Blog

  • ททท. คาดสงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน เตรียมจัดงาน ‘มหาสงกรานต์’ ปีนี้ปักหมุดสวนเบญจกิติ

    ททท. คาดสงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน เตรียมจัดงาน ‘มหาสงกรานต์’ ปีนี้ปักหมุดสวนเบญจกิติ

    ททท. คาดเทศกาลสงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เตรียมจัดงานใหญ่ Maha Songkran World Water Festival 2026 ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติและโรงงานยาสูบเดิม

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 2569 คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งตลาดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ททท.ยังคงรูปแบบการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569 อย่างยิ่งใหญ่

    สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดินทางจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยหากไม่มีปัญหาวิกฤติพลังงาน มองว่าจำนวนและรายได้น่าจะเพิ่มมากกว่านี้ประมาณ 5-7%

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า การจัดงานสงกรานต์ 2569 จะจัดอย่างยิ่งใหญ่เช่นทุกปี โดยงานหลักในกรุงเทพฯ ที่ ททท.เป็นผู้จัดเอง คืองาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติและโรงงานยาสูบเดิม มุ่งเน้นการนำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำความเป็นเทศกาลงานประเพณีระดับโลก โดยสอดแทรกแนวคิดย้อนยุค ปัจจุบัน และร่วมสมัย ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้าร่วมกิจกรรม 

    และงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 จัดตั้งแต่วันที่ 10-30 เมษายน 2569 ณ อุทยานเบญจสิริ (สวนเบญจสิริ) และลานคนเมือง (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) นำเสนอเสน่ห์ ศิลปะ อัตลักษณ์ความเป็นไทยมาถอดรหัสและตีความใหม่ ใส่งานศิลป์โดยเชื่อมโยงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์ ผ่านงานศิลปะร่วมสมัยที่สร้างสรรค์ โดยศิลปินไทยที่เป็นเจ้าของคาแรกเตอร์ (Character) ที่เป็นที่รู้จัก สะท้อนถึงคุณค่า เอกลักษณ์ และเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1227196&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3c_USlGT6mPbaEOlNx9JX2

  • นักท่องเที่ยว ไทย-เทศ ยังแน่น แห่เที่ยวเกาะช้างแม้น้ำมันแพง

    นักท่องเที่ยว ไทย-เทศ ยังแน่น แห่เที่ยวเกาะช้างแม้น้ำมันแพง

    นักท่องเที่ยว ไทย-เทศ ยังแน่น แห่เที่ยวเกาะช้างแม้น้ำมันแพง

    วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั้งเบนซินและดีเซล ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ เนื่องจากการเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวมีค่าต้นทุนที่เป็นราคาน้ำมันจึงตัดสินใจเลื่อนการเดินทางหรือท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้ๆ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเฟอร์รี่“เกาะช้างเฟอร์รี่”ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ตั้งช่วง 10.00 น.วันที่ 27 มีนาคม 2569 ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวยังอำเภอเกาะช้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มทัวร์ต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาลงเรือเฟอร์รี่จำนวนมาก และไม่ต้องต่อคิวนานเพียงต่อต้องรอลงเฟอร์รี่นานประมาณ 30 นาที เพื่อรอให้รถยนต์เต็มลำและเดินทางออก ซึ่งเที่ยวเวลา 11.00 น.ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันแพง มีผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยว จะเห็นได้จากยอดจองห้องพักที่ลดลงในช่วงสงกรานต์ซึ่งแตกต่างจากปี 2568 อย่างเห็นได้ชัด แม้แต่แพลตฟอร์มการจองที่พักออนไลน์ชื่อดังที่มักจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดจองให้ขยับตัวขึ้นได้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การประหยัดและเฝ้าระวังสถานการณ์ หากสงครามยังไม่มีทีท่าจะยุติภายในเร็ววัน ความวิตกกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่เคยเป็นความหวังของผู้ประกอบการ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/955281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MzrShBbMevW4GdSJgaAnm

  • เอกฉันท์! “ภาวิดา จิรภัญญา” นั่งนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือฯ คนใหม่ | TOPNEWS

    เอกฉันท์! “ภาวิดา จิรภัญญา” นั่งนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือฯ คนใหม่ | TOPNEWS

    สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เลือกตั้งนายกสมาคมฯและคณะกรรมการ ประจำปีการบริหาร 2569 – 2571 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นางสาวภาวิดา จิรภัญญา หรือ “คุณจ๋า” ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ประจำวาระปี 2569-2571 โดยได้รับความเชื่อมั่นจากสมาชิกถึงศักยภาพและประสบการณ์ในการบริหารงาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เติบโตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

    โดยมี นายบุญยก พวงสุนทร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวต้อนรับ นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติจากหน่วยงาน และนายกสมาคมองค์กรภาคท่องเที่ยวต่าง ๆ ผู้ประกอบการโรงแรม ผู้บริหารโรงแรม ตลอดจนผู้ประกอบการ ที่ร่วมออกบูธแสดงสินค้าและบริการ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมรวงข้าว โรงแรมสมายล์ ล้านนา เชียงใหม่

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนกิจกรรมของสมาคมโรงแรมไทย” เพื่อถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมให้ก้าวทันสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ขณะที่ พ.ต.ท. ณัฐพล ชุ่มบัวตอง รองผู้กำกับตรวจคนเข้าเมือง

    นางสาวภาวิดา จิรภัญญา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน เปิดเผยภายหลังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งว่าในนามของคณะกรรมการสมาคมฯ ขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงาน “ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568” ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของท่าน ไม่เพียงแต่ทำให้การดำเนินงานของสมาคมฯ เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมในภาคเหนือตอนบนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกท่านเช่นนี้ในกิจกรรมต่อๆ ไป เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

    พร้อมเข้ามารับหน้าที่ในการขับเคลื่อนสมาคมฯ อย่างเต็มกำลัง แนวทางการดำเนินงานในวาระนี้ จะมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรมให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคใหม่ ทั้งด้านคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

    “สมาคมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการปรับตัวสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่” นางสาวภาวิดา กล่าว

    นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือให้โดดเด่นในระดับสากล ผ่านการสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม และเสน่ห์ของพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานโรงแรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ นายกสมาคมฯ คนใหม่ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของสมาชิกว่าเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร โดยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ จะช่วยสร้างพลังในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมในภาคเหนือตอนบนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    โอกาสเดียวกัน คณะกรรมการสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่เข้าร่วมงาน “ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568” โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และสะท้อนถึงความร่วมมือของสมาชิกที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) แสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของนางสาวภาวิดา จิรภัญญา จะสามารถผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโรงแรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้การท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1530280&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w8A1rSqYlP-3lQpaEbJTM

  • ‘

    คุณจิระวดี คุณทรัพย์ ที่ปรึกษาคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดวิสัยทัศน์การวางตำแหน่งประเทศไทยสู่ “จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก” บนเวที Techsauce Healthspan Festival 2026

    เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ และโอกาสของไทย

    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ใช่เทรนด์ใหม่สำหรับประเทศไทย แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ ททท. ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน นี่คือตลาดคุณภาพที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง และเป็นหัวใจของการขยับทิศทางจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว มาสู่การเน้นมูลค่า

    ตัวเลขจากสถาบันสุขภาวะโลก (Global Wellness Institute) ยืนยันภาพนี้อย่างชัดเจน ในปี 2024 เศรษฐกิจเชิงสุขภาวะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 200 กว่าล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปีในช่วงปี 2024-2029 ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพจะคว้าส่วนแบ่งได้อย่างเต็มที่

    จาก “นักท่องเที่ยว” สู่ “นักเดินทางที่มีเป้าหมาย”

    คุณจิระวดีชี้ให้เห็นว่า มุมมองของ ททท. ต่อนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปแล้ว หากมองเฉพาะ ‘นักท่องเที่ยว’ ทั่วไป ภาพจะแคบเกินไป ในยุคปัจจุบัน ททท. มองผู้เดินทางในฐานะ ‘นักเดินทาง’ ที่มีเป้าหมายในการเดินทางอย่างชัดเจน

    กลุ่มนักเดินทางเชิงสุขภาพไม่ใช่นักท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นกลุ่มนักเดินทางเชิงฟื้นฟู (Regenerative Travel) ที่เน้นประสบการณ์เป็นสำคัญ พวกเขาต้องการเดินทางแล้วกลับไปมีพลังงานเพิ่มขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่พักผ่อนแบบทั่วไป

    ต้นทุนที่ครบครัน จากเหนือจรดใต้

    จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือความหลากหลายของสินทรัพย์ด้านสุขภาวะที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดย ททท. วางตำแหน่งให้แต่ละภาคมีจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด

    ภาคเหนือ โดดเด่นด้วยการแพทย์พื้นบ้านดั้งเดิม อย่างการย่ำขาง และสมุนไพรพื้นถิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมสปาและสุขภาวะมาอย่างยาวนาน ภาคกลาง เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก ด้วยโรงพยาบาลเอกชนที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งกำลังเติบโตในด้านการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนยาว (Longevity) อย่างเข้มแข็ง ขณะที่ ภาคอีสานและภาคใต้ ต่างมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเฉพาะตัวที่พร้อมนำเสนอสู่ตลาดโลก

    ที่สำคัญคือทุกสินทรัพย์ด้านสุขภาวะและการแพทย์จะถูกผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนเสมอ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่ต้องการทั้งการดูแลสุขภาพและประสบการณ์การท่องเที่ยวควบคู่กัน

    วิวัฒนาการ 3 ยุค: การแพทย์ → สุขภาวะ → อายุยืนยาว

    เส้นทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยผ่านมาแล้ว 3 ยุค ยุคแรกเริ่มจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ตั้งแต่ราวปี 2540 โดย ททท. ใช้กลยุทธ์ให้นักเขียนชาวอเมริกันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในไทย เพราะเรื่องของการแพทย์ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สื่อสาร ไม่ใช่หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวพูดเอง

    จากนั้นจึงขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ และล่าสุดคือการเข้าสู่ยุคของการดูแลเพื่ออายุยืนยาว ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการผสมผสานการดูแลสุขภาพระยะยาวเข้ากับการพักผ่อน

    3 เสาหลักของการตลาดด้านสุขภาพและสุขภาวะ

    ททท. แบ่งกลยุทธ์การทำตลาดออกเป็น 3 กลุ่มชัดเจน

    กลุ่มแรกคือ ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง กลุ่มที่สองคือ สุขภาวะบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ยกระดับสินทรัพย์อย่างนวดไทยและสมุนไพรด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าสิ่งเหล่านั้นให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง และกลุ่มที่สามคือ สุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบนฐานวิทยาศาสตร์ ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่

    เป้าหมายปลายทางคือการสร้างตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาระดับโลก”

    ตัวเลขที่บอกว่า “ตลาดนี้คุ้มค่า”

    ข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะยืนยันว่านี่คือตลาดคุณภาพอย่างแท้จริง

    กว่า 86% เป็นนักท่องเที่ยวอิสระที่เดินทางด้วยตัวเอง มีระยะเวลาพำนักในไทยไม่ต่ำกว่า 12 วัน และมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับบริการที่เข้ารับ รูปแบบการเดินทางก็หลากหลาย ตั้งแต่มาเป็นครอบครัวในกลุ่มที่มารักษาพยาบาล ไปจนถึงเดินทางคนเดียวหรือมาเป็นคู่ในกลุ่มดูแลความงามและสุขภาพสตรี

    ตลาดหลักในปัจจุบันมาจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะมาจากยุโรปและอินเดียซึ่งกำลังเติบโตอย่างโดดเด่น

    ปี 2026: ปีแห่งการสร้างการยอมรับระดับโลก

    ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญสำหรับการวางตำแหน่งของไทยบนเวทีโลก ททท. มีแผนจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet ในวันที่ 23 เมษายน 2026 เป็นเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อจากต่างประเทศเกือบ 100 รายกับผู้ประกอบการไทยทั้งกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะ

    ไฮไลต์สำคัญอีกงานคือการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดด้านสุขภาวะโลก (Global Wellness Summit) ที่ภูเก็ตในเดือนกันยายน 2026 โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวเรือใหญ่ การที่งานระดับโลกนี้มาจัดในไทย ถือเป็นการสร้างการยอมรับให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะชั้นนำ

    แคมเปญใหม่ที่นิยามความหรูหราใหม่

    ททท. ปิดท้ายด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Healing is the New Luxury” (การเยียวยาคือความหรูหราแบบใหม่) ภายใต้โครงการ Thailand Health Excellence 2026 ในฐานะ “บทใหม่แห่งการเยียวยาของโลก” แคมเปญนี้นิยามความหรูหราใหม่ ไม่ใช่สิ่งของหรือวัตถุ แต่คือการเยียวยา

    ตั้งแต่การแช่น้ำในบ่อธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากว่า 200 ล้านปี การอาบป่า อาหารไทยที่ทุกส่วนผสมคัดสรรเพื่อบำรุงสุขภาพ ไปจนถึงเทศกาลที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สารที่ส่งออกไปทั่วโลกคือ ถ้าคุณยังไม่มีบ้านหลังที่สอง ลองทำความรู้จักประเทศไทยให้ลึกซึ้ง แล้วไทยจะเยียวยาคุณเหมือนบ้าน

    ที่มา: สรุปเนื้อหาจาก Session “Global Wellness Destination: ฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/healthtech/thailand-global-wellness-destination-tat-strategy-2026&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XDJUSBasvJpARXEYLwHwL

  • เปิดใหม่ “ธารศรีทอง แคมป์ปิ้ง” ตาก เล่นน้ำ-ล่องยางกลางป่า ชูท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

    เปิดใหม่ “ธารศรีทอง แคมป์ปิ้ง” ตาก เล่นน้ำ-ล่องยางกลางป่า ชูท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137748&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MkenIEbgPL5gwUoEZ38x4

  • แพทย์แนะวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักแบบนี้ ลดเสี่ยงป่วย-ติดเชื้อ เวลาไปเที่ยวอย่าลืมทำ!

    แพทย์แนะวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักแบบนี้ ลดเสี่ยงป่วย-ติดเชื้อ เวลาไปเที่ยวอย่าลืมทำ!

    ทำไมควรวาง “ถ้วยน้ำ” ในห้องพักเวลาไปเที่ยว? แพทย์เผยเหตุผลที่หลายคนไม่รู้

    ช่วงวันหยุดยาวเป็นเวลาที่หลายคนออกเดินทางท่องเที่ยวและพักในโรงแรม แต่รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่ “วางถ้วยน้ำในห้อง” อาจช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรได้แนะนำวิธีง่าย ๆ นี้ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งมักทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้น

    ทำไมช่วงท่องเที่ยวถึงป่วยง่าย?

    ตามรายงานของ The Mirror ดร. ปูนัม คริชาม แพทย์ประจำรายการ BBC Morning Live ได้ให้คำแนะนำที่เธอสนับสนุนให้ทุกคนปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เนื่องจากเธอเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “การระบาดระลอกใหม่หลังวันหยุด

    ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เมื่ออุณหภูมิและความดันอากาศเปลี่ยนแปลง เชื้อไวรัสและแบคทีเรียจะสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ประกอบกับช่วงวันหยุดที่ผู้คนเดินทางและพบปะกันมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ

    นอกจากนี้ หากเพิ่งหายป่วย ระบบภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงติดเชื้อซ้ำได้ง่าย

    เครื่องปรับอากาศ ตัวแปรสำคัญในห้องพัก

    อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้ามคือ “เครื่องปรับอากาศ” ซึ่งมักเปิดใช้งานตลอดเวลาในห้องพักหรือบนเครื่องบิน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรคได้

    นอกจากนี้ แอร์ยังทำให้อากาศในห้องแห้ง ส่งผลให้จมูกและลำคอแห้งตามไปด้วย ซึ่งอาจลดความสามารถของร่างกายในการป้องกันเชื้อโรค

    อากาศแห้ง เสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น

    เมื่อเยื่อบุจมูกและลำคอแห้ง จะทำให้การดักจับเชื้อโรคลดลง ส่งผลให้ไวรัสและแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

    อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ คอแห้ง ระคายเคือง คัดจมูก ไอเรื้อรัง หรือปวดศีรษะ ซึ่งมักพบได้บ่อยในห้องที่มีแอร์เปิดตลอดเวลา

    วิธีง่าย ๆ แค่ “วางถ้วยน้ำ” ก็ช่วยได้

    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากไม่มีเครื่องเพิ่มความชื้น สามารถใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการวางถ้วยน้ำไว้ในห้อง เพื่อช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ

    นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และลดผลกระทบจากอากาศแห้งที่เกิดจากเครื่องปรับอากาศ

    การวางถ้วยน้ำในห้องพักอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สามารถช่วยเพิ่มความชื้น ลดความแห้งของอากาศ และช่วยให้ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ระหว่างการเดินทาง

    วิธีง่าย ๆ แบบนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยดูแลสุขภาพได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน

     

    1. The Mirror
    2. Healthline
    3. SOHA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9880674/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ac4uhX2ppcmNEjzzTVWix

  • ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ สร้างปรากฏการณ์ยกหมู่บ้านล้านนามาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ภายใต้คอนเซปต์ “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับที่จับต้องได้จริงและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
     

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในการนำเสนอภาคเหนือ โดยเน้นการตีความอัตลักษณ์ล้านนาใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังคงจิตวิญญาณเดิมไว้ โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอ “น่าน” เมืองที่ได้รับการยกย่องเป็นเมืองสร้างสรรค์จาก UNESCO มาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experience)

    “เราคัดสรรเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตจริงของภาคเหนือ นำเสนอให้เข้าถึงง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน โดยมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ รูปจำลองขนาดใหญ่จากวัดภูมินทร์ และหัวเรือไม้แกะสลักที่สะท้อนภูมิปัญญาชุมชน เพื่อดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอยากออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงในพื้นที่” นายขจรเดช กล่าว

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    กลยุทธ์ 5 โซนประสบการณ์: กิน-ช้อป-เที่ยว-มู-เวิร์กชอป

    ททท. ได้ออกแบบพื้นที่หมู่บ้านภาคเหนือให้เป็นระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจร ประกอบด้วย 5 โซนหลัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างรอบด้าน:

    โซนอิ่มใจ (Must Taste): ยกระดับอาหารพื้นถิ่นสู่ระดับกูร์เมต์ เช่น ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่าม ดีกรีมิชลินไกด์

    โซนชื่นใจ (Café & Craft Drink): เจาะกลุ่มคนรักกาแฟและเครื่องดื่มคราฟต์จากแหล่งผลิตคุณภาพสูง

    โซนซื้อใจ (Must Buy): จำหน่ายงานหัตถศิลป์ล้านนา อาทิ เครื่องทองสุโขทัยและเครื่องเงินน่าน

    โซนสุขใจ (Spiritual & Belief): พื้นที่สำหรับสายมูและกิจกรรมเสริมสิริมงคล

    โซนเพลินใจ (Workshop & Experience): พื้นที่ลงมือทำหัตถกรรมล้านนาและลองสวมชุดพื้นเมือง ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวปิดท้ายว่า “ความสุขแบบ Season of North จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักภาคเหนือในทุกฤดู โดยเรามุ่งหวังให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของจริงในพื้นที่ เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    สัมผัสเสน่ห์ล้านนามิติใหม่ได้ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 1–4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/740066&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0x1P1Cc0MbKTGfXh6ySuW2

  • ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ  และคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ในโอกาสที่ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมคณะ เดินทางมาติดตามการดำเนินงานพร้อมทั้งตรวจเยี่ยมจุดดำเนินงานสำคัญ อาทิ จุดติดตั้งรูปปั้นกระรอกขาวบริเวณหาดท้ายทิม และพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกาะสีชังแบบบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค พลังงานไฟฟ้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เกาะสีเขียว“ ต้นแบบของการพัฒนาที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างสมดุลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นลำดับสำคัญ

    การลงพื้นในครั้งนี้ คณะได้ประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนา ณ ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง โดยนางรวีวรรณพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความก้าวหน้าด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีการเพิ่มความจุและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพร้อมพัฒนาระบบรวบรวมน้ำ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่  ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการกำจัดยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดขยะตกค้างสะสม โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งแก้ไข ทั้งการส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง การเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาเดิม และเตรียมจัดหาเตาเผาขยะเพิ่มเติม ผ่านกองทุนสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรีไซเคิล

    สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้ดำเนิน “โครงการอนุรักษ์พันธุ์กระรอกขาวเกาะสีชัง” ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่มีลักษณะเด่นสีขาวงาช้าง โดยผลสำรวจล่าสุดพบไม่น้อยกว่า 176 ตัว สะท้อนความสำเร็จของการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำสื่อความหมาย ติดตั้งป้ายให้ความรู้ 6 จุด และสร้างรูปปั้นกระรอกขาว 2 จุด เพื่อเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขณะเดียวกัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่ได้มีเพาะชำกล้าไม้กว่า 3,000 ต้น เช่น ไทรใบเล็กและมะขามป้อม เตรียมปลูกในช่วงฤดูฝน รวมถึงใช้เทคโนโลยีโดรนโปรยเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ และส่งเสริมกิจกรรมมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว เช่น จุดยิงเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนเกาะ ซึ่งจากการติดตามผล พบว่าบางพื้นที่มีอัตราการรอดของต้นไม้ต่ำ จากสภาพอากาศแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมต่อไป

    ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวยืนยันพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเกาะสีชังให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726481/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0h-HC1v9zYeie-N8TWaAil

  • ราศีมีน! การงานรุ่ง รายได้ดี เงินทองใช้เพื่อการศึกษาและบ้าน ระวังอุบัติเหตุ การเดินทาง

    ราศีมีน! การงานรุ่ง รายได้ดี เงินทองใช้เพื่อการศึกษาและบ้าน ระวังอุบัติเหตุ การเดินทาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/137357&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QO-8Sn5qyRtVgTV8xs-F9

  • SCBX Group แต่งตั้ง

    SCBX Group แต่งตั้ง

    กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) ประกาศแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) คนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผน Succession Planning เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจการเงินดิจิทัลภายใต้กลุ่ม

    จิมมี่ ฟาน คือใคร?

    คุณจิมมี่ ฟาน เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์โดดเด่นในสายฟินเทค ธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล และการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนิกซ์ (MONIX) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่ม SCBX และ Abakus Group จากประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563

    โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์ม FINNIX แอปฯ สินเชื่อดิจิทัลที่ใช้ AI และ Machine Learning ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม Unbanked Customer ที่เข้าไม่ถึงบริการการเงินแบบดั้งเดิม

    ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษา MBA จาก University of Chicago Booth School of Business และเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้บริหารที่มีความรอบรู้ด้านธุรกิจ การดำเนินงาน และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

    คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของ SCBX กล่าวว่า การแต่งตั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของคุณจิมมี่ โดย CardX เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของกลุ่มฯ ซึ่งต้องอาศัยการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

    คุณจิมมี่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินเครดิต การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การนำพา MONIX เติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความสามารถในการสร้างผลกำไรและรักษาคุณภาพสินทรัพย์ สะท้อนถึงความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเข้ามาขับเคลื่อน CardX ในระยะต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าคุณจิมมี่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CardX และเร่งการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้ตามแผนที่วางไว้ 

    คุณอาทิตย์ กล่าวเสริม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/news/scbx-group-appoints-jimmy-fan-new-ceo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PKdFc0-4UdCb7sZttRgtu