Blog

  • ‘อนุทิน’ เผยถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.เล็งดึง ‘เม็ดเงิน’ เข้าระบบ | เดลินิวส์

    ‘อนุทิน’ เผยถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.เล็งดึง ‘เม็ดเงิน’ เข้าระบบ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 เม.ย. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ โดยเราจะประชุม ครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยจะเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยการประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา 

    เมื่อถามว่าโดยเฉพาะเรื่องไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ เรื่องไทยช่วยไทยพลัส 

    เมื่อถามถึงความชัดเจนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นายอนุทิน ฟังคำถาม แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามต่อว่ามีการตั้งคำถามเกี่ยวกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวหารือกัน โดยเรื่องแบบนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะเป็นผู้ชี้แจง เพราะมีข้อมูลทั้งหมดในหลักการที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศษฐกิจได้ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนจะใช้เม็ดเงินเหล่านี้ไปจับจ่ายใช้สอยได้ โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่ทำให้พวกเขาอยู่แล้ว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799014/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AW8sEs79F_nkSFeBEd38E

  • กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน

    กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน

    กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน


    21/04/2569 | 123 |

    กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 อำเภอเมืองเชียงใหม่ – สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ (ตอนที่ 1) ระยะทาง 3.365 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานเสาเข็มเจาะ งานถางป่า ขุดตอ งานปรับเกลี่ย และบดอัดดินเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2571 เนื่องจากการเจริญเติบโตของเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนสายหลัก ทล.1006 ทล.121 และ ชม.4039 มีปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรในจังหวัด ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอสันกำแพง ประกอบกับช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลักให้ผู้ใช้ทางสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทช. จึงได้ดำเนินโครงการฯ ใช้งบประมาณ 768.497 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 6 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.5 เมตร มีทางเท้า/ทางจักรยาน กว้าง 4.9 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง รวมถึงการจัดภูมิทัศน์บริเวณโครงการฯ และก่อสร้างทางลอด (อุโมงค์) ขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.8 เมตร ความสูงช่องลอดสุทธิไม่น้อยกว่า 5.5 เมตร พร้อมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ความยาวทางลอด 660.435 เมตร นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ทช. จะทำการรดน้ำบริเวณพื้นที่โครงการฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ใช้ทาง

    อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการฯ สอดคล้องกับความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ก่อนดำเนินการก่อสร้าง ทช. ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนและลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชนแล้ว ซึ่งได้มีการนำเสนอความเป็นมา ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน พร้อมทั้งได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/163226


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/496215&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GPBPJEKyoX-fDfmcAmxlo

  • ราคาทองวันนี้ 21/04/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 200 บาท  รูปพรรณขายออก 73,800 บาท

    ราคาทองวันนี้ 21/04/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 73,800 บาท

    วันที่ 21 เม.ย.69 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง วันนี้ (21 เม.ย.2569) ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.02 น.ปรับขึ้น 200 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ประกาศครั้งที่ 1

    ทองแท่ง

    • รับซื้อ บาทละ 72,800.00 บาท

    • ขายออก บาทละ 73,000.00 บาท

    ทองรูปพรรณ

    • รับซื้อ บาทละ 71,342.96 บาท

    • ขายออก บาทละ 73,800.00 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142525&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LT6AVcVpT7Q3ez9IBGz_1

  • ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน ขุมพลังเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีน มุ่งสร้างความมั่งคั่งร่วมกันในปี 2026-2030

    ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน ขุมพลังเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีน มุ่งสร้างความมั่งคั่งร่วมกันในปี 2026-2030

    ปักกิ่ง, 21 เม.ย. ซินหัว รายงานว่า — หลิวจื้อเฉิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์มหภาค สังกัดคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ซึ่งเข้าร่วมรายการการประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีนตอนล่าสุดของสำนักข่าวซินหัว เผยการคาดการณ์ว่าภูมิภาคขุมพลังทางเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีนจะเดินหน้าผลักดันความมั่งคั่งร่วมกันสำหรับประชาชนทุกคน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

    ภูมิภาคระดับมณฑล 10 แห่งซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน ได้แก่ กว่างตง (กวางตุ้ง) เจียงซู ซานตง เจ้อเจียง ซื่อชวน (เสฉวน) เหอหนาน หูเป่ย ฝูเจี้ยน เซี่ยงไฮ้ และหูหนาน มีส่วนสนับสนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนรวมกันกว่าร้อยละ 60 โดยหลิวเผยว่าพื้นที่เหล่านี้ได้พัฒนาหลายแนวทางเพื่อมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน และควรเดินหน้าเป็นแบบอย่างในด้านดังกล่าวต่อไป

    หลิว กล่าวว่า การสร้างความทันสมัยแบบจีนคือการพัฒนาที่สร้างความมั่งคั่งร่วมกันเพื่อประชาชนทุกคน ภูมิภาคดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตระหนักในภาระความรับผิดชอบของตนมากขึ้น และเป็นผู้นำการส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกันเนื่องจากมีพื้นฐานการพัฒนาที่ดีกว่า

    เพื่อผลักดันความมั่งคั่งร่วมกันในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ หลิวกระตุ้นให้พื้นที่เหล่านี้ใช้กลยุทธ์มุ่งให้ความสำคัญกับการจ้างงานเป็นอันดับแรก เพื่อรับรองว่ามีการจ้างงานที่มีคุณภาพสูงและเพียงพอ อีกทั้งเรียกร้องการเดินหน้าเพิ่มรายได้ของประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และเสริมแกร่งผลลัพธ์ความคืบหน้าในภารกิจขจัดความยากจน

    หลิว เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรบริการสาธารณะที่ดีขึ้นและระบบประกันสังคมที่เข้มแข็งขึ้น โดยชี้ว่าภูมิภาคเศรษฐกิจสำคัญควรเดินหน้าสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในโครงการด้านความเป็นอยู่ของประชาชน และทำงานเพื่อเสริมสร้างระบบประกันสังคมที่ยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/70490&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12IpTBKS_emn2AOPXjmGQq

  • นายกฯ เรียกถก ครม.เศรษฐกิจ 27 เม.ย.นี้ ดัน “ไทยช่วยไทยพลัส”

    นายกฯ เรียกถก ครม.เศรษฐกิจ 27 เม.ย.นี้ ดัน “ไทยช่วยไทยพลัส”

    วันนี้ (21 เม.ย.2569) เวลา 12.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และจากนั้นจะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกประเด็น ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา รวมถึงไทยช่วยไทยพลัส

    อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องความชัดเจนของการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มีความชัดเจนเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “เดี๋ยวหารือกัน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ชี้แจง คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพราะมีข้อมูลทั้งหมด ซึ่งในหลักการรัฐบาลตั้งใจทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ และนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้

    ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า จะเพิ่มวงเงินจากเดิม 2,400 บาท ในโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่ หลังสส.หลายพรรคออกมาเรียกร้อง เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี นายกรัฐมนตรี หันมากล่าวว่า “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ก่อนที่จะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า

    อ่านข่าว :

    นายกฯ สั่ง “เอกนิติ-กฤษฎีกา” ศึกษาหากทำ พ.ร.ก.กู้เงิน-ขยายเพดานหนี้

    ครม.​ตั้ง “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” เลขาฯ มท.1 “นพดล เภรีฤกษ์” เลขาธิการ​กฤษฎีกา​

    เร่งตามปม “เจ้าอาวาสวัดสนามไชย” หายตัวปริศนา 1 เดือน พบพิรุธรถยนต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504878&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SKsD0vuK-xJZsYcErIjM9

  • “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก ในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ มีวาระสำคัญ คือ เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเดินหน้าตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา รวมถึง โครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วย

    นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ ซึ่งจะมีการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เข้ามาและมีการเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้ามาหารือด้วย

    ส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เพราะมีข้อมูลทั้งหมด แต่ในหลักการคือ เรื่องใดที่มีประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนสามารถใช้เม็ดเงินไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

    ส่วนกรณีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธตอบคำถาม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/586632&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hmnc5K7yJ2LGbJ_o7kxes

  • ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    พระเอกหนุ่มหล่อ “ฟิล์ม ธนภัทร” หวิดโดนฟัดหลังเจอหญิงปริศนาพุ่งประชิดหวังหอมแก้มทีเผลอกลางงานวันเกิด โชคดีไหวพริบดีเอาแขนกันได้ทัน ล่าสุดเจ้าตัวเคลื่อนไหวผ่าน X เตือนสติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799842/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TMjO6GpcD2nxThJ6IzJnb

  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รับฟังปัญหาโดยตรงจากผู้ประกอบการ และร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เที่ยวบินจากกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งเดิมมีประมาณ 8–14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถูกยกเลิกไปจำนวนมาก กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่

    ในการประชุม ได้เชิญตัวแทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการทัวร์ เรือสปีดโบ๊ต เรือหางยาว รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหา โดยตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมกำหนดแนวทาง เพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาเยือน

    ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความร่วมมืออย่างดี โดยผู้ประกอบการให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวในการเป็น “กลไกสำคัญ” ในการดูแลนักท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เข้าหารือกับนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในสนามบิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่พบปะนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสนับสนุนให้จังหวัดกระบี่กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในด้าน “ปริมาณและคุณภาพ” อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/290980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D3dlVFHTUVb90Hskz8INs

  • สงกรานต์ชลบุรีสะพัด! นักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ90% แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’

    สงกรานต์ชลบุรีสะพัด! นักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ90% แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’

    สงกรานต์ชลบุรีนักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ 90%  ‘เคทีซี’ ชี้สมาชิกเที่ยวในประเทศเพิ่ม สทช.แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น ‘ไทยเที่ยวไทย’ ทนแทนตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง

    21 เม.ย. 2569 – นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี (สทช.) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะยังคงคึกคักทั่วประเทศ ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แต่ในบางพื้นที่เริ่มเห็นสัญญาณความท้าทาย โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดชลบุรีที่เริ่มชะลอตัวจากปัจจัยต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น

    ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่ยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดระยะไกล (Long-haul) ได้รับผลกระทบความขัดแย้งทางทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงถึง 2–3 เท่า และกระทบต่อการตัดสินใจในการเดินทาง พร้อมเสนอภาครัฐเร่งมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงที่ตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่เคทีซีเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 แห่งสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ

    สำหรับในช่วงที่เหลือของปีภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) มากขึ้น เพื่อทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ตลาดจีน ที่เริ่มฟื้นตัวและมีศักยภาพสูงในช่วงเทศกาล ตลาดอินเดีย ที่มีการเติบโตต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ตลาดไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย ซึ่งยังคงเป็นฐานนักท่องเที่ยวสำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่ต้นทุนการเดินทาง โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกเดินทางภายในประเทศของตนเองแทน

    นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาระดับรายได้จากการท่องเที่ยว จึงอยากเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการ ดังนี้

    กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านมาตรการร่วมจ่าย เช่น “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวไทย รวมถึงการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนานอกสถานที่

    ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอัตราที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาให้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางหรือค่าน้ำมันมาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราจูงใจ

    พัฒนาและเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางและขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินทางและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว

    วางรากฐานลดต้นทุนระยะยาวของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผ่านการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือ 0% สำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงาน รองรับการท่องเที่ยวยั่งยืน และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

    โดยมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงที่ตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง

    สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรมของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 80–90% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราเข้าพักเต็ม 100% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ลดลง 5-15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเส้นทางบินที่เชื่อมต่อผ่านตะวันออกกลางซึ่งถูกยกเลิกบางส่วน และราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งปีลดลงถึง 30–40%

    อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดชลบุรีมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย 54% และต่างชาติ 46% อย่างไรก็ตาม รายได้หลักยังคงพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 4,000–5,000 บาทต่อคนต่อวัน เทียบกับนักท่องเที่ยวไทยที่ใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อคนต่อวัน

    นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่า ข้อมูลจาก “เคทีซี” หรือ  ระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (วันที่ 11เมษายน 2569  –15 เมษายน 2569) พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศยังคงเติบโต โดยหมวดที่พักโรงแรมเพิ่มขึ้น 7% และหมวดร้านอาหารเพิ่มขึ้น 12%  ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุดเป็นอันดับแรกโดยหมวดที่พักและร้านอาหารเติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ทั้งนี้ ภายใต้ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกจุดหมายปลายทางที่สามารถบริหารงบประมาณได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางแบบขับรถ (Drive Tourism) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า

    ขณะเดียวกันเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เคทีซีได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 แห่ง ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network)

    กับแคมเปญ “Eat the East” ที่ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านเส้นทางขับรถ ควบคู่กับการเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงแคมเปญ “Central Rhythm” และ “60+ Stay Free” ที่ตอบรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/983362/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Bkdyx5GRQ9LB7n5FkXiPk

  • นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    ภูมิภาค

    นายอำเภอตาลสุม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน เยี่ยมกลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวของเรารายงานว่า วันที่ 20 เมษายน 2569 นางสาวลัดดา เจริญพงษ์ นายอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางสาวณัฏฐ์ชนากานต์  มอญชัยภูมิ นางสาวพิชชาพร โกศลานนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายสมพจน์ สมคะเณย์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ติดตาม เยี่ยมเยียน กลุ่มแปรรูปบัวบ้านห่องแดง ตำบลนาคาย อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี
                    
    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากบัว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่หลากหลาย อาทิ การแปรรูปฝักบัว เมล็ดบัว และผลิตภัณฑ์จากบัว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรและชุมชนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้สามารถต่อยอดอาชีพควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างเข้มแข็ง และนำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชฎัชอุบลราชธานีเข้าร่วมติดตาม ให้คำแนะนำ และหาแนวทางที่จะสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกบัวเพื่อส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าการผลิต
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473350&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cLiP5xw1hM7OMQJR49Qyb