Blog

  • “นายกฯ อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ ร่วมหารือสภาหอการค้าฯ ย้ำทูลเกล้ารายชื่อครม.แล้ว พร้อมผนึกเอกชนลุยฟื้นศก.ไทย | TOPNEWS

    “นายกฯ อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ ร่วมหารือสภาหอการค้าฯ ย้ำทูลเกล้ารายชื่อครม.แล้ว พร้อมผนึกเอกชนลุยฟื้นศก.ไทย | TOPNEWS

    “นายกฯ อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ ร่วมหารือสภาหอการค้าฯ ย้ำทูลเกล้ารายชื่อครม.แล้ว พร้อมผนึกเอกชนลุยฟื้นศก.ไทย

    • เผยแพร่ : 18/09/2025 11:45

    นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจประชุมสภาหอการค้าไทย ย้ำ ทูลเกล้าฯ ชื่อ ครม. แล้ว โปรดเกล้าเมื่อไหร่ลุยงานทันที เผย รัฐมนตรีช่วยคลัง เอกนิติ คัดมากับมือ

    “นายกฯ อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ ร่วมหารือสภาหอการค้าฯ ย้ำทูลเกล้ารายชื่อครม.แล้ว พร้อมผนึกเอกชนลุยฟื้นศก.ไทย – Top News รายงาน

    นายกฯ อนุทิน

    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมประชุมหารือกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหารือเรื่องเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมคณะ

    ดร.พจน์ ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อมเผยนโยบายขับเคลื่อนภาคเอกชน Unlocking New Growth 4 ด้าน นอกจากนี้ยังมี 7 ด้านที่พร้อมสนับสนุน 1.เสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศและนักลงทุน 2.เพิ่มสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 3.ลดภาระค่าครองชีพและต้นทุน 4.ส่งเสริมการค้าการลงทุนแบบเป็นธรรม สร้างความสามารถแข่งขันให้ธุรกิจ SMEs 5.รักษาความปลอดภัยและทางสังคมโดยเฉพาะชายแดน 6.เตรียมแผนรับมือความเสี่ยงการค้าระหว่างประเทศ 7.กระตุ้นการซื้อและการท่องเที่ยว และพร้อมจะสนับสนุน 4 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

    นายอนุทิน กล่าวในที่ประชุมว่า ทุกคนในทีมไม่ใช่คนแปลกหน้าแปลกตา สำหรับตนรู้จักกันมาเป็นเวลานาน มีความสนิทสนมคุ้นเคย เคารพนับถือกันมาอย่างดี สิ่งที่ตนได้มาในวันนี้เพื่อพบกับพวกท่าน นำคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาให้ทุกท่านได้รู้จัก ตนมั่นใจว่าท่านทั้งหลายก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว มาในวันนี้ตั้งใจจะมารับฟังรายละเอียด มาหารือและรับข้อเสนอแนะของหอการค้าไทย รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นรัฐบาลที่จะเน้นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่อยู่ในประเทศไทย ให้มีความกระชับและเข้มแข็งขึ้นในระยะเวลาที่มีอยู่

    จากนั้น นายอนุทิน ได้แนะนำคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อไปแล้ว เมื่อโปรดเกล้าฯ แล้วจะเร่งนำมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภา สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะรับเรื่องของเศรษฐกิจและดูกระทรวงการคลัง รู้จักกันดีอยู่แล้ว และผู้ที่จะมาดูแลกระทรวงพาณิชย์-การค้า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ส่วนผู้ที่ดูเรื่องของนโยบายพลังงานไฟฟ้าตนได้เชิญอดีตซีอีโอ ปตท. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเป็นผู้ที่ นายเอกนิติ นำเสนอ ตนไม่มีสิทธิ์ตั้ง ให้มาช่วยกระทรวงการคลัง รับผิดชอบดูแลเศรษฐกิจภาพรวม และ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นอดีตคณะที่ปรึกษาของ นายพิชัย ชุณหวชิร และเป็นผู้นำในการเจรจาเรื่องภาษีทรั้มป์ ได้มีผลงานมาที่เรียบร้อย แต่เราก็ต้องมีการคุยสืบเนื่องต่อไป เพื่อทำงานร่วมกันไม่ให้ขาดช่วง

     

    hmghf

    SOCAIL 16-9-Recovered

    เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย พายเรือลุยน้ำท่วม ให้กำลังใจคณะสงฆ์วัดพลายชุมพล

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดฉะเชิงเทรา

    ตร.ล่อ ซื้อ 200 บาท รวบหนุ่มค้ายากลางคอกหมู ยึดยาบ้า 384 เม็ด

    “ปชป.” เคาะเลือก หัวหน้าพรรค – กก.บห ชุดใหม่ 18 ต.ค.นี้ อุบชื่อคนชิงตำแหน่ง มั่นใจไร้รอยร้าว พร้อมลุยศึกเลือกตั้ง

    ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ใจดี มอบจักรยานน้ำ 5 ลำ หนุนสุขภาพ-ท่องเที่ยวหัวทะเล

    พิจิตร น้ำท่วมนานนับเดือน ผู้พิการทางสายตา เดือดร้อนหนัก วอนช่วยบริจาค “สิ่งของยังชีพ”  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1319823&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GRNKjZ4QWGiFPRLCJyh-l

  • นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมสภาหอการค้าฯ ย้ำ ทูลเกล้าฯ ชื่อ ครม. แล้ว รอโปรดเกล้าฯ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมสภาหอการค้าฯ ย้ำ ทูลเกล้าฯ ชื่อ ครม. แล้ว รอโปรดเกล้าฯ

    วันนี้ (18 กันยายน) เวลา 09.30 น. ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, วรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมกล่าวว่า ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่คนที่แปลกหน้าแปลกตา สำหรับตนเองเรารู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้ว มีความสนิทสนมคุ้นเคย และเคารพนับถือกันมาเป็นอย่างดี

    อนุทินกล่าวต่อว่า ที่ตนเองเดินทางมาในวันนี้เพื่อมาพบกับทุกคน และนำคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาให้ทุกท่านได้รู้จัก ซึ่งตนเองมั่นใจว่า ทุกท่านรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่การมาในวันนี้เราตั้งใจที่จะมารับฟังในรายละเอียด หารือ และรับข้อเสนอแนะจากทางหอการค้าไทย

    อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เป็นรัฐบาลที่เราจะเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่อยู่ในประเทศไทยให้มีความกระชับ และมีความเข้มแข็งขึ้น ภายในระยะเวลาที่เรามีอยู่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อไปแล้ว เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา จะเร่งทำการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ในทันที

    จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ผู้ร่วมประชุมได้รู้จัก โดยในขณะที่แนะนำ ว่าที่รัฐมนตรี อนุทิน ได้กล่าวถึงวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ฝีมือเป็นคนที่เอกนิติ เชื่อในฝีมือการทำงาน คัดเลือกมาเองกับมือ

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pm-anutin-confirms-cabinet-ready/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3b7VmEkkq5CZns9PzaAsqR

  • ชาวอาร์เจนตินาแห่ประท้วงเรียกร้องรัฐบาลเพิ่มเงินทุนการศึกษา-การรักษาพยาบาล : อินโฟเควสท์

    ชาวอาร์เจนตินาแห่ประท้วงเรียกร้องรัฐบาลเพิ่มเงินทุนการศึกษา-การรักษาพยาบาล : อินโฟเควสท์

    ชาวอาร์เจนตินานับหมื่นคนรวมตัวกันตามท้องถนนใจกลางกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพุธ (17 ก.ย.) เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มเงินทุนสำหรับมหาวิทยาลัยและการดูแลเด็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการตัดงบประมาณภายใต้มาตรการรัดเข็มขัดของประธานาธิบดีฆาบิเอร์ มิเลย์ โดยกดดันให้สมาชิกสภาปฏิเสธอำนาจวีโต้ของปธน.ต่อกฎหมายเพิ่มเงินทุนให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐและโรงพยาบาลเด็ก

    รายงานระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ยกเลิกอำนาจวีโต้ทั้งสองฉบับ อย่างไรก็ตามวุฒิสภาก็ต้องดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อให้อำนาจวีโต้ถูกยกเลิก

    ความนิยมของปธน.มิเลย์ร่วงลง หลังจากที่เขาตัดงบประมาณจำนวนมาก ขณะที่เขากำลังเผชิญกับผลพวงจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน และความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งประจำกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อต้นเดือนนี้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกดดันจากการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนต.ค. ซึ่งพรรคของเขาตั้งเป้าที่จะคว้าที่นั่งให้ได้มากพอที่จะป้องกันไม่ให้ฝ่ายค้านในสภาได้อำนาจปฏิเสธการวีโต้ของเขา

    นับตั้งแต่มิเลย์เข้ารับตำแหน่งในเดือนธ.ค. 2566 เขาได้ลดการใช้จ่ายภาครัฐลงอย่างมาก และประสบความสำเร็จในการลดอัตราเงินเฟ้อรายเดือนจากระดับตัวเลขสองหลักลงมาเหลือหลักเดียว

    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาได้ประกาศข้อเสนอสำหรับงบประมาณของรัฐบาลในปีหน้า เพื่อรับประกันสมดุลทางการคลัง พร้อมทั้งเพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุข การศึกษา และเงินบำนาญ

    อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยแห่งชาติบัวโนสไอเรสระบุในแถลงการณ์ว่า งบประมาณที่เสนอไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการทำให้วิกฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระบบมหาวิทยาลัยของรัฐรุนแรงขึ้น พร้อมชี้ว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงการกลับมาดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษาที่ถูกระงับ รวมถึงการเพิ่มเงินเดือนครูด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8H0IQ24YSONIQJKUGPEAAKST2BBX3T&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SHUWKIIX3xDAr9ziGV4Ew

  • S

    S

    ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย SCB Academy เดินหน้าสร้างแรงกระเพื่อมด้านการศึกษาไทย ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาคการศึกษา และภาคเอกชน เปิดตัว “AFAST Smart University” ภายใต้แนวคิด “เตรียม เสริม เพิ่ม” บัณฑิตจะไม่ใช่แค่ ‘จบการศึกษา’ แต่พร้อม ‘เริ่มทำงาน’ ได้ทันที” โดยโครงการนี้เป็นการผนึกกำลังจากพันธมิตรสำคัญทั้งจากภาคการศึกษาและภาคเอกชน ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.), มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สำนักเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT), Thai AirAsia Academy, Microsoft (Thailand) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับพัฒนาทักษะการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนิสิต นักศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่แท้จริง

    SCB Academy เปิดตัว

    นายวรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า AFAST Smart University เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ AFAST ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ‘เตรียม เสริม เพิ่ม’ เตรียมความรู้พื้นฐานทักษะอนาคต เสริมทักษะนอกห้องเรียนผ่านการฝึกปฏิบัติ และเพิ่มโอกาสในการได้รับการคัดเลือกเข้าทำงาน พวกเขาจะไม่ใช่แค่ ‘จบการศึกษา’ แต่พร้อม ‘เริ่มทำงาน’ ได้ทันที” เพราะสิ่งที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่เพียง ‘ใบปริญญา’ แต่คือบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมทำงานจริง และพร้อมรับมือกับโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา SCB Academy เปิดตัว

    เราประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนรู้ และดำเนินการในธนาคาร สู่การออกแบบหลักสูตร และเครื่องมือโดยใช้ความสามารถของ AI ช่วยสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และล้ำสมัยให้กับนิสิต นักศึกษา เช่น Ikigai Mentor U Application แอปพลิเคชันช่วยค้นหาตัวเอง แนะนำต่อยอดการเรียน การพัฒนาทักษะ และการสร้างอาชีพ, Talky ผู้ช่วยวิเคราะห์ทักษะการเล่าเรื่อง พร้อมคำแนะนำพิเศษเฉพาะสำหรับบุคคล, Smart CV Application สร้าง CV หลายเวอร์ชันให้ดึงดูดใจ HR รวมทั้งมีชุดวิชาพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบครบวงจร ทั้ง ฟัง พูด เขียน การนำเสนอ และยังมี Skill Boost Boot Camp แคมป์เสริมทักษะนอกห้องเรียน เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกด้วย

    โครงการได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งต่างสะท้อนถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับอุตสาหกรรมจริง อาทิ

    • สำนักเคเอกซ์ KMUTT : เปิดตัว Ikigai Mentor U แอปพลิเคชันช่วยค้นหาตัวเอง แนะนำต่อยอดการเรียน การพัฒนาทักษะ และเส้นทางการสร้างอาชีพ
    • Thai AirAsia Academy : เปิดตัว Communication Skills Pathway ครอบคลุมการฟัง พูด เขียน และการนำเสนอ เพื่อช่วยให้นักศึกษาสื่อสารได้ชัดเจน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ
    • Microsoft Thailand : นำเสนอการเรียนรู้ด้าน AI ภายใต้โมเดล Learn – Practice – Prove และมอบ Microsoft Certificate ที่สามารถใช้ยืนยันทักษะได้จริงบน LinkedIn หรือ Resume
    • ทปอ. : เน้นย้ำว่านายจ้างในยุคปัจจุบันต้องการมากกว่า “ความรู้ในตำรา” แต่ต้องการคนที่มีทักษะดิจิทัล การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม โครงการนี้จึงสอดคล้องกับพันธกิจในการสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงาน และเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • สสอท. : มองว่า AFAST Smart University เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานมหาวิทยาลัยเอกชน โดยไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม แต่สามารถบูรณาการเข้ากับระบบพัฒนานักศึกษาได้จริง

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ มหาวิทยาลัยต้นแบบในโครงการ AFAST Smart University ที่มีการบูรณาการนำหลักสูตร และเครื่องมือต่าง ๆ ในโครงการไปพัฒนาต่อยอด จัดการเรียนการสอนกับนักศึกษา ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ โดยมีการประเมินผลการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยเน้นพัฒนาทักษะให้นักศึกษาให้มีความพร้อมสู่การทำงานจริงได้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรผู้ใช้บัณฑิตต้องการ

    AFAST Smart University ไม่เพียงขยายโอกาส และช่วยให้นิสิตนักศึกษาไทยมีทักษะพร้อมสำหรับการทำงานจริงเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานของ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ ที่พร้อมเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก นายวรวัจน์ กล่าวสรุป

    การผนึกกำลังระหว่าง สถาบันการศึกษา – ภาคเอกชน – เทคโนโลยีระดับโลก ภายใต้โครงการนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้าง “กำลังคนคุณภาพที่พร้อมอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/if060halkhwlo3kw5eidr0egh29gq06m&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2owwlRMuOuD20wX7GOUuf0

  • เปิดตัว ‘สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก’ สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    เปิดตัว ‘สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก’ สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    เปิดตัว ‘สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก’ สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    กระทรวงสาธารณสุข ได้มีพิธีเปิด “สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานในพิธี เมื่อวานนี้ (17 กันยายน 2568)

    นายสมศักดิ์ กรีชัย กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มุ่งส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนางานด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ให้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ และการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อประชาชนผู้บริโภค

    สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว ภายใต้โครงสร้างของสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะมีการดำเนินงานด้านการติดตามกำกับการศึกษาวิจัย จัดทำแผนวิจัยด้านสมุนไพรการแพทย์แผนไทยและการแพทย์เลือก ร่วมกับแหล่งทุนระดับประเทศ

    เปิดตัว 'สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก' สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    ทั้งนี้ ทางสถาบันฯ มีการก่อตั้งศูนย์เร่งรัดงานวิจัยทางคลินิก และศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงมีการดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์พืชและการวิจัยทางพฤกษศาสตร์ ซึ่งรวบรวมตัวอย่างพืชสมุนไพรกว่า 6,000 ชนิด รวมถึงมีการให้บริการข้อมูลด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพรทั้งในรูปแบบหนังสือ ตำรา คัมภีร์ และงานวิจัยต่างๆ ทางสถาบันฯมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญครบสาขา ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และพยาบาลวิจัย ทำหน้าที่ศึกษาวิจัย ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสมุนไพรและตำรับยาไทย

    เปิดตัว 'สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก' สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    5 รายการสมุนไพรหวังผลภายในปี 2571

    สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีแผนวิจัย ปี พ.ศ. 2568-2571 ที่มุ่งเน้นการศึกษาวิจัยสมุนไพร Herb of the year จำนวน 5 รายการ ได้แก่

    • ขมิ้นชัน
    • กระชายดำ
    • ไพล
    • กัญชง/กัญชา 
    • กระท่อม

    ส่วนสมุนไพรที่มีศักยภาพใช้รักษา common diseases, นวดรักษาโรคทางกลุ่มโรคกระดูกและข้อ, การใช้ตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคผิวหนัง เช่น สะเก็ดเงิน และจะมีการขยายทั้งรูปแบบและวิธีวิจัยให้ครอบคลุมกลุ่มโรคอื่นๆ ต่อไป

    “สถาบันวิจัยแห่งนี้จะไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแต่จะสนับสนุนให้สมุนไพรเป็น Soft Power ทางเศรษฐกิจและสุขภาพในระดับโลก”

    ทางด้าน ดร.นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์  แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่าในปีงบประมาณ 2568 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ กรมการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายเขตสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางวิจัยระดับประเทศอย่างเป็นเอกภาพ เปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีความน่าเชื่อถือ

    สถาบันวิจัยฯ จะเปิดงานด้านห้องปฏิบัติการเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ประกอบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งการดำเนินการวิจัยดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งทางสาธารณสุขและช่วยส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของประเทศ

    เปิดตัว 'สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก' สร้างซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจสุขภาพ

    ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันให้ ‘สมุนไพรไทย’ เป็น 1 ใน 6 ยุทธศาสตร์สำคัญของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ โดยตั้งเป้าภาพรวมของ 6 ยุทธศาสตร์ที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศอยู่ที่ 6.9 แสนล้านบาท (3.39% ของ GDP) 

    และเคยออกมาแถลงผลงานในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า การดำเนินงานในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ( กพ.-ส.ค.) การยกระดับสมุนไพรไทย มีมูลค่ารวมแล้วกว่า 48,604 ล้านบาท. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/730575&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ExfJHM6zUE4hmAlg5dFYI

  • มทบ.25 ตรวจสภาพอาคารเรียนก่อนการส่งมอบให้กับโรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

    มทบ.25 ตรวจสภาพอาคารเรียนก่อนการส่งมอบให้กับโรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

    มทบ.25 ตรวจสภาพอาคารเรียนก่อนการส่งมอบให้กับโรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์


    18/09/2568 | 57 |

    (16 ก.ย. 68) พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พ.อ.ธนาคม เลื่อนทอง หก.กกร.มทบ.25 พร้อมด้วยจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจสภาพความเรียบร้อยของอาคารเรียนก่อนส่งมอบให้กับโรงเรียน

    มทบ.25 ได้ดำเนินการจัดชุดช่างจิตอาสา ร่วมด้วย คุณนิรินวัน ผู้บริหารระดับสูง บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นประชาชนจิตอาสาในการสนับสนุนงบประมาณ พร้อมเครื่องมือเข้าซ่อมแซมอาคารเรียน จำนวน 3 หลัง ซึ่งเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ปะทะไทย – กัมพูชา จึงทำอาคารเรียนและระบบสาธารณูปโภค

    พังเสียหาย

    ชุดช่างจิตอาสา มทบ.25 เข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 6 – 16 ก.ย. 68 โดยปัจจุบันดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้สำรวจ และตรวจสอบความเรียบร้อยของอาคารต่าง ๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ก่อนส่งมอบต่อไป

    นายกิตติศักดิ์ เพ่งเล็งดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกกรม ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ร่วมตรวจสภาพความพร้อมก่อนส่งมอบ ทั้งนี้ คณะครูอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกกรม จำนวน 146 คน รู้สึกขอบคุณทีมงาน

    จิตอาสา กองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 25 และ บริษัท ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้น จำกัด (มหาชน) รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่เห็นความสำคัญของการศึกษาและอนาคตของเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไปในภายภาคหน้า

    ด้าน พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมด้วย คุณชาลิสา ไชยโอชะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากรมทหารพรานที่ 23 พร้อมด้วยสมาชิกฯ ได้เป็นผู้แทนมอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบจากเหตุการณ์รบปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 11 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,050,000 บาท พร้อมทั้งได้กล่าวให้กำลังใจและขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และเสียสละ เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยอย่างเต็มที่


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/424422&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V-tAo8pkUx8UjrR0HIpD-

  • ส.อ.ท. ห่วงค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    ส.อ.ท. ห่วงค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    ส.อ.ท. ห่วงค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทไทยที่ค่อนข้างแข็งค่า ว่า เงินบาทไทยวันนี้ (17 ก.ย.68) แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31.748 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทที่แข็งขนาดนี้ไม่สะท้อนกับสภาวะที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไม่ดี กำลังการซื้อไม่ดี ซึ่งปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้ค่าเงินบาทควรจะอ่อน แต่ตามที่หลายคนบอกว่าปัญหาคือค่าเงินสหรัฐอ่อนตัว ทำให้เงินในภูมิภาคนี้แข็งค่าขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง โดยตั้งแต่ครึ่งปีมาจนถึงปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแล้วกว่า 7% เกือบ 8% เป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาครองจากไต้หวันเท่านั้นและแข็งค่าเป็นอันดับ 5 ของโลก เพราะฉะนั้นปัญหาที่จะกระทบผู้ส่งออก มีทั้งปัญหาที่โดนภาษีนำเข้าของสหรัฐ 19% และต้องเผชิญกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าซ้ำอีก ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ใช่เฉพาะภาคส่งออก แต่รวมถึงภาคการท่องเที่ยวด้วยที่จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากไทยพยายามจะเร่งฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหากค่าเงินของไทยแข็ง หมายความว่านักท่องเที่ยวที่อยากมาเที่ยวไทย อาจจะลังเลและเบี่ยงเบนไปเที่ยวประเทศอื่นมากกว่า เช่น เวียดนาม ที่ขณะนี้ค่าเงินด่องอ่อนค่าลงกว่า 3%

    ทั้งนี้ การส่งออกของไทยที่เติบโตในช่วง 6 เดือนแรกเป็นเพราะการเร่งส่งออกและความกังวลเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐ จึงมีการเร่งส่งออกทำให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตถึง 15% แต่ในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกของไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทาย คาดว่าการส่งออกจะลดลงแน่นอน รวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30% แม้จะได้นักท่องเที่ยวจากชาติอื่นมาแทนแต่ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 35-36 ล้านคน ตามที่วางเป้าไว้ โดยคาดว่า ปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเพียง 32 ล้านคน อย่างไรก็ตาม จีดีพีของไทยปีนี้น่าจะอยู่ที่เติบโต 1.8-2.0% หลังจากปี 2567 ที่จีดีพีเติบโต 2.5%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000089070&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qiUm5n5h3sAB4-qge-XtU

  • พลิกโฉม OTOP หนองบัวลำภู @ตาดไฮ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน | เดลินิวส์

    พลิกโฉม OTOP หนองบัวลำภู @ตาดไฮ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5120117/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MxLn8bThxa8CwRuErFiCR

  • “อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ พา 3 รมต.ถกประธานหอการค้าฯ

    “อนุทิน” นำทีมเศรษฐกิจ พา 3 รมต.ถกประธานหอการค้าฯ

    (18 ก.ย. 68) เวลา 09.30 น. ที่ห้อง 3201 ชั้น 2 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมการประชุมหารือ ระหว่างนายกรัฐมนตรี และคณะ กับดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 

    นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ที่มาที่นี่ เพื่อพาคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาให้ทางสภาหอการค้าได้รู้จัก ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยตั้งใจที่จะมารับฟังและหารือ ข้อเสนอแนะ จากสภาหอการค้าไทย สำหรับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนี้ จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยมีความกระชับและเข้มแข็งมากขึ้น ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนายอนุทิน กล่าวต่อว่า หากมีการโปรดเกล้าฯ หลังจากที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายชื่อ ครม.ไปแล้วนั้น จะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อให้สามารถบริหาราชการแผ่นดินได้ รวมถึงได้แนะนำนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบเศรษฐกิจในภาพรวม ต่อมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    ส่วนดร.พจน์ ระบุว่า ทางสภาหอการค้า พร้อมสนับสนุนขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่นายอนุทินได้ประกาศไว้ ดังนั้น

    1. ด้านเศรษฐกิจ ลดค่าของชีพแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร เสริมสร้างรายได้และโอกาสให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ

    2. ด้านความมั่นคงชายแดน แก้ปัญหาแก้ปัญหาพิพาทด้วยสันติวิธีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

    3. ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบแจ้งเตือนป้องกันภัย เสริมกลไกเสริมกลไกเยียวยาฟื้นฟูให้ได้รับเงินชดเชยอย่างเป็น

    4. ด้านภัยสังคม เร่งปราบปรามยาเสพติดการค้ามนุษย์การหลอกลวงออนไลน์การพนันโดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

    นอกจากนี้ สภาหอการค้าไทย ได้ระบุทิศทางของการทำงานของสภาหอการค้าไทย ที่มีเป้าหมาย 4 ด้าน ภายใต้แนวทาง Unlocking New Growth ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต ประกอบด้วย 

    1. Build Business Confidence & Strengthen Trade & Investment in Global Supply Chains ด้วยการตั้งกลไกความร่วมมือ มีศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร และการสนับสนุนการลงทุนของไทยในต่างประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

    2. Business Transformation: Innovation, Digital, Al, Robot, loT & ESG Integration การค้าและการลงทุน – ธุรกิจไทยขยายตลาดและการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งชันในเวทีโลก เกษตรและอาหาร – Smart Farming, Future Food, Halal การท่องเที่ยวและบริการ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง Al, Robot, Digital Technology และ Innovation และ Sustainability

    3. Talent Development คือ Reskill & Upskill คนไทย เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการและ SMEs ผ่านการอบรม Al, Digital Marketing, และ E-commerce การพัฒนาเครือข่าย Talent Ecosystem โดยความร่วมของสถาบันการศึกษา ภาครัธ และเอกชน เสริม Talent คนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยซับเคลื่อนองค์กร

    4. Empowering SMEs & Strengthening Public-Privacy Partnerships การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสมาชิกเครือข่ายหอการค้าไทย และ SME ผลักดันมาตรการช่วยเหลือสมาชิกเครือข่าย และ SMEs เช่น สินเชื่อดอกเบียต่ำและการลดภาษี สร้างเครือข่ายการค้าและจับคู่ธุรกิจผลักดันภาครัฐให้มีนโยบายที่สนับสนุนสมาชิกเครือข่ายและ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม

    พร้อมกับย้ำ การดำเนินการภายใต้ภารกิจ 7 ด้าน (7 Pillars) คือ 

    1. Rebuild Confidence Plan เสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศและนักลงทุน

    2. Liquidity for SMEs & Households เพิ่มสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

    3. Ease Cost of Living ลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนประชาชน

    4. Seamless Trade ค้าขายคล่อง ส่งเสริมการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ ค้าขายเป็นธรรม (Fair Trade) สร้างความสามาร

    5. Safety & Security of Thailand รักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพทางสังคม โดยเฉพาะ ชายแดน

    6. Trade War Response เตรียมแผนรับมือความเสี่ยงการค้าระหว่างประเทศ

    7. Boost Demand & Tourism กระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/slide/politics/NqSjsFht6&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3POsgfYxR0hzYfOdOfkOSt

  • นายกฯ ขนทีมเศรษฐกิจถกหอการค้าบอกโปรดเกล้าฯ ครม.เมื่อไหร่ทำงานทันที

    นายกฯ ขนทีมเศรษฐกิจถกหอการค้าบอกโปรดเกล้าฯ ครม.เมื่อไหร่ทำงานทันที

    นายกฯ อนุทิน นำทีมเศรษฐกิจพบหอการค้า บอกโจทย์หลัก รบ.มุ่งแก้ปากท้อง ย้ำทูลเกล้าฯ ครม.แล้ว ได้รับโปรดเกล้าฯ ครม.พร้อมลุยงานทันที

    18 ก.ย.2568 – ที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ระหว่างคณะรัฐบาล และคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง
    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รมว.พลังงาน และนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.การคลัง นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการหอการค้าไทยฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

    โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ทุกคนในที่นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า แปลกตารู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้ว และมีความสนิทสนมคุ้นเคยเคารพนับถือกันมาเป็นอย่างดี สิ่งที่ได้มาในวันนี้คือเพื่อมาพบกับทุกท่านและนำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาพบกับทุกท่านได้รู้จัก ซึ่งตนก็มั่นใจว่าท่านทั้งหลายรู้จักกันดีอยู่แล้ว มาในวันนี้เพื่อตั้งใจมารับฟังในรายละเอียดมาหารือและมารับข้อเสนอแนะจากหอการค้าไทย ทั้งนี้ รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นรัฐบาลที่เราเน้นในเรื่องของการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความกระชับ และเข้มแข็งขึ้นภายในระยะเวลาที่เรามีอยู่ ขออนุญาตแนะนำท่าน ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งใน ครม. ของตนที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ที่ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อไปแล้ว เพราะถ้ามีการโปรดเกล้าฯลงมาจะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ทันที จากนั้นนายกฯแนะนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำชื่อนายวรภัคว่าต้องใช้คนนี้ เพราะนายเอกนิติ เป็นคนแนะนำมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/863611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rJIMG5qrEitypifLKrE7w