Blog

  • นักวิจัยญี่ปุ่นคว้ารางวัล “อิกโนเบล” ผลงานทาสีวัวเป็นม้าลาย มีประโยชน์จริงไม่จ้อจี้!

    นักวิจัยญี่ปุ่นคว้ารางวัล “อิกโนเบล” ผลงานทาสีวัวเป็นม้าลาย มีประโยชน์จริงไม่จ้อจี้!

    ญี่ปุ่นคว้ารางวัล “อิกโนเบล” ผลงานการทาสีวัวเป็นม้าลาย ป้องกันแมลงวันตอม งานวิจัยที่ดูตลกแต่มีสาระ

    ทีมนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้รับรางวัล อิก โนเบล (Ig Nobel Prize) จากการศึกษาที่มีจุดประสงค์เพื่อหาคำตอบว่า หากวัวถูกทาสีเป็นลายเหมือนม้าลาย จะสามารถหลีกเลี่ยงแมลงวันกัดได้หรือไม่

    ทีมวิจัยได้รับรางวัลด้านชีววิทยาประจำปีนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รางวัลอิก โนเบล เป็นการล้อเลียนรางวัลโนเบล โดยในปี 1991 วารสารวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ ได้สร้างรางวัลนี้ขึ้นเพื่อยกย่องงานวิจัยที่ทำให้ผู้คนหัวเราะก่อนแล้วจึงคิดตาม

    ทีมญี่ปุ่นได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่า ลายบนตัวม้าลายสามารถป้องกันไม่ให้แมลงวันกัดได้ ทีมจึงตั้งสมมติฐานว่าการทาสีวัวเป็นลายดำ-ขาว อาจช่วยป้องกันวัวได้ในลักษณะเดียวกัน และได้ทำการทดลองกับ วัวพันธุ์ญี่ปุ่นแบล็ก

    ผลการวิจัยพบว่า จำนวนแมลงวันกัดที่ปรากฏบนขาและตัวของวัวที่ถูกทาสีน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับวัวที่ไม่ได้ทาสี นอกจากนี้ วัวที่ถูกทาสียังเคลื่อนไหวเพื่อไล่แมลงน้อยกว่าวัวที่ไม่ได้ทาสี เช่น การส่ายหัวหรือยกขา

    ทีมวิจัยระบุว่าผลลัพธ์ของการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เพื่อลดความเครียดของวัวและพัฒนาวิธีการปกป้องสัตว์เลี้ยงจากแมลงวันกัดโดยไม่ต้องใช้สารกำจัดแมลง ซึ่งในปัจจุบันแมลงกัดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่า สีที่ใช้ในการทดลองจางหายไปภายในไม่กี่วัน ซึ่งแสดงว่าจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการที่สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

    จากใจนักวิจัย

    โคจิมะ โทโมกิ จากองค์กรวิจัยการเกษตรและอาหารแห่งชาติ (National Agriculture and Food Research Organization) เป็นหนึ่งในนักวิจัย เขากล่าวว่างานวิจัยเริ่มต้นหลังจากเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันสัตว์จากแมลงกัด และเขาได้รับแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ที่พูดถึงผลของลายม้าลาย

    โคจิมะกล่าวว่า วิธีการของทีมอาจช่วยลดการใช้สารกำจัดแมลง ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาการดื้อยาของแมลงในสิ่งแวดล้อมได้

    ในพิธีมอบรางวัล โคจิมะกล่าวว่า “เราขอขอบคุณเพื่อนร่วมงาน เพื่อน ๆ และครอบครัว” และเสริมว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทีมวิจัยยังคงพยายามต่อไป

    ทั้งนี้ ปีนี้นับเป็นปีที่ 19 ติดต่อกันที่ญี่ปุ่นได้รับรางวัล Ig Nobel อย่างน้อยหนึ่งรางวัล รวมทั้งหมดมีงานวิจัย 10 โครงการที่ได้รับรางวัล หนึ่งในนั้นเป็นการศึกษาว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อบอกคนหลงตัวเองหรือบุคคลอื่นๆ ว่าพวกเขาฉลาด อีกโครงการมุ่งหาคำตอบว่า “กิ้งก่า” ชอบพิซซ่าแบบใดมากที่สุด

    รู้จักรางวัล อิก โนเบล (Ig Nobel Prize) 

    Ig Nobel Prize คือรางวัลวิทยาศาสตร์ล้อเลียนรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 โดยวารสารวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา รางวัลนี้มุ่งยกย่องงานวิจัยหรือโครงการทางวิทยาศาสตร์ที่ ทำให้ผู้คนหัวเราะก่อน แล้วจึงคิดตาม (“first make people laugh, then make them think”)

    จุดประสงค์ของรางวัลอิก โนเบล คือ:

    • ส่งเสริมความสนใจและความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์

    • ยกย่องงานวิจัยที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ หรือไม่เหมือนใคร

    • แสดงให้เห็นว่างานวิจัยวิทยาศาสตร์สามารถมีความสนุกสนานควบคู่กับประโยชน์ทางความรู้

    รางวัลนี้มีหลายสาขา เช่น ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ สังคมวิทยา และอื่น ๆ โดยนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกสามารถได้รับรางวัล แม้ว่าจะเป็นงานวิจัยที่ดูแปลกหรือขบขัน แต่บางงานก็มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และสามารถนำไปต่อยอดการวิจัยจริงได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9845526/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PDP_Sz8F3VDrEWRU7XvFQ

  • โพลชี้ “อภิสิทธิ์” ได้รับความนิยมนั่ง “หัวหน้าพรรค ปชป.” แต่ไม่แน่ใจจะเลือก?

    โพลชี้ “อภิสิทธิ์” ได้รับความนิยมนั่ง “หัวหน้าพรรค ปชป.” แต่ไม่แน่ใจจะเลือก?

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนต้องการให้เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.90 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองลงมา ร้อยละ 18.09 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 16.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 9.24 ระบุว่า ใครก็ได้ในพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.17 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) ร้อยละ 4.20 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็น นางวทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) ร้อยละ 2.21 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ร้อยละ 1.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชร้อยละ 0.84 ระบุว่าเป็น นายเดชอิศม์ ขาวทอง และร้อยละ 0.53 ระบุว่าเป็น นายชัยชนะ เดชเดโช

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มที่ประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคประชาธิปัตย์เลือกผู้นำตามที่ประชาชนแนะนำ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.58 ระบุว่า ไม่แน่ใจ รองลงมา ร้อยละ 35.75 ระบุว่า เลือกแน่นอน และร้อยละ 26.67 ระบุว่า ไม่เลือกแน่นอน

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

     ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.95 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.21 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.84 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 33.59 สถานภาพโสด ร้อยละ 64.96 สมรส และร้อยละ 1.45 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.38 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.73 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 34.96 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.14 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.52 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.27 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.69 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.86 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.15 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.07 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.19 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.08 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.96 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

     
    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.93 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 14.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.05 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.91 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท และร้อยละ 6.34 ไม่ระบุรายได้
     

    โพลชี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378967078&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xt6i6XIvw0FTUvV62sSCJ

  • ศรีสะเกษจัดใหญ่! แข่งขันหุ่นยนต์ “โรโบติกส์ D2566” หนุนเมืองกีฬา-สร้างนักคิดรุ่นใหม่

    ศรีสะเกษจัดใหญ่! แข่งขันหุ่นยนต์ “โรโบติกส์ D2566” หนุนเมืองกีฬา-สร้างนักคิดรุ่นใหม่

    20 กันยายน 2568 20:05 น. กัลยาณี ธรรมจารีย์ ข่าวทั่วไทย

        
    เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ  นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมขีดความสามารถเมืองกีฬา (Spots City) กิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์”ศรีสะเกษโรโบติกส์ D2566″ ชิงถ้วยรางวัลเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีนายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ  นำคณะกรรมการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ, มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ  ศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 – 4  โดยมีโรงเรียนในระดับขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวะศึกษา และอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 500 ทีม

    การแข่งขันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากีฬาในระดับจังหวัด ให้นักกีฬาของจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีประสบการณ์ในการแข่งขัน และยังเป็นการประลองฝีมือ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของตนเองเพิ่มมากยิ่งขึ้น และพัฒนาตนเองเข้าสู่การแข่งขัน ในระดับภูมิภาค ระดับชาติ อีกทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเมืองกีฬา 5544 Sport City เพื่อรองรับอุตสาหกรรมกีฬาและสร้างรายได้ให้กับจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศชาติ อีกทั้งเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้เยาวชน ประชาชนทั่วไป ได้พัฒนาการคิดแบบเชิงคำนวณ และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนประเทศโดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ การใช้โปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรมร่วมกัน ได้รับความรู้และพัฒนาตนเอง สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการใช้เทคโนโลยีต้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ สามารถพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ ได้ตามความถนัดของตนเอง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652608&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TwPywuM2n8WoQ0MLsnhwX

  • ถอดบทเรียนดราม่าดัง Google Drive ทำข้อมูลหายได้จริงหรือ?

    ถอดบทเรียนดราม่าดัง Google Drive ทำข้อมูลหายได้จริงหรือ?

    เรื่องหนึ่งจากรายการโหนกระแสอออกมาเกี่ยวกับบริษัทขนาดเล็ก (SME) หรือสตาร์ทอัพที่ใช้เครื่องมือไอทีเพื่อลดต้นทุน ในการจัดการไฟล์เอกาสารก็มักจะใช้งาน Google Drive เป็นประจำด้วยการเก็บข้อมูลไว้ 1 บัญชีเท่านั้น! และแชร์บัญชีกันทั้งบริษัทพร่วมกัน แต่สร้างความหายนะที่ร้ายแรงคือไฟล์สำคัญหา เกิดจากเรื่องอะไรวันนี้ Sanook Hitech จะมาเฉลยเรื่องนี้กันครับ 

    Google Drive ฟรี 1 บัญชี “ลดต้นทุน” หรือ “สร้างหายนะ”?

    เข้าใจเลยครับว่ายุคนี้ทุกอย่างเป็นเงินเ้ป็นทางหลายบริษัทก็มมักจะสมัครบบริการอย่าง Google Workspace บริษัทจึงสร้างอีเมล ขึ้นมา 1 บัญชี แล้วให้พนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบัญชี, การตลาด, หรือผู้บริหาร รู้จัก Username และ Password ชุดเดียวกันนี้ เพื่อเข้าไปทำงานบน Google Drive, Docs, Sheets ที่แชร์ไว้วิธีนี้ดูเหมือนจะง่ายและประหยัด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น มันคือฝันร้ายของจริง

    ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีศึกษา

    • จับมือใครดมไม่ได้: เมื่อไฟล์ถูกลบ Log ของ Google จะบันทึกไว้แค่ว่าบัญชี เป็นคนลบ แต่ไม่สามารถระบุได้เลยว่า “ใคร” คือคนที่ล็อกอินเข้ามาในเวลานั้น เพราะทุกคนใช้รหัสผ่านเดียวกันหมด
    • พิสูจน์ไม่ได้ สรุปไม่ลง: เมื่อไม่มีหลักฐานดิจิทัลที่มัดตัวได้ การกล่าวหาจึงเป็นเพียงคำพูดลอยๆ ฝ่ายหนึ่งอาจบอกว่าอดีตพนักงานเป็นคนลบเพื่อแก้แค้น อีกฝ่ายอาจบอกว่าผู้บริหารปัจจุบันสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้าย ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องของ “ความเชื่อ” มากกว่า “ความจริง”

    ในทาง Cybersecurity เรียกปัญหานี้ว่า Non-repudiation หรือ “การไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้” ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ระบบที่ดีต้องมี แต่การแชร์รหัสผ่านได้ทำลายหลักการนี้จนหมดสิ้น

     batchgoogle_workspace_(1)

    ความเสี่ยงที่มากกว่าแค่ไฟล์หาย

    การแชร์บัญชีร่วมกันไม่ได้เสี่ยงแค่ไฟล์ถูกลบโดยเจตนาร้ายเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่ความเสี่ยงอื่นๆ อีกมหาศาลเช่น

    1. ข้อมูลรั่วไหลสู่คู่แข่ง: พนักงานที่ไม่พอใจสามารถล็อกอินเข้ามาดาวน์โหลดข้อมูลสำคัญทั้งหมด เช่น แผนธุรกิจ, รายชื่อลูกค้า, สูตรลับทางการค้า แล้วนำไปให้คู่แข่งได้อย่างง่ายดาย และคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าใครทำ
    2. ความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ: แค่พนักงานคนหนึ่งเผลอลากไฟล์ผิดโฟลเดอร์ หรือลบไฟล์สำคัญโดยไม่รู้ตัว ความเสียหายก็อาจลุกลามไปทั้งระบบ เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันหมด
    3. ประตูสู่มัลแวร์และแรนซัมแวร์: หากคอมพิวเตอร์ของพนักงานคนใดคนหนึ่งติดไวรัสหรือมัลแวร์ มันสามารถแพร่กระจายผ่าน Google Drive Sync ไปยังคอมพิวเตอร์ของทุกคนในบริษัทได้ทันที
    4. จัดการสิทธิ์ไม่ได้: เมื่อมีพนักงานลาออก การเปลี่ยนรหัสผ่านอาจดูเหมือนเป็นทางแก้ แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้ดาวน์โหลดข้อมูลไปแล้ว? และการแจ้งเปลี่ยนรหัสใหม่กับทุกคนที่เหลือก็เป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา

     batchgoogle-workspace-1200x67

    ทางออกที่ถูกต้อง “ลงทุน” เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

    วิธีแก้ปัญหานี้ตรงไปตรงมาและเป็นมาตรฐานที่บริษัททั่วโลกใช้กัน นั่นคือการลงทุนในบริการสำหรับองค์กร เช่น Google Workspace (หรือ Microsoft 365)

    หลักการทำงานที่ถูกต้อง

    1. 1 คน ต่อ 1 บัญชี: พนักงานแต่ละคนจะได้รับอีเมลของบริษัทเป็นของตัวเอง เช่นอีเมลแยกเพื่อการตรวจสอบได้
    2. ใช้การ “ให้สิทธิ์” ไม่ใช่ “แชร์รหัสผ่าน”: แทนที่จะบอกรหัสผ่าน คุณต้องสร้าง Shared Drive หรือโฟลเดอร์กลางขึ้นมา แล้วกำหนดสิทธิ์ให้บัญชีของพนักงานแต่ละคนตามหน้าที่ เช่น
      • ผู้จัดการ: มีสิทธิ์แก้ไข จัดการ และลบไฟล์ได้ (Manager)พนักงานทั่วไป: มีสิทธิ์ดูและแก้ไขไฟล์ แต่ลบไม่ได้ (Editor/Contributor)
      • ฝ่ายบัญชี: มีสิทธิ์ดูได้อย่างเดียว (Viewer)
    3. ตรวจสอบได้ทุกย่างก้าว ระบบของ Google Workspace จะบันทึกทุกกิจกรรมว่า ใคร (บัญชีไหน) ทำอะไร (ดู, แก้ไข, ลบ, ดาวน์โหลด) กับไฟล์ไหน และทำเมื่อไหร่ นี่คือหลักฐานชั้นดีที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
    4. จัดการง่ายเมื่อพนักงานลาออก เพียงแค่คุณระงับหรือลบบัญชีของพนักงานคนนั้น สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดจะถูกตัดทันที โดยไม่กระทบกับคนอื่นในทีม

    สรุปค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แลกกับความสบายใจระยะยาว

    จริงอยู่ที่บริการอย่าง Google Workspace มีค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อผู้ใช้งาน แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าของข้อมูลบริษัท, ความเสี่ยงทางกฎหมาย, และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากข้อมูลรั่วไหลหรือหายไป ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะเริ่มต้นแค่หลักร้อยต่อเดือน แต่กับข้อมูลที่ประเมินค่าไม่่ได้ถือว่าคุ้ม อย่าปล่อยให้การ “ประหยัด” เพียงเล็กน้อยในวันนี้ กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง” ที่ทำลายธุรกิจของคุณในวันหน้า เพราะในโลกดิจิทัล “ข้อมูล” คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของคุณ การปกป้องมันจึงไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือ “การลงทุน” ที่ทุกบริษัทต้องทำครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.sanook.com/hitech/1617559/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L8gROfTYRAGWGP0aKVGjS

  • วันสันติภาพโลกกับบทบาท ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่  

    วันสันติภาพโลกกับบทบาท ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่  

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

    วันสันติภาพโลก (International Day of Peace) จัดขึ้นทุกวันที่ 21 กันยายนของทุกปี โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมคุณค่าของสันติภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ และการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

    วันดังกล่าวจึงมีนัยสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ว่า ความสงบและสันติภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมายทางการเมืองหรือสังคมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงของมนุษยชาติในทุกมิติ

    ในบริบทของประเทศไทย การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  อีกทั้งขณะยังเป็นนิสิตปริญญาเอก สาขาสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ควรพิจารณาว่า การส่งเสริมสันติภาพโลกสามารถสะท้อนและเชื่อมโยงกับบทบาทของเธอในฐานะผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจการค้าอย่างไร

    1. วันสันติภาพโลก: ความหมายและมิติที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ
    แม้สันติภาพจะถูกตีความในทางการเมืองและสังคมเป็นหลัก แต่ในทางเศรษฐกิจ สันติภาพคือเงื่อนไขของการเติบโตที่ยั่งยืน เนื่องจากความขัดแย้งสงครามและความไร้เสถียรภาพทางการเมืองล้วนส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และความมั่นใจของตลาดโลก วันสันติภาพโลกจึงทำหน้าที่เตือนให้ทุกประเทศหันมามองมิติทางเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

    2. บทบาทรัฐมนตรีพาณิชย์ในยุคโลกไร้พรมแดน
    ในยุคที่เศรษฐกิจโลกพึ่งพาเครือข่ายการค้าเสรี ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รัฐมนตรีพาณิชย์มีภารกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการธำรงรักษาสันติภาพเชิงเศรษฐกิจ ได้แก่
    การส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าแทนการใช้มาตรการกีดกัน
    การใช้เวทีเศรษฐกิจพหุภาคีเป็นช่องทางเจรจาลดความขัดแย้ง
    การสร้างสมดุลระหว่างการแข่งขันและความเป็นธรรมทางการค้า

    3. ศุภจี สุธรรมพันธุ์: ผู้นำเศรษฐกิจเชิงสร้างสันติภาพ
    ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจระหว่างประเทศ และเป็นนักบริหารที่คุ้นเคยกับระบบเศรษฐกิจโลก การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์เปิดโอกาสให้เธอผลักดันแนวคิด “การค้าเพื่อสันติภาพ” (Trade for Peace) ผ่านมาตรการ เช่น
    การใช้ความร่วมมือทางการค้าอาเซียนในการลดความขัดแย้งภูมิภาค
    การเจรจาและปกป้องผลประโยชน์การค้าของไทยในเวที WTO และ FTA ต่างๆ ด้วยหลักการสมานฉันท์
    การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืน

    4. ความท้าทายและโอกาส
    แม้บทบาทดังกล่าวมีศักยภาพสูง แต่ก็เผชิญกับความท้าทาย เช่น
    ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กระทบการค้าไทย
    ปัญหามาตรการกีดกันทางการค้าใหม่ ๆ ในรูปแบบสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน
    การสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของประเทศกับความร่วมมือสากล

    อย่างไรก็ตาม หากสามารถใช้กลยุทธ์ทางการค้าเชื่อมโยงกับการสร้างสันติภาพ ศุภจีจะสามารถยกระดับภาพลักษณ์ของไทยให้เป็น “ผู้เล่นเชิงบวก” (constructive player) บนเวทีเศรษฐกิจโลก

    ดังนั้น วันสันติภาพโลกสะท้อนว่า สันติภาพไม่ใช่เพียงอุดมคติทางการเมือง หากแต่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน บทบาทของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในฐานะรัฐมนตรีพาณิชย์จึงมิได้จำกัดเพียงการดูแลการค้า หากแต่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่าไทยพร้อมใช้ “เศรษฐกิจการค้า” เป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพและความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ การผสานแนวคิดสันติภาพเข้ากับนโยบายพาณิชย์จึงอาจเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตบนฐานของความสงบ สมานฉันท์ และความมั่นคงร่วมกันของมนุษยชาติ

    หมายเหตุ – ในโอกาสที่หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจะร่วมกันจัดงาน “วันสันติภาพโลก” สำหรับปีนี้ได้กำหนดจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครภายใต้หัวเรื่อง สังคมตื่นรู้สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/447191&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21BxKv356f_Rd7LTlPCfn4

  • หมอลำเฟสติวัลร้อยเอ็ด เทศกาลใหญ่ โชว์สุดอลังการ

    หมอลำเฟสติวัลร้อยเอ็ด เทศกาลใหญ่ โชว์สุดอลังการ

    21 ก.ย.2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับหมอลำสู่เวทีระดับโลก ในฐานะ Soft Power อันทรงเสน่ห์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ขัน ภูมิปัญญา และตัวตนของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ครอบคลุมกิจกรรม Eat Thai Food, Shop Thai Products, Thai Culture, Thai Wellness และ Thai Festivals พร้อมชมการแสดงจากศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 19–21 กันยายน 2568  จากนั้นหมอลำเฟสติวัลจะเปิดเวทีใหญ่อีกครั้ง วันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00–24.00 น. โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน

    นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล (Green Season) ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ประเพณี งานอีเวนต์ต่าง ๆ พร้อมส่งเสริม Soft Power ที่เจาะลึกถึงกลุ่มวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture) ของท้องถิ่น โดยขยายผลผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ซึ่งใช้จุดแข็งและความโดดเด่นของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งประเพณี วัฒนธรรมพื้นถิ่น อาหาร ความเชื่อ และความศรัทธา ผนวกเข้ากับการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจโดยคนท้องถิ่น (Storytelling) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ซึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ภายใต้แคมเปญสุขทันที ที่เที่ยวไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า การนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันทรงคุณค่าและโดดเด่นของภาคอีสานอย่าง หมอลำ นำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์และมีชีวิตชีวา แต่ยังแสดงถึงวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และภูมิปัญญาของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยจังหวะที่เร้าใจ บทเพลงที่สะท้อนมุมมองทางสังคม มาถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัยผสมผสานดนตรีสมัยใหม่ T-Pop และเทคโนโลยีการแสดงสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับเป็นเทศกาลดนตรีอีสานเต็มรูปแบบ ที่จะเป็นเวทีแสดงพลัง Soft Power ของไทยที่ไม่เหมือนใคร

    บรรยากาศยามเย็นของหมอลำเฟสติวัลคืนแรกที่ลานหอโหวด สุดคึกคักผู้คนจากหลากหลายจังหวัดหลั่งไหลมาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของงานหมอลำเฟสติวัลกันอย่างไม่ขาดสาย แสงไฟ สีสัน และเสียงเพลงที่ดังแว่วมาแต่ไกล สร้างความคึกคักตั้งแต่ยังไม่ถึงลานกิจกรรม ค่ำคืนนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย เมื่อศิลปินมากฝีมือทั้งจากสาย T-POP และหมอลำระดับตำนาน มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่บนเวทีเดียวกัน อย่าง หมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ และศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง MOBYE และ Bamm ชื่อชั้นแต่ละคนสุดยอดในวงการ

    เรามีโอกาสได้นั่งชมหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ บรรยากาศหน้าเวทีคึกคักมาก คนแน่นไปหมดตั้งแต่หัวค่ำ พอวงขึ้นแสดงรู้เลยว่าทำไมถึงได้ชื่อว่า เป็นคณะระดับตำนาน เพราะถึงจะก่อตั้งมากว่า 50 ปี แต่ฝีมือยังไม่ตกเลย ทั้งเสียงร้องสำเนียงอีสานที่ชัดเจน นักร้องแต่ละคนผลัดกันขึ้นเวทีร้องเพลงได้ไพเราะจับใจ ดนตรีสดเล่นประกอบแบบจัดเต็ม ส่วนแดนเซอร์ก็แต่งตัวชุดขนนกอลังการ เดินออกมาสะบัดเอว เต้นเข้าจังหวะได้พริ้วไหว ดูแล้วสนุกตาม ที่น่าประทับใจก็คือการแสดงของคณะนี้ไม่เชยเลย เขาปรับให้ทันยุคทันสมัย แต่ก็ยังรักษาเอกลักษณ์ความเป็นหมอลำไว้ได้ครบ เลยไม่แปลกที่คนดูจะมีทุกวัยตั้งแต่เด็ก วัยรุ่นไปจนถึงลุงป้าและผู้สูงอายุที่ปักหลักรับชมจนการแสดงได้จบลง

    นอกจากนี้ ภายในงานนังมีบูทจำหน่ายอาหารคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ไข่ปิ้ง ข้าวจี่ แจ่วฮ้อน น้ำถุงโบราณ อาหารสตรีทฟู้ดหลายเมนู และบูทสินค้าพื้นบ้านตระกร้าสาน รวมถึง workshop วาดภาพระบายสี กิจกรรมสร้อยดาวอีกด้วย หากใครอยากสัมผัสความม่วนมันส์ๆ หมอลำเฟสติวัล จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. ชมฟรี

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/865299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw268FAHdrERU1Y8XY_lOBUR

  • คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันเกือบ 8 เดือน ได้กลับสู่อ้อมกอดของลูกสาว

    คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันเกือบ 8 เดือน ได้กลับสู่อ้อมกอดของลูกสาว

    คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกตาลีบันควบคุมตัวนานเกือบ 8 เดือน ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางถึงกาตาร์แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเมื่อได้กลับมากอดลูกสาวอันเป็นที่รักอีกครั้ง

    ปีเตอร์ เรย์โนลด์ส วัย 80 ปี และบาร์บี เรย์โนลด์ส วัย 76 ปี อาศัยอยู่ในอัฟกานิสถานมานานเกือบสองทศวรรษ แต่ทั้งคู่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ระหว่างเดินทางออกจากประเทศ โดยตาลีบันระบุว่า คู่สามีภรรยาละเมิดกฎหมายของอัฟกานิสถาน แต่ไม่เคยเปิดเผยสาเหตุการจับกุมอย่างเป็นทางการ 

    อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยของกาตาร์ ทำให้กลุ่มตาลีบันยอมปล่อยตัวทั้งคู่กลับมา โดยหลังจากผ่านการตรวจร่างกายในกรุงโดฮา ทั้งคู่จะเดินทางต่อกลับสหราชอาณาจักร แม้บ้านหลักของพวกเขายังคงอยู่ที่จังหวัดบามิยันในอัฟกานิสถาน

    ภาพที่ท่าอากาศยานโดฮาแสดงให้เห็น ซาราห์ เอนท์วิสเซิล ลูกสาวของทั้งคู่ รอรับและสวมกอดพ่อแม่ทันทีที่ก้าวลงจากเครื่องบิน ก่อนเดินเคียงข้างกันเข้าสู่ตัวอาคารสนามบิน ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ยังได้ทักทายผู้แทนกาตาร์และอังกฤษที่มาต้อนรับ

    นางเรย์โนลด์สกล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ พร้อมย้ำว่าพวกเขายังถือสัญชาติอัฟกัน และหวังว่าจะได้กลับไปที่อัฟกานิสถานอีกครั้งหากมีโอกาส โดยระบุด้วยว่าตลอดเวลาที่ถูกควบคุมตัว พวกเขาได้รับการปฏิบัติที่ดีมาก

    ด้านนายกรัฐมนตรี เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าวต้อนรับข่าวดีครั้งนี้ว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนาน และการปล่อยตัวจะช่วยปลดภาระความกังวลให้กับบุตรทั้งสี่คนของครอบครัวเรย์โนลด์ส พร้อมกล่าวขอบคุณบทบาทสำคัญของกาตาร์ โดยเฉพาะ ชีค ทามิม บิน ฮามัด อัล-ธานี เจ้าผู้ครองรัฐ

    ก่อนหน้านี้ ครอบครัวเรย์โนลด์สเปิดเผยว่า พ่อแม่ต้องเผชิญสภาพการคุมขังที่โหดร้าย นายโจนาธาน เรย์โนลด์ส ลูกชาย ระบุในเดือนกรกฎาคมว่า บิดามีอาการชักรุนแรง มารดาทรุดโทรมจากโรคโลหิตจางและภาวะทุพโภชนาการ อีกทั้งเคยถูกล่ามโซ่รวมกับนักโทษคดีฆาตกรรม และถูกขังในห้องใต้ดินนานถึง 6 สัปดาห์โดยไม่เห็นแสงอาทิตย์

    นอกจากนี้ บุตรสาวยังเผยว่าบิดาเคยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบเล็กน้อย ขณะที่องค์การสหประชาชาติเตือนว่าหากไม่ได้รับการรักษา ทั้งคู่เสี่ยงต่ออันตรายถาวร

    เมื่อไม่นานมานี้ อเมริกันหญิงที่เคยถูกคุมขังร่วมกับทั้งคู่เล่าให้บีบีซีฟังว่าพวกเขาแทบจะตายอยู่แล้วในคุก และสุขภาพทรุดหนักลงทุกวัน

    เจ้าหน้าที่กาตาร์เปิดเผยว่า ในช่วงท้ายของการเจรจา ทั้งคู่ถูกย้ายจากเรือนจำกลางคาบูลไปยังสถานที่ควบคุมตัวที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่า อีกทั้งสถานทูตกาตาร์ในคาบูลยังจัดหายา แพทย์ และช่องทางสื่อสารกับครอบครัวให้ระหว่างการคุมขัง

    ขณะที่เจ้าหน้าที่ตาลีบันยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเพียงพอ และให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชน

    อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรไม่ได้ให้การรับรองรัฐบาลตาลีบัน และปิดสถานทูตในกรุงคาบูลตั้งแต่กลุ่มกลับมามีอำนาจ กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษจึงระบุว่า การให้ความช่วยเหลือพลเมืองในอัฟกานิสถานมีข้อจำกัดอย่างมาก พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรเดินทางไปประเทศดังกล่าว

    ด้าน ฮามิช ฟอลคอนเนอร์ รัฐมนตรีตะวันออกกลางของอังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกโล่งใจที่ทั้งคู่ได้รับอิสรภาพ พร้อมขอบคุณบทบาทสำคัญของกาตาร์ และย้ำว่าสหราชอาณาจักรได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้การปล่อยตัวครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง.

    ที่มา : BBC

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตาลีบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2883971&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iUlm1LXDMlvR3t_Lwkt0Q

  • เช็กดวงประจำวันที่ 21 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์ | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 21 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์ | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.07 น.เที่ยงจริง เวลา 12.12 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.15 น. จันทร์ขึ้น เวลา 18.09 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-09.30 น. ดาวจันทร์เสวยปุรพผลคุณีนักษัตรฤกษ์ที่ 11 ประกอบด้วยมหัทธโนแห่งฤกษ์ มหัทธโน แปลว่า คหบดี เศรษฐี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง เวลา 09.31-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยอุตรผลคุณีนักษัตรฤกษ์ที่ 12 ประกอบด้วยโจโรแห่งฤกษ์ โจโร แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย วันอาทิตย์-โลกาวินาศตามกาลโยค เวลา 00.00-09.30 น.-ทำการมงคลได้สารพัดตามฤกษ์บนหมวดมหัทธโนฤกษ์ เวลา 09.31-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-ทักษิณ (ใต้) ทิศอัปมงคล-อุดร (เหนือ) สีประจำวัน-แดง สีสิริมงคล-เขียวสด สีอัปมงคล-ฟ้า น้ำเงิน ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย เป็นคนซื่อตรงรักความยุติธรรม สร้างหลักฐานได้เร็ว จะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีความก้าวหน้าทางสังคม มีมิตรสหายมาก มีการศึกษาดี รับผิดชอบสูง รักษาคำพูด คารมคมคาย เจรจาเป็นเลิศ เฉลียวฉลาด ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ ชอบต่อสู้ มักจากถิ่นที่อยู่ไปอยู่ที่อื่น เด็กหญิง จะเป็นคนเจ้าระเบียบ มีความรับผิดชอบสูง ชอบการสมาคมเพื่อนฝูงมาก ติดต่อเจรจาทางการค้าดี คู่ครองช่วยเสริมเรื่องฐานะความเป็นอยู่พูดจริงทำจริง จิตใจสูง มีผู้อุปถัมภ์ ชอบการศึกษา รักศิลปะการตกแต่ง วัยเด็กจะต่อสู้แต่อนาคตจะดี เป็นคนมีเหตุผล

    เกิดวันอาทิตย์ จะได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมาย งานที่ทำต้องใช้จินตนาการและการวิเคราะห์เป็นสำคัญ ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานที่พึงพอใจ ระวังการใช้สมองมากจนเกินไป ควรจะได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ การเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไปจะมีบ้างไม่นานก็จะหาย ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนด้วยดี ปัญหาและอุปสรรคจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้

    เกิดวันจันทร์ จะมีงานเร่งด่วนเข้ามาและต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ใหญ่จะได้มอบหมายหน้าที่สำคัญให้ทำ ท่านจะปฏิเสธก็ไม่ได้ จึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ผลงานที่ทำจะเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ร่วมกับเพศตรงข้าม จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี ความรักควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย

    เกิดวันอังคาร ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน บริวารจะเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน แต่ควรระมัดระวังเรื่องการคบเพื่อนและคนแปลกหน้า เพราะอาจถูกหลอกลวงทำให้เกิดความเสียหายได้ ท่านจะมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการงานมากขึ้น ด้วยเหตุที่เป็นคนมีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ จึงทำให้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ทำอยู่ได้ไม่ยาก

    เกิดวันพุธ คนที่ยังไม่มีงานทำก็จะได้ทำงานที่ชอบและเหมาะสมกับวุฒิภาวะ เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถพิเศษเฉพาะตัว จะทุ่มเทให้เวลากับการทำงานมากขึ้น จะได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานด้วยดี มีโอกาสเดินทางไกลได้พบปะคนต่างถิ่นต่างแดน ควรนำคนรักไปเปิดเผยในสังคม คนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถครองรักกันได้ด้วยดี เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย

    เกิดวันพฤหัสบดี จะได้เพื่อนหรือหุ้นส่วนที่ดีไว้คอยให้คำปรึกษาหารือ หากมีรายได้ก็ควรเก็บออมเป็นเงินสดไว้ใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการงานดีกว่าที่จะนำไปลงทุนในห้วงเวลาที่มีการปั่นป่วนทางธุรกิจซึ่งไม่แน่นอน ควรปรับปรุงการงานเดิมให้ดีขึ้นจะดีกว่า ท่านที่ยังไม่มีงานทำจะได้ทำงานที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะและความถนัด ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว ความรักสดชื่นแจ่มใส

    เกิดวันศุกร์ จะได้สิ่งของมีค่าจากเพศตรงข้าม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บริวารทำให้ชื่นใจ เป็นโอกาสดีที่ควรพาคนรักเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นต่างแดนพักผ่อนหย่อนใจบ้างก็จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เงินทองที่มีอยู่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานด้วยดี จะได้ลาภเป็นสิ่งของถูกใจ ได้รับของมีค่าโดยไม่คาดฝัน 

    เกิดวันเสาร์ มีโอกาสได้ร่วมงานสังคมหลายครั้ง ผู้ใหญ่ให้ความเมตตาช่วยเหลืออุปการะ เพื่อนร่วมงานจะให้ความร่วมมือช่วยเหลือชนิดที่ทำทุกอย่างแทนโดยไม่บิดพลิ้วหรือต้องการสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งการเจรจาติดต่อทางธุรกิจก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี ระวังจะเกิดศัตรูจากสาเหตุเล็กน้อย มีรายได้เข้ามาหลายทาง ทำให้มีกำลังทางการเงินสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5129878/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zCR4OGCGJ6lPFh3JI4ofM

  • นิด้าโพล หนุน “อภิสิทธิ์” เป็น หัวหน้าปชป. ตามด้วย “ชวน”  

    นิด้าโพล หนุน “อภิสิทธิ์” เป็น หัวหน้าปชป. ตามด้วย “ชวน”  


    “นิด้าโพล” เผย 32.90% หนุน “อภิสิทธิ์”เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ตามด้วย “ชวน”  แต่ 37.58% ยังไม่แน่ใจ จะเลือก ปชป.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ประชาธิปัตย์ ผลัดใบอีกแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชาชนต้องการในการเลือกตั้งครั้งหน้า การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนต้องการให้เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.90 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองลงมา ร้อยละ 18.09 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 16.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 9.24 ระบุว่า ใครก็ได้ในพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.17 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) ร้อยละ 4.20 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็น นางวทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) ร้อยละ 2.21 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ร้อยละ 1.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชร้อยละ 0.84 ระบุว่าเป็น นายเดชอิศม์ ขาวทอง และร้อยละ 0.53 ระบุว่าเป็น นายชัยชนะ เดชเดโช

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มที่ประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคประชาธิปัตย์เลือกผู้นำตามที่ประชาชนแนะนำ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.58 ระบุว่า ไม่แน่ใจ รองลงมา ร้อยละ 35.75 ระบุว่า เลือกแน่นอน และร้อยละ 26.67 ระบุว่า ไม่เลือกแน่นอน

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.95 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.21 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.84 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 33.59 สถานภาพโสด ร้อยละ 64.96 สมรส และร้อยละ 1.45 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.38 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.73 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 34.96 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.14 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.52 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.27 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.69 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.86 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.15 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.07 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.19 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.08 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.96 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.93 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 14.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.05 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.91 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท และร้อยละ 6.34 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35631&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bdD4yeTFzzGJkSFjsnEmZ