Blog

  • กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย

    กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย

    วันที่นำเข้าข้อมูล 23 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 23 ก.ย. 2568

    | 36 view

    เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๘ นายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทยให้แก่โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร และโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่งแห่งที่สอง ณ นครเฉิงตู เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนภาษาไทยในมณฑลเสฉวน

    ในโอกาสนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวขอบคุณโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางฯ และโรงเรียนมัธยมสาธิตฯ ที่สนับสนุนกิจกรรมของ สกญ. มาโดยตลอด รวมถึงการประกวดวาดภาพเนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน

    Mr. Tian Yong ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางฯ ได้กล่าวขอบคุณสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย และยืนยันว่าจะนำเงินบริจาคไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมไทย พร้อมทั้งกล่าวสรุปถึง (๑) การจัดการเรียนการสอนภาษาไทย (๒) โครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางฯ กับโรงเรียนจิตรลดา และ (๓) แนวทางการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยในอนาคต

    ขณะที่ Ms. Xiao Han, Director of the International Exchange Center ผู้แทนของโรงเรียนมัธยมสาธิตฯ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่มอบทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทย โดยจะนำเงินดังกล่าวไปใช้จัดหาหนังสือเรียนภาษาไทย อุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมด้านวัฒนธรรมไทย เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/chengdu-230925-3%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YMJGDSV_9kV3MEvu7LE52

  • แค่วันละ 3 แก้ว เครื่องดื่มที่ความดันโลหิตสูง “กลัวมาก” ต่างชาติแนะนำ เมืองไทยก็มี!

    แค่วันละ 3 แก้ว เครื่องดื่มที่ความดันโลหิตสูง “กลัวมาก” ต่างชาติแนะนำ เมืองไทยก็มี!

    ดื่มชา 3 ถ้วยต่อวัน ช่วยลดความดันโลหิตได้จริง! งานวิจัยยืนยันเห็นผลชัดเจน ไม่ต้องพึ่งยาก่อนเวลาอันควร

    งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า ชา เป็นเครื่องดื่มที่มีสารช่วยปรับความดันโลหิตและส่งเสริมสุขภาพหัวใจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่ดื่ม วันละ 3 ถ้วย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงพอสมควร

    สาร “flavan‑3‑ol” ในชากับผลต่อความดันโลหิต

    ตามงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advances in Nutrition การวิเคราะห์กว่า 157 การทดลองและ 15 การศึกษาย่อยพบว่า การบริโภคสาร flavan‑3‑ol ประมาณ 400‑600 มิลลิกรัมต่อวัน มีผลช่วยลดความดันโลหิตได้จริง ตลอดจนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลมากขึ้นอีกด้วย

    ชา 1 ถ้วยให้สาร flavan‑3‑ol ประมาณ 160 มิลลิกรัม ดังนั้น การดื่มชา 3 ถ้วยต่อวันจะได้สารนี้ประมาณ 480 มิลลิกรัม ซึ่งอยู่ในช่วงที่งานวิจัยพบว่ามีผลดีต่อสุขภาพ

    คำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

    แม้ว่าการดื่มชาจะเป็นประโยชน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่าไม่ใช่ทั้งหมดของการดูแลความดันโลหิต ควรทำควบคู่ไปกับวิถีชีวิตที่ดี เช่น

    1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาด และลดอาหารเค็ม
    2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
    3. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม หากมีน้ำหนักเกินควรลดลง
    4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเลิกสูบบุหรี่

    ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

    ถ้าดื่มชามากเกินไป อาจมีผลทำให้นอนไม่หลับ หรือใจสั่นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน จึงควรปรับปริมาณให้เหมาะสมกับสุขภาพแต่ละคน

    การดื่มชา 3 ถ้วยต่อวันสามารถเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและปลอดภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9847054/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HnQJv8JjFbbfk8rF_liRM

  • กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว

    กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.03 น.

    กลุ่มเซ็นทรัล เผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่งเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลางและอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.–14 ก.ย. 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 22.9 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนัก ท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจ กรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือ ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าและโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีเพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร

    ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ ททท. ในช่วงปลายปี ศูนย์การค้าเซ็นทรั ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา เซ็นทรัลพาร์ค และเซ็นทรัลกระบี่ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย เซ็นทรัล พาร์ค มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ สืบสานความเป็น Legendary Landmark พร้อม Roof Park 7 ไร่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองใหญ่ที่สุดในไทย เห็นวิวสวนแบบ 180 องศา พร้อมยกระดับเป็น Culinary Landmark แห่งใหม่ของเอเชีย ขณะที่ เซ็นทรัล กระบี่ ศูนย์การค้าต้นแบบสร้างแรงบัน ดาลใจสู่การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็น The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการ 24 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ เซ็นทรัลกระบี่ถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของททท. ที่จะผลักดันโครงการ “Krabi Prototype” สร้างให้กระบี่เป็นเมืองต้นแบบสีขียวและความยั่งยืนระดับโลก

    ตลอดเดือนตุลาคม ร่วมกับ ททท. จัดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival เทศกาลที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญของอินเดียซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ รวมทั้งร่วมสนับสนุนงาน Nihao Month มอบ WelcomePackage ให้ส่วนลดพิเศษจากร้านค้ากับนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกับจัดทำแคมเปญพิเศษ Chinese Golden Week Celebration ในศูนย์การค้าทัวริสต์มอลล์ทั่วประเทศ

    centralwOrld Bangkok Countdown 2026 งานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย!  จัดเต็มโชว์พิเศษจากไลน์อัพศิลปินชื่อดังมากมายที่จะมามอบความสุขส่งท้ายปี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300,000 คน

    แคมเปญ The World’s Great Celebration ใน 43 ศูนย์การค้าทั่วประเทศที่จะสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สู่การเป็น World-class Destination เตรียมจัดเมกะอีเวนต์และโปรโมชั่นทั่วประเทศ ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายยิ่งใหญ่ ได้รับความร่วมมือจาก ททท.สนับสนุนการทำต้นคริสต์มาส “Local Pride” ชูเสน่ห์อัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่งานคราฟต์หนึ่งเดียวในโลกที่เน้นการนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมานำเสนอที่น่าประทับใจ สามารถชมความงดงามของต้นคริสต์มาส Local Pride ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 8 สาขาทั่วประเทศคือ เซ็นทรัลมหาชัย, ศาลายา, ชลบุรี, โคราช, เชียงราย, เชียงใหม่แอร์พอร์ต, สุราษฎร์ธานี และกระบี่

    ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ห้างเซ็นทรัล เตรียมฉลองครบรอบ 78 ปี แห่งความผูกพันอันงดงามด้วยเทศกาลดอกไม้สุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับซิกเนเจอร์อีเวนต์ Central 78th Anniversary เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยสีสันผ่านงานศิลปะแห่งดอกไม้ ส่งมอบความประทับใจทุกเรื่องราวพร้อมผลิบานไปด้วยกัน

    ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ผนึกกำลังกับ ททท.จัดแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Diwali 2025” ฉลองเทศกาลดิวาลี เทศกาลแห่งแสงสว่างที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมอินเดีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่

    นอกจากนี้ ในแคมเปญ “Nihao Month” มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ต้อนรับช่วงเทศกาล Golden Week เตรียมทั้งคูปองส่วนลดและของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ณ สาขาเซ็น ทรัลเวิลด์ พัทยา ภูเก็ต และป่าตอง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

    โรบินสันไลฟ์สไตล์ เตรียมจัดงาน กินเจ ครบรอบ 200 ปี เมืองภูเก็ต ในเดือนตุลาคม เพื่อผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยสู่ระดับสากล ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาถลาง พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ชาวต่างชาติด้วยโปรโมชั่น “Shop Here Get More!! only at Robinson Lifestyle” ณ โรบิน สันไลฟ์สไตล์ สาขาฉลอง

    ซูเปอร์สปอร์ต มอบโปรโมชั่นส่วนลด 10% ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 มาใช้จ่ายราว 80,000 คน โดยแบรนด์ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ Nike, Adidas, Skechers, Crocs, และ Fila

    ท็อปส์ มองเห็นโอกาสในการทำการตลาดและสร้างยอดขายจากแนวโน้มการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่ท็อปส์อย่างต่อเนื่อง จากฐานข้อมูล Tourist Card ตั้งแต ต้นปีจนถึงกรกฎาคม 2568 พบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการท็อปส์เพิ่มขึ้นกว่า 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน มียอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเติบโตกว่า 24.6% และพบพฤติกรรมการจับจ่ายถี่ขึ้นเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3% ด้วยแนวโน้มของการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยว ท็อปส์จึงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกต่อเนื่อง โดยเร่งเดินหน้าขยายสาขาในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม สื่อสารแบรนด์ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงโดยตรง ควบคู่กับการผนึกกำลังกับพันธมิตรในเครือเพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็ง แกร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกและน่าจดจำ พร้อมคัดสรรสินค้าและบริการตรงใจนักท่องเที่ยวรวมถึงของฝากก่อนเดินทางกลับ

    โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา ในครึ่งปีแรก เซ็นทาราต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากระแสการท่องเที่ยวจะยิ่งคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง จากแรงส่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดย ททท. ที่มุ่งชูเสน่ห์ไทยในแต่ละภูมิภาค เพื่อตอบรับกระแสนี้เซ็นทาราจึงนำเสนอโปรโมชั่น “Suite Heaven” มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับห้องพักประเภท Premium Suite และ Villa เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมสิทธิ์เข้าพักได้ถึง 31 มี นาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น “Linger for Longer ยิ่งพักนาน ยิ่งคุ้ม” เพื่อกระตุ้นการเข้าพักระยะยาวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ พร้อมมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ

    ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมสานต่อความยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงเทศกาลปลายปีกับซิกเนเจอร์ บิ๊กอีเวนต์ “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2026” ที่พร้อมสร้างความตื่นตา ตื่นใจครั้งใหม่จากครีเอทีฟสตูดิโอชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยังคงไว้ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับแคมเปญและสิทธิพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ

    ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม Good Goods (กุ๊ดส์ กุ๊ดส์) เชิญสัมผัสเสน่ห์สินค้าชุมชนไทยภายใต้แบรนด์ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยที่ครองใจนักท่องเที่ยว มาพร้อมคอลเลกชันใหม่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างงดงาม พร้อมโฉมใหม่ของร้านสาขาที่ 8 ในคอนเซ็ปต์ Modern Craft ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค

    อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กรและความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลภาคภูมิ ใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ ททท. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างครบวงจร ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐ กิจไทย ทั้งการจัดอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาสและแคมเปญการตลาด การมอบประสบการณ์เหนือระดับในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือตลอดจนการเชื่อมโยงวิถีชุมชนเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภูมิภาค”

    ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาดบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ภาพรวมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกเริ่มกลับมาเป็นบวก ปัจจุบันเห็นสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น เราจึงมุ่งต่อยอดบรรยากาศเชิงบวกนี้ สู่ช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน ห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศจัดเตรียมแคมเปญและอีเวนต์พิเศษรับเทศกาลสำ คัญทั้งโกลเด้น วีค ดีวาลี และคริสต์มาส เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่”

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนเติบโตในทุกมิติ ข้อมูลจาก Chinese E-Wallet Partner อย่าง Alipay และ WeChat Pay พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาใช้บริ การและจำนวนธุรกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่าน e-Wallet เพิ่มขึ้นกว่า 10% เทียบกับปี 2024 ขณะที่การใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยเฉพาะในทำเลสำคัญอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลภูเก็ตและเซ็นทรัลพัทยาที่เติบโตเกิน 50% สะท้อนถึง ‘Quality Traffic’ ที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวฟื้นตัวใกล้เคียงปี 2019 หรือประมาณ 90% นอกจากนักท่องเที่ยวจีนเรายังขยายฐานไปสู่ตลาดใหม่ที่มีกำ ลังซื้อสูงอย่างตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับ Fazaa Card ซึ่งเป็นโครงการ CRM ที่ใหญ่ที่สุดของ UAE ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียมต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาส 4 คาดว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินเดีย อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ตะวันออกกลาง เป็นต้น”

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Partnership 360 องศา ผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจ กรรมส่งเสริมตลาดรับบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาคึกคัก โดยเสนอ  Grand Privilege มอบสิทธิประโยชน์และดีลพิเศษครอบคลุมธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าและโรงแรมทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายปลายปีรองรับไฮซีซันที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดใกล้และไกลเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าเพิ่มเเรงส่งต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ภายใต้โครงการ Nihao Month ระหว่าง 20 ก.ย.–31 ธ.ค. เพียงแสดงหนังสือเดินทางจีนก็รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น “Quality Destination” จุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสร้าง Grand Momentที่ไทย ด้วยความอบอุ่น ปลอดภัยและเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว”

    เราเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลกอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/916130&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h-O_HjwSLX970-qjgYz3U

  • ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ รายงานกมธ.กาสิโน ค้านเปิดบ่อน ส่ง ‘ครม.’ พิจารณา

    ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ รายงานกมธ.กาสิโน ค้านเปิดบ่อน ส่ง ‘ครม.’ พิจารณา

    การเมือง

    ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ รายงานกมธ.กาสิโน ค้านเปิดบ่อน ส่ง ‘ครม.’ พิจารณา

    23 ก.ย. 2025 เวลา 12:39 น.

    “สว.” ไม่ขัดข้อง รายงานกมธ. ค้าน “กม.คอมเพล็กซ์” ชง “ครม.” พิจารณา ด้าน “สรชาติ”​ชงขอต่อวาระพิจารณา หวังศึกษาเลือกเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย

    ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารายงานการศึกษา เรื่อง การเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)  ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ

    ทั้งนี้ กมธ. ได้ร่วมนำเสนอรายงานต่อที่ประชุม ที่มีข้อสรุปต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ที่รัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เสนอต่อสภาฯ ว่า กมธ.มีมติไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบในหลายมิติกับประชาชน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาว รวมถึงอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นความเสี่ยงที่ทำให้ประเทศเป็นแหล่งฟอกเงิน อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลต้องการผลักดันร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ผ่านการทำประชามติ

    'วุฒิสภา' เห็นชอบ รายงานกมธ.กาสิโน ค้านเปิดบ่อน ส่ง 'ครม.' พิจารณา

    สรชาติ ชงต่อวาระการศึกษา ชงทางเลือกเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย

    ขณะที่นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ฐานะรองประธานกมธ. อภิปรายว่าตนอยากขอให้ที่ประชุมใช้ข้อบังคับที่ 100 เพื่ออนุญาตให้ตั้งกมธ. ชุดใหม่ หลังจากที่กมธ.ชุดนี้หมดวาระหลังจากที่เสนอรายงานสามารถทำงานศึกษาต่อเนื่อง ทั้งนี้ตนมองว่ามีหลักการเพิ่มเติมที่ต้องศึกษา เช่น  1.กรณีการทำธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรไม่มีกาสิโน  2.การมีเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนอย่างที่มีข้อจำกัด และ 3.ระบบเอนเทอร์เทนเมนต์ที่มีกาสิโนแบบออนไลน์ ซึ่งตนเชื่อว่าจะมีข้อศึกษาที่ทำให้สังคมสบายใจ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นการศึกษาผ่านงานวิจัยนั้นและยังไม่สมบูรณ์

    “ผมอยากชวน กมธ. ให้ไปดูกาสิโนถูกกฎหมาย สามารถควบคุมคนเข้าไปเล่นได้ ผ่านการลงทะเบียนทุกคน คนที่ไม่ลงทะเบียนไม่มีบัตรไม่สามารถเข้าได้ เช่น ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ให้เฉพาะนักท่องเที่ยว เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ต้องการเห็นคือการปรับปรุงกฎหมาย สำหรับร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอมาในส่วนของการแบ่งรายได้ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติม ดังนั้นหากจะเสนอกฎหมายให้พิจารณาอีกครั้งต้องปรับปรุงระบบควบคุม การแบ่งสัดส่วนรายได้” นายสรชาติ กล่าว

    สว. ส่งเสียง “รัฐบาลใหม่” ต้าน กม.กาสิโน

    ขณะที่ในความเห็นของ สว.ส่วนใหญ่สนับสนุนรายงานของกมธ. โดยนายชินโชติ แสงสังข์ สว. อภิปรายว่าในร่างพ.ร.บ.ที่รัฐบาลจุดก่อนหน้านั้นเสนอ ตนมองว่าเป็นการหลอกหลวงประชาชน ซึ่งในการชี้แจงจากตัวแทนรัฐบาลกับกมธ. ต่อกรณีว่าตัดกาสิโนออกจากสถานบันเทิงครบวงจรได้หรือไม่ คำตอบที่ได้ คือ ใครจะมาลงทุน ทำให้เป็นคำตอบว่าเป็นการหลอกประชาชน หลอกสังคม

    “เอาบ่อนกาสิโนเป็นติ่งในร่างพ.ร.บ. แต่ข้อเท็จจริงหัวใจหลัก หัวข้อใหญ่ของรัฐบาลไม่ต้องการเปิดอย่างอื่น ต้องการเปิดแต่เปิดบ่อน ผมอยยากให้รัฐบาลใหม่ของผมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาล อย่ามีนโยบนายเรื่องบ่อนกาสิโนเด็ดขาด แล้วจะอยู่ยาว คือหมายถึงเลย4เดือนไปก่อน สุดท้ายข้ออ้างของคนกลุ่มหนึ่งที่ว่า ไม่สามารถปราบบ่อนกาสิโนได้ จึงประชดให้ทำถูกกฎหมาย เป็นการทำที่ไร้สมองมาก ผมไม่อยากพูดว่าปัญญาอ่อนเพราะแรง” นายชินโชติ อภิปราย

    ส่วนนายสิทธิกร ธงยศ สว. อภิปรายว่า รัฐบาลที่ผ่านมามีแนวคิดส่งเสริมประชาชนเล่นการพนัน เช่น ยกเลิกโป๊กเกอร์ไม่ให้เป็นการพนัน รวมถึงสนับสนุนให้มีหวยเกษียณ ซึ่งไม่แตกต่างจากหวยเถื่อน 1 เดือน ออก 4 ครั้ง รางวัลไม่ล่อใจแต่สิ่งที่น่ากังวลประชาชนจะนำเลขท้าย2ตัว 3ตัวเป็นหวยเถื่อน  ตนมองว่าประชาชนซึมซับกับการเล่นพนัน ก่อนการปูทางไปสู่กาสิโนครบวงจร ทั้งนี้ตนฝากไปยังรัฐบาลที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ให้ความสำคัญและนำผลการศึกษาของกมธ. เป็นแนวทาง และแนวคิด คือ ถอนไปดีกว่า อย่านำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภาฯ เพราะจะเกิดหายนะและอันตราย

    ทั้งนี้ นพ.วีระพันธ์ อภิปรายชี้แจงว่า ในอีก 4 เดือนยุบสภา นักการเมืองที่สมัคร สส. ไม่ว่าพรรคใด หากจะเปิดบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมาย กรุณาใช้เป็นนโยบายหาเสียง อย่าหมกเม็ดว่าเป็นสถานบันเทิงครบวงจร

    'วุฒิสภา' เห็นชอบ รายงานกมธ.กาสิโน ค้านเปิดบ่อน ส่ง 'ครม.' พิจารณา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ที่ประชุมอภิปรายแล้วเสร็จ นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ฐานะประธานในที่ประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะส่งให้ ครม. พิจารณาต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1199974&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HjnZYRP7NNb_d30vvQJmz

  • WHO ยืนยันไทลินอลและวัคซีนไม่ทำให้เกิดออทิสติก หลังทรัมป์แสดงความกังวล

    WHO ยืนยันไทลินอลและวัคซีนไม่ทำให้เกิดออทิสติก หลังทรัมป์แสดงความกังวล

    องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าทั้งยาแก้ปวดไทลินอลและวัคซีนไม่มีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคออทิสติก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวลและแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าว

    ข้อมูลจาก WHO เรื่องความปลอดภัยของไทลินอล

    โฆษกของ WHO ทาริก จาซาเรวิช กล่าวในการแถลงข่าวว่า แม้จะมีการศึกษาเชิงสังเกตการณ์บางเรื่องที่ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ระหว่างการรับพาราเซตามอลก่อนคลอดกับออทิสติก แต่หลักฐานยังคงไม่สอดคล้องกัน โดยมีการศึกษาอื่นๆ พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ดังกล่าว

    ‘หากความเชื่อมโยงระหว่างพาราเซตามอลกับออทิสติกมีความเป็นไปได้ น่าจะถูกสังเกตเห็นอย่างต่อเนื่องในงานศึกษาวิจัยหลายชิ้น เขากล่าว พร้อมเตือนไม่ให้สรุปผลอย่างง่ายๆ เกี่ยวกับบทบาทของพาราเซตามอลในออทิสติก

    หน่วยงานยุโรปยืนยันความปลอดภัย

    หน่วยงานกำกับดูแลยาในยุโรปออกมายืนยันว่า คำแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในการใช้พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อลิสัน เคฟ หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของสำนักงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพของอังกฤษ (MHRA) กล่าวในแถลงการณ์ว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือสิ่งสำคัญสูงสุด ไม่มีหลักฐานว่าการรับประทานพาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เด็กเป็นออทิสติก

    วัคซีนไม่ทำให้เกิดออทิสติก

    ส่วนความกังวลที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และคณะรัฐบาลแสดงต่อวัคซีนเด็ก จาซาเรวิชตอบชัดเจนว่า วัคซีนไม่ทำให้เกิดออทิสติก โดยเขาเสริมว่าตารางการฉีดวัคซีนเด็กที่มีการกำกับดูแลอย่างระมัดระวังโดย WHO ได้ช่วยชีวิตอย่างน้อย 154 ล้านคนในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา

    ตารางเหล่านี้ได้พัฒนาไปพร้อมกับวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องและปัจจุบันสามารถปกป้องเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่จากโรคติดเชื้อ 30 โรค เขาเตือนว่าเมื่อตารางการฉีดวัคซีนถูกเลื่อนฉีด หรือหยุดช จะเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้ออย่างรุนแรงไม่เพียงแต่สำหรับเด็กเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มอื่นด้วย

    ความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยออทิสติก

    โฆษก WHO ระบุว่ามีผู้คนทั่วโลกประมาณ 62 ล้านคนที่มีภาวะออทิสติกสเปกตรัม ทุกคนจำเป็นต้องทำความเข้าใจสาเหตุของออทิสติกและวิธีการดูแลและสนับสนุนความต้องการของผู้ป่วยออทิสติกและครอบครัว แต่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ แล้วว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับวัคซีน เขากล่าวเสริมว่า ‘สิ่งเหล่านี้ไม่ควรถูกตั้งคำถามหรือข้อสงสัยจริงๆ’

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/who-confirms-tylenol-vaccines-safe-no-autism-link-trump-concerns&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ce3GLq9vkx-BU7NAaAAoc

  • RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    การศึกษา

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน
        

    มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ท่านอธิการบดี จึงได้ริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ     โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
    จากปัญหา “ลำไยล้นตลาด” สู่ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม”


        

    ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร ม.รังสิต กล่าวว่า การเลือกผลผลิตลำไย สะท้อนถึงความเข้าใจสถานการณ์จริงของภาคการเกษตร และความตั้งใจของโครงการบุญตะวัน ในการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างตรงจุด โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาที่ตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของหลายจังหวัดในภาคเหนือ ความต้องการของตลาดไม่เพียงพอที่จะรองรับผลผลิตทั้งหมด ทำให้ราคาลำไยตกลงอย่างมาก มหาวิทยาลัยรังสิตจึงก้าวเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ รับซื้อลำไยเกรดพรีเมียมจากวิสาหกิจชุมชน จ.ลำพูน โดยแบ่งเป็น จำหน่ายสด และแปรรูป เพื่อนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและตลาดสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต
        

    คณบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยโครงสร้างของคณะเทคโนโลยีอาหารที่ประกอบด้วย 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีอาหาร และ สาขาธุรกิจอาหาร จึงสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านการจัดการ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไย พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ดังนี้

        1. สาขาเทคโนโลยีอาหาร: มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำลำไยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น
    •    ลำไยลอยแก้ว สูตรหวานน้อย + Rice Peptide: ลดความหวาน เพิ่มคุณค่าด้านการดูแลผิวพรรณและสมอง เหมาะกับวัยรุ่นและคนรักสุขภาพ
    •    ลำไย Freeze Dry สูตรลดหวาน: ใช้เทคโนโลยี Freeze Dry คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เก็บได้นาน พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเป็นขนมและวัตถุดิบสำหรับอาหาร/เครื่องดื่ม
    •    ลำไยอบแห้ง: ใช้เทคนิคถนอมอาหารที่สะดวก แต่ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน เหมาะสำหรับการบริโภคโดยตรง การทำเบเกอรี่ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่น ๆ
      

     2. สาขาธุรกิจอาหาร: ทำหน้าที่ต่อยอดจากงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้ โดยมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ลำไยสดและแปรรูปเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ ๆ ในระดับภูมิภาคและสากล
        

    การบูรณาการระหว่างสองสาขาวิชา ช่วยให้เกิดการสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน ทั้งนี้จะใช้ศักยภาพของเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในโรงงานต้นแบบของคณะฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ลำไยต่อไป
    พลังการศึกษาเพื่อความยั่งยืน
        

    โครงการบุญตะวันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเกษตรกร แต่คือ “ห้องเรียนจริง” ที่นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกการบริหารจัดการ และเรียนรู้การสร้างคุณค่าจากงานวิจัย ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งคืนความรู้สู่สังคม เพื่อพลิกวิกฤตการเกษตรให้กลายเป็นโอกาส
        

    นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ใช้พลังวิชาการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ เกษตรกร และชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้นแล้วทุกการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ลำไยสดพรีเมียม หรือ ลำไยแปรรูปสูตรพิเศษ จึงไม่ใช่เพียงการอุดหนุนสินค้า แต่คือการส่งต่อโอกาสแก่เกษตรกรไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/447534&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AP30c3FKXnhDjuwHB1rvL

  • มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จำนวน 33 ทุน เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2568 โดยได้รับเมตตาจาก พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เป็นประธานในพิธี การนี้ได้รับเกียรติจาก บัญชา สืบกระพัน ผู้อำนวยการเขตสวนหลวงและผู้บริหารเขตสวน หลวง,มณีรัตน์ มะลิอ่อง หัวหน้าฝ่ายการศึกษา,มาลัย ภัทรมณีนิล หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์ หัวหน้าฝ่ายการคลัง,เปมิกา ไหมวัด หัวหน้าฝ่ายรายได้,อำนาจ สังข์ทอง รักษาการหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา อนุตรา จิตรเที่ยง  รอง ผอ.โรงเรียนคลองกลันตัน (มีสุวรรณอนุสรณ์),พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ ผอ.โรงเรียนนาคนาวาอุปถัมภ์,สมพงษ์ ธนะสินธุ์  ผอ.โรงเรียนวัดใต้ (ราษฎรนิรมิต),วรินทร กนกวงศ์อนันต์  ผอ.โรงเรียนวัดปากบ่อ,พิมล มาประกอบ ผอ.โรงเรียนสุเหร่าใหม่,ศิริพร ทุมภา รองผอ.โรงเรียนหัวหมาก,นริศรา เปรมศรี  ผอ.โรงเรียนสุเหร่าทางควาย,พิมพ์ชยา ธนโชติชุติวัฒน์  ผอ.โรงเรียนวัดราชโกษา รวมทั้ง อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,โสภา อมราศรัยศรี,พัชรา มาดล โดยได้รับการต้อนรับจาก พัฒ ชุติวรวัลค์ ผอ.โรงเรียนวัดทองใน พร้อมคณะครู ณ ศาลาการ เปรียญ วัดทองใน เขตสวนหลวง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2536 ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยี่ยมราษฎรในชุมชนและทอดพระเนตรการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน  ทั้งได้ พระราชทานทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  เขตพระ โขนงในขณะนั้น ตามคำกราบทูลเชิญของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในโอกาสนั้น ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานทุนทรัพย์จากกองทุนสมเด็จย่าจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อใช้ในการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ และในปีต่อมาได้พระราชทานเงินจากทุนการกุศล กว.อีก 100,000 บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท(สองแสนบาท) สมทบทุนแก่มูลนิธิฯ  นับเป็นพระกรุณาธิคุณและยังความปลื้มปิติแก่คณะกรรมการมูลนิธิฯ อย่างหาที่สุดมิได้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองในกล่าวในที่สุดว่า “ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษา โรงเรียนวัดทองใน จึงมีมติให้ทุกวันที่ 16 กันยายน ของทุกปี จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อมูลนิ ธิฯ ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้”

    มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา อาหารกลางวันและอุปกรณ์การศึกษา แก่เด็กและเยาวชนในเขตพระโขนงเดิมที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างต่อเนื่องให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

    บัญชา สืบกระพันธ์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

    บัญชา สืบกระพันธ์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    ประธานมูลนิธิฯ ถวายตาลปัตรพัดรองแด่ พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน

    ประธานมูลนิธิฯ ถวายตาลปัตรพัดรองแด่ พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน

    ประธานมูลนิธิฯ  ผอ.เขตสวนหลวง และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

    ประธานมูลนิธิฯ ผอ.เขตสวนหลวง และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

    บัญชา สืบกระพันธ์ ผอ.เขตสวนหลวง,สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบทุนการศึกษา จำนวน 33 ทุนแก่นักเรียน รร.วัดทองใน ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา

    บัญชา สืบกระพันธ์ ผอ.เขตสวนหลวง,สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบทุนการศึกษา จำนวน 33 ทุนแก่นักเรียน รร.วัดทองใน ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา

    (จากซ้าย) อำนาจ สังข์ทอง,ศิริพร ทุมภา,วลิดา จารึกสถิตย์วงศ์,อนุตรา จิตรเที่ยง,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์,มาลัย ภัทรมณีนิล,บัญชา สืบกระพัน,สุมนา อภินรเศรษฐ์,มณีรัตน์ มะลิอ่อง,เปมิกา ไหมวัด,พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ,พัฒ  ชุติวรวัลคุ์,วรินทร กนกวงศ์อนันต์,พรสวรรค์ สุวรรณกิตติ

    (จากซ้าย) อำนาจ สังข์ทอง,ศิริพร ทุมภา,วลิดา จารึกสถิตย์วงศ์,อนุตรา จิตรเที่ยง,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์,มาลัย ภัทรมณีนิล,บัญชา สืบกระพัน,สุมนา อภินรเศรษฐ์,มณีรัตน์ มะลิอ่อง,เปมิกา ไหมวัด,พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ,พัฒ ชุติวรวัลคุ์,วรินทร กนกวงศ์อนันต์,พรสวรรค์ สุวรรณกิตติ

    พิมพ์ชยา  ธนโชติชุติวัฒน์ ,อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,รัศมี  นนทสินธุ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,พัชรา มาดล

    พิมพ์ชยา ธนโชติชุติวัฒน์ ,อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,รัศมี นนทสินธุ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,พัชรา มาดล

    นักเรียนระดับชั้นอนุบาลรับทุนการศึกษาจาก พัฒ ชุติวรวัลค์,บัญชา สืบกระพันธ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,นริศรา  เปรมศรี, วรินทร กนกวงศ์อนันต์

    นักเรียนระดับชั้นอนุบาลรับทุนการศึกษาจาก พัฒ ชุติวรวัลค์,บัญชา สืบกระพันธ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,นริศรา เปรมศรี, วรินทร กนกวงศ์อนันต์

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบของที่ระลึกให้แก่ บัญชา สืบกระพัน ผอ.เขตสวนหลวง

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบของที่ระลึกให้แก่ บัญชา สืบกระพัน ผอ.เขตสวนหลวง

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิฯ และ พัฒ ชุติวรวัลคุ์ ผอ.รร.วัดทองใน พร้อมด้วยคณะครูและบุคคลากร รร. วัดทองใน

    สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิฯ และ พัฒ ชุติวรวัลคุ์ ผอ.รร.วัดทองใน พร้อมด้วยคณะครูและบุคคลากร รร. วัดทองใน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/915940&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PA-JYik4qOw5C3I8dBVHC

  • กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังจัดบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 หวังบูมเศรษฐกิจกลางปี 200 ล้านบาท

    กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังจัดบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 หวังบูมเศรษฐกิจกลางปี 200 ล้านบาท

    กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ ภาคเอกชน แถลงข่าวเตรียมจัดงานบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” ระหว่างวันที่ 2 – 6 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ พบกับมหกรรมสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ อาทิ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องอุปโภค-บริโภค และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายที่ยกขบวนพาเหรดจากเครือสหพัฒน์และผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อม Mind Motorshow รถที่ใช่ดีลที่ชอบ นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคตโดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 200 ล้านบาท

    s__141615178_0

    ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศไทย ในการจัดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” ระหว่างวันที่ 2 – 6 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการทดสอบตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชน อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงานยังได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมเพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม อันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงกลางปีได้กว่า 200 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 คน

    s__141615180_0

    กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนในการจัดงานครั้งนี้ โดยภายในงาน อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง”
    จะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากมายให้ช้อปกันอย่างจุใจ พื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่

    1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค – บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ จำนวน 52 บูธ พบกับสินค้าคุณภาพราคาประหยัดที่จะยกขบวนมาลดราคา อาทิ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน – ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานโปร ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก – ผลิตภัณฑ์โคโดโม ผลิตภัณฑ์เซนต์แอนดรูว ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล – ยาสีฟันซิสเท็มมา ผลิตภัณฑ์อาหาร – มาม่า ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า – วาโก้ แอร์โรว์ และ เครื่องสำอาง BSC MTI  
    2. โซน “รถที่ใช่ดีลที่ชอบ” จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ รถจักรยายนยนต์คุณภาพดีและข้อเสนอพิเศษสุดในงานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ ยามาฮ่า เป็นต้น เป็นต้น
    3. 3. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย ลำปาง ประชารัฐ และวิสาหกกิจชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 36 บูธ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ สินค้าสายมู อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มชงสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแปรรูป เป็นต้น
    4. โซนกิจกรรม Innovative Thai Material การจัดแสดงผลงานวัสดุไทยสร้างสรรค์ ดร.ณัฐพล กล่าว

    นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า “อุตสาหกรรมแฟร์2025 : ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” เป็นเวทีโชว์ผลงานที่รวมพลังของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมยานยนต์  เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับจาก ดีพร้อม ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการตามนโยบาย ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้ ผ่านกลยุทธ์ “4 ให้ 1 ปฏิรูป  โดย ดีพร้อม มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ไทยคุณภาพ พร้อมทั้งเป็นสร้างโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของยอดขายภายในงาน ข้อตกลงทางธุรกิจ และการต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศซึ่งเน้นการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมเป้าหมาย และปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาทักษะคนและชุมชน ให้พร้อมสู่อนาคต และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน ให้กับ SMEs ไทย 

    s__141615183_0

    ทั้งนี้ ดีพร้อม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2025 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

    s__141615184_0

    s__141615185_0

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943331/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1itTPju0zfOxZlz_fl6X2V

  • ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี …

    ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี …

    เพียวริคุ ซันสแนค และ วอริเออร์ ประกาศก้าวสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้วยการนำร่องใช้ ฟิล์มหดจากพลาสติกรีไซเคิล (PCR Shrink Film) แบบพิมพ์ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/23/580616/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00DHMdpelLL2612bjCJjst

  • “ฟูจิฟิล์ม” รุกตลาดเครื่องพิมพ์ วางกลยุทธ์เพิ่มแชร์ตลาด 40%

    “ฟูจิฟิล์ม” รุกตลาดเครื่องพิมพ์ วางกลยุทธ์เพิ่มแชร์ตลาด 40%

    นาย มาซาอากิ ยานากิยะ ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านโซลูชันสำนักงานและเครื่องพิมพ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนบริษัท …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5138891/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QkMNwPBT32EtL9fR07_yr