Blog

  • สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ… เพราะการ “กลับบ้าน” ที่มีความหมาย คือการกลับไปให้ถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

    สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ… เพราะการ “กลับบ้าน” ที่มีความหมาย คือการกลับไปให้ถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

    สงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งความสุข ที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่คงไม่มีอะไรใจสลายไปกว่าการที่รอยยิ้มเหล่านั้นต้องมลายหายไป เพียงเพราะความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ดื่มแล้วขับ

    ที่น่าตกใจคือ 1 ใน 3 (33%) ของผู้เสียชีวิตในช่วงนี้คือหัวหน้าครอบครัวหรือเสาหลักของบ้าน เมื่อเสาหลักล้มลงแล้วคนข้างหลังจะอยู่ต่ออย่างไร? พวกเขาจะแบกรับภาระที่ทิ้งไว้ไหวไหม? และเราจะเปลี่ยน “ความห่วงใยจากคนข้างหลัง” ให้กลายเป็นเกาะป้องกันอุบัติเหตุดื่มแล้วขับได้อย่างไร? สสส. ขอชวนทั้งคนขับและคนคอยมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

    ห้ากิโลเมตรสุดท้าย: กับดักความตายใกล้บ้านที่หลายคนประมาท

    สถิติที่น่าเป็นห่วงคือ ความสูญเสียกว่า 59% เกิดขึ้นในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากที่พัก การออกไปฉลองใกล้บ้านมักนำไปสู่ความประมาท ทั้งการขับรถเร็ว การละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย หรือการดื่มแล้วขับ เพียงเพราะคิดว่าใกล้แค่นี้เอง แต่ความคุ้นเคยบนถนนในชุมชนนี่แหละที่มักกลายเป็นกับดักมานักต่อนัก

    หากเสาหลักล้ม: ภาระที่คนข้างหลังต้องแบกรับจากอุบัติเหตุ

    ดื่มแล้วขับ ไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว เพราะการดื่มแล้วขับไม่ได้พรากแค่ชีวิต แต่พราก “อนาคต” ของคนทั้งบ้าน เมื่อเสาหลักล้มลง ผลกระทบจะกลายเป็นภาระหนักที่ครอบครัวต้องแบกรับ ทั้งความเสียใจ รายได้ที่หายไป อนาคตการศึกษาของลูก หรือการดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา

    ทุกครั้งที่ตัดสินใจดื่มแล้วขับ จึงเท่ากับคุณกำลังเอาสวัสดิภาพของคนที่รักไปวางบนความเสี่ยงที่ไม่อาจประเมินค่าได้

    “พลังของคนข้างหลัง” ตัวช่วยดึงสติเพื่อกลับบ้านปลอดภัย

    หัวอกพ่อแม่ พี่น้อง และลูกน้อยที่รออยู่ที่บ้าน ไม่ได้ต้องการของฝากราคาแพงเท่ากับการเห็นคนขับกลับมาอย่างปลอดภัย เพราะของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในวันสงกรานต์ คือการได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

    ทั้ง “ลูกที่รอกอด” “ภรรยาที่รอเปิดประตูบ้านให้” หรือ “พ่อแม่ที่รอร่วมวงกินข้าว” ทุกสายตาที่เฝ้ามองถนนคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวว่าความสุขของพวกเขาคือการเห็นคุณกลับมาอย่างปลอดภัย

    ● พลังความรักจากลูกที่รอกอด: ผ่านคำกำชับสั้นๆ ก่อนออกจากบ้านหรือทางโทรศัพท์อย่าง “คืนนี้กลับมานอนกอดหนูนะ” นี่คือสัญญาใจที่ทำให้เสาหลักฉุกคิดได้ว่าความสนุกชั่วคราวเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมกอดที่รออยู่

    ● พลังความห่วงใยจากภรรยาที่รอเปิดประตูบ้านให้: ผ่านเสียงเตือนด้วยความรักอย่าง “ถ้าเหนื่อยหรือดื่มมา ไม่ต้องขับนะ เดี๋ยวที่บ้านไปรับเอง” หรือ “สนุกให้เต็มที่แต่อย่าดื่มแล้วขับนะพ่อ” เป็นแรงใจให้คนขับไม่กล้าเสี่ยงกับความคิดที่ว่าดื่มนิดเดียวคงไม่เป็นไร

    ● พลังใจจากพ่อแม่ที่รอร่วมวงกินข้าว: ผ่านคำพูดเรียบง่ายที่แฝงความหวังอย่าง “กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันนะลูก” คือเครื่องเตือนใจว่าไม่มีของฝากชิ้นไหนล้ำค่าไปกว่าการกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างปลอดภัย

    สสส. ขอชวนให้ผู้ขับขี่ใช้ “ภาพถ่ายครอบครัว” มาวางไว้บนรถในจุดที่มองเห็นชัด เพื่อให้ภาพทำหน้าที่สะกิดใจในทุกกิโลเมตร

    ลดเร็ว ลดเสี่ยง: ไม่เหยียบคันเร่งเกินจำเป็น
    สวมหมวก คาดเข็มขัด: แม้อยู่ใกล้ก็ต้องเซฟร่างกายไว้ก่อน เผื่อเหตุไม่คาดคิด
    ดื่มไม่ขับ: ตั้งเป้าว่าเราสนุกได้โดยไม่ต้องดื่ม แต่ถ้าดื่มก็ต้องไม่ขับเท่านั้น

    การตัดสินใจดื่มไม่ขับ และขับขี่อย่างระมัดระวังแม้ในระยะทางสั้นๆ เป็นทางเดียวที่จะช่วยรักษาคำสัญญาว่าจะกลับไปถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

    สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย เพราะคนข้างหลังรออยู่ อย่าลืมว่า ดื่มแล้วขับ ไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว และยังมีคนข้างหลังเป็นห่วง รอคุณอยู่อีกมากมาย…

    #สงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย #ดื่มไม่ขับคนข้างหลังเป็นห่วง #ดื่มแล้วขับไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว #สสส

    กดติดตามข้อมูลข่าวสาร แคมเปญที่น่าสนใจ และกิจกรรมดีๆ จาก สสส เพิ่มเติมได้ที่ :

    Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.
    Line : @thaihealththailand
    Tiktok : @thaihealth
    Youtube : SocialMarketingTH
    Website : Social Marketing การตลาดเพื่อสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143685/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2589-%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZBoOfTCdqO_i3VMhLU19u

  • Mitsubishi มอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ส่งเสริมการศึกษา

    Mitsubishi มอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ส่งเสริมการศึกษา

    ธุรกิจ

    Mitsubishi มอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ส่งเสริมการศึกษา

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ มอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง แก่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะเชิงช่างอย่างยั่งยืน

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด เสริมศักยภาพทักษะเชิงช่างในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ให้แก่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. โดยเป็นการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ผ่านการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างยนต์ สาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้า และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อสอดรับกับวัตถุประสงค์ในการประสานความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อผลิต และพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล และความต้องการของสถานประกอบการอย่างยั่งยืน

    สาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคธุรกิจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการร่วมกันผลิตบุคลากรให้มีความพร้อมรับมือกับโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับความพร้อมของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการจ้างงานในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังให้แก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ ในการเดินหน้าสนับสนุน เพื่อวางรากฐานทางการศึกษาให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับปณิธานด้านโครงการเพื่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย”

    พลตรี นรงฤทธิ์ สุวรรณภักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร/เจ้าของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. กล่าวว่า ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ และเอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ดฯ สำหรับการสนับสนุนที่มีคุณค่า การได้รับมอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา สอดรับกับเจตนารมณ์ของเราในการมุ่งผลิตบุคลากรในระดับช่างฝีมือ ช่างเทคนิค และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ พัฒนาทักษะอันเป็นประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่สำคัญ ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ทางทฤษฎี นอกจากนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับผู้จำหน่าย เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ดฯ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความตั้งใจในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงสนับสนุนพันธกิจด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป อันนำไปสู่การยกระดับองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต

    ชัญญาภัค ธนะคุณธนิน ประธานบริหาร บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของเรามีความมุ่งมั่น และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และชุมชน การได้ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในการสนับสนุนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ จึงเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง การร่วมส่งมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ และฝึกปฏิบัติจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง และเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาในสายอาชีพอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคต

    สำหรับพิธีมอบเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ให้แก่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในครั้งนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. พร้อมด้วยการบริจาคเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ประกอบด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส 4N16 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนของ New Mitsubishi Triton เครื่องยนต์ 4N15 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และชุดเฟืองท้าย ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษา และฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ และช่างเทคนิคจาก บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับการสอนที่มีคุณภาพสูงสุด และนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://autoinfo.co.th/online/571282&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ut_vXEM1PPLxhaIdrT83G

  • “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก เรียกร้องยกระดับมาตรฐานป้องกันกัมพูชาขโมยวัฒนธรรม

    “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก เรียกร้องยกระดับมาตรฐานป้องกันกัมพูชาขโมยวัฒนธรรม

    “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก (UNESCO) สำนักงานใหญ่ ณ กรุงปารีส เรียกร้องยกระดับมาตรฐานป้องกันกัมพูชาขโมยวัฒนธรรม

    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 เมษายน 2569 นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรครักชาติ และนายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค เดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยื่นหนังสือต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) สำนักงานใหญ่ แสดงความขอบคุณที่ยูเนสโกให้ความสำคัญกับมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดไทย” พร้อมใช้โอกาสนี้เป็นกระบอกเสียงแทนคนไทย เรียกร้องให้มีการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาการบิดเบือน ขโมยรากเหง้าทางวัฒนธรรม

    โดยนายชนินทร์ เปิดเผยถึงจุดประสงค์หลักในการเดินทางมาเยือนสำนักงานใหญ่ยูเนสโกในครั้งนี้ ว่า เป็นการแสดงความชื่นชมและขอบคุณที่องค์การระดับโลกแห่งนี้เล็งเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทย อย่างไรก็ตาม ทางพรรคได้ใช้เวทีดังกล่าวในการแสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพิจารณามรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล

    “เราอยากขอให้ทางยูเนสโก พิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแต่ละวัฒนธรรมว่าถูกต้องตามประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ที่เรามาในวันนี้เราหวังเพียงว่าจะเป็นเสียงหนึ่ง ที่จะช่วยปกป้องวัฒนธรรมไทย ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนและกำลังเสี่ยงต่อการถูกขโมย” นายชนินทร์ กล่าว

    ขณะที่นายชัยพร กล่าวเสริม 2 ภาษา ทั้งไทยและฝรั่งเศส ระบุว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมในปัจจุบันที่มีความละเอียดอ่อนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าของชาติอาจถูกขโมยหรือเคลมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (Cultural origin theft) การเดินทางมายังกรุงปารีสจึงเป็นความพยายามที่จะเป็น “เสียงเล็ก ๆ” ในการช่วยปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทย

    นอกจากนี้ตัวแทนพรรครักชาติทั้ง 2 ยังย้ำอีกด้วยว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ ไม่ใช่การเรียกร้องหรือกดดัน (Not a demand) แต่เป็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ (Constructive contribution) โดยมุ่งหวังที่จะให้ยูเนสโกนำไปพิจารณาเพื่อสร้างมาตรฐานและยกระดับกระบวนการประเมินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอนาคตให้มีความรัดกุม เคารพต่อประวัติศาสตร์ และคงไว้ซึ่งความถูกต้องอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926349&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pq4pM-W2ym16qwt7qYief

  • เทศกาลสงกรานต์ ยุคน้ำมันแพง ทุกธุรกิจปรับตัวรับคนไทย “ฉลองแบบพอดี”

    เทศกาลสงกรานต์ ยุคน้ำมันแพง ทุกธุรกิจปรับตัวรับคนไทย “ฉลองแบบพอดี”

    เทศกาลสงกรานต์ ช่วงเวลาที่คนไทยรอคอยมากที่สุดของปี ไม่ใช่เพียงเพราะสายน้ำเย็นที่สาดใส่กันท่ามกลางอากาศร้อนระอุ แต่เพราะนี่คือฤดูกาลแห่งการกลับบ้าน การพบหน้า และการเริ่มต้นใหม่พร้อมรอยยิ้มของครอบครัว เสียงหัวเราะในวงข้าว เสียงเรียกญาติพี่น้อง และบรรยากาศคึกคักของร้านค้าในทุกจังหวัด ล้วนทำให้สงกรานต์กลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน

    ทุกปีเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน ถนนสายหลักจะเต็มไปด้วยรถยนต์ที่มุ่งหน้ากลับภูมิลำเนา เมืองเล็กเมืองใหญ่มีชีวิตชีวา เงินหมุนเวียนจากเมืองสู่ชนบทอย่างรวดเร็ว ร้านอาหาร โรงแรม ตลาดท้องถิ่น รถโดยสาร ร้านของฝาก รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าข้างทาง ต่างรอคอยช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันซึ่งสามารถสร้างรายได้เทียบเท่าหลายเดือนรวมกัน สงกรานต์จึงไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งความสุข แต่คือฤดูกาลทองของผู้ประกอบการแทบทุกระดับ

    ตัวเลขในอดีตสะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจน ช่วงสงกรานต์ปี 2566 มีการเดินทางในประเทศมากกว่า 5.1 ล้านคน-ครั้ง เกิดการใช้จ่ายกว่า 23,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 การเดินทางเพิ่มขึ้นเป็นราว 15 ล้านทริป สร้างรายได้รวมประมาณ 140,000 ล้านบาท เม็ดเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก ตั้งแต่แม่ค้าข้าวเหนียวหมูปิ้งริมถนน ไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยว

    แต่สงกรานต์ปี 2569 กลับมีบรรยากาศแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าเม็ดเงินสะพัดจะอยู่ที่ประมาณ 129,649 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากปีก่อน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบสี่ปี สาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงแตะระดับกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศเกือบ 60 บาทต่อลิตร ต้นทุนการเดินทางและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เมื่อค่าใช้จ่ายสูงขึ้น คนไทยจำนวนมากจึงเลือก “ฉลองแบบพอดี” มากกว่า “ฉลองแบบเต็มที่” ผลสำรวจพบว่าประชาชนกว่า 58.2% ไม่ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ และกว่า 56.6% เลือกท่องเที่ยวภายในจังหวัดของตนเอง แทนการเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ประมาณ 8,056 บาท หลายครอบครัวดึงเงินเดือนหรือเงินออมมาใช้ โดยลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นลง

    ตลาดเสื้อลายดอกตกสะเก็ด

    แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะดูชะลอตัว แต่เมื่อเดินเข้าสู่ตลาดนัดหรือแหล่งจัดงานสงกรานต์ กลับยังเห็นภาพคุ้นตาที่อบอุ่นเสมอ ร้านขายปืนฉีดน้ำเรียงรายหลากสี เสียงแม่ค้าเชิญชวนลูกค้า เสื้อลายดอกแขวนพลิ้วตามลมร้อน และซองกันน้ำใสสำหรับใส่มือถือที่วางกองเต็มแผง ทุกอย่างยังคงสะท้อนเสน่ห์ของเทศกาลไทยอย่างชัดเจน

    ปืนฉีดน้ำถือเป็นราชาแห่งสินค้าสงกรานต์เสมอมา จากขันเงินในอดีตสู่ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงดีไซน์ล้ำยุค ราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายร้อยบาท ผู้ค้าต้องเริ่มสต๊อกสินค้าตั้งแต่ต้นมีนาคม เพราะสินค้าชนิดนี้ขายดีเพียงช่วงสั้นๆของปี หลายร้านตั้งราคากำไรสูงกว่า 50-100% โดยเฉพาะในพื้นที่ยอดนิยมอย่างถนนสายเล่นน้ำ

    ควบคู่กันไปคือเสื้อลายดอก ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องแบบประจำเทศกาล สีสันสดใสช่วยเปลี่ยนอากาศร้อนให้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แม้ปีนี้ยอดขายจะลดลงเพราะกำลังซื้อหดตัว จากเดิมลูกค้ามักซื้อเป็นโหลเพื่อนำไปฝากญาติ กลับเหลือเพียงไม่กี่ตัว แต่ผู้ประกอบการยังคงพยายามตรึงราคาไว้เพื่อรักษาลูกค้าเก่า บางร้านหันไปขายออนไลน์เพื่อประคองธุรกิจในช่วงนอกเทศกาล

    นางประทุม ล้อทอง เจ้าของร้านเทศกาล ที่ ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเสื้อลายดอกที่ใหญ่ที่สุดในชลบุรี เปิดเผยว่า สงกรานต์ปีนี้ยอดขายตก เหตุราคาน้ำมันพุ่งกระทบกำลังซื้อซึ่งบรรยากาศการจับจ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าประเภทเสื้อลายดอก ซึ่งเคยเป็นสินค้ายอดนิยมในช่วงเทศกาล กลับมียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชนที่ชะลอตัวลง ผู้ประกอบการร้านเสื้อในจังหวัดชลบุรีเปิดเผยต่ออีกว่า ปกติในช่วงสงกรานต์ลูกค้าจะนิยมซื้อเสื้อลายดอกเพื่อนำไปฝากญาติพี่น้องในต่างจังหวัด โดยมักซื้อครั้งละ 1-2 โหล แต่ในปีนี้ลูกค้าส่วนใหญ่กลับซื้อเพียง 1-2 ตัวเท่านั้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา และลดการใช้จ่ายลง

    นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสังคมก็มีส่วนทำให้ความต้องการลดลง โดยในปีนี้ข้าราชการจำนวนมากยังคงแต่งกายด้วยโทนสีดำ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าหลักของเสื้อลายดอกเหลือเพียงภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมยังคงเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการได้ปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยยังคงราคาสินค้าเดิมเริ่มต้นที่ตัวละ 200 บาท และมีการปรับลดราคาเมื่อซื้อจำนวนมาก

    เนื่องจากมีต้นทุนต่ำจากการเป็นเจ้าของกิจการเอง ไม่มีค่าเช่าร้าน อีกทั้งยังออกแบบสินค้าเอง ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ แม้ยอดขายจะลดลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบกว่า 20 ปี แต่ร้านค้ายังคงเดินหน้าจำหน่ายสินค้า และอาศัยฐานลูกค้าประจำในการประคองธุรกิจ พร้อมทั้งปรับไปเน้นช่องทางออนไลน์ในช่วงนอกเทศกาล เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้

    “สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยด้านราคาพลังงานและภาวะเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่เคยเป็นช่วงเวลาสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น”

    นอกจากแฟชั่นแล้ว กลิ่นหอมอ่อนของน้ำอบไทยยังลอยอบอวลอยู่ทุกปี น้ำอบถือเป็นสินค้าที่มีความหมายทางวัฒนธรรม ใช้สรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แบรนด์เก่าแก่หลายแห่งมียอดขายช่วงสงกรานต์สูงกว่าช่วงอื่นทั้งปีรวมกัน ลูกค้าหลายคนซื้อครั้งละจำนวนมากเพื่อเก็บขายต่อ เพราะรู้ดีว่าสินค้าชนิดนี้มีฤดูกาลของมันเอง

    ดินสอพองจากจังหวัดลพบุรีก็เช่นเดียวกัน หมู่บ้านผู้ผลิตจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วประเทศเดินทางมารับสินค้าไปจำหน่ายต่อ จากวัตถุดิบธรรมดาใต้พื้นดิน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสนุกของสงกรานต์ สะท้อนให้เห็นว่าประเพณีสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกัน ซองพลาสติกกันน้ำสำหรับมือถือกลายเป็นของจำเป็นในยุคดิจิทัล ทุกคนต้องถ่ายรูป ไลฟ์สด หรือรับสายท่ามกลางการสาดน้ำ ธุรกิจนี้จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะขายได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อปี แต่สามารถสร้างกำไรได้สูง เพราะต้นทุนต่ำและความต้องการมหาศาล

    เมื่อมีน้ำก็ย่อมมีเหตุไม่คาดคิด บริการซ่อมมือถือเปียกน้ำจึงกลายเป็นธุรกิจเฉพาะกิจที่ปรากฏตามจุดเล่นน้ำสำคัญ ช่างซ่อมตั้งโต๊ะบริการฉุกเฉิน ช่วยกู้ชีวิตโทรศัพท์ของนักท่องเที่ยวในราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท กลายเป็นอีกตัวอย่างของการปรับตัวทางธุรกิจตามพฤติกรรมผู้บริโภค

    อีกธุรกิจที่แทบขาดไม่ได้คือ น้ำแข็งและเครื่องดื่มเย็น อากาศร้อนจัดทำให้ยอดขายน้ำแข็งพุ่งสูง โรงงานผลิตต้องเร่งกำลังผลิตจนแทบไม่ทัน ความเย็นจากก้อนน้ำแข็งไม่ได้เพียงสร้างเสียงกรี๊ดเวลาถูกสาด แต่ยังสร้างรายได้มหาศาลให้ผู้ประกอบการ

    บนถนนเล่นน้ำ ภาพคุ้นตาที่เห็นเสมอคือพ่อค้าแม่ค้าข้าวไข่เจียว ลูกชิ้นปิ้ง หรืออาหารทานเล่นง่ายๆ เพราะหลังจากเล่นน้ำจนเหนื่อย ผู้คนต้องการอาหารรวดเร็ว ราคาย่อมเยา เมนูธรรมดากลับกลายเป็นดาวเด่นของเทศกาล สร้างรายได้ให้ผู้ค้าจำนวนมาก

    ธุรกิจท่องเที่ยววิ่งตีนพลิก

    เมื่อการเดินทางลดลง ผลกระทบก็ลามไปยังธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมหลายแห่งต้องลุ้นยอดจองอย่างหนัก เมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาพบว่ายอดจองล่วงหน้ายังต่ำกว่าปกติ แม้จะมีการจัดกิจกรรมวันไหลและเทศกาลดนตรีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการเชื่อว่าลูกค้าหลักปีนี้จะเป็นคนไทยที่เลือกเที่ยวใกล้บ้านแทนการเดินทางต่างประเทศ

    การเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ทำให้ธุรกิจบ้านพักพูลวิลล่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะตอบโจทย์การรวมตัวแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน คนไทยจำนวนมากเลือกเช่าบ้านพักแทนโรงแรม เพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ทำอาหาร เล่นน้ำ และสร้างความทรงจำร่วมกัน

    นางสาวชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี และเป็นผู้บริหาร โรงแรม สบาย ซาบาน่า พัทยา กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของปีนี้ต้องลุ้นหนัก เพราะถ้าดูจากยอดจองในระบบแพลตฟอร์มจองที่พักของ Agoda และ Trip (ตามบุ๊กกิ้งที่โชว์ในตอนนี้)

    พบว่ายอดจองที่พักล่วงหน้ายังตามหลังยอดจองของเดือนมีนาคมอยู่เกือบ 50% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังเป็นช่วงต้นเดือนเมษายนอยู่ ต้องดูอีกครั้งในช่วงใกล้ๆวันสงกรานต์ จะสามารถพลิกกลับขึ้นมาได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่า คงพลิกกลับมาได้ แต่ไม่ใช่มาจากตลาดในต่างประเทศ แต่จะเป็นการได้มาจากตลาดในประเทศมากกว่า เนื่องจากในช่วงนี้

    คนไทยไม่เดินทางไปต่างประเทศ เพราะค่าตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมีราคาสูงมาก จึงทำให้คนไทยเลือกจะเที่ยวและใช้จ่ายภายในประเทศมากกว่า และเมืองพัทยา น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนไทย

    ส่วนปัจจัยเรื่องราคาน้ำมัน หากถามว่ามีผลกระทบกับการท่องเที่ยวหรือไม่ ยอมรับว่า “มี” แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เชื่อว่าคนไทย อาจจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเที่ยว โดยจะเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้ๆที่ไม่ได้รับผลกระทบมาก เพื่อมาร่วม

    ฉลองเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งมีผู้คนเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า (EV) ก็จำนวนมากเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวของน้ำมันไม่ใช่ “น้ำมันแพง” แต่มันคือ การ “ไม่มีน้ำมัน” เพราะถ้าหากน้ำมันขาดแคลนหรือไม่มีน้ำมัน จะทำให้ทุกธุรกิจ ทุกกิจการ ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

    ส่วนยอดจองที่พักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยอมรับตอนนี้ หายไปเยอะมาก เพราะพวกเขาไม่เดินทาง อาจเป็นเพราะด้วยสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนมากเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรีเทิร์นนิง (Returning) แบบไปๆมาๆประเทศไทย โดยอยู่พักผ่อน หรือทำงานเป็นเดือนๆ ส่วนที่มีจองห้องพักแบบล่วงหน้ามาในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน, ยูเครน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย ในขณะนี้มียอดจองห้องพักน้อยมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ คนไทยไม่ชอบจองล่วงหน้า ยกเว้นเทศกาลขึ้นชื่อของเมืองพัทยา เช่น เทศกาลพลุนานาชาติ อันนี้จองแบบข้ามปี แต่ถ้าเป็นเทศกาลทั่วไป ส่วนใหญ่วันนี้คิด พรุ่งนี้เดินทาง

    ด้านที่พักลักษณะแบบ “บ้านพูลวิลล่า” ซึ่งปัจจุบันในเมืองพัทยามีบ้านพูลวิลล่าจำนวนมาก โดยมีแบบที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎระเบียบของกระทรวงมหาดไทยหลายแห่ง แต่เชื่อว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์คงมียอดจองเต็มทุกที่ เนื่องจากทุกช่วงเทศกาล วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันเสาร์-อาทิตย์ คนไทยชอบมาใช้บริการบ้านพูลวิลล่า เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยชอบเปลี่ยนสถานที่นัดรวมตัวเพื่อพบปะสังสรรค์และทำกิจกรรมต่างๆ แบบเป็นกลุ่มหมู่คณะ มีทั้งแบบครอบครัว เครือญาติ และเพื่อนฝูง แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เมืองพัทยามีการเล่นน้ำสงกรานต์หลายวัน โดยเฉพาะช่วงวันไหลนาเกลือ, พัทยา (วันที่ 18-19 เม.ย.) เชื่อว่าบ้านพูลวิลล่าคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

    ร้านหมูกระทะยังสะเทือน

    ในต่างจังหวัด ร้านอาหารยังคงเป็นหัวใจของการรวมญาติ ร้านหมูกระทะในขอนแก่นเลือกตรึงราคาแม้ต้นทุนสูงขึ้น กำไรลดลงกว่า 30-40% แต่เจ้าของร้านยืนยันว่าความสุขของลูกค้ามีค่ามากกว่า เพราะช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ลูกหลานกลับบ้าน วงหมูกระทะจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือพื้นที่ของบทสนทนาและความผูกพัน

    เมนูอย่างหมูกระทะ ชาบู หรือส้มตำถาด กลายเป็นอาหารแห่งการพบปะ ทุกคนล้อมวงกินร่วมกัน แบ่งปันเสียงหัวเราะมากกว่าความอิ่มท้อง ธุรกิจร้านอาหารจึงยังคงคึกคัก แม้ผู้คนจะใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น

    นายธนวรกฤต ไตรรัตน์ เจ้าของร้านริมคลองหมูกระทะ ริมถนนหน้าเมือง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นร้านขายหมูกระทะชื่อดังกลางเมืองขอนแก่น มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ซึ่งทางร้านจะขายหมูกระทะที่มีน้ำจิ้มรสเด็ด รสแซ่บที่เป็นสูตรของทางร้านเอง 3 ชนิด คือ น้ำจิ้มมะขาม น้ำจิ้มสุกี้ และน้ำจิ้มพริกเผา สำหรับคนที่มาทั้งครอบครัวก็มีน้ำจิ้มสำหรับเด็กๆด้วย กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำมันราคาสูงขึ้น สินค้าต่างๆก็สูงขึ้นราคาตามมา แต่ทางร้านไม่มีการปรับราคาขึ้นแม้แต่รายการเดียวยังคงขายราคาเดิม ชุดเริ่มต้น ราคา 179 บาท ชุดเล็ก ราคา 210 บาท ชุดใหญ่ 260 บาท และชุดจัมโบ้ ราคา 460 บาท

    สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องไปไกล ก็มีความสุขได้

    สาเหตุที่ไม่ปรับขึ้นราคาเพราะอยากให้มีราคาที่ลูกค้ากินได้ แม้ว่าร้านอื่นจะขึ้นราคาตามราคาน้ำมันแล้วก็ตาม แต่ตนคิดว่า อยากให้คนที่มากินอาหารหรือทานข้าวเย็นสักมื้อนั้นได้กินอาหารในราคาที่ไม่แพง และยังจ่ายราคาเดิมได้

    ในกรณีที่ไม่ขึ้นราคาหมูกระทะนั้น ถามว่ารายได้ลดลงหรือไม่ ยอมรับว่าลดลง เป็นการลดลงของกำไรที่จะได้ จากเดิมเคยได้ 100% แต่ในขณะนี้กำไรลดลง 30-40% เท่านั้น แต่ไม่เป็นไร เพราะเข้าใจในเรื่องของน้ำมันที่เป็นต้นทุน เช่น หมูซื้อจากเบทาโกร อาหารทะเลซื้อจากมหาชัย และจากระนอง ซึ่งมีค่าขนส่งที่แพงขึ้น แต่ร้านขอแบกรับไว้

    “เป็นการแบกรับที่รับได้ เป็นการขาดทุนในเรื่องของกำไร แต่ก็ยังมีกำไร แม้จะกำไรน้อยลง แต่ในทางกลับกันยังได้กำไรจากลูกค้า ที่ลูกค้ามีความสุข ลูกค้าน่าจะรักร้านริมคลองหมูกระทะมากขึ้น เพราะยังกินหมูกระทะในราคาเดิมได้ในขณะที่สินค้าอื่นขึ้นราคาหมดแล้ว และการขึ้นราคาสินค้าก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะสินค้าบางรายการต้นทุนสูงจริงๆ ทำให้ร้านกำไรน้อยลง แต่ในอนาคตถ้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ที่ร้านก็จะได้กำไรเหมือนเดิม จึงคิดว่าสถานการณ์แบบนี้อาจจะไม่นาน แต่ถ้านานก็ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะพอลูกค้ารู้ว่าที่ร้านริมคลองหมูกระทะไม่ขึ้นราคา ลูกค้าน่าจะมีความสุขมากกว่า”

    ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวและชาวขอนแก่นที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดกลับมาเยี่ยมบ้าน มีญาติๆมาซื้อหมูกระทะที่ร้านไปไว้ให้ลูกหลานรับประทานเยอะ แต่ช่วงนี้ยังไม่ถึงวันหยุด จึงยังมีมาซื้อไม่มาก แต่ปีที่ผ่านมา คนกลับมาที่บ้านที่ขอนแก่นในช่วงวันที่ 10 เมษายน ก็จะมีคนมาสั่งกลับบ้านไปกินกับลูกหลานที่บ้านเยอะมาก และบางส่วนก็พาครอบครัวมากินหมูกระทะที่ร้าน จึงเป็นช่วงที่ลูกค้าที่ร้านจะเยอะกว่าช่วงปกติ ปีนี้ก็คาดว่าน่าจะมีบรรยากาศแบบเดิมๆ ทั้งซื้อกลับบ้านและมารับประทานที่ร้านเยอะเหมือนเดิม

    นายธนวรกฤตยังกล่าวอีกว่า เทศกาลสงกรานต์ร้านหมูกระทะริมคลองไม่ปิด ยังคงขายตามปกติ ลูกค้าสามารถมารับประทานได้เหมือนเดิม เพราะร้านอยู่ริมถนนหน้าเมืองที่มีผู้คนมาเล่นน้ำสงกรานต์เยอะ ที่ร้านจึงปล่อยพนักงานเล่นน้ำในตอนกลางวัน จากนั้นเวลาบ่ายสามโมงพนักงานทุกคนก็จะทำการเปิดร้าน ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นจะมีพนักงานร้านบางส่วนที่เป็นคนมาจาก สปป.ลาว ก็จะเดินทางกลับบ้าน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน จะเหลือพนักงานที่เป็นคนไทย ที่ยังทำงานในร้านให้บริการลูกค้าตามปกติ และในช่วงเทศกาลทางร้านริมคลองหมูกระทะ ให้บริการทุกเมนูตามปกติ ไม่ได้ตัดเมนูไหนออกเลย

    “แม้ว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริษัทขนส่งสินค้าจะไม่ส่งสินค้าเหมือนเดิม แต่ลูกค้าไม่ต้องกลัว เพราะในเมืองขอนแก่นมีห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายอาหารสด อาหารทะเลที่รวมอยู่ในเมนูหมูกระทะจึงสดเสมือนร้านสั่งมาจากต้นทางเอง แต่ราคาอาจจะสูงกว่า ร้านก็ยินดีแบกรับเอาไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่สดใหม่”

    หมอกควันป่วนสงกรานต์เชียงใหม่

    ขณะที่ จ.เชียงใหม่ เทศกาลสงกรานต์ต้องประสบปัญหาหมอกควัน และราคาน้ำมันแพง รวมทั้งพิษสงคราม ฉุดนักท่องเที่ยวลดฮวบ

    ทั้งนี้ การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายหน่วยงานได้พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีปัญหาหมอกควันเกินค่ามาตรฐานก็ตาม แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะลดน้อยลงก็ตาม นักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แม้ว่าจะเดินเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งผู้ประกอบการหลายคน รวมถึงคนขับรถรับจ้าง หลายฝ่ายมองว่านักท่องเที่ยวในครั้งนี้จะน้อยลง ทั้งปัญหาสงคราม ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และปัญหาเรื่องหมอกควัน

    ด้านนายสมบัติ หมื่นสุข คนขับรถตุ๊กตุ๊ก ให้ข้อมูลว่า ตนขับรถตุ๊กตุ๊กรับจ้าง มาเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ก็คาดว่านักท่องเที่ยวจะน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะเป็นช่วงสงครามและน้ำมันราคาแพง จาก 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งปัญหาสงครามส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวมากกว่าเรื่องของหมอกควัน ก็มี

    นักท่องเที่ยวที่ตกค้างและเดินทางกลับไม่ได้ อีกส่วนก็เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรายได้จากเดิมได้วันละ 1,000 กว่าบาท ตอนนี้เหลือวันละ 300-400 บาท รายได้หายไปเยอะ

    รถแห่เครื่องเสียงมึนพิษราคาน้ำมัน

    ในทางกลับกัน ธุรกิจรถแห่เครื่องเสียงแม้ว่าจะยังคงคึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะมีการจองล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤติราคาน้ำมันพุ่งแรงกระชากใจ

    นายปิยะวัฒน์ วุฒิจันทร์ ผู้ประกอบการ DB ออโต้ซาวด์ ธุรกิจรถแห่เครื่องเสียงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ยอดจองรถแห่เครื่องเสียงของตนและในทีมงานช่วงเทศกาลสงกรานต์คึกคักและเต็มเร็วกว่าปีก่อนนี้ (2568) โดยส่วนใหญ่จะมีการจองล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนมาก่อนแล้ว เนื่องจากทุกชุมชนบริษัทห้างร้านหรือหน่วยงานต่างมีการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์

    แม้กระทั่งภายในกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของตนเป็นกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่และชุมชนที่จัดงานขึ้นต้องการความสนุกสนาน ครื้นเครง และเป็นกันเอง และอยู่ในงบรายจ่ายที่สามารถจ่ายได้

    แต่จากสภาวะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากและมีแนวโน้มว่าจะปรับสูงขึ้นยังไม่มีจุดสิ้นสุดที่เกิดขึ้นขณะนี้ ค่อนข้างที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจรถแห่เครื่องเสียงเป็นอย่างมาก ทำให้ทางผู้ประกอบการต้องแบกภาระในส่วนต่างของค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ทางผู้ประกอบการธุรกิจรถแห่เครื่องเสียงจะขึ้นราคา ค่าบริการ กับลูกค้าเจ้าภาพที่ใช้บริการและมีการมัดจำก่อนหน้าแล้วก็ไม่ได้ เนื่องจากมีการตกลงราคากันไว้แล้วล่วงหน้า ก็เลยมีความจำเป็นต้องแบกรับไว้ก่อน ซึ่งจะทำให้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วค่อนข้างที่จะลดลงมาก

    “โดยหากราคาน้ำมันยังคงมีการปรับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆกว่านี้ อาจจะแบกรับภาระส่วนต่างในส่วนตรงนี้ไม่ไหว จะต้องมีการพิจารณาในการปรับราคาให้บริการ แต่ทั้งนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดลูกค้าในการใช้บริการอีกในอนาคต”

    สงกรานต์เชื่อมความสัมพันธ์

    เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดจะเห็นว่าสงกรานต์ไม่ใช่เทศกาลที่มีเพียงสีสันเดียว แต่เป็นกระจกสะท้อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับ ตั้งแต่โรงแรมหรู เมืองท่องเที่ยว ร้านค้าท้องถิ่น ผู้ให้บริการรายย่อย ไปจนถึงชุมชนชนบท บางธุรกิจเติบโต บางธุรกิจชะลอตัว บางแห่งต้องลดกำไรเพื่อรักษาลูกค้า แต่ทุกฝ่ายล้วนพยายามประคองตัวผ่านช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน

    แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะบอกว่าสงกรานต์ปีนี้ “ไม่คึกคักเท่าเดิม” แต่ในอีกมุมหนึ่ง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของผู้คนกลับยังคงเติบโต

    เพราะสิ่งที่คนไทยใช้จ่ายจริงๆ ในเทศกาลนี้ ไม่ใช่แค่น้ำหรือสินค้า แต่คือประสบการณ์ร่วมกัน

    ปืนฉีดน้ำคือเสียงหัวเราะ

    เสื้อลายดอกคือความทรงจำ

    น้ำอบคือความเคารพ

    ดินสอพองคือวัฒนธรรม

    หมูกระทะคือบทสนทนา

    และอาหารบนโต๊ะคือความรักที่มองเห็นได้

    สงกรานต์จึงไม่เคยเป็นเพียงเทศกาลเล่นน้ำ แต่เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและหัวใจของผู้คนเต้นไปพร้อมกัน

    แม้โลกจะเผชิญความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันจะแพง ค่าครองชีพจะสูง หรือผู้คนต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น แต่เทศกาลนี้ยังคงพิสูจน์สิ่งหนึ่งเสมอว่า เมื่อครอบครัวกลับมารวมกัน ธุรกิจแห่งความสุขก็ยังคงเดินหน้าต่อไป

    บางทีความคึกคักของสงกรานต์ อาจไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่สะพัดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่จำนวนรอยยิ้มที่เกิดขึ้นในบ้านแต่ละหลัง

    และตราบใดที่เสียงหัวเราะยังดังอยู่กลางเดือนเมษายน ธุรกิจสงกรานต์ก็จะยังมีชีวิตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในรูปของร้านค้าริมทาง แผงอาหารเล็กๆ หรือวงหมูกระทะหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยคนที่รักกัน

    เพราะสุดท้ายแล้ว สงกรานต์คือเทศกาลที่ทำให้ทั้งประเทศ “กลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน” อีกครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทุกธุรกิจยังคงคึกคัก แม้เศรษฐกิจจะชะลอลงเพียงใดก็ตาม.

    ทีมเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2926360&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dBsVV3T7Ses9QVvYKs2Y2

  • ”สหรัฐฯ-อิหร่าน“ เปิดศึกปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยกระอักค่าไฟแพงอีกนาน

    ”สหรัฐฯ-อิหร่าน“ เปิดศึกปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยกระอักค่าไฟแพงอีกนาน

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-239&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bFF2Xt79Vhxu1wACuOU4t

  • “วราวุธ” ลุยแผนพลังงาน ดันไบโอแมส-เอทานอล เติม 40 สินค้าประหยัดไฟ

    “วราวุธ” ลุยแผนพลังงาน ดันไบโอแมส-เอทานอล เติม 40 สินค้าประหยัดไฟ

    “วราวุธ” ลุยแผนใหญ่ เร่งปฏิรูปพลังงานภาคการผลิต เพิ่มสัดส่วนไบโอฟิวส์ ดัน Biomass-เอทานอล ลดพึ่งฟอสซิล เพิ่ม 40 สินค้าประหยัดไฟ ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่าย

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์เฟซบุ๊ก “ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา” ประกาศแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานแบบ “จัดเต็ม” เดินหน้ามาตรการเชิงรุกทั้งระบบ มุ่งลดต้นทุนผู้ประกอบการ ควบคู่บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน 

    โดยชูแนวทางเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมเตรียมเพิ่มรายการสินค้าประหยัดพลังงานอีกไม่น้อยกว่า 40 รายการ หวังยกระดับประสิทธิภาพภาคการผลิตและสร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทยในยามวิกฤต มีรายละเอียดดังนี้ 

    จัดเต็ม! กระทรวงอุตสาหกรรม กางแผนฝ่าวิกฤต ดันพลังงานสะอาด-เพิ่ม 40 สินค้าประหยัดไฟ ลดภาระประชาชน

    ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ผมเตรียมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิต สร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งการปฏิรูปพลังงานภาคการผลิต ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยภาครัฐ จะเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มในดีเซล ยกระดับเอทานอลจากกากอ้อย และส่งเสริมไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) เพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิล

    ขณะเดียวกัน เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จากการที่ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร หากมีการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ที่ดีจะสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงโอกาสการสร้างธุรกิจใหม่

    ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ โดยเฉพาะสินค้าเพื่อการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเพิ่มรายการสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงานอีกอย่างน้อย 40 รายการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

    วิกฤตครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดเคียงข้างผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชน เพื่อให้พวกเราก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแข็งแรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/740868&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bktNK3toX-iaux0OWOP8n

  • มท.ลุยทั่วประเทศ! สั่งผู้ว่าฯ ขับเคลื่อน “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ดันผ้าไทยสู่เวทีโลก หนุนเศรษฐกิจฐานราก

    มท.ลุยทั่วประเทศ! สั่งผู้ว่าฯ ขับเคลื่อน “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ดันผ้าไทยสู่เวทีโลก หนุนเศรษฐกิจฐานราก

    ปลัด มท. แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนแนวคิด “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ร่วมรณรงค์การแต่งกายอัตลักษณ์ไทยสู่สากล ขยายผลต่อยอดการสวมชุดผ้าไทยรูปแบบต่าง ๆ ของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เพื่อความภาคภูมิใจและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    วันนี้ (12 เม.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนแนวทางรณรงค์การแต่งกายตามอัตลักษณ์ไทยสู่สากล ภายใต้แนวคิด “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ได้นำแนวนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในด้านการเสริมสร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนในชาติที่สะท้อนผ่านงานหัตถศิลป์ หัตถกรรม เครื่องแต่งกาย อาทิ ชุดไทยพระราชนิยม ชุดผ้าไทย ชุดพื้นบ้านรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน อันเป็นการหนุนเสริมการขับเคลื่อนรณรงค์ของกระทรวงมหาดไทยที่ได้ดำเนินการแจ้งให้ข้าราชการในสังกัด ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนได้สวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และทำให้ประชาชนผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่นต่าง ๆ ได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง โดยน้อมนำพระราชปณิธานแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย

    .

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงส่วนราชการระดับกรมและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ทั้งการพิจารณารวบรวมองค์ความรู้และแหล่งผลิตผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง/ร้านเช่า/ร้านจำหน่าย/แหล่งตัดเย็บในพื้นที่จังหวัด การรณรงค์แต่งกายด้วยชุดไทยพระราชนิยม ชุดไทยพระราชทาน ชุดไทยร่วมสมัย ชุดไทยประยุกต์ ผ้าไทย และชุดผ้าพื้นเมืองของจังหวัด ตามความสนใจและเหมาะสม ในการดำรงชีวิตประจำวัน การทำงาน การจัดอบรม สัมมนา การจัดนิทรรศการ และเสริมสร้างความรับรู้ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ อย่างหลากหลาย พร้อมติด hashtag อาทิ #ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน #ไทไทยสไตล์เรา #Chudthai #ProudtoBeThai #ชุดไทย #ชุดไทยพระราชนิยม #ชุดไทยพระราชทาน #Thaidress #TruthFromThailand ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สนับสนุนภารกิจดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นไปสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ

    “ขอเชิญชวนเพื่อนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนพี่น้องข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการสังกัดต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งกำหนดพิจารณาในเดือนธันวาคม 2569 นี้ และเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาชุดไทยพระราชนิยมให้เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ด้วยการร่วมแต่งกายด้วย “ชุดไทยพระราชนิยม ชุดไทยพระราชทาน ชุดไทยร่วมสมัย ชุดไทยประยุกต์ ผ้าไทย และชุดผ้าพื้นเมืองของจังหวัด ตามความสนใจและเหมาะสม” ด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทยไปพร้อมกัน”

    #ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน #ผ้าไทย #ชุดไทย #กระทรวงมหาดไทย #วัฒนธรรมไทย #เศรษฐกิจฐานราก #อนุรักษ์ไทย #UNESCO #ThaiDress #ProudToBeThai #ข่าววันนี้ #ข่าวการเมือง #Thailand #SoftPowerไทย #ChudThai #มรดกภูมิปัญญา #ข่าวด่วน #BreakingNews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/141292&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fI5GOfiN-eMuVwOwE6dUP

  • สุข…เหมือนอยู่ ‘บ้านหลังที่ 2’ ชู ‘อุ้มผางวิทยาคม’ ต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาชายขอบ

    สุข…เหมือนอยู่ ‘บ้านหลังที่ 2’ ชู ‘อุ้มผางวิทยาคม’ ต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาชายขอบ

    วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (สพม.ตาก) เผยภาพความสำเร็จการจัดการศึกษาเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ชี้อุปสรรคทางภูมิศาสตร์ 1,219 โค้ง ไม่ใช่ปัญหาในการส่งต่อคุณภาพการศึกษา พร้อมดูแลสวัสดิภาพนักเรียนบ้านพักนอนกว่า 300 ชีวิต ให้มีความสุขเสมือนอยู่บ้านหลังที่สอง

    นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.ตาก เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะครูและนักเรียนโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ว่า พื้นที่ อ.อุ้มผาง แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความยากลำบากในการเดินทาง แต่หัวใจสำคัญของ สพม.ตาก คือการทำให้ “ความห่างไกล” ไม่ใช่ “การขาดโอกาส” โดยปัจจุบันนโยบายทางการศึกษาได้ถูกขับเคลื่อนให้เข้าถึงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของโรงเรียนบนดอยให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

    หลายคนอาจมองว่าเด็กบนดอยคือเด็กด้อยโอกาส แต่จากการสัมผัสจริง ผมพบว่าเด็กๆ ที่นี่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียนสูงมาก หน้าที่ของเราคือการทลายกำแพงเรื่องระยะทาง เพื่อส่งมอบการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนกว่า 1,200 ชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ ผู้อำนวยการ สพม.ตาก กล่าวและว่า

    นอกจากด้านวิชาการและทักษะอาชีพ สพม.ตาก ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพความเป็นอยู่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักเรียนพักนอนให้แก่เด็กนักเรียนกว่า 300 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่บ้านอยู่ห่างไกลและเดินทางลำบาก เพื่อให้เด็กๆได้พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโภชนาการที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ส่งผลให้โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมกลายเป็นโมเดลต้นแบบของการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายขอบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีศิษย์เก่าที่ได้รับทุนการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพที่มั่นคงกลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ได้ย้ำปณิธานสำคัญในการทำงานว่า “ไม่ว่าเด็กจะอยู่เมือง หรืออยู่ป่า จะต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน” เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/958108&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2maD940c0w_-WLTaGe_iuK

  • ชี้ชะตาปฏิรูปการศึกษา! ‘ประเสริฐ’ ดึงทุกฝ่ายร่วมโต๊ะถกเดินหน้าร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ | เดลินิวส์

    ชี้ชะตาปฏิรูปการศึกษา! ‘ประเสริฐ’ ดึงทุกฝ่ายร่วมโต๊ะถกเดินหน้าร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 เม.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความคืบหน้าร่างพ.ร.บ.การศึกษาพ.ศ.. ว่า ขณะนี้ยังมีบางประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและต้องเดินหน้าขับเคลื่อนต่อ โดยตนเตรียมหารือร่วมกับสภาการศึกษา รวมถึงจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารืออย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพ.ศ..ฉบับนี้ เคยผ่านความเห็นชอบในหลักการมาแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2568 แต่หลังจากนั้นไม่นานได้เกิดการยุบสภา ทำให้กระบวนการต้องหยุดชะงักลง แต่ขณะนี้เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ก็ยังคงอยู่ในช่วงรอท่าทีของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะเดินหน้าต่อในรูปแบบใด และจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านด้วย

    “ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..ล่าช้าเกินไป เพราะเมื่อเร็วๆนี้จากการที่ผมได้ติดตามการประชุมอภิปรายร่วมกันของรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลก็พบว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาหลายคนให้ความสนใจและแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการร่วมกันผลักดันกฎหมายการศึกษาที่ความสำคัญต่อประเทศ ทั้งนี้ผมจะเร่งรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ ก่อนกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5774442/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13sWREKDg1w7ffNGwGHEJ0

  • ราคาน้ำมันดิบ 12/04/69  จับตาผันผวน ตะวันออกกลางเดือด

    ราคาน้ำมันดิบ 12/04/69 จับตาผันผวน ตะวันออกกลางเดือด

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141309&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aN1vDfNIspIzfEg94c8LW