Blog

  • “พงศ์กวิน” ชื่นชม เยาวชนไทยคว้าชัย 22 เหรียญ เวทีอาเซียน ตอกย้ำศักยภาพแรงงานไทย

    “พงศ์กวิน” ชื่นชม เยาวชนไทยคว้าชัย 22 เหรียญ เวทีอาเซียน ตอกย้ำศักยภาพแรงงานไทย

    วันที่ 1 กันยายน 2568 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลแก่เยาวชน และโล่ขอบคุณผู้สนับสนุน การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงาน โดยมีนายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมในพิธี ณ ห้องบอลรูมวิง โรงแรมบางกอกพาเลซ เขตราชเทวี กรุงเทพ

    นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่สามารถคว้า 22 เหรียญ ได้แก่ เหรียญทอง 5 เหรียญ เหรียญเงิน 4 เหรียญ เหรียญทองแดง 3 เหรียญ และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 10 เหรียญ กลับมาให้ประเทศไทย และขอชื่นชมเยาวชนทั้ง 34 คน ผู้เชี่ยวชาญ 29 คน ที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก และขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนที่พลาดเหรียญรางวัลในครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตัวแทนเยาวชนทุกคน จะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าและหาจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากในสนามแข่งขัน รวมไปถึงขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตลอดมาทั้งด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรที่ทันสมัยในการเก็บตัวฝึกซ้อม จนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ในวันนี้ทางกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดพิธีมอบเกียรติบัตร และเงินรางวัลให้แก่เยาวชน เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท เหรียญเงิน จะได้รับเงินรางวัล จำนวน 75,000 บาท เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 40,000 บาท และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท ในส่วนของน้อง ๆ ที่พลาดเหรียญรางวัล จะได้รับรางวัลทุ่มเทเสียสละ เป็นทุนการศึกษา รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งมีการมอบโล่ขอบคุณและเกียรติบัตรให้แก่ผู้สนับสนุนทั้ง 47 แห่ง ที่ทำให้การส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

    นายพงศ์กวิน กล่าวต่อว่า เวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน นับเป็นเวทีแรกในต่างประเทศที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถ ศักยภาพ ทักษะฝีมือแรงงานของไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดระดับความสำเร็จ ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ผลการแข่งขันเป็นตัวบ่งบอก สถานการณ์กำลังแรงงานในอนาคต และปริมาณความต้องการของตลาดแรงงานได้ ว่าต้องการแรงงานที่มีความรู้ ทักษะ ด้านใด โดยเฉพาะในปัจจุบันจะต้องเน้นพัฒนาทักษะในสาขาที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องไม่ทิ้งสาขาที่มีทักษะด้านงานฝีมือ ทักษะด้านงานบริการ ที่ถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทย สำหรับเยาวชนที่ได้เหรียญรางวัล นับเป็นเครื่องหมายการันตี ที่สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่ต้องการ การรับทุนการศึกษาจากสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงการสมัครงาน โดยที่ผ่านมามีเยาวชนหลายคนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับต่าง ๆ เป็นที่ต้องการของสถานประกอบกิจการเป็นจำนวนมาก บางสถานประกอบกิจการมีแผนการบรรจุเยาวชนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นพนักงานทันทีหลังเรียนจบ อาทิ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด

    นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 13 นี้ จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มีพันธมิตรที่ดีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้ง 47 แห่ง ประกอบด้วย พระสมุห์อิสรา คุณากโร เลขานุการเจ้าคณะตำบลแม่ลา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปรีดาราม วิทยาลัยเทคนิคชุมพร บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา บริษัท เฟสโต้ จำกัด บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ วิทยาเขตสะพานใหม่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและเมคคาทรอนิกส์ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 สุพรรณบุรี บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ฝีมือไทยวิศวกรรม จำกัด บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) วิทยาลัยดุสิตธานี บริษัท ฟอร์ทิเนท ซีเคียวริตี้ เน็ทเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด โรงเรียนออกแบบทรงผมอาดัม สถาบันโอเอซิส ซาลอน บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เค เซอรา จำกัด บริษัท ไทย โกเบลโก้ เวลดิ้ง จำกัด บริษัท เอส ซี เสรีชัยบิวตี้ จำกัด บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอ็น.พี. โรโบติกส์ แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปดัคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามออโตเมชั่นเทค จำกัด บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด บริษัท ไทยเส็ง อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มอบ บริษัท แอสเวลล์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัท วรชาติ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมซเสอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จํากัด ในการสนับสนุนด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการฝึกซ้อมของเยาวชน ขอขอบคุณทุกท่านกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างยิ่ง และหลังจากนี้ขอให้ชาวไทย ร่วมส่งแรงใจให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ต่อไป เพื่อเข้าแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ไทเป ไต้หวัน และไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ในปี 2569 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/953462&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ks_7BDwcLO7Xk-Oiq0Gkp

  • ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย สำหรับ นายชัยเกษม นิติสิริ โดยครั้งแรกชื่อของ นายชัยเกษม เปิดออกมาหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5:4 วินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 กรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    โควตาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในตอนนั้น จึงมีชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกเสนอชื่อและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในที่สุด

    กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาล รธน.วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยกชุด ด้วยมติ 6:3 กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากปมคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568

    ชัยเกษม นิติสิริ (ซ้าย)

    ทำให้ชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ กลับมาอีกครั้ง ในฐานะแคนดิเดตนายกฯคนที่ 32 จากพรรคเพื่อไทย

    ประวัติ นายชัยเกษม นิติสิริ

    • เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 2491 อายุ 77 ปี 

    ชัยเกษม นิติสิริ

    การศึกษา

    • จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ
    • มัธยมปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 28
    • ปริญญาตรีแผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทส L.L.M. มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา
    • เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

    การรับราชการ

    • ปี 2516 เริ่มงานอัยการ และก้าวหน้ามาตลอด
    • อัยการผู้ช่วยจังหวัดสมุทรสาคร
    • อัยการประจำกอง กองคดี
    • อัยการจังหวัดภูเก็ต
    • อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
    • อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอัยการสูงสุด
    • อธิบดีอัยการฝ่ายปรึกษา
    • รองอัยการสูงสุด
    • อัยการสูงสุด ปี 2550-2552

    ชัยเกษม นิติสิริ

    โดยนายชัยเกษม เติบโตมาจากสายงานที่ปรึกษากฎหมาย เชี่ยวชาญด้านการตรวจร่างสัญญา ตลอดระยะเวลา 2 ปี ในตำแหน่งอัยการสูงสุด มีคดีที่ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส. – คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นหลังการรัฐประหารปี 2549) สรุปสำนวนชี้มูลความผิดตัว นายทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหลายคดี

    เมื่อสำนวนถึงขั้นตอนการสั่งคดีของอัยการ ส่วนใหญ่จะมีความเห็นว่า “สำนวนไม่สมบูรณ์ ครบถ้วน” จนต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง คตส.และอัยการ หลายคดี 

    เส้นทางการเมือง มือกฎหมายขนานแท้สู่การบริหารประเทศ

    • ปี 2556 รมว.ยุติธรรม ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    • สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
    • ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร)
    • ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

    ประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” จากอดีต อสส. สู่แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32

    บทบาทสำคัญทางการเมือง

    • ยืนยันหลักการรัฐบาลประชาธิปไตย ประกาศไม่ลาออกต่อหน้าคณะรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถูกคุมตัวเข้าค่ายทหาร

    จุดยืนทางการเมือง

    • เน้นใช้กฎหมายเพื่อความเป็นธรรม ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง
    • เห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ขัดขวางประชาธิปไตย
    • สนับสนุนสภาร่างรัฐธรรมนูญจากการเลือกตั้ง
    • เสนอให้รัฐประหารเป็นกบฏ ไม่มีอายุความ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378966253&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jz_x8u4CwF1aeLMVLsXV6

  • ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประกวด ‘มิสเตอร์อยุธยา’ รอบตัดสิน เฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5071463/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CAAd-GVC-kn7Ip76OM9sg

  • “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุน Research Department, InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (1 ก.ย.2568) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประชุมของพรรคประชาชนในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางผู้บริหารประเทศ

    หากได้ข้อสรุปทางการเมืองในวันนี้ บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเป็น บวกกับตลาด เนื่องจากข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ทำให้ทุกพรรคจะพยายามหาเสียงและแสดงผลงานอย่างเต็มที่

    โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย จะเป็น จุดเปลี่ยนของภาพรวมตลาด

    หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาชน มองว่าความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจอาจทำให้การสะดุดของเศรษฐกิจไม่มากนัก

    แต่หากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยก็มีโอกาสที่จะมีข้อดีเช่นกัน โดยล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ซึ่งนายกรณ์ถือเป็นมือเศรษฐกิจที่ดีคนหนึ่งของประเทศ

    ดังนั้นหากการจัดตั้งมีความชัดเจนและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ตลาดมีโอกาสที่จะเป็น บวก เนื่องจากรัฐบาลใหม่จะมีการส่งสัญญาณออก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความหวังให้กับประชาชนและวาดฝันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต

    ในช่วงที่รอความชัดเจนและการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกรัฐมนตรี ในระยะสั้นเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ตลาดอาจยังคงแกว่งตัวอิงทางลงอยู่ แต่ในช่วงสั้นจะมีแนวรับ 1,230-1,228 จุด เป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญ หากไม่หลุดต่ำกว่านี้ตลาดมีโอกาสที่จะพักฐานเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุดต่ำกว่าอาจเห็นที่ประมาณ 1200 จุด ซึ่งเป็นช่วงที่อาจทำให้ตลาดรีบาวด์ได้อีกครั้ง

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหากมีความชัดเจนทางการเมืองออกมา และตลาดมีแนวโน้มเป็นบวก กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจมีดังนี้:

    -กลุ่มท่องเที่ยว รัฐบาลทุกพรรคจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจไทย หุ้นกลุ่ม โรงแรม น่าจะกลับมาเติบโตได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี

    -กลุ่มวัสดุก่อสร้างมีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบาย เมกะโปรเจกต์ ของรัฐบาลใหม่

    -กลุ่มค้าปลีก โดยปกติแล้วกลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้น แนะ CPALL และ GLOBAL เป็นตัวเด่น

    นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธีมดอกเบี้ยขาลงจากการเข้ามาของผู้ว่าฯคนใหม่ได้แก่ กลุ่ม REITs แนะนำ DIF ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP,SIRI ,กลุ่มไฟแนนซ์แนะนำ MTC และกลุ่มโรงไฟฟ้า BCPG

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/779168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YA3G-ed8ix-FzeaRpGQbt

  • คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ต่อมาปัจจัยสุดท้ายก็คือ คนไทยทำงานหนัก และมีอาการเมื่อยล้าในอัตราที่สูงขึ้น จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการที่นอนระดับพรีเมียมไว้หลับนอนเพื่อจะได้ทำให้ตัวเอง และครอบครัวสบายมากยิ่งขึ้นซิมมอนส์ (Simmons) แบรนด์ที่นอนระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น จึงทำให้ล่าสุดมีเปิดตัวโชว์รูมใหม่ล่าสุด “Simmons Gallery ทองหล่อ” บนพื้นที่ขนาด 270 ตารางเมตร ใจกลางย่านสุขุมวิท 55 เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์การนอนคุณภาพสูง พร้อมยกระดับการรับรู้แบรนด์ในตลาดที่นอนพรีเมียมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ Simmons Gallery สาขาคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ที่เปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยที่ Simmons Gallery ทองหล่อ จะเป็นโชว์รูมแรกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประกอบในประเทศไทย ได้แก่ Beautyrest Prime & Platinum Series และ BeautySleep Essential Series เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรในตลาดที่ต้องการสินค้าพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

    พูดคุยกับ… นายอาลอยเซียส ชิว ผู้จัดการทั่วไป (ธุรกิจภูมิภาค) บริษัท Simmons SEA Pte Ltd กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การเปิด Simmons Gallery ทองหล่อ จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งในแง่ของทำเลและประสบการณ์ภายในโชว์รูม ซึ่งออกแบบให้รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มรีเทลและองค์กร โดยชั้นสองของโชว์รูมได้ถูกจัดเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับกลุ่มโรงแรมและลูกค้าระดับสถาบัน เพื่อให้สามารถทดลองผลิตภัณฑ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอกย้ำจุดยืนของเราว่า ประสบการณ์ที่ดีต้องสัมผัสได้จริง

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ส่วนกลยุทธ์การผลิตภายในประเทศ เพื่อตอบสนองตลาดอย่างรวดเร็ว ซิมมอนส์เปิดตัวที่นอน 2 ซีรีส์ใหม่ ที่ประกอบในประเทศไทย โดยใช้ระบบสปริง Pocketed Coil นำเข้าจากญี่ปุ่น ได้แก่:

    ●Beautyrest Prime & Platinum Series – กลุ่ม Accessible Luxury

    ราคาเริ่มต้นประมาณ 65,000 บาท

    ●BeautySleep Essential Series – รุ่นเริ่มต้นในราคาประมาณ 25,000 บาท

    ทั้งนี้ ยังมีรุ่นเรือธงนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น Beautyrest Black และ BackCare ซึ่งยังคงจำหน่าย ในกลุ่มไฮเอนด์ ราคาตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป โดยกลยุทธ์การประกอบภายในประเทศมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดส่งสินค้าแบบ Just-in-Time ลดต้นทุนการนำเข้า และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาดที่พักอาศัยระดับลักชัวรีและธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

    ส่องข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภคและภาพรวมตลาด

    จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และมีความใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับการนอนพักผ่อน รวมถึงยังให้การสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ” นายชิวกล่าวเสริม “การผลิตในประเทศไทยจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็ว และเพิ่มความใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทย”

    โดยในปีนี้ ซิมมอนส์ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ Beautyrest ภายใต้แคมเปญระดับภูมิภาค “Advance Your Sleep” ที่สะท้อนพันธกิจในการยกระดับประสบการณ์การนอน ผ่านการออกแบบ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ขนาดตลาดและผลประกอบการ

    จากรายงานของ Metastat Insight ปี 2024 ระบุว่า ตลาดที่นอนในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 488.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 15,800 ล้านบาท) และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี ไปจนถึงปี 2031 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี การพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าพรีเมียมเพื่อสุขภาพ

    อย่างไรก็ตามในปี 2024 ซิมมอนส์ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่นอนพรีเมียมในประเทศไทยประมาณ 6.5% และมียอดขายรวมมากกว่า 1,030 ล้านบาท โดยการเปิด “Simmons Gallery ทองหล่อ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการบริหารต้นทุน การยกระดับประสบการณ์ในโชว์รูม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นกับทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859566&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R2SxOVZJ2UBkp283oHQSt

  • ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    “โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่นในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต” นายพุฒิพงศ์ กล่าว

    นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนการเชื่อมโยงการเดินทางจากสนามบินตราดไปยังสนามบินสมุย หรือ สนามบินกระบี่ รวมทั้งสนามบินในจังหวัดอื่นๆนั้น ทางสายการบินเคยบินมาแล้วในหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีเส้นทางบินเหล่านี้ แต่ในอนาคต หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะเปิดเส้นทางเหล่านี้ได้ รวมทั้งการเปิดเที่ยวบินไปยังต่างประเทศซึ่งให้สนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินไปเสียมเรียบหรือเกาะกง รวมทั้งสีหนุวิลล์นั้น ทางบริษัทก็เคยทีทจะไปลงทุนทำสนามบินที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาแต่โครงการนี้ยุติลงไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบทั้งสองประเทศจบลง และมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์การใช้สนามบินตราดเป็นฐานก็มีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ปัจจุบันสนามบินตราดก็เป็นสนามบินC I Q (Custom Immigration Quarantine )อยู่แล้ว

    กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวอีกว่า ในส่วนที่สนามบินตราดจะเปิดรับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ หรือสายการบินโลว์
    ครอสทางบริษัทก็พร้อมรับเช่นกัน แต่ทางสนามบินก็ตั้งเป้าหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จะต้องมีการพัฒนาสนามบิน และมีหลุมจอดเครื่องบินให้มีความพร้อมในการรองรับเท่านั้น

    สำหรับ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทยโครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1295502&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ao94O5K4BhN5i2ZcfQyrN

  • เดินหน้าปรับปรุง ท้อง สนามหลวง กทม. ย้ำเป็นศูนย์รวมกิจกรรม-ท่องเที่ยว

    เดินหน้าปรับปรุง ท้อง สนามหลวง กทม. ย้ำเป็นศูนย์รวมกิจกรรม-ท่องเที่ยว

    วันนี้ (1 กันยายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจการปรับปรุงท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร แม้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะได้เสนอให้ย้ายสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ออกจากท้องสนามหลวงแล้วก็ตาม

    ทั้งนี้ การปรับปรุงท้องสนามหลวงยังคงดำเนินต่อไปตามงบประมาณที่จัดสรรไว้เดิม เนื่องจากท้องสนามหลวงเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนใช้สอยตลอดทั้งปี จึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

    การปรับปรุงในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม สะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย สมกับเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบไฟฟ้าส่องสว่างและจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างเต็มที่

    ภาพการปรับปรุงท้องสนามหลวงในกรุงเทพมหานครเพื่อพัฒนาภูมิทัศน์และการท่องเที่ยว ภาพการปรับปรุงท้องสนามหลวงในกรุงเทพมหานครเพื่อพัฒนาภูมิทัศน์และการท่องเที่ยว

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/sanam-luang-renovation-bangkok/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CevADn9ZfH_K1yc2TOOKV

  • ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    บันเทิง

    ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    วันจันทร์ ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” ณ วัดราษฎรบำรุง (วัดไก่หอบ) ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    ​งานนี้จัดขึ้นภายใต้การผลักดันงบประมาณจาก คุณมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดปทุมธานี และคุณสุรกิจ ศรีเกษม เลขานุการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    ​ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เริ่มด้วยไฮไลท์การแข่งขัน Street Fight ที่ดึงดูดนักสู้จากทั่วประเทศมาประชันฝีมือกันอย่างสุดมันส์ เรียกเสียงเชียร์สนั่นเวที สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง แอน อรดี ที่มามอบความสุขด้วยเสียงเพลงไพเราะสนุกสนาน และยังมีร้านค้า OTOP กว่า 50 ร้านค้า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพ

    ​บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกครื้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ OTOP และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    งานนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนศักยภาพของชุมชนในการจัดงานใหญ่ระดับประเทศ พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ททท. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/entertain/444629&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wz0pcXQpTZl6TJx_KCcam

  • ตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบ 8 ปี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี-เสริมความปลอดภัย | เดลินิวส์

    ตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบ 8 ปี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี-เสริมความปลอดภัย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5073214/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OI6R5Ksi8kU7zSRzyxQo5

  • TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สหรัฐฯ:

    • ดัชนีราคาผู้บริโภค (PCE) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +0.2% MoM ในเดือน ก.ค. จาก 0.3% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6% YoY เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด

    • ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น +0.3% MoM เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้นเป็น 2.9% YoY จาก 2.8% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด

    Fixed Income:

    • เรายังคงให้น้ำหนักไปที่พันธบัตรระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เนื่องจากมีโอกาสได้ประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed โดยตรง และเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านขึ้นของ Yield น้อยกว่า ขณะที่พันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี เรายังประเมิน Fair level ที่ราว 4.5% จึงจะสะท้อนความเสี่ยงของแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

    ไทย:

    • กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องในเดือน ก.ค จากการหดตัวชั่วคราวของภาคการผลิต (ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต) และกิจกรรมในภาคบริการลดลงจากการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอของอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่รายรับภาคการท่องเที่ยวยังคงลดลง จากการใช้จ่ายต่อทริปที่ลดลงและการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอและปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าจากการบริโภคที่หดตัวในหมวดสินค้าไม่คงทนและหมวดบริการ ซึ่งสอดคล้องกับรายรับจากภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

    จีน:

    • แรงกดดันเงินฝืดยังเป็นปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยระดับราคาสินค้าและกำไรภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศมาตรการ Anti-involution เพื่อจำกัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ความสำเร็จของมาตรการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนในการลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในปัจจุบันได้แพร่กระจายจากอุตสาหกรรมต้นน้ำสู่อุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่เป็นของภาคเอกชน ซึ่งทำให้การสั่งลดกำลังการผลิตจากทางการอาจทำได้ยากและเห็นผลช้ากว่าการปฏิรูปด้านอุปทานของจีนในอดีตช่วงปี 2015

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/01/574379/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3krQjpMy-zq_8K0-7ThtyZ