Blog

  • “เขาช้างเผือก” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ชวนพิชิตสันคมมีด เริ่ม 1 พ.ย. นี้

    “เขาช้างเผือก” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ชวนพิชิตสันคมมีด เริ่ม 1 พ.ย. นี้

    เสียงเรียกจากผืนป่าแห่งทองผาภูมิดังขึ้นอีกครั้ง ถึงเวลาแล้วสำหรับนักเดินทางสายผจญภัยที่รอคอยการกลับมาของหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่สวยและท้าทายที่สุดของเมืองไทย 

    อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวกิจกรรมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล “เขาช้างเผือก ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมท้าทายให้นักพิชิตยอดเขาได้สัมผัสความงดงามสุดพิเศษเพียง 3 เดือนเท่านั้น

    สิ่งที่ทำให้ “เขาช้างเผือก” กลายเป็นตำนานและเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินป่า คือ “สันคมมีด” สันเขาสุดหวาดเสียวที่ทอดตัวยาว โดยมีทางเดินแคบๆ ขนาบข้างด้วยวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศาที่น่าทึ่ง 

    การก้าวเดินบนเส้นทางนี้เปรียบเสมือนบทพิสูจน์สภาพร่างกายและจิตใจ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ณ ยอดเขาช้างเผือก ที่ความสูง 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งคุณจะได้ชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของผืนป่าตะวันตกจรดชายแดนประเทศเมียนมา และวิวเหนือเขื่อนวชิราลงกรณสุดลูกหูลูกตา

    ฤดูกาลนี้ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จะเปิดเส้นทางเดินป่าระยะทาง 8 กิโลเมตร (ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน) ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 เท่านั้น โดยจะเปิดจองรอบแรก (สำหรับทริปวันที่ 1-15 พ.ย. 68) ในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 นี้

    สามารถจองผ่านระบบ Google Form ที่หน้าเพจ Facebook “อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park” ซึ่งมีโควต้าจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 60 คนต่อวัน เพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติ

    อุทยานฯ ได้ปรับปรุงระบบการจองให้ทันสมัยและโปร่งใสต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้จองได้แบบ Real-Time ผ่านลิงก์บนหน้าเพจ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสวางแผนและเข้าถึงทริปในฝันได้อย่างเท่าเทียมกัน

    กฎเหล็กสำหรับนักพิชิตเขาช้างเผือก เพื่อความปลอดภัยและร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้

    • คุณสมบัติ: ต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุระหว่าง 13 – 70 ปี
    • จองล่วงหน้าเท่านั้น: ไม่มีการรับนักท่องเที่ยวแบบ Walk-in
    • จัดการขยะ: ต้องนำขยะทุกชิ้นที่นำเข้าไป กลับออกมาทิ้งภายนอกอุทยานฯ
    • การขับถ่าย: ให้ใช้ “ถุงขับถ่ายย่อยสลาย” ในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น
    • เชื่อฟังเจ้าหน้าที่: เนื่องจากเส้นทางมีความสูงชันและอันตราย ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง

    การเปิดเขาช้างเผือกในแต่ละปี ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดประตูสู่ธรรมชาติอันงดงาม แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ทั้งที่พัก ร้านค้า และผู้ประกอบการในหมู่บ้านอีต่อง นี่คือโอกาสเดียวในรอบปีที่คุณจะได้สร้างความทรงจำครั้งใหม่บนยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งผืนป่าทองผาภูมิ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2889093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2G0Gtf8TbW100Xzw9Pahns

  • “คลัง” จ่อชง ครม.ดัน 3 มาตรการท่องเที่ยวแพ็กเกจใหญ่

    “คลัง” จ่อชง ครม.ดัน 3 มาตรการท่องเที่ยวแพ็กเกจใหญ่

    วันนี้ (15 ต.ค.2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ว่า มาตรการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้คือ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ซึ่งมีการเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว

    ส่วนมาตรการที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องออกมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มีการชะลอตัวอย่างมาก โดยการท่องเที่ยวในประเทศติดลบร้อยละ 8 ใน 8 เดือนที่ผ่านมา

    กระทรวงการคลังจะเสนอเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่

    1. มาตรการทางภาษี โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 20,000 บาท ซึ่งมาตรการนี้จะให้สิทธิ์ลดหย่อนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองหลัก 1 เท่า และให้สิทธิ์สำหรับท่องเที่ยวเมืองรอง 1.5 เท่า เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.2568

    2. โครงการเร่งรัดการจัดประชุมสัมมนาของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีงบประมาณของแต่ละภาคส่วนอยู่แล้ว ไม่ใช่งบประมาณใหม่ โดยมีงบประมาณอยู่ราว 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนราชการ 3,000 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 3,000 ล้านบาท สำหรับการอบรมสัมมนา ยังไม่รวมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตั้งไว้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว กำหนดให้เบิกจ่าย 60% ของงบอบรมสัมมนาภายในเดือน ม.ค.2569 แทนที่จะรอจ่ายในไตรมาส 3-4 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้

    นอกจากนี้ ประธานหอการค้าเสนอให้บริษัทนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายในการพาพนักงานเที่ยวในประเทศ มาหักลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้

    3. มาตรการสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมและที่พัก ให้สิทธิหักค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโรงแรมได้ 2 เท่า สำหรับเมืองรองโดยเฉพาะ โดยให้สิทธิ์ใช้จ่ายได้ถึงเดือน มี.ค.2569 โดยสามารถนำไปใช้ในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนและความยั่งยืน การจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย

    ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามาตรการอื่นๆ เช่น การลดภาษีสถานบริการจากร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 โดยประสานกระทรวงมหาดไทยและกรมสรรพสามิตเชื่อมโยงข้อมูลสถานบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องสามารถเข้าสู่ระบบและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครอบคลุม

    รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ได้หารือเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2569 วงเงินกว่า 3.78 ล้านล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมามีงบเหลือจ่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 300,000 ล้านบาท และงบลงทุนเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ 65 เท่านั้น ดังนั้นในปีนี้จึงตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณปกติไว้ที่ร้อยละ 93 และงบลงทุนไว้ที่ร้อยละ 75 รวมทั้งกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) ของหัวหน้าส่วนราชการ โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะติดตามเป็นรายเดือนและรายงานนายกรัฐมนตรีทราบ

    ภาพจาก ทำเนียบรัฐบาล

    ภาพจาก ทำเนียบรัฐบาล

    ภาพจาก ทำเนียบรัฐบาล

    เสนอแอ็กชันแพลน ครม.เศรษฐกิจ คาดช่วยดัน GDP 0.4%

    ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญใน 3-4 ประเด็น โดยเชิญภาคเอกชนมาให้ข้อเสนอแนะในการทำแอ็กชันแพลน

    สัปดาห์นี้เริ่มพิจารณาแอ็กชันแพลนของกระทรวงการคลัง ส่วนวันที่ 20 ต.ค.จะพิจารณาแอ็กชันแพลนของกระทรวงพลังงาน และสัปดาห์ถัดไปจะพิจารณาแอ็กชันแพลนของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ซึ่งคาดว่าจากภาพรวมมาตรการทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 0.4 ของจีดีพี

    ทุกนโยบายต่อจากนี้ที่จะใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้วิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ (Course Benefit) เข้าไปด้วยว่าแต่ละนโยบายใช้งบฯ เท่าไหร่ รายได้ของรัฐจะได้ผลดี ผลเสียเท่าไหร่ และสิ่งที่จะได้ต่อประเทศเป็นอย่างไร

    อ่านข่าว

    นัดแรก! ประชุม ครม.เศรษฐกิจทำโรดแมป-แอ็กชันแพลน 4 เดือน

    สรรพากรพุ่งเป้าเก็บภาษี “อินฟลูเอนเซอร์-คอนเทนครีเอเตอร์”

    โฆษก กห.ยันกัมพูชาต้องยอมรับ 4 เงื่อนไข ก่อนขอเปิดด่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357595&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28E6izTgwcUEGnPgINC8tz

  • ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียวแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว บูมท่องเที่ยวเมืองรองลดภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท

    ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียวแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว บูมท่องเที่ยวเมืองรองลดภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท

    เศรษฐกิจ

    15 ต.ค. 2025 เวลา 13:22 น.

    “เอกนิติ” เผยผลประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกภายใต้รัฐบาล “อนุทิน” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือนรัฐบาลอนุทิน เตรียมเสนอมาตรการท่องเที่ยวแพ็กเกจใหญ่เข้า ครม. สัปดาห์หน้า ทั้งลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง 1.5 เท่า เร่งเบิกจ่ายงบสัมมนาภายใน ม.ค.69

    • “เอกนิติ” เผยผลประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกภายใต้รัฐบาล “อนุทิน” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือนรัฐบาลอนุทิน
    • เตรียมเสนอมาตรการท่องเที่ยวแพ็กเกจใหญ่เข้า ครม. สัปดาห์หน้า ทั้งลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง 1.5 เท่า เร่งเบิกจ่ายงบสัมมนาภายในม.ค.69
    • และให้สิทธิโรงแรมเมืองรองหักค่าใช้จ่ายปรับปรุง 2 เท่าถึง มี.ค.69
    • พร้อมเดินหน้าเร่งรัดเบิกงบปี 69 กว่า 3.78 ล้านล้าน ตั้งเป้าเบิกจ่ายได้ 93% ทั้งระบบ โฆษกรัฐบาลคาดมาตรการหนุนเศรษฐกิจโตได้ 0.4%

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานวันนี้ว่าประชุมครั้งแรกนี้เป็นวาระสำคัญเพื่อทบทวนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 4 เดือน โดยในส่วนที่มีการเดินหน้าในวันนี้แล้วคือ การเปิดลงทะเบียนร้านค้าสำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ได้มีการเปิดตัวโครงการไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

    ส่วนมาตรการที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งมีความจำเป็นจะต้องออกมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มีการชะลอตัวอย่างมาก โดยการท่องเที่ยวในประเทศติดลบ 8% ใน 8 เดือนที่ผ่านมา โดยกระทรวงการคลังจะเสนอเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยวประกอบไปด้วย 3 มาตรการหลักได้แก่ 

    1.มาตรการทางภาษี โดยให้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 20,000 บาท โดยมาตรการนี้จะให้สิทธิในการลดหย่อนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองหลัก 1 เท่า และเมืองรองให้สิทธิลดหย่อนได้ 1.5 เท่า โดยจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.2568 

    ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียวแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว บูมท่องเที่ยวเมืองรองลดภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท 2.โครงการเร่งรัดการจัดประชุมสัมมนาของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีงบประมาณของแต่ละภาคส่วนอยู่แล้วไม่ใช่งบประมาณใหม่ โดยภาคมีงบประมาณอยู่ ราว 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนราชการ 3,000 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจอีก 3,000 ล้านบาท สำหรับการอบรมสัมมนา ยังไม่รวมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตั้งไว้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยกำหนดให้เบิกจ่าย 60% ของงบอบรมสัมมนาภายในเดือนมกราคม 2569 แทนที่จะรอจ่ายในไตรมาส 3-4 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้

    นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจากภาคเอกชน โดยประธานหอการค้าเสนอให้บริษัทนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายในการพาพนักงานเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้
    และ 3.มาตรการสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมและที่พัก โดยให้สิทธิหักค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโรงแรมได้ 2 เท่า สำหรับเมืองรองโดยเฉพาะ โดยให้สิทธิใช้จ่ายได้ถึงเดือนมี.ค.ปี 2569 โดยสามารถนำไปใช้ในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ กาารติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุน และความยั่งยืน การจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย

    นอกจากนี้ยังมีการพิจารณามาตรการอื่นๆ เช่น การลดภาษีสถานบริการจาก 10% เหลือ 5% โดยประสานกระทรวงมหาดไทย และกรมสรรพสามิตเชื่อมโยงข้อมูลสถานบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ดำเนินการถูกต้องสามารถเข้าสู่ระบบ และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครอบคลุม 

    นอกจากนี้ได้มีการหารือเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2569 วงเงินกว่า 3.78 ล้านล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมา มีงบเหลือจ่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 300,000 ล้านบาท และงบลงทุนเบิกจ่ายได้แค่ 65% เท่านั้น ในปีนี้จึงมีการตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณปกติไว้ที่ 93% และงบลงทุนไว้ที่ 75% รวมทั้งกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) ของหัวหน้าส่วนราชการด้วย โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะติดตามเป็นรายเดือน และรายงานนายกรัฐมนตรีทราบ 

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามาตรการเศรษฐกิจช่วงปลายปีของรัฐบาลจะดันให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% โดยยังไม่รวมกับมาตรการสินเชื่อที่จะลงไปเพิ่มเติมหลังจากนี้

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1203217&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ypGxISYpaBeOHcMmjw09w

  • ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต

    ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต

    ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต


    15/10/2568 | 50 |

    ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” โดยสร้างสรรค์การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น มุ่งพัฒนาเกาะลิบงให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีใหม่ใน 2 ด้าน คือ ด้านการยกระดับการท่องเที่ยวแบบชุมชน และ ด้านการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ พร้อมจับมือกับ 4 บล็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำโดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ช่อง Alex Rendell, พลอย Pigkaploy ช่อง Pigkaploy, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ช่อง Go Went Go และ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ช่อง โจโฉ เดินป่า ร่วมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ธรรมชาติแห่งอันดามัน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในมุมมองของตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษ กิจให้กับคนในชุมชน

    “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ที่วางเป้าหมายการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ โดยยกระดับผ่าน การท่องเที่ยวแบบชุมชน และ การส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ ทั้งในรูปแบบของการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน E-Book ยกระดับกิจการโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และสร้างผู้นำเที่ยวชุมชนโดยให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มอาชีพ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเกาะลิบงได้ที่เฟซบุ๊กเพจ GSB Society

    โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน ที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินโครงการลิบงสุขใจฯ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Island)” มีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ตามภารกิจของธนาคารเพื่อสังคม 

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/101197


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/431872&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qPL3Ga9a3KP8scNb3ltoj

  • ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี-เร่งภาครัฐใช้งบอบรมสัมมนา : อินโฟเควสท์

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี-เร่งภาครัฐใช้งบอบรมสัมมนา : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนของการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการทางภาษี ด้วยการนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวไปหักค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกินคนละ 20,000 บาท

    ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองหลัก จะสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 เท่า ขณะที่เมืองรอง จะสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน 1.5 เท่า ซึ่งจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.นี้

    พร้อมกันนี้ จะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวในส่วนของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งตามปกติจะมีงบสำหรับใช้จ่ายในการอบรม-สัมมนาประจำปีอยู่แล้ว แต่มักจะเป็นการใช้จ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณ หรือในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีงบประมาณ ดังนั้น เพื่อให้เป็นการช่วยเร่งฟื้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ จึงมีนโยบายให้เบิกจ่ายงบเพื่อการดังกล่าวภายในเดือนม.ค.69 อย่างน้อย 60% เพื่อช่วงกระตุ้นดีมานด์ระยะสั้นในช่วงนี้

    ส่วนการกระตุ้นระยะยาวนั้น จะมีมาตรการให้ผู้ประกอบการโรงแรม-ที่พัก สามารถนำค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพัฒนาโรงแรม-ที่พัก มาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่า โดยระยะเวลาโครงการจะยาวไปจนถึงสิ้นมี.ค.69 ขณะเดียวกัน กรมสรรพสามิต จะปรับลดอัตราภาษีสถานบริการลงจาก 10% ให้เหลือ 5% และประสานงานกับกรมการปกครอง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันพิจารณาให้สถานบริการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอื่น ๆ จากโครงการของรัฐบาลในระยะถัดไป

    นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ยังเห็นชอบแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณโดยจะกำหนด KPI แก่หัวหน้าส่วนราชการ ว่าต้องเบิกจ่ายงบประมาณไม่ต่ำกว่า 93% และงบลงทุน ต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 75%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/537378&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hAFi_0LfiaJThrHSBQdtV

  • ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพ็คเก็จกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี 2 หมื่น

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพ็คเก็จกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี 2 หมื่น

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดแรก ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะเสนอครม.อนุมัติต่อไปใในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีรายละเอียด ได้แก่

    มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

    ซึ่งให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท โดยท่องเที่ยวเมืองหลัก ได้รับสิทธิการลดหย่อน 1 เท่า ขณะที่การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อนสูงสุง 1.5 เท่า สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.68 

    ทั้งนี้ จะนำข้อเสนอจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยไปพิจารณาด้วย ในเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวนิติบุคคล โดยให้บริษัทต่าง ๆ ที่เดิมอาจจะพาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศ หันกลับมาเที่ยวในประเทศไทยแทน และสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดว่าจะหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่

    เร่งส่วนราชการเบิกจ่ายงบอบรมสัมนา

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติการกระตุ้นท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เลื่อนจัดงานสัมนา อบรมจากเดิมเน้นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ เปลี่ยนเป็นเข้าไปใช้งบประมาณดังกล่าวช่วงต้น (Front load) หรือโดยต้องเบิกจ่ายให้ได้ 60% ภายในม.ค.69 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    “งบประมาณสำหรับราชการมีประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และรัฐวิสาหกิจประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีงบประมาณสำหรับอบรมสัมมนาอยู่แล้ว ซึ่งตัวเลขการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 8 เดือนที่ผ่านมาติดลบประมาณ 8% รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้หน่วยงานภาครัฐเร่งการเบิกจ่าย” 

    ให้สิทธิลดหย่อนโรงแรมรีโนเวทธุรกิจ

    นายเอกนิติ กล่าวว่า จากนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นสั้น แต่ได้ผลในระยะยาวนั้น ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการสนับสนุนโรงแรมปรับปรุง รีโนเวทธุรกิจ โดยเฉพาะในเมืองรอง หากมีการปรับปรุงธุรกิจ จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ทั้งนี้ ยังขยายขอบเขตไปถึงการลงทุนพัฒนาโรงแรม อาทิ การติดโซลาเซลล์ เพื่อความยั่งยืน และลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งระยะเวลาโครงการนานถึงเดือนมี.ค.69

    ลดภาษีสถานบริการ เหลือ 5%

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของกระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต ยังได้ลดภาษีสถานบริการ จาก 10% เหลือ 5% นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับกระทรวงท่องเที่ยว ให้ไปพิจารณาแนวทางเพื่อให้ผู้ประกอบการที่ยังทำธุรกิจไม่ถูกต้อง และต้องเปิดแบบหลบซ่อน ได้เข้าสู่ระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย โดยจะมีการประสานกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง เข้าไปดูแลด้วย

    นายเอกนิติ ยังกล่าวอีกว่า ตามกรอบนโยบาย Quick Big Win นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้กรอบการทำงาน โดยเน้นให้กระทรวงเศรษฐกิจกำหนดนโยบายที่สามารถทำได้รวดเร็ว (Quick) มีผลกระทบใหญ่เพียงพอ (Big) และประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและกระจายตัว (Win) โดยต้องคิดถึงผลในระยะยาวด้วย

    อัดซอฟต์โลน 1 แสนล้าน คาดกระตุ้นจีดีพี 0.4%

    ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังเห็นด้วยกับการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยการนำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสินมาใช้กับธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ในการรีโนเวทสถานประกอบการ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่า จากการเดินหน้ามาตรการดังกล่าว รวมถึงโครงการคนละครึ่ง จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.4%

    นอกจากนี้ ยังมีการวางแผน Action Plan ในแต่ละกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อหารือในที่ประชุม ก่อนเสนอครม.ต่อไป สำหรับการประชุมครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้านั้น จะมีการหารือถึงมาตรการพลังงานคาดว่าจะมีมาตรการออกมา เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน รวมทั้งจะมีมาตรการภาษี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้รับทราบเพิ่มเติมด้วย 

    “จากนี้จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจทุกสัปดาห์ ยกเว้นบางสัปดาห์ที่นายกฯ ไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่มาเลเซีย ซึ่งอาจจะเลื่อนออกไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/641468&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OvUuPpZOXIGDBRqlGq3CG

  • สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่จะเริ่มใช้ได้ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 เป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปลายปี ซึ่งอาจมีส่วนหนุนภาคท่องเที่ยวบางส่วน โดยเฉพาะหากประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายในร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริการนวดสปา ทำผม ทำเล็บ หรือการเดินทางสาธารณะ เช่น แท็กซี่และรถรับจ้าง

    ขณะที่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังต้องติดตาม เพราะหากประชาชนเลือกใช้สิทธิเพื่อจ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าการท่องเที่ยว เม็ดเงินอาจไม่ไหลเข้าสู่ภาคท่องเที่ยวเท่าที่คาด ขณะที่วงเงินสนับสนุนของโครงการมีจำกัด อาจไม่ครอบคลุมทุกจังหวัดได้ทั่วถึง

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงไฮซีซั่น (ต.ค.- ธ.ค.) ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวหลัก คาดว่าคนไทยจะเดินทางออกต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้โครงการนี้ช่วยกระจายรายได้สู่เมืองรองได้บางส่วน แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ซึ่งอาจกระทบต่อบรรยากาศการเดินทางและความคึกคักของตลาดท่องเที่ยวปลายปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000098434&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LCwIbrYsvGTchHSV7pMYR

  • ททท.มั่นใจกินผักภูเก็ตคึกคัก คาดรายได้ทะลุ 22,000 ล้าน นทท. 6 แสนคนแห่ร่วมงาน – ข่าวภูเก็ต

    ททท.มั่นใจกินผักภูเก็ตคึกคัก คาดรายได้ทะลุ 22,000 ล้าน นทท. 6 แสนคนแห่ร่วมงาน – ข่าวภูเก็ต

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Beachfront Tops Land Values, Lifeguards: Phuket’s 1st and last defence || Oct 14

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Beachfront Tops Land Values, Lifeguards: Phuket’s 1st and last defence || Oct 14

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8-22-000-%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-6-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2-13599.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J4lVBGAwe9JMX76JJZlMi

  • ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกจัดทำโรดแม็พ-แอ๊คชั่นแพลนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน | เดลินิวส์

    ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกจัดทำโรดแม็พ-แอ๊คชั่นแพลนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน | เดลินิวส์

    ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก จัดทำโรดแมป-แอ๊คชั่นแพลน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน พร้อมเชิญภาคเอกชนนำเสนอความเห็น ก่อนชงเข้า ครม. สัปดาห์หน้า ด้านบรรยากาศลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งพลัสวันแรกเรียบร้อยดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5205511/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xjtlEDjlai6ZkxTH_NnD7

  • IMF คาดเศรษฐกิจโลกปีนี้โต 3.2 % เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน

    IMF คาดเศรษฐกิจโลกปีนี้โต 3.2 % เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลก คาดว่าขยายตัว 3.2% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม ที่ระดับ 3.0% หลังจากมีการขยายตัว 3.3% ในปี 2567

    นอกจากนี้ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.1% ในปี 2569 ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม

    ขณะเดียวกัน IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัว 2.0% ในปีนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม แต่ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้า สู่ระดับ 1.6% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.7% หลังจากมีการขยายตัว 2.5% ในปี 2567 และ 2.0% ในปี 2566

    ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่ม ASEAN-5 โดย IMF คาดว่าเวียดนามจะมีการขยายตัว 6.5% ในปีนี้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ขยายตัว 5.4% อินโดนีเซียขยายตัว 4.9% และมาเลเซียขยายตัว 4.5%

    IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.0% ในปีนี้ จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.9% และคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะมีการขยายตัว 4.8% ขณะที่คาดว่ายูโรโซนจะขยายตัว 1.2% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.0%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000098382&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I3CJzUFDDwPdQw50HFYQs