Blog

  • ผอ.สำนักงบฯ ยืนยันมีเงินเพียงพอ สนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล ‘อนุทิน’

    ผอ.สำนักงบฯ ยืนยันมีเงินเพียงพอ สนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล ‘อนุทิน’

    ผอ.สำนักงบฯ ยันยืน มีเงินเพียงพอ สนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ‘อนุทิน’ ชี้ดึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 2.5 หมื่นล้าน ทำ ‘คนละครึ่ง’ ได้ หากเริ่มทัน 30 กันยายนนี้ 

    วันนี้ (9 กันยายน) อนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ว่างบประมาณมีเพียงพอสำหรับดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามความประสงค์ของรัฐบาลชุดใหม่

    โดยกล่าวยืนยันว่า สามารถนำงบจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มาใช้ได้ทันทีเมื่อมีการประกาศใช้

    สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จำนวน 25,000 ล้านบาท ที่เหลืออยู่จาก 157,000 ล้านบาท อนันต์กล่าวว่าจะถูกนำมาใช้ หากสามารถเริ่มโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ได้ทันสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งใกล้จะสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนนี้

    TAGS:  


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/budget-bureau-stimulus-fund/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QTP1XPlBJf_tosfSmZ-K8

  • มองมุมต่าง: เงินบาทแข็ง “ยาพิษ” เศรษฐกิจไทย : อินโฟเควสท์

    มองมุมต่าง: เงินบาทแข็ง “ยาพิษ” เศรษฐกิจไทย : อินโฟเควสท์

    ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 31.65-31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี

    บางคนอาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณดีสำหรับผู้นำเข้า(Import) หรือนักลงทุนต่างชาติในบางกรณี แต่ในระดับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโดยรวม จะมีผลเสียจะมีค่อนข้างชัดเจน และหลายด้านดังนี้

    1. กระทบการส่งออก (Export)

    • สินค้าไทยมีราคาสูงขึ้นเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
    • ผู้ซื้อสินค้าไทย จากต่างประเทศอาจหันไปเลือกสินค้าจากคู่แข่ง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่ค่าเงินอ่อนกว่า
    • ภาคการส่งออก (Export) ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 60% ของ GDP ที่อาจจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว

    2. กระทบการท่องเที่ยว

    • นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะลดอันดับทางเลือกในการท่องเที่ยวของไทยไปอยู่อันดับรองลงไป หากเงินบาทแข็งค่า โดยรู้สึกว่า “ไทยแพงขึ้น” เพราะเมื่อแลกเงินเป็น “เงินบาท” แล้วใช้จ่ายได้ลดลง
    • รายได้การท่องเที่ยว ถือเป็นตัวขับหลักของเศรษฐกิจไทย หลังจบปัญหาโควิดมีความเสี่ยงที่อาจจะเติบโตช้าลง

    3. รายได้ภาคการเกษตรและผู้ประกอบการรายเล็ก

    • สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ซึ่งขายเป็นเงินดอลลาร์ แต่เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทจะได้น้อยลง ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ที่พึ่งพาการส่งออกจะถูกกดดันหนัก และอาจกระทบผลประกอบการในไตรมาส 3/68

    4. ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ในส่วนของการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม

    • ภาคอุตสาหกรรมส่งออก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาจต้องลดกำลังการผลิต เนื่องจากมีการชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ ทำให้โรงงานต้องกำลังการผลิต เสี่ยงต่อการลดการจ้างงาน หรือลดค่าล่วงเวลา และอื่นๆ

    5. การไหลออกของเงินทุน

    • แม้ค่าเงินบาทแข็งอาจดึงดูดเงินทุนระยะสั้นเข้ามาเก็งกำไร แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว หากเศรษฐกิจชะลอลงทั้งจากการส่งออกและท่องเที่ยวที่อ่อนลง เงินทุนก็อาจจะไหลออกในที่สุด ทำให้ตลาดหุ้นไทยขาดแรงหนุนจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ

    6. กระทบต่อ GDP โดยรวม

    • ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวสูง เมื่อ 2 ภาคส่วนนี้ชะลอตัว จะทำให้การเติบโตของ GDP ถูกกดดันให้ลดลง และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค
    • “ความแข็งแรง” ของ “ค่าเงินบาท” ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจไทยจะแข็งแรงตามไปด้วย หากแต่เสี่ยงที่จะเป็นตัวกดดันเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยได้

    ธิติ ภัทรยลรดี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528096&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FJvUoEU9rAxKcuMFx95oc

  • ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก นักลงทุนจับตาการเมืองฝรั่งเศส-ข้อมูลเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก นักลงทุนจับตาการเมืองฝรั่งเศส-ข้อมูลเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขณะที่บรรดานักลงทุนประเมินข่าวสารใหม่ ๆ ของบริษัทจดทะเบียน พร้อมจับตาความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศสที่รุนแรงขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในการลงมติไม่ไว้วางใจเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ทำให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของประเทศในเวลาไม่ถึง 2 ปี

    ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 552.55 จุด เพิ่มขึ้น 0.51 จุด หรือ +0.09%

    ส่วนดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 7,750.92 จุด เพิ่มขึ้น 16.08 จุด หรือ +0.21% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ระดับ 23,802.61 จุด ลดลง 4.52 จุด หรือ -0.02%

    นอกจากนี้ ตลาดจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการในสัปดาห์นี้ รวมถึงการตัดสินใจกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB), ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และข้อมูลปรับปรุงตัวเลขการจ้างงาน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528103&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09LfWYtsNwWi77xHdxxqzL

  • เอกชน ชี้ ทีมเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ต้องเร่งเพิ่มกำลังซื้อ-ส่งเสริมท่องเที่ยว

    เอกชน ชี้ ทีมเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ต้องเร่งเพิ่มกำลังซื้อ-ส่งเสริมท่องเที่ยว

    ส่วน กระทรวงคมนาคม น่าจะหนี้ไม่พ้น ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ ว่าที่ รมว.คมนาคม อดีต รมว.แรงงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ‘นภินทร ศรีสรรพางค์’ ว่าที่ รมช.คมนาคม อดีต รมช.พาณิชย์ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม เห็นว่า ‘ธนกร หวังบุญคงชนะ’ อดีต รมต.ประจำสำนักนายก จะมานั่งในตำแหน่งนี้ ทางด้านกระทรวงแรงงาน ‘ตรีนุช เทียนทอง’ ว่าที่ รมว.แรงงาน ในอดีตเคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ มาก่อน  ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือ ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีต รมว.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

    ส่วนที่ฮือฮากันมากในตอนนี้ คือ กระทรวงพาณิชย์ ในตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายอนุทิน ได้ทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ซีอีโอ ดุสิตธานี มานั่งในตำแหน่งรมว.พาณิชย์ และล่าสุด ศุภจีได้ตอบรับแล้ว  อย่างไรก็ตามทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่จะเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่

    1. ลดรายจ่าย ค่าครองชีพ พลังงาน เดินทาง และค่าขนส่ง

    2. แก้หนี้สิน เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

    3. เพิ่มรายได้ฐานราก ผ่านการพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    เอกชน ชี้ ทีมเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ต้องเร่งเพิ่มกำลังซื้อ-ส่งเสริมท่องเที่ยว

    มาฟังความเห็นจากภาคเอกชนที่มีมุมมองต่อทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลใหม่ โดย #ฐานเศรษฐกิจ สัมภาษณ์ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เขากล่าวว่า นโยบายที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศออกมา 4 ด้าน ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ พลังงาน และหนี้ 2.การแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการ 3.การแก้ปัญหาด้านความมั่นคงและภัยพิบัติ และ 4.การปรับระบบราชการ เหล่านี้ ถือว่าครอบคลุมโจทย์ใหญ่ที่ประเทศกำลังเผชิญ ทั้งเรื่องค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือน ปัญหาต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก

    ทั้งนี้เอกชน มองว่า สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ ระยะเวลา 4 เดือนนั้นสั้นมาก ไม่เพียงพอสำหรับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง หากรัฐบาลเลือกทำมาตรการที่เร่งด่วนและจับต้องได้ก็ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ และสิ่งที่เอกชนต้องการเห็น คือ การบรรเทาภาระพลังงาน และค่าครองชีพ การช่วยเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสภาพคล่อง รวมถึงการเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศไม่ให้สะดุด นอกจากนี้จะต้องเร่งปรับกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน เพื่อเอื้อต่อการลงทุน ดังนั้น ทิศทางที่นายกฯ วางไว้ถือว่าถูกต้อง แต่ต้องทำให้เฉพาะเจาะจงและทันทีเพื่อให้เห็นผลจริงในช่วงเวลาจำกัดนี้

    นอกจากนี้เอกชนเห็นว่า 3 เรื่องหลัก ที่รัฐบาลควรเดินหน้าให้เร็วภายใน 4 เดือน คือ

    • ตั้งทีมเศรษฐกิจที่ดี เก่ง มีความเป็นมืออาชีพ และตัดสินใจได้เร็ว เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ค่าเงิน หรือความผันผวนจากต่างประเทศ
    • เร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ที่ยังติดขัดอยู่ ถ้าเงินไม่ลงสู่ระบบ เศรษฐกิจก็จะไม่หมุน เงินงบประมาณเป็นกลไกหลักที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายและลงทุน การเร่งเบิกจ่ายจึงเป็นสัญญาณที่สำคัญมาก
    • เร่งเดินหน้าท่องเที่ยวเชิงรุก เพราะนี่คือ Quick win ที่สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศได้ทันที โดยเฉพาะการดึงนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน และต้องไม่ลืมที่จะกระจายรายได้ไปยังเมืองรอง ไม่ใช่เพียงจังหวัดหลักเพียง 4–5 จังหวัด เพราะเมืองรองอีกจำนวนมาก ที่เป็นทั้งธุรกิจท้องถิ่นและ SMEs โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก หรือกิจการที่เป็นของคนไทย 100% ไม่ค่อยได้อานิสงส์ ดังนั้น ต้องกระจายให้ทุกจังหวัดได้รับประโยชน์ และลงให้ลึกที่สุดไปถึงระดับรากหญ้า

    อย่างไรก็ตามครม.ใหม่ที่ภาคเอกชนต้องการเห็นก็คือ ทีมเศรษฐกิจที่ทำงานเป็นทีม เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ประเทศต้องการตอนนี้ เนื่องจากประเด็นเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตรฯ และการท่องเที่ยวด้วย สามารถบูรณาการการทำงานได้อย่างจริงจัง ทุกวินาทีใน 4 เดือนนี้มีค่า จึงต้องการเห็นทีมที่ทั้งรู้ลึก รู้จริง และพร้อมตัดสินใจอย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนและนักลงทุน

    พร้อมกันนี้ยังเสนออีกว่า โครงการ “คนละครึ่ง” เป็นมาตรการที่ดีและเคยพิสูจน์แล้วว่าได้ผล อีกทั้งแอปพลิเคชันนี้ก็มีพร้อมแล้ว ระบบมีความแม่นยำ โปร่งใส ใช้งานได้สะดวก รวดเร็วและประชาชนได้รับประโยชน์ทั่วถึง น่าจะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจได้เร็วในสถานการณ์เช่นนี้ และย้ำว่าทุกวินาทีใน 4 เดือนนี้มีค่า รัฐบาลต้องรีบเร่งในการแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นความเชื่อมั่น เพราะถ้าเศรษฐกิจทรุดหนักไปกว่านี้ การประคองก็จะยากขึ้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859674&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NvIKDSnfLjF7KMpXSUA2x

  • 5 หุ้นสินค้าไอทีกอดคอบวก SPVI-COM7 พุ่งนำ 3.45% อานิสงส์เปิดตัว iPhone 17

    5 หุ้นสินค้าไอทีกอดคอบวก SPVI-COM7 พุ่งนำ 3.45% อานิสงส์เปิดตัว iPhone 17

    หุ้น

    09 ก.ย. 2025 เวลา 11:17 น.

    5 หุ้นสินค้าไอทีกอดคอบวก SPVI พุ่งนำ 3.45% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.40 บาท ตามมาด้วย COM7 บวก 3.00% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 25.75 บาท นักวิเคราะห์เผยรับอานิสงส์เปิดตัว iPhone 17 คืนนี้

    • หุ้นกลุ่มสินค้าไอที 5 ตัว ได้แก่ SPVI, COM7, CPW, SYNEX และ ADVICE ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย SPVI พุ่งขึ้นนำ 3.45% ตามด้วย COM7 ที่บวก 3.00%
    • การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นเป็นผลมาจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple โดยเฉพาะ iPhone 17 ในคืนวันที่ 9 ก.ย. 2568 (ตามเวลาประเทศไทย)
    • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากการเปิดตัวเป็นไปตามคาด จะช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้ช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2568 ให้เติบโต

    ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 9 ก.ย.2568 เวลา 10.30 น.หุ้นกลุ่มสินค้าไอทีปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย 

    หุ้น SPVI บวก 3.45% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.40 บาท

    หุ้น COM7 บวก 3.00% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 25.75 บาท

    หุ้น CPW บวก 2.68% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.30 บาท

    หุ้น SYNEX บวก 2.46% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.50 บาท

    หุ้น ADVICE บวก 1.74% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 5.85 บาท 
     
     

    กำพล อัครวรินทร์ชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า  วันนี้หุ้นกลุ่มสินค้าไอทีมีการปรับตัวขึ้นเป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple โดยเฉพาะ iPhone 17 ซึ่งจะมีการเปิดตัวในคืนนี้ (9 ก.ย.2568) ตามเวลาประเทศไทย 

    ทั้งนี้ หากมีการเปิดตัว iPhone 17 และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นไปตามคาดโดยไม่มีประเด็นพลิกโผ เช่น การเปิดตัว iPhone 17 รุ่นใหม่ๆ ออกมาตามคาด ก็จะช่วยหนุนโมเมนตัมผลประกอบการของกลุ่มในไตรมาส 3-4/68 ให้ยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อนYoY

    สำหรับคำแนะนำการลงทุนและหุ้นเด่น SYNEX โดยเหตุผลหลักมีการเติบโตของกำไรคาดว่า SNEX จะเติบโตได้ทั้งปีประมาณ 14% และมีโมเมนตัมการเติบโตที่น่าคาดหวังในไตรมาส 3/68 และ 4/68 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Valuation ราคาหุ้นของ SNEX ยังคงไม่แพง โดยซื้อขายอยู่ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร P/E ประมาณ 15 เท่า ซึ่งยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีกอื่นๆ 

    อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจพิจารณาทยอยซื้อเก็งกำไรได้ หากราคาหุ้นยังอยู่ในโซนล่าง ขณะที่สำหรับนักลงทุนระยะยาวแนะนำให้ทยอยรับ และจับตาดูโมเมนตัมของ iPhone ที่เปิดตัวทั้งในเรื่องของกลยุทธ์ราคาและเทคโนโลยีที่นำเสนอ

    ทั้งนี้ในส่วนของเทคโนโลยี iPhone 17 การอัปเกรดมักจะเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกล้อง ความเร็ว และการใช้ชิปใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาคือ การปรับราคาขาย ซึ่งมีกระแสข่าวลือว่า จะมีการปรับราคาขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา และอีกประเด็นคือ การนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ ในตัวโทรศัพท์ได้มากน้อยเพียงใด

    5 หุ้นสินค้าไอทีกอดคอบวก SPVI-COM7 พุ่งนำ 3.45% อานิสงส์เปิดตัว iPhone 17 5 หุ้นสินค้าไอทีกอดคอบวก SPVI-COM7 พุ่งนำ 3.45% อานิสงส์เปิดตัว iPhone 17

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1197991&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2etWIc5zJqYifJJbrS_wQZ

  • iPhone 17 ราคาเปิดตัวเท่าไร เช็กข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดตัวคืนนี้

    iPhone 17 ราคาเปิดตัวเท่าไร เช็กข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดตัวคืนนี้

    iPhone 17 ราคาเปิดตัวเท่าไร กลายเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับสาวกไอโฟน หรือผู้ที่กำลังจะซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เป็น iPhone 17 ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายที่กำลังจะถึงกำหนดเปิดตัวก็มีข่าวลือจากแหล่งข้อมูลได้ออกมาพูดถึงรุ่น ความจุ และราคา iPhone 17 ดังนี้

    iPhone 17 ราคาเปิดตัวเท่าไร มีกี่รุ่น

    แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับราคา หรือรุ่นไอโฟน 17 ไว้หลายแห่ง แต่ล่าสุด TrendForce บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลตลาดระดับโลกจากไต้หวันได้วิเคราะห์ราคาของ iPhone 17 แต่ละรุ่นไว้ก่อนเปิดตัว ดังนี้

    iPhone 17 ราคาเท่าไรบ้าง

    • iPhone 17 128GB เริ่มต้นที่ประมาณ 799 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 256GB เริ่มต้นที่ประมาณ 899 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 512GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ

    iPhone 17 Air ราคาเท่าไรบ้าง

    • iPhone 17 Air 256GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Air 512GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Air 1TB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ

    iPhone 17 Pro ราคาเท่าไรบ้าง

    • iPhone 17 Pro 256GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Pro 512GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Pro 1TB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,599 ดอลลาร์สหรัฐ

    iPhone 17 Pro Max ราคาเท่าไรบ้าง

    • iPhone 17 Pro Max 256GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Pro Max 512GB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ
    • iPhone 17 Pro Max 1TB เริ่มต้นที่ประมาณ 1,699 ดอลลาร์สหรัฐ

    อย่างไรก็ดี JP Morgan สถาบันการเงินชื่อดังได้วิเคราะห์ว่า iPhone 17 จะมีราคาเปิดตัวใกล้เคียงกับ iPhone 16 แต่ราคา iPhone 17 Air และ iPhone 17 Pro อาจจะแพงกว่า โดย iPhone Air ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 899-949 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน iPhone 17 Pro ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ

    เช็ก iPhone 17 เปิดตัววันไหน 

    iPhone 17 เปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการในอีเวนต์ Awe Dropping ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 2025 เวลา 10.00 น. ตรงกับเวลา 00.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2025 ของประเทศไทย โดยสามารถรับชมได้ผ่านทางเว็บไซต์ Apple หรือ YouTube ของ Apple 

    อย่างไรก็ดี ราคา iPhone 17 ในข้างต้นเป็นเพียงราคาที่วิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลต่างๆ หากใครที่สนใจสั่งซื้อ iPhone 17 แนะนำให้รอชมราคาอย่างเป็นทางการในอีเวนต์ Awe Dropping อีกครั้งหนึ่ง

    ที่มา : TrendForce และ The Telegraph

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2881650&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12vFpsloCqkFNIvhcOndmX

  • ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป พร้อมบริษัทในเครือฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา เงินและอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจทหารเรือ ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมและผู้พิทักษ์ชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป พร้อมบริษัทในเครือฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา เงินและอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจทหารเรือ ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมและผู้พิทักษ์ชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด, บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด, บริษัท อชูราส เกม สตูดิโอ จำกัด, บริษัท จัสท์ คาร์ จำกัด และ บริษัท จัสท์ โลน จำกัด เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้ชื่อ “รวมพลังจากฝั่งสู่ทะเล” เพื่อช่วยเหลือครอบครัวทหารเรือผู้เสียสละ เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า พร้อมมอบเงินและอุปกรณ์สนับสนุนแก่หน่วยงานในกองทัพเรือ รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ทะเลอีกด้วย

    โดยมีคณะผู้บริหาร นำโดย คุณแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด และ บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด และ คุณณัฐกฤตา กุลสิริธนกร กรรมการบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้มอบทุนการศึกษา 100,000 บาท แก่บุตรีของว่าที่เรือตรี ภัชทราวุฒิ รัตนวงษ์ ผู้บังคับหมวดป้องกัน ร้อย.บก.กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และผู้บังคับหมวดป้องกัน กองพันต่อสู้อากาศยานเฉพาะกิจป้องกันภัยทางอากาศส่วนหลัง ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน พร้อมทั้งมอบสิ่งของและเงินสนับสนุนภารกิจทหารเรือในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และสุรินทร์ รวม  60,000 บาท แก่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

    นอกจากนี้คณะผู้บริหารฯ ได้เดินทางต่อไปยัง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เพื่อมอบอุปกรณ์ชุดปฐมพยาบาลทางยุทธวิธี (Individual First Aid Kit – IFAK) จำนวน 50 ชุด มูลค่า 165,000 บาท เพื่อสนับสนุนกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมชมการสาธิตการใช้ IFAK เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากสถานการณ์การรบจริง

    คุณแทนไท ณรงค์กูล กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการทำธุรกิจต้องเดินควบคู่กับการดูแลสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนครอบครัวทหาร หรือการจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อภารกิจ เพราะกองทัพคือกำแพงด่านหน้าที่ปกป้องประเทศและประชาชน ขณะเดียวกัน พวกเขาก็คือเพื่อนมนุษย์ที่มีครอบครัวและชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องดูแล การสนับสนุนอุปกรณ์ปฐมพยาบาลจึงไม่ใช่เพียงภารกิจเชิงปฏิบัติการ แต่คือการสร้างโอกาสในการรักษาชีวิต และเป็นการส่งต่อความห่วงใยจากภาคเอกชน เพื่อยืนยันว่ากำลังพลและครอบครัวไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง”

    นอกจากสนับสนุนกำลังพลแล้ว คณะผู้บริหารฯ ยังมอบเงินสนับสนุนแก่ศูนย์ดูแลสุนัขและแมวจรจัด กองทัพเรือ จำนวน 20,000 บาท รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยเต่าทะเล และทำความสะอาดบ่อ พร้อมมอบเงินสนับสนุน 22,000 บาท  สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ดูแลเต่าแก่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สะท้อนถึงความตั้งใจขององค์กรที่ไม่เพียงเคียงข้างมนุษย์ แต่ยังใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ กล่าวว่า “สิ่งที่เราทำในวันนี้ไม่ใช่เพียงการมอบทุน สิ่งของ หรืออุปกรณ์ แต่คือการตอกย้ำว่า การพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เรายึดมั่น การสนับสนุนครอบครัวทหารและกำลังพล รวมถึงการปล่อยเต่าทะเล การดูแลสัตว์จรจัด ทุกกิจกรรมสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น และเป็นการช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตทั้งของผู้คนและสัตว์ที่อยู่รอบตัวเรา”

    การดำเนินกิจกรรมทั้งหมดนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัดพร้อมบริษัทในเครือฯ ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนสังคม โดยเฉพาะการยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวทหารและกำลังพลผู้เสียสละ ตลอดจนการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/09/576613/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0989woMtc4vQ07vnQkff12

  • หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี

    หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี

         การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำ “หมอลำ” Soft Power ที่โดดเด่นแห่งแดนอีสานสู่สายตาระดับโลกซึ่งไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ และมีชีวิตชีวาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว แต่ยังแสดงถึงวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และภูมิปัญญาของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยจังหวะที่เร้าใจ บทเพลงที่สะท้อนมุมมองทางสังคม และการแสดงที่สื่อถึงบุคลิกของผู้คน ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วโลก กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเดินทางในช่วง Green Season ด้วย Green Event โดยได้ผสานแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถียั่งยืนพร้อมสร้างประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”

    หมอลำเฟสติวัล รวมคณะหมอลำชื่อดัง ยกขบวนสู่ร้อยเอ็ด และอุดรธานี

         งาน “หมอลำเฟสติวัล” จัดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอุดรธานี ผ่านแนวคิด “5 Must Do in Thailand” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ได้แก่ Eat Thai Food, Shop Thai Products, Thai Culture, Thai Wellness และ Thai Festivals และชมการแสดงจากศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำที่มีชื่อเสียง พร้อมกับการนำเสนอขายอาหารไทย อาทิ อาหารสไตล์ Street food เมนูเด็ดท้องถิ่นอาหารไทยฟิวชั่นที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในพื้นที่มาดัดแปลงและรังสรรค์ สร้างเมนูอาหารอีสานที่มีความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากชุมชน พร้อมทั้งกิจกรรมส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่อีสาน โดยจัดงาน 2 จังหวัด ได้แก่ วันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด และ วันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี

         ภายในงาน “หมอลำเฟสติวัล” มีการจัดแสดงแสง เสียง โดยคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) สอดแทรกแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น การ workshop DIY กระเป๋าจากเศษผ้าทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ การสาธิตงานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ การออกบูทจำหน่ายอาหารต้องใช้วัสดุภาชนะจากธรรมชาติ เพื่อใช้สำหรับใส่อาหาร และถุงสำหรับใส่สินค้าที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมชมศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำร่วมสมัยที่มีชื่อเสียง อาทิ คณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ คณะหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำซานเล้าบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำเสียงอีสาน และศิลปิน T-POP อาทิ Bamm  Instinct Yes’sirdays Slapkiss Kylinz  และกิจกรรมสุดพิเศษบนเวที ลุ้นรับ

    • 1) คูปองส่วนลด ค่าที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 100,000 บาท เพื่อมอบเป็นสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    • 2) Voucher โรงแรม/ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคอีสาน มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 200,000 บาท

         นักท่องเที่ยว ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “หมอลำเฟสติวัล” ได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-24.00 น. โดยวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จ.ร้อยเอ็ด และวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    • Facebook Page : หมอลำเฟสติวัล 
    • Facebook Page : ททท.สำนักงานขอนแก่น TAT Khonkaen Fanpage
    • Facebook Page : ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office
    • Facebook Page : เที่ยวอีสาน
    • โทร. 1672 Travel buddy

    ====================

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/9lzN1BoAWErl&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw103L1WpWQHg84VJ6XjTDpH

  • เปิดตัว 6 ฟีเจอร์เพื่อครู สร้างสื่อการสอนบน NotebookLM ทำแฟลชการ์ด-ข้อสอบ สั่งการบ้าน หรือสรุปบทเรียนในคลิกเดียว

    เปิดตัว 6 ฟีเจอร์เพื่อครู สร้างสื่อการสอนบน NotebookLM ทำแฟลชการ์ด-ข้อสอบ สั่งการบ้าน หรือสรุปบทเรียนในคลิกเดียว

    ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้น การเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นความรู้ที่ย่อยง่ายและนำไปใช้ได้จริง ถือเป็นความท้าทายสำคัญของนักเรียน นักศึกษา และผู้ใฝ่รู้ทุกคน Google ตระหนักถึงปัญหานี้และได้ยกระดับ NotebookLM เครื่องมือค้นคว้าและคิดวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว 6 ฟีเจอร์ใหม่ที่มุ่งเปลี่ยนการอ่านแบบเดิมๆ (Passive Reading) ให้กลายเป็นการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    การอัปเดตครั้งใหญ่นี้เปรียบเสมือนการมอบ “ติวเตอร์ AI ส่วนตัว” ให้กับผู้ใช้ทุกคน ช่วยให้การเตรียมสอบ ทำรายงาน หรือแม้แต่การสำรวจความสนใจใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    จาก ‘การอ่าน’ สู่ ‘การลงมือทำ’ ด้วย Flashcards และ Quizzes

    หัวใจสำคัญของการเรียนรู้คือการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างแท้จริง NotebookLM ได้ปลดล็อกมิติใหม่ของการทบทวนบทเรียน ด้วยความสามารถในการสร้าง “แฟลชการ์ด (Flashcards)” และ “แบบทดสอบ (Quizzes)” ได้ทันทีจากเอกสารทุกประเภทที่คุณอัปโหลด ไม่ว่าจะเป็นสไลด์เลกเชอร์, เอกสารงานวิจัยที่ซับซ้อน หรือรายงานการประชุมที่ยาวเหยียด

    เครื่องมือโต้ตอบเหล่านี้จะดึงคำศัพท์สำคัญ, วันที่, และแนวคิดหลักจากแหล่งข้อมูลของคุณมาสร้างเป็นสื่อการเรียนรู้ส่วนบุคคล คุณสามารถกำหนดหัวข้อ, ปรับระดับความยาก, และแชร์ชุดการเรียนรู้เหล่านี้ให้เพื่อนร่วมทีมได้ง่ายๆ ผ่านลิงก์เดียว แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หากคุณไม่เข้าใจคำศัพท์บนแฟลชการ์ด หรือตอบคำถามในแบบทดสอบผิด เพียงคลิกปุ่ม “อธิบาย (Explain)” NotebookLM ก็จะสร้างคำอธิบายโดยละเอียดพร้อมชี้กลับไปยังแหล่งอ้างอิงในเอกสารต้นฉบับให้ทันที

    ยกระดับการสร้างสรรค์เอกสารด้วย Reports ที่ทรงพลังกว่าเดิม

    ฟีเจอร์ยอดนิยมอย่างการสร้างเอกสารสรุป (Briefing Docs) และคู่มือการเรียน (Study Guides) ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ Google ได้เปิดตัวระบบ Reports ที่ออกแบบใหม่ให้มีความยืดหยุ่นและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ตอนนี้ผู้ใช้สามารถเลือกสร้างเนื้อหาในรูปแบบ “บทความบล็อก (Blog Post)” และรูปแบบอื่นๆ ได้ตามต้องการ

    ความน่าทึ่งคือ NotebookLM สามารถวิเคราะห์ธีม, หัวข้อ, หรืออุตสาหกรรมจากเอกสารของคุณ และ “แนะนำ” รูปแบบรายงานที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ เช่น หากคุณอัปโหลดบทความวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ AI อาจแนะนำให้สร้าง “อภิธานศัพท์คำศัพท์สำคัญ” หรือหากคุณอัปโหลดร่างเรื่องสั้น AI ก็อาจแนะนำให้สร้าง “บทวิเคราะห์ตัวละคร” สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสูงที่ปรับแต่งมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทางได้อย่างง่ายดาย

    ไม่ใช่แค่ถาม-ตอบ แต่คือ ‘คู่คิด’ เชิงลึกกับ Learning Guide

    เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI Chatbot ทั่วไปที่เน้นการให้คำตอบ, Google ได้เปิดตัว “Learning Guide” ฟีเจอร์ที่ทำหน้าที่เสมือนติวเตอร์ส่วนตัวที่คอยกระตุ้นความคิด แทนที่จะให้คำตอบสุดท้ายโดยตรง Learning Guide จะตั้งคำถามชี้นำปลายเปิด เพื่อพาคุณวิเคราะห์ปัญหาทีละขั้นตอน ช่วยให้เกิดความเข้าใจในหัวข้อที่ซับซ้อนอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนบทสนทนากับ AI ให้กลายเป็นการถกเถียงเชิงวิเคราะห์เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ

    ฟังเพื่อเข้าใจ กับมิติใหม่ของ Audio Overviews

    ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ฟีเจอร์ Audio Overviews ได้เพิ่มรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ เพื่อมอบมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเนื้อหาของคุณ นอกจากการสรุปแบบสั้นๆ (Brief) แล้ว ยังมีรูปแบบที่น่าสนใจอย่าง

    • บทวิจารณ์ (Critique): โฮสต์ AI สองคนจะช่วยกันรีวิวและให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์กับงานเขียนหรือเอกสารออกแบบของคุณ
    • การโต้วาที (Debate): โฮสต์ AI สองคนจะหยิบยกประเด็นจากเอกสารของคุณขึ้นมาอภิปรายในมุมมองที่แตกต่างกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเตรียมตัวอภิปรายในชั้นเรียนหรือการทำความเข้าใจประเด็นที่ถกเถียงกัน

    ผนึกกำลังกับ OpenStax และเชื่อมต่อระบบนิเวศการศึกษา

    Google ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ OpenStax ผู้ให้บริการตำราเรียนคุณภาพสูงที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed) เพื่อเปลี่ยนตำราเรียนยอดนิยมให้กลายเป็น Notebooks แบบอินเทอร์แอคทีฟ ทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้โดยตรง

    นอกจากนี้ เพื่อให้การใช้งานในแวดวงการศึกษาราบรื่นยิ่งขึ้น NotebookLM ยังได้ขยายการเชื่อมต่อกับระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) ชั้นนำอย่าง Canvas และ PowerSchool Schoology Learning และที่สำคัญ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะสามารถสร้างและมอบหมายงานผ่าน Google Classroom ได้โดยตรง ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการผลักดันให้ NotebookLM กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในห้องเรียนยุคใหม่

    การอัปเดตทั้งหมดนี้กำลังจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นับเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่า NotebookLM ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจดบันทึกหรือสรุปข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางบนเส้นทางแห่งการเรียนรู้ของทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/news/google-notebooklm-new-learning-features-ai-tutor&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mAWHAlkvvRwcPeFF3G29I

  • สนง.สลากฯ ชี้เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ไม่กระทบทุนการศึกษา ODOS

    สนง.สลากฯ ชี้เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ไม่กระทบทุนการศึกษา ODOS

    พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ไม่ได้มีผลกับการเดินหน้าโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว จำนวน 7 โครงการ วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท ผ่านการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว ระยะเวลานานถึงปี 2574

    “การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่มีผลต่อโครงการ ODOS เพราะครม. ได้อนุมัติโครงการออกสลากการกุศล เพื่อเดินหน้าโครงการ ODOS แล้ว นานถึงปี 2574 เราพร้อมให้ทุนไปเรื่อยๆ 4 ปี จนจบ”

    ทั้งนี้ สนง.สลากฯ จะทยอยออกสลากการกุศล รวม 11 ล้านใบ มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการ ODOS ใช้งบประมาณจากการออกสลากการกุศลนี้ คิดเป็นสัดส่วน 50% ของวงเงิน ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 4,000 ล้านบาท ได้อนุมัติโครงการทางด้านสาธารณสุข และการศึกษาไปแล้ว ประมาณ 3,500 ล้านบาท

    ขณะที่แผนการทำงานของสนง.สลากฯ ในปีงบประมาณ 2569 ยังคงเดินตามแผนสร้างความสมดุล ระหว่างสลากดิจิทัล และสลากแบบใบ โดยขณะนี้สัดส่วนสลากดิจิทัล ที่จำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง อยู่ที่ 27 ล้านใบ ถือเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนสลาก ที่วางจำหน่ายทั้งระบบรวม 105 ล้านใบ

    พันโทหนุน กล่าวว่า สนง.สลากฯ มีนโยบายอยากให้สลากเป็นรูปแบบดิจิทัล และทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มองว่าความต้องการในการซื้อสลากดิจิทัลใกล้จุดสมดุลแล้ว เนื่องจากตอนนี้มีจำนวนสลากต่องวดเหลือตั้งแต่ 3 หมื่นใบ ไปจนถึง 6 แสนใบ

    “ตั้งแต่เราเพิ่มสลากดิจิทัล เป็น 27 ล้านใบ การจำหน่ายสลากดิจทัลในระบบก็ขายหมดเกลี้ยงไม่กี่งวด ส่วนใหญ่เหลือหลักหมื่น ถึง 6 แสนใบ ฉะนั้น ในส่วนนี้เราก็จะนำมาพิจารณารายละเอียด ประกอบการเพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลในระบบด้วย”

    ขณะที่แนวโน้มการจำหน่ายสลาก N3 นั้น มีแนวโน้มค่อยๆ เติบโต เพราะเรามีฟีวเจอร์สำหรับการซื้อครั้งแรก และสามารถบันทึกร้านค้าได้อัตโนมัติ เพื่อซื้อในรอบถัดไปได้ ตอนนี้มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว 4,000 ราย จำนวนสลาก N3 ที่จำหน่ายในระบบตอนนี้ รวม 6 ล้านใบ เฉลี่ยสามารถจำหน่ายได้งวดละ 2 ล้านใบ

    “สลาก N3 ไม่ได้มีผลต่อการแย่งส่วนแบ่งการตลาดของสลากดิจิทัล และลอตเตอรี่ เราจึงไม่มีแผนที่จะปิดโครงการสลาก N3”

    นอกจากนี้ สนง.สลากฯ ยังมีแนวคิดที่จะให้โควตาผู้ขายสลากดิจิทัล ได้รับสิทธิการขายสลาก N3 เพื่อให้ผู้ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะสลากดิจิทัล จำหน่ายคนละ 5 เล่ม กำไรต่องวดไม่ถึง 5,000 บาท หากพ่วงให้จำหน่าย N3 คนละ 400-500 ใบ ก็จะเพิ่มรายได้ให้กับผู้ค้ามากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638360&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j63hwK_FSsBTnRnI-soF5