Blog

  • ‘สรรเพชญ’ กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง ‘กรมเจ้าท่า’ ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    ‘สรรเพชญ’ กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง ‘กรมเจ้าท่า’ ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    'สรรเพชญ' กางโรดแมป 6 มิติ ยกเครื่อง 'กรมเจ้าท่า' ปลุกท่าเรือสำราญสายใต้

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมเจ้าท่า เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศด้านคมนาคมทางน้ำให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลนั้น

    สำหรับการพัฒนาระบบคมนาคมทางน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการขนส่งและพาณิชยนาวี ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการใน 6 ด้านสำคัญ ดังนี้

    1. ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศผ่านการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี โดยให้เร่งรัดการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) บ้านดอน ปัตตานี สงขลา และบางปะกง

    นอกจากนี้สั่งให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ และการนำระบบแพลตฟอร์ม MSW เชื่อมโยงกับ NSW เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการนำเข้า–ส่งออกของประเทศ

    2. ด้านการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่ศักยภาพทั้งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเรือสำราญและเรือยอชต์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและอ่าวพังงา รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือท่องเที่ยวผ่านระบบ Port Control อย่างเป็นระบบ

    3. ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ใช้บริการการขนส่งทางน้ำ โดยพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 ทั้งนี้ให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามเรือ (Vessel Traffic Control) ระบบ AI และการบริหารจัดการท่าเรือ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลค่าโดยสารให้เป็นธรรม

    4. ด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องจากอุทกภัย การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้ดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งนำกลไกขุดลอกต่างตอบแทนมาใช้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน และตั้งเป้าฟื้นฟูชายฝั่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2575

    5. ด้านส่งเสริมให้ระบบการขนส่งทางน้ำเป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อย PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายสากล สนับสนุนการใช้เรือพลังงานสะอาด และพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

    6. ด้านพิทักษ์ผลประโยชน์ทางพาณิชยนาวีของชาติไทย โดยให้เน้นย้ำการยกระดับมาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) 

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านพาณิชยนาวีให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ โดยต้องได้มาตรฐานสากลตามที่ IMO กำหนด และมีเป้าหมายสามารถป้อนตลาดแรงงานโลกที่อยู่ในภาวะขาดแคลน

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    ขณะเดียวกันให้สร้างกรอบความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีด้านพาณิชยนาวี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก

    ทั้งนี้รวมถึงการพัฒนาร่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ให้มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยเครื่องช่วยการเดินเรือและประภาคาร (IALA)

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้กำหนดแนวทาง Quick Win เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ดังนี้ Quick Win 1เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานโดยเร็ว ครอบคลุมโครงการพัฒนาท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง ทั้งนี้รวมถึงโครงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่องน้ำสงขลา ร่องน้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ร่องน้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่องน้ำตำมะลัง จังหวัดสตูล และร่องน้ำเชียงแสง จังหวัดเชียงราย

    ขณะที่ Quick Win 2 ให้ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ การศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม สำหรับการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนกลาง เช่นเดียวกับการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง รวมถึงการพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า–ส่งออกสินค้า

    การประชุมมอบนโยบายกรมเจ้าท่า (จท.)

    ส่วน Quick Win 3 เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว

    “ได้กำชับให้คณะผู้บริหาร และบุคลากรทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย และทำให้ระบบคมนาคมทางน้ำของไทยมีความปลอดภัย ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” นายสรรเพชญ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/658092&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fnTveN3PZ3Bhuhh_sWNnU

  • ธุรกิจสระว่ายน้ำโตตามท่องเที่ยว เจ.ดี.พูลส์เร่งปั้นรายได้ใหม่จากสระเก่า

    ธุรกิจสระว่ายน้ำโตตามท่องเที่ยว เจ.ดี.พูลส์เร่งปั้นรายได้ใหม่จากสระเก่า

    ธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด ระบุว่า วันนี้สระว่ายน้ำแทบกลายเป็น “ของจำเป็น” สำหรับโรงแรม รีสอร์ต และพูลวิลล่าเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะนักท่องเที่ยวเลือกที่พักจาก “ประสบการณ์” มากกว่าราคา  ประเทศไทยจึงได้เปรียบทั้งภูมิอากาศ พื้นที่ และการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวจนทำให้ตลาดสระว่ายน้ำในไทยเติบโตสูงสุดในอาเซียนและที่น่าสนใจคือการเติบโตนี้ “ผูกติด” กับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

    ถ้าอสังหาฯ โต 10%สระว่ายน้ำก็โตใกล้เคียงกันโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต พัทยา และสมุย

    เปลี่ยนเกมจากหาลูกค้าใหม่สู่ลูกค้าเก่า

    แทนที่จะวิ่งหาลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียว เจ.ดี.พูลส์ เลือกหันกลับมามอง “ขุมทรัพย์เดิม”ฐานลูกค้ากว่า 18,800 รายคือโอกาสในการทำรายได้ซ้ำ (Recurring Income)ผ่านการรีโนเวทและอัปเกรดสระเก่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบ AI หุ่นยนต์ทำความสะอาด ระบบกันซึม PVC Liner เป้าหมายคือเข้าถึงลูกค้า 20% หรือราว 300 รายในระยะแรกสร้างรายได้ประมาณ 30 ล้านบาทในปีนี้นี่คือการเปลี่ยนจากธุรกิจ “ขายครั้งเดียว”สู่ “บริการต่อเนื่อง”
     

    แตกไลน์ “iBath” เจาะเทรนด์สุขภาพ

    อีกหมากสำคัญคือการเปิดตัว “iBath”อ่างน้ำเย็น (Ice Bath) สำหรับสายสุขภาพและนักกีฬา จุดขายคือใช้งานง่าย เป็นอ่างเป่าลม และทำความเย็นได้ภายใน 3 ชั่วโมง ตั้งราคาขายราว 70,000 บาทช่วงโปรโมชั่นสะท้อนว่า เจ.ดี.พูลส์ ไม่ได้ขายแค่ “สระ” แต่กำลังขาย “ไลฟ์สไตล์”

    ปัจจุบันบริษัทมีโชว์รูม 20 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มอีก 10 แห่งใน 3 ปีโมเดลสำคัญคือ “แฟรนไชส์”เพื่อลดภาระลงทุนขณะที่ตลาดต่างประเทศโฟกัสอาเซียนเป็นหลักโดยเฉพาะ “เมียนมา”ที่ยังเติบโต และคู่แข่งน้อยส่วนลาวและกัมพูชาเริ่มชะลอจากเศรษฐกิจและค่าขนส่ง

    เจาะตลาดรัฐแก้ปัญหาเด็กจมน้ำ

    อีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการรุก “ภาครัฐ” ผ่านโครงการสระว่ายน้ำงบประมาณ 500,000 บาทเตรียมเสนอให้ อปท. กว่า 7,400 แห่งทั่วประเทศเป้าหมายไม่ใช่แค่รายได้แต่ยังแก้ปัญหา “เด็กจมน้ำ”ซึ่งเป็น Pain Point ของสังคมไทย

     ต้นทุนพุ่ง แต่ยัง “ตรึงราคา”

    แม้ต้นทุนก่อสร้างทั้งปูนและเหล็ก จะเพิ่มขึ้นราว 15%แต่บริษัทเลือก “พยุงราคา” ได้อีก 2-3 เดือนจากสต็อกที่มีอยู่อย่างไรก็ตามหากของล็อตใหม่เข้ามามีโอกาสปรับขึ้น 5-10%

    ปีนี้  เจ.ดี.พูลส์ ตั้งเป้าเติบโต 10% สู่รายได้ประมาณ 500 ล้านบาทแม้ไม่ใช่ตัวเลขหวือหวาแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ“คุณภาพของการเติบโต”ที่กำลังเปลี่ยนจากรายได้ครั้งเดียว ไปสู่รายได้ระยะยาว และการต่อยอดสินค้าใหม่
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1232136&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mU5yHUYir3cIgImZZr8lL

  • ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนรับเปิดเทอม ราคาเฉลี่ย 2,000-3,000 บาท/คน

    ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนรับเปิดเทอม ราคาเฉลี่ย 2,000-3,000 บาท/คน

    (2 พ.ค. 69) บรรยากาศที่ตลาดสด ทม.มหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก หลังผู้ปกครองพาบุตรหลานออกมาเลือกซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน มาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง ร้านจำหน่ายชุดนักเรียนหลายร้านมีลูกค้าแน่นขนัด

    ผู้ปกครองส่วนใหญ่ เน้นพาบุตรหลานมาวัดตัวที่ร้าน เพื่อให้ได้ขนาดที่พอดี โดยเฉพาะเด็กที่มีรูปร่างผอมหรืออ้วนเป็นพิเศษ หลายครอบครัวเลือกซื้อเพียง 1 ชุดก่อน และวางแผนกลับมาซื้อเพิ่ม เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

    หากซื้อชุดนักเรียนแบบครบชุด ทั้งเสื้อผ้า , รองเท้า , กระเป๋าและอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 2,000 – 3,000 บาท ราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังคงเดิม แม้ค่าครองชีพด้านอื่นจะสูงขึ้น ขณะที่รองเท้านักเรียนบางยี่ห้อ ปรับราคาขึ้นอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 บาทต่อคู่

    ผู้ปกครองหลายราย เล่าว่า จำเป็นต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เนื่องจากในช่วงเปิดภาคเรียน มีค่าใช้จ่ายหลายด้านเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเล่าเรียน , อุปกรณ์การศึกษา และค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน ส่งผลให้ต้องทยอยซื้อของเท่าที่จำเป็นก่อนในแต่ละครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NrYbi5h1e&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zLBlzlDhgW_gHxyiEXLDd

  • ททท. เผยคนไทยเที่ยวสั้นเน้นประหยัดช่วงวันหยุดยาว ‘เชียงราย’ ติดเมืองน่าเที่ยวปี 69

    ททท. เผยคนไทยเที่ยวสั้นเน้นประหยัดช่วงวันหยุดยาว ‘เชียงราย’ ติดเมืองน่าเที่ยวปี 69

    คนไทยยุคเข็มขัดรัด เที่ยวใกล้บ้าน-รายได้ไม่พอสู้ราคา สัญญาณเตือนเศรษฐกิจปี 2569

    เชียงราย, 2 พฤษภาคม 2569 — วันหยุดยาวสี่วันต่อเนื่องระหว่างวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคล กลายเป็นกระจกสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยได้ชัดเจนที่สุดในรอบปี เมื่อคนไทยกว่า 2.83 ล้านคน-ครั้งออกเดินทาง แต่ส่วนใหญ่เลือกจุดหมายใกล้บ้าน พกกระเป๋าเบา และรัดเข็มขัดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นี่ไม่ใช่เพียงสัญญาณของการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แต่คือภาพสะท้อนของสังคมที่กำลังปรับสมดุลชีวิตใหม่ท่ามกลางคลื่นค่าครองชีพที่ยังไม่มีทีท่าจะถอยลง

    2.83 ล้านคน-ครั้ง และ 1 หมื่นล้านบาทที่บอกเล่าความจริงของตลาด

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ว่า ช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 คาดว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 64

    ตัวเลขดังกล่าวฟังดูน่าพอใจในแวบแรก แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียด พบว่าการท่องเที่ยวช่วงนี้มีลักษณะ “หดสั้น” ลงอย่างเห็นได้ชัด คนไทยหันหลังให้ทริประยะไกล แล้วเลือกพาครอบครัวพักผ่อนใกล้บ้านก่อนเปิดเทอม โดยเน้นจุดหมายที่ขับรถได้และไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน

    ข้อมูลจากอโกด้า ซึ่ง ททท. นำมาอ้างอิงในรายงาน ชี้ให้เห็นว่าการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ขับรถได้จากกรุงเทพมหานครพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาเดียวกัน ระยองเพิ่มขึ้นร้อยละ 44 พัทยาร้อยละ 40 และชลบุรีร้อยละ 29 ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยร้อยละ 12 ถึง 20 เลือกเที่ยวในจังหวัดตนเองหรือจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้างคืนเลย

    ภาคไหนคึกคัก ภาคไหนได้เงิน ภาพที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

    นางสาวฐาปนีย์ ระบุว่า ในเชิงพื้นที่ ภูมิภาคที่มีความคึกคักมากที่สุดสามอันดับแรกวัดจากจำนวนนักท่องเที่ยว ได้แก่ ภาคกลางที่ 843,700 คน-ครั้ง ภาคตะวันออกที่ 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ 558,300 คน-ครั้ง

    อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ได้เรียงลำดับตรงกับจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะภาคตะวันออกกลับสร้างรายได้สูงสุดถึง 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่านักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกมีกำลังจ่ายต่อหัวสูงกว่าภูมิภาคอื่น

    สำหรับจังหวัดยอดนิยมในกลุ่มเมืองหลัก ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่เมืองรองยอดนิยม ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย ซึ่งบ่งบอกว่าคนไทยส่วนหนึ่งเริ่มมองหาทางเลือกที่หลีกหนีฝูงชนและค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

    ไม่ใช่แค่ขี้เกียจเที่ยว แต่คือเงินในกระเป๋าที่บาง

    สาเหตุที่ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัวลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องความต้องการ แต่เป็นเรื่องความสามารถในการจ่าย นางสาวฐาปนีย์ ระบุชัดว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคเพิ่งผ่านการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พฤติกรรมการท่องเที่ยวจึงเปลี่ยนไปเน้นความคุ้มค่าและคำนึงถึงงบประมาณเป็นหลัก

    ภาพดังกล่าวสอดรับกับสิ่งที่บริษัท ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ค้นพบจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ในรายงาน Consumers Untold 2026 ที่เก็บข้อมูลจาก 20 จังหวัดทั่วประเทศรวมถึงประเทศลาว ณัฐวีร์ มาวิจักขณ์ หุ้นส่วนผู้บริหารแผนกการตลาด ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนา FOCAL 2026 ว่า “ความเชื่อมั่นล่มสลายไปแล้ว” ซึ่งทำให้คนไทยต้องเซ็ตระบบการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด หลังจากเผชิญทั้งผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมียนมา น้ำท่วมภาคเหนือและหาดใหญ่ การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และล่าสุดคือสงครามในตะวันออกกลาง

    “สิ่งที่ผู้บริโภคเจอคือสูญเสียเรื่อง wealth หรือความมั่งคั่งในชีวิต และสูญเสียสิ่งที่ชีวิตตัวเองควบคุมไม่ได้ สูญเสียความเชื่อมั่น” ณัฐวีร์ กล่าว

    ย่อขนาดความสุข เมื่อความฝันถูกบีบให้เล็กลง

    สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในผลสำรวจของ ดับบลิวพีพี มีเดีย คือกระบวนการ “Scale Down” ความต้องการของคนไทยในปี 2569 บ้าน รถ การเที่ยวต่างประเทศทุกเดือน และการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายชีวิตที่คนส่วนใหญ่ตั้งไว้ กลายเป็นสิ่งไกลตัวในทันที

    ความสุขในปี 2569 จึงถูกนิยามใหม่ว่า “กินอิ่มท้องนอนหลับ” หรือแค่ “พาครอบครัวไปทานอาหารนอกบ้านอร่อยสักมื้อ” ก็เพียงพอแล้ว แพน จรุงธนาภิบาล ผู้อำนวยการแผนกการตลาด ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ชี้ว่า “ตอนนี้ผู้บริโภคมีเงินไม่พอจะสู้กับเศรษฐกิจ”

    ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยสร้าง “เกราะป้องกัน” ทางการเงินสามระดับ ได้แก่ การหมั่นตรวจเช็กเงินในแอปพลิเคชันธนาคาร การบริหารหนี้โดยหันไปพึ่งคนรู้จักในครอบครัวแทนการกู้นอกระบบ และการซื้อประกัน อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจที่เกราะป้องกันอันดับสาม กลับเป็นสิ่งที่ผู้บริโภค “พร้อมทิ้งสุด” เมื่อเงินไม่พอ เพราะการจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องกลายเป็นภาระที่แบกไม่ไหว

    ราคาสินค้าขึ้นง่าย ลงยาก บทเรียนที่คนไทยกำลังจ่ายซ้ำ

    ปัญหาค่าครองชีพของไทยไม่ใช่แค่เรื่องสงครามตะวันออกกลางระลอกล่าสุด แต่เป็นการสะสมของแรงกดดันที่เริ่มมาตั้งแต่วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าหลายหมวดจะเริ่มปรับลดลงหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แต่การลดลงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และบางหมวดมีลักษณะ “ขึ้นแล้วลงยาก” โดยเฉพาะสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน

    ภาพรวมจากดัชนีราคาที่ใช้ค่าเฉลี่ยปี 2564 เป็นฐาน พบว่าราคาสินค้าพลังงานและเกษตรเคยเร่งตัวขึ้นแรงในช่วงปี 2565-2567 ก่อนเริ่มชะลอลงในปี 2568 และต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหลายรายการยังคงอยู่สูงกว่าฐานเดิม

    สินค้าที่แสดงการปรับลดลงชัดเจน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง ผักและผลไม้ รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์นม แต่ในทางตรงกันข้าม กลุ่มสินค้าอย่างอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารทะเลแปรรูป ผลิตภัณฑ์น้ำตาล และค่าโดยสารสาธารณะ กลับมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงต้นปี 2569 โดยไม่ได้ปรับลดลงชัดเจนแม้แต่น้อย

    ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกในทางเศรษฐศาสตร์ว่า “ความหนืดของราคา” ซึ่งเกิดจากต้นทุนสะสมที่ถูกส่งผ่านไปยังราคาขาย และเมื่อราคาถูกปรับขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการมักไม่ลดลงในทันทีแม้ต้นทุนบางส่วนเริ่มคลี่คลาย

    กนง. คงดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่ความร้อนแรงของอุปสงค์

    ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาที่ยังไม่บรรเทา คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยประเมินว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายเพียงชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน ไม่ใช่แรงกดดันจากอุปสงค์ที่ร้อนแรง

    KResearch คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.00 ตลอดปีนี้ เนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย หรือปัจจัยภูมิอากาศ สิ่งนี้หมายความว่านโยบายการคลังจะต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

    เชียงรายในโจทย์ค่าครองชีพ ตัวอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

    เชียงราย หนึ่งในเมืองรองยอดนิยมช่วงวันหยุดยาวนี้ มีบทบาทน่าสนใจในระบบเศรษฐกิจระดับจังหวัด รายงานวิเคราะห์เชิงลึกโครงสร้างค่าครองชีพรายจังหวัดของประเทศไทยช่วงปี 2565-2569 ชี้ให้เห็นว่า เชียงรายอยู่ในกลุ่มค่าใช้จ่ายครัวเรือน “ระดับกลาง-ล่าง” เมื่อเทียบกับทั้งประเทศ ซึ่งสูงกว่าจังหวัดอย่างลำปาง ตาก หรือกาฬสินธุ์ แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทั้งประเทศที่ 23,695 บาทต่อเดือน (ข้อมูลปี 2566 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    สิ่งที่ทำให้เชียงรายน่าสนใจเป็นพิเศษคือโครงสร้างรายได้ที่กำลังเปลี่ยนแปลง แม้ภาคการเกษตรในเชิงปริมาณจะหดตัวร้อยละ 1.1 ในปี 2567 แต่รายได้ของเกษตรกรกลับขยายตัวถึงร้อยละ 24.2 ในปี 2566 และร้อยละ 18.3 ในปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรอินทรีย์ กาแฟคุณภาพสูง และพืชเศรษฐกิจทางเลือก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อถูกควบคุมอยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 1.1 ถึง 1.3

    ในมุมมองของชาวต่างชาติ เชียงรายถูกจัดให้อยู่ใน Top 5 เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในประเทศไทยสำหรับกลุ่ม Expat และผู้ทำงานทางไกล ด้วยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 700 ถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ต่ำกว่าเชียงใหม่ที่ 870 ถึง 1,100 ดอลลาร์ และกรุงเทพมหานครที่สูงถึง 1,800 ดอลลาร์

    มองไปข้างหน้า พายุเศรษฐกิจยังไม่จบ

    แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คือการที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยผลักดันหลักได้แก่ การปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันขายปลีกหลังมาตรการตรึงราคาสิ้นสุดลง ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กดดันผลผลิตเกษตรโดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเนื้อสุกรและเนื้อไก่จากต้นทุนอาหารสัตว์ และค่าโดยสารทางอากาศที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น KResearch ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการเข้าสู่ภาวะ El Niño ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะซ้ำเติมต้นทุนภาคเกษตรให้หนักยิ่งขึ้น

    ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หากมาตรการตรึงราคาในประเทศสิ้นสุดลง ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดจะปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง โดยจังหวัดที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางการผลิตอย่างเชียงรายและยะลา จะแบกรับภาระนี้หนักที่สุด

    สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีกำลังซื้อ ผลสำรวจของ ททท. พบว่าคนไทยกลุ่มที่มีกำลังซื้อให้ความสนใจค้นหาข้อมูลการเดินทางไปโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 134 และดานังเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 ในช่วงเวลาเดียวกับวันหยุดยาวนี้ ซึ่งหมายความว่าเงินของกลุ่มที่ยังจ่ายได้กำลังรั่วไหลออกนอกประเทศมากขึ้น

    บทสรุป ไทยกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับยุคแห่งความไม่แน่นอน

    ภาพของวันหยุดยาวต้นพฤษภาคม 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นสภาพสังคมและเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ คนไทยยังออกเดินทาง แต่ออกด้วยกระเป๋าที่เบากว่า แผนที่สั้นกว่า และความคาดหวังที่ถูกปรับลดลงอย่างสมเหตุสมผล ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจมหภาคยังอยู่ระหว่างการรับมือกับแรงกดดันหลายทาง ทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนอาหาร และความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์

    การที่ผู้บริโภคชาวไทยพร้อมจ่ายกับ “ราคาถูกกว่าปกติเพียงเล็กน้อย” เพื่อสัมผัสความรู้สึก “ชนะ” ในชีวิตประจำวัน บอกเราว่านี่คือสังคมที่กำลังปรับสมดุลใหม่ทั้งทางจิตใจและการเงิน และหน้าที่ของนโยบายรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปี 2569 คือการสร้างสภาพแวดล้อมให้การ “ชนะเล็กๆ” เหล่านี้สะสมเป็นความเข้มแข็งของครัวเรือนในระยะยาวได้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/thailand-economy-2026-cost-of-living/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0M7YStgcwFdi0_buqkEVIt

  • รีวิว: แจกพิกัดกิน-เที่ยว-กางเต็นท์ #Chill Out ช่วงพฤษภาคม

    รีวิว: แจกพิกัดกิน-เที่ยว-กางเต็นท์ #Chill Out ช่วงพฤษภาคม

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/kJLQZexgz7bv&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-MgZfYi49cQatff_K9gLZ

  • เปิดฉาก “เทศกาลสีสันตะวันออก EEC” ครั้งที่ 15 แหล่งรวมอาหารเด็ด ของดีจากท้องถิ่น

    เปิดฉาก “เทศกาลสีสันตะวันออก EEC” ครั้งที่ 15 แหล่งรวมอาหารเด็ด ของดีจากท้องถิ่น

    เปิดฉาก “เทศกาลสีสันตะวันออก EEC” ครั้งที่ 15 แหล่งรวบรวมของดีรสชาติเด็ดแห่ง 3 จังหวัดภาคตะวันออก ถ่ายทอดวัตถุดิบอาหารจากท้องถิ่น สู่รันเวย์แฟชั่นสุดทันสมัย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลิ้มลอง ต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้

    กลับมาอีกครั้งสำหรับ “เทศกาลสีสันตะวันออก EEC” ครั้งที่ 15 โดยการรวมตัวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (EEC) ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ภายใต้การจัดงานโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 ณ ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี 

    การจัดงานครั้งนี้ นำเสนอแนวคิดสุดพิเศษ ภายใต้ธีม “From Local Cuisine to Modern Culinary Fashion” หรือ “จากอาหารท้องถิ่น สู่อาหารแฟชั่นสุดทันสมัย” สะท้อนการนำ “ของดีท้องถิ่น” จาก 3 จังหวัด EEC มาต่อยอดสู่ประสบการณ์สร้างสรรค์ที่ผสานอาหาร ศิลปะ แฟชั่น และความบันเทิง เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาทั้ง “คอนเทนต์” และ “ความอร่อย” ไปพร้อมกัน

    โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 โดยนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวบรวม “รสชาติแห่งภาคตะวันออก” มาไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอาหารหลากหลายเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นคุณภาพ พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ความคึกคัก และเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตสินค้า OTOP และผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้แสดงศักยภาพ สร้างรายได้ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในอนาคต 

    ไฮไลท์สำคัญในพิธีเปิดคือ กระทะยักษ์สุดอลังการ ที่รวบรวมวัตถุดิบขึ้นชื่อจาก 3 จังหวัด EEC  เป็นสัญลักษณ์แห่งการผนึกกำลังของชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมรสชาติแห่งความเป็น “ภาคตะวันออก” ผ่านเมนูข้าวผัด EEC ควบคู่ไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์แห่งรสชาติ ผ่านการแสดงบนเวทีที่ผสานดนตรี การเคลื่อนไหว และเรื่องราวของอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ 

    ภายในงานรวบรวมร้านอาหารและสินค้าท้องถิ่นกว่า 120 ร้านค้าจาก 3 จังหวัด คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมบรรยากาศริมทะเลสุด Chill ในรูปแบบ Night Festival ที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา มางานเดียว ชิมครบ กลับบ้านพร้อมของฝากจาก 3 จังหวัด

    ชลบุรี — อาหารทะเลและตำนานรสชาติแห่งอ่าวไทย 

    นำโดย ร้านสมชายไข่หมึก ร้านดังขึ้นชื่อเรื่อง ไข่หมึกทอด กรอบนอก นุ่มใน กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอตั้งแต่ได้กลิ่น ชุมชนตะเคียนเตี้ย ส่งมอบ แกงไก่กะลา อาหารพื้นบ้านสูตรดั้งเดิมที่หาชิมได้ยากยิ่ง สะท้อนภูมิปัญญาของชุมชนที่สืบทอดมานานกว่าร้อยปี และ ทะเลถังบางแสน ที่มาพร้อมเมนูหลากหลาย ทั้ง ทะเลถัง มาม่าไข่กุ้ง และ คอร์นชีส เมนูโปรดที่กินแล้วอยากกินอีก

    ระยอง — รสเด็ดจากเมืองผลไม้

    ระยองมาพร้อมความหลากหลายที่ถูกใจทั้งคนรักความเผ็ดและคนรักความหอม เตี๋ยวต้มยำ โต้ตอมตั้น ขวัญใจนักชิมมาพร้อม เตี๋ยวต้มยำ สูตรต้นตำรับและ น้ำซอสเตี๋ยวต้มยำ ขวดพิเศษที่ซื้อกลับบ้านเป็นของฝากได้เลย โชคหมูอบโอ่ง นำเสนอ หางหมูอบโอ่ง และ สามชั้นอบโอ่ง กรอบนอกนุ่มในด้วยภูมิปัญญาการอบด้วยโอ่งดินที่สืบทอดมายาวนาน และปิดท้ายด้วยความสดชื่นจาก COCO LOVE กับเมนูเด็ด น้ำมะพร้าวปั่นใส่เม็ดสาคูต้นแท้ รสชาติหวานมันหอมกลิ่นมะพร้าวสดจากต้นเองโดยแท้

    ฉะเชิงเทรา — ของดีเมืองแปดริ้ว

    ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ริมสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง ส่งตรงความสดใหม่มาให้ชิมกันถึงในงาน นำโดย บ้านสวนเมล่อน บ้านโพธิ์ ที่มาพร้อม Garno Sparkling Wine เครื่องดื่มผลไม้อัดลมสูตรพิเศษที่กลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ฟาร์มสุขสำราญ นำ มะม่วงสดและน้ำมะม่วงปั่น จากสวนโดยตรง หวานฉ่ำถึงใจฉบับชาวสวนแท้ๆ และ mAke On Farm ที่การันตีความสดด้วย กุ้งก้ามกราม ตัวโตสดจากฟาร์ม เนื้อแน่น รสหวานธรรมชาติ

    และไฮไลท์สุดพิเศษ คือ การประกวด EEC Food Runway Contest ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เทศกาลสีสันตะวันออก ที่นำ “อาหาร” ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่มาตีความใหม่เป็น “ชุดแฟชั่นที่สวมใส่ได้จริง” บนรันเวย์สายยาวริมทะเล ผู้เข้าแข่งขันจะต้องออกแบบและสร้างสรรค์ชุดที่สื่อถึงอาหาร หรือวัตถุดิบท้องถิ่นจากกลุ่มจังหวัด EEC โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านแฟชั่นและอาหารร่วมตัดสิน ซึ่งจัดประกวดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม บนเวทีกลาง ริมชายหาดพัทยากลาง 

    นอกจากนี้ ยังจะได้เต็มอิ่มกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ท่ามกลางสายลมทะเลและแสงไฟริมหาด ได้แก่ YOURMOOD (1 พ.ค. — คืนพิธีเปิด), HERS (2 พ.ค.), ก้านตอง ทุ่งเงิน (3 พ.ค.) และ ปลานิลเต็มบ้าน (4 พ.ค.) และอีกหนึ่งในไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด คือโซนกิจกรรมสาธิตงานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือทำด้วยตัวเองและนำผลงานกลับบ้านได้เลย 

    ได้แก่ การทำ ขนมควยลิง ขนมพื้นบ้านโบราณที่หาชิมได้ยากในยุคนี้ การทำ แจงลอน งานจักสานอันละเอียดอ่อนที่สะท้อนฝีมือช่างพื้นบ้านภาคตะวันออก การประดิษฐ์พวงมโหตรการบูร เครื่องหอมพื้นถิ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว รวมถึงการ เพนต์ที่วางสบู่กะลา งานศิลปะสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติที่นำกลับไปตั้งโชว์ได้ทันที

    ตลอดงานยังมีการแสดงมายากล เดอะแจ็คคอมเมดี้ ที่นำเสนอโชว์สนุกสนานเฮฮาเอาใจทุกเพศทุกวัย พร้อมด้วย ดนตรีขับกล่อมตลอดงาน สร้างบรรยากาศอบอุ่นและมีชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าจนค่ำ แคมเปญสะสมคูปองลุ้นรับของรางวัล, กิจกรรมสำหรับครอบครัวและเด็กๆ รวมถึงจุดถ่ายรูปธีม Food Runway สุดเก๋ เอาใจสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ 

    และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก โดยใช้ภาชนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดจุดคัดแยกขยะอย่างชัดเจน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถต่อยอดธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ “ไทยมีดี.com” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะบนแพลตฟอร์ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2930282&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HthlaoGMkB-pQbGodfc5w

  • ชูแนวคิดดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทย

    ชูแนวคิดดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/145167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oDlGiuVXT1Yev9w2aH5zO

  • ไม่ทำไม่ได้แล้ว! “ประเสริฐ” ลั่นทุกสถานศึกษาต้องปฏิบัติ ลดภาระผู้ปกครอง ห้ามฝ่าฝืน  | เดลินิวส์

    ไม่ทำไม่ได้แล้ว! “ประเสริฐ” ลั่นทุกสถานศึกษาต้องปฏิบัติ ลดภาระผู้ปกครอง ห้ามฝ่าฝืน  | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทรารามว่า จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการ “ลดภาระผู้ปกครอง” มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

    รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้จากการติดตามพบว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย หรือจำเป็นต้องติดตามสอบถามด้วยตนเอง โดยศธ.ออกประกาศเพิ่มเติม กำหนดมาตรการสำคัญ 2 ด้าน คือ มาตรการที่ 1 ลดค่าใช้จ่ายทันที ปรับระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจยกระดับจากการ “ขอความร่วมมือ” เป็น “แนวทางปฏิบัติ” ที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ โดยเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ได้แก่ ชุดนักเรียนอนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ความยืดหยุ่นด้านการแต่งกาย

    ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจำเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่ชุดลูกเสือ–เนตรนารี ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ กระเป๋าและรองเท้า

    เปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง  การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน

    ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

    การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครองมาตรการที่ 2: จัดหาอุปกรณ์การเรียน “ราคาควบคุม” เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริง กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดหาและกระจาย หนังสือเรียน แบบเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ผมเข้มมาตรการติดตามผล เน้น ทุกโรงเรียนต้องเกิดผลจริง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาโดยรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง การรายงานผลจากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ การเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองโดยตรง

    หากพบว่าสถานศึกษาใดยังไม่ดำเนินการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งเข้าไปหารือ แก้ไข และกำกับติดตามอย่างใกล้ชิดในทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5830907/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oTLHohF3i2AFShogbbKXt

  • นักการเมืองรุ่นใหม่ เบียร์ วีระยุทธ วัย 28 นั่งผู้ช่วยเลขาฯ คมนาคม

    นักการเมืองรุ่นใหม่ เบียร์ วีระยุทธ วัย 28 นั่งผู้ช่วยเลขาฯ คมนาคม

    นักการเมืองรุ่นใหม่ เบียร์ วีระยุทธ วัย 28 นั่งผู้ช่วยเลขาฯ คมนาคม

    เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่งตั้ง “นายวีระยุทธ งามจิตร” เข้าดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ของนายสรรเพชญ บุญญามณี  

    การแต่งตั้งครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเสริมทีมงานในระดับการเมืองของกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ในช่วงขับเคลื่อนนโยบายโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล โดยตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการฯ ถือเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานระหว่างฝ่ายการเมือง หน่วยงานราชการ และการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

    สำหรับ “วีระยุทธ งามจิตร” หรือ “เบียร์” เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันอายุ 28 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และอยู่ระหว่างศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านการบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงหลักสูตรปริญญาโทความร่วมมือกับสถาบันในสาธารณรัฐฝรั่งเศส  

    ในเส้นทางการเมืองและงานนโยบายที่ผ่านมา เคยทำหน้าที่ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักวิเคราะห์นโยบาย รวมถึงผู้ชำนาญการประจำตัว สส. อดีตผู้ลงสมัคร สส. ขอนแก่น และคณะทำงานรัฐมนตรีคมนาคม ที่เคยได้ลงพื้นที่ติดตามงานและผลักดันโครงการต่าง ๆ ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น และแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 

    การเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว สะท้อนภาพการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในโครงสร้างการเมืองระดับกระทรวง อย่างไรก็ตาม บทบาทและผลงานหลังจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติในกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ

    นักการเมืองรุ่นใหม่ เบียร์ วีระยุทธ วัย 28 นั่งผู้ช่วยเลขาฯ คมนาคม

    ประวัติ นายวีระยุทธ งามจิตร (เบียร์) เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ปัจจุบัน อายุ 28 ปี
    – การศึกษา
    o ประถมศึกษา โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน สังกัด เทศบาลนครขอนแก่น
    o มัธยมศึกษา โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น
    o อุดมศึกษา
    ▪ 2564 ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)
    ▪ กำลังศึกษา ปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ สำหรับนักบริหาร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ▪ กำลังศึกษา หลักสูตรคู่ขนานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Master Administration Publique, Institut de Pré Bretagne Occidentale Générale, Université Bretagne Occidentale (UBO) สาธารณรัฐฝรั่งเศส
    – หลักสูตรที่ผ่านการอบรม
    o หลักสูตรวุฒิบัตรการพัฒนาศักยภาพของผู้ช่วยและผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า
    o หลักสูตรวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการประจาตัวสมาชิกรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า
    – การทำงาน
    o 2564 ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายพิสิฐ ลี้อาธรรม (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง)
    o 2565 นักวิเคราะห์นโยบาย สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย
    o 2566 ผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์
    o 2566 ผู้ช่วยกรรมการบริหาร บริษัท สมิหลา โคลด์ สโตเรจ จำกัด
    o 2566 ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายสรรเพชญ บุญญามณี
    o 2567 อนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบงบประมาณไทย (Budget refrom)
    o 2568 คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
    o 2568 ผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
    o ปัจจุบัน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสรรเพชญ บุญญามณี)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/741818&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zBuAPWBLK_aWgoehGmBRO

  • รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

    รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

    รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

    รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง – กำชับลดภาระ-ค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง -แต่งชุดสุภาพ/พละ-ลดวันแต่งชุด นร. ได้-จัดหาอุปกรณ์การเรียนราคาเหมาะสม

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนวัดอมรินทราราม เขตบางกอกน้อย เพื่อติดตามผลกระทบของสถานศึกษาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษาที่ 2569 ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งโรงเรียนวัดอมรินทราราม ได้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละ 100,000 บาท แม้ค่าไฟจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้เป็นภาระผู้ปกครอง รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง นำเทคโนโลยีมาใช้ ผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แม้แต่การประชุม ก็สามารถประชุมออนไลน์ได้ รวมถึงยังเป็นการลดภาระครูด้วย รวมถึงยังสามารถตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนบุตรหลานได้ และตรวจสอบการใช้จ่ายของบุตรหลานภายในโรงเรียนได้ว่า แต่ละวันมีการใช้จ่ายอะไรบ้าง เข้าเรียนในเวลากี่โมง และขาดส่งงานวิชาใดบ้าง พร้อมทั้งยังมีห้องปลอดฝุ่น PM2.5 นำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ ทั้งกระดานปลอดฝุ่น ฟอกอากาศจากคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นออกซิเจน เป็นต้น

    รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

    นายประเสริฐ ยังได้มอบนโยบายการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองให้กับผู้อำนวยการสถานศึกษาประถมศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยอนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นเรียน หรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน และส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันใส่ชุดพละ หรือชุดสุภาพ เพื่อลดการใส่ชุดนักเรียน และเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ไม่ต้องใส่เต็มรูปแบบ สามารถใช้ผ้าพันคอ หรือหมวก ร่วมกับชุดนักเรียน หรือชุดพละได้ รวมถึงการจัดหาหนังสือเรียนแบบเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และเปิดกว้างรูปแบบกระเป๋า และรองเท้า ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยขอคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง พร้อมกำชับผู้อำนวยการสถานศึกษา ออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครอง

    รมว.ศธ.ติดตามผลกระทบสถานศึกษาเหตุสู้รบตะวันออกกลาง

    นายประเสริฐ ระบุว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดำเนินการอย่างการลดภาระผู้ปกครองมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเข้าใจดีว่า ภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คือ หนึ่งในความกังวลหลักของผู้ปกครองในเวลานี้ จึงไม่ต้องการให้ความร่วมมือเป็นเพียงแนวทางเชิงขอร้องอีกต่อไป แต่ต้องเกิดผลจริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ

    ขณะที่ ช่วงบ่ายวันนี้ (2 พ.ค.) นายประเสริฐ ยังได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ และโรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม เขตยานนาวา เพื่อตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ตรวจดูความพร้อมของโรงเรียนและสถานที่ ก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษาที่ 2569 ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้

    นายประเสริฐ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนถึงหลักสูตรการศึกษาที่ยังล้าสมัย บางเนื้อหาดำเนินการสอนตั้งแต่ปี 2551 ว่า ขณะนี้ กำลังดำเนินการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาการศึกษาในภาพใหญ่ได้ และในภาพเล็กตนได้มอบหมายให้สภาการศึกษา หรือ สกศ.ไปดำเนินการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรให้ยืดหยุ่น ทันต่อสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลง ซึ่งกระทรวงศึกษากำลังดำเนินการ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378976897&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AXdkpdvIfYW4fNCaPjfW0