ลืมอกไก่ไปได้เลย! นักวิจัยพบ “ดอกดาวเรืองหม้อ” แหล่งโปรตีนพืชชั้นยอด ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
เทรนด์การกินโปรตีนให้ถึงเป้าหมายหรือ “Protein-maxxing” กำลังมาแรงไปทั่วโลก ล่าสุดนักวิจัยค้นพบแหล่งโปรตีนจากพืชชนิดใหม่ที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือ “ดอกดาวเรืองหม้อ” หรือ Calendula ซึ่งนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยโปรตีนและสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันอย่างน่าทึ่ง
โปรตีนทางเลือกใหม่จากดอกไม้ในสวน
ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า ดอกดาวเรืองหม้อ (Calendula officinalis) ที่มักถูกทิ้งหลังใช้งานเป็นไม้ประดับ และกลายเป็นขยะทางการเกษตรกว่า 40% หลังหมดความสวยงาม สามารถนำมาสกัดเป็นโปรตีนคุณภาพสูงได้
โดยทีมนักวิจัยได้นำดอกไม้แห้งมาบดละเอียดและผ่านกระบวนการสกัดจนพบว่า โปรตีนจากดอกไม้ชนิดนี้มีความทนทานต่อความร้อนได้สูงถึง 105 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าโปรตีนจากถั่วลันเตาหรือถั่วลูกไก่ที่นิยมในปัจจุบัน
นอกจากความทนทานแล้ว โปรตีนสกัดจากดาวเรืองหม้อยังมีกรดกลูตามิกและกรดแอสพาร์ติก ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติ “อูมามิ” ให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยประสานส่วนผสม (Emulsifier) ทำให้นักวิจัยคาดการณ์ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นโปรตีนจากดอกไม้ชนิดนี้ในขนมอบและน้ำสลัดสุขภาพ
iStockphoto
ประโยชน์ที่มากกว่าแค่โปรตีน
ดอกดาวเรืองหม้อไม่ได้มีดีแค่โปรตีน แต่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์และฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและปกป้องเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ ร่างกายยังสามารถเปลี่ยนสารเหล่านี้เป็นวิตามินเอและซี ที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวให้ดูอ่อนเยาว์
จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างพบว่า สารสกัดจากดาวเรืองหม้อช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ลดอาการบวมแดง และยังมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลกดทับในผู้ป่วยเบาหวาน รวมถึงช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบและโรคผิวหนังต่างๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแทบไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง
สรุปทิศทางอาหารอนาคต
การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนขยะในสวนให้กลายเป็นวัตถุดิบเลอค่าที่ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพและสายรักษ์โลก แม้ว่าการวิจัยในมนุษย์จะยังอยู่ในวงจำกัด แต่นักวิจัยเชื่อว่าโปรตีนจากดอกดาวเรืองหม้อจะเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและดูแลสุขภาพแบบครบวงจรในอนาคตอันใกล้
แหล่งอ้างอิง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887138/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZMl39ZrkItYwmcWyDJky4
















จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของน้องน้ำฝนค่อนข้างลำบาก อาศัยอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียวที่ยังไม่ได้ฉาบผิว ไม่มีห้องนอน มีเพียงห้องน้ำ 1 ห้อง โดยพักอาศัยรวมกัน 3 คน ได้แก่ น.ส.มาลี พรหมกุล อายุ 51 ปี ผู้เป็นมารดา น้องน้ำฝน และพี่ชายอีก 1 คน ซึ่งน้องเป็นเด็กกำพร้า บิดาแยกไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ยังเด็ก มารดาทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ประกอบอาชีพกรีดยางพารา มีรายได้เพียงวันละ 100–200 บาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว





น้องน้ำฝน เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการเปิดรับสมัครทุนจากมูลนิธิยังมีเรา จึงได้เขียนเรื่องราวชีวิตเพื่อขอรับการสนับสนุน และเมื่อทราบว่าได้รับทุน รู้สึกตื้นตันใจและดีใจเป็นอย่างมาก โดยมีความฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร เพื่อช่วยเหลือผู้คน พร้อมยืนยันว่าจะตั้งใจเรียนและนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง รวมถึงตอบแทนสังคมในอนาคต พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนข่าว TOPNEWS และมูลนิธิยังมีเรา ที่มอบโอกาสในครั้งนี้ ด้าน น.ส.เสาวณี ชัยฤกษ์ ครูประจำชั้น กล่าวว่า น้องน้ำฝนเป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดี ขยัน ตั้งใจเรียน และมีจิตอาสา ช่วยเหลืองานกิจกรรมของโรงเรียนมาโดยตลอด เมื่อทราบว่าน้องได้รับทุนการศึกษา รู้สึกซาบซึ้งใจและดีใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมฝากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งนี้ โครงการ “สานฝันการศึกษา” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่มูลนิธิยังมีเราดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทยอย่างยั่งยืน





กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้






