Blog

  • ดอยแม่สลอง จากวีรชนผู้พลัดถิ่น สู่ความรุ่งเรืองแห่ง “เมืองสามวัฒนธรรม”

    ดอยแม่สลอง จากวีรชนผู้พลัดถิ่น สู่ความรุ่งเรืองแห่ง “เมืองสามวัฒนธรรม”

    จากสงครามสู่สันติภาพ – อนุสรณ์สถานวีรชนดอยแม่สลองเล่าเรื่องราว “กองพลพลัดถิ่น” สู่ชุมชนรุ่งเรือง

    เชียงราย,5 กันยายน 2568 – บนเนินเขาสูงของดอยแม่สลอง ที่ระดับความสูง 1,200 เมตร ณ บ้านสันติคีรี อำเภอแม่ฟ้าหวง จังหวัดเชียงราย ตั้งหยัดอยู่อนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่เล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งสู่ความสงบสุข จากผู้พลัดถิ่นสู่ชุมชนที่รุ่งเรือง และจากความหวาดกลัวสู่ความหวังแห่งอนาคต

    เมื่อแสงแรกของยามเช้าส่องผ่านหมอกเบาบางลงมายังสถาปัตยกรรมจีนอันงดงามของอนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าผู้มาเยือนไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคารที่สวยงาม แต่เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดเข้าสู่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร

    บทเปิดแห่งความทรงจำ จากยูนนานสู่ดอยแม่สลอง

    เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940 เมื่อสงครามกลางเมืองจีนได้ส่ายคลื่นความขัดแย้งไปทั่วทวีปเอเชียตะวันออก ภายหลังสงครามกลางเมืองจีนสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2492 บางส่วนของกองกำลังพรรคก๊กมินตั๋งปฏิเสธที่จะยอมจำนน รวมทั้งกองพล 93 นำโดยพลเอกต้วน ซีเหวิน

    นายสุรศักดิ์ ทวีอภิรดีไข่มุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ว่า “กองพล 93 และกองพล 193 เป็นกองกำลังที่ไม่ยอมจำนนต่อการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ พวกเขาต้องถอนกำลังออกจากมณฑลยูนนาน ประมาณ 20,000 คน และเข้าสู่ดินแดนพม่าในขณะแรก”

    แต่ชะตากรรมไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น จนถึงปี 2497 สหประชาชาติ ได้เข้ามาประสานงานให้มีการอพยพกองกำลังส่วนหนึ่งไปยังไต้หวัน แต่ทหารจำนวนมากที่นำโดยนายพลต้วน ซีเหวิน ได้เลือกที่จะขอลี้ภัยในประเทศไทย

    การเปลี่ยนโฉมหน้าจากผู้ลี้ภัยสู่ผู้พิทักษ์แผ่นดิน

    การตัดสินใจที่จะอยู่ในประเทศไทยของกองพล 93 ไม่ได้เป็นเพียงการหาที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เมื่อรัฐบาลไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น

    “กองพล 93” ร่วมทัพไทยขับไล่คอมมิวนิสต์ ลุยทุกสมรภูมิทั้งผาตั้ง-ดอยยาว ผาหม่น ไปจนถึงเขาค้อ ก่อนตั้งถิ่นฐานดอยแม่สลอง การต่อสู้เหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2514-2528 และเป็นการต่อสู้ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ

    นายสุรศักดิ์เล่าต่อด้วยสีหน้าที่เคารพในผู้เสียสละ “การต่อสู้ครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การสู้รบทางทหาร แต่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องอุดมการณ์ประชาธิปไตยและความเป็นอิสระ มีอดีทหารจีนคณะชาติจำนวนมากเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพจากการสู้รบในครั้งนั้น”

    อนุสรณ์สถาน สัญลักษณ์แห่งความกตัญญูและการเริ่มต้นใหม่

    เพื่อเป็นการตอบแทนการเสียสละอันยิ่งใหญ่นี้ รัฐบาลไทยได้พิจารณาให้สิทธิ์พิเศษแก่กองกำลังเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่การอนุมัติให้อาศัยในฐานะผู้อพยพในปี 2513 และต่อมาได้อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยได้ในปี 2521 และ 2527

    บนพื้นฐานของความกตัญญูต่อการเสียสละนี้ อนุสรณ์สถานวีรชนจึงถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมจีนอันงดงาม ประกอบด้วยอาคารหลักสามหลังที่เรียงตัวเป็นรูปตัวยู และมีอาคารอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ตรงกลาง

    การจัดแสดงภายในอนุสรณ์สถานได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อเล่าเรื่องราวอันสมบูรณ์ โดยอาคารที่ 1 ด้านซ้ายจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหารของกองพล 93 ตั้งแต่ความขัดแย้งในยูนนานปี 2492 และการสู้รบในพม่า ส่วนอาคารตรงกลางเป็นอนุสรณ์สถานหลักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่เสียชีวิตในการสู้รบ และอาคารที่ 2 และ 3 ด้านขวาเล่าเรื่องราวหลังสงคราม โดยเน้นไปที่โครงการพัฒนาชุมชนและความเจริญที่ตามมา

    การปฏิวัติเศรษฐกิจ จากไร่ฝิ่นสู่ไร่ชาระดับโลก

    หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชุมชนบ้านสันติคีรี คือการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ มาเป็นศูนย์กลางการผลิตชาที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

    “ดอยแม่สลองเคยเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายสุรศักดิ์อธิบาย “แต่หลังจากกองกำลังติดอาวุธถูกขับไล่ออกไป รัฐบาลไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่และริเริ่มโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

    ผลลัพธ์ของโครงการนี้เกินความคาดหมาย ปัจจุบันดอยแม่สลองได้กลายเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีกำลังการผลิตชาอูหลงกว่า 80% ของจังหวัดเชียงราย ชาที่ปลูกบนความสูงเฉลี่ย 1,200 เมตร ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ให้รสชาติที่หอมกรุ่นและมีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม

    นอกจากชาแล้ว ชุมชนยังประสบความสำเร็จในการปลูกกาแฟอะราบิกาและพืชเมืองหนาวอื่นๆ จนได้รับการยอมรับให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จากผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพดี

    วัฒนธรรมสามแผ่นดินเสน่ห์แห่งเมืองสามวัฒนธรรม

    ความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นเพียงด้านหนึ่งของเรื่องราว ด้านที่น่าประทับใจไม่น้อยคือการที่ชุมชนบ้านสันติคีรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน ได้ผสมผสานและรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ในชีวิตประจำวัน

    การเดินเข้าไปในหมู่บ้านเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านกาลเวลาไปยังดินแดนจีนยูนนาน ร้านอาหารมากมายเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อ เช่น ขาหมูหมั่นโถว ผัดยอดฟักแม้ว ผัดหมี่ยูนนาน และไก่ดำตุ๋นตังกุย ที่ยังคงความเป็นต้นตำรับไว้อย่างครบถ้วน

    เทศกาลประจำปี “งานมหัศจรรย์ชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า” ที่จัดขึ้นที่บริเวณอนุสรณ์สถานในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีน ไทย และชาวเขาที่อยู่ในพื้นที่ สร้างเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครให้กับนักท่องเที่ยว

    เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ การเดินทางที่สมบูรณ์

    การเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานวีรชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางประวัติศาสตร์” ที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญต่างๆ เข้าด้วยกัน

    สุสานนายพลต้วน ซีเหวิน ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอนุสรณ์สถาน สร้างขึ้นในปี 2523 ด้วยหินอ่อนทั้งหมด เป็นสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนนิยมขึ้นไปกราบเคารพ

    ปลายทางของการเดินทางคือพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยที่สูงที่สุดที่ระดับ 1,500 เมตร เจดีย์ทรงล้านนาประยุกต์นี้สร้างขึ้นในปี 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการผนวกรวมและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างแท้จริง

    ข้อมูลสำหรับผู้เดินทาง

    สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานวีรชน สถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. ตั้งอยู่ที่ บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มีค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 50 บาท

    การเดินทางสามารถใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ แม้ถนนจะมีความชันและคดเคี้ยว แต่รถเก๋งก็สามารถขึ้นไปได้ มีเส้นทางให้เลือกหลายสาย โดยเส้นทางหลักคือจากอำเภอเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1089 ผ่านอำเภอแม่จัน

    มรดกที่คงอยู่บทเรียนแห่งการผสานวัฒนธรรม

    เมื่อแสงแดดยามบ่ายค่อยๆ ลับขอบฟ้าลงไปเบื้องหลังเทือกเขา ทิวทัศน์อันสวยงามจากดอยแม่สลองสะท้อนให้เห็นภาพของความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา จากดินแดนแห่งความขัดแย้งกลายเป็นชุมชนที่รุ่งเรือง จากผู้พลัดถิ่นกลายเป็นชาวไทยที่ภาคภูมิใจ

    อนุสรณ์สถานวีรชนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ว่า ความขัดแย้งและการพลัดถิ่นสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคทีที่ดีกว่าได้ เป็นพยานแห่งการที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมสามารถหลอมรวมเป็นความงดงามได้

    เรื่องราวของกองพล 93 และการเปลี่ยนผ่านของดอยแม่สลอง จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในอดีต แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่น ความเสียสละ และพลังของการหลอมรวมทางวัฒนธรรม ที่ยังคงมีความหมายและให้แรงบันดาลใจแก่คนรุ่นหลังในยุคปัจจุบัน

    เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

    • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
    • วิกิพีเดียภาษาไทย: หมู่บ้านสันติคีรี
    • ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประวัติศาสตร์ไทย
    • ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ เรื่อง “51 ปีไม่เคยลืม! ลูกหลานจีนคณะชาติรำลึกวีรกรรม กองพล 93”
    • สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
    • ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์
    • ถ่ายภาพโดย :กีรติ ชุติชัย
    • บทความโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร

    NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM

    กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/doi-mae-salong-history-of-displaced-heroes/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tk7RyoZUH4JmlzxSPRG0d

  • หนุน ร่าง พ.ร.บ.อสม. ฉบับภูมิใจไทย ให้ความมั่นคง ชี้ไม่จำกัดอายุ ใช้ศักยภาพ ความสามารถ เชื่อเพิ่มค่าป่วยการ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    หนุน ร่าง พ.ร.บ.อสม. ฉบับภูมิใจไทย ให้ความมั่นคง ชี้ไม่จำกัดอายุ ใช้ศักยภาพ ความสามารถ เชื่อเพิ่มค่าป่วยการ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109145&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hbPKMDgDSmt2Zg7JZgLKg

  • กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

    ภาคเอกชนในจังหวัดสุโขทัยและเครือข่ายผู้ประกอบการทุกระดับต่างมีความหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086324/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iLOUpCe3cua346nUG_tYh

  • R

    R

    บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ประกาศขยายการลงทุนในพัทยาซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวโครงการ ‘Tait Pattaya’ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Tait Sathorn 12 โครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงย่านพัทยากลาง โดดเด่นด้วยการผสมผสานที่พักอาศัย พื้นที่ค้าปลีก และพื้นที่ไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญมากมาย

    Tait Pattaya พร้อมที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของพัทยา ด้วยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ผสมผสานที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนความมุ่งมั่นของ RML ในการยกระดับคุณภาพชีวิตในพัทยาด้วยพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน

    ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์พัทยาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชลบุรีถึง 28 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 สูงถึง 3.16 แสนล้านบาท (9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 114% จากช่วงก่อนโควิด ส่งผลให้ RML เล็งเห็นโอกาสจากความต้องการที่สูงทั้งจากผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศที่มองหาที่พักอาศัยคุณภาพในทำเลยอดนิยมแห่งนี้

    การออกแบบของ Tait Pattaya ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองพัทยา ผสานกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนมาตรฐานคุณภาพระดับสูงที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Tait และ RML

    การเปิดตัว Tait Pattaya สอดรับกับการเติบโตของตลาด ตอบรับกับความต้องการที่อยู่อาศัยระดับหรูในทำเลที่มีความคึกคักและเชื่อมต่อสะดวก โดยกลุ่มผู้ซื้อในตลาดพัทยาประกอบด้วยชาวไทยประมาณ 15-20% และชาวต่างชาติประมาณ 70-80% โดยผู้ซื้อต่างชาติหลักมาจากรัสเซีย (25-30%) จีน (20-25%) ยุโรป (10-15%) และอิสราเอล (10-15%) ความหลากหลายของฐานลูกค้านี้สอดคล้องกับแนวคิดโครงการมิกซ์ยูสที่ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในพัทยา

    โครงการ Tait Pattaya มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมและวันเปิดจองในเร็ว ๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141319/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18NFpGISJJu22mtMDbvrtN

  • รศ.ดร.พรรณี-ดร.ชยพล เสวนา จิ้งหรีดตกไซส์ นวัตกรรมอาหารสุขภาพ – อว.แฟร์ 2025

    รศ.ดร.พรรณี-ดร.ชยพล เสวนา จิ้งหรีดตกไซส์ นวัตกรรมอาหารสุขภาพ – อว.แฟร์ 2025

    วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.36 น.

    Tag :

    ที่เวทีกลาง ในงาน อว.แฟร์ 2025 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร  รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง  อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ในฐานะ  ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร“ (HUB of Talent in Gastronomy Tourism) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  พร้อมด้วย  ดร.ชยพล ผู้พัฒน์  ผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์ ด้านสินค้าเกษตรและอาหาร  วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน  มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นวิทยากรเสวนาหัวข้อ “นวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือกใหม่จากจิ้งหรีดตกไซส์  ไข่ขาวและธัญพืช เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568

    สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะ”  สำหรับกลุ่มผู้บริโภค 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยโรคไต กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยทีมนักวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือกใหม่จากจิ้งหรีดตกไซส์ ไข่ขาว และธัญพืช 

    สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะ”ภายใต้โครงการ “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร“ (HUB of Talent in Gastronomy Tourism)  ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต  ในการเสวนามีผู้สนใจเข้าร่วมฟังเสวนาพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์พูดคุยร่วมกันจำนวนมาก  

    ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมงานพร้อมเยี่ยมชมบูธแสดงนิทรรศการของ “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร” (NRCT HUB of Talent in Gastronomy Tourism) อีกด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/912322&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GROqzAAv2wWWLgbsYrsjA

  • แจก 4 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ และ ที่เที่ยวใกล้กทม. 1 วัน

    แจก 4 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ และ ที่เที่ยวใกล้กทม. 1 วัน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/algEz4GqeABj&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36jhhCEcYNDx7b4zc_Gm25

  • จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    ฝรั่งเศสกำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น ‘อิตาลีคนใหม่’ ของยุโรป หลังจากหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิตาลีถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่วันนี้ฝรั่งเศสกลับเผชิญความไม่แน่นอนมากกว่าเดิม

    ปัญหาหลักของฝรั่งเศสมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและงบประมาณปี 2026 ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ขณะที่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าฝรั่งเศสกำลังซ้ำรอยอิตาลีหรือไม่

    ข้อมูลจาก Nomura ระบุว่าหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสในปี 2024 อยู่ที่ 113% ของ GDP ขณะที่อิตาลีสูงกว่าที่ 135% แต่เมื่อตัดสินจากตัวเลขขาดดุลงบประมาณกลับตรงกันข้าม อิตาลีขาดดุลเพียง 3.4% ของ GDP ขณะที่ฝรั่งเศสสูงถึง 5.8% ทำให้สถานะการคลังของฝรั่งเศสถูกมองว่าเปราะบางกว่า

    นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส François Bayrou ได้เรียกประชุมโหวตไว้วางใจในวันที่ 8 กันยายน เพื่อผลักดันงบประมาณปี 2026 ที่มีมาตรการตัดลดรายจ่ายถึง 4.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์) เป้าหมายคือกดดันตัวเลขขาดดุลลงเหลือ 4.6% ภายในปี 2026 แม้ยังสูงเกินเกณฑ์ของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3% ก็ตาม

    Bayrou ยอมรับว่า ตอนนี้ร้ายแรงและเร่งด่วน หากรัฐบาลของเขาพ่ายแพ้ในการโหวตครั้งนี้ก็จะเป็นการล่มสลายของรัฐบาลชุดใหม่ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และฝรั่งเศสจะต้องหานายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในรอบไม่ถึง 2 ปี โดยประธานาธิบดี Emmanuel Macron จะเป็นผู้แต่งตั้ง

    ความจริงแล้วอิตาลีเคยตกอยู่ในภาวะการเมืองวุ่นวายคล้ายกันมานานหลายสิบปี แต่ตั้งแต่ Giorgia Meloni เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2022 ประเทศก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และกำลังค่อยๆ กู้สถานะทางการคลังกลับคืน ต่างจากฝรั่งเศสที่ยังหาทางออกไม่ได้

    ทั้งฝรั่งเศสและอิตาลีต่างถูกจัดอยู่ภายใต้กระบวนการ ‘Excessive Deficit Procedure’ ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของ GDP และขาดดุลไม่เกิน 3% แต่ Nomura มองว่า อิตาลีมีทิศทางการปรับปรุงที่ชัดเจน ขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่เห็นสัญญาณบวก

    สิ่งที่ทำให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้นคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับพรรคฝ่ายค้านทั้งฝ่ายซ้าย (พันธมิตร New Popular Front) และฝ่ายขวา (พรรค National Rally) ที่ไม่ยอมสนับสนุนงบประมาณใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการตัดรายจ่าย การขึ้นภาษี หรือแม้แต่ข้อเสนอให้ ยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน ก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก

    Nomura คาดว่าหากรัฐบาล Bayrou พังลงจริง งบประมาณปี 2025 จะถูกแช่แข็งไว้ ทำให้การขาดดุลในปี 2026 อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ความยั่งยืนทางการคลังของฝรั่งเศสเป็นปัญหาหนัก

    Eurasia Group วิเคราะห์ว่าการโหวตครั้งนี้เป็นเดิมพันที่ Bayrou แทบไม่มีวันชนะ โดย Macron อาจเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่จากพันธมิตรสายกลางหรือขวากลาง เช่น รัฐมนตรีกลาโหม Sébastien Lecornu, รัฐมนตรียุติธรรม Gerald Darmanin หรือรัฐมนตรีการคลัง Eric Lombard

    ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 30 ปีพุ่งทะลุ 4.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพการเมืองและการคลัง

    ภาพ: Artindo/ Getty Images 

    อ้างอิง:

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/italy-used-to-be-the-bad-boy-of-europe-now-its-france/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BqlUuaV29SWSHNfIpL-U4

  • สวทช. – สพฐ. – สจล. ปั้นเยาวชน EEC สู่นักสร้างสรรค์อาหารยุคใหม่ ในโครงการ “EEC FOOD

    สวทช. – สพฐ. – สจล. ปั้นเยาวชน EEC สู่นักสร้างสรรค์อาหารยุคใหม่ ในโครงการ “EEC FOOD

    สวทช. - สพฐ. - สจล. ปั้นเยาวชน EEC สู่นักสร้างสรรค์อาหารยุคใหม่ ในโครงการ

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายบริการวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดโครงการ “การสร้างสุดยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของนักเรียนสู่การประกอบอาชีพ (EEC FOOD INNOVATION)” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ โดยผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 7 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและครูที่ปรึกษาจาก 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จำนวน 30 ทีม รวม 150 คน เข้าร่วมโครงการ

    สวทช. - สพฐ. - สจล. ปั้นเยาวชน EEC สู่นักสร้างสรรค์อาหารยุคใหม่ ในโครงการ

    นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการทางวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน สวทช. กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร มีหลากหลายกิจกรรมประกอบด้วย ค่ายเปิดโลกนวัตกรรมอาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2568 ที่คณะอุตสาหกรรมอาหาร สจล. เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมการแปรรูป และการออกแบบบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะในห้องปฏิบัติการจริง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2568 โดยมีอาจารย์พิเศษและนักศึกษาพี่เลี้ยงจากคณะอุตสาหกรรมอาหาร สจล. ร่วมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกิจกรรม Coaching เสริมทักษะการตลาด การวางแผนโมเดลธุรกิจ และการนำเสนอผลงานแบบ Pitching จากผู้เชี่ยวชาญ สวทช. และเครือข่ายภาคเอกชน

    กิจกรรมการบ่มเพาะความรู้ ทักษะ และประสบการณ์การทำกิจกรรมในห้องปฏิบัติการด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง และพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน

    กิจกรรม Coaching ส่งเสริมความรู้ด้านการตลาด การวางแผนโมเดลธุรกิจ และทักษะการนำเสนอในรูปแบบ Pitching

    โดยตลอดโครงการ นักเรียนทั้ง 30 ทีม ได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบท้องถิ่นและสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ อาทิ กัมมี่สับปะรดเสริมโพรไบโอติกส์ หมึกย่างซอสพริกเกาหลี “สีชัง” บะหมี่ไข่ผำซอสหมูแดง น้ำพริกแมงกะพรุนรสต้มยำ กาแฟทุเรียน เครื่องดื่มไซเดอร์มังคุดเสริมพรีไบโอติก และซอสกระเจี๊ยบผัดไทย

    ผลงานของนักเรียนทั้งหมดได้ถูกนำเสนอในงาน EEC Youth Innovation Symposium 2025 เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม 2568 ที่สวนนงนุช พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 คน โดยทีมชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “กัมมี่สับปะรดเสริมโพรไบโอติกส์” จากโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จ.ชลบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ “น้ำพริกเผาสับปะรดเสริมโปรตีนด้วยปูกะตอย” จากโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” และรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ “บะหมี่ไข่ผำซอสหมูแดง” จากโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ “เครื่องดื่มไซเดอร์เวเนก้ามังคุดเสริมพรีไบโอติก” จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ระยอง และ “ซอสพริกสับปะรดปัตตาเวีย” จากโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” โดยรางวัล Popular Vote ตกเป็นของ “หมึกย่างซอสพริกเกาหลี สีชัง” จากโรงเรียนเกาะสีชัง

    นอกจากนี้นักเรียนทุกทีมที่เข้าร่วมโครงการยังได้รับสิทธิใช้เกียรติบัตรจากโครงการเพื่อยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในคณะอุตสาหกรรมอาหาร สจล. ผ่านระบบ TCAS รอบที่ 1 หรือรอบ Portfolio ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพอุตสาหกรรมอาหาร หนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ

    “โครงการ “EEC FOOD INNOVATION” จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของเยาวชน แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยผสานความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”

    นางสาวจินตนา สุขเจริญ ครูที่ปรึกษาทีม “บะหมี่ไข่ผำ” จากโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร กล่าวว่า ต้องขอบคุณโครงการ EEC Food Innovation ที่ได้เล็งเห็นศักยภาพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้ก้าวไปสู่เวทีชั้นนำ เป็นการเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้กับนักเรียน กิจกรรมนี้เป็นประโยชน์กับนักเรียนจะได้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อในอนาคต

    เช่นเดียวกับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการที่ต่างบอกว่า กิจกรรมนี้ทำให้ได้รู้จักผู้คนที่มากขึ้น ได้เห็นภาพอนาคตของตนเองที่กว้างขึ้น ได้แสดงศักยภาพของตนเอง และหวังว่าจะมีกิจกรรมและโครงการดี ๆ อย่างนี้ต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12745393&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EBfWPpAv2BvA6Xrg8vFIU

  • เปิดประวัติ เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่เจ้าบ่าว น้องเพลง ชนม์ทิดา ลูกตู่ นันทิดา

    เปิดประวัติ เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่เจ้าบ่าว น้องเพลง ชนม์ทิดา ลูกตู่ นันทิดา

    ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายปี 2567 เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนเก่งของ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย กับ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่ถูกแฟนหนุ่ม เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล คุกเข่าขอแต่งงานสุดหวาน ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน 6 ปี ซึ่งมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่เป็นพยานรักในครั้งนี้ของทั้งคู่

    ซึ่งว่าที่เจ้าบ่าวของ น้องเพลง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายคนเดียวของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และยังเป็นทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง ซิโน-ไทย บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยอีกด้วย

    เปิดประวัติ เป๊ก เศรณี หนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอก

    สำหรับ เป๊ก เศรณี เป็นหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี ดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษ ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจไฟแรง จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโทจาก สาขาการบริหารธุรกิจ ที่ Queen Mary University of London

    เป็นลูกชายคนเดียวของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และยังเป็นหลานชายของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณปู่ของเป๊ก และยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 60 ปีอีกด้วย และเป๊กเองก็เป็นทายาทรุ่นที่ 3

    ด้านชีวิตส่วนตัวและความรัก

    เป๊ก เศรณี เป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมากๆ แถมมีกีฬาโปรดอย่าง ขับเครื่องบิน, ขี่ม้า, กีฬาทางน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

    ส่วนในเรื่องความรัก เป๊ก ได้คบหาดูใจกับ น้องเพลง ชนม์ทิดา ลูกสาวคนเดียวของ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย กับ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม โดยความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน ก่อนจะพัฒนามาเป็นแฟน และคบหาดูใจกันมายาวนาน

    ตลอดระยะเวลาที่คบกัน เป๊กและน้องเพลง ผ่านช่วงเวลาที่ทั้งทุกข์และสุขมาด้วยกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ น้องเพลง ต้องสูญเสีย คุณพ่อเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ไปอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2567 เป๊ก ก็อยู่เคียงข้างไม่ห่าง

    หลังคบกันได้ 6 ปี ในปีที่ 6 เป๊กก็ได้คุกเข่าขอน้องเพลงแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ขณะไปเที่ยวทริปต่างประเทศด้วยกัน โดยมีเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน ที่อยู่ในโมเมนต์สุดประทับใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะจัดงานฉลองขอแต่งงานขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 2567 โดยมีการเชิญ 2 ครอบครัวบินมาร่วมงานที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2881006&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2o_8QtZHWqa5rSl3K58MYT

  • เปิดแล้ววันนี้! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ | TOPNEWS

    เปิดแล้ววันนี้! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ | TOPNEWS

    เปิดแล้ววันนี้! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

    • เผยแพร่ : 05/09/2025 22:43

    “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” 5-7 ก.ย.นี้ ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ รวมโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน โรงแรม แพ็กเกจทัวร์ ครบ จบในงานเดียว! 

    เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ (TTAA Northern Chapter) จัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ภาคเหนือ 2025” มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ภายใต้ชื่อ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟส) พบ 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ, 15 บูธ สายการบิน, 2 บูธ เรือสำราญ, 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ และรวมสนุกลุ้นตั๋วเครื่องบินในงานอีกด้วย

    ทั้งนี้ได้จัดให้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีคุณกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยว ภาคเหนือ ขึ้นกล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย Mr. Harada Masau Consul-General of Japan สถานกงสุลใหญ่ประเทศญี่ปุ่น ประจำจังหวัดเชียงใหม่, Mr. Pranav Ganesh Consul-General of India สถานกงสุลใหญ่อินเดีย ประจำเชียงใหม่, คุณมธุรส สุธัญญารักษ์ ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่, ดร.กอบกิจ อิสระชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, คุณดวงเดือน บรรเรียนกิจ ผู้อำนวยการส่วนกิจการพิเศษ และมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่, ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ, Mr. Kwangsoo Lee- Director of Korea Tourism Organization การท่องเที่ยวเกาหลี, Ms. Asako Kumashiro Director Japan National Tourism Organization Bangkok Office การท่องเที่ยวญี่ปุ่น, Mrs. Nurul Ain Binti Mohammed Yunus Directior Tourism Malaysia Bangkok การท่องเที่ยวมาเลเซีย, Mr. Jeffrey Lin – Deputy Director of Taiwan Tourism Administration Bangkok Office การท่องเที่ยวไต้หวัน, Mr. Karun Wararatchai (Travel Switzerland x Swissasap.com) การท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์, Mr. Yutaka Goto – Chiba Next to Tokyo & Home of Narita การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

    สำหรับงาน “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” นี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของการท่องเที่ยวแต่ละประเทศ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการของสายการบิน พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ

    การสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรการท่องเที่ยว และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง รวมถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกของชมรมฯ ได้เข้าร่วมออกบูธ ภายในงาน ซึ่งมีบูธเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคับคั่ง เช่น

    • 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น, การท่องเที่ยวประเทศเกาหลี, การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย, การท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน, การท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ และสถานกงสุลอินเดีย จังหวัดเชียงใหม่
    • 15 บูธ สายการบิน อาทิ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, ไชน่าแอร์ไลน์, อี วี เอ แอร์, สตาร์ลักซ์, อธิฮัท แอร์เวย์, ซาอุเดีย แอร์ไลน์, ไลอ้อนแอร์, นกแอร์, ไทย เวียดเจ็ท แอร์, ภูฏาณแอร์ไลน์, เมียนม่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์เวย์ส, เซ็นทรุม แอร์ และบางกอกแอร์เวย์
    • 2 บูธ เรือสำราญ อาทิ ทัวร์เรือสำราญ รอยัล คาริบเบี้ยน ครุยส์ และ รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล
    • 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ อาทิ มานิตย์บริการท่องเที่ยว เชียงใหม่, WIN TRAVEL & TOUR, RUBY TRAVEL, CHIANGMAI QUALITY TOUR, Standard Tour, GLOBAL TOUR 1995, SHOWNUEATOUR โชว์เหนือทัวร์, Chatuporn Tour & Travel, Nakornping Inter Group 2021 Co.,Ltd, บ้านนกทัวร์, SESUNTOUR สีสันทัวร์, P.D. EXPRESS CHIANG MAI TOUR, Chiangmai Pacific World, Ranvel Tour Plus Service, Dive Vacation, Best Star Travel, Cm wonder tour & Carrent
    • บูธ ผู้สนับสนุน อาทิ YouTrip Travel Card, AIS, กระเป๋าเดินทาง AMERICAN TOURISTER ลดสูงสุดกว่า 50% จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทัล เฟสติวัล เชียงใหม่, The Baristro Pop Up Store, Tops Wine Cellar และรถไฟในสวิซ zb Die Zentralbahn (Switzerland)

    ร่วมด้วยสปอนเซอร์การจัดงานในครั้งนี้ อาทิ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว TTAA, Thai-Amadeus Southeast Asia, TRAVELPORT, VICTORY TRAVEL CENTER, บริษัท ไทยเที่ยวนอกทัวร์ จำกัด, บริษัท เรียล เจอร์นีย์ จำกัด, บริษัท ยูนีค อินเตอร์ จำกัด, บจก. เบสอินเตอร์เนชั่นแนลเทรเวลแอนด์เอเจนซี่, Tune Insurance, TBO.COM, บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ CLUB MED

    และงานใน TITF NORTH 2025 ตลอด 3 วันได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ สายการบิน และ การจับฉลากลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน แพ็คเก็จทัวร์ และของที่ระลึกจากสายการบินมากมาย โดยทุกยอดชำระ 2,000 บาทภายในงาน รับคูปองชิงโชค รวมถึงทุกท่านที่ลงทะเบียนผ่าน QR CODE เข้างานมีสิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไปด้วยกันอีกด้วย

    ภาพ/ข่าว นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    33

    16

    ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ตรวจเยี่ยม-มอบสิ่งของบำรุงขวัญกองบินตำรวจ

    ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ตรวจเยี่ยม-มอบขวัญกำลังใจตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง

    ผบ.ทบ. เน้นย้ำความมั่นคง! กำลังพลต้องปลอดภัย – ประชาชนต้องมีความสุข

    เปิดแล้ววันนี้! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

    นายก อบจ.แพร่ และ ประธานสมาพันธ์ อบจ.ภาคเหนือ ร่วมประชุมโครงการอบรมสัมมนา อบจ.ภาคกลางประจำปี 2568

    อบจ.แพร่ เปิดโครงการสร้างเสริมสุขภาพ สร้างกำลังใจ เพื่อขับเคลื่อนสังคมผู้สูงวัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1302476&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OHgSp1TjxKL6Zi0OnbxAR