Blog

  • ออทิสติกและประจำเดือน: “ฉันแยกความเจ็บปวดทางกายและใจออกจากกันไม่ได้” – BBC News ไทย

    ออทิสติกและประจำเดือน: “ฉันแยกความเจ็บปวดทางกายและใจออกจากกันไม่ได้” – BBC News ไทย

    “ฉันแยกความเจ็บปวดทางกายและใจออกจากกันไม่ได้” ผู้มีภาวะออทิสติกประสบความยากลำบากอย่างไรเมื่อมีประจำเดือน

    A woman is sitting comfortably on her couch and with a hot water bottle pressed against her stomach and a packet of pills in her hand.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, บางคนที่มีภาวะออทิสติกอาจมีประสบการณ์เกี่ยวกับประจำเดือนที่รุนแรงยิ่งกว่าคนทั่วไป
      • Author, หน่วยข่าวพิเศษบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส, หน่วยข่าวระดับโลกและหน่วยข่าวสตรีระดับโลก
      • Role,

    ช่วงมีประจำเดือนอาจเป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับหลายคน เพราะต้องรับมือกับอาการปวดเกร็ง ฮอร์โมนที่แปรปรวน และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังต้องเลือกผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่เหมาะสมกับร่างกายและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ช่วงเวลานี้สำหรับผู้ที่มีภาวะออทิสติกนั้นยากยิ่งขึ้นไปอีก

    ซาดาฟ หญิงสาวที่เติบโตในอัฟกานิสถานและปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอนเล่าว่า “ความเจ็บปวดทางร่างกายกับอารมณ์มักจะมาพร้อมกันจนแยกไม่ออก”

    เธอเล่าว่า อาการปวดเกร็งทางร่างกายสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ เช่น “จู่ ๆ ก็รู้สึกเศร้าหรือตื่นตระหนก” โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน

    ซาดาฟอธิบายว่าระบบการรับรู้ทางอารมณ์และประสาทสัมผัสของเธอมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดเสียจนเธอแยกความรู้สึกทางกายและใจออกจากกันได้ยากยิ่ง

    ดร.เอมี แกรนต์ อาจารย์ด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยสวอนซี เป็นหัวหน้าคณะวิจัยในโครงการหัวข้อ “ออทิสติก: จากช่วงการมีประจำเดือนสู่วัยหมดประจำเดือน” ซึ่งมีระยะเวลาศึกษา 10 ปี ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้สัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คนแล้ว

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

    • A meeting and press conference were held at the Bhumjaithai Party headquarters following the People's Party's resolution to vote for Mr. Anutin Charnvirakul as Prime Minister. Various coalition partners arrived for a press conference to announce the formation of a new government. Mr. Suchart Chomklin, a Member of Parliament from the United Thai Nation Party, led a group of 18 MPs from his party as the first group to arrive. However, MPs from the faction led by United Thai Nation Party leader Mr. Peerapan Saleerattavibhaka were not present. Representatives from the Palang Pracharath Party followed, led by Mr. Chaimongkol Chairaj, the MP for Sakon Nakhon and Deputy Party Leader, and Mr. Santi Promphat, also a Deputy Party Leader who brought along MPs from Phetchabun. Subsequently, the Kla Tham Party's delegation, led by Chief Advisor Capt. Thamanat Prompow, entered the meeting room. He was accompanied by party leaders including Mrs. Narumon Pinyosinwat (Party Leader), Mr. Pai Lik (Secretary-General), and Mr. Atthakorn Sirilatthayakorn (Party Registrar), along with a group of MPs from smaller parties. In addition, several MPs from other parties arrived to join the government formation press conference. These included MPs from the Pheu Thai Party, such as Mr. Sakda Vichiansilp (Kanchanaburi MP) and Mrs. Nuchanart Charuwongsatien (Sisaket MP). MPs from the Democrat Party, including Mr. Somyoat Plaiduang (Songkhla MP) and Mr. Sanpetch Boonyamanee (Songkhla MP), also participated.

    • .

    • Sunita C sits between her husbands Kapil N and Pradeep N

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ทั้งนี้เธอเองก็เป็นผู้มีภาวะออทิสติกเช่นเดียวกัน

    เธออธิบายว่า ผู้ที่มีภาวะออทิสติกอาจเผชิญกับอุปสรรคมากกว่าคนอื่นในช่วงมีประจำเดือน เช่น ประสาทสัมผัสไวขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ยาก และปรับตัวลำบากเมื่อร่างกายเปลี่ยนแปลง

    ประสาทสัมผัสไว

    ในช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ฮอร์โมนอาจแปรปรวนจนเกิดภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีภาวะออทิสติกอาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้รุนแรงและรับมือได้ยากกว่าเดิม

    ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีสัญญาณที่เรียกว่า “อินเทอโรเซ็ปชัน” (interoception)” จากร่างกาย เป็นสัญญาณภายในที่ร่างกายส่งออกมาเพื่อบอกถึงความรู้สึกต่าง ๆ เช่น หิว หรือต้องการเข้าห้องน้ำ

    ดร.เอมี แกรนต์ อธิบายว่าผู้ที่มีภาวะออทิสติกอาจ “รับรู้สัญญาณภายในได้อย่างเฉียบพลัน หรืออาจไม่รับรู้เลยจนกว่าจะเกิดความเจ็บปวดทางร่างกายตามมา”

    A woman lies on her bed with her hand against her forehead.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ผู้ที่มีภาวะออทิสติกอาจรับรู้ความเจ็บปวดได้อย่างเฉียบพลันหรือในทางตรงกันข้ามก็ไม่รู้สึกเลย

    หลายคนอาจรู้สึกปวดท้องเกร็งในระยะเริ่มต้น หรือรู้สึกหงุดหงิดจากอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome – PMS) ชัดเจน แต่ผู้ที่มีภาวะออทิสติกบางคนอาจไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เลย จนกว่าอาการจะไปถึงจุดที่ “รู้สึกแย่มาก”

    ลิลี วัย 32 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศสเปน เผชิญกับภาวะนี้เป็นประจำ เธอยกตัวอย่างว่า “ฉันต้องกินข้าว แต่ฉันไม่รู้สึกหิว (ต่อมา) ฉัน (หิวจน) ปวดหัว ฉันเชื่อมโยงอาการปวดหัวกับความหิวไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย พอเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบริบทของประจำเดือนทุกอย่างก็รุนแรงขึ้นไปอีก”

    ดร.แกรนต์ พบว่า ผู้ที่มีภาวะออทิสติกมีแนวโน้มเป็นโรคก่อนมีประจำเดือนแบบรุนแรง (Premenstrual Dysphoric Disorder – PMDD) มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งเธออธิบายว่า “หมายความว่าก็จะมีอารมณ์ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนที่รุนแรงมาก”

    ยิ่งความไวต่อสิ่งเร้าเพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้การใช้ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยในช่วงมีประจำเดือนกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายด้วย

    ซาดาฟ วัย 38 ปี ซึ่งเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกไม่นาน กล่าวว่า เธออยากเปลี่ยนจากการใช้ผ้าอนามัยมาเป็นถ้วยอนามัย เพราะเธอมองว่าถ้วยอนามัยเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนมากกว่า

    เธอศึกษาวิธีใช้ถ้วยอนามัยอย่างละเอียด และเธอเตรียมตัวเตรียมใจอย่างเต็มที่ “แต่กว่าจะใส่กว่าจะถอดถ้วยอนามัยมันหนักหนาเกินไป” เธอจึงตัดสินใจใช้ผ้าอนามัยต่อไปในตอนนี้

    ส่วนสำหรับลิลี ผลิตภัณฑ์ที่เธอรู้สึกว่าใช้ได้มักเปลี่ยนไปไม่เว้นแต่ละวัน “ฉันใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือนหลายแบบในแต่ละวัน มีผ้าอนามัยแบบสอด ผ้าอนามัยทั่วไป กางเกงอนามัย และถ้วยอนามัย และจะเปลี่ยนสิ่งที่ใช้ตามความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลา”

    แม้แต่เปลี่ยนผ้าอนามัยก็อาจเป็นเรื่องยาก

    A woman holds a mobile phone with a period tracking app on display, while in the other hand she holds a sanitary pad.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การติดตามเวลาที่ต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์สุขอนามัยตอนมีประจำเดือนสำหรับบางคนที่มีภาวะออทิสติกอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่าคนอื่น ๆ

    ดร.แกรนต์ กล่าวว่า หลายคนที่มีภาวะออทิสติกมักรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่กับสิ่งที่คุ้นเคยและมีความมั่นคง

    อย่างไรก็ดี แม้แต่รอบเดือนที่สม่ำเสมอที่สุดก็ยังสามารถรบกวนกิจวัตรประจำวันของคนกลุ่มนี้ได้ เธอขยายความต่อไปอีกว่า “ยิ่งเป็นรอบเดือนที่ไม่แน่นอนก็ยิ่งอาจทำให้ผู้ที่มีภาวะออทิสติกจัดการชีวิตประจำวันได้ยากขึ้นอีก”

    หนึ่งในสาเหตุคือ ผู้ที่มีภาวะออทิสติกมักประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการซึ่งเป็นทักษะทางจิตที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการแก้ปัญหา ความบกพร่องในด้านนี้ทำให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องยาก

    บุคคลที่มีภาวะออทิสติกอาจรู้สึกหนักใจกับ “ความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ” ในช่วงมีประจำเดือน เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย

    ซาดาฟกล่าวว่า “ฉันเหนื่อยที่ต้องจัดการเรื่องสุขอนามัย เช่น เปลี่ยนผ้าอนามัย หรือรับมือเวลาปวด เช่น ต้องกินยา หรือต้องใช้แผ่นประคบร้อน”

    เธอใช้แอปฯ จดบันทึกในโทรศัพท์มือถือเพื่อช่วยติดตามและจัดการกับรอบเดือนของตัวเองให้สะดวกขึ้น

    การศึกษา

    องค์การอนามัยโลกเผยว่า มีเพียง 2 ใน 5 ของโรงเรียนทั่วโลก หรือเพียง 39% เท่านั้นที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาวะของการมีประจำเดือน

    อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนอาจได้รับคำแนะนำเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์จากครอบครัว แต่ยังมีผู้คนอีกหลายล้านคนที่เริ่มมีประจำเดือนโดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะนี้ล่วงหน้าเลย

    ลิลี ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกเมื่ออายุ 27 ปี เล่าว่า เธอเคยเรียนเรื่องรอบเดือนเพียงเล็กน้อยขณะเรียนที่โรงเรียนในอิหร่าน แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ “เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” เธอเคยได้ยินคำกล่าวว่า “ร่างกายได้กรองเลือด และเลือดที่ไหลคือเลือดที่ร่างกายกรองออกมา”

    เมื่อเธอเริ่มมีประจำเดือน เธอก็นำความรู้จากห้องเรียนมาปรับใช้ไม่ได้เลย

    “ฉันคิดว่าร่างกำลังรั่วและกำลังจะตาย ฉันตกใจมาก” เธอกล่าว

    Different menstrual products including pad, menstruation cups and tampons

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การหาผลิตภัณฑ์สำหรับช่วงมีประจำเดือนที่เหมาะสมอาจเป็นยาก

    ซาดาฟเล่าว่า เธอเชื่อว่าประสบการณ์มีประจำเดือนครั้งแรกของเธอแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างมาก เธอเติบโตในอัฟกานิสถานซึ่งมีข้อห้ามทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วยังมีภาวะออทิสติกซึ่งทำให้ช่วงเวลานั้นยากยิ่งขึ้น

    ดร.แกรนต์กล่าวเสริมว่า ต่อให้บางคนที่มีภาวะออทิสติกจะเคยเรียนรู้เรื่องรอบเดือน แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจว่าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อมีประจำเดือนจริง

    ขณะที่ลิลียอมรับว่า เธอใช้เวลาหลายปีเผชิญกับอาการทางร่างกายและอารมณ์โดยไม่รู้ว่าอาการเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับรอบเดือน และภาวะออทิสติกทำให้อาการรุนแรงขึ้น

    แนวทางแก้ไขและวิธีรับมือ

    A woman performs the cobra pose in a studio, with another woman performing the same pose behind her. Her hands are on a green mat, and she looks up to the ceiling with her eyes closed.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การฝึกสติและโยคะสามารถช่วยบรรเทาอาการบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือนได้

    รูบี สจ๊วต ผู้เขียนหนังสือ The Autism Friendly Guide to Periods [คู่มือเกี่ยวกับประจำเดือนสำหรับผู้มีภาวะออทิสติก] กล่าวว่า เด็กที่มีภาวะออทิสติกควรได้รับคำอธิบายเรื่องร่างกายอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ใช้คำเปรียบเปรยเพื่อให้บุคคลเหล่านี้เข้าใจว่าร่างกายทำงานอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอันจะทำให้จัดการกับประจำเดือนของตนเองได้

    “เมื่อสอนเรื่องผ้าอนามัยแบบสอด ผู้สอนควรบอกว่าใส่เมื่อใด และควรใช้คำว่า ‘ช่องคลอด’ อย่างชัดเจน เพราะการใช้ภาษาที่คลุมเครืออาจทำให้เกิดอันตรายได้” สจ๊วตกล่าว เธอเองก็เป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะออทิสติกเช่นกัน

    สำหรับลิลี เธอรู้สึกว่าเธอเข้าใจประสบการณ์เกี่ยวกับรอบเดือนของตัวเองมากขึ้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก

    เธอกล่าวว่า “ฉันเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในช่วงที่ไวต่อสิ่งเร้า ฉันก็พยายามควบคุมหรือลดความรู้สึกท่วมท้นจากประสาทสัมผัสเอง”

    แต่ละคนมีวิธีรับมือที่ต่างกัน ลิลีใช้สมาธิและการฝึกสติเพื่อไม่ตอบสนองต่ออารมณ์อย่างรุนแรงทันที โดยเธอใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อคิดและเข้าใจว่าอารมณ์นั้น ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากอะไร

    ซาดาฟเลือกใช้วิธีที่แตกต่างไป เช่น ร้องเพลง เต้นรำ และโยคะ เพื่อปรับสมดุลอารมณ์

    เธอกล่าวว่า “ฉันปล่อยให้อารมณ์ไหลผ่านในพื้นที่ปลอดภัย แทนที่จะพยายามกดหรือควบคุมมัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cn76y1jrrz8o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w0LN6N_UFE5Yd2HTZ_DyH

  • นักศึกษา ม.นานาชาติเอเซียแปซิฟิก ดูงานบำบัดยาเสพติด วัดถ้ำกระบอก

    นักศึกษา ม.นานาชาติเอเซียแปซิฟิก ดูงานบำบัดยาเสพติด วัดถ้ำกระบอก

    วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี, วันที่ 5 กันยายน – พระอาจารย์วิจิตร อคฺคจิตฺโต รองเจ้าอาวาส และประธานชมรมช่วยกันคนละนิดพิชิตยาเสพติด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเซียแปซิฟิก จัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ กระบวนการและวิธีการรักษาอาการเสพติด นำนักศึกษาชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ารับฟังบรรยายและตอบข้อซักถามภาคภาษาอังกฤษ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบการเรียนของคณะศึกษาศาสตร์บัณฑิต

    พระอาจารย์วิจิตร กล่าวว่า ทางวัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษา และคณาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ได้เห็นถึงรูปแบบการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดทางเลือกที่ใช้ธรรมะควบคู่ไปกับสมุนไพร นอกเหนือไปจากการใช้การบำบัดรักษาด้วยแผนปัจจุบัน ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของทางมหาวิทยาลัยไม่มากก็น้อย และหวังว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับทุกคนอีกครั้ง

    ทั้งนี้วัดถ้ำกระบอกเป็นที่รู้จักทั้งจากคนไทยและต่างชาติเป็นอย่างดีในฐานะสถานบำบัดรักษายาเสพติดด้วยการใช้สมุนไพร และธรรมะ โดยมีพระสงฆ์ของวัดทำหน้าที่ให้การบำบัด และมีผู้เข้ารับการรักษาจากทั่วโลก โดยชาวต่างชาติส่วนหนึ่งหลักจากที่รักษาอาการจนหายแล้วก็ตัดสินใจอยู่ศึกษาพระพุทธศาสนาที่วัดต่อ ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาทั้งภายในประเทศไทยและจากต่างประเทศติดต่อขอเข้าเยี่ยมชม และรับฟังการบรรยายอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/239929&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11ryek65SgMCneC7i9PnMZ

  • ททท.อีสาน ชวนผู้หญิงตีกอล์ฟ สร้างสีสันและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด | TOPNEWS

    ททท.อีสาน ชวนผู้หญิงตีกอล์ฟ สร้างสีสันและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด | TOPNEWS

    ททท.อีสาน ชวนผู้หญิงตีกอล์ฟ สร้างสีสันและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด

    • เผยแพร่ : 06/09/2025 13:59

    นครราชสีมา ททท.อีสาน จับมือ ผู้ประกอบการเขาใหญ่ ชวนผู้หญิงตีกอล์ฟ หวังสร้างสีสันความสนุกสนาน “ Amazing Isan Lady Golf 2025” ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด

    วันที่ 6 กันยายน 2568 ที่สนามกอล์ฟเขาใหญ่ คันทรี่ คลับ (Kao yai country club) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันกอล์ฟ ประจำปี 2568 รายการ“ Amazing Isan Lady Golf 2025” จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ ชมรมผู้บริหารสนามกอล์ฟเขาใหญ่ – โคราช

    โดยมี นายคุณสันติ ณ รังศิลป์ ประธานชมรมผู้บริหารสนามกอล์ฟเขาใหญ่ – โคราช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบการสนามกอล์ฟในเขาใหญ่ ร่วมกิจกรรมดังกล่าว มีนักกอล์ฟเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 120 คน

    นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กลุ่มสตรีเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีศักยภาพในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเรื่องของกีฬากอล์ฟ และมีศักยภาพในการออกเดินทาง รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นกีฬากอล์ฟ เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่ง ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรามองในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงให้ความสำคัญด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นหญิง โดยเน้นการสร้าง สีสันและบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน ให้กับนักกอล์ฟสตรีทั่วประเทศที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม. กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันต่อเนื่องทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้สาวๆ ได้มาร่วมสนุกและแสดงทักษะด้านกีฬากอล์ฟ.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา

    SOCAIL 16-9

    asdadwdw

    มูลนิธิกล้าธรรมมอบปัจจัยช่วยพระเณรภาคใต้

    “โอปอลล์” ต้นกล้าคุณธรรม ผู้เปลี่ยนความฝันให้เป็นพลังสร้างสังคมที่ปลอดภัย

    ‘รองฯ แชมป์’ ขึ้นแท่น กก.ตัดสินกิจกรรม Vive le français ในรายการแข่งขัน La France en defile

    นายก อบจ.พิษณุโลก เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการทางดนตรี จากบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด และโรงเรียนดนตรียามาฮ่า พิษณุโลก

    สว.อีสานใต้ ลงพื้นที่ชายแดน รับฟังปัญหา พร้อมเสนอรัฐบาลใหม่ ให้เร่งช่วยเหลือ

    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดแสดง “กินรีกินราหรรษา” โชว์มนต์เสน่ห์นาฏศิลป์ไทยสู่สากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1302917&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iJ7w5OiXx0I54G7D42Rt6

  • พังงาจัดงานเทศกาลอาหารและบริการสุขภาพ ผลักดันให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    พังงาจัดงานเทศกาลอาหารและบริการสุขภาพ ผลักดันให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    ภูมิภาค

    พังงาจัดงานเทศกาลอาหารและบริการสุขภาพ ผลักดันให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    วันเสาร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.24 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่าจังหวัดพังงา โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา จัดงานเทศกาลอาหารและบริการสุขภาพ ส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย สร้างกระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนให้ถูกต้อง และยังเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ประกอบการอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ได้มาตรฐาน ระหว่างวันที่ 5 – 7 กันยายน 2568 ที่บริเวณหนองมูลตะกั่วป่า เขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วปา จังหวัดพังงา
      
    นางพิศมัย วงศ์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา กล่าวว่างานดังกล่าวจัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ภายใต้โมเดล Bio Circular Green Economy : BCG เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหารและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดพังงาให้เป็นมาตรฐานได้รับการยอมรับในระดับระดับสากล เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และความเข้มแข็งสู่ชุมชนท่องเที่ยว วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายย่อยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 
      
    ภายในงานพบกับการแข่งขันการปรุงอาหารทั้ง พื้นถิ่น-ฟิวชั่น-เมนูสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการพังงา ชิมอาหารหลากหลายเมนู ชมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีจากศิลปินชื่อดัง
    ในบรรยากาศสุดชิล 
      
    วันที่ 5 กันยายน 2568 การแข่งขันปรุงอาหารทะเลแบบพื้นถิ่น เมนูที่ชนะเลิศได้แก่ กุ้งหลงเล รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ยำกุ้งสาวพังงา และรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ กุ้งชมไพร ชมสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟโรงแรมถาวรปาล์มบีชรีสอร์ท ชมการแสดงวัฒนธรรมจากโรงเรียนเยาววิทย์กะปง ชุดการแสดงวิถี-ถิ่น-ศิลป์ กะปงวิถีดงชนพังงา รำมโนราแบบผสมท่าและโนราตัวอ่อน ชมการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินวงแทมมะริน

    วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 การแข่งขันปรุงอาหารทะเลแบบฟิวชั่น ชมการแสดงทางวัฒนธรรมจากโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ชุดการแสดวงล่องใต้ ระบำใต้เกี้ยว ชมคอนเสิร์ตศิลปินเตย วีรยา 

    วันอาทิตย์ 7 กันยายน 2568 การแข่งขันปรุงอาหารผู้ประกอบการจังหวัดพังงา ชมการแสดงทางวัฒนธรรมจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ชุดการแสดงมหัศจรรย์แดนทอง สุวรรณภูมิสู่สายธารวัฒนธรรม ชุดการแสดงวิถีคนโขนชุดใหญ่ ชมคอนเสิร์ตศิลปินวงกลม
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445414&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1brL4Y5x4frJnzlGmTSFyP

  • เชียงใหม่ บูมท่องเที่ยว จัดงาน mu month ดึงนักท่องเที่ยวสายมู เข้าเชียงใหม่ ช่วงโลว์ซีชั่น | เดลินิวส์

    เชียงใหม่ บูมท่องเที่ยว จัดงาน mu month ดึงนักท่องเที่ยวสายมู เข้าเชียงใหม่ ช่วงโลว์ซีชั่น | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “MU Month” ตลอดเดือนกันยายน 68 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวสายศรัทธา หรือ “สายมู” ที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ หวังดึกลุ่มผู้ศรัทธราเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่

    นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าโครงการนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สองหลังจากปีแรกที่เราคิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะหวังว่าช่วงหน้าโลว์ซีซั่น นักท่องเที่ยวจะหดหายเป็นประจำทุกปี แต่หากจังหวัดเรามีการจัดกิจกรรมเดพื่อดึกดูดนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ ก็จะยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ทุกภาคส่วนทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชน ก็จึงจัดโครงการนี้ขึ้นมา โดยเมื่อปีที่ผ่านมาสามารถดึกด฿ดนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เกือบหมื่นคนที่เข้ามาในช่วงเดือนกันยายนนี้ ในปีนี้เราจึงจัดงาน “MU Month” 68 นี้ขึ้นมาซึ่งมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธาอันหลากหลายในทุกสัปดาห์ ตลอดเดือนกันยายนโดยได้อัญเชิญพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งในจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน ให้มาทำพิธีในจังหวัดเชียงใหม่

    เริ่มจากกิจกรรมที่ 1 ตักบาตรโชติกา ห่มผ้าพระธาตุเจดีย์หลวง ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหารวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 07.00 น. โดยได้รับเมตตาบารมีจาก พระครูสังวรญาณโสภณ (หลวงปู่เจริญ ญาณวุฑโฒ)เจ้าอาวาสวัดถ้ำปากเปียง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และพระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร) เจ้าคณะภาค ๖-๗ (ธรรมยุต)เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

    กิจกรรมที่ 2 บูชาพระราหู แก้เคล็ด เสริมดวงชะตา ณ วัดป่าแดด ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เริ่มเวลา 21.00 น.

    กิจกรรมที่ 3 ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล 9 เดือน 9 วันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เวลา 17.00 น. พิธีพุทธาภิเษกพระผงพุทโธน้อยแม่ชีบุญเรือนแจกพระผงพุทโธน้อยแม่ชีบุญเรื่อน ให้กับผู้เขาร่วมพิธี เวลา 18.00 น. พิธีสวดส่งสะเดาะนพเคราะห์ (ล้านนา) ปัดเป่าปัญหาอุปสรรค ต่อดวง ชะตา อธิษฐานจิตโดยพระภาวนาจารย์ 9 รูป ครูบาดวงจันทร์ เขมรโต (วัดมะกับตอง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่)
    ครูบาคำฝั้น อินทวัณโณ (วัดกอโชค อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่) ครูบาจันทร์ทิพย์ อินฺทญาโน (เจ้าอาวาสวัดม่วงม้าใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่)ครูบาจันต๊ะรังษี (เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่) ครูบาจง (บุญต่อ อุปลวณฺโณ) (เจ้าอาวาสวัดศรีสว่าง อ.หางดง จ.เชียงใหม่) ครูบากฤษดา สุเมโธ (เจ้าอาวาสวัดป่ายาง อ.บ้านธิ จ.ลำพูน) พระอาจารย์พยุงศักดิ์ ธีรธมฺโม (เจ้าอาวาสวัดป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่) พระครูบาศักดิ์สิทธิ์ (พระครูปลัดศักดิ์สิทธิ์วชิรญาณเมธี ดร.) เจ้าอาวาสวัดกู่เสือ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ครูบาคิว (พระญาวิไชย ภิกขุ) (สำนักสงฆ์ห้วยม่วงใหม่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่)

    กิจกรรมที่ 4 โครงการจิตตภาวนา โดย สยาดอภัททันตวิโรจนะ,ดร.ฝึกจิตให้สงบ สัมผัสความสุขจากภายใน วันที่ 12 – 20 กันยายน 2568 ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ กิจกรรมที่ 5 ตักบาตรโชติกา วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2568 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหารกิจกรรมที่ 6 งานประกวดพระเครื่องพระบูชาไทย วันที่ 13-14 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ กิจกรรมที่ 7 ตักบาตรโชติกา วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร กิจกรรมที่ 8 ตักบาตรโชติกา วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร กิจกรรมที่ 9 พิธีสืบชะตาหลวง เสริมดวงมงคล สมปรารถนา สำเร็จทันใจ วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 เวลา 17.30 น. ณ วัดพระธาตุดอยคำ โดยพิธีนี้จะมีประธานสงฆ์ พระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร) เจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พระภาวนาจารย์ เมตตานั่งปรก 4 ทิศ ครูบาดวงจันทร์ เขมรโต (วัดมะกับตอง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่) ครูบาจันต๊ะรังษี (เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่) ครูบาจง (บุญต่อ อุปลวณฺโณ) (เจ้าอาวาสวัดศรีสว่าง อ.หางดง จ.เชียงใหม่) ครูบากฤษดา สุเมโธ (เจ้าอาวาสวัดป่ายาง อ.บ้านธิ จ.ลำพูน)

    นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อไปอีกว่าอย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสายมู ตลอดเดือนกันยายน หรือ MU Month นั้น จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้นมากกว่า 2 หมื่นคน และขอให้โครงการการจัดกิจกรรมสาย MU ทำให้นักท่องเที่ยวมีความ เฮงๆปังๆ ตามความเชื่อของแต่ละบุคคลด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5088962/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uVIak9EiRnkTCJdX3qYVO

  • เปิดแล้ว! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ TITF NORTH 2025 ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ 5-7 ก.ย.นี้

    เปิดแล้ว! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ TITF NORTH 2025 ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ 5-7 ก.ย.นี้

    เปิดแล้ววันนี้มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” 5-7 ก.ย.นี้ ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่

    5 กันยายน 2568 จ.เชียงใหม่ ชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ (TTAA Northern Chapter) จัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ภาคเหนือ 2025” มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ภายใต้ชื่อ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟส) พบ 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ, 15 บูธ สายการบิน, 2 บูธ เรือสำราญ, 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ และรวมสนุกลุ้นตั๋วเครื่องบินในงานอีกด้วย

    ทั้งนี้ได้จัดให้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีคุณกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยว ภาคเหนือ ขึ้นกล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิด ร่วมด้วย Mr. Harada Masau Consul-General of Japan สถานกงสุลใหญ่ประเทศญี่ปุ่น ประจำจังหวัดเชียงใหม่, Mr. Pranav Ganesh Consul-General of India สถานกงสุลใหญ่อินเดีย ประจำเชียงใหม่, คุณมธุรส สุธัญญารักษ์ ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่, ดร.กอบกิจ อิสระชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, คุณดวงเดือน บรรเรียนกิจ ผู้อำนวยการส่วนกิจการพิเศษ และมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่, ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ, Mr. Kwangsoo Lee- Director of Korea Tourism Organization การท่องเที่ยวเกาหลี, Ms. Asako Kumashiro Director Japan National Tourism Organization Bangkok Office การท่องเที่ยวญี่ปุ่น, Mrs. Nurul Ain Binti Mohammed Yunus Directior Tourism Malaysia Bangkok การท่องเที่ยวมาเลเซีย, Mr. Jeffrey Lin – Deputy Director of Taiwan Tourism Administration Bangkok Office การท่องเที่ยวไต้หวัน, Mr. Karun Wararatchai (Travel Switzerland x Swissasap.com) การท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์, Mr. Yutaka Goto – Chiba Next to Tokyo & Home of Narita การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

    สำหรับงาน “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” นี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของการท่องเที่ยวแต่ละประเทศ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการของสายการบิน พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ การสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรการท่องเที่ยว และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง รวมถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกของชมรมฯ ได้เข้าร่วมออกบูธภายในงาน ซึ่งมีบูธเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคับคั่งเช่น

    • 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น, การท่องเที่ยวประเทศเกาหลี, การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย, การท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน, การท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ และสถานกงสุลอินเดีย จังหวัดเชียงใหม่
    • 15 บูธ สายการบิน อาทิ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, ไชน่าแอร์ไลน์, อี วี เอ แอร์, สตาร์ลักซ์, อธิฮัท แอร์เวย์, ซาอุเดีย แอร์ไลน์, ไลอ้อนแอร์, นกแอร์, ไทย เวียดเจ็ท แอร์, ภูฏาณแอร์ไลน์, เมียนม่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์เวย์ส, เซ็นทรุม แอร์ และบางกอกแอร์เวย์
    • 2 บูธ เรือสำราญ อาทิ ทัวร์เรือสำราญ รอยัล คาริบเบี้ยน ครุยส์ และ รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล
    • 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ อาทิ มานิตย์บริการท่องเที่ยว เชียงใหม่, WIN TRAVEL & TOUR, RUBY TRAVEL, CHIANGMAI QUALITY TOUR, Standard Tour, GLOBAL TOUR 1995, SHOWNUEATOUR โชว์เหนือทัวร์, Chatuporn Tour & Travel, Nakornping Inter Group 2021 Co.,Ltd, บ้านนกทัวร์, SESUNTOUR สีสันทัวร์, P.D. EXPRESS CHIANG MAI TOUR, Chiangmai Pacific World, Ranvel Tour Plus Service, Dive Vacation, Best Star Travel, Cm wonder tour & Carrent
    • บูธ ผู้สนับสนุน อาทิ YouTrip Travel Card, AIS, กระเป๋าเดินทาง AMERICAN TOURISTER ลดสูงสุดกว่า 50% จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทัล เฟสติวัล เชียงใหม่, The Baristro Pop Up Store, Tops Wine Cellar และรถไฟในสวิซ zb Die Zentralbahn (Switzerland)

    ร่วมด้วยสปอนเซอร์การจัดงานในครั้งนี้ อาทิ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว TTAA, Thai-Amadeus Southeast Asia, TRAVELPORT, VICTORY TRAVEL CENTER, บริษัท ไทยเที่ยวนอกทัวร์ จำกัด, บริษัท เรียล เจอร์นีย์ จำกัด, บริษัท ยูนีค อินเตอร์ จำกัด, บจก. เบสอินเตอร์เนชั่นแนลเทรเวลแอนด์เอเจนซี่, Tune Insurance, TBO.COM, บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ CLUB MED

    และงานใน TITF NORTH 2025 ตลอด 3 วันได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ สายการบิน และ การจับฉลากลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน แพ็คเก็จทัวร์ และของที่ระลึกจากสายการบินมากมาย โดยทุกยอดชำระ 2,000 บาทภายในงาน รับคูปองชิงโชค รวมถึงทุกท่านที่ลงทะเบียนผ่าน QR CODE เข้างานมีสิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไปด้วยกันอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD/3762358/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VjY8G38HLD-nl7qKzbSqS

  • “ลดทั้งกาญจน์” กระตุ้นท่องเที่ยว รับคิงส์คัพ

    “ลดทั้งกาญจน์” กระตุ้นท่องเที่ยว รับคิงส์คัพ

    กาญจนบุรี 6 ก.ย.- ก่อนจะถึงศึกฟุตบอลคิงส์คัพ รอบชิงชนะเลิศ พรุ่งนี้ (7 ก.ย.) ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอิรัก พาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวและโครงการดีๆ ที่จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและแฟนบอลที่กำลังจะเดินทางมา -สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    รัฐสภา 3 ก.ย.-พรรคร่วมฯ ใหม่ ตบเท้าร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ก๊วน “สุชาติ-ธรรมนัส-สันติ” ร่วมด้วย ด้านงูเห่า “เพื่อไทย-ปชป.” โผล่โชว์ตัว บรรยากาศการประชุมพรรคภูมิใจไทย ภายหลังพรรคประชาชนมีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางมาเพื่อรอแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 11:00 น. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.รวมไทยสร้างชาติ นำกลุ่ม 18 สส. เดินทางมาเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามี สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของกลุ่มนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด ขณะที่ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำ สส.เพชรบูรณ์ มาร่วมด้วย จากนั้น พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำพรรค เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายไผ่ […]

    กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ทักษิณ” ยอมรับผิด ไว้วางใจ “ธรรมนัส” มากเกินไป ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอดูพรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย. สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อเรื่องรู้ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาด ด้วย โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณ พูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า “ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด” ทำให้ สส. ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่านายทักษิณ โดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวง ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณ ยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณ ได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส. […]

    พรรคเพื่อไทย 2 ก.ย.- เปิดชื่อ 20 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อส่งศาล รธน. ปมตุลาการหมดวาระ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 สส.เพื่อไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ แทนนายปัญญา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้ นายปัญญา […]

    ข่าวแนะนำ


    ภูมิใจไทย 6 ก.ย. – “อนุทิน” ว่าที่นายกฯ สุดชิล ใส่เสื้อฮาวายลายใบไม้ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ประชุมแกนนำในวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อฮาวายลายใบไม้ เมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ แต่นายอนุทิน ขอตัวขึ้นไปประชุมก่อน และระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข่าว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมความพร้อมในการจัดงานพิธีสำคัญ ภายหลังมีแกนนำพรรค และว่าที่รัฐมนตรีตามโผ ครม.อนุทิน 1 เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ส่งช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี รวมไปถึงต้นกล้วยไม้สีขาวก้านยาว ในกระถางพลาสติกสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ ประมาณ 1 คนโอบ ติดนามบัตรมีชื่อของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด.-314-สำนักข่าวไทย

    6 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ รับมือฝนถล่ม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย – สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 5 ก.ย.-“อนุทิน” ขอบคุณเสียงโหวตนั่งนายกฯ คนที่ 32 เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาทดแทนโอกาสที่เสียไป เผย วินาทีกราบพ่อ เป็นสิ่งแรกที่อยากทำ ฟอร์มทีม ครม.เรียบร้อยแล้ว บอกผมโอเค พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องโอเค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภายหลังร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับการโหวตเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอนุทินได้กล่าวขอบคุณประชาชน ในโอกาสที่ได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเสียงของประชาชนที่ได้ใช้สิทธิ์ ผ่านสส. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สส.พรรคประชาชน และพรรคการเมืองที่ได้ลงคะแนนให้กับตน หรือพรรคที่ไม่ได้ลงคะแนนให้กับตน โดยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีนายชัยเกษม นิติสิริ ได้รับการเสนอชื่อโหวตชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อการโหวตผ่านพ้นไปแล้ว ก็อยากให้ทุกอย่างมันจบไปด้วยดี และอยากให้เราหันหน้าเข้าหากัน เพื่อทำงานให้กับประชาชน ให้กับประเทศ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยความรวดเร็ว เพื่อทดแทนโอกาสที่เสียไป ซึ่งตนเชื่อว่าหากเราหันหน้าทำงานด้วยกัน ก็จะทำให้ทะลุเป้าหมายต่างๆ ได้ ส่วนจะผลักดันนโยบายอะไรต่อขอยังไม่ลงรายละเอียด เมื่อถามถึงการเข้าพบนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดา หลังจากได้รับการโหวตเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินเล่าว่า นายชวรัตน์ ไม่ค่อยสบาย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็คิดว่านายชวรัตน์ ก็อยากให้ไปหา จึงเร่งไปกราบเป็นอันดับแรก เมื่อถามว่านายชวรัตน์ให้พรอะไรบ้าง […]

    กรุงเทพ 5 ก.ย.- “แพทองธาร” ระบุ จากวันนี้เพื่อไทยทุ่มเททำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล บอก ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมขอบคุณผู้สนับสนุน จะผ่านวันนี้ไปด้วยกัน และจะกลับมาด้วยหัวใจเพื่อประชาชน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานของพรรคเพื่อไทย เราผ่านสถานการณ์ทุกรูปแบบ ทั้งช่วงเวลาแห่งความสุข และช่วงเวลาที่ต้องแบกรับความยากลำบากร่วมกัน แต่สิ่งที่เราไม่เคยละวาง คือความหวัง โอกาส และอนาคตที่ดีกว่าของประชาชน จากวันนี้ เราจะทุ่มเททำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รักษาระบบรัฐสภาให้เดินหน้าตามวิถีทางประชาธิปไตย เราไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่นี้ แต่เราจะรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ด้วยความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ขอบคุณกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกท่าน เราทราบดีว่า การเดินทางร่วมกับพรรคเพื่อไทยจนถึงวันนี้ ต้องใช้ความเข้มแข็งและอดทนถึงเพียงไหน เราจะผ่านวันนี้ไปด้วยกัน และจะกลับมาด้วยหัวใจเพื่อประชาชน .-316 -สำนักข่าวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/sport-1582123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WTx6sZ3fVbH8l9sXronWX

  • หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติด TOP 10 จุดหมายสวรรค์นักชิมระดับโลก

    หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติด TOP 10 จุดหมายสวรรค์นักชิมระดับโลก

    รายงาน Airbnb 2025 Summer Travel Trends ระบุว่านักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลี่ยงเมืองหลวงที่แออัดและหันไปหาสถานที่ที่เป็น Hidden Gems หรือจุดหมายที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก และสำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลือกที่จะท่องเที่ยว “ราไวย์” แทน “ป่าตอง” ที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรู อีกทั้งยังเลือก “ตลาดอาหารทะเลท้องถิ่น” แทน “ร้านไฟน์ไดนิ่งระดับไฮเอนด์”

    นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้บริโภคล่าสุดโดย Panterra พบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 47% ของนักเดินทางให้ความสำคัญกับ “อาหารท้องถิ่นแท้ๆ” เป็นอันดับหนึ่งในประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม 

    นักเดินทางทั่วโลกกว่า 1 ใน 5 ระบุว่าเลือกใช้บริการ Airbnb มากกว่าที่พักประเภทอื่นๆ เพราะต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบท้องถิ่น2 ซึ่งมีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ผสมผสานทั้งความเป็นท้องถิ่นและตัวเลือกใหม่ๆ  นอกจากนี้ ที่พักยูนีคบน Airbnb ไม่ว่าจะเป็นพูลวิลล่าส่วนตัว บ้านพักกลางสวนเขตร้อน หรือ วิลล่าติดทะเลสุดหรู ล้วนช่วยผลักดันให้หาดราไวย์กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายและความแออัดในเมืองใหญ่ เพื่อมาสัมผัสกับบรรยากาศท้องถิ่นในราคาที่เข้าถึงได้

    สำหรับนักเดินทางสายชิมที่กำลังมองหาจุดหมาย “สายกิน” แห่ ใหม่ Airbnb เปิดเผย 10 จุดหมายที่กำลังมาแรงที่สุดทั่วโลกในฤดูร้อนปี 2568 ได้แก่

    ·      อะลาซีโอ (Alassio), อิตาลี: เมืองชายฝั่งที่ให้บรรยากาศคล้ายเมืองโปซีตาโน (Positano) โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสด ดอกไม้และสมุนไพรท้องถิ่น รวมถึงน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง

    ·      รอตเทอร์ดาม (Rotterdam), เนเธอร์แลนด์: เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ โด่งดังด้านอาหารนานาชาติสุดสร้างสรรค์ พร้อมทัวร์อาหารให้สายกินได้ดื่มด่ำ

    ·      ชีคลานา เดอ ลา ฟรอนเตรา (Chiclana de la Frontera), สเปน: เมืองชายหาดแถวคอสต้า เดอ ลา ลูซ (Costa de la Luz) มีร้านอาหารระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะเมนูปลาทูน่าครีบน้ำเงิน

    ·      เบโล ฮอริซอนเต (Belo Horizonte), บราซิล: มีชื่อเสียงด้านอาหารดั้งเดิมของเมืองมินัส เจไรช์ (Minas Gerais) 
    เช่น ถั่วผัดสูตรพื้นเมือง (Feijão Tropeiro) ขนมปังชีส (Pão de Queijo) รวมถึงขึ้นชื่อด้านกาแฟท้องถิ่น

    ·      ชิลลอง (Shillong), อินเดีย: เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองเผ่า Khasi และสตรีทฟู้ดชื่อดัง

    ·      มาร์ลอท พาร์ค (Marloth Park), แอฟริกาใต้: ตั้งอยู่ติดอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger) มีสภาพอากาศเหมาะสำหรับการปลูกองุ่น และเป็นที่ตั้งของโรงบ่มไวน์ชั้นดีหลายแห่ง

    ·      เมืองอารากาวะ (Arakawa City), ญี่ปุ่น: ย่านเงียบสงบในโตเกียวตะวันออก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่แทนย่านชิบูย่า สวรรค์ของนักชิม มีคลาสสอนทำราเมง-เกี๊ยวซ่า และถนนย่านการค้า Joyful Minowa ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟตระกูลเก่า

    economic-business-thai- food-rawai-beach-tourists-airbnb-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ·      หาดราไวย์, ประเทศไทย: ชายหาดเงียบสงบ ปลายสุดทางใต้ของภูเก็ต โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่และวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมอาหารไทย

    ·      ซานตา เตเรซิตา (Santa Teresita), อาร์เจนตินา: เมืองอาหารของบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) ที่มีร้านอาหารรางวัลระดับโลกกว่า 50แห่ง อาหารท้องถิ่นหลากหลายที่ได้รับอิทธิพลจากอิตาลี สเปน และยุโรป

    ·      โอนีออนตา (Oneonta), นิวยอร์ก สหรัฐฯ: จุดหมายซ่อนเร้นในเทือกเขาแคทสกิลล์ (Catskills) มีโรงเบียร์ และร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์ม

    จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่จากนักเดินทางทั่วโลกจำนวนมาก ที่เริ่มหันหลังให้กับเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความแออัด และเลือกจุดหมายปลายทางท้องถิ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น Airbnb ได้ยกให้ หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ชายหาดเงียบสงบทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสายกินระดับโลกที่มาแรงที่สุดสำหรับฤดูร้อนปี 2568 โดยมี “อาหารไทย” ที่ยังคงเป็นพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่งในการเชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัสรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย 

    “หาดราไวย์” มีรากฐานจากหมู่บ้านชาวเล ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายตามชายหาด โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่ที่ชาวบ้านจับเองและส่งตรงมาที่ชายหาดทุกวัน ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเพื่อสัมผัสรสชาติอาหารทะเลสดๆ ตลาดท้องถิ่น และร้านอาหารริมหาดบรรยากาศเป็นกันเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-food-rawai-beach-tourists-airbnb&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TbAe4DNTD-_p3-RAyGL7l

  • วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU จัดสัมมนาใหญ่ ชวนพลิกโฉม “ผู้นำ” และ “โรงเรียน” แห่งอนาคต ตอบรับยุคสมัย พัฒนาศักยภาพการศึกษาไทย

    วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU จัดสัมมนาใหญ่ ชวนพลิกโฉม “ผู้นำ” และ “โรงเรียน” แห่งอนาคต ตอบรับยุคสมัย พัฒนาศักยภาพการศึกษาไทย

    นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จัดสัมมนาวิชาการพัฒนาทักษะผู้บริหารการศึกษา เปิดมุมมองการบริหารการศึกษาไทยแนวใหม่

    วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดสัมมนาวิชาการด้านการบริหารการศึกษา วันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม สนมสุทธิพิทักษ์อนุสรณ์ และห้องประชุม ดร.ไสวสุทธิพิทักษ์ โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่นที่1 และคณาจารย์ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ในหัวข้อ “ผู้นำการศึกษายุคดิจิทัล กับปัญหาท้าทายของสังคมไทย” และ “EdChallenge: พลิกโฉมโรงเรียนสู่อนาคต” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

    การบริหารยุคใหม่ ‘ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี’

    สำหรับหัวข้อ “ผู้นำการศึกษายุคดิจิทัล กับปัญหาท้าทายของสังคมไทย” ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แก่ ดร. คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รองศาสตราจารย์ ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เหล่มตระกูล อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภารกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนายบุญภพ จันทมัตตุการ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งมิติการบริหารจัดการ การออกแบบการเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

    ดร. คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช กล่าวถึงการศึกษาในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นว่าเยาวชนไทยต้องได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีระบบ ความรอบรู้ดิจิทัล นวัตกรรม และการมี Growth Mindset ภายใต้แนวคิด Unplugged CODING พร้อมทั้งชี้ว่าการศึกษาไทยควรบูรณาการ STI (Science, Technology, Innovation) และต่อยอดจาก STEM สู่ STEAM เพื่อเชื่อมโยงศิลปะกับวิทยาศาสตร์ การจัดการเรียนรู้ที่อิงสมรรถนะอนาคตเหล่านี้ จะช่วยขับเคลื่อน เสริมศักยภาพ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้สรุปว่า “การเรียนรู้ยุคใหม่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตและการทำงานร่วมกัน”

    พลิกโฉมโรงเรียน สร้าง “นักคิด” แห่งอนาคต

    ขณะที่ในหัวข้อ “EdChallenge: พลิกโฉมโรงเรียนสู่อนาคต” ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา Keynote Speaker ของงาน และช่วงเสวนามี ดร.ปรเมศวร์ ชรอยนุช อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ Saturday School และ ดร.ศรประภา สิริภัทรวิช หรือ ผอ.พีช ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โดยมีใจความสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาในยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากการเน้น “เรียนเพื่อรู้” ไปสู่การ “เรียนเพื่อคิด” เพื่อสร้างนักเรียนที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของสังคม  นอกจากนี้ บทบาทของครูต้องปรับเปลี่ยนจาก “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้เอื้ออำนวย” ที่มีหน้าที่ฝึกให้นักเรียนคิด, ตั้งคำถาม และสะท้อนความคิดอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน สถาบันการผลิตครูในระดับอุดมศึกษาควรมีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Expert Creator) การเรียนรู้เช่นนี้จะช่วยส่งเสริม การเรียนรู้เชิงลึก, การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างทักษะในการสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Reflection) ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่มีทักษะการคิดเชิงบวก การคิดเชิงระบบ และการคิดเชิงออกแบบ โดยเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ วิทยากรทุกท่านเห็นตรงกันว่าจุดประสงค์การเรียนรู้นั้น ควรตั้งต้นจากการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดเจตคติ (Attitude) ก่อน แล้วให้เกิดการปฏิบัติ (Practice) และความรู้ (Knowledge) ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้ที่สามารถหาได้ง่าย ดังนั้น การสร้างความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ และการเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เด็กได้ค้นพบความสนใจและความสามารถของตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นผู้ช่วยคิดต่อยอดจากความคิดของตนเอง โดยต้องอย่าลืมว่าไม่ควรเชื่อ AI 100% เพราะมนุษย์ยังคงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

    ช่วงท้ายของการเสวนาผู้เชี่ยวชาญยังได้ร่วมกันสะท้อนถึงภาพของโรงเรียนในอนาคตที่ไม่ใช่เพียงพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ครูอยากอยู่ และนักเรียนอยากเรียน เป็นบ้านที่ลดชนชั้นในการสื่อสาร เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม พร้อมกันนั้นยังมีการเน้นถึงความจำเป็นในการ “คืนครูสู่ห้องเรียนอย่างจริงจัง” โดยลดภาระงานธุรการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูได้กลับมาโฟกัสกับแพชชันในการสอน และได้แบ่งปันความสุขจากการเห็นเด็กๆ มีความสุขและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ซึ่งเป็นวงจรที่หล่อเลี้ยงกันระหว่างครูกับนักเรียน และเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

    การเรียนรู้ทักษะผู้บริหารผ่านการปฏิบัติจริง

    ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พงษ์ภิญโญ แม้นโกศล คณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ DPU  กล่าวถึงการจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนที่ออกแบบให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของการบริหารการศึกษาในปัจจุบัน และส่งเสริมศักยภาพของผู้บริหารการศึกษา

    ผศ.ดร. พงษ์ภิญโญ อธิบายเบื้องหลังของกิจกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้บริหารการศึกษา เพราะการจัดสัมมนามีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่การเลือกรูปแบบงาน การควบคุมระบบออนไลน์ การประสานงานกับวิทยากร ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด จากประสบการณ์อันมีคุณค่าเหล่านี้ นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานที่มีรายละเอียดและความซับซ้อนสูง รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในเชิงผู้บริหาร กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างทักษะเฉพาะตัว แต่ยังช่วยสร้างกรอบความคิดจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานธรรมดาไปสู่การคิดเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารการศึกษาในยุคปัจจุบัน

    ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย-โอกาสใหม่ในอาชีพ

    ผศ. ดร. พงษ์ภิญโญ ยังแสดงความชื่นชมผลงานของนักศึกษาที่สามารถจัดงานได้อย่างโดดเด่นเกินความคาดหมาย ที่นักศึกษาสามารถเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญระดับสูง นอกจากนี้ นักศึกษายังได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในด้านเนื้อหาวิชาการ นักศึกษาก็สามารถเลือกสรรประเด็นที่น่าสนใจและสอดคล้องกับยุคสมัย เช่น การพลิกโฉมโรงเรียนในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญ

    From Teacher to Leader ค้นพบศักยภาพสู่การเป็นผู้นำทางการศึกษา

    หลักสูตรของ วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) มุ่งเน้นการพัฒนา ส่งเสริม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ภายใต้แนวคิด “From Teacher to Leader” เพื่อก้าวจากครูผู้สอน สู่การเป็นผู้นำทางการศึกษาและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ แนวคิดนี้สอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัย “DISCOVER  POTENTIAL UNLIMITED” ที่เชื่อมั่นว่าศักยภาพของมนุษย์ไร้ขีดจำกัด และสามารถถูกปลดปล่อยได้ผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย

    ธงของหลักสูตรบริหารการศึกษา จึงไม่ใช่เพียงการผลิตครูที่เก่งการสอน แต่คือการหล่อหลอม ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ ผู้สำเร็จการศึกษาจะมีความสามารถในการกำหนดทิศทางโรงเรียน วางนโยบายเพื่อสนับสนุนครู และสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพสูง

    แนวทางนี้สะท้อนความเชื่อร่วมของนักวิชาการทั่วโลกว่า การศึกษาเป็นความหวังสำคัญของประเทศ และการสร้างผู้นำทางการศึกษาที่มุ่งพัฒนาโรงเรียนไปในทิศทางที่ถูกต้อง คือกุญแจสำคัญในการสร้างพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพประเทศอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649251&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37QG6LbXP06yItQOLkSgo8

  • วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ร่วมต้อนรับ คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กลุ่มผู้ตรวจราชการ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานระบบการติดตามและบริหารจัดการโครงการตาลเดี่ยวโมเดลจัดการขยะ สู่พลังงานและสร้างรายได้เพื่อความยั่งยืนของชุมชน ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในวันที่ 5 กันยายน 2568

    มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะมูลฝอยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน

    โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเรียนรู้รูปแบบการคัดแยกขยะต้นทาง การสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล และการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่อื่น ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/954941&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yFy4TTP2YXlzc7g2SBdbv