Blog

  • ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันนี้ (30 เม.ย.) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมจำนวน 50 คน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลีเป๊ะ

    ทั้งนี้ ก่อนการลงพื้นที่ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ประธานวุฒิสภาได้เป็นประธานการประชุม รับฟังแนวทางการพัฒนาจังหวัดสตูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนการพัฒนาในระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000040908&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QvIKooINcJ_YAxm5iwACR

  • รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ – อนามัยมีเดีย

    รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ – อนามัยมีเดีย

              รัฐบาลผนึกกำลัง 6 หน่วยงาน “สาธารณสุข – มหาดไทย – แรงงาน – อุตสาหกรรม – การอุดมศึกษาฯ – สสส.” ยกระดับสุขภาวะคนไทยกลุ่มวัยทำงาน กว่า 38 ล้านคน ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน เป็นวัยทำงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

               วันนี้ (30 เมษายน 2569) ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดมหกรรมรณรงค์ สร้างกระแส “Be Healthy More Productivity (สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม)” พร้อมมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างผู้บริหาร 6 หน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดร.นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

               นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวว่า รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาวะ ของประชากรวัยทำงานซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วย และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีประชากรวัยทำงาน (ช่วงอายุ 15 – 59 ปี) ที่เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจกว่า 38 ล้านคน หากคนกลุ่มนี้มีปัญหาสุขภาพด้วยโรคจากวิถีชีวิต หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม นอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก ยังทำให้สูญเสียผลิตภาพ (Productivity) ที่เป็นหัวใจของการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งความร่วมมือในการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงานของทั้ง 6 หน่วยงาน จะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีตั้งแต่อยู่ในสถานที่ทำงานจนถึงชุมชน ลดอัตราการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุจากการทำงาน เป็นวัยทำงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป

              ด้านแพทย์หญิงอัมพร กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรวัยทำงานกำลังเผชิญภาวะความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง ปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงโรคจากการประกอบอาชีพ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เอื้อต่อสุขภาวะ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม จากการป่วย หยุดงาน หรือปฏิบัติงานได้ไม่เต็มศักยภาพ และยังเกิดภาระด้านงบประมาณในระบบสาธารณสุข และระบบประกันสังคมในระยะยาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงมีความร่วมมือในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงานทุกระดับทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน เพื่อวางรากฐานการสร้างเสริมสุขภาวะของแรงงานไทยอย่างเป็นระบบและครอบคลุม

    ************************************

    30 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/3004692/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Z5m73Oz5yZ-AvMOnIPVR0

  • ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งระเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับสูงขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แม้รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม 

    นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า ส่วนการบริโภคภาคเอกชนแม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจนแต่ลดลงหลังเร่งไปมากในช่วงก่อน

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น

    ปราณี สุทธศรี

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ 

    สำหรับด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียมหลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลางปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

    เสถียรภาพเศรษฐกิจในไตรมาส 1 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน 

    อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้าและบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741752&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V3TT8GE7zli5a7qJftX9d

  • จับตารัฐบาลรื้อ ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’  รับวิกฤตตะวันออกกลาง ฉุด GDP โตต่ำ  

    จับตารัฐบาลรื้อ ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’ รับวิกฤตตะวันออกกลาง ฉุด GDP โตต่ำ  

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางในช่วง ปีงบประมาณ 2570-2573 ใหม่อีกครั้ง ภายหลังสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง

    “รัฐบาลคงนัดประชุมบอร์ดนโยบายการเงินการคลังเร็วๆนี้ ซึ่งเร็วกว่าเดิมก่อนที่จะจัดทำงบประมาณปีต่อไป เพราะต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด และส่งผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ และรายจ่ายของรัฐบาลในอนาคต จึงต้องเร่งทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางทั้งหมดใหม่อีกครั้ง” แหล่งข่าว ระบุ

    ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในการประชุม 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ คือ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับทราบกรอบประมาณการรายจ่าย ประมาณการรายรับ และฐานะการคลังของรัฐบาลล่วงหน้า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับเดิมที่เคยผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

    แต่ภายหลัง สศช. ได้มีการประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยพบว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยทั้งปี 2568 ขยายตัว 2.4% ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าขยายตัว 1.5-2.5% หรือมีค่ากลางอยู่ที่ 2% แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้ยังได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง จึงต้องทบทวนรายละเอียดของแผนการคลังระยะปานกลางใหม่อีกครั้ง

    สำหรับ แผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570 – 2573) ตามมติครม.ที่อนุมัติไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 กำหนดรายละเอียดสถานะและประมาณการเศรษฐกิจว่า ในปี 2569 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 1.2 – 2.2% (ค่ากลาง 1.7%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.7% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.0 – 1.0% ส่วนในปี 2570 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.1 – 3.1% (ค่ากลาง 2.6%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.9% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.4 – 1.4%

    ขณะที่ใน ปี 2571 – 2572 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.3 – 3.3% (ค่ากลาง 2.8%) และในปี 2573 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.5 – 3.5% (ค่ากลาง 3.0%)

    ส่วนการสถานะและประมาณการการคลัง กำหนดประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,145,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่  3,274,000 ล้านบาท และปี 2573 อยู่ที่  3,422,000 ล้านบาท

    ขณะที่ประมาณการงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ เท่ากับ 3,788,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,826,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่ 3,864,000 และปี 2573 อยู่ที่ 3,903,000 ล้านบาท

    ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิและงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณจำนวน 788,000 ล้านบาท หรือ 3.9% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 681,000 ล้านบาท หรือ 3.3%ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 590,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 481,000 ล้านบาท หรือ 2.1% ต่อ GDP

    นอกจากนี้ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 มีจำนวน 12,226,290 ล้านบาท คิดเป็น 64.82% ของ GDP และประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สำหรับปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 68.17% ต่อ GDP, ปี 2570 อยู่ที่ 69.36% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 69.78% ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 69.52% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 68.22% ต่อ GDP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1231764&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YMrU9zOWk7wUQRq3W1zaI

  • ร้อน! อนุทินเรียก ‘เอกนิติ-วิทัย’ หารือด่วนเรื่องเศรษฐกิจ

    ร้อน! อนุทินเรียก ‘เอกนิติ-วิทัย’ หารือด่วนเรื่องเศรษฐกิจ

    ‘นายกฯ’ เรียก ‘เอกนิติ-ผู้ว่าฯ ธปท.’ เข้าพบ หารือภาพรวมเศรษฐกิจ หลังปรับลดจีดีพี จากเดิมต่ำกว่า 2 % จับตา ! พิจารณาแหล่งเงินนโยบาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’

    30เม.ย.2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบเวลา 08.20 น. โดยเข้ามาเพื่อไหว้องค์นรสิงห์จำลองตามปกติ จากนั้นได้เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปฏิบัติภารกิจการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก่อนจะกลับเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล และได้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าพบ เพื่อหารือ และรับฟังคำแนะนำสภาพคล่องทางการเงิน และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รวมไปถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

    สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจที่จะมีการพูดคุยกัน หลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับลด GDP ปีนี้ลงไปอยู่ที่ 1.5 ถึง 1.6 % จากเดิมประมาณ 2 % เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกับติดตามความคืบหน้าการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2026 (2026 Annual Meetings of the IMF–World Bank Group) ช่วงเดือนต.ค.นี้

    ทั้งนี้มีรายงานว่าจะมีการพิจารณาแหล่งที่มาในการดำเนินนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือนโยบายไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีคนละครึ่ง ในส่วนที่รัฐบาลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน รวมถึงเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเล็งใช้เงินคืนจากหน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณตามขั้นตอนการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และรัฐบาลจะพิจารณาแหล่งเงินอื่นตามความเหมาะสม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/988449/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AISkfUfulXCOx4bqpuIUQ

  • พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต  เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก

    พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก

    พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก โว กวาด สก. ได้เกินครึ่งแน่นอน ลั่น  ไม่ใช่ส่งไม้ประดับ

    วันที่ 30 เมษายน 2569  ที่รัฐสภา นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในนามพรรคเศรษฐกิจ ว่า กรุงเทพฯมีปัญหามากทั้งการจราจร ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาใหญ่ที่เห็นชัดเจนและต้องจัดการให้เร็วที่สุด คือคนต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย เข้ามาแย่งพื้นที่การเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  รวมถึงปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นใน กทม. ทุกสำนักงานเขตมีการทุจริตมากมาย และแก้ไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาการจัดเก็บขยะ เป็นปัญหาขยะเน่าเหม็นมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้พรรคเศรษฐกิจเห็นว่า พรรคเราเป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 5 โดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์แสดงความจำนงว่าจะส่งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ครบทุกเขต  ดังนั้นพรรคเศรษฐกิจเราจะส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ครบทุกเขตเช่นเดียวกันเพื่อหวังจะทำให้ กทม. ดีขึ้น 

    “คนที่พรรคจะส่งลงชิงผู้ว่าฯ กทม. เราได้ทาบทามไว้แล้ว และมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีด้วย มีอักษรชื่อย่อ จ. พูดชื่อไปก็จะรู้ว่าเป็นใคร เพราะเป็นคนที่มีชื่อเสียงและอยู่ในแวดวงที่ต้องรับผิดชอบประชาชนคนกรุงเทพฯ มาก่อน แต่ไม่ใช่นักการเมือง แต่ขออุบไว้ก่อนเพื่อความตื่นเต้น คาดว่าไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าผู้สมัครคนนี้จะสามารถสู้ผู้สมัครคนอื่นได้อย่างแน่นอน  และคิดว่าไม่น่าจะแพ้  ขอย้ำว่าบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ของพรรคเราเป็นคนมีความรู้ความสามารถ และจะได้ สก. เกินครึ่งแน่นอน ไม่ใช่ส่งไม้ประดับ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2929907&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I19KnOv17l1oq8ulJxuui

  • นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ เคาะไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้

    นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ เคาะไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.07 น.

    30 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เสร็จสิ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง , นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ , นายภราดร ปริศนานันกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ , นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) , นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี , นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง , นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) , นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และตัวแทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อประชุมหารือเร่งสรุปแนวทางโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าต่อไป เนื่องจากโครงการจะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/961654&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lQEILT3JVzQxfVKyaAoBO

  • นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดครอบคลุม 30 ล้านคน

    นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดครอบคลุม 30 ล้านคน

    จับตา “ไทยช่วยไทย” ล่าสุด “อนุทิน” เรียกทีมเศรษฐกิจถกด่วน เตรียมเคาะมาตรการเยียวยาประชาชน คาดครอบคลุมกว่า 30 ล้านคน

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าน่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจน โดยคิดว่าสัปดาห์หน้าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จึงมาพูดคุยกันก่อน

    ส่วนการหารือวันนี้ จะเป็นการหารือแทน ครม.เศรษฐกิจหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า กำลังจะหารือกับนายกฯว่า เนื่องจากวันที่ 4 พ.ค. 69 เป็นวันหยุด จะมีการหารือ ครม.เศรษฐกิจหรือไม่

    เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า นายกฯ ต้องการอยากให้โครงการนี้ออกมาเร็วที่สุดใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามกำหนดคือ 1 มิ.ย. 69 ที่ได้ประกาศไป

    เมื่อถามถึงความพร้อมที่รัฐบาลพอจะเตรียมได้ตอนนี้เป็นเรื่องงบประมาณอย่างเดียว หรือประสานกับหน่วยงานเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย นายภราดร ระบุว่า ต้องรอดูกระทรวงการคลังที่เป็นฝ่ายออกนโยบายและแนวทาง รวมถึงกระทรวงอื่นด้วยว่า มีความคิดกับเรื่องการเยียวยาในส่วนไหนอย่างไรบ้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอะไรหรือไม่ ต้องถามหลายๆ กระทรวงดูด้วย ในส่วนของกระทรวงการคลัง ทางนายเอกนิติ ได้บอกถึงมาตรการ 2-3 เรื่องไปแล้ว

    ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะครอบคลุม 20-30 ล้านคน จำนวนยังเป็นเท่านี้อยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เบื้องต้นมี 2 ส่วนคือ

    1. ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน
    2. จะใช้โครงการไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งเดิม ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่าน่าจะได้ประมาณเท่าไหร่

    เพราะฉะนั้น 2 ส่วนบวกกันอย่างน้อยน่าจะต้องเกิน 30 ล้านคน เพราะอยู่ในส่วนของสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน แต่ในส่วนนี้เดิมคือ 20 ล้านคน อาจจะมีบวกๆ ดังนั้น อาจจะเกิน 30 ล้านคนของผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950259/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BjTT8MEZeLXouZmJjFemd

  • “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

    “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-246&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RO4C3yRrVZUFbtCG_LiE0

  • ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-100&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22fH7PZwxrf4r9X7b8_auM