© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5227504/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NNz-jdQA4wuWutXxdBi_G

© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5227504/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NNz-jdQA4wuWutXxdBi_G

วานนี้ (22 ตุลาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กทม. เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม.
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ได้เสนอญัตติ ขอให้กรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนในสังกัดถึง 437 แห่ง แต่โครงสร้างการบริหารงานด้านการศึกษามี 3 หน่วยงานหลัก คือ สำนักการศึกษา, ฝ่ายการศึกษาสำนักงานเขต, และตัวโรงเรียนเอง
นายสุทธิชัย แสดงความกังวลว่า ผอ.โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เส้นทางสูงสุดคือตำแหน่ง ผอ.โรงเรียน เปรียบเสมือนเป็นเพียงผู้จัดการสาขา รับนโยบายจากเขต เป็นผู้ใช้นโยบายที่ส่วนกลางคิด ซึ่งแตกต่างจาก ผอ.โรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่มีโอกาสเติบโตไปสู่ตำแหน่ง ผอ.เขตพื้นที่ และมีอิสระในการตัดสินใจมากกว่า
“จากผลกระทบทำให้เกิดภาวะสมองไหล ครู กทม. ที่เก่งและมีความสามารถย่อมต้องหาทางย้ายไปเติบโตที่อื่นที่มีโอกาสมากกว่า… เมืองที่ครูหมดหวัง จะสร้างเด็กที่มีความหวังได้อย่างไร” สุทธิชัยกล่าว โดยเน้นย้ำว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาที่ลูกหลานได้รับ
สมาชิกสภา กทม. หลายคนได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง เสนอแนวคิดให้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา โดยแบ่งออกเป็นโซนเขตของกรุงเทพฯ เพื่อดูแลโรงเรียนในเขตตนเอง ทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนและแก้ไขปัญหาด้านวิชาการได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังควรให้ความดีความชอบกับครูและ ผอ.โรงเรียนจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียน
ด้านกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหารที่ดูแลเรื่องการศึกษา โดยต้องการให้ครูผู้ที่รู้ปัญหาที่แท้จริงสามารถเติบโตและย้ายมาทำงานในฝ่ายบริหารได้โดยตรง โดยไม่ต้องย้ายไปหน่วยงานอื่นก่อน
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปัญหานี้ว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำใน กทม. และเห็นด้วยว่าปัญหาเรื่องโครงสร้างที่มีอยู่ต้องหาทางแก้ไขข้อบัญญัติและระเบียบต่าง ๆ พร้อมทั้งกล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ชุดนี้ขึ้นมาศึกษาเป็นเรื่องที่ดี
ด้านผู้บริหาร กทม. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า สำนักงานการเจ้าหน้าที่ได้มีการร่างระเบียบเพื่อเทียบเคียงตำแหน่งงานของข้าราชการครู กทม. กับข้าราชการ กทม. สามัญแล้ว เพื่อเปิดโอกาสในการเติบโต
ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันครู กทม. ลาออกลดลงเหลือเพียงปีละ 5% จากเดิม 10% เนื่องจากมีการเติบโตทางวิทยฐานะได้ และ กทม. มีการปรับแนวทางการเรียนการสอนจากเน้นท่องจำเปลี่ยนเป็นเน้นการนำไปใช้ รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการเรียนรู้
ท้ายที่สุด ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยประกอบด้วยกรรมการจำนวน 11 คน และกำหนดให้การศึกษาดังกล่าวแล้วเสร็จภายใน 90 วัน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/bma-committee-studies-education-quality/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QjlDaAJAf_YlqneUSM02P

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
Chitralada Technology Institute
Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300
ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
8.30 น. – 16.30 น.
(ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116206/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rPlzXxr7UnX_O-5y_ebye

รัฐบาลอัดมาตรการท่องเที่ยว เร่งเครื่องก่อนช่วงไฮซีซั่น ทั้งมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านฝึกอบรม ประชุม และสัมมนาของภาครัฐ ขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก
มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา โดยบุคคลธรรมดาสามารถลดหย่อนค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารได้ ไม่เกิน 20,000 บาท โดยแบ่งเป็น
เงื่อนไขการลดหย่อน สำหรับเมืองรอง vs. นอกจากเมืองรอง:
ระยะเวลาโครงการ: เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568
ผู้ใช้สิทธิ: บุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้: ค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย และค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารตามจำนวนที่จ่ายจริงให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
มาตรการภาษีสำหรับ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยสามารถลดหย่อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ
ระยะเวลาโครงการ : เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568
ผู้ใช้สิทธิ : บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
เงื่อนไข เมืองรอง vs. นอกจากเมืองรอง :
หมายเหตุ: ต้องใช้ e-Tax Invoice เท่านั้น เว้นค่าขนส่ง แต่ต้องมี e-Receipt
ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ :
มาตรการหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (โดยไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง
ระยะเวลา : 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569
ผู้ใช้สิทธิ : บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม
หมายเหตุ : สำหรับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ ประกอบด้วย
(1) อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม
(2) เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารตาม (1) เป็นการถาวร
ทั้งนี้ ให้หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ และทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน
นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมแหล่งเงินสำหรับรองรับการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โดยธนาคารออมสิน ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 จาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี
ระยะเวลา : 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569
ผู้ใช้สิทธิ : กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเทค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ เป็นต้น
ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สำหรับ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้มีการบูรณาการร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/travel-tax-deduction-summary/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38QBsLVGHTcXP7uLupmAF5

วานนี้ (22 ตุลาคม) พล.ต.ท. ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) นำโดย พ.ต.อ. แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน และ พ.ต.ท. ปิยะพงษ์ บุขุนทศ สารวัตรกองกำกับการสืบสวน พร้อมกำลัง ดำเนินมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม 10 กลุ่มต้องห้าม โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มไกด์เถื่อน และ ทัวร์เถื่อน อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)
ล่าสุด ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวได้สนธิกำลังเข้าจับกุม Zhang Daqing อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ซึ่งลักลอบทำหน้าที่มัคคุเทศก์ (ไกด์เถื่อน) ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยการจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามขณะที่ผู้ต้องหานำนักท่องเที่ยวเข้าชมวัด
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีกลุ่มชาวจีนลักลอบทำหน้าที่มัคคุเทศก์บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรัชดา จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และพบเห็น Zhang Daqing มีพฤติกรรมต้องสงสัย โดยมีการตรวจเช็คจำนวนนักท่องเที่ยวและนำขึ้นรถบัสนำเที่ยว จากนั้นรถบัสได้มุ่งหน้ามายังวัดพระแก้วฯ
ระหว่างเส้นทาง เจ้าหน้าที่สะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด และพบว่า Zhang ได้ใช้ไมโครโฟนบรรยายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวภายในรถบัส เมื่อมาถึงจุดรับส่งหน้าวัดพระแก้วฯ ผู้ต้องหาได้ถือธงนำนักท่องเที่ยวเดินเข้าเที่ยวชมวัดผ่านอุโมงค์ประตู 2 เข้าประตูมณีนพรัตน์
หลังจากส่งนักท่องเที่ยวเข้าวัดพระแก้วฯ แล้ว Zhang ได้ออกมาแสดงตัวยืนรออยู่ที่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหา ณ บริเวณดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ Zhang Daqing จำนวน 2 ข้อหา ได้แก่
1. ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนฯ
2. เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะทำได้ฯ
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเห็นการกระทำความผิดของกลุ่มคนชาวต่างชาติในลักษณะดังกล่าว โปรดแจ้งมายังตำรวจท่องเที่ยวเพื่อเข้าตรวจสอบ เนื่องจาก อาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/tourist-police-nab-illegal-guide/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sQwLGWST4S9WEHdPnoQct

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบและหารือร่วมกับนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี / หัวหน้าคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผิดกฎหมาย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายกอบ ทวนดำ หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์ จ.สุราษฎร์ธานี และ นายมนูญกฤช ทองขโชค ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมหารือด้วย

ในที่ประชุม ได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล และแนวทางปฏิบัติในการให้อนุญาต การตรวจสอบหุ้นส่วน และที่มาของรายได้ การจดทะเบียนนิติกรรมในที่ดิน การตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทนิติบุคคล นอกจากนั้นยังได้มีการพูดคุยถึงขั้นตอนการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาอุปสรรค เนื่องจากเป็นอำนาจของท้องถิ่น และที่ผ่านมายังขาดการตรวจสอบที่เข้มงวดจากหน่วยงานอื่น
โดยเรื่องนี้ นายบันดาล ได้แจ้งว่า ในช่วงปีงบประมาณ 67-68 คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาค 4 โดย กอ.รมน.ภาค 4 ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ และพบผู้กระทำผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายในหลาย พ.ร.บ. เช่น ก่อสร้าง, โรงแรม, สิ่งแวดล้อม และการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว และทราบว่าล่าสุดได้มีการแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีไปจำนวนหนึ่งแล้ว จนกระทั่งมาพบว่า ปัญหาการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติโดยใช้นอมินีชาวไทย ได้ขยายตัวเป็นวงกว้าง อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน

อย่างไรก็ตามภายหลังการหารือร่วมกัน นายบันดาล กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มองเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาการถือครองที่ดินและการใช้นอมินี เนื่องจากขณะนี้ได้กลายเป็นกระแสต่อต้านชาวต่างชาติบางประเทศไปแล้ว ซึ่งหาเราปล่อยไว้ก็จะส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด และประเทศ การหารือครั้งนี้เป็นการทำงานที่ยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง จากที่ผ่านมาทางจังหวัดใช้บุคลากรเฉพาะภายในจังหวัด ทำให้การทำงานล่าช้าไปบ้าง
การหารือในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นไปในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่มาจากการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าวที่ใช้นอมินีชาวไทย โดยดีเอสไอ จะเข้ามาร่วมบูรณาการใน 3 ด้าน คือ ข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล, การถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ และ ระบบภาษีรวมถึงเส้นเงินต่างๆ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้การสนันสนุนข้อมูลอย่างเต็มที่เพื่อให้การแก้ไขปัญหา รวมถึงกวาดล้างผู้กระทำผิด แม้จะไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่อย่างน้อยก็ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า

ขณะที่ พ.ต.ท.ชาญชัย กล่าวว่า การถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในเรื่องของภัยความมั่นคงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ถือครองโดยชาวต่างชาติ ซึ่งจะต่อเนื่องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย นโยบายที่สำคัญของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เห็นว่า การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นหนึ่งในมิติของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และการกระทำผิดที่เป็นเครือข่าย ด้วยการใช้นอมินี มีลักษณะเป็นคดีพิเศษ จึงได้มอบหมาย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ กองคดีความมั่นคง เข้าร่วมบูรณาการกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการปราบปรามและแก้ไขปัญหา
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้วและพบประเด็นสำคัญ ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยว่าเข้าข่ายคดีพิเศษที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอหรือไม่ ซึ่งการหารือครั้งนี้ทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้มากขึ้น นอกจากนั้นการหารือ ได้วางแนวทางป้องกันทางระบบ เพื่อตัดต้นตอของปัญหา ดีกว่าจะไปไล่ปราบปรามในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โดยในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จะร่วมบูรณาการกับทางจังหวัดเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นรูปธรรมและรวดเร็วยิ่งขึ้น และหากแนวทางที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังดำเนินการร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีสำเร็จ ก็จะใช้เป็นโมเดลในการปราบปรามและแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป” พ.ต.ท.ชาญชัย กล่าว

พ.ต.ท.ชาญชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ดีเอสไอมีข้อมูลที่เชื่อว่าจะเข้าข่ายความผิดในคดีความมั่นคง ซึ่งเป็นอำนาจสอบสวนของดีเอสไอ การเข้าหารือประสานข้อมูล และพบว่า บริษัทเป้าหมายเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดหาที่ดิน แล้วมีการให้คนต่างชาติมาเช่าหรือซื้อด้วยการซ้อนนิติบุคคลที่มีมากกว่า 1 แห่ง.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5228805/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kUyvEQ7V8IEVXsnwLEATT

© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5230717/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v76oI8q_lnaRVo0uL685r

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT (Value Added Tax) มักเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาษีทางอ้อมที่กระทบต่อการใช้จ่ายและต้นทุนสินค้าโดยตรง ปัจจุบันประเทศไทยคงอัตรา VAT ไว้ที่ 7% มานานหลายปี แม้ว่าอัตราที่บัญญัติไว้ในกฎหมายจริงๆ จะอยู่ที่ 10% ก็ตาม การขยายเวลาคง VAT ที่ 7% จึงถือเป็นข่าวดีที่ช่วยผ่อนแรงให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้หายใจโล่งขึ้น
ล่าสุดรัฐบาลมีมติชัดเจนให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% ต่อไปจนถึงปี 2569 เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังต้องการแรงกระตุ้น การคงอัตรานี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างบรรยากาศการลงทุนที่มั่นคงมากขึ้นในสายตาของภาคธุรกิจด้วย
ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่เก็บจากการซื้อขายสินค้าและบริการ โดยผู้ประกอบการจะเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งให้กรมสรรพากร แม้จะถูกมองว่าเป็น “ภาษีที่คนจ่ายโดยไม่รู้ตัว” แต่ก็เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐที่นำไปใช้พัฒนาประเทศ ปกติอัตราที่กำหนดในกฎหมายคือ 10% แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยเลือกใช้อัตราชั่วคราวที่ 7% ต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
เหตุผลที่รัฐบาลขยายเวลา
สาเหตุหลักที่รัฐบาลยังคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% มาจากหลายปัจจัย เช่น
ผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน
สำหรับประชาชนทั่วไป การคง VAT 7% หมายถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่มาก แต่เมื่อสะสมตลอดทั้งปีถือว่าช่วยลดภาระครัวเรือนได้พอสมควร เช่น การซื้อของใช้ประจำวัน น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าอาหารในร้านค้า หรือแม้แต่ค่าใช้บริการต่างๆ ล้วนอยู่ภายใต้การเก็บ VAT
หากรัฐบาลปรับ VAT กลับไปที่ 10% ตามกฎหมาย ราคาสินค้าและบริการแทบทั้งหมดจะต้องขยับขึ้นทันที การคงไว้ที่ 7% จึงช่วยรักษากำลังซื้อของคนไทยในภาวะที่รายได้ยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก
ผลดีต่อภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจ SME ได้รับผลดีโดยตรงจากการขยายเวลานี้ ต้นทุนการดำเนินงานที่ไม่เพิ่มขึ้นมากเกินไป ช่วยให้แข่งขันในตลาดได้ง่ายขึ้น และยังเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งราคาสินค้าได้เหมาะสมโดยไม่กระทบยอดขายมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องวางแผนลงทุนระยะยาวก็สามารถวิเคราะห์ต้นทุนได้แม่นยำขึ้น ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุน ขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติก็เห็นความเสถียรภาพด้านนโยบายภาษีของไทย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ผลต่อรายได้ของรัฐ
แม้การคง VAT ที่ 7% จะทำให้รัฐเก็บรายได้ภาษีลดลงจากอัตราที่ควรจะเป็น แต่รัฐบาลมองว่า “ผลได้เชิงเศรษฐกิจ” มีค่ามากกว่า เพราะเมื่อประชาชนกล้าจับจ่าย ธุรกิจมียอดขายเพิ่มขึ้น รายได้ภาษีในรูปแบบอื่นๆ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมที่มีประสิทธิภาพ
แม้ประชาชนและผู้ประกอบการจะดีใจที่ VAT ถูกตรึงไว้ที่ 7% แต่ก็ยังมีคำถามว่า หลังจากปี 2569 แล้วจะเป็นอย่างไร รัฐบาลอาจต้องทบทวนภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นอย่างรอบคอบ หากเศรษฐกิจเติบโตแข็งแรงเพียงพอ การขยับ VAT กลับไปที่ 10% ก็อาจเป็นไปได้ แต่ในระยะสั้น การคง VAT ไว้ ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมกับสถานการณ์
กล่าวโดยสรุป การขยายเวลาคงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถึงปี 2569 เป็นสัญญาณบวกต่อทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ เพราะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ทำให้ต้นทุนธุรกิจไม่เพิ่มขึ้นมากเกินไป และสร้างความมั่นใจให้การลงทุนในประเทศ แม้รัฐอาจสูญเสียรายได้บางส่วนจากการไม่เก็บเต็ม 10% แต่ผลที่ได้กลับมาคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคและการลงทุน ถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้
ดังนั้น การตรึง VAT ไว้ที่ 7% จึงไม่ใช่เพียง “ข่าวดี” ในเชิงภาษีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการวางนโยบายที่คำนึงถึงสมดุลระหว่างรายได้รัฐกับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในอนาคตอีกด้วย
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ Inflow Accounting
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/blogs/columnist/732247&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cJcBlAdKw4rVrOrPGH079

เนื้อหาน่าอ่าน
แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/105415&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I40T2FC_jYdNTowbUkJ_3

สุริยคติกาล วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.10 น. เที่ยงจริง เวลา 12.03 น. อาทิตย์ตก เวลา 17.55 น. จันทร์ตก เวลา 19.55 น.
วันนี้ เวลา 00.00-01.06 น. ดาวจันทร์เสวยสวาตินักษัตรฤกษ์ที่ 15 ประกอบด้วยเทวีแห่งฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เวลา 01.07-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยวิสาขานักษัตรฤกษ์ที่ 16 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ วันพฤหัสบดี-อุบาทว์ตามกาลโยค เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ทิศอัปมงคล-หรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) สีประจำวัน-เหลือง แสด สีสิริมงคล-แดงส้ม สีอัปมงคล-ดำ ม่วงแก่ ราศีที่ดาวศรีสถิต-ตุล ราศีที่ดาวกาลีสถิต-กุมภ์
เกิดวันนี้ เด็กชาย เป็นคนรักบ้านรักครอบครัว ชอบศึกษาเล่าเรียน มีความรู้ความสามารถ ฝักใฝ่ในศิลปกรรมต่าง ๆ ชอบร้องรำหรือการแสดง นักเขียนหรือจิตรกร ใจกว้าง มีสติปัญญาดี ฉลาดหลักแหลมและปราดเปรียว รูปร่างหน้าตาดี จิตใจดี ชอบทำบุญกุศล ไปเจริญไกลแดนเกิด อายุมากขึ้นจะดีมีทรัพย์สินและลูกหลานมาก ประกอบการค้าเป็นล่ำเป็นสัน เป็นคนน่าเชื่อถือ เด็กหญิง เป็นคนหน้าตาดี ใจดี อ่อนหวาน เฉลียวฉลาด ชอบศึกษาหาความรู้ มีไหวพริบปฏิภาณดี ชอบทำคุณกับคนอื่น เพื่อนฝูงมาก มีผู้ให้ความเมตตาเกื้อหนุน มีชื่อเสียง ชอบทำงานที่ใช้สมองและสติปัญญา อนาคตแจ่มใส ชีวิตครอบครัวปกติสุขดี คู่ครองมีหลักฐานมั่นคง

เกิดวันอาทิตย์ อากาศที่มีเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี อาจทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ควรรู้จักเก็บออมและระวังในการดำเนินชีวิต การไม่เข้าใจอีกฝ่ายและมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง รายจ่ายส่วนมากจะเป็นเรื่องเพศตรงข้าม ค่าภาษีสังคมและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ จะได้คบหาสมาคมกับผู้ใหญ่ เงินทองถูกใช้ไปเพื่อการศึกษาและการรักษาพยาบาล
เกิดวันจันทร์ โชคดีเรื่องความรัก มีโอกาสได้พบคนรักที่ดี จะได้รับความช่วยเหลือเรื่องการเงิน แม้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นแต่ควรมีความรอบคอบในการใช้จ่าย จะได้คบหากับผู้ใหญ่ คนมีความรู้ความสามารถ ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก มีข่าวทางไกล ศัตรูจะพ่ายแพ้ มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ ควรตรวจสภาพยวดยานพาหนะให้ดี สมาคมกับคนต่างถิ่น
เกิดวันอังคาร การเงินใช้จ่ายไปกับการรักษาหน้า ตาในสังคม การเสริมความงาม ความเป็นสง่าราศีและภาพ ลักษณ์ของตนเอง โชคดีจากผลงานเก่า ๆ ได้ของเก่า ๆ มรดกพินัยกรรม จะคิดได้หรือกลับใจได้เมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ระวังเพศตรงข้ามจะทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงิน มีคนกล่าวหาซุบซิบนินทา มีความคิดเห็นขัดแย้งกับผู้ใหญ่ การงานต้องปรับปรุงแก้ไข มีลาภผลเล็กน้อย
เกิดวันพุธ ความคิดอ่านแจ่มใส การเจรจาติดต่อประสบความสำเร็จ จะได้ของฝากของขวัญ การงานมีเกณฑ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จะได้พบปะกับเพื่อนฝูงที่ถูกใจ กำลังมีคู่แข่งที่เป็นคนใกล้ชิด มิตรทางไกลจะมาหา จะได้สิ่งของที่ชอบใจ ผู้ใหญ่เจ็บป่วย การติดต่อสื่อสารคึกคัก การเจรจาติดต่อประสานงานประสบความสำเร็จ จะได้เข้าศึกษาอบรมเพิ่มเติม
เกิดวันพฤหัสบดี การเป็นคนช่างคิดจริงจังเข้มงวดจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการเคร่งเครียดทางประสาทได้ง่าย มีโชคด้านอาหารการกิน ควรอยู่อย่างสงบรู้จักวางเฉยเสียบ้าง การใช้จ่ายไม่ควรฟุ่มเฟือย จะได้พบครูบาอาจารย์คนดีมีความรู้ จะได้ศึกษาหลักธรรม ระวังเอกสารสำคัญตกหล่นหาไม่พบ มีช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติม ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มีงานสำคัญรออยู่ข้างหน้า
เกิดวันศุกร์ คนรักมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหารือกัน เรื่องความรักควรลดอาการจู้จี้ขี้บ่นลงไปบ้างก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษาอบรมหาความรู้เพิ่มเติม คนต่างถิ่นต่างแดนมาติดพัน กังวลเรื่องญาติพี่น้องและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะพบกับบุคคลสำคัญในสังคม มีการเดินทางหรือได้รับของฝากของขวัญ
เกิดวันเสาร์ สิ่งที่ตกหล่นสูญหายจะได้คืน มีงานยาก ๆ เข้ามาให้ทำ ไม่ค่อยสนใจเรื่องจำนวนเงินมากนัก จะได้พบเพื่อนร่วมงานในอดีต เพื่อนฝูงให้เกียรติ โชคดีได้ลาภแล้วมีปัญหา การงานประสบความสำเร็จ จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนที่พึงพอใจ การเงินหมุนเวียนดี มีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ ความรักมีเรื่องง้องอนกันบ้างแต่จะเข้าใจกันในที่สุด.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5226988/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Stv0ehEi8Jxt5o1GXs0L3