Blog

  • Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    Trip.com ร่วมกับ ททท. และ One Bangkok เปิดตัวแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว เนรมิต 3 สถานี BTS เป็นแลนด์มาร์ก พร้อมออกบัตร BTS รุ่นพิเศษ ส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

    ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่าแค่การไปถึงจุดหมาย Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก ชวนคนกรุงมองการเดินทางในเมืองให้น่าสนุกขึ้นอีกครั้ง ผ่านแคมเปญ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดกับ Trip.com X One Bangkok”

    แคมเปญนี้เกิดจากการร่วมมือของ Trip.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), One Bangkok และ BTS Group ที่จับมือกัน “เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานี” ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของนักเดินทาง และอีกหนึ่งในไฮไลต์ของความร่วมมือ คือการเปิดตัวบัตรโดยสารรุ่นพิเศษ “Trip.com Travel Card” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ให้การเดินทางในกรุงเทพฯ สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมส่งเสริมแนวคิด “เที่ยวอย่างยั่งยืน”(Sustainable Travel) เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ลดคาร์บอน 

     มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด

    แคมเปญ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดที่ Trip.com” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ Trip.com ที่จะมอบการเดินทางที่สะดวกและราบรื่นให้กับนักเดินทาง แคมเปญนี้ตอบโจทย์สิ่งที่นักเดินทางใส่ใจที่สุด คือบริการช่วยเหลือจากฝ่ายบริการลูกค้าเมื่อต้องการความช่วยเหลือ  ราคาที่แน่นอนโปร่งใสไม่บวกเพิ่ม โดยแคมเปญนี้เน้นย้ำจุดเด่นของ Trip.com ที่สำคัญคือ

    • บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง ฝ่ายบริการลูกค้าคอยช่วยเหลือทุกวัน ตลอดเวลา ในหลากหลายช่องทางที่ติดต่อสะดวก ไม่ต้องรอนาน
    • ราคาโปร่งใส ราคาที่เห็นตรงกับราคาที่จ่ายจริง ไม่มีการบวกเพิ่มหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS เป็นแลนมาร์กใหม่ 

    Trip.com เป็นแบรนด์แรกในไทยที่เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานีให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งการท่องเที่ยวและการเดินทาง ได้แก่ สถานีพร้อมพงษ์ สถานีชิดลม และสถานีช่องนนทรี การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ทำให้ข้อความ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด” เป็นจริงขึ้นมาในสามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในการที่แบรนด์ทำการเปลี่ยนโฉม 3 สถานีพร้อมกัน สร้างประสบการณ์ให้นักเที่ยวตั้งแต่เดินเข้าสถานี และมีโปรโมชันพิเศษตลอดช่วงเวลาของแคมเปญ (1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568)

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เอดิสัน เฉิน รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ Trip.com และแคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การเปลี่ยนโฉม 3 สถานี BTS พร้อมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างหมุดหมายทางการตลาด แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีการเดินทางกับประสบการณ์จริง 

    ความร่วมมือระหว่าง Trip.com การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ One Bangkok มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยร่วมกันสร้างบัตรโดยสาร BTS รุ่นพิเศษสำหรับ ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยสนับสนุนให้นักเที่ยวเลือกใช้การเดินทางที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่ได้สัมผัสของดีที่สุดในกรุงเทพฯ

    ด้านกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในความมุ่งมั่นของเราในเรื่องการเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับ Trip.com และ One Bangkok เพื่อเปิดตัวบัตรรถไฟฟ้า BTS พิเศษนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้นักเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนให้เขาเลือกวิธีเดินทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ตรงกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพที่ช่วยรักษาธรรมชาติ พร้อมทำให้นักเที่ยวได้ประสบการณ์ที่ดี เราเชื่อว่าการเที่ยวแบบยั่งยืนคืออนาคต ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้เรากำลังทำให้อนาคตนั้นเข้าถึงได้สำหรับนักเที่ยวทั่วโลก

    วรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า วัน แบงค็อก รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในโครงการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของเราในการทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ มีความยั่งยืน ราบรื่น และเชื่อมโยงมากขึ้น บัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้นผ่านการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ และเพลิดเพลินกับการเข้าถึงวัน แบงค็อก หัวใจของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งพวกเขาจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ไลฟ์สไตล์ และร้านค้าที่หลากหลาย ในฐานะเมืองอัจฉริยะต้นแบบเพื่อความยั่งยืน ทางวัน แบงค็อก มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการเชื่อมต่อและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

    พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวเสริมว่า ที่วัน แบงค็อก รีเทล เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่มีความหมายนี้กับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางที่ยั่งยืนและราบรื่น ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สร้างแรงบันดาลใจที่วัน แบงค็อก เพียงแค่แสดงบัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษของ Trip.com ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก นักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิพิเศษ รวมถึงเครื่องดื่มฟรีและส่วนลดสำหรับรับประทานอาหารที่ Food Street รวมถึงส่วนลดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ และสิทธิประโยชน์พิเศษในร้านอาหารที่หลากหลาย ผ่านประสบการณ์ที่คัดสรรมาเหล่านี้ เราตั้งใจที่จะสร้างการเดินทางที่น่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน”

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เปิดตัวบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ

    สำหรับบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ “Trip.com Travel Card” ส่งเสริมนักเที่ยวได้เข้าถึงระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้รับสิทธิพิเศษที่ วัน แบงค็อก อย่างครบครัน สิทธิพิเศษเฉพาะที่วัน แบงค็อก แค่แสดงบัตรเดินทาง BTS Trip.com ของคุณที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิพิเศษพิเศษมากกว่า 18 รายการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และการพักผ่อน

    • เครื่องดื่มฟรีที่ Food Street
    • คูปองเงินสด 50 บาทสำหรับใช้ที่ Food Street
    • ส่วนลดสูงสุด 10% จากแบรนด์ยอดนิยมที่มากกว่า 40 ร้านค้า
    • ส่วนลดพิเศษ 5% ที่ร้านอาหาร 15 แห่งภายใต้กลุ่ม Food of Asia
    • ของขวัญพิเศษที่ร้านค้าและร้านอาหารที่เข้าร่วม

    ฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาดและความสัมพันธ์ภาครัฐ Trip. com Group กล่าวเสริมว่า สำหรับบัตรโดยสาร BTS รุ่นพิเศษ ในเฟสแแรกจะแจกฟรีแก่นักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก Trip.com ที่สนามบิน ส่วนเฟสที่ 2 จะจำหน่ายบนแอปพลิเคชันของ Trip.com 

    “ตัวบัตรโดยสาร BTS (Rabbit Card) รุ่นพิเศษนี้ ในเฟสต่อไปจะมีการรวบรวมส่วนลดและสิทธิประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เป็นสมาชิก Trip.com โดยเริ่มแจกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมาในกิจกรรม Nihao Month ของ ททท. มอบแก่นักท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนที่เดินทางเข้าไทย ขณะที่เดือน ต.ค. เป็นเดือนเกิดของโครงการวันแบงค็อก ก็จะมีการแจกฟรีแก่ลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาวันแบงค็อกจำนวน 1,000 ใบ ทั้งนี้จะแจกฟรีทั้งหมด 10,000 ใบ”

    ส่วนเฟส 2 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีไฮไลต์สำคัญคือเทศกาลตรุษจีน โดยจะเห็นความร่วมมือกับค่ายรีเทลอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากวันแบงค็อก

    “นอกจากนี้ Trip.com ยังร่วมมือกับ ททท. จัดแคมเปญ Go Thailand เพื่อขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้นในไฮซีซันไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 5-10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/732535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M5nlevhKR3OtbXGd-E7J0

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 26 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 26 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้ (วันที่ 28 ตุลาคม 2568) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 26 ต.ค. 68 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แล้วทั้งสิ้น 26,245,277 คน ลดลง 7.25 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย สูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1  มาเลเซีย 3,804,766 คน
    • อันดับ 2 จีน 3,723,070 คน
    • อันดับ 3  อินเดีย 1,946,989 คน
    • อันดับ 4  รัสเซีย 1,387,594 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 1,256,786 คน

    ต่างชาติเดินทางเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ต.ค. 68 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วทะลุ 26 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul)
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่มตลาด

    อีกทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามามากขึ้นเช่นกัน จากการออกเดินทางท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดเทศกาลดิวาลีของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอินเดีย และการเดินทางเพื่อมาเข้าชมกิจกรรม Music Event เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK และ คอนเสิร์ต CRAZY IN LOVE ZEENUNEW CONCERT ที่มีแฟนคลับชาวจีน และชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 592,196 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 35,461 คน หรือ 6.37 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 84,599 คน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 90,855 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.45 % นักท่องเที่ยวจีน 74,421 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 12.20 % นักท่องเที่ยวอินเดีย 54,877 คน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.30 % นักท่องเที่ยวรัสเซีย 38,749 คน การปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 30.55 % และนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 25,307 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 2.38 %

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/642536&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yfjjs62oz2KlojKKdU4kN

  • เที่ยวไทยคึกคัก!! ไฮซีซั่น-Music Event หนุนต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    เที่ยวไทยคึกคัก!! ไฮซีซั่น-Music Event หนุนต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-26 ต.ค.) จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่มตลาด

    ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามามากขึ้นเช่นกัน จากการออกเดินทางท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดเทศกาลดิวาลีของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอินเดีย และการเดินทางเพื่อมาเข้าชมกิจกรรม Music Event เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK และคอนเสิร์ต CRAZY IN LOVE ZEENUNEW CONCERT ที่มีแฟนคลับชาวจีน และชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 592,196 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 35,461 คน หรือ 6.37% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 84,599 คน

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 90,855 คน จีน 74,421 คน อินเดีย 54,877 คน รัสเซีย 38,749 คน และเกาหลีใต้ 25,307 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย รัสเซีย และจีน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.30% 30.55% และ 12.20% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.45% และ 2.38% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ต.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 26,245,277 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,804,766 คน จีน 3,723,070 คน อินเดีย 1,946,989 คน รัสเซีย 1,387,594 คน และเกาหลีใต้ 1,256,786 คน

    ส่วนในสัปดาห์นี้ (27 ต.ค.-2 พ.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/540807&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21x2JQ80DTgUKjFtngXqD2

  • ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ นักเทนนิสไทยมือวาง 15 โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด พร้อมผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายศึก จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025

    วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี การแข่งขัน เทนนิสเยาวชนนานาชาติ จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60 สัปดาห์ที่ 2 ดำเนินต่อเนื่อง โดยมี สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และ นาคารออมสิน จัดขึ้น

    ในประเภท หญิงเดี่ยว รอบสอง (32 คน) ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ มือวางอันดับ 15 ของรายการ โชว์ฟอร์มร้อนแรงเอาชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 7-6 (7-4), 6-2 ผ่านเข้ารอบสามหรือ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย

    ส่วนประเภท ชายเดี่ยว รอบสอง (32 คน) การพบกันระหว่างนักเทนนิสไทยด้วยกันเอง ทำให้ ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี มือวาง 12 ชนะ ธรรมะ โคศิริ 7-6 (11-9), 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้

    หญิงเดี่ยว รอบสอง:

    • ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว (มือวาง 8) 6-3, 6-1

    • โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2

    • พิมพ์ลภัส ลิม (16) ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1

    • ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน มือวาง 3) 4-6, 2-6

    • ณัฐลียา ชาลินสกี้ (13) แพ้ มิล่า โจวานอฟสกี้ (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6

    • พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์ มือวาง 9) 4-6, 1-6

    • จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย มือวาง 6) 6-7 (4-7), 2-6

    ชายเดี่ยว รอบสอง:

    • ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน มือวาง 11) 1-6, 0-6

    • ธฤตา หงษ์หยก (มือวาง 4) แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6

    • พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน มือวาง 2) 3-6, 3-6

    • จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสติน่า โอเวอริน่า (มือวาง 14) 6-1, 4-6, 1-6

    การแข่งขันสัปดาห์นี้ยังคงเปิดโอกาสให้ นักเทนนิสไทย โชว์ศักยภาพในเวทีระดับโลก พร้อมเก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนเพื่อก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93133/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H5uaR0mSDIlkn1Rv6srqh

  • “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60” สัปดาห์ที่ 2 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 ในรอบ 2 (32 คน) ประเภทหญิงเดี่ยว ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ หวดชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-4, 6-2 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย ไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย ที่ชนะ ริดดี ชินเด จากอินเดีย 2-0 เซต 6-4, 6-3

    ขณะที่ ประเภทชายเดี่ยว ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี หวดชนะเพื่อนร่วมชาติ ธรรมะ โคศิริ 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 11-9, 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันของนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้ หญิงเดี่ยว รอบ ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว 6-3, 6-1, โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2, พิมพ์ลภัส ลิม ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1, ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน) 4-6, 2-6, ณัฐลียา ชาลินสกี้ (รัสเซีย) แพ้ มิลา โจวานอฟสกี (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6, พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์) 4-6, 1-6

    จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย) 6-7 (4-7), 2-6, ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน) 1-6, 0-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6, พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน) 3-6, 3-6, จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสตินา โอเวอรินา (รัสเซีย) 6-1, 4-6, 1-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5248005/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VcBMtEmQ8WknPsAjs1aJ_

  • ททท. จัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว 7 จ.ชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่ม 15 พ.ย. คาดสร้างรายได้กว่า 90 ลบ. : อินโฟเควสท์

    ททท. จัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว 7 จ.ชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่ม 15 พ.ย. คาดสร้างรายได้กว่า 90 ลบ. : อินโฟเควสท์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุม 7 จังหวัด ภายใต้โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” โดยสนับสนุนการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว หวังสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท 

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    ททท. จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบหมู่คณะ (Group Tour) ผ่านบริษัทนำเที่ยว โดยนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในแนวคิด “5 Must Do in Thailand” ได้แก่ Must Taste, Must Try, Must By, Must Seek และ Must See ผ่านการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหารพื้นถิ่น และธรรมชาติที่งดงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ คาดว่าโครงการนี้มุ่งเน้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างน้อย 10,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และร้านค้าชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคบริการและธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ททท. ได้ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศสนับสนุนค่าเดินทางให้กับบริษัทนำเที่ยวที่จัดรายการนำเที่ยวที่มีวันพักค้างคืนตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไป ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 68 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบสิทธิ์จำนวน 10,000 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด และคืนความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย

    ทั้งนี้ บริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมายตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ โดย ททท. จะสนับสนุนค่าเดินทางในอัตราตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

    สำหรับรายการนำเที่ยวที่เป็นการเดินทางข้ามจังหวัดและพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด โดยบริษัทนำเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นคำขอรับการสนับสนุนผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการในครั้งนี้ จะช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้และกระจายสู่ชุมชนท้องถิ่น 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และจังหวัดใกล้เคียง เสริมสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยว โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/540882&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_yNHNfbEbp7_2z-N-pRR1

  • รมว.ท่องเที่ยว ย้ำลอยกระทง-ปีใหม่-สงกรานต์ จุดพลุได้ แต่ปรับโทนให้เหมาะสม

    รมว.ท่องเที่ยว ย้ำลอยกระทง-ปีใหม่-สงกรานต์ จุดพลุได้ แต่ปรับโทนให้เหมาะสม

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานวันลอยกระทง ว่า ได้มอบนโยบายไปชัดเจนแล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดต้องเข้ามาพูดคุยกัน ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่ รวมถึงการจัดการแข่งขันซีเกมส์ดำเนินการได้แน่นอน ด้วยความพร้อมและมาตรฐานที่สากลยอมรับ ที่ผ่านมาการจัดงานรื่นเริงตนได้สื่อสารไปหลายรอบแล้ว นโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราจะไม่ห้าม หรือไปกำหนด แต่ขอความร่วมมือกับเอกชนให้ปรับ  ส่วนงานที่เป็นของรัฐ ในส่วนของผู้ที่สนับสนุนก็ต้องพูดคุยกันตามเงื่อนไขของเรา ยืนยันว่างานที่ได้มีการตกลงกันไว้แล้ว หรือลงทุนไว้แล้ว ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จะพยายามให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ มองว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีแบบแผนเป็นรายละเอียดออกมา เพราะเราสามารถพูดคุยกันได้

    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มการเมืองนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมกับการเมืองนั้น มองว่าอาจจะไม่หวังดี ตนเองไม่ได้ทำงานขึ้นอยู่กับกระแส ยึดความถูกต้องและความเหมาะสมเป็นหลัก ส่วนประชาชนส่วนใหญ่จะเข้าใจหรือไม่นั้น มองว่าขึ้นอยู่กับการกระทำของข้าราชการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งทุกการตัดสินใจถูกกลั่นกรองแล้ว อาจถูกใจและไม่ถูกใจใครบ้างก็ต้องขออภัยไว้ด้วย ตนเองได้มอบนโยบายไปแล้วและผู้บริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีความเข้าใจที่ตรงกัน ยืนยันว่างานเคาต์ดาวน์ปีใหม่และสงกรานต์ในปีหน้ายังคงมี ซึ่งยิ่งใหญ่เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดอย่างไรให้เหมาะสม

    ส่วนเรื่องการจุดพลุเป็นสิ่งที่พยายามจะขอ อะไรที่แสดงออกถึงความรื่นเริงจนเยอะเกินไปจะพยายามปรับโทนลงมา แต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศก็มีความคาดหวังที่จะมาดื่มด่ำและซึมซับบรรยากาศความสุข บรรยากาศที่ดี วัฒนธรรมและอาหารของประเทศไทย หากไปจำกัดทั้งหมดก็จะเดินเรื่องการท่องเที่ยวลำบาก ยืนยันว่าพลุสามารถจุดได้ แต่ให้ลดแสงสีและระดับความพอเหมาะ ซึ่งจะประเมินเป็นกรณีไป งานไหนจำเป็นต้องมีก็ต้องมี แต่ปรับให้เล็กลง ให้ไปเพิ่มเนื้องานในส่วนอื่น หากเปลี่ยนเป็นการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติก็ยินดี ขึ้นอยู่กับเจ้าของงานที่จะไปปรับรูปแบบเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-loykrathong-newyear-songkran&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uJ1dcgE37k5suib_mSJ6U

  • O

    O

    ONSENS เดินหน้าตามแผนหลังระดมทุน จัดพิธีลงเสาเอกโครงการ “Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17” มูลค่าโครงการกว่า 400 ล้านบาท วางเป้าหมายพัฒนาแลนด์มาร์กโรงแรมเชิงสุขภาพระดับพรีเมียมใจกลางทองหล่อ ผสานบริการออนเซ็น-สปา-เวลเนสครบวงจร คาดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 2/2570 ตอบรับดีมานด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เติบโตแรง ตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจ Wellness & Spa ของไทย พร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาว

    ONSENS จัดพิธีลงเสาเอก Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17 เดินแผนหลังระดมทุน ชี้เทรนด์สุขภาพดันธุรกิจโตยาว

    นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าตามแผนธุรกิจ หลังระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จัดพิธีลงเสาเอก โครงการ Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17 มูลค่าโครงการกว่า 400 ล้านบาท อย่างเป็นทางการ เพื่อเริ่มต้นงานก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีคณะกรรมการบริษัท ทีมผู้บริหาร และทีมงานบริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมประกอบพิธีมงคล ณ พื้นที่โครงการซอยทองหล่อ 17 ONSENS จัดพิธีลงเสาเอก Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17 เดินแผนหลังระดมทุน ชี้เทรนด์สุขภาพดันธุรกิจโตยาว

    ทั้งนี้ โครงการ Social Wellness Hotel & Spa ลงทุนภายใต้การร่วมลงทุน (JV) ระหว่างบริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 45% และบริษัท พีซีแอลบี แอสเสท จำกัด สัดส่วน 55% เพื่อสร้างจุดหมายใหม่ของการพักผ่อน ฟื้นฟู และดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ ผสานบริการสุขภาพระดับพรีเมียม โดยรวมบริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น (Yunomori Onsen & Spa) และบริการสุขภาพอื่น ๆ เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งในรูปแบบโรงแรมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งประกอบด้วย ห้องพักจำนวน 79 ห้อง ร้านอาหาร ฟิตเนส และ สระว่ายน้ำ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงใจกลางทองหล่อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของกรุงเทพฯ และเป็นย่านที่มีอัตราการเข้าพักและใช้บริการด้านสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง

    การจัดพิธีลงเสาเอกในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันความมุ่งมั่นของ ONSENS ในการขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ โครงการ Social Wellness Hotel & Spa ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโรงแรม แต่คือการสร้างแลนด์มาร์กด้านสุขภาพระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพ ซึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังมาแรงทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน ไตรมาส 2/2570

    นอกจากนี้ ยังมองเห็นดีมานด์การใช้บริการดูแลด้านสุขภาพ และโอกาสการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจ Wellness & Spa โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก พร้อมต่อยอดสู่การขยายแบรนด์ใหม่ และขยายสาขาแบรนด์เดิมในย่านทำเลศักยภาพอื่นในอนาคต รองรับการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของตลาดการท่องเที่ยวและการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เสริมสร้างความแข็งแกร่งและรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Wellness & Spa ของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezcwjl3h4b7ojw4c8k9do5ec8zucnn7&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FPucA9I_fituMcSzeiJNW

  • คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568

    คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568

    คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางวิชาการ สู่การสร้างบัณฑิตคุณภาพพร้อมสู่ตลาดแรงงานสากล

    คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับสถานประกอบการ ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ ห้อง 211 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อพัฒนาและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับภาคธุรกิจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการเรียนรู้ในสถานประกอบการ ทั้งการฝึกสหกิจศึกษา การศึกษาดูงาน และการฝึกอบรม เพื่อยกระดับศักยภาพของหลักสูตรและสร้างบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

    ในพิธีมีผู้บริหารคณะศิลปศาสตร์ร่วมลงนามอย่างพร้อมเพรียง นำโดย ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ อาจารย์สุรีรัตน์ ณิชาพัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ดร.สกลกานต์ อินทร์ไทร หัวหน้าหลักสูตรภาษาอังกฤษธุรกิจ ดร.ณพล ม่วงงาม หัวหน้าหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ อาจารย์ชญาภา สุทธเศียร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และอาจารย์ปองพนธ์ สวนศรี หัวหน้าหลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ

    s__30973966_0

    สำหรับสถานประกอบการพันธมิตรที่ร่วมลงนามในครั้งนี้มีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บราเธอร์แอนด์บราเธอร์ จำกัด นำโดย คุณมนู มากมณี กรรมการผู้จัดการ ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ “Boxjourney” ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ระดับสากล โดยมี คุณธนกฤต นิ่มลอง ผู้จัดการอาวุโส และคุณธนวัฒน์ มะลิทอง ผู้จัดการจัดซื้อประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน คุณมนู กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 22 ปี และปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายคู่ค้าทางธุรกิจไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่มีแผนจะขยายไปสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ที่มีทักษะภาษาจีนเข้าฝึกสหกิจในบริษัท เพื่อเรียนรู้ธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านการนำเข้า–ส่งออกสินค้า อีกทั้งยังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้งานด้านธุรกิจระหว่างประเทศให้แก่นักศึกษาของคณะ

    อีกหนึ่งพันธมิตรคือ บริษัท เมเจอร์ ทัวร์ ภูเก็ต จำกัด นำโดย คุณณรงค์ชัย ไชยรักษา บริษัทนำเที่ยวครบวงจรที่ให้บริการทั้งในประเทศ (Domestic, Inbound) และต่างประเทศ (Outbound) ครอบคลุมการศึกษาดูงาน การจัดสัมมนา และการจองตั๋วเครื่องบิน–โรงแรม โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี มีสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต และเตรียมเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ ภายในปี 2569 คุณณรงค์ชัยกล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี เพราะคณะศิลปศาสตร์สอนภาษาจีน อังกฤษ เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับตลาดเป้าหมายของบริษัท พร้อมเปิดรับนักศึกษาที่สนใจธุรกิจการท่องเที่ยวเข้าร่วมศึกษาดูงานและฝึกสหกิจในองค์กรจริง

    s__30973967_0

    ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ DPU กล่าวว่าการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ช่วยเติมเต็มทักษะผู้ประกอบการซึ่งจำเป็นสำหรับนักศึกษา เช่น การนำเข้า–ส่งออก การจัดซื้อ และการติดต่อธุรกิจกับคู่ค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ผ่านการฝึกสหกิจศึกษา การศึกษาดูงาน และการบรรยายพิเศษเสริมหลักสูตร อีกทั้งผู้ประกอบการยังช่วยเสริมความเข้มแข็งของรายวิชาภาษาด้านการบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดเด่นของคณะศิลปศาสตร์ในการผลิตบัณฑิตสายภาษาเข้าสู่ตลาดแรงงานด้านการบริการ

    ด้าน ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า ความเข้าใจในบริบทธุรกิจจริงและความสามารถในการสื่อสารภาษาจีนในเชิงพาณิชย์เป็นสมรรถนะสำคัญที่บุคลากรทางภาษาสามารถทำได้เหนือกว่าเทคโนโลยี ซึ่งคณะสามารถสนับสนุนภาคธุรกิจได้โดยตรง อีกทั้งทุกหลักสูตรมีรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและงานบริการ เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม และสายการบิน การได้ศึกษาดูงานในสถานประกอบการจริงจะช่วยให้อาจารย์สามารถออกแบบและปรับปรุงเนื้อหาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าฝึกประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม รวมถึงการร่วมมือในงานบริการวิชาการ เช่น การอบรมภาษาจีนเพื่อธุรกิจให้แก่บุคลากรในองค์กร
    s__30973962_0
    การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของคณะศิลปศาสตร์ DPU ในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ ต่อยอดการจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะอาชีพจริง เตรียมความพร้อมสู่การทำงานระดับนานาชาติอย่างมั่นใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9853350/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0quoNHvtaRHH3-Thz3HN8b