิธาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

    นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวเพื่อเป็นแนวทางและเข็มทิศในการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการใหม่ว่า การลงพื้นที่ทำงานพัฒนาชุมชนนั้น สิ่งสำคัญประการแรกคือต้องรู้จักคนและผู้นำในพื้นที่ เพื่อให้ทราบว่าใครที่จะสามารถเป็นที่พึ่งและสนับสนุนการทำงานร่วมกับเราได้ ข้าราชการทุกคนจึงต้องหมั่นศึกษา เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอเพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงทักษะการสื่อสารว่า ต้องกล้าและสามารถสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ได้ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างการยอมรับและความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่ โดยต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจในการร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/344108&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KpXY0feqky6jCtZomWwI4

  • รมช.มหาดไทย “ศศิธร” ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน “โคก หนอง นา” และส่งเสริมการจัดการตลาดชุมชน เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

    รมช.มหาดไทย “ศศิธร” ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน “โคก หนอง นา” และส่งเสริมการจัดการตลาดชุมชน เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

    รมช.มหาดไทย “ศศิธร” ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน “โคก หนอง นา” และส่งเสริมการจัดการตลาดชุมชน เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน


    27/03/2569 | 27 | |

    รมช.มหาดไทย “ศศิธร” ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน “โคก หนอง นา” และส่งเสริมการจัดการตลาดชุมชน เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

    วันที่ 27 มีนาคม 2569 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยมีนายภัทริส ณ นคร หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางมุกดา หลิมกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน และเครือข่ายชุมชน ร่วมลงพื้นที่ และให้ข้อมูลการติดตามในครั้งนี้ด้วย

    ในช่วงเช้า มท.4 และคณะได้เดินทางลงพื้นที่แปลง “โคก หนอง นา พช.” ระดับ CLM ตำบลห้วยน้ำขาว (นายอรุณ สมานลักษณ์) อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” และพบปะเครือข่ายโคก หนอง นา ในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากประชาชนโดยตรง โดยมีนายจีระศักดิ์ คงธนธาวรสกุล นายอำเภอคลองท่อม นายวีระ เพ็ญจำรัส นักวิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการพิเศษ รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดกระบี่ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    ในช่วงบ่าย มท.4 ได้ติดตามการดำเนินงานพัฒนาชุมชน และประชุมหารือแนวทางการจัดหาตลาด “โคก หนอง นา อันดามัน” ร่วมกับ เครือข่าย “โคก หนอง นา กระบี่+ตรัง+พังงา” ณ แปลงโคก หนอง นา CLM ตำบลห้วยขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ โดยเน้นย้ำการเชื่อมโยงช่องทางการตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/344109&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25KVUCblyeF-2AzkqWX0tR

  • เหยื่อรุมโทรมวัย 25 ปีได้ทำ “การุณยฆาต” แล้ว หลังสู้คดีกับพ่อเพื่อสิทธิในการตายมานานหลายเดือน | เดลินิวส์

    เหยื่อรุมโทรมวัย 25 ปีได้ทำ “การุณยฆาต” แล้ว หลังสู้คดีกับพ่อเพื่อสิทธิในการตายมานานหลายเดือน | เดลินิวส์

    วานนี้ (26 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตของหญิงสาวชาวสเปนวัย 25 ปี ผู้เคยตกเป็นเหยื่อการรุมโทรมและต่อมาก็กลายเป็นอัมพาต และต้องต่อสู้ทางกฎหมายมาเป็นเวลานาน เพื่อขอจบชีวิตตัวเองด้วยการทำการุณยฆาต

    โนเอเลีย คาสติโย วัย 25 ปี ได้รับการฉีดยาเพื่อยุติชีวิตในวันพฤหัสบดี ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ถือเป็นการจบสิ้นความเจ็บปวดทรมานอันยาวนาน ที่เธอต้องเผชิญมาตลอด นับตั้งแต่ความพยายามฆ่าตัวตายในอดีต ที่ส่งผลให้เธอกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงไป 

    คาสติโย ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นมาตั้งแต่ปี 2565 หลังจากตัดสินใจกระโดดลงจากชั้น 5 ของอาคาร เพื่อหนีความบอบช้ำทางจิตใจจากการถูกชาย 3 คนรุมโทรมในสถานดูแลเยาวชนกลุ่มเปราะบางของรัฐ

    “ในที่สุด ฉันก็ทำสำเร็จ มาดูกันว่าคราวนี้ฉันจะได้พักเสียทีไหม” คาสติโย บอกผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Antena 3 ของสเปนเมื่อวันพุธ “ฉันไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ”

    คาสติโย ได้รับการอนุมัติให้ทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการช่วยเหลือทางการแพทย์ในปี 2567 แต่พ่อของเธอได้คัดค้านการตัดสินใจของเธอ โดยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลในนาทีสุดท้ายเพื่อยับยั้งกระบวนการดังกล่าว

    คาสติโย กล่าวว่า พ่อของเธอ “ไม่เคยเคารพการตัดสินใจของฉัน และเขาจะไม่คิดจะเคารพด้วย”

    “ทำไมเขาถึงอยากให้ฉันมีชีวิตอยู่? เพื่อให้ฉันอยู่แต่ในโรงพยาบาลต่อไปงั้นเหรอ?” เธอตั้งคำถาม

    คาสติโยสู้คดีกับพ่อของเธอเป็นเวลายาวนานถึง 20 เดือน จนกระทั่งชนะคดีในที่สุดและได้สิทธิในการยุติชีวิตตัวเองอย่างสมบูรณ์

    สำหรับการทำการุณยฆาตหรือใช้วิธีการทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ร้องขอในการทำอัตวินบาตกรรม ถือเป็นเรื่องถูกกฎหมายในประเทศสเปนมาตั้งแต่ปี 2564

    ที่มา : nypost.com

    เครดิตภาพ : Y ahora Sonsoles, YouTube / EL PAÍS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725950/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02U58NbM8c_5hMPZVIXD4j

  • นวัตกรเยาวชนความหวังสิ่งแวดล้อมโลก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    นวัตกรเยาวชนความหวังสิ่งแวดล้อมโลก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ปัญหาสิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่ครอบคลุมถึงความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์และความยั่งยืนของระบบนิเวศในระดับโลก

    ความซับซ้อนของประเด็นเหล่านี้ทำให้การพัฒนากำลังคนที่มีองค์ความรู้แบบบูรณาการและสามารถเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์สู่การแก้ไขปัญหาจริงกลายเป็นภารกิจสำคัญของสถาบันอุดมศึกษา

    มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะวิทยาศาสตร์ มุ่งพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นความหวังสิ่งแวดล้อมโลก ผ่านการริเริ่มหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาทรัพยากรชีวภาพและชีววิทยาสภาวะแวดล้อม ในการดูแลของประธานหลักสูตร รองศาสตราจารย์ ดร.ปฐมพงษ์ แสงวิไล ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ College of Environmental Science and Forestry, State University of New York สหรัฐอเมริกา ที่ร่วมกันผลิตบัณฑิตเพื่อดูแลโลกสีเขียวมาอย่างต่อเนื่องยาว นานนับทศวรรษ

    หลักสูตรดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ในการพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมในระดับสากล มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้เชิงบูรณาการ ทักษะการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารและทำงานข้ามวัฒนธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก

    ในปี พ.ศ. 2568 หลักสูตรฯ ได้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ เมื่อ นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ได้รับ “รางวัลคนดี ศรีมหิดล” จากสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูนทวี แซ่เตีย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงนโยบายการพัฒนานักศึกษาว่า คณะฯ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนนักศึกษาในทุกมิติของความก้าวหน้าทางวิชาการ ทั้งการจัดสรรทุนการศึกษา การเปิดโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม และการนำเสนอผลงานในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบ่มเพาะ “ทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อให้นักศึกษาสามารถก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นใจ และเชื่อมโยงองค์ความรุ้ทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้ในสังคมจริง

    นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช นอกจากจะเป็นเยาวชนที่มีความโดดเด่นด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์แล้ว ยังสะท้อนบุคลิกภาพความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออก โดยดำรงตำแหน่งรองประธานนักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาทรัพยากรชีวภาพและชีววิทยาสภาวะแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

    อีกทั้งยังได้รับทุนเยาวชนคุณภาพแห่งปี 2025 จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) รวมถึงโอกาสในการนำเสนอผลงาน และแนะนำนโยบาย และความคืบหน้าของความยั่งยืนของประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดลในเวทีสาธารณรัฐฮังการี และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

    ผลงานของ นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช ยังช่วยเปิดมุมมองให้สังคมตระหนักว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ไม่ได้เป็นหน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและสะท้อนผ่านความถนัดของตนเอง นอกจากนี้ยังมีผลงานนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การทดลองผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย และการพัฒนาอาหารโปรตีนทางเลือก ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการ พร้อมข้อเสนอให้ต่อยอดสู่การผลิตอาหารสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตลอดจนมีศักยภาพในการขยายผลเชิงนโยบายในอนาคต

    นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช ได้แสดงความขอบคุณต่อสถาบันการศึกษา โดยกล่าวขอบคุณคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มอบโอกาส และประสบการณ์สำคัญตลอดการเป็นนักศึกษา พร้อมมองว่าแม้ทุกคนจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับวิธีการวางแผนในการนำโอกาสนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    รางวัลคนดี ศรีมหิดล ประจำปี 2568 กำหนดมอบในงานครบรอบ 57 ปี วันพระราชทานนาม 138 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องบรรยายศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

    ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th

    Cr: ภาพจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/27/629195/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VpMG_0lIPjiBZzGNz_bIo

  • ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดเวทีประชาคมระดับจังหวัด ระดมความคิดเห็นทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดเวทีประชาคมระดับจังหวัด ระดมความคิดเห็นทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี | TOPNEWS

    นครสวรรค์ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นประกอบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ระดับจังหวัด

    วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่เจ้าพระยาคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นประกอบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทั้งสังกัดส่วนภูมิภาคและสังกัดส่วนกลาง ผู้บริหารสถาบันการศึกษา นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมในการประชุมดังกล่าว

    สืบเนื่องด้วยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 มาตรา 21 กำหนดให้การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ต้องคำนึงถึงความต้องการและศักยภาพของประชาชนในจังหวัด ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ รวมถึงความพร้อมของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน โดยจะต้องดำเนินการสำรสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด เพื่อให้ทราบถึงความต้องการและศักยภาพของประชาชนในพื้นที่

    การดำเนินการที่ผ่านมาจังหวัดได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ส่วนราชการและหน่วยงานในพื้นที่ในระดับอำเภอ ครบทุก 15 อำเภอ เรียบร้อยแล้ว

    ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดเวทีระดมความคิดเห็นในระดับจังหวัด โดยใช้กระบวนการประชาคมแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการจากประชาชนในพื้นที่ และร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับโอกาสและศักยภาพของจังหวัด ซึ่งจังหวัดจะนำผลการประชุม ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของที่ประชุมไปใช้เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ ในระยะ 5 ปี ก่อนที่จะแปลงไปสู่แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด เพื่อกำหนดโครงการหรือกิจกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเชิงพื้นที่ได้

    อัมพณ จับศรทิพย์ ผู้สื่อข่าว TopNewsทั่วไทย จ.นครสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1529820&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3W3MMBF-_hh_J14ZGVMJR-

  • ผอ.กองการศึกษา เปิดศึกบีบคอคร่อมตบครูในศูนย์เด็กเล็ก ไม่แคร์เด็กนอนหลับ

    ผอ.กองการศึกษา เปิดศึกบีบคอคร่อมตบครูในศูนย์เด็กเล็ก ไม่แคร์เด็กนอนหลับ

    ผอ.กองการศึกษา เปิดศึกบีบคอคร่อมตบครูในศูนย์เด็กเล็ก ไม่แคร์เด็กนอนหลับ

    ฉาว! ผอ.กองการศึกษา เปิดศึกบีบคอคร่อมตบครูในศูนย์เด็กเล็ก ไม่แคร์เด็กชั้นอบุบาลกำลังนอนหลับในห้อง

    จากกรณีเพจ “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่“ โพสต์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.แห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร โดยเวลาดังกล่าวเด็กนักเรียนชั้นอบุบาลกำลังนอนหลับกลางวัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่าง ผอ.กองการศึกษา และครูศูนย์พัฒนาเด็ก พร้อมข้อความว่า ผอ.กองการศึกษา อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร เปิดศึกกับครูผู้สอน ที่ศูนย์เด็กเล็กของ อบต. ต่อหน้าเด็กที่กำลังนอนหลับอยู่ ถูกหยุมหัว ล้มทับ บีบคอ บีบหน้าอก เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความแล้วตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

    สตริงเกอร์ กำแพงเพชร
    ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกบีบคอคร่อมตบครูในศูนย์เด็กเล็ก

    สมาชิกเพจกำแพงเพชรร้องเรียนอะไรบอกไว้ที่นี่ ส่งคลิปและภาพร้องขอความเป็นธรรม จากกรณีถูกผู้บริหารกองการศึกษาอบต.แห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร ทำร้ายร่างกายในขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อหน้าลูกศิษย์เด็กเล็ก หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้ก่อเหตุเป็นผู้บังคับบัญชา

    เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 13:30 น ขณะที่คุณครูผู้สอน ในศูนย์เด็กเล็กอบต.แห่งหนึ่ง กำลังปฏิบัติหน้าที่เอาเด็กหลับกลางวันอยู่นั้น ผู้อำนวยการกองการศึกษา ได้เดินเข้ามาต่อว่าพร้อมทำร้ายร่างกาย ครูผู้สอนถึง 2 คน ในห้องเรียน โดยใช้กำลังทำร้าย จิกหัว บีบคอ และบีบหน้าอก จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงนำเรื่องมาร้องเพจขอความเป็นธรรม และขอนำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอความเป็นธรรมให้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น และพิจารณาดำเนินการต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต.อ่างทอง อ.เมืองกำแพงเพชร โดย “นายโชคชัย ถมอินทร์“ นายก อบต.อ่างทอง ให้ข้อมูลว่าขณะนี้กำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันเป็นเวลานาน โดยขณะนี้ครูศูนย์เด็กเล็ก 2 คน ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/271940&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oydlzqlA8M5fJhlYq8-Kg

  • น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    วันนี้(วันที่ 28 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงต้องลุ้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ หรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน

    ทั้งยังต้องชั่งใจกับเงินในกระเป๋า หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร  ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์

    ประกอบกับปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินผ่านฮับตะวันออกกลางเข้าไทยหดตัว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวสงกรานต์นี้ไม่คึกคักมากนักเหมือนทุกปี

    แอตต้า ประเมินเที่ยวสงกรานต์หด 2030%

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว ประมาณ 30% โดยเที่ยวบินเส้นทางระหว่าง ไทย – จีน ปัจจุบันเดือนเมษายน ลดลงเหลือ ประมาณ 35%

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัว จากการขาดความเชื่อมั่น การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการเดินทาง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร จะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของชนชั้นกลางลงไป จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น

    รวมถึงภาวะกดดันจากค่าครองชีพที่ต้องสูงขึ้นตามมา และการเลิกจ้างงานในอนาคตจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้มากขึ้น

    สงกรานต์ 2569

    ดังนั้นการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 การเดินทางทั้งคนไทย และต่างชาติลดลงประมาณ 20-30% จากการประเมินแบบข้อมูลทั่วไป และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของประเทศที่อาจหดตัว จากต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วนเป็น โดมิโน เอฟเฟก

    แนะ 3 มิติ ฟื้นความเชื่อมั่นไทยเที่ยวไทย

    ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถ้าราคาน้ำมันยังสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังจำกัดการขายน้ำมันอยู่ จะกระทบการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้อย่างแน่นอน

    จากกระแสความกังวลเรื่องราคานํ้ามันและภาวะตึงตัวของพลังงาน ซึ่งกำลังลุกลามจนกลายเป็น “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยลังเลที่จะเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก การดึงศักยภาพของ Domestic Tourism Buffer มาใช้ประคองอุตสาหกรรม ควรเร่งดำเนินการใน 3 มิติดังนี้

    1.ด้านนโยบาย ต้องเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงด้านพลังงานว่าภาพรวมประเทศไม่ได้ขาดแคลนนํ้ามัน เนื่องจากโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่ภาวะตึงตัวตามสถานีบริการเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกและแห่กักตุน จนความต้องการใช้พุ่งจาก 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 84 ล้านลิตรต่อวัน

    ควรพิจารณามาตรการควบคุมต้นทุนค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต รวมถึงออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวสูงขึ้นจนต้องผลักภาระไปให้นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลในการขับรถยนต์ อาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบินในประเทศ เช่น การลดค่าธรรมเนียมสนามบิน หรือสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนการเดินทางทางรถยนต์สำหรับจุดหมายปลายทางระยะใกล้ถึงปานกลาง

    ยุทธศักดิ์ สุภสร

    2.ด้านการบริหารจัดการ โดยจัดสรรโควตานํ้ามันเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Oil Quota) บริหารความเสี่ยงทางโลจิสติกส์ด้วย การจัดสรรโควตานํ้ามันเฉพาะสำหรับภาคการท่องเที่ยว หรือจัดตั้งช่องทางเติมนํ้ามันฉุกเฉินเฉพาะกิจ เพื่อการันตีว่ารถโดยสารสาธารณะและนักท่องเที่ยวจะไม่ติดค้างหรือหาที่เติมนํ้ามันไม่ได้ระหว่างการเดินทาง

    การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านเวลา โดยอนุญาตให้รถบรรทุกนํ้ามันสามารถวิ่งกระจายนํ้ามันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเติมเต็มสต็อกในพื้นที่ท่องเที่ยวให้ทันท่วงที

    3.ด้านการตลาดส่งเสริมท่องเที่ยว แคมเปญอุดหนุนแบบ Co-payment ที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด โดยผูกเงื่อนไขเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรอง เช่น การสนับสนุนเงินจำนวน 1,000 บาท สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ใน 1 จังหวัด หรือ 2,000 บาท สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ที่เดินทางเชื่อมโยง 2 จังหวัด

    แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจกระทำไม่ได้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำการตลาดโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง (High-yield) ให้เดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้หรือพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อเยียวยาความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน

    การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าปริมาณนํ้ามันสำรองของไทยมีเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว และธุรกิจบริการยังเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติ เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการวางแผนท่องเที่ยวกลับคืนมา และไม่ซํ้ารอยกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนชาวมาเลเซียให้ชะลอการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ช่วงหยุดยาวรายอ เนื่องจากกังวลปัญหาวิกฤตขาดแคลนนํ้ามันในพื้นที่และการคุมเข้มจำกัดการซื้อนํ้ามันในประเทศไทย

    เตรียมน้ำมันรับเทศกาลสงกรานต์

    ต่อเรื่องนี้นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมัน รวมถึงเตรียมคลังน้ำมันเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก

    โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม ระบุว่า มีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร และมีปริมาณสำรองอีก 43 ล้านลิตร

    ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแดชบอร์ด เพื่อติดตามเส้นทางการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงสถานีบริการ เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ โดยขอเวลาในการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบมากขึ้น จากการปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมัน เพื่อให้สามารถกระจายการขนส่งได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้รวดเร็วขึ้น

    แม้บางสถานีบริการอาจยังประสบปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้เร่งปรับแผนการขนส่งอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง หรือจ๊อบเบอร์ (Jobber) ไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อช่วยกระจายไปยังผู้ใช้น้ำมัน และลดความแออัดในสถานีบริการ

    ททท.คาดท่องเที่ยวสงกรานต์ เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศในช่วงเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569” ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ททท.คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านทำให้มีข้อจำกัดทางการบินจากการปิดน่านฟ้าภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และต้นทุนการบินสูงขึ้น

    ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงผ่านตะวันออกกลาง (Gulf Hub) โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไทยช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 7 %

    สำหรับตลาดการเดินท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ ไทยเที่ยวไทย ททท.คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และเริ่มขาดแคลน ทำให้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เน้นเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น หรือยกเลิกการเดินทาง โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 10 %

    การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569

    ททท.หนุนจัดงานสงกรานต์ ปัดหมุด Maha Songkran 2569 ทั่วไทย

    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ททท.จัดงานสงกรานต์เองใน 2 พื้นที่หลัก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 

    รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรม Maha Songkran World Event ในหลายพื้นที่ทั่วไทย เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์ประเพณีไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์และศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

    การจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ  ได้แก่การจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ บริเวณสวนเบญจกิติ และโรงงานยาสูบเดิม ภายในงานจะมีการผสมผสานแนวคิดย้อนยุคและร่วมสมัย มีกิจกรรมหลากหลาย

    งานสงกรานต์ 2569

    อาทิ ขบวนแห่สุดอลังการ การแสดงโดรนแปรอักษร โซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาค การแสดงทางวัฒนธรรม และเวที EDM สำหรับสายปาร์ตี้

    งาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” วันที่ 10-30 เม.ย.นี้ ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยมีการจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่จากศิลปินไทยชื่อดัง 6 ชิ้นงาน พร้อมกิจกรรมเสวนาศิลปะและ Workshop ต่างๆ

    ส่วนการจัดงานในพื้นที่อื่นๆในกรุงเทพที่ททท.สนับสนุน อาทิ “งานสงกรานต์ ไอคอนสยาม” แนวคิดรักษ์โลก วันที่ 10-15 เม.ย.นี้ สยามสแควร์ จัดงานสงกรานต์ปลอดภัย “สีขาว” ปราศจากแอลกอฮอล์และการแป้ง

    สงกรานต์ถนนสีลม ขบวนพาเหรด AMAZING BANGKOK SONGKRAN PARADE  14 เม.ย.นี้ นำเสนอความเป็น Thai Iconic สู่สากล สงกรานต์รางน้ำ ของคิงเพาเวอร์ คอนเสิร์ต SUPERFLUID 2026 ขนทัพศิลปิน T-Pop และญี่ปุ่นกว่า 60 ชีวิต ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน

    ส่วนภาคเหนือ อาทิ งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย (13-18 เม.ย.) ที่มีทั้งอุโมงค์น้ำ แสง สี เสียง และงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ซึ่งจัดกระจายใน 6 พื้นที่ตลอดวันที่ 6-19 เมษายน โดยมีงานสำคัญคือประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน และงานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงสุโขทัย

    ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ งานม่วนซื่นบนถนนข้าวเหนียว และระบบน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จังหวัดขอนแก่นยังคงเป็นจุดหมายหลักด้วยงาน ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว (11-15 เม.ย.) พร้อมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์

    ขณะที่จังหวัดอุดรธานีเตรียมจัดงาน Udon Songkran Festival (13-16 เม.ย.) โดยใช้ระบบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานพร้อมเอเฟกต์ตื่นตาตื่นใจ และจังหวัดอุบลราชธานีจัดงานมหาสงกรานต์แก่งสะพือตลอดทั้งเดือนเมษายน

    ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ วันไหลสุดมันส์และประเพณีชาวรามัญ ประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่วันที่ 24-26 เม.ย.นี้ โดยมีขบวนแห่นางสงกรานต์ ขบวนรถบุปผชาติ และการเล่นสะบ้ารามัญ

    ส่วนสายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด Pattaya Songkran Summer Festival (17-19 เม.ย.) ที่มีเวทีหลักริมหาดพัทยาและระบบ Water FX เต็มรูปแบบ รวมถึงงานวันไหลเกาะช้าง จ.ตราด (19-21 เม.ย.) ที่มีการประกวด Miss Rainbow และการแสดงแสงสีเสียงตํานานเกาะช้าง

    ขณะที่ภาคใต้ อาทิ สงกรานต์กลางเล และท่องเที่ยววิถีไทย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จัดงาน “สมุยสงกรานต์ กลางเล” (12-15 เม.ย.) เน้นการทำบุญเกาะและการแสดงฟ้อนรำร่วมกับตลาดนัดครัวชุมชน ขณะที่ จ.ภูเก็ต จัดงาน สงกรานต์โนแอล (13 เม.ย.) เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และงาน Phuket Water Festival (11-12 เม.ย.) เป็นต้น

    สำหรับสถานการณ์ของเที่ยวบินในช่วงสงกรานต์ปีนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ประเมินสถานการณ์เที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569 (10 วัน) จะมีปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทย รวมประมาณ 25,620 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,562 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.8 % จากช่วงเดียวกันของปี 2568

    ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและภูมิภาค อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ยังมีภาวะสงครามอยู่น้ำมันจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655128&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kVmF3W7lzc1vLXx2fENFq

  • ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ตั้งแต่บรรยากาศสงกรานต์สุดคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ ไปจนถึงการพักผ่อนสบาย ๆ ริมทะเล ขณะที่โรงแรมในเครือดุสิตธานีทั่วประเทศพร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาทั้งความสนุกของเทศกาลและช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย

    โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ โรงแรมระดับ กุญแจมิชลิน 1 ดอก ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยแพ็กเกจ Songkran Escape in Bangkok ข้อเสนอพิเศษช่วงเวลาจำกัด

    สำหรับการเข้าพัก 2 คืน พร้อมอาหารเช้าทุกวัน สำหรับสองท่าน และอาหารไทยชุดพิเศษ 1 มื้อ ณ ห้องอาหารพาวิลเลี่ยน  

    พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คัดสรรเป็นพิเศษ อาทิ สิทธิ์เข้าร่วมงาน Songkran Feast in the Park ณ สวนดุสิตอรุณ รูฟพาร์ก (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน)

    รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น บริการรับ–ส่งด้วยรถปอร์เช่ ที่เป็นลีมูซีนของโรงแรม, เครื่องดื่มค็อกเทล ณ 1970 Bar และชุดของต้อนรับธีมสงกรานต์ แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 40,060 บาท++ สำหรับการเข้าพัก 2 คืน ในห้อง Premier Room พร้อมรับสิทธิพิเศษและส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก Dusit Gold เปิดให้จองถึงวันที่ 13 เมษายน 2569 และสามารถเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 11–19 เมษายน 2569

    โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นำเสนอการเฉลิมฉลองสงกรานต์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ด้วยรีสอร์ทริมทะเลที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะยาวและการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ด้วยบริการอาหารไทยแบบดั้งเดิม การเฉลิมฉลองกลางแจ้ง และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

    ภายใต้ข้อเสนอ The Long Escape – Stay Longer, Save More ผู้เข้าพักจะได้รับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป และสมาชิกดุสิตโกลด์รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 20% ราคาเริ่มต้น 2,601 บาท++ ต่อคืน เปิดให้จองถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และเข้าพักได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

    และโรงแรมดุสิตธานี พัทยา มอบประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลที่ผสานการเข้าถึงชายหาดโดยตรงเข้ากับความสะดวกสบายใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับการจองล่วงหน้าและการจองตรงกับโรงแรม อาทิ Breakfast On Us สำหรับระยะเวลาจำกัด มอบอาหารเช้าฟรีทุกวัน เมื่อจองภายในวันที่ 19 เมษายน 2569 สำหรับการเข้าพักจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

    นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ดุสิตโกลด์ รับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับการจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 19 เมษายน ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมรับเครดิตโรงแรมมูลค่า 500 บาทต่อการเข้าพัก สำหรับการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ dusit.com อีกด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอและประสบการณ์พิเศษตามฤดูกาลอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตทั่วประเทศไทยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ dusit.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/dusit-thani-promotes-tourism-during-the-songkran-festival/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r5B0rPQ8Bi66z1fGV-OHy

  • “อ.มาโนชญ์” อ่านเกม “ทรัมป์” แค่ยื้อเวลาดึงพันธมิตรช่วยรบ เตือนหายนะใหญ่ อิหร่านขู่ปิด “ช่องแคบบับเอลมันเดบ” เสี่ยงเศรษฐกิจโลกพังทั้งระบบ | TOPNEWS

    “อ.มาโนชญ์” อ่านเกม “ทรัมป์” แค่ยื้อเวลาดึงพันธมิตรช่วยรบ เตือนหายนะใหญ่ อิหร่านขู่ปิด “ช่องแคบบับเอลมันเดบ” เสี่ยงเศรษฐกิจโลกพังทั้งระบบ | TOPNEWS

    สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนเส้นตายการโจมตีออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าต้องรอดูท่าทีของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐนั้น

    ล่าสุดทางด้าน ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง คณะสังคมศาสตร์ มศว. ได้วิเคราะห์ถึงประเด็นดังกล่าว ผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า ท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้เป็นการใช้แรงกดดันเชิงจิตวิทยามากกว่าความตั้งใจจะเปิดฉากสงครามทันที “ผมคิดว่าทรัมป์ครับ ก็จะเน้นขู่ แล้วก็รอดูผลว่าสิ่งที่ตัวเองขู่มันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ว่ามันก็เป็นสัญญาณที่อันตราย มีความเคลื่อนไหวที่น่ากังวล คือการขยับกำลังทหารของสหรัฐ… แล้วก็มีสัญญาณใน UAE ที่อาจจะเตรียมเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน”

    ซึ่งก่อนหน้านี้มีสัญญาณที่น่ากังวลจากการเคลื่อนกำลังทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงความเป็นไปได้ที่บางประเทศในอ่าวอาหรับ เช่น UAE อาจถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง ทำให้การเลื่อนเส้นตายหลายครั้ง สะท้อนว่าสหรัฐกำลัง “ซื้อเวลา” เพื่อพยายามดึงพันธมิตรอาหรับเข้าร่วม ก็เห็นถึงสัญญาณไม่ดีหลายครั้ง แล้วทรัมป์ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไปเรื่อย ๆ

    “มันคือการเลื่อนเวลา เพื่อรอและโน้มน้าวอาหรับให้เข้ามา ซึ่งเกือบสำเร็จแล้ว แต่ถูกปากีสถานกับตุรกีขวางไว้”

    ทั้งนี้ ผศ.ดร.มาโนชญ์ ยังมองว่า ในด้านการเจรจา สหรัฐได้เสนอเงื่อนไข 15 ข้อ โดยมีสาระสำคัญ เช่น การยกเลิกคว่ำบาตร แลกกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธ เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในข้อตกลงลักษณะนี้

    “อิหร่านไม่เอาด้วย เพราะมีบทเรียนจากลิเบียหรืออิรัก ที่ยอมจำกัดกำลังตัวเองแล้วสุดท้ายก็ถูกโค่นล้ม การยื่นข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายเป็นเพียง เกมการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบ เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่รับ แต่มันเป็นสิ่งที่ใช้พูดคุยกันก่อนสงคราม ขณะเดียวกัน วาทกรรมตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายยังดำเนินต่อเนื่อง โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่ง มันเป็นการแสดงว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ แล้วก็มีการเยาะเย้ยกัน”

    สำหรับท่าทีของสหรัฐ ผศ.ดร.มาโนชญ์ ชี้ว่าแม้จะมีการข่มขู่ทางทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าวอชิงตันต้องการทำสงครามจริง เพราะถูกอิสราเอลกดดันอย่างหนัก ในขณะที่อิหร่านเองก็เริ่มส่งสัญญาณตอบโต้ โดยอาจเปิดแนวรบใหม่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อาจเปิดแนวรบใหม่ เช่น การปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกมาก ๆ

    “ผมคิดว่าอิหร่านเองเค้าก็เข้าใจนะครับ ว่าวันนี้มันอันตราย เค้าจึงส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการเปิดแนวรบใหม่ครับ ที่นั่นก็คือตรงทะเลแดง ก็คือการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเราก็เคยคุยกันมาก่อนนะ ถ้ามีการปิดตรงนี้เนี่ย นั่นจะเป็นหายนะ ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลกเลย คือช่องแคบตรงนี้เนี่ย มันเป็นเส้นทางขนส่ง สินค้าและพลังงานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

    ซึ่งมันเชื่อมทะเลแดงกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนผ่านคลองสุเอซ เพราะฉะนั้นสินค้า ทั้งจากยุโรปมาเอเชีย เอเชียไปยุโรปมันจะต้องผ่านเส้นทางตรงนี้ ดังนั้นถ้ามันถูกปิด การขนส่งสินค้าเนี่ยมันจะทำไม่ได้ มันจะต้องไปอ้อมแอฟริกา ซึ่งมันจะเพิ่มต้นทุนการขนส่งอย่างสูง แล้วก็ปัญหาเงินเฟ้ออะไรต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น และเป็นวิกฤตที่สำคัญ มันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ท้ายที่สุดแล้วเนี่ย

    มันจะนำไปสู่การที่ผมเคยเรียนไปว่า มันจะเป็นการใช้จุดยุทธศาสตร์และพลังงานเนี่ย เป็นเครื่องมือในการบีบให้แต่ละประเทศต้องเลือก ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหน คุณจะเจรจากับฝั่งนึงเพื่อการเดินเรือที่สะดวก เพื่อซื้อพลังงาน หรือคุณจะไปเข้าร่วมกับอีกฝั่งหนึ่ง
    เพื่อทำสงครามเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก”

    ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวอีกว่า “การตัดสินใจนี้ มันจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการแบ่งข้างกัน ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างวันนี้เราเห็นแล้วว่า ถ้าใครที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน หรือไม่ใช่พวกของสหรัฐอเมริกาก็สามารถที่จะเดินเรือได้ แต่ถ้าใครเป็นเรือของอเมริกา หรือเรือของอิสราเอล เค้าก็ไม่ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าเค้าใช้วิธีการแบบนี้กับช่องแคบบับอัลมันเดบด้วย มันก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์หนักขึ้น ดังนั้นเส้นทางตรงนี้เป็นอีกจุดนึงที่ผมคิดว่า สำคัญมากๆ แล้วก็เป็นอีกไพ่ใบสำคัญของฝั่งอิหร่าน ที่ตอนนี้หยิบยกขึ้นมาขู่แล้ว”

    นอกจากนี้ กลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ยังถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในพื้นที่ทะเลแดง กลุ่มฮูตีมีศักยภาพปิดทะเลแดงได้ และสหรัฐก็ยังจัดการไม่ได้ มองว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในลักษณะ “เกมยื้อเวลา” แต่มีความเสี่ยงจะยกระดับเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ หากเงื่อนไขทางการเมืองและพันธมิตรเปลี่ยนแปลง และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ยิ่งมีโอกาสรุนแรงขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1529597&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mF9F0rtt61LeEMbsGQci2

  • ผลการศึกษาชี้ การมองเห็น ‘หยากไย่ลอยไปมา’ ในตา อาจบอกปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้  | เดลินิวส์

    ผลการศึกษาชี้ การมองเห็น ‘หยากไย่ลอยไปมา’ ในตา อาจบอกปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้  | เดลินิวส์

    กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Radboud ในเนเธอร์แลนด์เพิ่งเผยผลการศึกษาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ว่า อาการที่มองเห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา (Floaters) นั้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาวุ้นในตาเสื่อมและถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่อันตราย

    ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า สิ่งนี้เกิดจากภาวะที่เรียกว่า วุ้นตาแยกตัวออกจากจอประสาทตา ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่อันตราย แต่แล้ว ผลการศึกษาที่เผยแพร่ออกมาในเดือนมีนาคมนี้กลับชี้ว่า ภาวะดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาใหญ่กว่านั้น เช่น ภาวะจอประสาทตาหลุดลอก หรือในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ 

    อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี อาการมองเห็นจุดดำลอยไปมาและ “แสงวาบ” (Flashes) ก็เกิดขึ้นได้โดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดเช่นกัน

    ทีมวิจัยได้วิเคราะห์บันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมผู้ป่วยประมาณ 42,000 ราย พบว่ามีผู้ป่วย 1,089 ราย (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ที่เข้ารับการตรวจรวม 1,181 ครั้ง ระบุว่าพบจุดดำลอยไปมาจุดใหม่, เห็นแสงวาบ หรือมีทั้งสองอาการ

    ผู้ป่วยเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีจุดดำลอยไปมาอย่างเดียว, กลุ่มที่มีแสงวาบอย่างเดียว หรือกลุ่มที่มีทั้งสองอาการพร้อมกัน ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 61 เป็นผู้หญิง ขณะที่ร้อยละ 57 มีอายุระหว่าง 50 – 70 ปี ในวัยนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าวุ้นตาจะหดตัวตามธรรมชาติและดึงตัวออกจากจอประสาทตา ทำให้เกิดจุดดำลอยไปมาหรือแม้แต่เกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาได้

    จากการเข้ารับการตรวจ 1,181 ครั้ง พบว่ามี 77 รายที่ประสบสภาวะจอประสาทตาหลุดลอกหรือจอประสาทตาฉีกขาด โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจคือ ผู้ที่มีอาการเห็นแสงวาบเพียงอย่างเดียว พบภาวะจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาดเพียงร้อยละ 4.7 ขณะที่ผู้ที่มีอาการมองเห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา พบสภาวะเดียวกันถึงร้อยละ 6.1

    ส่วนกลุ่มที่มีทั้งสองอาการพร้อมกัน มีอัตราการเกิดจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาดสูงที่สุด คือร้อยละ 8.4 ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยที่มีทั้งสองอาการมีความเสี่ยงที่จะเกิดจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาด มากกว่าผู้ที่เห็นเพียงแสงวาบอย่างเดียวถึงร้อยละ 56

    ดังนั้น โดยสรุปแล้ว ผู้ป่วยที่มีจุดดำลอยไปมาหลายจุด มีโอกาสร้อยละ 19.8 ที่จะเกิดจอประสาทตาหลุดลอก และความเสี่ยงนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 29.4 เมื่อมีทั้งอาการจุดดำลอยไปมาและแสงวาบร่วมกัน

    กระนั้น คณะวิจัยเน้นย้ำว่า อาการมองเห็นจุดดำลอยไปมาส่วนใหญ่ ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โดยจำนวนผู้ป่วยที่มีมองเห็นจุดดำลอยไปมาเพียงอย่างเดียว คิดเป็นร้อยละ 36.7 ของผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด ขณะที่ร้อยละ 32.3 ของจำนวนนี้เป็นกรณีของวุ้นในตาแยกตัวออกจากจอประสาทตาซึ่งเป็นไปตามวัยและไม่อันตราย

    สำหรับภาวะจอประสาทตาหลุดลอกสามารถวินิจฉัยได้ผ่านการตรวจตาแบบขยายม่านตาโดยจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนมาตรศาสตร์ และสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วด้วยการผ่าตัดภายใน 24 – 48 ชั่วโมง

    ที่มา : ladbible.com

    เครดิตภาพ : Generated by Gemini

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726664/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xAH788MEorhwUmRlVSWyr