Blog

  • รัฐเปิดสมัครรถพุ่มพวง หนุนค่าน้ำมัน-สินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ

    รัฐเปิดสมัครรถพุ่มพวง หนุนค่าน้ำมัน-สินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ

    ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย”ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เพื่อเสริมบทบาทของผู้ค้ารายย่อยในการกระจายสินค้าราคาประหยัด ตรงถึงมือประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

    โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงให้สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนใน 2 ด้าน ได้แก่

    ·     การสนับสนุนค่าน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ

    ·     การจัดสรรสินค้าราคาประหยัดสำหรับนำไปจำหน่ายต่อให้ประชาชนในราคาที่เข้าถึงได้

    ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.59 น. ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผ่านเว็บไซต์ https://mobilemarket.bora.dopa.go.th

    ภายหลังการสมัคร จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือที่กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2569 โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ และและมีกำหนดประกาศผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

    “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการใช้เครือข่ายท้องถิ่นในการกระจายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในระดับชุมชน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-food-trucks-fuel&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZiqEWcMe6U4m2wnuHhGpq

  • รถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในเม็กซิโก เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 30 คน

    รถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในเม็กซิโก เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 30 คน

    เจ้าหน้าที่เม็กซิโก เร่งหาสาเหตุ อุบัติเหตุรถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน และบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 30 คน

    วันนี้ (2 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ ด้านนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศเม็กซิโก กำลังเก็บหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุรถบัสท่องเที่ยวพลิกคว่ำ ในรัฐทางตะวันตกของประเทศ โดยอุบัติเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.2569) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่รถบัสคันดังกล่าว ออกเดินทางมาจากรัฐที่อยู่ใกล้เคียง แต่กลับประสบอุบัติเหตุที่จุดดังกล่าว จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 11 คน บาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 31 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ปิดถนน เพื่อเร่งกู้ภัยและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

    ทั้งนี้ อุบัติเหตุรถบัสมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในหลายประเทศของภูมิภาคนี้ รวมถึงในเม็กซิโกที่ใช้รถบัสในการเดินทางเป็นหลัก เนื่องจากเส้นทางรถไฟยังคงมีอยู่อย่างจำกัด

    อ่านข่าว :

    “ทรัมป์” ชี้ สหรัฐฯ ได้ประโยชน์มหาศาล หลังยึดเรืออิหร่าน

    สหรัฐฯ คงบัญชี WL ไทย พาณิชย์ ลุยปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หวังหลุดสถานะปท.ถูกจับตา

    สหรัฐฯ เตรียมถอนทหาร 5,000 นาย ออกจากเยอรมนี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505421&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KML7lTlq9O4t9cWkd1atF

  • “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 02/05/2026 15:00

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว

    #topnewstv #สรรเพชญ #กรมเจ้าท่า

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1563869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lJJ-QccRfiiartRwYyqci

  • –

    FooterLogo

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/962031&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DBbEfokfgCqa5nuzzS4qU

  • PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    Siam Blockchain

    By

    พฤษภาคม 1, 2026

    PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    สรุปข่าว
    • ตัวเลข PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือนเม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 53.1 แม้จะยังอยู่ในโซนขยายตัว (เกิน 50)
    • ตัวเลขที่ออกมาเท่ากับค่าก่อนหน้าพอดี สะท้อนว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นตามที่นักวิเคราะห์หวัง ชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมยังคงนิ่ง
    • ตลาดคริปโตอาจได้รับแรงหนุนเล็กน้อยในระยะสั้น เนื่องจากตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดเปิดช่องให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

    แม้ตัวเลข PMI จะต่ำกว่าคาด แต่ภาคการผลิตที่ยังขยายตัวอยู่ในระดับ 52.7 ไม่ได้ส่งสัญญาณชะลอตัวรุนแรงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางนโยบาย Fed ได้ทันที นักลงทุนควรระมัดระวังการปรับตัวในระยะสั้นของ Bitcoin และ Ethereum

    เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EST) สถาบัน ISM เปิดเผยตัวเลข PMI (ดัชนีกิจกรรมภาคการผลิต ค่าเกิน 50 หมายถึงภาคการผลิตกำลังขยายตัว) ประจำเดือนเมษายน ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 53.1 และเท่ากับตัวเลขเดือนก่อนหน้าพอดี ผลที่ออกมาทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวหรือไม่

    ณ ขณะที่ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $78,703 บวก 2.88% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $2,317.79 บวก 2.19% ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวก แต่แรงกดดันจากทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

    ตัวเลข PMI นิ่ง ภาคการผลิตไม่ได้เร่งตัว แต่ก็ยังไม่หดตัว

    สิ่งที่น่าสนใจในรายงาน PMI ฉบับนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขหลัก แต่คือสัญญาณจากดัชนีย่อยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ซึ่งเป็นตัวชี้อนาคตของภาคการผลิตที่ดีที่สุด หากยอดคำสั่งซื้อใหม่ชะลอตัวลง นั่นหมายความว่าโรงงานจะมีงานทำน้อยลงในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้า และอาจนำไปสู่การลดการจ้างงานหรือลดการสั่งซื้อวัตถุดิบตามมา

    ตัวเลข PMI รวมที่ 52.7 ซึ่งเท่ากับเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังขยายตัวอยู่แต่ไม่ได้เร่งความเร็ว ซัพพลายเชนและสินค้าคงคลังยังทรงตัว ในขณะที่ตลาดหวังว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งกว่านี้ สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งของเศรษฐกิจที่ยังไม่บ่งชี้ชัดว่าจะขึ้นหรือลง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าภาคการผลิตคิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 12% ของ GDP สหรัฐฯ เท่านั้น ดังนั้นตัวเลขนี้จึงเป็นแค่หนึ่งในหลายปัจจัยที่ Fed ใช้พิจารณานโยบาย

    ผลกระทบต่อ Bitcoin และ Ethereum เมื่อ PMI ต่ำกว่าคาด

    ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข PMI กับตลาดคริปโตนั้นซับซ้อนกว่าที่เห็น เมื่อ PMI ต่ำกว่าคาด ตลาดมักตีความว่าภาคการผลิตชะลอตัว ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย Fed ได้เร็วขึ้น เมื่อโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ดอลลาร์สหรัฐฯ มักอ่อนค่าลง และเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าอย่าง Bitcoin และ Ethereum

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 52.7 ยังถือว่าอยู่ในโซนขยายตัว ไม่ใช่หดตัว การที่ PMI ต่ำกว่าคาดเพียง 0.4 จุด จากระดับ 53.1 ที่ตลาดคาด จึงไม่ใช่สัญญาณเศรษฐกิจพังพินาศ แต่เป็นสัญญาณว่าภาคการผลิตยังขยายตัวอยู่แบบเชื่องช้า ผลกระทบต่อตลาดคริปโตในระยะสั้นจึงยังคงมีความไม่แน่นอน และนักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดอื่นประกอบ เช่น ตัวเลข Core PCE สหรัฐฯ และการประชุม Fed รอบถัดไป

    เปรียบเทียบกับค่าก่อนหน้าและสิ่งที่ต้องจับตา

    ตัวเลข PMI เดือนนี้ที่ 52.7 เท่ากับเดือนก่อนหน้าพอดี แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งตัวขึ้นตามที่ตลาดหวัง ทั้งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเห็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งกว่าที่ระดับ 53.1 ความซบเซาของโมเมนตัมนี้อาจส่งผลให้ตลาดลดการคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สองลงบ้าง

    สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาต่อไปคือข้อมูลยอดคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานในภาคการผลิตจากรายงาน PMI ฉบับเต็ม หากดัชนีย่อยเหล่านี้ลดลงต่อเนื่อง สัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีจะเอื้อให้ Fed มีเหตุผลพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย Fed มากขึ้น และอาจหนุนตลาดคริปโตในระยะกลาง


    ความเห็นผู้เขียน

    ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลข PMI รอบนี้ออกมาแบบ “ไม่ได้บอกอะไรชัดเจนนัก” คือต่ำกว่าคาดแต่ก็ไม่ได้แย่จริง ภาคการผลิตยังขยายตัว แค่ช้ากว่าที่หวัง สำหรับตลาดคริปโต ผมคิดว่าปฏิกิริยาในทันทีน่าจะยังไม่รุนแรงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะนักลงทุนรู้ดีว่า PMI ตัวเดียวไม่ได้เปลี่ยนทิศทาง Fed

    สิ่งที่ผมอยากให้จับตาจริงๆ คือดัชนีย่อยโดยเฉพาะยอดคำสั่งซื้อใหม่ในรายงานเต็ม ถ้าตัวนั้นร่วงลงมาใกล้ 50 หรือต่ำกว่า นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ตอนนี้ขอให้ถือว่าข้อมูลชุดนี้เป็น “กลางๆ ค่อนไปทาง Bearish เล็กน้อย” สำหรับคริปโตระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจชุดอื่นประกอบก่อนนะครับ

    ภาพจาก AI

    📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่

    Siam Blockchain

    คุณเชน

    คุณเชน เป็นระบบรายงานข่าวอัตโนมัติของ Siam Blockchain ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของกองบรรณาธิการ ระบบได้รับการออกแบบให้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่งแบบเรียลไทม์ โดยเน้นความถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เนื้อหาทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องโดยทีมบรรณาธิการของ Siam Blockchain ก่อนเผยแพร่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข่าวสารคริปโตเคอร์เรนซีที่เชื่อถือได้และทันเหตุการณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/05/01/us-ism-manufacturing-pmi-below-forecast-bearish-crypto/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FrrEl-RUb4dFL62rKViXM

  • กสิกรฯ คาดแนวต้าน SET วีคหน้า 1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจนัดแรก-เงินเฟ้อไทย-งบบจ. Q1/69-Fund FLOW : อินโฟเควสท์

    กสิกรฯ คาดแนวต้าน SET วีคหน้า 1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจนัดแรก-เงินเฟ้อไทย-งบบจ. Q1/69-Fund FLOW : อินโฟเควสท์

    บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า สัปดาห์ถัดไป (4-8 พ.ค. 2569) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด

    ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ

    โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

    ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน

    ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน

    ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,321.23 ล้านบาท ลดลง 1.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.24% มาปิดที่ระดับ 214.57 จุด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589527&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V_v4FHtMKCYauCkQhEuOU

  • อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤต AI-ค่าครองชีพ สู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงาน “Siam Square Walking Street For All : จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง ปีที่ 2” ร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ เวทีกิจกรรม บริเวณ Siam Square Walking Street

    ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนผ่านมุมมองจากคำว่า “แรงงาน” สู่การยกระดับเป็น “การบริหารจัดการทุนมนุษย์” อย่างเต็มรูปแบบ เพราะคนไทยทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ เราจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์จากเชิงรับเป็นเชิงรุก เพื่อโอบรับและดูแลคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เยาวชนที่ต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ยังเปี่ยมด้วยศักยภาพ

    รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสีเขียว เราต้องเร่งเสริมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุนมนุษย์ เพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภารกิจนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่นำองค์ความรู้ลงสู่ชุมชน ช่วยยกระดับสังคมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนาท้องถิ่น พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูงอย่างยั่งยืน

    “ขอส่งกำลังใจและความชื่นชมอย่างสุดซึ้งไปยังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน เพราะพวกคุณคือกลไกและหัวใจสำคัญที่สุดในการผลักดันเศรษฐกิจและสร้างอนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย

    ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติสะท้อนบทบาทสำคัญของแรงงานต่อเศรษฐกิจ ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตพลังงานและเทคโนโลยี AI การ Upskill และ Reskill จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานให้ทันการเปลี่ยนแปลง โดยภาครัฐมุ่งพัฒนาทุนมนุษย์ เสริมทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงและขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

    ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า งานวันนี้คือพลังของ “แรง” ที่ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของประเทศ การเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษากับแรงงาน คือหัวใจของการสร้างคนคุณภาพ นิสิตต้องเข้าใจชีวิตแรงงานจากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อหล่อหลอมจิตสำนึกแห่งการรับใช้สังคม

    “ขอให้พี่น้องแรงงานภาคภูมิใจในพลังของตนเอง เพราะ “Labor is Power” คือพลังหลักของการพัฒนาประเทศ การยกระดับพื้นที่สยามสแควร์เป็น “Thai Labor Square” สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทย“ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

    ภายในงาน “Siam Square Walking Street For All : จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง ปีที่ 2” มีการให้บริการตรวจสุขภาพอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการเจาะเลือด ตรวจสุขภาพช่องปาก และการคัดกรองความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึงบริการดูแลสุขภาพจิตผ่านการประเมินและให้คำปรึกษาเรื่องความเครียด ควบคู่กับการให้คำปรึกษาด้านสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็น และกิจกรรมสร้างความสุขและความบันเทิงบนเวที เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานอย่างรอบด้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/1LQlzgfbg&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mOS5d76KIre0KsdpIYCkj

  • ปี 69 หมดหวังขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เปิดสถิติ 10 ปีขึ้นแค่ 100 บาท

    ปี 69 หมดหวังขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เปิดสถิติ 10 ปีขึ้นแค่ 100 บาท

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-247&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Vpd8vSLQ6jun9EVoRf2-Z

  • ‘สรรเพชญ’ กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง ‘กรมเจ้าท่า’ ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    ‘สรรเพชญ’ กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง ‘กรมเจ้าท่า’ ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    'สรรเพชญ' กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง 'กรมเจ้าท่า' ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมเจ้าท่า เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศด้านคมนาคมทางน้ำให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลนั้น

    สำหรับการพัฒนาระบบคมนาคมทางน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการขนส่งและพาณิชยนาวี ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการใน 6 ด้านสำคัญ ดังนี้

    1. ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศผ่านการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี โดยให้เร่งรัดการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) บ้านดอน ปัตตานี สงขลา และบางปะกง

    นอกจากนี้สั่งให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ และการนำระบบแพลตฟอร์ม MSW เชื่อมโยงกับ NSW เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการนำเข้า–ส่งออกของประเทศ

    2. ด้านการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่ศักยภาพทั้งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเรือสำราญและเรือยอชต์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและอ่าวพังงา รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือท่องเที่ยวผ่านระบบ Port Control อย่างเป็นระบบ

    3. ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ใช้บริการการขนส่งทางน้ำ โดยพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 ทั้งนี้ให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามเรือ (Vessel Traffic Control) ระบบ AI และการบริหารจัดการท่าเรือ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลค่าโดยสารให้เป็นธรรม

    4. ด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องจากอุทกภัย การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้ดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งนำกลไกขุดลอกต่างตอบแทนมาใช้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน และตั้งเป้าฟื้นฟูชายฝั่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2575

    5. ด้านส่งเสริมให้ระบบการขนส่งทางน้ำเป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อย PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายสากล สนับสนุนการใช้เรือพลังงานสะอาด และพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

    6. ด้านพิทักษ์ผลประโยชน์ทางพาณิชยนาวีของชาติไทย โดยให้เน้นย้ำการยกระดับมาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) 

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านพาณิชยนาวีให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ โดยต้องได้มาตรฐานสากลตามที่ IMO กำหนด และมีเป้าหมายสามารถป้อนตลาดแรงงานโลกที่อยู่ในภาวะขาดแคลน

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    ขณะเดียวกันให้สร้างกรอบความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีด้านพาณิชยนาวี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก

    ทั้งนี้รวมถึงการพัฒนาร่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ให้มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยเครื่องช่วยการเดินเรือและประภาคาร (IALA)

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้กำหนดแนวทาง Quick Win เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ดังนี้ Quick Win 1เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานโดยเร็ว ครอบคลุมโครงการพัฒนาท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง ทั้งนี้รวมถึงโครงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่องน้ำสงขลา ร่องน้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ร่องน้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่องน้ำตำมะลัง จังหวัดสตูล และร่องน้ำเชียงแสง จังหวัดเชียงราย

    ขณะที่ Quick Win 2 ให้ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ การศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม สำหรับการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนกลาง เช่นเดียวกับการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง รวมถึงการพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า–ส่งออกสินค้า

    การประชุมมอบนโยบายกรมเจ้าท่า (จท.)

    ส่วน Quick Win 3 เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว

    “ได้กำชับให้คณะผู้บริหาร และบุคลากรทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย และทำให้ระบบคมนาคมทางน้ำของไทยมีความปลอดภัย ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” นายสรรเพชญ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/658092&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fnTveN3PZ3Bhuhh_sWNnU

  • “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็นประธาน เปิดประชุม “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง สงขลา เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็นประธาน เปิดประชุม “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง สงขลา เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็นประธาน เปิดประชุม “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง สงขลา เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 02/05/2026 13:58

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็นประธาน เปิดประชุม “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง สงขลา เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยว

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็นประธาน เปิดประชุม “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง สงขลา เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเผยแพร่องค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา” ในพื้นที่แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนายชอบ บิณกาญจน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา กล่าวต้อนรับ และนายพงษกร กังวาลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 กล่าวรายงาน

    การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 55 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ โดยในช่วงเช้าเป็นการบรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง” โดยหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ รวมถึงการบรรยายเรื่องมรดกธรณี การท่องเที่ยวเชิงธรณี และลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาของแหล่งมรดกธรณีน้ำตกโตนงาช้าง โดยวิทยากรจากกรมทรัพยากรธรณี พร้อมทั้งจัดกิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นในประเด็นการนำองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและบริการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนการเสริมสร้างอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และแนวทางการบริหารจัดการแหล่งมรดกธรณีในพื้นที่

    ในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านธรณีวิทยาและความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ณ น้ำตกโตนงาช้าง ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้รับจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจด้านธรณีวิทยา ธรณีสัณฐาน และการจัดการท่องเที่ยวเชิงธรณีให้แก่ชุมชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในพื้นที่ และต่อยอดสู่การนำชมและการประกอบอาชีพในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงธรณีในพื้นที่น้ำตกโตนงาช้าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ธรณีวิทยาในระดับจังหวัด โดยมุ่งยกระดับแหล่งมรดกธรณีให้เป็นฐานการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อันจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1563821&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ThwgRC8hMpiRCtrssDkMG