Blog

  • ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ‘พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย’ เป็นนายกสภาการศึกษาฯ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ | เดลินิวส์

    ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ‘พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย’ เป็นนายกสภาการศึกษาฯ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ | เดลินิวส์

    ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ‘พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย’ เป็นนายกสภาการศึกษาฯ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย เป็นนายกสภาการศึกษาและกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5108612/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gydx5SlkEkrmvA4KOuFcc

  • โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ เชิญชวนชายไทยสมัคร ‘พลทหาร’ ผ่านระบบออนไลน์

    โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ เชิญชวนชายไทยสมัคร ‘พลทหาร’ ผ่านระบบออนไลน์

    แม่ทัพกุ้ง เชิญชวนชายไทยสมัครพลทหารออนไลน์ 1 ก.ย. 2568 – 25 ม.ค. 2569 โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ย้ำ วันนี้แผ่นดินไทยต้องการคนจริงใจ-กล้าหาญ-เสียสละ

    12 กันยายน 2568 – กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่คลิปพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เชิญชวนชายไทยสมัครพลทหารออนไลน์ โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า การเป็นทหารกองประจำการ หรือ พลทหาร ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตน้องๆ เปลี่ยนไปตลอดกาล เช่น ก้าวเข้าสู่ความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ผ่านการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง

    เรียนรู้ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และความรักความสามัคคี ที่หาไม่ได้จากที่ใด สร้างโอกาสใหม่ในชีวิต ทั้งด้านการทำงาน การศึกษา และสวัสดิการที่มั่นคง ได้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินเกิด คือเกียรติสูงสุดของชายไทยทุกคน

    ในวันนี้ แผ่นดินไทย ต้องการคนจริงใจ คนกล้าหาญ และคนเสียสละ ซึ่งการสมัครเป็นทหารกองประจำการ นั้น น้องๆ จะได้ค้นพบคำว่าภาคภูมิใจที่แท้จริง

    “โอกาสมาถึงแล้ว แม่ทัพขอให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก เชิญชวนน้องๆ สมัครเป็นพลทหารออนไลน์ร่วมกัน”

    แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ยินดีต้อนรับน้องๆ ทุกคน เข้ามาสู่เส้นทางของชายไทยที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศของความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว

    ทั้งนี้กองทัพบกเปิดรับสมัคร พลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 – 25 ม.ค. 2569 ผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัคร คือ ทหารกองเกิน อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2549–2551) และทหารกองเกิน อายุ 22–29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2540–2547) และยังไม่เคยรับราชการทหารกองประจำการ โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สามารถสมัครง่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/860610/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31K6VuP9vXKGFgKKPbuK5F

  • 3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน ม.ชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตแค่ 1 คน

    3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน ม.ชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตแค่ 1 คน

    3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน มหาวิทยาลัยชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตจบเพียง 1 คนเท่านั้น

    แม้จะต่างกันไปตามสายวิชา แต่สิ่งที่ 3 สาขานี้มีเหมือนกันคือ “ความโดดเดี่ยว” ตั้งแต่วันแรกบนรั้วมหาวิทยาลัย

    ในระบบการศึกษาขนาดใหญ่ของจีน ยังมีบางสาขาที่หายากจนทั้งรุ่นมีนักศึกษาเพียงคนเดียวที่เลือกเรียน บนห้องเรียน ความเหงากลายเป็นเสมือนเพื่อนร่วมทาง แต่จากความเงียบนั้นกลับก่อเกิดเรื่องราวพิเศษขึ้นมา

    3 สาขาต่อไปนี้เคยสร้างกระแสบนโซเชียลจีน เพราะในวันรับปริญญามีเพียงนักศึกษาเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ก้าวขึ้นเวทีไปรับปริญญาบัตร

    สาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง

    เดือนมิถุนายน ปี 2019 ภาพของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบงามเพียงลำพังในพิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ เธอคือ โหว เฉียน นักศึกษาคนเดียวที่จบการศึกษาจากสาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เธอไม่มีเพื่อนร่วมชั้น ไม่มีใครเรียนในสาขาเดียวกันเลย

    สาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ถือเป็นสาขาที่ค่อนข้างใหม่ในจีน เพิ่งเริ่มเปิดในปี 2009 และกลายเป็นหลักสูตรเต็มรูปแบบที่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในปี 2015 ภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์ เนื้อหาหลักมุ่งพัฒนาทักษะการเขียนทั้งบทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย และบทละคร สำหรับรุ่นแรกที่เปิดสอน มหาวิทยาลัยรับเพียง 1 คนเท่านั้นหลังผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และโหว เฉียนก็คือ “ผู้บุกเบิก” คนแรกของสาขานี้

    ระหว่างการเรียน เธอมักต้องไปเรียนรวมกับนักศึกษาต่างสาขา และจัดการตารางเรียนด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ด้วยความหลงใหลในบทกวีตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ทำให้ โหว เฉียน ยังคงมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว

    เมื่อสำเร็จการศึกษา เธอมีผลงานบทกวีที่แต่งเองกว่า 100 ชิ้น และยังจัดนิทรรศการผสมผสานบทกวีกับงานประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันรับปริญญา ปริญญาจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงและโอกาสไปศึกษาวิจัยต่อที่ฝรั่งเศส ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้ง “ความโดดเดี่ยว” ก็อาจเป็นเส้นทางที่พาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน

    สาขาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

    หากสาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์น่าสนใจเพราะความแปลกใหม่ สาขาบรรพชีวินวิทยากลับโดดเดี่ยวเพราะความเป็นวิชาการเฉพาะทางอย่างยิ่ง ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของจีนและเอเชีย เคยมีช่วงเวลานานถึง 9 ปีที่สาขานี้ผลิตบัณฑิตได้เพียง 6 คนเท่านั้น เฉลี่ยแล้วแต่ละปีแทบไม่มีผู้จบการศึกษา และบางรุ่นก็มีเพียงนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ปรากฏในพิธีรับปริญญา

    บรรพชีวินวิทยาเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาซากดึกดำบรรพ์ วิวัฒนาการ และประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยล้านปีของโลก ผู้เรียนต้องผ่านการลงพื้นที่สำรวจภาคสนามที่โหดหิน พร้อมทั้งสะสมองค์ความรู้ลึกซึ้งด้านธรณีวิทยา ชีววิทยา และโบราณคดี งานด้านนี้ต้องการทั้งความหลงใหลและความอดทนสูง แต่เส้นทางอาชีพกลับมีจำกัด ส่วนใหญ่ผูกพันอยู่กับสถาบันวิจัยหรือพิพิธภัณฑ์เท่านั้น

    เซี่ย ต้าฝาน และ อัน หย่งจุย เคยกลายเป็นภาพแทนของความโดดเดี่ยวในสาขานี้ เมื่อทั้งคู่ต้องขึ้นเวทีรับปริญญาเพียงลำพังในวันสำเร็จการศึกษา ภาพที่พวกเขาสวมชุดครุย เดินอย่างเงียบงามบนเวทีท่ามกลางหอประชุมกว้างใหญ่ ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ และสะท้อนให้เห็นว่า การเรียนเพียงลำพังตลอดเส้นทางนั้น ต้องอาศัยทั้งความกล้าและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง

    สาขาการศึกษาปฐมวัยระยะต้น มหาวิทยาลัยซานตง

    แตกต่างจาก 2 สาขาก่อนหน้านี้ การศึกษาปฐมวัยระยะต้นซึ่งมุ่งเน้นเด็กอายุ 0–3 ปี ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นสาขาใกล้ตัว แต่กลับเต็มไปด้วยความ “โดดเดี่ยว” ไม่น้อย หลายพิธีรับปริญญาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยท้องถิ่นของจีนมีภาพนักศึกษาเพียงคนเดียวในชุดครุย ยืนถ่ายภาพร่วมกับอาจารย์

    การศึกษาปฐมวัยระยะต้นไม่เหมือนการเรียนอนุบาลทั่วไป เพราะนี่คือช่วงที่ทารกต้องการการดูแลครบทุกด้าน ทั้งจิตใจ การเคลื่อนไหว การใช้ภาษา และโภชนาการ การทำงานกับเด็กเล็กเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวัยแรกเกิดถึงสามปี ความท้าทายยิ่งทวีคูณ นักศึกษาที่เลือกสาขานี้จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบสูง เรียนรู้วิธีเลี้ยงดูและกระตุ้นศักยภาพของเด็กตั้งแต่ช่วงชีวิตแรก ๆ อย่างจริงจัง

    หลายคนลังเลที่จะเลือกเรียนสาขานี้ เพราะมองว่าเมื่อต้องทำงานจริง ภาระหนัก รายได้ไม่สอดคล้องกับความเหน็ดเหนื่อย แถมยังต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้ปกครองและสังคม กรณีของนักศึกษาชายคนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยซานตงเคยกลายเป็นกระแสร้อน เมื่อภาพถ่ายวันรับปริญญามีอาจารย์ถึง 9 คน แต่มีบัณฑิตเพียงคนเดียวในเฟรม

    อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มที่ครอบครัวจีนให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กเล็กมากขึ้น สาขาการศึกษาปฐมวัยระยะต้นซึ่งเคยถูกมองว่า “โดดเดี่ยว” กำลังได้รับการคาดหวังว่าจะมีศักยภาพและโอกาสเติบโตในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/campus/1430832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FWVxevfUqbVuU_ERy7ZG-

  • อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์

    อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์

    12 ก.ย. 2568

    90 views

    ขนาดตัวอักษร

    12 ก.ย.68 – กระทรวง อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” จับมือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) สหรัฐฯ ยกระดับอุตสาหกรรม “เซมิคอนดักเตอร์ – ไมโครอิเล็กทรอนิกส์”

    ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมพร้อมด้วยรศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และผู้แทนอาวุโสจากภาครัฐ ผู้นำสถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม อาทิ นายนฤตม์ เทอดสถีรกุล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดร. สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. และ ดร.ปรอง กองทรัพย์โต Chief of Staff, Lumentum International (Thailand) ได้เดินทางไปหารือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ภายใต้กรอบนโยบาย CHIPS and Science Act พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) เพื่อขยายความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ กับ Dr. Michael M. Crow, President of Arizona State University (ASU) ที่เมืองเทมปี รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

    ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) จะครอบคลุมในหลายมิติ ได้แก่ 1.โครงการวิจัยและการศึกษาแบบร่วมมือด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ และการผลิต 2.การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทวิภาคีด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ 3.โปรแกรมเส้นทางปริญญาร่วม ภายใต้เครือข่ายพันธมิตร ASU-Cintana และ 4.โปรแกรมพัฒนากำลังคนและวิชาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และนวัตกรรมในสาขาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายของไทยในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์เข้ากับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัยของ ASU ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเรียนรู้ แบ่งปัน และเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในฐานะหนึ่งในศูนย์พัฒนากําลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของไทย ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

    “นี่คือความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรมและการจัดอบรมระยะสั้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน และการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในภาคการอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนและความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในภาพรวม”

    นอกจากการลงความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ศ.ดร.ศุภชัยและคณะยังได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารของ ASU การประชุมโต๊ะกลมกับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำ เช่น Intel, Microchip, Siemens, Deca, Benchmark รวมทั้งหน่วยงาน Arizona Commerce Authority และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจเมือง Chandler เข้าร่วม เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือสนับสนุนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมพบปะกับผู้นำระดับโลก คณาจารย์ และนักวิจัยของ ASU จากหลายส่วนงาน อาทิ สถาบัน Biodesign, โรงเรียนการจัดการระดับโลก Thunderbird, MacroTechnology Works, ASU Health, Dreamscape Learn สำนักงานวิจัย นวัตกรรม และผู้ประกอบการของ Fulton Schools โดยได้หารือความร่วมมือในด้านหลักสูตร การฝึกอบรมคณาจารย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ วิศวกรรมชีวการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ การผลิตขั้นสูง และเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงเยี่ยมชมอาคาร Interdisciplinary Science and Technology Building 12 (ISTB12) ซึ่งเพิ่งเปิดใช้งาน และเป็นที่ตั้งของ School of Manufacturing Systems and Networks ในวิทยาเขตโพลีเทคนิค

    โดย รศ.ดร.ภานวีย์ เปิดเผยหลังการเยี่ยมชม ISTB12 และโรงเรียน Manufacturing Systems and Networks ของ ASU ว่า ถือเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง งานวิจัยล้ำสมัยด้านการผลิตขั้นสูงและหุ่นยนต์เชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัยมหานครและของประเทศไทย อีกทั้งยังมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเรา ขอขอบคุณโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่  ASU มอบให้เราในครั้งนี้ด้วย “ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ และรู้สึกซาบซึ้งที่ได้มี ASU เป็นพันธมิตรสำคัญ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mcot.net/view/tocmNeFg&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Pyko-ICrKO3Deh-CZf1BN

  • ‘สภา’ รับหลักการ โละคำสั่งคสช.13ฉบับ คืนอิสระ ครู บริหารงานบุคคล

    ‘สภา’ รับหลักการ โละคำสั่งคสช.13ฉบับ คืนอิสระ ครู บริหารงานบุคคล

    การเมือง

    11 ก.ย. 2025 เวลา 14:45 น.

    “มติสภาฯ” รับหลักการ ร่างกม.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. 13 ฉบับ ปลดล็อกงานบริหารบุคลากรทางการศึกษา ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณา

    ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 21 มี.ค.2560 พ.ศ… ซึ่งเสนอโดย นายสุรวาท ทองบุ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับคณะ เป็นผู้เสนอและร่างพ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกัน ในประเด็นเกี่ยวกับการศึกษา บุคลากร และสภาครู รวม 13 ฉบับ

    ทั้งนี้ในวาระการอภิปราย สส.สนับสนุนร่างกฎหมายที่เสนอต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารงานบุคคล โดยกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการรผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีความเหมาะสมหลากหลายและสอดคล้องกับภารกิจปัจจุบันและอนาคต 

    อย่างไรก็ดีในช่วงหนึ่งของการอภิปรายโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านต่อร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากทางการศึกษา ซึ่งเสนอโดย นายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เนื่องจากมองว่าได้นำเนื้อหาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติบัญญัติไว้มาใส่ไว้ในร่างกฎหมาย

    ทำให้ก่อนการลงมตินายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้หารือต่อที่ประชุมว่า จะให้พักการประชุม 20 นาที เพื่อให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) หารือถึงทางออกของการลงมติในชั้นรับหลักการ หลังจากที่มีความเห็นต่างกัน และหลังจากพักการประชุมแล้ววิปได้แจ้งว่าจะแยกการลงมติออกเป็น 2 กลุ่ม

    โดยร่างพ.ร.บ.กลุ่มแรก จำนวน 8 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ….

    จำนวน 2 ฉบับที่เสนอโดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยกับคณะ และฉบับที่เสนอโดยนายปรีดากับคณะ ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 7/2558 จำนวน 3 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคสช. ที่ 11/2561 จำนวน 3 ฉบับ  ซึ่งมติที่เห็นประชุมเห็นด้วย 298 เสียง งดออกเสียง  1  จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา

    ขณะที่ร่างพ.ร.บ.กลุ่มสอง จำนวน 5 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ…  2 ฉบับ เสนอโดยนายกรวีร์ กับคณะ และนายปรีดา กับคณะ  ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2560  3 ฉบับ ซึ่งมติของที่ประชุมเห็นชอบ 274 เสียง และงดออกเสียง 3  และใช้กมธ.ชุดเดียวกันกับร่างพ.ร.บ.กลุ่มแรก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1198395&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cYWmk1iHxbeTgvUKqWjbp

  • สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี

    สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี

    สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี และจัดทำแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ 2569
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566–2570) และจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2568 ณ โรงแรมทัช สตาร์ รีสอร์ท อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

    การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ แนวคิดการทำงานในปีงบประมาณ 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรในสังกัด สพม.เชียงใหม่ รวมทั้งสิ้นจำนวน 72 คน

    นางจีรฉัตร ศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า การประชุมจัดขึ้นเพื่อทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อเป็นกรอบทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

    กิจกรรมสำคัญในการประชุม ได้แก่ การบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สพม.เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2568” โดย ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ทั้งนี้ กลุ่มภารกิจได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการและโครงการประจำปีงบประมาณ 2569 ผ่านกระบวนการ PLC (Professional Learning Community)
    การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางและแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวหน้าตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3767193/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PEMrZjsgLXynKxqdCgxOh

  • “นายกอนุทิน” รับรางวัลชัยนาทนเรนทร นักสาธารณสุขดีเด่น ประเภทบริหาร – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “นายกอนุทิน” รับรางวัลชัยนาทนเรนทร นักสาธารณสุขดีเด่น ประเภทบริหาร – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109266&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DIt73XqXVMXnpAQGgD-24

  • ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ส่วนอื่นๆก็มีทำการเกษตร เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งก็ไม่สามารถทำรายได้ได้มากน้อยให้กับประชาชนในประเทศ จึงทำให้คนเนปาลนิยมออกไปทำงานหาเงินยังต่างประเทศมากขึ้น พามาดูในส่วนของความสำคัญของประเทศเนปาลต่อเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าการค้ารวมไทย และเนปาลยังไม่สูงมากเฉลี่ยไม่ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ไทยมักเกินดุลการค้าต่อเนปาล ส่วนสินค้าส่งออกหลักจากไทยไปเนปาล คือ ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภค

    ด้านสินค้านำเข้าที่ไทยนำเข้าจากเนปาลมาก็ คือ  พรม ผ้าทอ หัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยเนปาลเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจ เช่น การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง พลังงานทดแทน และสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้นนักลงทุนจากต่างชาติที่สนใจในธุรกิจดังกล่าวก็นับได้ว่าเป็นโอกาสทองในการลงทุน ส่วนด้านการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวเนปาลเดินทางมาไทยปีละหลายหมื่นคน โดยเฉพาะเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและการแพทย์ ถือได้ว่าไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวเนปาล ทั้งในด้าน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) และการศึกษา

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ขณะที่คนไทยเองก็มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปเนปาลเพื่อท่องเที่ยวภูเขาปีนเขาฮิมาลัย และ เอเวอเรสต์ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวสองทางระหว่างกันและกัน ส่วนด้านการศึกษา และแรงงานชาวเนปาลนิยมมาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์ วิศวกรรม และบริหารธุรกิจ อีกทั้งไทยยังมีแรงงานเชื้อสายเนปาลอยู่ในบางภาคอุตสาหกรรม เช่น งานบริการ การรักษาความปลอดภัย และการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเสริมตลาดแรงงานไทย

    นอกจากนี้จะพามาดูยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภูมิภาคเนปาลตั้งอยู่ระหว่างจีนกับอินเดีย ถือเป็น Land-linked Country ที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ หากไทยผลักดันยุทธศาสตร์เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเอเชียใต้ (BIMSTEC, IMT–GT, BCG) จะช่วยขยายการค้าของไทยเข้าสู่เอเชียใต้ได้มากขึ้น โดยไทยกับเนปาลต่างก็มีบทบาทในกรอบความร่วมมือ BIMSTEC ซึ่งช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

    แม้เนปาลจะไม่ใช่คู่ค้าใหญ่ของไทย แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจในด้าน การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา แรงงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยไทยสามารถใช้เนปาลเป็นประตูสู่อินเดีย และจีนได้ในอนาคต อีกทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการศึกษายังเป็นจุดแข็งที่ไทยสามารถดึงดูดชาวเนปาลได้ต่อเนื่อง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859724&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06R-5XKVbWhREjXLIUtRi4

  • หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี | TOPNEWS

    หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี | TOPNEWS

    หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี

    • เผยแพร่ : 12/09/2025 14:31

    สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ภายใต้การกำกับขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “หมูเด้ง ปันน้ำใจ” มอบสิ่งของเครื่องใช้และสนับสนุนการซ่อมแซมอาคารเรียน โรงเรียนบ้านโนนยาง จ.อุบลราชธานี รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

    website

    ปก web เท้ง ขอคะแนนเลือกตั้งซ่อม

    ชาวบ้านยโสธร พลิกวิกฤตช่วงน้ำท่วม จับปลาขายสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท

    “อยุธยาซิตี้พาร์ค จัดอบรมวิธีการดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี 2568”

    เมืองคอนเปิดศูนย์ AI & Metaverse

    “ภูเก็ต” ประกาศจัดงาน “Kebaya Festival 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมบาบ๋า เพอรานากัน สู่เวทีโลก

    TCAS’69 ม.วลัยลักษณ์ รอบ Portfolio เปิด 5 รอบย่อย รวม 3,499 ที่นั่ง

    ชาวสุพรรณบุรี แห่ชมละครเพลงคีตอัศจรรย์สุพรรณบุรีคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1311908&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OC7Y7ZHnjRWe2-MTbX9Jf

  • แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

    แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


    ภาพประกอบเนื้อหา 0 แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

    หาดใหญ่, สงขลา – เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องสราญรมย์ โรงแรมนิวซีซั่นสแควร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานแถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2568 (กินเจ Go Green) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 23 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม สร้างบรรยากาศแห่งความสิริมงคลให้แก่เมืองหาดใหญ่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    นายกิตธนา สุบรรพวงศ์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ในปีนี้มาในรูปแบบ “กินเจ Go Green” โดยมุ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดขยะ และลดของเสีย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของหาดใหญ่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและรักษ์สิ่งแวดล้อม”

    ไฮไลต์ของงานและกิจกรรมสำคัญ

    เทศกาลกินเจหาดใหญ่ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568 ณ สวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น

    • พิธีเปิดงาน: วันที่ 21 ตุลาคม 2568
    • พิธีขบวนแห่พระรอบเมือง: วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 14:30 น.
    • การแสดงสิงโตมังกรสุดอลังการ: วันที่ 26 และ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 19:00 น.
    • ตลาดอาหารเจ: อิ่มอร่อยกับร้านอาหารเจกว่า 108 ร้าน ที่ผ่านการอบรมโครงการอาหารปลอดภัย ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาหารเจนานาชาติ ทั้งมาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น และอาหารเจ 4 ภาค
    • กิจกรรมพิเศษ:
    • การประกวดหนูน้อยเจี๊ยะฉ่าย
    • การเสวนาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ
    • กิจกรรมปรุงอาหารเจโดยคนดัง

    พันธมิตรผู้สนับสนุนหลัก

    การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, เทศบาลนครหาดใหญ่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผู้ประกอบการธุรกิจเอกชน, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, หอการค้า และสมาคมพันธมิตรต่างๆ

    นอกจากนี้ ยังมีการจับมือกับมูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้ในโครงการ “กินเจ Go Green” เพื่อจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยมีการแยกขยะ แยกเศษอาหาร และรณรงค์ให้ประชาชนนำภาชนะมาเองเพื่อรับส่วนลดอีกด้วย

    ภาพประกอบเนื้อหา 1 แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

    ภาพประกอบเนื้อหา 2 แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

    ภาพประกอบเนื้อหา 3 แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • หาดทิพย์ผนึกกำลังเครือข่ายเปิดตัว “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้”  ยกระดับการรีไซเคิลขวด PET เป็นเม็ดพลาสติก rPET ด้วยระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ   ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและธุรกิจ ”โคคา-โคล่า” ทั่วโลก

      หาดทิพย์ผนึกกำลังเครือข่ายเปิดตัว “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ยกระดับการรีไซเคิลขวด PET เป็นเม็ดพลาสติก rPET ด้วยระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและธุรกิจ ”โคคา-โคล่า” ทั่วโลก
    • วง B5 ทีมรวม 5 โรงเรียน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์ “Sprite Music Contest 2025” ครองถ้วยเกียรติยศ–ทุนการศึกษา

      วง B5 ทีมรวม 5 โรงเรียน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์ “Sprite Music Contest 2025” ครองถ้วยเกียรติยศ–ทุนการศึกษา
    • เกษตรเขต5 เปิดสวนทุเรียนคุณภาพ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลา สร้างความเชื่อมั่น ทุเรียนชายแดนใต้ สู่ตลาดสากล

      เกษตรเขต5 เปิดสวนทุเรียนคุณภาพ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลา สร้างความเชื่อมั่น ทุเรียนชายแดนใต้ สู่ตลาดสากล
    • หาดทิพย์ รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร 2568 ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มคุณภาพระดับสากล และมุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างชาวใต้ตลอด 55 ปี

      หาดทิพย์ รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร 2568 ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มคุณภาพระดับสากล และมุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างชาวใต้ตลอด 55 ปี
    • บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบเหมากลุ่ม) จำนวน 43 คัน

      บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบเหมากลุ่ม) จำนวน 43 คัน
    • จังหวัดสงขลาจัดใหญ่ “เทศกาลอาหารพื้นถิ่นสงขลา เขา ป่า โหนด นา เล

      จังหวัดสงขลาจัดใหญ่ “เทศกาลอาหารพื้นถิ่นสงขลา เขา ป่า โหนด นา เล
    • หาดทิพย์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มยั่งยืนในภาคใต้

      หาดทิพย์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มยั่งยืนในภาคใต้
    • หาดทิพย์ ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลรถ Toyota Alphard Hybrid E-Four

      หาดทิพย์ ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลรถ Toyota Alphard Hybrid E-Four
    • อัปเดตความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานหน้ารุ่งโรจน์เฟอร์นิเจอร์ เตรียมเปิดใช้งานในเร็วๆ นี้

      อัปเดตความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานหน้ารุ่งโรจน์เฟอร์นิเจอร์ เตรียมเปิดใช้งานในเร็วๆ นี้
    • “กิตธนา สุบรรพวงศ์” นำทีม

      “กิตธนา สุบรรพวงศ์” นำทีม “สมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวสงขลา” ประชุมสามัญประจำปี 68 ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพท่องเที่ยวสงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/f21f292e52&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DfOmyNZYLLDjfrbU1XT9w