Blog

  • “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก ในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ มีวาระสำคัญ คือ เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเดินหน้าตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา รวมถึง โครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วย

    นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ ซึ่งจะมีการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เข้ามาและมีการเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้ามาหารือด้วย

    ส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เพราะมีข้อมูลทั้งหมด แต่ในหลักการคือ เรื่องใดที่มีประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนสามารถใช้เม็ดเงินไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

    ส่วนกรณีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธตอบคำถาม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/586632&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hmnc5K7yJ2LGbJ_o7kxes

  • ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    พระเอกหนุ่มหล่อ “ฟิล์ม ธนภัทร” หวิดโดนฟัดหลังเจอหญิงปริศนาพุ่งประชิดหวังหอมแก้มทีเผลอกลางงานวันเกิด โชคดีไหวพริบดีเอาแขนกันได้ทัน ล่าสุดเจ้าตัวเคลื่อนไหวผ่าน X เตือนสติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799842/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TMjO6GpcD2nxThJ6IzJnb

  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รับฟังปัญหาโดยตรงจากผู้ประกอบการ และร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เที่ยวบินจากกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งเดิมมีประมาณ 8–14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถูกยกเลิกไปจำนวนมาก กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่

    ในการประชุม ได้เชิญตัวแทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการทัวร์ เรือสปีดโบ๊ต เรือหางยาว รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหา โดยตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมกำหนดแนวทาง เพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาเยือน

    ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความร่วมมืออย่างดี โดยผู้ประกอบการให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวในการเป็น “กลไกสำคัญ” ในการดูแลนักท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เข้าหารือกับนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในสนามบิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่พบปะนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสนับสนุนให้จังหวัดกระบี่กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในด้าน “ปริมาณและคุณภาพ” อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/290980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D3dlVFHTUVb90Hskz8INs

  • สงกรานต์ชลบุรีสะพัด! นักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ90% แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’

    สงกรานต์ชลบุรีสะพัด! นักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ90% แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’

    สงกรานต์ชลบุรีนักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ 90%  ‘เคทีซี’ ชี้สมาชิกเที่ยวในประเทศเพิ่ม สทช.แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’ ทนแทนตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง

    21 เม.ย. 2569 – นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี (สทช.) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะยังคงคึกคักทั่วประเทศ ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แต่ในบางพื้นที่เริ่มเห็นสัญญาณความท้าทาย โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดชลบุรีที่เริ่มชะลอตัวจากปัจจัยต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น

    ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่ยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดระยะไกล (Long-haul) ได้รับผลกระทบความขัดแย้งทางทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงถึง 2–3 เท่า และกระทบต่อการตัดสินใจในการเดินทาง พร้อมเสนอภาครัฐเร่งมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงที่ตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่เคทีซีเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 แห่งสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ

    สำหรับในช่วงที่เหลือของปีภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) มากขึ้น เพื่อทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ตลาดจีน ที่เริ่มฟื้นตัวและมีศักยภาพสูงในช่วงเทศกาล ตลาดอินเดีย ที่มีการเติบโตต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ตลาดไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย ซึ่งยังคงเป็นฐานนักท่องเที่ยวสำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่ต้นทุนการเดินทาง โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกเดินทางภายในประเทศของตนเองแทน

    นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาระดับรายได้จากการท่องเที่ยว จึงอยากเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการ ดังนี้

    กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านมาตรการร่วมจ่าย เช่น “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวไทย รวมถึงการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนานอกสถานที่

    ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอัตราที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาให้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางหรือค่าน้ำมันมาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราจูงใจ

    พัฒนาและเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางและขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินทางและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว

    วางรากฐานลดต้นทุนระยะยาวของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผ่านการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือ 0% สำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงาน รองรับการท่องเที่ยวยั่งยืน และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

    โดยมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงที่ตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง

    สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรมของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 80–90% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราเข้าพักเต็ม 100% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ลดลง 5-15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเส้นทางบินที่เชื่อมต่อผ่านตะวันออกกลางซึ่งถูกยกเลิกบางส่วน และราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งปีลดลงถึง 30–40%

    อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดชลบุรีมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย 54% และต่างชาติ 46% อย่างไรก็ตาม รายได้หลักยังคงพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 4,000–5,000 บาทต่อคนต่อวัน เทียบกับนักท่องเที่ยวไทยที่ใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อคนต่อวัน

    นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่า ข้อมูลจาก “เคทีซี” หรือ  ระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (วันที่ 11เมษายน 2569  –15 เมษายน 2569) พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศยังคงเติบโต โดยหมวดที่พักโรงแรมเพิ่มขึ้น 7% และหมวดร้านอาหารเพิ่มขึ้น 12%  ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุดเป็นอันดับแรกโดยหมวดที่พักและร้านอาหารเติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ทั้งนี้ ภายใต้ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกจุดหมายปลายทางที่สามารถบริหารงบประมาณได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางแบบขับรถ (Drive Tourism) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า

    ขณะเดียวกันเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เคทีซีได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 แห่ง ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network)

    กับแคมเปญ “Eat the East” ที่ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านเส้นทางขับรถ ควบคู่กับการเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงแคมเปญ “Central Rhythm” และ “60+ Stay Free” ที่ตอบรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/983362/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Bkdyx5GRQ9LB7n5FkXiPk

  • นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    ภูมิภาค

    นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวของเรารายงานว่า วันที่ 20 เมษายน 2569 นางสาวลัดดา เจริญพงษ์ นายอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางสาวณัฏฐ์ชนากานต์  มอญชัยภูมิ นางสาวพิชชาพร โกศลานนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายสมพจน์ สมคะเณย์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ติดตาม เยี่ยมเยียน กลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง ตำบลนาคาย อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี
                    
    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากบัว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่หลากหลาย อาทิ การแปรรูปฝักบัว เมล็ดบัว และผลิตภัณฑ์จากบัว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรและชุมชนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้สามารถต่อยอดอาชีพควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างเข้มแข็ง และนำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชฎัชอุบลราชธานีเข้าร่วมติดตาม ให้คำแนะนำ และหาแนวทางที่จะสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกบัวเพื่อส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าการผลิต
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473350&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cLiP5xw1hM7OMQJR49Qyb

  • อ่วมค่าฝุ่นพุ่ง “อุทยานฯ เอราวัณ” ประกาศฉุกเฉิน ปิดการท่องเที่ยวจากสถานการณ์ไฟป่า

    อ่วมค่าฝุ่นพุ่ง “อุทยานฯ เอราวัณ” ประกาศฉุกเฉิน ปิดการท่องเที่ยวจากสถานการณ์ไฟป่า

    พิษฝุ่นควันสะสม “อุทยานแห่งชาติเอราวัณ” ประกาศปิดท่องเที่ยว-พักแรมชั่วคราว จากสถานการณ์ไฟป่า ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกินมาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่อง 

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park เผยแพร่ประกาศแจ้งปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน

    โดยระบุว่า เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน เนื่องด้วยสถานการณ์ไฟป่า และสภาพอากาศปัจจุบันที่มีฝุ่นละอองสะสมจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำให้ค่าฝุ่นละออง (PM 2.5) ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 42.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพของนักท่องเที่ยว ทำให้มีความจำเป็นต้องปิดแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากไฟป่า จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากไฟป่า และหมอกควันฝุ่นละออง (PM 2.5) 

    โดยกำหนดปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ไฟป่าจะคลี่คลาย ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นปกติ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-574-222 หรือ Facebook อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

    ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2927959&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nOh9iCfCiBiD5Sa777IUa

  • ท่องเที่ยวไทยหลังสงกรานต์แผ่ว ต่างชาติชะลอทุกกลุ่มตลาดหลังหมดเทศกาล : อินโฟเควสท์

    ท่องเที่ยวไทยหลังสงกรานต์แผ่ว ต่างชาติชะลอทุกกลุ่มตลาดหลังหมดเทศกาล : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-19 เม.ย.) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติหลังสิ้นสุดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และจากการมีจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง และราคาบัตรโดยสารเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยต่อการเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวตลาดจีนและมาเลเซีย ยังคงเป็นกลุ่มตลาดหลักที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวครองอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 464,720 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 154,761 คน หรือ 24.98% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 66,389 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 74,646 คน มาเลเซีย 60,850 คน อินเดีย 46,484 คน รัสเซีย 30,723 คน และฝรั่งเศส 18,493 คน

    “นักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน รัสเซีย อินเดีย และฝรั่งเศส มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 32.78% 29.92% 16.29% 12.80% และ 8.40% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 10,828,380 คน ลดลง 3.34% YoY สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 529,358 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,734,423 คน มาเลเซีย 1,154,486 คน รัสเซีย 823,352 คน อินเดีย 759,397 คน และเกาหลีใต้ 450,231 คน

    ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (20-26 เม.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/586694&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JS07buEJXDNwozuI8Xfic

  • ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569 | เดลินิวส์

    ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569 | เดลินิวส์

    จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินหน้าสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรม “คัดเลือกมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล” ประจำปี 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของจังหวัดในการประกอบพิธีตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความเชื่อและอัตลักษณ์ของชาวลับแล ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญในพิธีสรงน้ำ “พระเจ้าลับแลง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    การจัดงานในปีนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่มิติทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Dr.J Clinic ร่วมสนับสนุนรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณี อันเป็นการต่อยอด “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่

    นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ร้านอาหารบลูอิเลฟเฟ่น ร่วมสนับสนุนรางวัล , องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ธนาคารออมสิน ร้านอาหารโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา และ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนพล ศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจพี วันคอนซัลแทนท์ จำกัด และ นายสันต์ชัย มานิมนต์ รองอันดับ 1 Mr. Rainbow Sky 2025 ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล ประจำปี 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายตั้งปณิธาร นาก้อนทอง รองชนะเลิศอันดับ 1 นายนราวิชญ์ บุญเกิด รองชนะเลิศอันดับ 2 นายฐิติวัฒน์ ออนตะไคร้ รองชนะเลิศอันดับ 3 นายพุฒิพงศ์ หลิน รองชนะเลิศอันดับ 4 นายเซดดริก สันดำ

    การประกวดมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล เทพบุตรอุตรดิตถ์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองลับแล” อย่างใกล้ชิด

    งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799399/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MlsHzwhG8rQs24raVBZeb

  • “หลัก 5 Run 2026” วิ่งข้ามจังหวัด ดันท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน คึกคักสองฝั่งคลองดำเนินฯ

    “หลัก 5 Run 2026” วิ่งข้ามจังหวัด ดันท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน คึกคักสองฝั่งคลองดำเนินฯ

    ภูมิภาค

    “หลัก 5 Run 2026” วิ่งข้ามจังหวัด ดันท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน คึกคักสองฝั่งคลองดำเนินฯ

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.56 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่ลานหน้าวิหารหลวงพ่อไตรรัตน์ วัดปราสาทสิทธิ์ (หลักห้า) ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี สมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และครูโรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ (ป.ป.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรท้องถิ่น จัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม “หลัก 5 Run 2026 (วิ่งเพื่อน้อง)” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 บนเส้นทางเชื่อมรอยต่อระหว่าง จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสาคร

    ภายในงานมีพระครูอนุกูลวรากร เจ้าอาวาสวัดปราสาทสิทธิ์ นายชาญ ศรีมณีกาญจน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าฯ นายธนะกิจ รุ่งโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ น.ส.ศลิษา ศรีพรรณ์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี และ พ.ญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

    กิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่เพียงงานวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่ถูกยกระดับเป็นอีเวนต์ชุมชนข้ามจังหวัด ที่ผสานการท่องเที่ยววิถีคลองดำเนินสะดวก กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และระดมทุนสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว สาขาหลักห้า ควบคู่กับการสร้างความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่

    ภายในงานยังมีการนำสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น องุ่นบ้านแพ้ว ยาดม ยาหม่อง และสบู่ขนมไทย มาแจกและจัดแสดง เพื่อส่งเสริมของดีในชุมชน

    สำหรับการแข่งขันแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ 3.2 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) ฟันรัน 6.2 กิโลเมตร และมินิมาราธอน 11.5 กิโลเมตร โดยจะปล่อยตัวตั้งแต่เวลา 05.45 น. เป็นต้นไป ผู้ชนะจะได้รับถ้วยเกียรติยศรูป “หลักกิโลเมตรเลข 5” หรือ “เฮียโหงว” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ขณะที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับเหรียญที่ระลึก

    ไฮไลต์สำคัญคือพิธีมอบรางวัลบนเรือกลางคลองดำเนินสะดวก บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อไตรรัตน์ ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สะท้อนเสน่ห์การผสานกีฬา ศรัทธา และวัฒนธรรมไว้ในงานเดียว

    ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทางเพจ “Lakharun” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นายชวลิต ดีสุขพร โทร. 087-410-9888 โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักวิ่งและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473307&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jOCLFZ_Eoutn-SXUMXAVV

  • ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5

    ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.45 น.

    อุทยานฯเอราวัณ ห่วง ปชช.-นทท.หลังเจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง พร้อมประกาศปิดการท่องเที่ยวและสถานที่พักแรม ชั่วคราว

    21 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ ฉิมพลี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ไฟป่า และสภาพอากาศปัจจุบันที่มีฝุ่นละอองสะสมจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 42.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพของนักท่องเที่ยวทำให้มีความจำเป็นต้องปิดแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากไฟป่า จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควันฝุ่นละออง (PM 2.5) โดยกำหนดปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ไฟป่าจะคลี่คลาย

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นปกติ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-574222 หรือ Facebook อุทยานแห่งชาติเอราวัณจึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/959716&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ofuNEZc5cghGqzwOhWE1w