Blog

  • เตรียมตัวให้พร้อมกับการรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับ ปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    เตรียมตัวให้พร้อมกับการรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับ ปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/114799/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09EbsQwZo9iAAey0Uk_oG_

  • สศส. จับมือ จ.เพชรบุรี เปิดเวที ‘ประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน’ สืบสานต่อยอดวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเมืองเพชรฯ ส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

    สศส. จับมือ จ.เพชรบุรี เปิดเวที ‘ประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน’ สืบสานต่อยอดวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเมืองเพชรฯ ส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

    สศส. จับมือ จ.เพชรบุรี เปิดเวที ‘ประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน’ สืบสานต่อยอดวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเมืองเพชรฯ ส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

    วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ สศส. ภายใต้โครงการส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์องค์การยูเนสโกในประเทศ ไทย (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ร่วมกับ สำนักงานจังหวัดเพชรบุรี เปิดเวทีกิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน (Cooking and Storytelling Competition)ภายใต้ แนวคิด “รสเพ็ดรี มีดีไม่เหมือนใคร” เพื่อตอกย้ำบทบาทเพชรบุรีในฐานะเมืองสร้าง สรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ของประเทศไทย มุ่งเน้นการส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

    กิจกรรมนี้มีการจับคู่ “แม่ครัวหัวเตา” กับ “นักเล่าเรื่องรุ่นเยาว์” ถ่ายทอดสูตรอาหารประจำบ้านผ่านการปรุงและการเล่าเรื่องในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นขณะเดียวกันยังเป็นเวทีสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ชุมชนและต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ณ สวนตาลลุงถนอม อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

    พุฒศรี สามี ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “กิจกรรมการประกวดฯ ไม่ใช่เพียงเวทีแข่งขันทำอาหาร แต่คือการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและรากเหง้าของชุมชนในเพชรบุรี เราเชื่อว่าอาหารคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ซึ่ง สศส.ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์เพชรบุรีผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ ชวนสำรวจ รีวิวตัวเอง ,รู้จักเรื่องราว รู้ลึกถึงรากและต่อยอดผ่านประสบการณ์ใหม่ สู่ตลาดใหม่เพื่อให้วัฒนธรรมอาหารเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนการจับคู่ แม่ครัวหัวเตากับนักเล่าเรื่องรุ่นเยาว์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการสานต่อพลังระหว่างรุ่น ถ่ายทอดคุณค่าและความคิดสร้างสรรค์ให้อาหารพื้นถิ่นเข้าถึงผู้คนในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ กิจกรรมนี้ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการสื่อสารอัตลักษณ์เมืองผ่านอาหาร เสริมบทบาทของเพชรบุรีในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล”

    ด้าน วันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า “เพชรบุรีได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี 2564 ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร จากรากฐานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทั้งวัตถุดิบพื้นถิ่น อาทิ น้ำ ตาลโตนด มะนาวแป้น และเกลือสมุทร ผสานภูมิปัญญาการปรุงอาหารที่สืบทอดกันมา ก่อเกิดเป็น “รสเพ็ดรี” ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำรับอาหารและเรื่องเล่าของแต่ละบ้าน ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบและรสชาติ แต่เป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมา กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่รักษาเอกลักษณ์ของเพชรบุรี แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนและเยาวชนได้แสดงศักยภาพและต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ การประกวดฯจึงเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับเพชรบุรีให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่เข้มแข็งและยั่งยืน”

    การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน ไม่ได้เป็นเพียงเวทีโชว์ฝีมือการทำอาหารเท่านั้น แต่คือการนำภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย โดยมีทีมแม่ครัวและนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ 3 ทีมที่สะท้อนรากเหง้าความหลากหลายของเพชรบุรีอย่างน่าสนใจ ได้แก่ สำรับกะเหรี่ยงโปว์ โดย แม่ครัวป้าแหวน x แม่ครัวซูซี่ นำเสนอเมนู เชอเง๊กะทิ ข้าวห่อกะเหรี่ง แกงข้าวคั่ว และซูชิข้าวกะเหรี่ยง ซึ่งสะท้อนวิถีชุมชนกะ เหรี่ยงที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์ไว้ และต่อยอดผสมผสานอาหารรูปแบบใหม่ได้อย่างลงตัว สำรับลาวโซ่ง โดย แม่ครัวป้าติ๋ม x แม่ครัวพลอย นำเสนอเมนู แกงหน่อส้ม แจ่วด้าน ผักจิ้ม ปลาแดดเดียวและหมูลอย ถ่ายทอดรสชาติจัดจ้านถูกปากทุกเมนู สำรับแม่ครัววัดใหญ่สุวรรณาราม โดย แม่ครัวป้าเตี้ย x แม่ครัวนัท นำเสนอเมนู แกงหัวกะโหนด และยำใหญ่แบบเพชรบุรี รังสรรค์อาหารอย่างละเมียดละไม สืบทอดเมนูพื้นถิ่นแบบเพชรบุรี

    ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรุงสำรับประจำบ้าน การชิมวัตถุดิบเพ็ดรี นิทรรศการอาหารไปจนถึงการเสวนา “รสเพ็ดรี สำรับนี้มีดีอยากเล่า” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประกาศผลและมอบรางวัลอย่างอบอุ่นซึ่งแต่ละทีมได้รับรางวัลที่สะท้อนเอกลักษณ์ของตนเอง ดังนี้ ราง วัล “สำรับชวนว้าว” รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ตกเป็นของ ทีมแม่ครัวกะเหรี่ยง ถ่ายทอดภูมิปัญญาป่าพื้นถิ่นอย่างมีเสน่ห์

    เมนูเหล่านี้สื่อถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษตามวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง  เราได้นำข้าวกะเหรี่ยงมาต่อยอดกับคนรุ่นใหม่ออกมาเป็นเมนูซูชิ ส่งต่ออาชีพให้รุ่นลูกหลานในอนาคต ขอบคุณที่ให้โอกาสกลุ่มกะเหรี่ยงได้เข้ามามีส่วนร่วมและบอกเล่าเรื่องราวอาหารของชาวกะเหรี่ยง สามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารและเป็นการบอกต่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปดูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งใน 1 ปีจะมีประเพณีของชาวกะเหรี่ยง 3 ประเพณีด้วยกัน แต่ละประเพณีจะมีอาหารแต่ละประเภทไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในแต่ละช่วง อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสวิถีชุมชนของเราอย่างแท้จริงทีมแม่ครัวกล่าว

    รางวัล “สำรับชวนฟัง” รางวัลการเล่าเรื่องน่าฟัง มอบให้กับ ทีมแม่ครัวชุมชนวัดใหญ่สุวรรณาราม ที่ใช้การเล่าเรื่องเชื่อมโยงอาหารกับประวัติศาสตร์วัดและวิถีชีวิตอย่างน่าประทับใจ

    “แกงหัวกะโหนดเป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดเพชรบุรี วัตถุดิบมาจากผลผลิตของชาวบ้านทุกอย่าง ปกติเราเป็นแม่ครัวอยู่ที่วัดใหญ่สุวรรณา ราม ใครอยากชิมรสชาติอาหารพื้นเมืองเพชรบุรีสามารถมาหาแม่ครัวได้ที่วัดได้ และทางทีมแม่ครัวฯ ก็รู้สึกมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานครั้งนี้”

    รางวัล “สำรับชวนหิว” รางวัลรสชาติอาหารอร่อย ยกให้ ทีมแม่ครัวลาวโซ่ง ที่จัดสำรับหลากหลายและรสชาติจัดจ้านจนทำให้ผู้เข้าร่วมงานอยากลิ้มลองทันที

    “เราอยากให้ผู้คนได้รู้จักชุมชนของเราผ่านเมนูเหล่านี้ ซึ่งเราสามารถหาวัตถุดิบได้เองจากท้องถิ่นของเรา เป็นอาหารพื้นบ้านที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชนได้ดี มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมในการประกวดครั้งนี้และได้รับรางวัลนี้”

    การประกวด “รสเพ็ดรีประจำบ้าน” ครั้งนี้ ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า “รสเพ็ดรี” คือรสชาติที่สะท้อนความหลากหลายของเพชรบุรี ไม่ว่าจะเข้มข้นแบบกะเหรี่ยง จัดจ้านแบบลาวโซ่ง หรือประณีตละเมียดละไมแบบตำรับวัดใหญ่สุวรรณาราม ล้วนเป็นพลังแห่งภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การสืบ สานและต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ

    พุฒศรี สามี ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    พุฒศรี สามี ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    วันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี

    วันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี

    ทีมกะเหรี่ยงโปว์

    ทีมกะเหรี่ยงโปว์

    ทีมลาวโซ่ง

    ทีมลาวโซ่ง

    ทีมแม่ครัววัดใหญ่สุวรรณาราม

    ทีมแม่ครัววัดใหญ่สุวรรณาราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/910276&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GBvXiPnGeIcX9sLvPb5QJ

  • นักการเมืองเพิ่มผลประโยชน์ตัวเอง ไม่สนประชาชนเดือดร้อน ชนวนเหตุประท้วงเดือดอินโดนีเซีย

    นักการเมืองเพิ่มผลประโยชน์ตัวเอง ไม่สนประชาชนเดือดร้อน ชนวนเหตุประท้วงเดือดอินโดนีเซีย

    การปะทะรุนแรงปะทุขึ้นทั่วอินโดนีเซีย นับเป็นบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมา 10 เดือนของ ปราโบโว ซูเบียนโต โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายจากเหตุการณ์ประท้วงตามจุดต่างๆ

    อินโดนีเซียซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังคุกรุ่นด้วยความไม่พอใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ เช่น สวัสดิการทางการเงินสำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติ แต่การเสียชีวิตของคนขับมอเตอร์ไซค์ได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงอย่างกว้างขวางในวันศุกร์ (29 ส.ค.)

    – ความโกรธที่ฝังรากลึก –

    ความไม่พอใจที่ฝังรากลึกปรากฏขึ้นบนท้องถนนในกรุงจาการ์ตา เมื่อผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันหน้ารัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) ด้วยความโกรธแค้นต่อสวัสดิการที่ฟุ่มเฟือยสำหรับสมาชิกรัฐสภา ซึ่งรวมถึงค่าเบี้ยเลี้ยงที่อยู่อาศัยที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในเมืองหลวงเกือบ 10 เท่า

    การชุมนุมประท้วงครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) โดยมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาประท้วงต่อต้านค่าแรงต่ำช่วงกลางคืน ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำสลายฝูงชนดังกล่าว

    ระหว่างการประท้วงนั้น รถตู้ยุทธวิธีสีดำจากหน่วยกึ่งทหารเคลื่อนที่ (Brimob) ได้ขับรถชน อัฟฟาน คูร์เนียวาน คนขับมอเตอร์ไซค์ที่เรียกจากแอปพลิเคชันวัย 21 ปี เสียชีวิต โดยขณะเกิดเหตุอัฟฟานกำลังขับรถไปส่งอาหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงเลย

    ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตและยิ่งทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อยุทธวิธีของตำรวจมากขึ้นไปอีก

    คนอินโดนีเซียรวมตัวประท้วงตำรวจหน้าสำนักงานใหญ่ตำรวจนครบาลในกรุงจาการ์ตา Photo by Aditya IRAWAN / AFP

    คนอินโดนีเซียรวมตัวประท้วงตำรวจหน้าสำนักงานใหญ่ตำรวจนครบาลในกรุงจาการ์ตา Photo by Aditya IRAWAN / AFP

    – การประท้วงขยายวง –

    การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเสียชีวิตของอัฟฟาน โดยการชุมนุมเริ่มขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

    ประชาชนหลายพันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ขับรถมอเตอร์ไซค์ หรือ “โอเจก” ในอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับอัฟฟาน ได้ออกมาประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่หน่วยกึ่งทหารเคลื่อนที่ และสำนักงานตำรวจในกรุงจาการ์ตา

    ผู้ประท้วงได้ขว้างประทัด ระเบิดเพลิง และก้อนหิน ขณะที่บางส่วนได้ก่อเหตุวางเพลิง

    การประท้วงยังเริ่มขึ้นในเมืองต่างๆ เช่น ยอกยาการ์ตา บันดุง โซโล และเซมารังในเกาะชวา และเมดานในสุมาตรา

    มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บ 4 รายในเมืองมากัสซาร์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะสุลาเวสีทางตะวันออก หลังจากผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารสภา

    – ยอดน้ำแข็ง –

    ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนออกมาประท้วงการตัดงบประมาณอย่างกว้างขวางของปราโบโวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

    ปราโบโวอ้างว่า ตัดงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายประชานิยม ซึ่งรวมถึงโครงการอาหารฟรีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับเด็กนักเรียนและคุณแม่ตั้งครรภ์

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ชาวอินโดนีเซียรู้สึกผิดหวังกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเอง

    ภีมะ ยุธิสติรา อาธิเนการา ผู้อำนวยการบริหารศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมายเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า “นอกจากนี้ยังมีปัญหาภาษีที่ไม่เป็นธรรม กำลังซื้อที่ลดลงของประชาชน และการขาดโอกาสในการทำงาน”

    กระทรวงแรงงานระบุว่า มีคนถูกเลิกจ้างมากกว่า 42,000 คนระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้น 32% จากปีที่แล้ว

    พนักงานขับรถสาธารณะที่เรียกผ่านแอปพลิดคชันอย่างคูร์เนียวันก็ต้องเผชิญกับการหักเงินมากขึ้นและชั่วโมงการทำงานที่นานขึ้นเช่นกัน

    ภีมะกล่าวว่าความไม่พอใจนั้นปะทุขึ้นเพราะสมาชิกรัฐสภาขาดความเห็นอกเห็นใจ “ปัญหาต่างๆ ทับถมกันเหมือนฟางแห้ง แล้วรัฐสภาก็จุดไฟ”

    “นี่เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น” ภีมะกล่าว

    ผู้ประท้วงจุดไฟเผารถยนต์ระหว่างการประท้วงแสดงความไม่พอใจที่ตำรวจขับรถชนคนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิต Photo by Aditya Aji / AFP

    ผู้ประท้วงจุดไฟเผารถยนต์ระหว่างการประท้วงแสดงความไม่พอใจที่ตำรวจขับรถชนคนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิต Photo by Aditya Aji / AFP

    – บททดสอบปราโบโว –

    การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของปราโบโวนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอดีตนายพลรายนี้ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อระงับความโกรธแค้นของประชาชน

    “ถ้าผมเป็นประธานาธิบดี ผมจะปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกจากตำแหน่ง” มาเด ซูปรีอัตมา นักวิจัยจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ กล่าวกับสำนักข่าว AFP “ประชาชนต้องการสัญลักษณ์จากเขา”

    ปราโบโวและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สัญญาว่าจะสอบสวนการเสียชีวิตของอัฟฟาน

    ตำรวจยังได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจกึ่งทหาร 7 นาย โดยอ้างว่าพวกเขาละเมิดจรรยาบรรณ

    – การประท้วงกำลังจะตามมาอีก –

    คาดว่าจะมีการประท้วงเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ความโกรธแค้นของประชาชนเริ่มคุกรุ่น

    นักศึกษาหลายร้อยคนได้รวมตัวกันที่หน้าสำนักงานตำรวจชวาตะวันออกในเมืองสุราบายาเมื่อวันเสาร์ ตามรายงานของนักข่าว AFP ที่อยู่ ณ ที่เกิดเหตุ

    ผู้ขับขี่รถยนต์รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างบางรายกล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาจะกลับไปประท้วงบนท้องถนนในเร็วๆ นี้เพื่อต่อต้านสมาชิกรัฐสภา

    นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการประท้วงนอกรัฐสภาเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา

    Photo by YASUYOSHI CHIBA / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/what-triggered-violent-protests-across-indonesia&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2I3IXz4OTlCwsjEkCOR50L

  • “อนุสรณ์” เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลขัดตาทัพ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน : อินโฟเควสท์

    “อนุสรณ์” เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลขัดตาทัพ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน : อินโฟเควสท์

    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจ สถาบันทางด้านการลงทุนของไทย มีความมั่นคงและเข้มแข็งระดับหนึ่งในการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลย่อมนำมาสู่ความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ การชะลอตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ย่อมเกิดขึ้น การชะลอตัวของการลงทุนจะมากหรือน้อย อยู่ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็วแค่ไหน และองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีประกอบไปด้วยคนดีมีความรู้ความสามารถหรือไม่

    ความเชื่อมั่นการลงทุนอาจสั่นคลอนมากขึ้น หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว แม้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้ว แต่มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาลใหม่อาจอยู่ไม่นาน ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปเศรษฐกิจไม่สามารถทำได้ในระยะนี้ รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่รอกระบวนการตัดสินใจต้องชะลอออกไปก่อน จนกว่าหลังการเลือกตั้งในอีก 4-6 เดือนข้างหน้า ซึ่งเราหวังว่าจะได้รัฐบาลเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพ

    นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยังเป็นไปตามวิถีทางแห่งกฎหมาย และครรลองของระบอบประชาธิปไตยตามกลไกรัฐสภา ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการลงทุนจะอยู่ในระดับจำกัด และสามารถบริหารจัดการได้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ระดับ 2% ยังมีความเป็นไปได้

    โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3% และคาดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง จะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ทั้งการขยายตัวของภาคส่งออก ที่อาจเริ่มติดลบตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การชะลอตัวของภาคการลงทุนทั้งภาครัฐ และเอกชนเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกอาจติดลบ โดยการขยายตัวของภาคการลงทุนเป็นบวกในช่วงครึ่งปีแรก การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 1.4% ภาครัฐขยายตัว 17.5% หากรัฐสภาสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ในวันที่ 3 กันยายน ตลาดการเงินและตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบสนองในทางบวก

    นายอนุสรณ์ ได้เสนอมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อต่อรัฐบาลใหม่ให้มีการดำเนินการ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน ดังนี้

    • มาตรการแรก เจรจาหารือกับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการปะทะกับตามแนวชายแดนไทยกัมพูชารอบใหม่ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนและทหาร ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจและทรัพย์สิน
    • มาตรการที่สอง ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาให้กลับสู่ภาวะปกติ และเปิดด่านชายแดนเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจการค้าสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
    • มาตรการที่สาม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 โดยเฉพาะงบลงทุน และเร่งรัดการดำเนินการโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับอนุมัติแล้ว
    • มาตรการที่สี่ สนับสนุนการขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชนให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
    • มาตรการที่ห้า ออกมาตรการลดผลกระทบที่เกิดจากกำแพงภาษี และมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติม โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี และรักษาการจ้างงาน
    • มาตรการที่หก มาตรการดูแลผลกระทบจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตรกรรม และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
    • มาตรการที่เจ็ด มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น

    นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายหรือมาตรการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนักในรัฐบาลใหม่ที่อายุ 4 เดือน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการปฏิรูปเศรษฐกิจในบางมิตินั้น ต้องอาศัยความมีเสถียรภาพทางการเมืองและรัฐบาลต้องอยู่ยาวนานพอ อาจจะเกิดขึ้นได้หลังการเลือกตั้งหากได้รัฐบาลเสียงข้างมากเด็ดขาด การถดถอยลงของภาคส่งออกจากการชะลอของเศรษฐกิจโลก เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องหันมาเอาใจใส่อย่างจริงจังในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถของสินค้าไทย และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น

    ประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมของไทย (Total Factor Productivity of Thailand) นั้น ยังมีอัตราการเติบโตต่ำ ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีผลิตภาพสูงส่วนใหญ่ เป็นโรงงานการผลิตของบรรษัทข้ามชาติ ที่มีการใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตรวมของไทยขยายตัวต่ำกว่า 1.2-1.3% ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับประสิทธิภาพในการผลิต (Productive Efficiency) อยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศที่ใช้แรงงานเป็นหลัก และประเทศที่ใช้ทุนเป็นหลักจึงสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันนี้ จะยาวนานมากจนกว่าไทยสามารถพัฒนากิจการที่มูลค่าเพิ่มสูง การผลิตใช้ปัจจัยทุนหรือเทคโนโลยีเข้มข้น พร้อมกับสามารถพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของตัวเอง

    นายอนุสรณ์ ชี้ว่า ปัจจัยประสิทธิภาพการผลิตนี้ เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อพื้นฐานความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากปัจจัยค่าแรง นโยบายสาธารณะ และอำนาจตลาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว และใช้เวลาสั้นกว่ามาก ภาวะการตกต่ำของภาคส่งออกไทยโดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมบางตัว จะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน หากไม่สามารถปรับปรุงผลิตภาพการผลิตได้

    จากประสบการณ์ของประเทศที่สามารถก้าวข้ามพ้นกับดักรายได้ระดับปานกลางได้ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ นั้น ภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาระดับความสามารถทางการผลิตของประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก การกดค่าแรงไม่ใช่นโยบายที่ถูกต้อง เพื่อนร่วมชาติผู้ใช้แรงงานต้องได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนแรกเข้าสูงขึ้น เป็นนโยบายที่จะช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ต้องมีมาตรการเชิงรุกอื่น ๆ เพิ่มเติม จึงสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื้อรังที่ต้นตอได้

    นายอนุสรณ์ กล่าว่า ภาคการผลิตของเศรษฐกิจไทย ไม่สามารถอาศัยแรงงานทักษะต่ำราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านไปเรื่อย ๆโดยไม่คิดยกระดับทักษะแรงงานเหล่านี้ เราควรปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างมีมาตรฐาน และสิ่งนี้เป็นการแสดงความมีศิวิไลซ์ของสังคมไทย การปฏิรูปเศรษฐกิจให้เกิดความเท่าเทียมจึ งต้องเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องทุน โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะผูกขาด ให้กลายเป็นทุนที่แข่งขันกันอย่างเสรี

    “เราต้องมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่อาศัยนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น ไม่ใช่มีเพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่อาศัยสัมปทานผูกขาดจากภาครัฐ ขณะเดียวกัน ต้องมีมาตรการทางภาษีในการแบ่งปันกำไรส่วนเกิน มากระจายให้กับสังคมผ่านระบบสวัสดิการ หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ยากจน” นายอนุสรณ์ ระบุ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/525770&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f6n_AsZeUth069gYkyaCT

  • เศรษฐกิจไทยเจอปัญหาโครงสร้าง พื้นที่การคลังแคบ จี้รัฐขยายฐานภาษี

    เศรษฐกิจไทยเจอปัญหาโครงสร้าง พื้นที่การคลังแคบ จี้รัฐขยายฐานภาษี

    เศรษฐกิจไทยเจอปัญหาโครงสร้าง พื้นที่การคลังแคบ จี้รัฐขยายฐานภาษี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “Fiscal Transformation พลิกโฉมการคลังไทยสู่ความยั่งยืน” วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยภายในงานสัมมนาภาคบ่ายเป็นการเสวนาในหัวข้อ “Fiscal Transformation: Shaping Policies for Sustainable Change ยกระดับนโยบายการคลังสู่ความหวังที่ยั่งยืน”

    ซึ่ง สศค. ได้รับเกียรติจาก1) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2) ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข 3) คุณสมิทธ์ พนมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ 4) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เข้าร่วมการเสวนา

    โดยนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางการคลังจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การปรับสมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation) ของประเทศไทยดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) พบว่า สัดส่วนรายได้รัฐบาลของไทยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ไม่พึ่งพาทรัพยากรและสินค้าพลังงาน ซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 ต่อ GDP

    นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

    ดังนั้น รัฐบาลอาจพิจารณาแนวทางในการเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลผ่านการปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม การขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ ๆ ให้ทัดเทียมสากล ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพย์สินภาครัฐที่อยู่ในภาคนอกงบประมาณ เพื่อนำมาสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง โดยในการดำเนินการต่าง ๆ ดังกล่าว ควรคำนึงถึงการแก้ปัญหาและรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างตรงจุดด้วย

    นายดนุชา พิชยนันท์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและแนวทางการยกระดับภาคการคลังของประเทศไทย ว่า ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตท่ามกลางปัจจัยความท้าทายหลากหลายด้าน อาทิ การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

    ขณะที่พื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) มีจำนวนจำกัด โดยมีสาเหตุจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่ลดลง และแรงกดดันด้านรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือของประเทศ

    ทั้งนี้ ภาครัฐควรมุ่งเน้นดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปการคลังผ่าน

    1. การปรับโครงสร้างรายได้ โดยการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อพิจารณาจัดเก็บจากแหล่งรายได้ใหม่และปรับขึ้นอัตราภาษีบางรายการให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ
    2. การปฏิรูปประสิทธิภาพการใช้จ่าย โดยการทบทวนรายจ่ายและดำเนินการนโยบายสวัสดิการของประชาชนแบบมุ่งเป้า (Targeted Policies) ให้มากขึ้น เพื่อลดความซ้ำซ้อน ควบคู่กับการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างในระยะยาว
    3. การบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างยั่งยืน
    4. การปฏิรูปบทบาทภาครัฐและส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างยั่งยืนในอนาคต

    ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ได้กล่าวถึงภัยคุกคามและความท้าทายหลักต่อการคลังสาธารณสุขไทยไว้ 4 ประการ ว่า ได้แก่ สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดต่ำ การสูญเสียสุขภาวะจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความเหลื่อมล้ำด้านบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างเมืองและชนบท

    โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อ GDP ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศรายได้ปานกลาง รวมทั้งมีผลลัพธ์ด้านสาธารณสุขต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในหลายด้าน เช่น สถานะสุขภาพ ปัจจัยความเสี่ยง คุณภาพและความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    เศรษฐกิจไทยเจอปัญหาโครงสร้าง พื้นที่การคลังแคบ จี้รัฐขยายฐานภาษี

    นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพทั้ง 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

    ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอให้

    1. สร้างมาตฐานเดียว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพ โดยมีสาธารณรัฐเกาหลีเป็นกรณีศึกษา
    2. สร้างแรงจูงใจและความแข็งแกร่งให้กับระบบบริการปฐมภูมิ
    3. เร่งรัดการจัดทำ Health Data Hub และประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพของคนไทย

    คุณสมิทธ์ พนมยงค์ ได้ให้ความเห็นในฐานะภาคเอกชน โดยมองว่า การจัดเก็บภาษีของภาครัฐจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน โดยในอดีต รัฐบาลมุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีเงินได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำจากอุตสาหกรรมที่เติบโตได้ดี

    แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยเผชิญหน้ากับความเหลื่อมล้ำในมิติอื่นเพิ่มขึ้น เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ดี เครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการจัดเก็บภาษีในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

    ในมุมมองของภาคเอกชนได้เห็นถึงความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะการดึงคนที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบ การพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของมาตรการลดหย่อนภาษีประเภทต่าง ๆ และการวิเคราะห์อุตสาหกรรมแบบใหม่ในเชิงลึกเพื่อหาช่องทางในการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม

    นอกจากนี้ การบริหารทรัพย์สินของรัฐเชิงรุกโดยมุ่งเน้นไปที่พื้นที่เชิงพาณิชย์ผ่านการเปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ของภาคเอกชนที่อยู่ใกล้เคียง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเพิ่มเติมรายได้ของรัฐได้มาก และทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการลดลงไปด้วย

    โดยสรุป ผู้ร่วมงานเสวนาต่างเห็นว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถทางการคลังและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ภาครัฐและภาคเอกชนจึงมีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า จำเป็นต้องมีการยกระดับภาคการคลังอย่างเร่งด่วน

    “โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ควบคู่กับการบริหารจัดการรายจ่ายภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนทางการคลังและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้อย่างแท้จริง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/637585&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cMOBifWdDsZfr0_XM4KvM

  • เที่ยวด้วย ดูบอลด้วย! รวม 5 สถานที่น่าเที่ยวกาญจนบุรีเอาไว้ไปลุยช่วงคิงส์คัพ

    เที่ยวด้วย ดูบอลด้วย! รวม 5 สถานที่น่าเที่ยวกาญจนบุรีเอาไว้ไปลุยช่วงคิงส์คัพ

    เหลืออีกไม่กี่วันแล้วสำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ 2025 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 51 แล้ว โดยจะเริ่มการแข่งขันกันในวันที่ 4-7 กันยายนนี้ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) สำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ ทีมชาติฟิจิ, ทีมชาติฮ่องกง, ทีมชาติอิรัก อดีตแชมป์ 1 สมัย และทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทยของเรา เจ้าของแชมป์ 16 สมัยรวมถึงแชมป์เก่าเมื่อปีที่ผ่านมา 

    โปรแกรมนัดแรกจะแข่งขันกันในวันที่ 4 กันยายน คู่แรกจะเป็น ทีมชาติอิรัก พบกับ ทีมชาติฮ่องกง เวลา 16.00 น. ต่อด้วย ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติฟิจิ ในเวลา 20.00 น. ทีมใดชนะก็จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในวันที่ 7 กันยายน เวลา 20.00 น. ในขณะที่ผู้แพ้ก็จะไปชิงอันดับที่ 3 ตอนสี่โมงเย็น 

    แน่นอนว่าการไปแข่งที่ต่างจังหวัดตามหัวเมืองย่อมมีข้อดีทั้งการสร้างรายได้ให้คนในจังหวัดจากการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ วันนี้เราขอพาไปดู 5 สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในจังหวัดกาญจนบุรี เผื่อว่าใครไปดูบอลแล้วอยากแวะไปเที่ยวด้วยก็จัดตามรอยกันได้เลยครับ 

    Photo-story-Kanchanaburi-tourist-spots-in-Kings-Cup-51-SPACEBAR-Photo01.jpg

    Photo-story-Kanchanaburi-tourist-spots-in-Kings-Cup-51-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Photo-story-Kanchanaburi-tourist-spots-in-Kings-Cup-51-SPACEBAR-Photo03.jpg

    Photo-story-Kanchanaburi-tourist-spots-in-Kings-Cup-51-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Photo-story-Kanchanaburi-tourist-spots-in-Kings-Cup-51-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/sport/photo-story-kanchanaburi-tourist-spots-in-kings-cup-51&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3064cofJjrPbysXFr6MZ7X

  • สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกาฬสินธุ์จัดประกวดหนูน้อยและธิดาแพรวาเรือนวิวาห์

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกาฬสินธุ์จัดประกวดหนูน้อยและธิดาแพรวาเรือนวิวาห์

    31 สิงหาคม 2568 15:27 น. สยามรัฐออนไลน์ ภูมิภาค

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนจัดการประกวดหนูน้อยและธิดาแพรวาเรือนวิวาห์กาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดผ่านเวทีการประกวด สร้างเครือข่าย และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่

    วันที่ 31 ส.ค.68 ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ในเมือง) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสาขา จ.กาฬสินธุ์ได้ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนจัดการประกวดหนูน้อยและธิดาแพรวาเรือนวิวาห์กาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการจัดงาน คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ หอการค้า ส่วนราชการ ผู้สนับสนุนการจัดงาน และผู้เข้าประกวดร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง
         

    นางชนิดา ตั้งเทวนนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสาขา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดหนูน้อยและธิดาแพรวาเรือนวิวาห์กาฬสินธุ์ได้จัดขึ้นต่อเนื่อง มาจนถึงปีนี้ เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ  รวมถึง คุณสตางค์ สีนางใย เรือนวิวาห์กาฬสินธุ์ เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้สนับสนุนบูรณาการร่วมกันจัดขึ้น เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.กาฬสินธุ์ผ่านเวทีการประกวด และสร้างเครือข่ายภาครัฐภาคเอกชน และชุมชนสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัด เช่น ผ้าไหมแพรวาอาหาร และผลิตภัณฑ์ของจังหวัด 

    นอกจากนี้ยังเป็นอีกเวทีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เด็ก และเยาวชนจากทั่วประเทศได้มาแสดงความสามารถในการถ่ายทอด อนุรักษ์ และสานต่อ ความงดงามของผ้าแพรวา ที่เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้ามาในจังหวัด  ซึ่งเป็นการ สร้างโอกาส กระจายรายได้ร่วมกันอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/647967&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tiaDKdkS46nI_GAWvOfnY

  • ประธานาธิบดี: การประชุมสุดยอดเซี่ยงไฮ้เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างพหุภาคีนิยมและความร่วมมือระดับภูมิภาค

    ประธานาธิบดี: การประชุมสุดยอดเซี่ยงไฮ้เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างพหุภาคีนิยมและความร่วมมือระดับภูมิภาค

    ประธานาธิบดี: การประชุมสุดยอดเซี่ยงไฮ้เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างพหุภาคีนิยมและความร่วมมือระดับภูมิภาค

    เพเซสเกียน ก่อนออกเดินทางไปจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า:
    🔹การเดินทางครั้งนี้มีความสำคัญและเป็นเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง
    🔹องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ครอบคลุมประชากรกว่า 2,500 ล้านคน และมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของเศรษฐกิจโลก
    🔹สาระสำคัญขององค์การนี้คือความพยายามในการต่อต้านการผูกขาดแบบฝ่ายเดียว และการเสริมสร้างพหุภาคีนิยมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    🔹สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านก็แสวงหาการมีบทบาทที่ทรงพลังในเส้นทางนี้เช่นกัน
    🔹ในระหว่างการประชุม จะมีการพบปะกับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกและประเทศผู้สังเกตการณ์ ซึ่งถือเป็นโอกาสล้ำค่าในการใกล้ชิดทางมุมมองด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง และความมั่นคง

  • เวียดนามโชว์ผลงานทางทหาร-เศรษฐกิจก่อนวันชาติ

    เวียดนามโชว์ผลงานทางทหาร-เศรษฐกิจก่อนวันชาติ

    ฮานอย 31 ส.ค. – เวียดนามจัดนิทรรศการแสดงความสำเร็จทางการทหารและทางเทคโนโลยีอย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้ ก่อนที่จะมีการฉลองวันชาติที่เป็นวันประกาศเอกราชครบ 80 ปี ในวันที่ 2 กันยายนนี้

    ชาวเวียดนามจำนวนมากพากันเดินทางไปยังศูนย์นิทรรศการแห่งชาติในกรุงฮานอยในวันนี้ เพื่อชมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์หลากหลายอย่าง มีตั้งแต่ระบบขีปนาวุธ อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี (UAV) ปืนยาวซุ่มยิง ไปจนถึงหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เห็นยุทโธปกรณ์เหล่านี้

    Vietnam shows off military and economic achievements ahead of Independence Day

    เว็บไซต์ต่วยแจออนไลน์ของเวียดนามรายงานว่า ผู้คนเดินทางมาจากทุกสารทิศตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้การจราจรทั้ง 2 ฝั่งของพื้นที่โดยรอบติดขัดอย่างหนัก จนแทบเป็นอัมพาตในช่วงบ่าย หลายคนตัดสินใจเดินเท้า อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อชาวเวียดนามที่ต้องการมาชมความสำเร็จของประเทศด้วยความภาคภูมิใจ

    logo of Vietnam's 80 years of Independence

    เว็บไซต์สถานีวิทยุเวียดนาม ส่วนกระจายเสียงต่างประเทศแห่งชาติ (VOV World 5) ระบุว่า วันที่ 2 กันยายน ปี 2488 เป็นวันที่ประธานโฮจิมินห์ได้อ่านปฏิญญาเอกราชที่จัตุรัสบาดิ่งห์ ในกรุงฮานอย เป็นคำประกาศต่อโลกเกี่ยวกับประเทศเวียดนามที่มีเอกราช และประชาชาติเวียดนามเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง ปฏิญญานี้เป็นการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม ซึ่งกลายเป็นประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในปัจจุบัน

    Vietnam shows off military and economic achievements ahead of Independence Day

    โฮจิมินห์เป็นผู้นำขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 เรียกร้องการเอกราชจากฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าอาณานิคมเวียดนามตั้งปี 2426 จนกระทั่งมีการเจรจาสงบศึกในปี 2497 เวียดนามได้เอกราชและแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่นำโดยโฮจิมินห์ และเวียดนามใต้ที่นำโดยนายโง ดิ่ญ เสี่ยม ทั้ง 2 ฝ่ายสู้รบกันอย่างหนัก โดยมีสหรัฐส่งทหารเข้ามาช่วยเวียดนามใต้ ในที่สุดเวียดนามเหนือเป็นฝ่ายรวมประเทศได้ในปี 2518.-814.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

    ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

    กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

    ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    พรรคประชาชน 31 ส.ค.- “ภูมิธรรม” เผย พรรคร่วมรัฐบาล ตอบรับทุกข้อเสนอ “ปชน.” รอพรรคประชาชนตัดสินใจ ลั่นทำเร็ว ยุบสภาได้ก่อน 4 เดือน ขณะม็อบหนุน พท. โผล่ให้กำลังใจ “เพื่อไทยสู้ๆ” ภายหลังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าหารือกับแกนนำพรรคประชาชนประมาณ 1 ชั่วโมง นายภูมิธรรม ได้นำแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมา แถลงข่าวด้านล่างพรรคประชาชน ขาดเพียงนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่ารีบไปประชุม กรรมการบริหารพรรค จึงไม่ได้ร่วมวงสัมภาษณ์ได้ โดยนายภูมิธรรม ระบุว่า ในนามพรรคร่วมรัฐบาล ได้มอบหมายให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการประสานจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ซึ่งตัวแทนที่มาวันนี้ (31 ส.ค.) ก็ครบทุกพรรค ส่วนตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สบาย แต่เขาพร้อม หากไม่สบายใจหรือมีข้อสงสัยก็พร้อมจะซูมเข้ามา ซึ่งข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ เนื่องจากเห็นว่าการเมืองขณะนี้เป็นช่วงวิกฤต เป็นเรื่องที่ควรจะหาทางออกร่วมกัน ดังนั้นหลังจากที่พูดคุยกันแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจึงได้มาพูดคุยกับพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคประชาชนเป็นพรรคที่เสนอว่า หากใครรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้ ก็จะนำมาตัดสินใจว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้(31 […]

    กรุงเทพฯ​ 31 ส.ค.​ – กรม​อุตุนิยม​วิทยา ​เตือน​จังหวัด​ภาคเหนือ​ตอน​ล่าง​ เฝ้า​ระวัง​น้ำท่วม​-น้ำหลาก​ แม้พายุ “​หนอง​ฟ้า” ​อ่อนกำลัง​ลง​ แต่ห่วง​ปริมาณ​ฝนสะสม​ ขณะที่​ ปภ. แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ในจังหวัดเสี่ยง นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า แม้พายุ “หนองฟ้า” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ​ แต่​ยัง​ส่งผล​ให้​มีฝนตก​ต่อเนื่อง​อีก​ 1-​2​ วัน สำหรับ​ลักษณะ​ของ​ฝนระยะ​นี้​ไม่ใช่​ฝนหนัก​ แต่เป็นห่วง​ปริมาณ​น้ำฝน​สะสมในพื้นที่​ที่​ฝนตกก่อน​หน้า​จนดินอิ่ม​น้ำ​และ​ยังไม่ทันระบายน้ำ​ โดยเฉพาะ​พื้นที่​จังหวัด​พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา เสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมเพื่อ​ประเมินสถานการณ์​ โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค. 68) ได้ส่งแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก […]

    31 ส.ค.- “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนในตำนาน สารภาพเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง พร้อมขอโทษตำรวจทำถูกเด้งเดือดร้อนหลายนาย บอก “ถ้าไม่ตายในคุกแล้วได้ออกมา คงต้องมาไล่จับผมอีก” สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนนครบาล ร่วมกันจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามจับศาลแขวงดอนเมือง และศาลอาญา รวม 8 หมาย ขณะหลบหนีคดีบ่อนพนัน หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครองนำกำลังบุกจับนักพนันได้ 176 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัวนายอำนวย พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 30 สิงหาคมเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน ก่อนติดตามจับกุมนายอำนวย ได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านพระราม 4 ซึ่งพนักงานสอบสวน จะนำตัวนายอำนวยพร้อมสำนวนไปยื่นต่อศาลแขวงเช้าวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) ล่าสุดมีรายงานการสอบสวนระบุว่า ในชั้นจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย ให้การว่า “เดิมตนเป็นคนขับแท็กซี่ จากนั้นได้หันมาทำบ่อนการพนันและทำมาทั้งชีวิตจนถึงปัจจุบัน ติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง บางครั้งน้ำหนักลดลงไปกว่า 30 […]

    31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/world-1579349&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ICReT-u4EnBZmokymmIII

  • โฆษกพรรคไทยสร้างไทยย้ำคำวินิจฉัยศาล รธน. “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทยย้ำคำวินิจฉัยศาล รธน. “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทยย้ำคำวินิจฉัยศาล รธน. “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทยย้ำ “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล ชี้ประเทศต้องการผู้นำใหม่ แก้ปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ

    วันที่ 31 ส.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย แถลงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยพ้นจากตำแหน่งเพราะปัญหาด้านความมั่นคง สะท้อนชัดว่า พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าปัญหาความมั่นคงคือโจทย์ใหญ่ของประเทศในขณะนี้ และเมื่อผู้นำจากพรรคเพื่อไทยต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยเหตุผลนี้ การยื้อเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อ จึงไม่สามารถนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤติได้

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาความมั่นคงอย่างจริงจัง ควบคู่กับการแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจตามข้อเสนอที่พรรคได้เสนอไว้ จึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    นายปริเยศ ยังเตือนนักการเมืองทุกฝ่ายว่า ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง อย่าเพียงมุ่งหวังตำแหน่งครั้งสุดท้ายก่อนการยุบสภา เพราะหากขาดความสุจริตและไม่ทำเพื่อประชาชน คนไทยจะไม่ให้อภัยนักการเมืองยุคนี้อีกเลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2879894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BDM25ztSf5sE6-9NiOUhN