Blog

  • ธปท.ระบุเศรษฐกิจ มี.ค.ทรงตัว ส่งออกฟื้นแต่ใช้จ่ายชะลอ-ท่องเที่ยววูบรับพิษสงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    ธปท.ระบุเศรษฐกิจ มี.ค.ทรงตัว ส่งออกฟื้นแต่ใช้จ่ายชะลอ-ท่องเที่ยววูบรับพิษสงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 69 เศรษฐกิจไทยโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวจากเดือนก่อน

    อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ตามการส่งออกไปตะวันออกกลางและจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ลดลงมาก สำหรับการบริโภคภาคเอกชนลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อน

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นส คัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน

    ในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589283&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v3oXubqhV8ACxivlbRN31

  • เจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

    เจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

    วันนี้ (วันที่ 30 เมษายน 2569) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดถึง ผลการวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวขาออก นอกประเทศ (Outbound Travel) ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดแรงงานจีน หรือ May Holiday 2026 ระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2569 โดย China Dragon Trail International (บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการท่องเที่ยวในประเทศจีน) พบว่า 24% ของคนจีนที่มีแผนเดินทางต่างประเทศ ในปี 2569 เลือกเดินทางในช่วงวันหยุดดังกล่าว

    ทำให้ช่วง วันแรงงาน ดังกล่าวกลายเป็น “หน้าต่างโอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนระยะสั้นและระยะกลาง

    ทั้งนี้จากการสำรวจความนิยมของจุดหมายปลายทาง ที่คนจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยว พบว่า คนจีน เลือกที่จะเดินใน Intra-Regional หรือ ประเทศเอเชียใกล้จีน เป็นส่วนใหญ่

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    โดยนักท่องเที่ยวจีน เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 16.3% มาเก๊า 10.7% ครองอันดับ 2 ประเทศไทย 9% อยู่ในอันดับ 3 ฮ่องกง 6.7 % ติดอันดับ 4 ญี่ปุ่น 5.1% ตกมาอยู่อันดับ 5 ตามมาด้วย ออสเตรเลีย 4.5% สิงคโปร์ 4.5% มาเลเซีย 3.4% มัลดีฟส์ 2.8% นิวซีแลนด์ 2.8%

    จากผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ถึงสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพราะคนจีนเดินทางมาเที่ยวไทย ช่วงวันแรงงานจีน คิดเป็นสัดส่วน 9% เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2568 แซงประเทศญี่ปุ่น ที่คนจีนเดินทางไปเที่ยว คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ลดลงจาก 9.5% เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น และข้อจำกัดด้านปริมาณเที่ยวบิน

    ดังนั้นจึงแสดงให้ว่าไทย มีสัญญาณการฟื้นตัว ที่ชัดเจน และกลับมาอยู่ใน “กลุ่มที่ถูกพิจารณา” (Consideration Set) ของนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้ง แต่ไทยยังไม่ใช่ “อันดับหนึ่งในใจ” (Top of Mind) ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องเร่งแก้เกม เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากคู่แข่งในภูมิภาคนี้

    การเดินทางเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีน ช่วง วันแรงงาน

    สำหรับรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากทริปสั้นแบบเร่งรีบ ไปสู่การเดินทางที่ยืดหยุ่นและขยายทริปยาวนานขึ้น โดย 44% ของนักท่องเที่ยว “ลาพักเพิ่ม” เพื่อขยายทริป 

    ขณะที่ระยะเวลาการเดินทาง (Trip Duration) ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3-5 วัน คิดเป็นสัดส่วน 48% ตามมาด้วยทริป 6-10 วัน มีสัดส่วนถึง 33% และกลุ่มที่เดินทางมากกว่า 10 วันขึ้นไป อยู่ที่ 11%

    ส่วนงบประมาณการเดินทาง (Travel Spending)ต่อคน ของนักท่องเที่ยวจีน Segment หลัก มีงบประมาณอยู่ที่ 10,000-20,000 หยวน(ประมาณ 47,706-95,413 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 28% Segment ระดับบน มีงบประมาณมากกว่า 50,000 หยวน (มากกว่า 238,466 บาท) คิดเป็น 15% และมีงบประมาณมากกว่า 100,000 หยวน (มากกว่า 476,987 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 7%

    แสดงให้เห็นว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ในปีนี้ ไม่ได้มองหาเพียงราคาที่ถูกที่สุด หรือ ประหยัด แต่ “เลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า” ขณะที่ตลาด Mass กับตลาดไฮเอนท์ เติบโตพร้อมกัน

    นายอดิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน จะมีความต้องการใน 4 วัตถุประสงค์หลัก โดยความต้องการส่วนใหญ่ ต้องการการพักผ่อน (Relaxation & Leisure) สูงถึง 40%, อาหาร (Gastronomy) 29%, มองหาธรรมชาติ 28% ,วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ 28% นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่แสวงหาความหมายจากการเดินทาง หรือ “Experience-based tourism” แทนที่ sightseeing แบบเดิม

    วันแรงาน ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวนอก

    จากผลสำรวจดังกล่าว จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ 1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) ต้องตอบโจทย์ 4 ความต้องการหลักให้ชัดเจน ได้แก่ Wellness/Beach Resort สำหรับการพักผ่อน, Thai Gastronomy Experience สำหรับกลุ่มคนรักอาหาร, Island/National Parks สำหรับกลุ่มรักธรรมชาติ และการนำเสนอ Heritage + Storytelling สำหรับกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรม

    2.กลยุทธ์การแบ่งส่วนตลาด (Market Strategy) ทริปสั้น (3-5 วัน) เน้นเจาะกลุ่มเมืองหลักที่เดินทางสะดวก เช่น กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ส่วนทริปขยายเวลา (Extended Trip) นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง (Multi-destination Cluster) เพื่อดึงดูดกลุ่มที่ลาพักเพิ่ม

    ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วง May Holiday 2026 กำลังกลับมาด้วยศักยภาพที่สูงขึ้น แต่มาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงและความคาดหวังที่ซับซ้อนขึ้น ประเทศไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่โดดเด่น แต่ความท้าทายคือการ ยกระดับจากตัวเลือกสำรองสู่ตัวเลือกหลัก ด้วยการยกระดับสินค้า เน้นย้ำประสบการณ์ที่มีคุณภาพและการสื่อสารที่เข้าถึงความต้องการใหม่ของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Top Destination ในภูมิภาคนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    นอกจากนี้ในช่วงวันแรงงานปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.-6 พ.ค. 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทย 136,000 คน เพิ่มขึ้น 26% สร้างรายได้ 3,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%

    เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดเอ้าท์บาวด์จีน และการขยายเส้นทางบินตรง ที่จะมีเส้นทางบินใหม่ 3 เส้นทาง คือ หางโจว-ภูเก็ต, เซินเจิ้น-ภูเก็ต และ หยางโจว-สุวรรณภูมิ โดยนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และมียอดการจองสูงสุดในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

    อีกทั้งไทยยังติด Top 3 ของนักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่ม “Visa-friendly” (ประมาณ 20%) ยังคงเลือกมาไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ประกอบกับเนื่องจากราคาบัตรโดยสารอาจปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการจองล่วงหน้าแบบ “Early Lock-in” (6-12 สัปดาห์ก่อนเดินทาง) เพื่อคุมงบประมาณนั่นเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/657936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZAFPXq-WhpB8KhLt3BKa-

  • ททท.ลุยยกระดับจัดเก็บเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว

    ททท.ลุยยกระดับจัดเก็บเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว

    ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Festival Database Platform เพื่อยกระดับการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลเทศกาล งานประเพณี เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

    ในยุคที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ควบคู่ไปกับความสะดวกในการเลือกจุดหมายปลายทาง ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล ช่วงเวลาการจัดงาน และอัตลักษณ์ของพื้นที่ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำโครงการ Festival Database Platform ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการรวบรวม จัดระเบียบ เป็นระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงเทศกาลไทย เพื่อสนับสนุนทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การพัฒนาเทศกาลในมิติต่าง ๆ ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ รวมถึงเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล

    พร้อมกันนี้ ททท. ยังได้นำศักยภาพของโครงการมาต่อยอดสู่การพัฒนาประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ Thailand Festival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้งาน ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเทศกาลได้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ผ่านฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่

    • “Sukjai Chatbot” AI Travel Assistant ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล ที่สามารถแนะนำเทศกาลตามความสนใจ งบประมาณ และช่วงเวลาเดินทางของผู้ใช้งาน

    • Festival Calendar ปฏิทินเทศกาลที่สามารถดูได้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกในแพลตฟอร์มเดียว

    โครงการ Festival Database Platform จึงเป็นการสะท้อนบทบาทของ ททท. ในการมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub ด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น

    ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการ Festival Database Platform จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับเมืองน่าเที่ยว
    และผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านเทศกาลสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Data-Driven Tourism Nation อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงขับเคลื่อน
    สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่ “เที่ยวได้ทั้งปี มีเทศกาลทุกเดือน และมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมในทุกการเดินทาง

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเว็บไซต์ Thailand Festival ด้วย Sukjai Chatbot และ Festival Calendar ได้แล้ววันนี้ ที่ https://ai.festivaldatabaseplatform.com/

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1026693/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IhLzPUU2-LWE7Ag5hFnAZ

  • ททท. ปูพรม 17 จังหวัด ชวนคนทำงานออกเดินทาง ‘WORK WONDER BELONG’ : อินโฟเควสท์

    ททท. ปูพรม 17 จังหวัด ชวนคนทำงานออกเดินทาง ‘WORK WONDER BELONG’ : อินโฟเควสท์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ 4 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ NEXTOPIA, Megatix, Bolt และ Sanook.com รุกตลาดกลุ่มคนทำงาน เปิดแคมเปญ “WORK WONDER BELONG เที่ยวใกล้ได้งาน” ปักหมุดพื้นที่ 17 จังหวัดภาคกลาง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยววันธรรมดาผ่านแนวคิด Workation ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. – 25 ก.ค. 2569 นี้

    นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มนำรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid และ Remote Working มาใช้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพนักงานและความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา และทำให้แนวคิด Workation หรือการทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยว กลายเป็นดีมานด์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน หนึ่งในพฤติกรรมที่สะท้อนเทรนด์ดังกล่าวคือ ‘Weekend Extenders’ หรือการยืดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปโดยไม่ต้องใช้วันลาพักร้อน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางและพักผ่อน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่มีการเดินทางสะดวก และมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ททท. และพันธมิตรจึงร่วมกันคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม กิจกรรม รวมถึง Co-working Space ที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางในวันธรรมดามากขึ้น ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคภาคกลาง โดยคาดหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้การทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานยุคปัจจุบัน”

    คุณชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า  “NEXTOPIA มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ในการสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ที่ผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยเราเปิดพื้นที่ NEXTOPIA ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับการนั่งทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้ชีวิตนอกสถานที่ทำงานแบบเดิมๆ พบกับโปรโมชั่นมากมายตลอดแคมเปญ อาทิ ใช้จ่ายที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนครบตามยอดที่กำหนดแลกรับของรางวัล พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22%  จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และ Nextopia มอบคูปองช้อป กิน ดื่ม ส่วนลดสูงสุด 200 บาท  ในพื้นที่ Zone Nextopia เพียงโชว์ Banner แคมเปญ หรือ แจ้งทราบข่าวจากแคมเปญ Work Wonder Belong พร้อมบัตรประชาชน ที่เคาน์เตอร์ INFORMATION COUNTER ชั้น G ฝั่ง North, ชั้น 1 Star Dome และชั้น 5 NEXTOPIA โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย จะได้รับ E-GIFT CARD เมื่อลงทะเบียนผ่าน ONESIAM SuperApp สมบูรณ์แล้วเท่านั้น

    • นักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ กทม และปริมณฑล ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 100 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท) จำนวน 300 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกตลอดรายการ)

    • นักท่องเที่ยวนอกเขตพื้นที่ กทม ตามบัตรประชาชน ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 200 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 800 บาท) จำนวน 150 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ)

    Onur Astasoy – Managing Director Megatix Thailand กล่าวว่า Megatix Thailand  ได้มอบดีลที่พักและสปาสุดพิเศษ ลดสูงสุด 20-50% เพื่อจูงใจให้คนทำงานเลือกพักผ่อนในวันธรรมดามากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่

    คุณณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์  ผู้จัดการทั่วไปประจำ โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) กล่าวว่า โบลท์ได้มอบโค้ดส่วนลด “GOWORK” จำนวน 200,000 สิทธิ์ โค้ด (สำหรับพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น) ชื่อ Code “GOWORK” ระยะเวลาใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 25 กรกฎาคม 2569

    เงื่อนไขการใช้งาน

    • New User: ส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาท (จำนวน 2 ครั้ง/คน)

    • Existing User: ส่วนลด 30% สูงสุด 100 บาท (จำนวน 2 ครั้ง/คน)

    สำหรับโครงการนี้ ททท. มุ่งเน้นการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานแบบเดิมๆ สู่สถานที่ที่สร้างความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว 17 จังหวัดภาคกลาง โดยเชื่อมั่นว่าระบบการขนส่งที่สะดวกและสิทธิพิเศษที่คุ้มค่าจะช่วยผลักดันให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดที่พักและกิจกรรมที่เข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.workwonderbelong.com

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFT0IQ1844QYKT8GB43IOBDA99AUKBR&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02d9xqYbKGz-35LJdPO6NG

  • สุรินทร์ประชุมแนวทางดึงเด็ก-เยาวชนกลับสู่ระบบการศึกษา-เรียนรู้ตามศักยภาพ

    สุรินทร์ประชุมแนวทางดึงเด็ก-เยาวชนกลับสู่ระบบการศึกษา-เรียนรู้ตามศักยภาพ

    สุรินทร์ประชุมแนวทางดึงเด็ก-เยาวชนกลับสู่ระบบการศึกษา-เรียนรู้ตามศักยภาพ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปและรายงานผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ (Thailand Zero Dropout) ระดับจังหวัด ที่ห้องราชาวดี สวนป่ารีสอร์ท อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์

    ทั้งนี้ ปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เนื่องจากเด็กและเยาวชนถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของจังหวัดและประเทศ การปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว จ.สุรินทร์ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูล การค้นหาเชิงรุก การช่วยเหลือรายกรณี และการส่งต่อเข้าสู่ระบบการศึกษา การเรียนรู้ หรือการพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000040689&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18yD1J1UmoaMdUWIx4yow6

  • “รมว.ประเสริฐ” เปิดโต๊ะถกการศึกษา จชต. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ รร.เอกชนปอเนาะ-ตาดีกา ยัน! คือทีมเดียวกัน พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกเสียง

    “รมว.ประเสริฐ” เปิดโต๊ะถกการศึกษา จชต. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ รร.เอกชนปอเนาะ-ตาดีกา ยัน! คือทีมเดียวกัน พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกเสียง

    “รมว.ประเสริฐ” เปิดโต๊ะถกการศึกษา จชต. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ รร.เอกชนปอเนาะ-ตาดีกา ยัน! คือทีมเดียวกัน พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกเสียง


    30/04/2569 | 52 |

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบ

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้แทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ตลอดจนภาคเอกชนและประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วม ว่า ที่ประชุมฯ มีมติร่วมกันว่า การศึกษาคือภารกิจสำคัญเร่งด่วนของพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีหน้าที่หลักในการยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์ในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับฟังข้อเสนอแนะอันมีคุณค่าจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการยกระดับคุณภาพครูและนักเรียนในโรงเรียนเอกชน โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ทั้งการเทียบโอนหลักสูตรและการรับรองวุฒิการศึกษา การพัฒนาศักยภาพครู การแก้ปัญหาเร่งด่วน รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน

    “ที่ประชุมได้หารือร่วมกัน โดยเห็นควรให้สร้างกลไกการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ อาทิ การจัดตั้งบอร์ดด้านการศึกษาในพื้นที่ เพื่อประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอให้มอบหมายตัวแทนในพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ด้านการศึกษาโดยเฉพาะด้วย” รมว.ศธ.กล่าว

    รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ผมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านภาษาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ให้มีคุณภาพมาตรฐานมากขึ้นไปอีก พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกเสียงเสมอ เพราะทุกคนในวงการศึกษาคือทีมเดียวกัน ภายใต้บ้านหลังเดียวกัน

    กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน
    29/4/2569

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/163541


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wQsKhDq_eWP74KpGr5AeA

  • ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ

    ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ

    ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.30 น.

    “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำและพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน

    วันที่ 29 เมษายน 2569 (ในช่วงค่ำ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับแรม แกรนด์ โฮเทล (Grand Hotel) กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ไปยังพระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม  เพื่อทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำและพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างไม่เป็นทางการแก่พระประมุข ประมุข และพระราชวงศ์ต่างประเทศที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงในงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงเป็นเจ้าภาพ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/961610&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zME_TAD9A1jT1gvJRZC3o

  • สั่งศึกษารอบใหม่! ก่อนลุย ‘แลนด์บริดจ์’

    สั่งศึกษารอบใหม่! ก่อนลุย ‘แลนด์บริดจ์’

    ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ให้ไปศึกษาการเดินหน้า “โครงการแลนด์บริดจ์” นั้น มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

    อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมในรัฐบาล รวมถึงพรรคเพื่อไทยเองเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว แต่หัวใจหลักคือ ต้องศึกษาให้รอบคอบ ซึ่งการจะดำเนินโครงการต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ

    1. ผลการศึกษาความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน
    2. ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่
    3. งบประมาณในการลงทุน ว่าจะนำมาจากแหล่งใด

    ส่วนจะเสนอโครงการดังกล่าวต่อที่ประชุม ครม.สัญจรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ตั้งเรื่องที่จะต้องเสนอโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/s/128581&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C3rmeIftA-8ZTLMi86910

  • ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16

    ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16

    วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.49 น.

    “ในหลวง-พระราชินี”  เสด็จฯเยือนราชอาณาจักรสวีเดน  ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน  

    วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 08.29 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  เที่ยวบินที่ ทีจี 8886  ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน  ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569  ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 80 พรรษา  ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน 

    เมื่อเครื่องบินพระที่นั่งถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติอารลันดา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง โดยมี เจ้าหญิงวิกตอเรีย (Her Royal Highness Crown Princess Victoria of Sweden) มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ทรงรอรับเสด็จ ณ เชิงบันไดเครื่องบินพระที่นั่ง จากนั้น นางเจสสิกา เฮดิน (Ms. Jessica Hedin) รองอธิบดีกรมพิธีการทูตราชอาณาจักรสวีเดน กราบบังคมทูลแนะนำหัวหน้ากองงานในพระองค์และราชองครักษ์ประจำพระองค์มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ตลอดจนราชองครักษ์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำพระองค์ฝ่ายสวีเดน เสร็จแล้ว เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนสำนักงาน ณ กรุงสตอกโฮล์ม ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมาลัยข้อพระกรแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมแกรนด์ โฮเทล (Grand Hotel) กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ซึ่งเป็นโรงแรมที่ประทับ 

    เวลา 09.30 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงโรงแรมแกรนด์โฮเทล (Grand Hotel) กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ณ ที่นั้น นางสาวพิฐรา นวรัตน์  อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม,  ภริยาผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนสำนักงาน ณ กรุงสตอกโฮล์ม, คู่สมรสเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ตลอดจนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และคู่สมรส รวมทั้งผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแกรนด์ โฮเทล (Grand Hotel) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรนอร์เวย์ และประเทศไทย พร้อมใจกันเดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อชื่นชมพระบารมี
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/961595&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F-9tfKwhfQcQ8I2fn1aEC

  • บันทึกหน้า 4

    บันทึกหน้า 4

    โดย “ณัฏฐ์” ได้เชื่อมโยงทั้ง 2 เหตุการณ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันไม่น้อย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจเดินเครื่องเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว เพราะถึงจุดหักเหสำคัญระหว่างการเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” หรือ “กับดักหนี้สาธารณะ” …๐

    ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ให้ไปศึกษาการเดินหน้าโครงการ โดยมอบหมายให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ แม้มีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร โดยให้คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.ผลการศึกษาความคิดเห็นประชาชนและการมีส่วนร่วม 2.ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม และ 3.งบประมาณในการลงทุน …๐

     น่าแปลกอย่างยิ่ง “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่ “รัฐบาลลุงตู่” หวังเป็นเมกะโปรเจกต์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าทางน้ำระดับโลกในตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วย รวมถึงในรัฐบาลเศรษฐาก็สนับสนุน แต่พอมายุคนี้ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์แบบเต็มที่ เช่นเดียวกับ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ก็ไม่เอาด้วยบอกจะซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน …๐

    งานนี้เราก็ได้แต่หวังว่า รัฐบาลจะตัดสินใจให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นโครงการดังกล่าวก็อาจซ้ำรอย “โครงการคอคอดกระ” แนวคิด “อมตะนิรันดร์กาล” ของไทยที่มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขุดคลองเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย แต่อย่าลืมว่า “แลนด์บริดจ์” นั้น เน้นการสร้างท่าเรือและถนน/รถไฟเชื่อมต่อกันแทนการขุด ที่สำคัญก็เหมือนการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมินั่นแล ที่ตอนคลอดออกมาก็มีแต่คนค้านคนด่า แต่ทุกวันนี้ก็เห็นชัดว่ามีคุณค่าต่อประเทศเพียงใด …๐

    พูดเรื่องต่อต้านและคัดค้านจะไม่เอ่ยถึงพรรคส้มก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ได้แบ่งงานเป็น 4 เสาหลักแล้ว โดย “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคจะมาดูแลด้านเศรษฐกิจ “ศิริกัญญา” ดูแลการปฏิรูปรัฐ “เดชรัต สุขกำเนิด” รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านคุณภาพชีวิต และ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาธิการพรรค ดูแลความมั่นคง ทำให้สภากาแฟถามกันให้ควั่กหมายความว่าอย่างไรที่ให้ “ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่” มาดูแลเศรษฐกิจ หรือเพราะเจ๊ไหมที่ทำตัวเป็นกูรูเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่มาถึงประชาชนพิสูจน์แล้วว่าเป็นของแท้หรือของเทียมกันจ๊ะ เลยถูกเขี่ยให้พ้นจากการดูแลเศรษฐกิจ หรือเพราะต้องทำใจจากคดีแก้ไขมาตรา 112 เหมือนหัวหน้าเท้ง เลยต้องปั้นกูรูคนใหม่ขึ้นมาแทน …๐

    ไม่แปลกใจแต่ประการใดเลย เพราะ พรรคนี้ก็อย่างที่รู้เช่นเห็นชาติกันนั่นแล ทำอะไรด้อมก็บอกว่าดีหมดไม่เคยตะขิดตะขวงอะไร ก็ขนาดคนใช้ความรุนแรงทำร้ายแม่ของลูกตัวเองก็ยังหลงใหลได้ปลื้ม ยิ่งเป็นพวกเป็นเครือเถาก็ยิ่งยกไม่แตะต้อง ดูง่ายๆ กรณี ไลฟ์ขายทุเรียนของ “พิมรี่พาย” ที่มี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ร่วมโปรโมต ในตอนแรกก็ถูกบรรดาสมาชิกส้มและสาวกรุมสวด รุมดรามากันว่าทำร้ายตลาดทุเรียน ทั้งที่อินฟลูเอนเซอร์รายอื่นก็ไลฟ์ขายทุเรียนกันแบบลดราคาโปรโมชันทั้งนั้น แต่ที่น่าสนใจอย่างมากที่ต้องมาไลฟ์ขายนั้นก็เป็นปลายเหตุด้วยซ้ำไป ต้นเหตุต้นตออย่าง “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” กลับไม่เคยโผล่หรือไม่เคยพูดถึงเลย หรือเพราะ “นามสกุล” รัฐมนตรีว่าการเหมือนเจ้าของพรรคส้มกันจ๊ะด้อมจ๋า …๐

    ท.ศักดิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/988093/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16X88xcij1FSxKGaUot1Dd