Blog

  • TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สหรัฐฯ:

    • ดัชนีราคาผู้บริโภค (PCE) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +0.2% MoM ในเดือน ก.ค. จาก 0.3% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6% YoY เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด

    • ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น +0.3% MoM เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้นเป็น 2.9% YoY จาก 2.8% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด

    Fixed Income:

    • เรายังคงให้น้ำหนักไปที่พันธบัตรระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เนื่องจากมีโอกาสได้ประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed โดยตรง และเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านขึ้นของ Yield น้อยกว่า ขณะที่พันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี เรายังประเมิน Fair level ที่ราว 4.5% จึงจะสะท้อนความเสี่ยงของแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

    ไทย:

    • กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องในเดือน ก.ค จากการหดตัวชั่วคราวของภาคการผลิต (ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต) และกิจกรรมในภาคบริการลดลงจากการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอของอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่รายรับภาคการท่องเที่ยวยังคงลดลง จากการใช้จ่ายต่อทริปที่ลดลงและการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอและปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าจากการบริโภคที่หดตัวในหมวดสินค้าไม่คงทนและหมวดบริการ ซึ่งสอดคล้องกับรายรับจากภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

    จีน:

    • แรงกดดันเงินฝืดยังเป็นปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยระดับราคาสินค้าและกำไรภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศมาตรการ Anti-involution เพื่อจำกัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ความสำเร็จของมาตรการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนในการลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในปัจจุบันได้แพร่กระจายจากอุตสาหกรรมต้นน้ำสู่อุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่เป็นของภาคเอกชน ซึ่งทำให้การสั่งลดกำลังการผลิตจากทางการอาจทำได้ยากและเห็นผลช้ากว่าการปฏิรูปด้านอุปทานของจีนในอดีตช่วงปี 2015

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/01/574379/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3krQjpMy-zq_8K0-7ThtyZ

  • เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    sustainability

    01 ก.ย. 2025 เวลา 13:43 น.

    ททท. ปลุกพลังชุมชนไทย ปั้น ESG Tourism สู่เวทีโลก2 เดือน สร้างรายได้เพิ่ม 20 % จำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 30,000 คน /ครั้ง สู่ 5 จังหวัด

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และองค์กรเอกชนชั้นนำ ประกาศความสำเร็จของโครงการ “Village to the World #SustainableAgenda” ซีซันล่าสุด จุดประกายพลังให้ชุมชนไทยด้วยโมเดล “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ที่ยกระดับจากกิจกรรม CSR ไปสู่การเป็น กลไก ESG Tourism ที่วัดผลได้จริง

    โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาของชุมชนเข้ากับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม ทั้งในมิติการเติบโตของชุมชน การสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเอกชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนในภาพรวมจาก CSR สู่ระบบ ESG ที่ขับเคลื่อนจริง ผ่าน Co-Creation และการทำงานจริงกับลูกค้าองค์กรรายใหญ่ ผ่านฝึกอบรมเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ การตลาด การสื่อสาร และการพัฒนาทักษะบริการ ควบคู่กับโอกาสในการทำงานจริงกับบริษัทจดทะเบียนฯ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    ททท. ยึด ESG ดึง บจ. พัฒนาท่องเที่ยวชุมชน 5 จังหวัด เคียงคู่ เที่ยวไทยคนละครึ่ง

    ธรรมาภิบาลเชิงพุทธ: ESG ทางเลือกที่ยั่งยืนของภาคธุรกิจไทย

    “การท่องเที่ยวโดยชุมชน”เวที ESG ที่มีชีวิต 

    “Village to the World #SustainableAgenda ภายใต้แนวคิด “ESG Partnership for Impact – พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยการสร้างกลไกการทำงานรูปแบบใหม่  คือบทพิสูจน์ว่า ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ สามารถเป็นเวที ESG ที่มีชีวิต เชื่อมโยงตลาดทุน ธุรกิจ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและมาตรฐานใหม่ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

    นอกจากนั้น เพื่อสร้าง Moment แห่งความสุข ภายใต้แนวคิด ‘Change Unknown to Unforgettable’ ที่เปลี่ยนสิ่งไม่คุ้นเคยให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม โดยททท. มีแผนพัฒนา โครงสร้างเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนด้าน ESG Tourism พร้อมต่อยอดความร่วมมือธุรกิจ–ชุมชน สู่ระบบนิเวศความยั่งยืนระดับประเทศ พร้อมสานต่อเครือข่ายความร่วมมือให้ชุมชนไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    โมเดลความร่วมมือที่ลงมือทำจริงใน 5 จังหวัด

    โครงการฯ ได้ริเริ่มความร่วมมือระหว่าง “บริษัทจดทะเบียน” กับ “ชุมชนต้นแบบ” ใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยแต่ละคู่ความร่วมมือมีเป้าหมายเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนการนำ ESG มาปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

    • BAFS x บ้านมุงเหนือ จ.พิษณุโลก ต่อยอดฐานการทำงานเดิมของไทยแอร์เอเชีย พัฒนาเกษตรปลอดภัย ระบบบริการชุมชน และมาตรฐานความปลอดภัย ก่อให้เกิดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องและเสริมพลังกัน

    • AWC (Melia Pattaya) x บ้านอำเภอ จ.ชลบุรี สร้างระบบจัดการขยะเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมความตระหนักด้าน Circular Economy ในชุมชนชายทะเล เพื่อพัฒนาสู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

    • AIS x บ้านแม่สูนน้อย จ.เชียงใหม่ ยกระดับชุมชนสู่การเป็น Digital Community ผ่านการฝึกทักษะการสร้างคอนเทนต์ การตลาดออนไลน์ และการสื่อสารจุดขายด้วยภาษาสมัยใหม่ที่เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น

    • SCG (Yournique) x บ้านป่าแลวหลวง จ.น่าน พัฒนาโมเดล เศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับกลยุทธ์การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

    • Thai AirAsia x บ้านท่ามะโอ–ปงสนุก จ.ลำปาง ผสานการเปิดเผยข้อมูลทางวัฒนธรรมท้องถิ่นตามแนวทาง UNESCO Culture | 2030 Indicators เข้ากับกิจกรรม Employee Engagement เชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชนอย่างยั่งยืน

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% 

    ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของโครงการในระยะเวลาเพียง 2 เดือน (ก.ค.–ส.ค. 2568) แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้นแบบรวมกว่า 30,000 คน-ครั้ง และสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% พร้อมทั้งเกิดการพัฒนา สินค้าและบริการใหม่ ที่ตอบโจทย์ตลาด B2B และองค์กร ได้อย่างตรงจุด อาทิ การทำงานร่วมกับ OTA โปรแกรม CSR ทริปส่งเสริมแรงจูงใจ (Incentive Trip) และกิจกรรม Internal Branding ขององค์กร
    ชุมชนได้เรียนรู้จริง องค์กรได้ ESG ที่ “มีชีวิต”

    นายปฏิวัติ ด่านแก้ว ที่ปรึกษาชุมชนบ้านมุงเหนือ จังหวัด พิษณุโลก กล่าวว่าโครงการนี้ช่วยให้ผู้นำและสมาชิกชุมชนได้เรียนรู้การทำงานกับองค์กรจริง ตั้งแต่การรับฟังโจทย์ลูกค้า การสื่อสารคุณค่าของชุมชนให้ตรงกับความต้องการ การพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กร ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ตามมาตรฐานที่องค์กรใช้จริง ไม่ว่าจะเป็น SDGs, Materiality Mapping หรือ One Report ผ่านมาได้นำเสนอแต่สิ่งที่ชุมชนมี แต่โครงการนี้ทำให้ชุมชนรู้จักความต้องการของลูกค้าองค์กร รู้ว่าอะไรที่นักท่องเที่ยวต้องการ และควรพัฒนาอะไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

     ESG  สร้าง Brand Loyalty และพลังพนักงาน

    กัปตันภราดร ขำปรางค์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน บริษัท ไทยแอร์ เอเชีย จำกัด หรือ  Thai AirAsia กล่าวว่า องค์กรที่เข้าร่วมก็สามารถ บูรณาการผลลัพธ์จากโครงการเข้าสู่รายงาน ESG ที่จับต้องได้จริง พร้อมทั้งสร้าง Brand Loyalty และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น สายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่นำคณะพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนลำปาง ภายใต้โครงการ Journey D โดยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมองค์กร “4 ส.” ได้แก่ สนุก – สไตล์ – สัมพันธ์ – สร้างสรรค์ยั่งยืน ทำให้พนักงานได้สัมผัสประสบการณ์ความยั่งยืนที่ต่อยอดจากการทำงานในบริษัทสู่การเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ในฐานะนักบิน เราใส่ใจเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์อยู่แล้ว แต่กิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นความยั่งยืนที่ จับต้องได้จริง ผ่านมือของคนในชุมชนลำปาง และยังได้เรียนรู้เพื่อนำกลับไปพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีความหมาย

    Cross-Sector Collaboration ระบบนิเวศความยั่งยืน

    หนึ่งในผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตาของโครงการนี้ คือการต่อยอดความร่วมมือ ข้ามองค์กรในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน (Cross-Sector Collaboration) ตัวอย่างเช่น กรณี BAFS และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ทำงานต่อเนื่องในชุมชนบ้านมุงเหนือ โดยใช้ฐานการทำงานเดิมของ AirAsia ผสานกับองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ของ BAFS ก่อให้เกิดโมเดลความร่วมมือใหม่ระหว่างองค์กรต่างอุตสาหกรรมในบริบท ESG Tourism ที่ลงมือทำจริงและขยายผลได้จริง
    จาก “Unknown” สู่ “Unforgettable”

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/environment/1196790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hCpmZcb-Gpj2hCa6ybXJJ

  • ‘สว.ชิบ​’ชำแหละงบฯ69 แนะทุ่มงบฯทำ 3 เรื่องหลัก เป็นแกนเชื่อมระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่

    ‘สว.ชิบ​’ชำแหละงบฯ69 แนะทุ่มงบฯทำ 3 เรื่องหลัก เป็นแกนเชื่อมระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่

    วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.49 น.

    “สว.ชิบ”ชำแหละงบฯ69 แนะทุ่มงบฯทำ 3 เรื่องหลัก เป็นแกนเชื่อมระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ มั่นใจการจัดงบฯเพิ่มพัฒนาคนและดิจิทัลเป็นการตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ชี้สามารถดึงเงินลงทุนโลกเข้าประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่การประชุมฯ โดย นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า ในฐานะที่ทำงานในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารและการโทรคมนาคม และคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เห็นว่างบประมาณปี 2569 ไม่ใช่แค่เป็นตัวเลขรายจ่าย แต่เป็นแผนการลงทุนเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย วงเงินรวมทั้งหมด 3,780,600 ล้านบาท โดยมีงบกลาง 632,968 ล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของทั้งระบบการคลังปีนี้ ซึ่งสาระหลักมี 3 แกนหลักเชื่อมกันเป็นระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ของไทย ได้แก่ ซอฟต์พาวเวอร์ เศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาคน และการทูตเศรษฐกิจ ซึ่งตนมีข้อเสนอที่สามารถทำได้ทันที

    นายชิบ กล่าวว่า ประเด็นแรกเริ่มที่ซอฟต์พาวเวอร์ ปีนี้รัฐบาลบรรจุแผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์เป็นครั้งแรก มีประมาณ 35 โครงการ ผ่าน 29 องค์กร หน่วยงาน วงเงินรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีก่อนเกือบเท่าตัว เป็นสัญญาณว่ารัฐมองซอฟต์พาวเวอร์เป็นเศรษฐกิจจริงจัง แต่เมื่อลงไปดูรายละเอียดจะเห็นว่าสัดส่วนงบกิจกรรมหรืออีเวนต์สูงถึงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่งบพัฒนาคนและทักษะอยู่ราว 19 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่ากันเกือบเท่าตัว ซึ่งตรงนี้คือจุดเปราะบาง เพราะคนและทักษะคือทุนถาวรของเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    นายชิบ กล่าวว่า ยกตัวอย่างโครงการใหญ่ในหมวดอีเวนต์ เช่น เทศกาลประเพณีไทย หรือ Signature Thailand กินสัดส่วนสูง แต่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจปลายน้ำ อย่างรายได้ท่องเที่ยวเพิ่ม มูลค่าการส่งออกสินค้าวัฒนธรรม หรือการจ้างงานใหม่ตามสาขา ยังไม่ชัดเจน หรือไม่ได้ผูกไว้กับ KPI ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง การขับเคลื่อนยังหลายหน่วยงานหลายกระทรวง แม้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แต่กฎหมายและองค์กรเจ้าภาพถาวรอย่าง THACCA ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้การบูรณาการและติดตามผลเสี่ยงขาดมือและขาดข้อมูล คำถามคือ รัฐบาลพร้อมหรือไม่ที่จะโยกอย่างน้อย 20- 30 เปอร์เซ็นต์ของงบกิจกรรมไปสู่ทุนพัฒนาทักษะและทุนร่วมลงทุนคอนเทนต์ที่มีผลคูณทางเศรษฐกิจสูงกว่า พร้อมให้รายงานผลเป็นรายไตรมาส ด้วยตัวชี้วัดเศรษฐกิจจริง เช่น รายได้ การส่งออก และการจ้างงาน แทนการนับเพียงจำนวนผู้เข้าร่วมงาน

    เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาคน นายชิบ กล่าวว่าหัวใจของซอฟต์พาวเวอร์และผลิตภาพใหม่คือคนดิจิทัล แต่ปีนี้งบด้านดิจิทัลสำคัญบางส่วนกลับไม่เติบโตตามความจำเป็น เช่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa มีวงเงินประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งอยู่ล่างสุดของกองทุนและองค์การมหาชน ทั้งที่เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างทักษะและอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งงบพัฒนาคนหรือทักษะดิจิทัลยังไม่ผูกเป้าหมายเชิงปริมาณรายปี เช่น จำนวนผู้สำเร็จทักษะ AI, Data, Interactive Content หรือ Game ที่เข้าสู่ตลาดงานจริง และฐานข้อมูล Digital Skill Passport ระดับชาติยังไม่ถูกตั้งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงนโยบาย ขณะที่งบสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์บางส่วน เช่น ระบบเรียนรู้แบบ OFOS หรือกิจกรรมสร้างการรับรู้ ยังขับเคลื่อนแบบแคมเปญมากกว่าลงลึกยกระดับทักษะเฉพาะทาง ทำให้ยากจะวัดผลว่ากี่คนได้งานหรือรายได้เพิ่ม

    นายชิบ กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอคือ ควรกันงบอย่างน้อย 500-800 ล้านบาท ภายในกรอบซอฟต์พาวเวอร์และดิจิทัล เพื่อสร้างกองทุน Digital Talent Co-Pay จับคู่กับเอกชน มหาวิทยาลัย และสตูดิโอเกม-แอนิเมชัน ให้ฝึกงาน ทำงานจริง เป้าหมาย 20,000 คนต่อปี พร้อม Digital Skill Passport และ KPI วัดผลเป็นรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าผลงาน พร้อมเปิดแดชบอร์ดสาธารณะรายไตรมาส

    นายชิบ กล่าวต่อว่า เรื่องสุดท้ายการทูตเศรษฐกิจ ซึ่งงบที่คุ้มค่าที่สุดต่อบาทภาษีคือการทูต เพราะทุกดีลการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเริ่มจากงานทูต ปีนี้งบการทูตเศรษฐกิจรวมประมาณ 848.7 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญ เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทูตเศรษฐกิจ 200 ล้านบาท และรายการสนับสนุนตลาดและความร่วมมือ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille มีงบ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกธุรกิจและลงทุนข้ามพรมแดน ตนขอเสนอให้กันงบทูตเศรษฐกิจเป็นงบกันชน ไม่ต่ำกว่าปีนี้ และเสริมอีก 200–300 ล้านบาท สำหรับรายการที่ผูก KPI กับมูลค่า FDI การค้า และนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมกำหนด Service Level ของ Apostille เช่น ลดเวลารับรองเอกสารจากหลายสัปดาห์เหลือไม่เกิน 48 ชั่วโมง และรายงานผลต่อสภา สำหรับงบกลาง 632,968 ล้านบาท ต้องเปลี่ยนจากก้อนทึบเป็นแดชบอร์ดสาธารณะ เปิดรายงานการใช้ คงเหลือ และผลสัมฤทธิ์รายไตรมาสแบบ machine-readable แยกหมวดและโครงการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิด

    อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมการจัดงบฯปัจจุบันยังติดกับดักวัฒนธรรมกิจกรรมและอบรม ข้อเสนอคือ ย้ายเม็ดเงินไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของผลลัพธ์ 4 ก้อนคือ Digital Skill Passport แห่งชาติ, Talent Co-Pay หรือ Apprenticeship, Content/IP Fund และ Economic Diplomacy Booster และเมื่อมองต่างประเทศ การลงทุนในทุนทักษะดิจิทัลให้ผลคูณสูงมาก เกาหลีใต้ลงทุนปีละกว่า 1.5 แสนล้านบาท หรือประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการ K-Digital Training และ K-Content Fund ปั้นบุคลากรดิจิทัล 2 แสนคนต่อปี อุตสาหกรรมเกมและคอนเทนต์สร้างรายได้ส่งออกเกิน 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี

    ส่วนสิงคโปร์ใช้โมเดล SkillsFuture ลงทุนฝึกทักษะกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี ให้ประชาชนทุกคนมีเครดิตทักษะใช้เรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใน 5 ปี สิงคโปร์ติด Top 10 ดัชนีความพร้อมด้านดิจิทัล และดึงดูด FDI เทคโนโลยีเกิน 2 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่ฟินแลนด์ใช้งบไม่มาก แต่สอน AI เบื้องต้นฟรีทั่วประเทศ มีผู้เรียนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรภายใน 3 ปี ส่งผลให้ฟินแลนด์ติด Top 5 ดัชนีความสามารถด้านดิจิทัลของประชาชน

    ที่สำคัญคือจีนเป็นตัวอย่างชัดเจน ลงทุนผ่าน Digital Economy Development Fund ปีละกว่า 1 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท สนับสนุน AI, Big Data, Game, Animation และ Content Creator พร้อม Digital Talent Program ปั้นนักพัฒนาเกมและครีเอทีฟกว่า 300,000 คนต่อปี ผลลัพธ์คืออุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันส่งออกมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี และแพลตฟอร์มออนไลน์จีนหลายแห่งกลายเป็นผู้ส่งออกคอนเทนต์ดิจิทัลระดับโลก

    “ท่านประธานครับ งบประมาณคือ “นโยบายจริง” ของรัฐบาล ถ้าเราใช้เงินส่วนใหญ่กับกิจกรรมที่จบหน้างานมากกว่าทุนมนุษย์ ระบบและเครื่องมือระหว่างประเทศ ประเทศเราจะเหนื่อยทุกปี จีดีพีใหม่ไม่เกิด วันนี้เรามีโอกาสปรับทิศ เพิ่มน้ำหนักพัฒนาคนและดิจิทัลให้สมฐานเศรษฐกิจยุคใหม่ กันงบทูตเศรษฐกิจ เพื่อเปิดตลาด ดึงเงินลงทุนโลก และทำให้งบกลางโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมเชื่อว่าถ้าเราขยับสามจุดนี้ภายในปีนี้ ผลคูณจะเริ่มเห็นตั้งแต่ปีหน้า และประเทศไทยจะไม่ใช่ผู้ตามงานอีเวนต์ แต่เป็นผู้ผลิตมูลค่าใหม่บนเวทีโลก” นายชิบ กล่าว

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/911186&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EJJoeqA-QZzGsqKkyFWge

  • รัฐบาลชั่วคราว ดันนโยบายเศรษฐกิจยาก ดึง SET ไม่ทะลุ 1,300 จุด

    รัฐบาลชั่วคราว ดันนโยบายเศรษฐกิจยาก ดึง SET ไม่ทะลุ 1,300 จุด

    นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายนว่า จากทิศทางของปัจจัยการเมืองภายในประเทศล่าสุด ประเมินว่าในกรณีฐาน จะทำให้ภาพของ SET Index ในระยะ 1 เดือนข้างหน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,300 จุด ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

    ปัจจัยที่จะช่วยประคับประคองดัชนี SET ไม่ให้หลุดระดับ 1,200 จุด ได้แก่ 1) การที่ครม.รักษาการมีแนวโน้มอยู่ในตำแหน่งไม่นาน จากการที่พรรคการเมืองต่างๆมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เรามีโอกาสที่จะได้นายกฯคนใหม่และการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่รวดเร็ว

    2) พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ไม่น่าเผชิญอุปสรรคใดๆ จากกระบวนการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนี้

    และ 3) การมีรัฐบาลใหม่ได้เร็วจะทำให้ประเทศไทยสามารถแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วน ไม่เกิดการเว้นวรรคนานเกินไป เช่นปัญหาชายแดนกับกัมพูชา และปัญหาภาษีการค้ากับทางสหรัฐฯ

    ในทางกลับกัน ประเมินปัจจัยที่จะยังจำกัดดัชนี SET ไม่ให้ทะลุผ่านระดับ 1,300 จุด ได้แก่ 1) หากพรรคประชาชนยังยืนอยู่บนจุดยืนของพรรคที่ให้ไว้ ว่าจะโหวตให้แต่นายกฯแต่จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใดนั้น จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นเป็นเพียงรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งไม่ได้เป็นผลบวกต่อเสถียรภาพการเมืองแต่อย่างใด

    2) รัฐบาลชั่วคราวที่ประกาศว่าจะมีอายุเพียงแค่ 4 เดือนนั้น อาจทำให้เกิดการเกียร์ว่างในส่วนราชการต่างๆ และทำให้โอกาสในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสำคัญๆที่เกิดขึ้นได้ยาก

    และ 3) การขาดแรงผลักดันในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และการรอการเลือกตั้งใหม่ไปอย่างน้อย 4-6 เดือน จะทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป

    รัฐบาลชั่วคราว ดันนโยบายเศรษฐกิจยาก ดึง SET ไม่ทะลุ 1,300 จุด

    คาดการณ์หุ้นกลุ่ม Domestic demand มีโอกาสซึมตัวต่อไป ตามแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 ที่น่าจะยังชะลอตัวอยู่ ซึ่งเหตุผลดังกล่าวน่าจะทำให้สมมติฐานที่ บล.ทรีนีตี้ คาดการณ์ไว้ว่า กนง.จะมีการลดดอกเบี้ยได้อีก 0.25% ภายในปีนี้ มีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

    แนะนำนักลงทุนคงน้ำหนัก ‘Overweight’ ในส่วนพันธบัตรของไทยต่อไป ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะยังไม่มีการฟื้นตัวเด่น และการ Price in การลดดอกเบี้ยของตลาดที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนั้นยังคงแนะนำ ‘Overweight’ หุ้นในกลุ่ม Defensive ที่ยังคงได้ประโยชน์จากวงจร Bond yield ขาลงต่อไป ทั้ง Utilities, ICT,  IFF, และ REIT เป็นต้น 

    ทั้งนี้ การวิเคราะห์ของทรีนีตี้ข้างต้น อิงบนสมมุติฐานสำคัญที่ว่า พรรคประชาชนจะยกมือเลือกนายกฯ ให้กับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่หากสุดท้ายแล้ว พรรคประชาชนตัดสินใจเลือกไม่ยกมือให้กับฝ่ายใด หรือใช้เวลายาวนานกว่าจะตัดสินใจ จะทำให้การเลือกนายกคนใหม่เป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งหากเหตุผลดังกล่าวทำให้ ครม.รักษาการอยู่นานกว่าที่เราคิดไว้ เช่นเกิน 1 เดือนขึ้นไป จะถือเป็นกรณีที่ค่อนข้างแย่ในสายตาของเรา และจะทำให้ Downside risk ของดัชนี SET เปิดกว้างมากขึ้น จนอาจจะทำให้ดัชนีปรับตัวหลุดระดับ 1,200 จุดได้ 

    ในทางกลับกัน ประเมินความเป็นไปได้ในฝั่งบวกก็มีเช่นกัน โดยหากสุดท้ายแล้วพรรคประชาชนเลือกที่จะไม่ยกมือเลือกนายกฯจากทั้ง 2 ฝั่ง จนนำมาสู่กรณีที่รักษาการนายกฯ ขอทูลเกล้าให้มีการยุบสภาโดยเร็ว (อาจต้องขึ้นอยู่กับตัวบทกฎหมายอีกทอดหนึ่ง) หากเกิดขึ้นได้จริง มองปัจจัยนี้จะทำให้ความคาดหวังเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับกรณีอื่นๆ จนนำมาสู่ปรากฏการณ์ Election rally ในตลาดที่เร็วกว่ากำหนด และทำให้ SET Index มีโอกาสปรับตัวทะลุระดับ 1,300 จุดขึ้นไป จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

    บล.เอซีย พลัส ระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร และ ครม. ทั้งคณะ ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีชื่อ “ชัยเกษม” และ “อนุทิน” เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย ตามลำดับ ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนเสนอเงื่อนไขสำคัญ เช่น ยุบสภาภายใน 4 เดือน และจัดประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดแนวโน้มรัฐบาลเฉพาะกิจ ที่อาจไม่มั่นคงในระยะยาว

    กลยุทธ์การลงทุน แม้ตลาดจะผันผวนในระยะสั้น แต่หากการเมืองชัดเจน มีโอกาสที่ SET Index จะฟื้นตัวคล้ายปี 2566 ที่ดัชนีปรับขึ้น +10% ใน 2 เดือน หลังเปลี่ยนนายกฯ

    กลุ่มหุ้นแนะนำตามสถานการณ์: พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล: BTS, BEM, ADVANC, SC, SIRI พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล: STECON, STPI หุ้นอิงดอกเบี้ยขาลง: MTC, SPALI หุ้นอิงภาษี TARIFF: CPF

    DR ที่น่าสนใจ: AAPL80 (ลุ้นเปิดตัว iPhone 17), SANOFI80 (เหมาะกับช่วงตลาดซึม ก.ย.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/729720&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21cs1mruGHSKhyf6x2M6Gl

  • “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว และอำเภอหล่มสัก ล่าสุดจนถึงขณะนี้สถานการณ์พื้นที่อำเภอหล่มเก่า น้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว โดยมวลน้ำทั้งหมดซึ่งไหลมาจาก เขาน้ำพุง จังหวัดเลย และเขา ศิลา-ตัดกลอย ซึ่งไหลลงมาสมทบในพื้นที่แม่น้ำป่าสัก และลำน้ำพุง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่มีฝนตกหนักจึงทำให้ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว ถนนหลายสายรถเล็กเริ่มสุญจรได้ แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง

    ส่วนพื้นที่อำเภอหล่มสัก ล่าสุดที่บริเวณบ้านสักงอย ปริมาณน้ำจากอำเภอหล่มเก่า ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งถนนหลายสายภายในหมู่บ้าน ทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำมีความความลึกของน้ำ อยู่ที่ 60-70 เซนติเมตร และตัวอำเภอหล่มสัก ทั้งบริเวณพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำป่าสัก ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

    ส่วนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชนโดยรอบ ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง บางจุด น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ได้เอ่อล้นข้ามผนังกั้นน้ำ แม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตำบลตาลเดี่ยว จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้ชุมชนวัดทุ่งจันทร์สมุทร ชุมชนอ่ากกโก ชุมชนท่ากกแก ซึ่งเป็นชุมชนรอบย่านเศรษฐกิจของอำเภอหล่มสัก ระดับน้ำยังท่วมสูงถนนหลายสายรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากน้ำมีระดับความลึกเกิด 60 เซนติเมตร ที่บริเวณ 4 แยกบ้านไร่ ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง ส่วนถนนสายหล่มสัก-บ้านติ้ว ถูกนำท่วมสูงราว 40-50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ทำให้การสัญรไปมายากลำบาก รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

    น้ำจากแม่น้ำป่าสักได้เอ่อล้นเข้าท้วมเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนเศรษฐกิจชั้นใน พื้นที่เทศบาลหล่มสัก ทำให้ถนนหลายสายในตลาด รถเล็กต้องใช้ความระมัดระวังในการขับจรไปมาได้ ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ก็ต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน เนื่องจากบางโรงเรียนถูกน้ำท่วมสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000083543&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27k-SICm7Hien47lVU5Phg

  • ประธาน ECB เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงกระทบหนัก หากทรัมป์แทรกแซงเฟด : อินโฟเควสท์

    ประธาน ECB เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงกระทบหนัก หากทรัมป์แทรกแซงเฟด : อินโฟเควสท์

    คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในวันนี้ (1 ก.ย.) ว่า ความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะปลดเจอโรม พาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หรือลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ออกจากตำแหน่ง ถือเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก

    ทรัมป์กล่าวโจมตีเจอโรม พาวเวล อยู่หลายครั้ง จากการที่ประธานเฟดไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ย และขู่ว่าจะปลดเขาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพยายามปลดลิซา คุก ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยกล่าวหาว่าเธอทุจริตด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย

    ลาการ์ดกล่าวกับสถานีวิทยุของฝรั่งเศสว่า “หากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ไม่เป็นอิสระอีกต่อไป และต้องพึ่งพาการชี้นำจากคนใดคนหนึ่ง ถึงตอนนั้น ดิฉันเชื่อว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อดุลยภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และต่อโลก อาจน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

    นอกจากนี้ ลาการ์ดยังกล่าวอีกว่า คำตัดสินของศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (29 ส.ค.) ที่ระบุว่า ภาษีศุลกากรที่ทรัมป์ประกาศใช้นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยิ่งซ้ำเติมความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/526082&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VxywUjQee0mnKrOsK-JiR

  • อ่วม! แม่น้ำป่าสัก ทะลักท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

    อ่วม! แม่น้ำป่าสัก ทะลักท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

    วันนี้ (1 ก.ย.2568) ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้รับรายงานจาก สถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ อ.หล่มสัก และฝนตกสะสมบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้รับความเสียหายหลายแห่ง

    ทั้งนี้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนการเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ และแจ้งข้อมูลการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศไว้ล่วงหน้าแล้ว

    ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหล่มสัก เช้าวันนี้ต้องเดินฝ่ากระแสน้ำ ออกไปทำงานและออกไปซื้อกับข้าวท่ามกลางกระแสน้ำและระดับน้ำที่ท่วมสูงและมีแนวโน้มจะเพิ่มระดับขึ้นต่อเนื่อง

    ซึ่งภาพมุมสูงบริเวณเขตเทศบาล เมืองหล่มสักจะเห็นได้ว่าแม่น้ำป่าสัก ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ย่านเศรษฐกิจของเมืองหล่มสัก หลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูง ซึ่งจุดบริเวณ อ.หล่มสักตลอดทั้งสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสักตอนนี้ต้องบอกว่าระดับน้ำท่วมสูงประชาชนจะต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่

    น้ำท่วมพิษณุโลกสั่งปิดโรงเรียน

    ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมใน อ.เนินมะปราง อ.นครไทย และ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ทั้งบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะโรงเรียนน้ำปาด ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ระดับน้ำท่วมสูง ต้องสั่งปิดโรงเรียนเพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน ขณะนี้ระดับน้ำสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นเจ้าหน้าที่สั่งเฝ้าระวังติดตามใกล้ชิด

    ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.วังทอง น้ำจากแม่น้ำวังทอง ได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วม พื้นที่บ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ถนนในชุมชน สูงรวมถึง พื้นผิวถนนทางหลวงหมายเลข 12 เล็กน้อย แต่รถยังคงสัญจรผ่านไปมาได้แต่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ โรงเรียนวังทองพิทยาคม ได้ปรับแผนการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ ให้เด็กนักเรียนทุกคน เดินทางกลับบ้านทันที เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทาง

    ที่อาจจะมีน้ำท่วมขัง หรือน้ำท่วมสูง ในเส้นทางการเดินทางได้ นอกจากนี้ระดับน้ำที่ท่วมสูง ในชุมชน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้นำรถยนต์รถจักรยานยนต์มาจอดไว้ริมทาง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันยังพบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.วังทอง ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่นเดียวกัน ประชาชนที่ จะมาจ่ายเงินค่าไฟฟ้า ต้องเดินลุยน้ำเข้าไปจ่ายให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนด

    น้ำป่าไหลบ่าพื้นที่เกษตรเสียหาย 2,000 ไร่

    ที่ จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ทองแสนขัน อ.ทองแสนขัน ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1,500 ครอบครัว และมีพืชผลทางการเกษตร เสียหายประมาณ 2,000 ไร่ เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ เร่งสำรวจและให้การช่วยเหลือ รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายเพราะน้ำยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง

    น้ำยมไหลผ่านเมืองสุโขทัยลดระดับลง

    ขณะที่น้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเขตตัวเมืองสุโขทัย ล่าสุดอยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว ทำให้น้ำที่หลากเข้าท่วมพื้นที่ ชุมชนบ้านปากแคว และชุมชนคูหาสุวรรณ ก่อนหน้านี้ ลดระดับลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหลือเพียงน้ำท่วมขังรอระบายซึ่งน้ำที่ลดลงทำให้เห็นว่ามีถนนและบริเวณพื้นที่รอบบ้านบางหลัง ในชุมชนปากแคว ถูกน้ำกัดเซาะเป็นโครงขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการซ่อมแซม

    ยังเร่งค้นหาเด็กอีก 2 คน จากเหตุดินถล่ม จ.เชียงใหม่

    การค้นหาผู้สูญหายจากเหตุน้ำป่าและดินโคลนถล่ม ที่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทีมสุนัขกู้ภัย K9 ยังคงออกปฏิบัติการค้นหาเด็กที่ยังสูญหายอีก 2 คนต่อเนื่อง โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ และใช้สุนัขดมกลิ่น ในจุดต้องสงสัยแต่ในช่วงเย็นวานนี้ (31 ส.ค.) มีฝนตกจึงต้องยกเลิกภารกิจไป โดยวันนี้จะออกค้นหากันอีกครั้ง

    สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 7 คน และสูญหายอีก 2 คน เป็นเด็กอายุ 5 และ 6 ขวบ ขณะเดียวกันได้มีการเพิ่มกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจาก 19 จังหวัด และส่วนกลางกว่า 500 นาย ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม โดยเฉพาะการนำเอาดินโคลนและต้นไม้ที่ทับถมออก

    อ่านข่าว :

    สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-กลางฝนหนัก ทะเลอันดามันคลื่นแรง

    “เพชรบูรณ์” น้ำป่าหลากรุนแรง ผู้ว่าฯ สั่งรับมือระดับแดง คาดสูงสุดในรอบ 20 ปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/355999&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jSwUgofH3EjMk166fMSz1

  • สีจิ้นผิง-ปูตินมุ่งผลักดันระเบียบโลกใหม่ในเวทีความร่วมมือเซี่ยงไฮ้

    สีจิ้นผิง-ปูตินมุ่งผลักดันระเบียบโลกใหม่ในเวทีความร่วมมือเซี่ยงไฮ้

    ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเรียกร้องให้ผู้นำในการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคใช้ประโยชน์จาก “ตลาดขนาดใหญ่” ของตัวเอง ขณะเดียวกันประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แสดงการสนับสนุนความตั้งใจของสีจิ้นผิงในการสร้างระเบียบความมั่นคงระดับโลกและระเบียบเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นความท้าทายต่อสหรัฐฯ

    สีกล่าวในคำเปิดงานต่อผู้นำโลกกว่า 20 คนในการประชุมสุดยอดองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ณ เมืองเทียนจิน เมืองท่าทางตอนเหนือของจีนว่า องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ได้กำหนดรูปแบบใหม่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    “เราควรสนับสนุนการสร้างโลกที่มีหลายขั้วอำนาจอย่างเท่าเทียมและเป็นระเบียบ ส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม และส่งเสริมการสร้างระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น” สีจิ้นผิงกล่าว “เราต้องใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่…เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน”

    สีจิ้นผิงยังกระตุ้นให้สหภาพยุโรปส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่างๆ รวมถึงพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์

    ปูตินกล่าวว่าการรวมกลุ่มนี้ได้ฟื้นฟู “ลัทธิพหุภาคีที่แท้จริง” ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีการใช้สกุลเงินประจำชาติมากขึ้นในการชำระหนี้ร่วมกัน

    “ในทางกลับกัน สิ่งนี้ได้วางรากฐานทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจสำหรับการก่อตั้งระบบเสถียรภาพและความมั่นคงใหม่ในยูเรเซีย” ปูตินกล่าว “ระบบความมั่นคงนี้ ซึ่งแตกต่างจากแบบจำลองที่เน้นยุโรปเป็นศูนย์กลางและยูโรแอตแลนติก จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวางอย่างแท้จริง มีความสมดุลอย่างแท้จริง และจะไม่ยอมให้ประเทศใดประเทศหนึ่งสร้างความมั่นคงของตัวเองโดยเอาเปรียบประเทศอื่น”

    นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย พร้อมด้วยผู้นำคนอื่นๆ จากเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วมพิธีเปิด ซึ่งเป็นการแสดงความสามัคคีครั้งสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

    องค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้เริ่มต้นจากประเทศสมาชิกจากยูเรเชีย 6 ประเทศ และขยายเป็นสมาชิกถาวร 10 ประเทศ และและประเทศเจรจาและสังเกตการณ์ 16 ประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

    สีจิ้นผิงเรียกร้องให้พันธมิตรองค์กร “ต่อต้านแนวคิดสงครามเย็นและการเผชิญหน้ากันในกลุ่ม” และสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นการเหน็บแนมสงครามภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างไม่สมส่วนต่อเศรษฐกิจกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย ซึ่งถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    จีนจะให้ความช่วยเหลือฟรีมูลค่า 2,000 ล้านหยวนแก่ประเทศสมาชิกในปีนี้ และเงินกู้อีก 10,000 ล้านหยวนแก่กลุ่มธนาคาร SCO

    ระหว่างการประชุมนอกรอบเมื่อวันอาทิตย์ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า จีนมีบทบาท “พื้นฐาน” ในการธำรงไว้ซึ่งลัทธิพหุภาคีระดับโลก

    จีนยังใช้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์กับอินเดีย

    โมดี ซึ่งเดินทางเยือนจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และสีจิ้นผิง ต่างเห็นพ้องต้องกันในวันอาทิตย์ว่า ประเทศของตัวเองเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่คู่แข่ง และได้หารือถึงแนวทางในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรทั่วโลก

    Photo by Alexander KAZAKOV / POOL / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/china-xi-russia-putin-share-vision-new-global-order-sco-summit&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RhXXuOQ5D5GYi0UuwM-vq

  • บางกอกแอร์เวย์ส ปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก เดินหน้ายกระดับศักยภาพ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    บางกอกแอร์เวย์ส ปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก เดินหน้ายกระดับศักยภาพ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – BA หรือ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย

    โครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการ รองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

    นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า สนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามี จำนวนผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการเดินทาง ท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มาจากยุโรปมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่น ในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต นายพุฒิพงศ์ กล่าวสรุป

    สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72- 600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/01/574138/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kHi7NwtXL3wTF0QNwCbyY

  • “ชัชวาล” ย้ำ 1 เสียง หนุน”นายกฯ“ที่จริงใจต่อประชาชน ทำปท.เดินหน้า  หลัง 2 ปี รัฐบาล ”เพื่อไทย“แก้“ชายแดน -เศรษฐกิจ -เกษตรกร -ยาเสพติด” ไม่ได้

    “ชัชวาล” ย้ำ 1 เสียง หนุน”นายกฯ“ที่จริงใจต่อประชาชน ทำปท.เดินหน้า  หลัง 2 ปี รัฐบาล ”เพื่อไทย“แก้“ชายแดน -เศรษฐกิจ -เกษตรกร -ยาเสพติด” ไม่ได้

    การเมือง

    “ชัชวาล” ย้ำ 1 เสียง หนุน”นายกฯ“ที่จริงใจต่อประชาชน ทำปท.เดินหน้า  หลัง 2 ปี รัฐบาล ”เพื่อไทย“แก้“ชายแดน -เศรษฐกิจ -เกษตรกร -ยาเสพติด” ไม่ได้

    วันจันทร์ ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.50 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

     เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568  เวลา 12.15 น.   นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด เขต 7  เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สวัสดีพี่น้องทุกท่าน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ผมเข้าใจดีถึงความลำบากที่พี่น้องกำลังเผชิญ กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาชายแดน เศรษฐกิจ เกษตรกร และยาเสพติด ยังไม่ได้รับการแก้ไขจริงจังเกษตรกรยังเจอราคาตกต่ำ หนี้สินล้นพ้นตัว ปัญหายาเสพติดแพร่กระจาย กระทบครอบครัวและเยาวชน ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลก็ถูกสั่นคลอนจากหลายกรณี สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง

    นายชัชวาล ระบุว่า ผมยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาของประเทศต้องกระทำด้วยความจริงใจและความมุ่งมั่น เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ขณะเดียวกัน รัฐบาลเพื่อไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญเหล่านี้ได้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคิดถึงประชาชนเป็นหลัก บ้านเมืองวันนี้ต้องการการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ไม่ใช่เพียงการประคับประคองอำนาจ

    “ท้ายที่สุด แม้เสียงของผมจะมีเพียง 1 เสียง ผมพร้อมยืนเคียงข้าง และสนับสนุนทุกคนที่มีใจจริงต่อประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน”นายชัชวาล  กล่าว
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/444649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pf8JHyHNTHZh8jmIO41Qi