Blog

  • ททท.เร่งยกระดับสู่ท่องเที่ยวคุณภาพ เปิด 5 อันดับประเทศไหนเข้าไทยมากสุด | เดลินิวส์

    ททท.เร่งยกระดับสู่ท่องเที่ยวคุณภาพ เปิด 5 อันดับประเทศไหนเข้าไทยมากสุด | เดลินิวส์

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย 

    ทั้งนี้ ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม  

    ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความระมัดระวังมากขึ้นและตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว

    สำหรับ ข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม-1 มีนาคม 2569) ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน

    นักท่องเที่ยวชาติไหน เข้าไทยมากที่สุด ไตรมาส 1/2569

    • อันดับ 1 ชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย จำนวน 9.6 แสนคน
    • อันดับ 3 รัสเซีย จำนวน 7.26 แสนคน
    • อันดับ 4 อินเดีย จำนวน 6.26 แสนคน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ จำนวน 4.12 แสนคน

    ขณะเดียวกัน ตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน 

    อย่างไรก็ดี โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

    ทั้งนี้ ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมุติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1-3 เดือน โดย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก 

    ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 3% จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย 

    ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5746254/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HCr15QRWubz9d2Coxm3t8

  • คอลัมน์การเมือง – เมื่อ ‘มืออาชีพ’ นำทาง ‘การเมือง’  สัญญาณบวกฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย

    คอลัมน์การเมือง – เมื่อ ‘มืออาชีพ’ นำทาง ‘การเมือง’ สัญญาณบวกฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย

    ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดถาโถมเข้าใส่เศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ไปจนถึงปัจจัยภายในเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) คำถามสำคัญที่สังคมเฝ้าถามมาตลอดคือ “เรามีทีมทำงานที่ตรงจุดและเก่งพอหรือไม่?”

    คำตอบเริ่มฉายชัดขึ้นเมื่อความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกระทรวงการคลังปรากฏภาพการดึงตัว ดร.สันติธาร เสถียรไทยหรือ “ดร.ต้นสน” นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ภายใต้การนำของ ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การขยับหมากครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเต็มตำแหน่งว่างทางการเมือง แต่คือการส่งสัญญาณว่า“ผลประโยชน์ของบ้านเมือง” กำลังถูกยกขึ้นมาวางไว้เหนือ “โควตาพรรค”

    ในประเด็นนี้ ต้องให้เครดิตอย่างสูงต่อ ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะผู้นำทัพเศรษฐกิจ ที่กล้าตัดสินใจดึง “คนเก่ง” ที่มีความรู้ความสามารถระดับแนวหน้าเข้ามาช่วยงาน การเลือกใช้คนแบบถูกฝาถูกตัว ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ สะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้นำที่ตระหนักดีว่า ลำพังเพียงองคาพยพทางราชการหรือกลไกการเมืองแบบเดิม อาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในโลกยุคใหม่ การสร้าง “ทีมไฮบริด” ที่ผสมผสานระหว่างความเก๋าในระบบกับวิสัยทัศน์โลกใหม่ จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด

    สำหรับ ดร.สันติธาร เขาคือบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วยต้นทุนทางสังคมและสติปัญญา เป็นบุตรชายของดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ และ ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบ่มเพาะให้เขาเติบโตมาพร้อมกับจิตสำนึกในการรับใช้ส่วนรวม โปรไฟล์การศึกษาจาก มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างฮาร์วาร์ด และ London School of Econcmics ประกอบกับประสบการณ์การเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัท Big Tech ระดับภูมิภาคอย่าง Sea Group และการเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของ World Economic Forum ทำให้เขามี “สายตา” ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกได้กว้างและไกลกว่ามาตรฐานทั่วไป

    ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ดร.เอกนิติ และ ดร.สันติธาร ทั้งคู่ต่างเป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเทคโนแครตที่เติบโตมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) การพูดภาษาข้อมูล(Data) เดียวกันจะช่วยลดรอยต่อในการทำงาน โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างนโยบายการคลังของรัฐบาล และนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดร.สันติธาร เพิ่งสละเก้าอี้กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อมากู้ชีพเศรษฐกิจชาติในครั้งนี้

    บทสรุปของปรากฏการณ์นี้คือบทเรียนสำคัญของการเมืองไทย ว่าในยามที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤตศรัทธาและวิกฤตปากท้อง การดึง “มืออาชีพ” เข้ามานำทาง “การเมือง” คือทางออกที่ถูกต้องที่สุด ประโยชน์ที่ตกแก่บ้านเมืองจากการรวมตัวของคนเก่งครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันว่าหากเรากล้าก้าวข้ามเส้นแบ่งขั้วอำนาจ แล้วเอาความสามารถเป็นตัวตั้ง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของเศรษฐกิจไทยย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/65989&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PyAYD2qU64vxpCBGxvlS9

  • นอนฟาร์มสหรัฐพุ่ง 178K สูงกว่าคาดเกือบ 3 เท่า Bitcoin ทรงตัวที่ $67,157

    นอนฟาร์มสหรัฐพุ่ง 178K สูงกว่าคาดเกือบ 3 เท่า Bitcoin ทรงตัวที่ $67,157

    Siam Blockchain

    By

    เมษายน 3, 2026

    นอนฟาร์มสหรัฐพุ่ง 178K สูงกว่าคาดเกือบ 3 เท่า Bitcoin ทรงตัวที่ $67,157

    สรุปข่าว
    • ตัวเลขนอนฟาร์มเดือนมีนาคม 2569 ออกมาที่ 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 65,000 ตำแหน่งอย่างมาก และพลิกกลับจากตัวเลขติดลบ -92,000 ตำแหน่งในเดือนก่อน
    • อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.3% ต่ำกว่าคาดการณ์และเดือนก่อนที่ 4.4% บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง แรงงานยังหางานได้ไม่ยาก
    • ตลาดจับตาว่าตัวเลขแข็งแกร่งนี้จะลดแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เร่งลดดอกเบี้ย กดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

    แม้ตัวเลขตลาดแรงงานออกมาแข็งแกร่ง แต่อัตราว่างงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จากเดิม 4.4% ช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาด ความคาดหวังนโยบาย Fed ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ Bitcoin จึงมีแนวโน้มทรงตัวถึงฟื้นตัวเล็กน้อยในระยะสั้น

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 เวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย (8:30 AM EST) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร หรือ ตัวเลขนอนฟาร์ม ประจำเดือนมีนาคม ออกมาที่ 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 65,000 ตำแหน่ง และพลิกกลับจากตัวเลขติดลบ -92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ได้อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน อัตราว่างงานก็ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% ต่ำกว่าทั้งคาดการณ์และตัวเลขเดือนก่อนที่ 4.4% สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงร้อนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาด

    ณ ขณะที่ตัวเลขออก Bitcoin (BTC) ซื้อขายอยู่ที่ $67,157 บวกขึ้น 1.57% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum (ETH) อยู่ที่ $2,067.37 บวก 1.80% ตลาดคริปโตโดยรวมยังแสดงแรงซื้อก่อนตัวเลขออก แต่เมื่อข้อมูลประกาศ นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักว่าตัวเลขแข็งแกร่งนี้หมายความว่าอะไรต่อทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

    ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง ส่งสัญญาณอะไรต่อ Fed

    ตัวเลขนอนฟาร์มที่ 178,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่คาดไว้เพียง 65,000 ตำแหน่ง ถือว่าสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ การจ้างงานที่พุ่งสูงขนาดนี้บ่งชี้ว่าบริษัทต่างๆ ยังคงขยายกำลังคน ผู้บริโภคมีรายได้ มีกำลังใช้จ่าย และนั่นคือเชื้อเพลิงให้เงินเฟ้อยังคุกรุ่นได้ต่อไป ในมุมของ Fed แรงกดดันด้านค่าจ้างยังคงเป็นตัวแปรที่ต้องจับตา เพราะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งมักนำมาสู่การขึ้นค่าแรง และค่าแรงที่สูงขึ้นก็ผลักให้ต้นทุนสินค้าสูงตาม Fed จึงยังไม่มีเหตุผลเร่งด่วนที่จะลดดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้

    อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 4.4% ในเดือนก่อน ทำให้ภาพรวมตลาดแรงงานชัดเจนขึ้น ไม่ใช่สัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลงจนน่าเป็นห่วง ความไม่แน่นอนในตลาดจึงลดลงบ้าง เพราะอย่างน้อยเศรษฐกิจยังไม่ถดถอย

    ผลกระทบต่อคริปโต ทรงตัวหรือฟื้นเล็กน้อย

    สำหรับตลาดคริปโต ตัวเลขนอนฟาร์มที่สูงกว่าคาดมากขนาดนี้ ในเชิงทฤษฎีมักถูกมองเป็นปัจจัยกดดัน เพราะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้ Fed ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งผ่อนคลายนโยบาย ดอลลาร์แข็งค่า กระแสเงินอาจไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต แต่ภาพที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ อัตราว่างงานที่ลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 4.3% บ่งชี้ถึงเสถียรภาพของตลาดแรงงาน ไม่ใช่สัญญาณเศรษฐกิจร้อนแรงจนเกินไป ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed จึงยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย และนั่นทำให้ตลาดมีเสถียรภาพพอที่ Bitcoin จะทรงตัวถึงฟื้นตัวเล็กน้อยได้

    Bitcoin ที่ $67,157 และ ETH ที่ $2,067.37 ยังอยู่ในโซนบวกก่อนตัวเลขออก ตลาดอาจแกว่งตัวในช่วงค่ำคืนหลังข้อมูลถูกย่อย แต่ด้วยความไม่แน่นอนที่ลดลงหลังตัวเลขออกมาชัดเจน โอกาสที่ราคาจะดิ่งลงแรงยังไม่สูงในทันที นักลงทุนควรจับตาว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับอย่างไรในช่วงคืนนี้เพื่อประเมินทิศทางคริปโตในระยะถัดไป

    ตัวเลขที่ต้องจับตาถัดไป

    ตัวเลขนอนฟาร์มชุดนี้พลิกกลับจากเดือนก่อนที่ติดลบ -92,000 ตำแหน่งได้อย่างน่าประหลาดใจ นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งจะตั้งคำถามว่าตัวเลขที่แข็งแกร่งในเดือนมีนาคมนี้มาจากการชดเชยของเดือนก่อน หรือเป็นแนวโน้มที่ยั่งยืน การประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนถัดไปและการประชุม Fed จะเป็นตัวยืนยันว่า Fed จะยืนดอกเบี้ยหรือเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย ซึ่งจะมีน้ำหนักต่อทิศทางคริปโตมากกว่าตัวเลขชุดนี้เพียงอย่างเดียว


    ความเห็นผู้เขียน

    ต้องบอกตรงๆ ว่าตัวเลขนอนฟาร์มที่ 178,000 ตำแหน่งนี้ เกินคาดมากจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่แล้วออกมาติดลบถึง -92,000 ตำแหน่ง ผมมองว่าตลาดอาจต้องใช้เวลาย่อยตัวเลขนี้สักพัก เพราะมันไม่ได้ตีความง่ายๆ ว่าดีหรือไม่ดีสำหรับคริปโต

    ฝั่งหนึ่งบอกว่าตลาดแรงงานแข็งแกร่ง Fed ไม่ต้องลดดอกเบี้ย ดอลลาร์แข็ง คริปโตเสียเปรียบ แต่อีกฝั่งหนึ่งก็มองว่าอัตราว่างงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% นั้นไม่ได้น่ากลัว เป็นแค่เสถียรภาพของตลาดแรงงาน ไม่ใช่สัญญาณเงินเฟ้อพุ่งกลับมา ส่วนตัวผมจะจับตาว่า Bitcoin รักษาแนว $67,000 ไว้ได้ไหมในช่วงคืนนี้ ถ้าทรงตัวได้และไม่มีแรงขายหนักออกมาก็ถือว่าตลาดย่อยข่าวได้ดีพอสมควรครับ

    ภาพจาก AI

    📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่

    Siam Blockchain

    คุณเชน

    คุณเชน เป็นระบบรายงานข่าวอัตโนมัติของ Siam Blockchain ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของกองบรรณาธิการ ระบบได้รับการออกแบบให้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่งแบบเรียลไทม์ โดยเน้นความถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เนื้อหาทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องโดยทีมบรรณาธิการของ Siam Blockchain ก่อนเผยแพร่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข่าวสารคริปโตเคอร์เรนซีที่เชื่อถือได้และทันเหตุการณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/04/03/us-nonfarm-payrolls-178k-unemployment-4-3-april-2025-crypto-impact/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FFy1K_0wzTTQOZFcJ6MS0

  • ประวัติ คริส โปตระนันทน์ และเส้นทางการเมืองที่น่าจับตามอง

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์ และเส้นทางการเมืองที่น่าจับตามอง

    เปิดประวัติ คริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ คือใคร ทำไมถึงเป็นที่สนใจ

              คริส โปตระนันทน์ ประวัติประธานพรรคเศรษฐกิจ นักการเมืองและนักกฎหมายรุ่นใหม่ กับเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจ  

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์

              “คริส โปตระนันทน์” กลายเป็นอีกหนึ่งคีย์เวิร์ดมาแรงที่ติดเทรนด์บน Google Trends เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 หลังเกิดเหตุปะทะคารมในสภาฯ ระหว่าง สส.พรรคประชาชน กับ คริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ จากประเด็นวิจารณ์การอภิปรายว่าใช้ ChatGPT และทำงานไม่คุ้มภาษี จนเกิดการโต้ตอบถึงความไม่เหมาะสม

              ภายหลังจบการอภิปราย มีรายงานว่า สส.พรรคประชาชน เดินไปหาคริสถึงที่นั่ง โดยเจ้าตัวระบุว่าถูกคุกคามถึงขั้นถูกจับแขน และเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นตรวจสอบด้านจริยธรรมต่อไป

             อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ คริส โปตระนันทน์ กลายเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ จนหลายคนอยากรู้จักประวัติและบทบาทของเขามากยิ่งขึ้น

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana

    ประวัติคริส โปตระนันทน์ คือใคร ?

    คริส โปตระนันทน์ ประวัติและข้อมูลส่วนตัว

              ประวัติ คริส โปตระนันทน์ เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2531 ปัจจุบันอายุ 38 ปี มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานคร เติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานด้านการศึกษาและสังคม โดยเป็นบุตรของนายมีพาศน์ โปตระนันทน์ และนางวีณา วราโชติเศรษฐ์

              ด้านการศึกษา คริส โปตระนันทน์ เริ่มต้นจากโรงเรียนในจังหวัดราชบุรี ก่อนเข้าศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อยอดด้านกฎหมายในระดับมหาวิทยาลัย จากคณะนิติศาสตร์ สาขากฎหมายมหาชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยม) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการก้าวสู่สายอาชีพนักกฎหมาย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการก้าวสู่สายอาชีพนักกฎหมาย

              หลังจากสอบผ่านเนติบัณฑิตไทย รุ่นที่ 63 คริส โปตระนันทน์ ได้ต่อยอดการศึกษาในต่างประเทศ โดยสำเร็จหลักสูตร Graduate Diploma of Economics (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม สหราชอาณาจักร ก่อนจะได้รับทุน Fulbright Program เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท (LL.M.) ด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้าและเศรษฐศาสตร์ (Antitrust Law and Economics) จาก University of California, Berkeley สหรัฐอเมริกา 

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana

    เส้นทางอาชีพและบทบาทนักกฎหมายของ คริส โปตระนันทน์

             คริส โปตระนันทน์ เป็นที่รู้จักในฐานะนักกฎหมาย และเคยมีบทบาทด้านวิชาชีพกฎหมายควบคู่กับการทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด 19 ที่เขาได้ก่อตั้งกลุ่มเส้นด้าย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน บทบาทดังกล่าวทำให้เขาได้รับความสนใจในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดด้านสังคมและการเมือง

    คริส โปตระนันทน์ กับถนนเส้นทางการเมือง

              คริส โปตระนันทน์ เริ่มต้นเส้นทางการเมืองตั้งแต่ช่วงชีวิตนักศึกษา จากการมีบทบาทในกิจกรรมพาเหรดล้อการเมืองที่สะท้อนมุมมองทางสังคมอย่างตรงไปตรงมา ก่อนก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรค

             ในการเลือกตั้งปี 2562 คริส โปตระนันทน์ ลงสมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 6 แต่แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่เขาสามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านแนวคิดนโยบายและแคมเปญหาเสียงที่เข้าถึงปัญหาคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการมีบทบาทผลักดันประเด็นเชิงโครงสร้าง เช่น กฎหมายสุราก้าวหน้า

              ต่อมาในช่วงวิกฤตโควิด 19 ปี 2564 คริส โปตระนันทน์ ได้ก่อตั้งกลุ่มเส้นด้าย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน แสดงถึงบทบาทการทำงานภาคประชาชนควบคู่การเมืองอย่างชัดเจน ก่อนจะปรับบทบาททางการเมืองอีกครั้งด้วยการก่อตั้งพรรคเส้นด้าย และก้าวขึ้นมาเป็นประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในปัจจุบัน  

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana

    ข่าวคริส โปตระนันทน์ เปิดศึกกลางสภา อ้างถูกคุกคาม 

              วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา เกิดเหตุปะทะคารมระหว่าง สส.พรรคประชาชน (ปชน.) และ สส.พรรคเศรษฐกิจ โดย คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ และประธานพรรค ลุกขึ้นประท้วงนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ว่าทำผิดข้อบังคับการประชุม พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของ สส. ว่าคุ้มค่าภาษีประชาชนหรือไม่ รวมถึงพาดพิงการใช้ ChatGPT ในการเขียนอภิปราย และมีการเปรียบเปรยบางคนว่า “สามล้อถูกหวย”

              ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลุกขึ้นโต้กลับว่า ไม่เหมาะสมที่จะดูถูกเพื่อนสมาชิก พร้อมเรียกร้องให้ให้เกียรติกัน ขณะที่รองประธานสภาฯ ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ขอให้ทุกฝ่ายอภิปรายในกรอบและไม่ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นกัน

              ภายหลัง คริส โปตระนันทน์ แถลงว่า รู้สึกถูกคุกคามทั้งทางร่างกายและเสรีภาพ โดยระบุว่ามีการชี้หน้าและจับแขน พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่ และอาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ประวัติ คริส โปตระนันทน์

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252791&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18SrppIuDQU05rbIM5nt1E

  • ศาลให้ประกันตัว “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” เตรียมปล่อยตัวพ้นเรือนจำ – ไทยรัฐออนไลน์

    ศาลให้ประกันตัว “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” เตรียมปล่อยตัวพ้นเรือนจำ – ไทยรัฐออนไลน์

    “บิ๊กเต่า” เพิ่มของขวัญปีใหม่ให้ “สามารถ” ส่วน “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ลุ้นหมายจับ. แท็กที่เกี่ยวข้อง. สามารถ เจนชัยจิตรวนิชคดีฟอกเงินดิไอคอนดิไอคอนกรุ๊ป …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2924552&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0t5Zd1SPnfaMVJoOg4p-7-

  • “อาร์แบค” มอบทุนการศึกษาให้ทัพนักกีฬาสร้างชื่อเสียง ในศึกกีฬาปัญญาชน “อินทนิลเกมส์” | เดลินิวส์

    “อาร์แบค” มอบทุนการศึกษาให้ทัพนักกีฬาสร้างชื่อเสียง ในศึกกีฬาปัญญาชน “อินทนิลเกมส์” | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา​ ที่ห้องสินธุเดชะ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต​ (อาร์แบค) ได้มีการจัดพิธีมอบเงินรางวัลแห่งความสำเร็จของนักกีฬามหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต​ ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ที่ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยมี​ อ.ศุภนิตย์ วงษ์ศาลังกา (รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา), อ.พงษ์เทพ เครือชะเอม รองอธิการบดี, ผศ.ดร.อรชร วัฒนกูล​ รองอธิการบดี,​ และดร.สุภาภรณ์ ศิวะกีรัตตนะ​ รองอธิการบดี​ ให้เกียรติร่วมแสดงความสำเร็จของนักศึกษา​ที่ได้เหรียญทอง, เหรืยญเงิน​ และเหรียญทองแดง​ ซึ่งในครั้งนี้ทางมหาลัยรัตนบัณทิต คว้ามาได้​ 6 เหรียญทอง,​ 5 เหรียญ​เงิน​ และ​ 2 เหรียญทอง​แดง

    สำหรับรายชื่อนักกีฬา​ 6 เหรียญทอง ได้เงินทุนการศึกษาจำนวน​ 10,000​ บาท​ มีดังนี้​ 1.มนสิชา​ สกุลรัตนธารา​ (คาราเต้ท่ารำ), 2.วรรณดา​ เพขรยอดศรี​ (คาราเต้ต่อสู้), 3. สุวภัทร​ โพธิ์​งามวงศ์​ (ปันจักสีลัต), 4.พิฆเนส​ สุขหยิก​ (คิกบ๊อกซิ่ง), 5.จันทกานต์​ มโนบาล​ (คิกบ๊อกซิ่ง), 6.ชินพัฒน์​ เฉลิมชเนนทร์​ (ดาบสากล)

    ส่วนนักกีฬา​ 5 เหรียญ​เงิน​ ได้ทุนการศึกษา​ 7,000 บาท​ มีดังนี้​ 1.วรรณ​ดา​ เพชรยอดศรี, ​มนสิชา​ สกุลรัตนธารา,​ เพ็ญพิสุทธิ์​ น้ำขาว, ศศิธร​ ศรีโสภา​ (คาราเต้ต่อสู้ ทีมหญิง​ 4 คน), 2.เนตินัย​ พิทักษ์​ (คาราเต้), 3.ดาฮาลัน​ เปาะติงซามู (ปันจักสีลัต), 4.มารุต​ แก่นนาค​ (ว่ายน้ำ), 5.ฮาดาลัน​ เปาะติงซามู​ (ฮับกิโดต่อสู้ท่ารำ)

    สำหรับนักกีฬา​ 2 เหรียญทอง​แดง​ ได้รับทุนการศึกษา​ 3,000​ บาท​ มีดังนี้​ 1.เพ็ญพิสุทธิ์​ น้ำขาว​ (คาราเต้), 2.ฮาดาลัน​ เปาะติงซามู​ (ฮับกิโดท่ารำมือเปล่า)

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ​ ผศ.ดร.อรชร วัฒนกูล​ รองอธิการบดี​ มหาวิทยาลัยรัตน​บัณฑิต​ กล่าวว่า​ ในนามตัวแทนของมหาวิทยารัตนบัณฑิต​ ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกท่านที่ได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย​ เข้าร่วมแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” สร้างผลงาน​ได้เป็นที่ประจักษ์​ 6 เหรียญทอง,​ 5 เหรียญ​เงิน​ และ 2 เหรียญ​ทองแดง​ ขอให้ทุกท่านรักษาผลงานของตัวเองให้ดีไว้ต่อไป​ มีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม​เพื่อพัฒนา​ฝีมือรักษามาตรฐาน​คงไว้ในการสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและทางสถาบันนี้ต่อไป​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5749680/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wwlGHmA6hqEuCbQcf-kbw

  • “ทุ่มหมดตัวแต่ถูกเท” หนุ่มลาออกงาน-เปย์ 4 หมื่นมาหาเมีย สุดท้ายเจอพิกัดลวงจนคลั่งขว้างหินระบายช้ำ | เดลินิวส์

    “ทุ่มหมดตัวแต่ถูกเท” หนุ่มลาออกงาน-เปย์ 4 หมื่นมาหาเมีย สุดท้ายเจอพิกัดลวงจนคลั่งขว้างหินระบายช้ำ | เดลินิวส์

    เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มคลุ้มคลั่ง ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อตามหาหญิงสาวชื่อ “แป้ง” ก่อนจะใช้ก้อนหินขว้างใส่บ้านเรือน ทำให้กระจกแตกเสียหาย และสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวน้อยที่เกือบได้รับอันตราย

    ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก. พร้อมชุดสืบสวน สามารถติดตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมตัวมาสอบสวนตามกฎหมาย

    ผู้ก่อเหตุซึ่งระบุชื่อเล่นว่า “แบงค์” ให้การรับสารภาพว่า เขาเคยทำงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ และรู้จักกับ น.ส.แป้ง ผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์คบหากันนานประมาณ 2 เดือน มีโอกาสไปมาหาสู่กัน 3-4 ครั้ง

    เมื่อแบงค์ตัดสินใจลาออกจากงานและเดินทางข้ามจังหวัดมายังระยองเพื่อหวังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฝ่ายหญิง แต่กลับไม่พบตัว นำไปสู่ความผิดหวังและเชื่อว่าถูกหลอก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เขาได้โอนเงินและซื้อสิ่งของมูลค่าประมาณ 30,000-40,000 บาท

    ด้วยความคับข้องใจและโกรธแค้น เขาจึงก่อเหตุใช้ก้อนหินขว้างใส่บ้านเรือนเพื่อระบายอารมณ์ แม้จะไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใครโดยตรง แต่ก็สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้านอย่างมาก

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์ และก่อความเดือดร้อนรำคาญ” พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เจ้าหน้าที่ยังฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้สื่อออนไลน์ ให้ระมัดระวังในการรู้จักบุคคลแปลกหน้า และไม่โอนเงินหรือมอบทรัพย์สินจนกว่าจะตรวจสอบตัวตนอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันแบบนี้เกิดขึ้นอีก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5747832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RLz_QUXgLVL1Rzy9M6JBO

  • เที่ยวฤดูร้อนที่ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน

    เที่ยวฤดูร้อนที่ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน

    วันหยุดยาวฤดูร้อนแบบนี้ ใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศใหม่ ๆ ขอแนะนำ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน และกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยทัศนียภาพชายฝั่งและทะเลที่สวยงาม มาดูกันว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง

    “ซานย่า” มีจุดเด่นด้านธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย ทั้งทะเลสีฟ้า หาดทรายขาว และอากาศอบอุ่น ผสานกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน

    มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง “หนานซาน” และเจ้าแม่กวนอิมแห่งทะเลใต้ความสูง 108 เมตร เป็นหนึ่งในพุทธสถานริมชายฝั่งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องเที่ยวสายบุญไม่ควรพลาด

    “ซานย่า” เป็นเมืองที่มีทุกอย่างเพรียบพร้อมโดยเฉพาะในเรื่องของกิจกรรม มีให้หมดทุกรูปแบบ ทั้ง “Atlantis Aquaventure Waterpark” หนึ่งในสวนน้ำระดับโลก มีชายหาด รีสอร์ทหรู ที่มาพร้อมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ มีสถานที่สำคัญทางศาสนากับวิวธรรมชาติสวยงาม และ “Sanya International Duty-Free City” สำหรับสายช้อปที่อยากซื้อของแบบปลอดภาษี

    PR
    Atlantis Aquaventure Waterpark
    PR
    Atlantis Aquaventure Waterpark
    PR
    Sanya International Duty-Free City
    PR
    Sanya International Duty-Free City

    การเดินทางไป “ซานย่า” ใช่เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง โดยบินตรงจากกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินนานาชาติซานย่า ฟีนิกซ์ พร้อมความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพราะสามารถไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่า สามารถไปเที่ยวแค่ 2–3 วันยังได้

    ใครที่อยากไปเที่ยวประเทศจีนแต่ยังไม่เคยไป “ซานย่า” เหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเดินทางสู่ประเทศจีนครั้งแรก 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/abroad/272474&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gs67u-aCfYVqIPuRswkT2

  • เจ้าท่าเข้มเรือแพเขื่อนลำปาวย้ำมาตรการความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 69 | เดลินิวส์

    เจ้าท่าเข้มเรือแพเขื่อนลำปาวย้ำมาตรการความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่แพไดโนเสาร์เรืองแสง ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ส.ต.ท.สิทธิชัย พลไกรสร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าฯ จัดอบรมและให้คำแนะนำผู้ประกอบการ คนขับเรือเร็ว เรือหางยาว และเรือส่วนตัว ในพื้นที่สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการแพอาหารและบริการเรือ เป็นอย่างดี

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าฯ จะร่วมประจำการพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ จุดความปลอดภัยทางน้ำ บริเวณแหลมโนนวิเศษ สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว โดยในการอบรมและให้คำแนะนำของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคขอนแก่น ได้จัดขึ้นทุกปี ในห้วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่และสงกรานต์ ที่จะเน้นมาตรการความปลอดภัย และการบังคับใช้ระเบียบ กฎหมาย ทางเรืออย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนผู้โดยสาร การใส่เสื้อชูชีพ และปฏิบัติตัวของพนักงานขับเรือ

    ส.ต.ท.สิทธิชัย พลไกรสร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาขอนแก่น กล่าวว่า บริเวณท่องเที่ยวจุดสะพานเทพสุดา แหลมโนนวิเศษ เขื่อนลำปาว เป็นพื้นที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนจำนวนมาก รวมถึงมีแพอาหารให้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 124 ลำ ที่จดทะเบียนอนุญาตของสำนักงานเจ้าท่าฯ เรียบร้อยแล้ว การออกให้คำแนะนำผู้ประอบการและคนขับเรือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการเน้นย้ำมาตรการของความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ทั้งเรื่องเสื้อชูชีพ การปฏิบัติตัวของคนขับเรือ การบริการแพของผู้ประกอบการและการเล่นน้ำ ที่จะต้องมีความปลอดภัย ซึ่งปีนี้หากพบความผิด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการ จับ ปรับ ที่จะต้องทำจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์

    สำหรับบรรยากาศท่องเที่ยวทางน้ำช่วงหน้าร้อน ที่บริเวณจุดท่องเที่ยวสะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว เริ่มคึกคัก ทั้งการเล่นน้ำคลายร้อยริมหาดแหลมโนนวิเศษ กิจกรรมล่องแพรับประทานอาหาร และเล่นเครื่องเล่นน้ำในน้ำ โดยเฉพาะการแพอาหารที่มีการจองแพล่วงหน้าแล้วกว่า 80% เช่นเดียวกับที่พัก โรงแรม และโฮมสเตย์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748186/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uRWC4IP9mDdoIxmX4NQJi

  • ประวัติ ‘กุลยา ตันติเตมิท’ สะพัดยื่นลาออก ผู้ถูกวางตัวปลัดคลังหญิงคนแรก | เดลินิวส์

    ประวัติ ‘กุลยา ตันติเตมิท’ สะพัดยื่นลาออก ผู้ถูกวางตัวปลัดคลังหญิงคนแรก | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข่าวลือสะพัด นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการกะทันหัน โดยคาดว่าจะมีผลวันที่ 1 พ.ค. 2569 ท่ามกลางกระแสข่าวแรงกดดันทางการเมืองภายในหลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและมีโยกย้ายข้าราชการระดับสูงช่วงปี 2568 ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เบรกใบลาออก ยังไม่เซ็นอนุมัติ และตีกลับให้ทบทวน 

    สรุป กุลยา ตันติเตมิท ลาออก

    • สถานะปัจจุบัน: ยื่นใบลาออกแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ปลัดคลังสั่งให้กลับไปทบทวน
    • สาเหตุคาดการณ์: มีมรสุมการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ในช่วงเดือน ต.ค. 2568 ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในกระทรวง
    • โปรไฟล์: ดร.กุลยา เป็นข้าราชการหญิงระดับสูงที่ทำประวัติศาสตร์นั่งเก้าอี้อธิบดีครบ 3 กรมหลัก (สรรพากร, สรรพสามิต, ศุลกากร) และถูกวางตัวเป็นตัวเต็งปลัดกระทรวงการคลังหญิงคนแรก
    • ผลกระทบ: หากลาออกจริง จะถือเป็นการปิดฉากเส้นทางราชการที่น่าจับตา และส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจภายในกระทรวงการคลัง 

    ประวัติ กุลยา ตันติเตมิท

    ดร.กุลยา ตันติเตมิท เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการคลังที่มีประวัติโดดเด่น จบเศรษฐศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และ ปริญญาเอกสหรัฐ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค เป็น “ลูกหม้อ” สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เคยเป็นกรรมการบริหารกลุ่มธนาคารโลก และเป็นอธิบดีกรมสรรพากรหญิงคนแรก เติบโตจากการทำงานเชิงนโยบายภาษีและการคลังอย่างโชกโชน

    ประวัติการศึกษา

    • ปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ (PhD) สาขา International Economics and Finance, Brandeis University สหรัฐอเมริกา
    • ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ (MS), Brandeis University สหรัฐอเมริกา
    • ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ (MA), Boston University สหรัฐอเมริกา
    • ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ประวัติการทำงานและตำแหน่งสำคัญ

    • ดร.กุลยา ได้รับการยอมรับในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และข้าราชการหญิงที่มีความสามารถสูง

    ประสบการณ์การทำงาน

    • ต.ค. 2568 – ปัจจุบัน: อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
    • ต.ค. 2568: อธิบดีกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง
    • 2567 – ก.ย. 2568: อธิบดีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง
    • 2566 – เม.ย. 2568: ประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
    • 2566 – 2567: อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
    • 2564 – 2566: อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
    • 2564 – 2565: กรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    • 2564 – 2565: กรรมการธนาคาร / กรรมการกำกับดูแลความเสี่ยงและกรรมการ บรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • 2564 – 2565: กรรมการและประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • 2564: กรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 
    • 2564: ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
    • 2563 – 2564: ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
    • 2563: ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง
    • 2561 – 2563: กรรมการบริหาร กลุ่มธนาคารโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5747555/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ycKb7a9Ti2dEPLSBRJ98o