Blog

  • ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เลือกซื้อสินค้าตลาดนัดฮิมอ่าง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เลือกซื้อสินค้าตลาดนัดฮิมอ่าง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เลือกซื้อสินค้าตลาดนัดฮิมอ่าง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.53 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ(ผวจ.) นำคณะหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่เยี่ยมชม ให้กำลังใจและเลือกซื้อสินค้า ที่ ตลาดนัดฮิมอ่าง ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ(ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญ) โดยมี นายไพทูรย์ พรหมสอน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ นายชัยยงค์ ผ่องใส พัฒนาการจังหวัดอำนาจเจริญ นางนิภาพรรณ เหล่าแค คลังจังหวัดอำนาจเจริญ และ หัวหน้าส่วนราชการร่วมคณะ

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมผู้ประกอบการในตลาดกว่า 76 ร้านค้า พร้อมร่วมอุดหนุนสินค้า และ ให้คำแนะนำแนวทางในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ ความสะอาด และ การตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้เสริม ยกระดับคุณภาพสินค้าของประชาชน และ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/451409&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kEF-FADX1bYyEsp359Srv

  • เปิดภาพ ‘น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา’ น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    เปิดภาพ ‘น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา’ น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    เปิดภาพ ‘น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา’ น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา (ปภ.พังงา) เปิดเผยว่า วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ บ้านบางหาโอน หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

    เปิดภาพ 'น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา' น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    ส่งผลให้เกิด น้ำป่าจากเทือกเขาหลักไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท่องเที่ยวเขาหลักเซ็นเตอร์ อย่างฉับพลัน ขณะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนหลายร้อยคนกำลังพักผ่อน ดื่มกิน และช้อปปิ้ง ต้องแตกตื่นหนีเอาตัวรอด

    เบื้องต้นน้ำได้ไหลลงมาตามลำคลองที่มุ่งสู่ทะเล แต่ปริมาณฝนที่ตกหนักทำให้น้ำในคลองเอ่อล้น มีสีแดงขุ่น และไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ช้อปปิ้งใจกลางเขาหลัก ระยะทางกว่า 800 เมตร น้ำท่วมสูงราว 1 เมตร กระแสน้ำเชี่ยวแรงจน รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์หลายคันจอดเสีย ถนนเพชรเกษมไม่สามารถสัญจรได้ทั้งสองฝั่ง ทำให้การจราจรติดยาวกว่า 1 กิโลเมตร

    เปิดภาพ 'น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา' น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดพังงา, ตำรวจ สภ.เขาหลัก และเทศบาลตำบลคึกคัก ได้เร่งเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องเดินทางกลับขึ้นเครื่องบิน ซึ่งต้องขนย้ายสัมภาระและเดินลุยน้ำไปขึ้นรถอีกฝั่งหนึ่ง

    ด้าน นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พบว่าน้ำได้ไหลเข้าท่วมร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งช้อปปิ้ง และบาร์หลายแห่งในเขาหลักเซ็นเตอร์

    เปิดภาพ 'น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา' น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    รวมถึงโรงแรมใกล้เคียงอย่าง เขาหลักซีวิว ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าทำให้ผนังกั้นน้ำบริเวณลำคลองทรุดตัวเสียหาย

    เปิดภาพ 'น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา' น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    นายนพคุณ ใจช่วย ผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่เผยว่า “ฝนตกหนักมาก น้ำในคลองเอ่อล้นอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่รู้ตัว ผมต้องตะโกนบอกให้รีบหนีออกมา ถือเป็นเหตุการณ์น้ำป่าหนักที่สุดในรอบ 30 ปีที่เคยเจอ”

    เปิดภาพ 'น้ำท่วมเขาหลัก จ.พังงา' น้ำป่าทะลักกลางแหล่งท่องเที่ยว

    ขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/642118&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OGj6FKRfkdMdEJ4Vdj0Qm

  • แบงก์ชาติคาด คนละครึ่งพลัส ดันเศรษฐกิจพุ่ง

    แบงก์ชาติคาด คนละครึ่งพลัส ดันเศรษฐกิจพุ่ง

    “แบงก์ชาติ” คาดเศรษฐกิจไทยปี 68 โต 2.2% ลุ้นไตรมาส 4 ได้อานิสงส์โครงการ “คนละครึ่งพลัส-เที่ยวดีมีคืน” ฟื้นกำลังซื้อ หนุนจับจ่ายใช้สอยคึกคัก ดันจีดีพีโตทะลุ 1.3%     พร้อมคาดเงินเฟ้อไทยปีนี้ 0.0% การันตียังไกลภาวะเงินฝืด รัฐบาลเปิดให้ฟู้ดเดลิเวอรีเชื่อมคนละครึ่งพลัส

    เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม น.ส.ปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า   ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ 2.2% และยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6%  โดยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อนที่สหรัฐจะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอลงจากภาคการผลิต และภาคการส่งออกที่เริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ

    ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 3/2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 1.5% และไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวได้ 1.3% โดยในช่วงไตรมาส 4 นั้น จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเข้ามาช่วยเพิ่มบรรยากาศการบริโภค การจับจ่ายใช้สอย และการท่องเที่ยวในประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการเที่ยวดีมีคืน ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ได้ 0.2-0.3% และเป็นผลทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ขยายตัวได้ 1.3%

    “มาตรการภาครัฐเข้ามาช่วย ซึ่งมีผลมากในช่วงไตรมาส 4 ที่เริ่มต้นใช้มาตรการ โดยเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ทำให้แนวโน้มในตลาดเริ่มคึกคักขึ้น ทั้งฝั่งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ช่วยสร้างความหวังให้เศรษฐกิจไทยได้” น.ส.ปราณีระบุ

    สำหรับภาคการท่องเที่ยวนั้น มองว่ามีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัว โดยนักท่องเที่ยวระยะไกลยังขยายตัวได้ ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยกลับมา โดยคาดว่าทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยจะอยู่ที่ 33 ล้านคน คิดเป็นรายรับ 1.4 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน ราว 4.4 ล้านคน ส่วนปี 2569 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านคน คิดเป็นรายรับ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน 6 ล้านคน

    นอกจากนี้ มีข้อมูลความเห็นจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว คาดว่านักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งมีสัญญาณการฟื้นตัวจากนักท่องเที่ยวจีน และผลจากการแก้ปัญหาด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลง และกดดันต่อความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการประกอบธุรกิจมากขึ้น

    ด้านนายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในปีนี้ จะอยู่ที่ 0.0% ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 0.5% และปี 2570 อยู่ที่ 1% โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 2/2569 และกลับเข้าสู่ขอบล่างของเป้าหมายนโยบายการเงินที่ระดับ 1-3% ได้ในช่วงปี 2570 ส่วนความกังลว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

    เนื่องจาก 3 สาเหตุสำคัญคือ 1.การที่อัตราเฟ้อต่ำในปัจจุบัน เป็นผลจากราคาสินค้าที่ลดลงเพียงบางหมวด เช่นกลุ่มพลังงานและอาหารสด (ผัก-ผลไม้) ในขณะนี้ราคาสินค้ากลุ่มอื่น ไม่ได้ปรับลดลงต่อเนื่องและในวงกว้าง 2.เครื่องชี้แรงกดดันด้านราคา ที่สะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อยังทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอดีต และ 3.เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3%

     “การที่องค์ประกอบของตะกร้าเงินเฟ้อไทยมีสัดส่วนของสินค้ากลุ่มพลังงานและอาหารในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น จึงเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้เงินเฟ้อไทยต่ำ นอกจากนี้ ราคาสินค้าหมวดอาหารของไทยก็อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต่างประเทศ อีกทั้งแนวโน้มราคาพลังงานไม่เร่งตัวขึ้นมาก ประกอบกับไทยมีมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในบางช่วง” นายสุรัชระบุ

    วันเดียวกัน น.ส.ปราณี สุทธศรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อขยายผลการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รัฐบาลได้เปิดให้บริการ “ฟู้ดเดลิเวอรี” เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งอย่างเป็นทางการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิร่วมจ่ายผ่านระบบเดิมได้ทันที ซึ่งกลไกการใช้งานจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ โดย G-Wallet จะปรากฏเป็นหนึ่งในช่องทางชำระเงิน (payment method) ในระบบของแอปเดลิเวอรีโดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้สิทธิคนละครึ่งได้สะดวก ไม่ต้องสลับแอปหรือดำเนินการเพิ่มเติม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/883265/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03X0q7IPmpYYJmbgf4YnXz

  • แอสเซทไวส์ สานต่อแนวคิดร้านปันกัน ระดมพันธมิตรเติมสุข-ให้ทุนการศึกษา ในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11”

    แอสเซทไวส์ สานต่อแนวคิดร้านปันกัน ระดมพันธมิตรเติมสุข-ให้ทุนการศึกษา ในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11”

    แอสเซทไวส์ ต่อยอดแนวคิดร้านปันกัน สู่ “AssetWise x PANKAN Showcase” ผนึกพลังผู้บริหาร-คนดัง-พาร์ทเนอร์ ร่วมนำของรักของใช้มาแบ่งปันในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11” โดยรายได้จากการจำหน่ายร่วมสมทบเป็นทุนการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ-สร้างความเท่าเทียมให้เด็กไทย พร้อมส่งเสริมการใช้ซ้ำอย่างรู้คุณค่า สอดรับเป้าหมาย SDGs ตลอดทั้งโครงการมอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 617 ทุน พร้อมเดินหน้าสร้างความสุขให้สังคมอย่างยั่งยืน 

    วุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากแนวคิดร้านปันกัน x AssetWise ซึ่งเป็นร้านค้าต้นแบบของสังคมแห่งการแบ่งปัน ที่แอสเซทไวส์ร่วมกับร้านปันกันโดยมูลนิธิยุวพัฒน์ จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมแบ่งปันสิ่งของสภาพดีที่ไม่ใช้แล้วมาส่งต่อ แล้วแปรเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นทุนให้แก่เด็กและเยาวชน ล่าสุด บริษัทได้ต่อยอดสู่ “AssetWise x PANKAN Showcase” พื้นที่แห่งการแบ่งปันความสุขที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ โดยรวบรวมของรักจากผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และศิลปินคนดัง มาจำหน่ายในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11” โดยนำรายได้มาร่วมสมทบเป็นทุนการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมให้กับเยาวชน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการเพิ่มคุณค่าของสิ่งของด้วยการใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน

    ร้านปันกัน x AssetWise เกิดจากความตั้งใจของแอสเซทไวส์ที่มุ่งเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหาร พนักงาน ชุมชน และพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่ปี 2565 จนเกิดเป็นร้านค้าต้นแบบของสังคมแห่งการแบ่งปันระหว่างภาคเอกชนและร้านปันกัน โดยเปิดสาขาแรกที่ Mingle Mall รังสิต และต่อยอดมาถึงการจัด Showcase ในครั้งนี้ ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันเราสามารถจำหน่ายสินค้าได้ถึง 4,316,917 บาท และเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนไปแล้วกว่า 617 ทุน 

    ไฮไลท์ของงาน “AssetWise x PANKAN Showcase” คือการนำของรักของสะสมอย่าง กระเป๋า หมวก เสื้อ เครื่องประดับ ผ้าพันคอ รองเท้า ของเล่น ของใช้จากเหล่าศิลปินและคนดัง อาทิ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, ไบรท์ พิชญทัฬห์, แม่โอ๋-ธนภรณ์ เวชสุภาพร, แอนนา เสืองามเอี่ยม, หมูแฮม โชตินภา, ณิชา พูลโภคะ, พรฟ้า ปุณิกา, ดินสอสี พนิดา, MI Thailand 2025 รวมถึงครอบครัว TPNG และเสื้อกีฬาแรร์ไอเทมที่เต็มไปด้วยลายเซ็นของนักเตะชื่อดังจากสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด รวมทั้งหมดกว่า 350 ชิ้น มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 18-19 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักช้อปสายบุญและแฟนคลับที่มาร่วมอุดหนุนอย่างคึกคัก พร้อมยังมีจำหน่ายในร้านปันกันสาขาต่างๆ เพื่อสานต่อพลังแห่งการแบ่งปันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ความร่วมมือของแอสเซทไวส์และร้านปันกัน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งด้านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบ ด้วยการแบ่งปันสิ่งของเพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า และการรวมพลังกันเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “Punn by AssetWise” และ “ร้านปันกัน x AssetWise” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในการเติบโตเคียงข้างสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/860763/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FvQMuI1E3-LBwDzVYDG2j

  • &

    &

    นิปปอนเพนต์” จับมือกับ “ททท.” และ “กทม.” ร่วมสนับสนุนการจัดงานเทศกาลดีวาลีที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศอินเดียกับงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ส่งสีนวัตกรรมทาอาคารและสีจราจรเกรดคุณภาพร่วมรังสรรค์ “ผลงานศิลปะ” ที่ช่วยสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมของชาวอินเดียบนกำแพงและพื้นถนน (Art Wall และ Art Street) ถ่ายทอดผ่านแลนด์มาร์ก 8 จุดทั่วย่าน “พาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง” ใช้พลังแห่งสีสันเพิ่มชีวิตชีวาให้เมืองอย่างยั่งยืน สร้างความสวยงามและคุณภาพชีวิตแก่ผู้คนในชุมชน พร้อมผลักดันเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กับย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ

    คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นิปปอนเพนต์ ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีนวัตกรรมและยั่งยืนยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเทศกาลดีวาลี “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ผ่านการสนับสนุนสีนวัตกรรมทาอาคารและสีจราจรเกรดคุณภาพสูงเพื่อนำไปใช้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนกำแพงและบนพื้นถนน (Art Wall และ Art Street) ทั้งหมด 8 จุดแลนด์มาร์กในย่านพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง เพื่อให้สอดรับกับการจัดเทศกาลดีวาลีและยังช่วยฟื้นฟูความสวยงามให้กับย่านได้ในระยะยาว

    สำหรับเทศกาล “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” เป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระหว่างวันที่ 16-31 ตุลาคม 2568 บริเวณคลองโอ่งอ่าง-พาหุรัด หรือ “ลิตเติ้ล อินเดีย” มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เทศกาลดีวาลี “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” ตามประเพณีของชาวอินเดียที่มีมาอย่างยาวนาน กลายเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ พร้อมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างชนชาติ สร้างย่านดังกล่าวให้กลายเป็นแลนด์มาร์กวัฒนธรรมไทย-อินเดียแห่งแรกของไทย

    นิปปอนเพนต์ จึงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในส่วนสำคัญของเทศกาลผ่านการสนับสนุนสีสำหรับสร้างความสวยงามให้กับย่านคลองโอ่งอ่าง-พาหุรัด เนรมิตแลนด์มาร์กงานศิลปะทั้งหมด 8 จุด แบ่งเป็นศิลปะบนกำแพง (Art Wall) 4 จุด ได้แก่ ตรอกทางเดินทะลุคลองโอ่งอ่าง, ผนังห้างฯ อินเดียเอ็มโพเรียม, อาคาร 3 คูหาข้างห้างฯ อินเดียเอ็มโพเรียม และ อาคารการไฟฟ้าเขตวัดเลียบ และศิลปะบนถนน (Art Street) 4 จุด ได้แก่ ถนนเชื่อมคลองโอ่งอ่าง, ทางม้าลายหน้าวัดซิกข์, ตรอกข้างห้างฯ อินเดียเอ็มโพเรียม และ เส้นนำทางในตลาดพาหุรัด โดยผลงานศิลปะในจุดต่างๆ จะสะท้อนถึงวิถีชีวิตคนในย่านพาหุรัด เช่น การค้าขายผ้า ตลาดผ้า วัดซิกข์ เทศกาลดีวาลี รวมถึงลวดลายมรดกทางวัฒนธรรมของชาวอินเดีย เช่น ลายดอกไม้ ลายเรขาคณิต ลายผ้าอินเดีย ลายรังโกลี ฯลฯ

    โดยนิปปอนเพนต์มีการสนับสนุนสีนวัตกรรมทั้งหมดรวม 4 ชนิดสำหรับกิจกรรมนี้ แบ่งเป็นสีนวัตกรรมทาอาคารเกรดอัลตร้าพรีเมียมเพื่อปรับใช้กับศิลปะบนกำแพง (Art Wall) ได้แก่ นิปปอนเพนต์ ควิก ซีลเลอร์ สีรองพื้นปูนอเนกประสงค์ เพิ่มความยึดเกาะดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาสีลอกล่อน, นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ สีทาภายนอกเกรดอัลตร้าพรีเมียมสวยแกร่งยาวนาน 15 ปี+ และ นิปปอนเพนต์ อัลตร้า การ์ด นวัตกรรมฟิล์มใสปกป้องสีเพื่อให้สีบนอาคารทนทานยาวนานไม่ลอกล่อน 20 ปี+ ขณะที่ศิลปะบนถนน แบรนด์ได้ส่ง Nippon Paint Traffic Paint สีจราจรคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติให้สีชัดเจนและทนทานให้กับศิลปินได้ใช้งาน สีทั้งหมดถือเป็นสีนวัตกรรมคุณภาพสูงสุดที่นิปปอนเพนต์ตั้งใจคัดสรรเพื่อกิจกรรมครั้งนี้ โดยเล็งเห็นว่าความสวยงามสาธารณะควรคงอยู่คู่กับผู้คน ชุมชน สังคม และเมืองได้อย่างยั่งยืน

    “กิจกรรมการสนับสนุนสีเพื่อนำไปสร้างผลงานศิลปะ เพิ่มชีวิตชีวาให้กับย่านชุมชนพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิดและวิสัยทัศน์ของนิปปอนเพนต์ที่เชื่อว่า ‘พลังของสี’ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนไปจนถึงเมืองหรือระดับที่ใหญ่กว่านั้นได้ เนื่องจากสีบนผนังอาคารนั้นเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเมืองที่สวยงาม สร้างความปลอดภัยให้กับเมืองด้วยสภาวะแวดล้อมที่ดีขึ้น ทำให้เมืองน่าอยู่สำหรับผู้อยู่อาศัยในชุมชน และเป็นแรงดึงดูดให้คนนอกย่านหรือนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเยี่ยมเยือน” คุณวัชระกล่าว

    ทั้งนี้ โครงการเพื่อสังคม (CSR) ของนิปปอนเพนต์ทุกโครงการและจากทุกประเทศจะยึดแนวคิด “Colouring Lives” ซึ่งเป็นแนวคิดของแบรนด์ในระดับโลกที่มีหัวใจสำคัญ คือ โครงการเพื่อสังคมของนิปปอนเพนต์จะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวก ‘ที่จับต้องได้จริง’ ให้กับชุมชน และมีความเชื่อมโยงกับแกนใดแกนหนึ่งจาก 3 แกน ได้แก่ Education (การศึกษา), Empowerment (การสร้างพลังให้ผู้คนและสังคม) และ Engagement (การมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง) ซึ่งกิจกรรมพลังแห่งสีที่ช่วยเนรมิตย่านพาหุรัด-คลองโอ่งอ่างและงานเทศกาล Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 นับเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับชุมชน หรือ แกน Engagement ด้วยการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชน และสร้างโอกาสให้ย่านการค้าเก่าแก่นี้ได้ยกระดับเพื่อสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่งในการทำรายได้ให้กับชุมชน

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจชมผลงานศิลปะในย่านพาหุรัด-คลองโอ่งอ่างที่ให้สีสันสดชัดด้วยคุณภาพของสีนวัตกรรมนิปปอนเพนต์ สามารถตามรอยเยี่ยมชมภายในพื้นที่และถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์กใหม่ของลิตเติ้ล อินเดียทั้ง 8 จุดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยมีความพิเศษในช่วงเ??ทศกาล Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 ในวันที่ 16-31 ตุลาคม 2568 พื้นที่พาหุรัด-คลองโอ่งอ่างจะมีการประดับไฟอันวิจิตรที่น่าตื่นตาตื่นใจ ต้อนรับแสงใหม่ในชีวิตพร้อมเสริมความสำเร็จและโชคลาภตามความเชื่อของชาวอินเดียอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iez25t12zijaxqljz55rlgk5atjkws2f&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Sc5OUEMZsSCxoglnulzVE

  • 9 ธีมเศรษฐกิจ 3 ธีมการลงทุนปี 2026

    9 ธีมเศรษฐกิจ 3 ธีมการลงทุนปี 2026

    ปี 2026 เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายจาก วิกฤตการคลัง ภาษีสหรัฐฯ และภัยธรรมชาติ แต่ยังมีโอกาสจาก AI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

    • เศรษฐกิจสองครึ่ง: ปี 2026 เศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันในครึ่งปีแรกจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ก่อนจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
    • ปีแห่งวิกฤตการคลังโลก: การคลังทั่วโลกมีความเสี่ยง โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่อาจเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นเงินดอลลาร์ในไตรมาส 2
    • Global south reunited: ประเทศกำลังพัฒนาจะร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
    • ปี AI ขยายตัวเป็นวงกว้าง: การนำ AI มาใช้งานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสลงทุนใน Data Center และระบบสายส่งไฟฟ้า
    • ปีแห่งอุทกภัย: ปรากฏการณ์ลานีญาจะทำให้ความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น อุทกภัยและภัยแล้ง ทวีความรุนแรงขึ้น
    • เศรษฐกิจไทยแย่ แต่นโยบายดี: เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้น 5 ด้านเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
    • ปีแห่งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลจะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน และ Land Bridge
    • ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งทวีความรุนแรง: ช่องว่างระหว่างคนรวยและธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs และคนรากหญ้าจะกว้างขึ้น
    • อาชญากรรมไซเบอร์จะเป็นภัยคุกคามสำคัญ: ภัยไซเบอร์จะกลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ทำให้ต้องลงทุนในการป้องกันมากขึ้น
    • ธีมลงทุน Earning Play: เน้นหุ้นที่ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง
    • ธีมลงทุนหุ้นได้ประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยขาลง: เลือกหุ้นที่ต้นทุนทางการเงินลดลงหรือได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ดีขึ้น
    • ธีมลงทุนหุ้นได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ลงทุนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐ เช่น ท่องเที่ยว, ไฟแนนซ์, นิคมฯ และค้าปลีก

    เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ข้อพิพาททางการค้า การพลิกโฉมเทคโนโลยี และปัญหาหนี้สาธารณะที่ทวีความรุนแรง โดย INVX มองว่ามี 9 ธีมเศรษฐกิจโลกและไทย 

    ธีมที่ 1 เศรษฐกิจสองครึ่ง ปี 2026 เศรษฐกิจจะแบ่งเป็นสองช่วงชัดเจน ครึ่งแรกเศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ก่อนฟื้นตัวในครึ่งหลังเมื่อนโยบายกระตุ้นเริ่มแสดงผล ส่วนอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ คาดปรับลดอีก 1-2 ครั้งในช่วงแรกก่อนหยุดเนื่องจากเงินเฟ้อกลับมา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนตัวใน 6 เดือนแรก

    ธีมที่ 2 ปีแห่งวิกฤตการคลังโลก สถานการณ์การคลังทั่วโลกส่งสัญญาณอันตราย หลังรัฐบาลต่างๆ ล้มเหลวในการควบคุมรายจ่าย ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยพันธบัตร 30 ปีของประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้น 300-500 จุดฐานหลัง COVID-19 สหรัฐฯ กลายเป็นจุดเสี่ยงหลัก ด้วยการขาดดุลงบประมาณกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และต้องจ่ายดอกเบี้ย 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 20% ของรายได้ทั้งหมด ไตรมาสที่สองของปี 2026 จะเป็นช่วงวิกฤต เพราะเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะพุ่ง 3-3.5% ภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้น และวาระประธาน Fed หมดในพฤษภาคม หากรัฐบาลแทรกแซงบังคับให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายท่ามกลางเงินเฟ้อสูง อาจนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นเงินดอลลาร์

    ธีมที่ 3 Global south reunited ปี 2026 จะเป็นปีที่ประเทศกำลังพัฒนาเริ่มต่อต้านทรัมป์มากขึ้น จากการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าอย่างหนักต่อกลุ่ม BRICS (อินเดีย บราซิล 50% และจีนถึง 130%) ผลักดันให้ประเทศเหล่านี้หันมาร่วมมือกันมากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียที่หลังถูกขึ้นภาษีกลับหันไปปรับความสัมพันธ์กับจีนให้ดีขึ้น บ่งชี้ว่ากลยุทธ์ของสหรัฐฯ อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร 

    ธีมที่ 4 ปี AI ขยายตัวเป็นวงกว้าง การนำ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนข้อความบน ChatGPT พุ่งจาก 213 ล้านข้อความต่อวัน (มิ.ย. 2024) เป็น 716 ล้านข้อความต่อวัน (มิ.ย. 2025) โดย CEO ของ Alphabet เปิดเผยว่า AI สร้างโค้ดใหม่ถึง 30% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทำให้ในปี 2026 จะเป็นโอกาสทองของการลงทุนใน Data Center และระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย Goldman Sachs ประมาณการว่าต้องลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้า 7.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 

    ธีมที่ 5 ปีแห่งอุทกภัย องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ระบุโอกาส 71% ที่ La Niña จะเกิดขึ้นช่วงต.ค.-ธ.ค. 2025 และคงอยู่ถึงต้นปี 2026 ปรากฏการณ์ลานีญาจะนำมาซึ่งอุทกภัย ภัยแล้ง และพายุที่รุนแรงมากขึ้นทั่วโลก เรามองว่า ความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติจะทวีความรุนแรงในปี 2026

    ธีมที่ 6 เศรษฐกิจไทยแย่ แต่นโยบายดี โดยเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวอย่างมากในไตรมาสที่สี่ของปี 2025 และครึ่งแรกของปี 2026 อาจขยายตัวต่ำกว่า 1% ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวนกระทบการส่งออก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ คนละครึ่งพลัส (44,000 ล้านบาท) แก้หนี้ผ่าน AMC (26,000 ล้านบาท) ค้ำประกัน SME (50,000 ล้านบาท) ส่งเสริมการออมผ่านพันธบัตรออมทรัพย์และสลากออนไลน์ และ BOI Fast Pass Plus (470,000 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุง GDP ไตรมาสสี่ปี 2025 ให้ขยายตัว 0.8-1.0% 

    ธีมที่ 7 ปีแห่งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐบาลอนุทินจะต้องผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางพิเศษ M7-M9 และเตรียมเปิดประมูล Land Bridge (990,000 ล้านบาท) เพราะโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้นที่จะทำให้ไทยหลุดจากหล่มเศรษฐกิจได้

    ธีมที่ 8 ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งทวีความรุนแรง โดยปี 2026 ความเหลื่อมล้ำจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อคนรวยและธุรกิจขนาดใหญ่ฟื้นตัวได้ดี ขณะที่ SMEs และประชาชนรากหญ้าประสบปัญหาหนักขึ้น ซึ่งเป็นทั้งวิกฤตที่รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล และเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าชั้นนำอย่างกลุ่ม Wealth

    ธีมที่ 9 อาชญากรรมไซเบอร์จะเป็นภัยคุกคามสำคัญในปี 2026 โดยบัญชีม้าสร้างความเสียหาย 100,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้นผ่านพระราชกำหนดไซเบอร์ฉบับแก้ไข (เม.ย. 2025) ที่มีบทลงโทษรุนแรงขึ้นและมอบความรับผิดชอบให้สถาบันการเงิน-โทรคมนาคม ขณะที่ภาคธุรกิจและประชาชนจะต้องลงทุนในการป้องกันภัยไซเบอร์มากขึ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นของทั้งธุรกิจและการดำเนินชีวิต

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน INVX ขอเสนอ 3 ธีมหลัก 

    ธีมแรก: Earning Play หุ้นที่ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง แนะนำ ADVANC BCP KTB LHSC OR PTT TRUE 

    ธีมที่สอง: หุ้นได้ประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยขาลง คาดธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในธันวาคมนี้ และอีก 2 ครั้งในครึ่งแรกของปี 2026 หุ้นที่ต้นทุนทางการเงินลดลง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อดีขึ้น แนะนำ AP MTC TIDLOR 

    ธีมที่สาม: หุ้นได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL ERW, กลุ่มไฟแนนซ์ MTC TIDLOR, กลุ่มนิคมและโรงไฟฟ้า WHA AMATA GULF BGRIM BCPG, หุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อน KCE HANA TU และกลุ่มค้าปลีก-อาหารจากโครงการคนละครึ่งพลัส CPAXT BJC TNP CPALL CBG OSP ICHI 

    ขอให้นักลงทุนโชคดี

    – รวมทุกช่องทาง InnovestX official ให้คุณได้ติดตามข้อมูลข่าวสารการลงทุนรอบโลก คลิก : https://linktr.ee/InnovestX

    – เปิดบัญชีลงทุน InnovestX วันนี้! เปิดครั้งเดียวลงทุนได้ครบทั้งจักรวาลการลงทุน

    โหลดเลย คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/ek1n76zm

    – ติดตามบทวิเคราะห์การลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติมจาก InnovestX คลิก : https://bit.ly/respublisher

    #InnovestX #InnovestXResearch #InnovestXApp #จักรวาลการลงทุนในมือคุณ

    *ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/finance/investment/1204127&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FuG5_k2KcXyb-Z1AfIUpl

  • สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “ก้องเกียรติ โปรดักชั่น” เปิดงานรอบปฐมทัศน์ “เสือ” (4 Tigers) ภาพยนตร์แอ็กชันไทยฟอร์มยักษ์แห่งปีภายใต้ธีม “ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/922826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1od1kXnke8LziTRaVtktM6

  • SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    “ทีมหลังคาฟิล์ม” FD66. นายณัชพัฒน์ บุปผา. นายเมธา งามขุนทด. นายธีรภัทร์ ว่องเกื้อกูล. อีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาสาขา …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/commarts/2025/10/22/spu-film-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H7Mg8VpPwj9p11apwbi9O

  • ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    (21 ตุลาคม 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อย กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กค. ได้เสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 และสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจไปยังปี 2569 ซึ่งประกอบด้วย 4 มาตรการย่อย ได้แก่

    (1) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศและสนับสนุน ห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งสนับสนุนการบริโภคและส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 โดย
    –  ให้ผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลนำค่าที่พัก และค่าบริการของร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท

    – กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการหักค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้

    (1) ลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารตามที่จ่ายจริงในจังหวัดท่องเที่ยวรอง จำนวน 55 จังหวัด และพื้นที่บางอำเภอในจังหวัด 15 จังหวัด ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
    (2) ลดหย่อนได้ 1.0 เท่าของค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารตามที่จ่ายจริงในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง
    (2) มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุมสัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) เพื่อให้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 เดือนตุลาคม 2568 – เดือนมกราคม 2569 โดย

    1. ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่าย ด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – เดือนมกราคม 2569 โดยให้พิจารณาดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก
    2. กำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (Key Performance Indicator: KPI)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และ อปท. โดยให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐต่อไป 
    3. มอบหมายให้ กค. โดยกรมบัญชีกลาง พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าที่พัก และค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป
    (3) มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวและบริการให้สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจากร้อยละ 10.0 เป็นร้อยละ 5.0ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01
    (4) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่จะเร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวโดยการจูงใจให้ภาคเอกชนปรับปรุงโรงแรมที่พักและแหล่งท่องเที่ยวผ่านกลไกภาษี สำหรับรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 – วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้ 2 เท่า โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน ร้อยละ 100 ของรายจ่ายดังกล่าวตามจำนวนที่จ่ายจริง

    โครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรม สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่ต้องการแหล่งเงินทุนเสริมสภาพคล่อง โดย กค. อยู่ระหว่างพิจารณาเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทยของธนาคารออมสิน วงเงินโครงการรวม 100,000 ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งวงเงิน จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงธุรกิจท่องเที่ยว (Renovation) รวมถึง Supply Chain ด้วยแล้ว นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม จัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงสถานประกอบการ โรงแรมที่พัก และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

    โดย ครม. ได้มีมติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

    1. เห็นชอบในหลักการของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและร่างกฎกระทรวง (ฉบับที่ ..) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 1 ฉบับ
    2. เห็นชอบในหลักการของมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) และการกำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (Key Performance Indicator: KPI) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ พร้อมทั้งมอบหมายให้ กค. โดยกรมบัญชีกลางพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอัตรา ค่าเช่าที่พักและค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป
    3. เห็นชอบในหลักการของมาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 และร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน 1 ฉบับ พร้อมนี้ขอความร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป
    4. เห็นชอบในหลักการของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. จำนวน 1 ฉบับ
    5. รับทราบการดำเนินโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

    โดย กค. คาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจะช่วยให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวรองมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจ ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.04 – 0.05 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ และปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.03 – 0.04 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59649&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1T_OKdyif9jGWoOJUIoge_

  • กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด

    กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด

    กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด


    22/10/2568 | 90 |

    การประชุมว่าด้วยเรื่องการจัดทำบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงการจัดทำ MOU เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาระหว่าง กองทัพบก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมพละศึกษา มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมศรีสิทธิสงครามภายในกองบัญชาการกองทัพบก โดย

    พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ประธานการประชุม กล่าวถึงการตระหนักถึงความรักชาติและหวงแหนแผ่นดินตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีแนวคิดให้หน่วยทหารขึ้นตรงทั่วประเทศเน้นการเปิดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร ภายใต้แบรนด์Armyland รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจาก กองทัพบกมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีศักยภาพ ความเป็นอัตลักษณ์ และมีความเป็นเอกลักษณ์

    การบูรณาการด้านความร่วมมือต่อการพัฒนางานด้านการท่องเที่ยวครั้งนี้ มีการหารือร่วมกันเพื่อวางกรอบแผนดำเนินการความร่วมหรือ Joint Action Plan ภายใต้การประชุมหารือร่วมกันระหว่างกองทัพบกและองค์กรการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง การจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา มีขึ้นก่อนที่จะมีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป ทั้งนี้กองทัพบกเสนอแนวทางการบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านหลักประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทหาร การสนับสนุนด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารภาพลักษณ์ การร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร อาทิ กิจกรรมกีฬาได้แก่ แรลลี่ เทรล ผจญภัย กิจกรรม Amazing MuayThai Festival ที่อุทยานราชภักดิ์ ตลอดจนให้การสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ ในรูปแบบของ Unseen Armyland รวมถึง แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/1BNUHRrGZ2/


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/433828&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D45AZ0eM5X6SnoyxYe13Y