Blog

  • รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี | เดลินิวส์

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5263133/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mOGV6LfMnwbxHRQytPo-e

  • กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    แม้แต่แนวคิด-วิสัยทัศน์ ก็ไม่ค่อยได้ยิน-ได้ฟังสักเท่าไร แต่พลันที่ก้าวออกจากประชาธิปัตย์ ดูเหมือน ดร.สุชัชวีร์จะพรั่งพรู-เสนอวิสัยทัศน์ออกมาถี่ๆ

    และส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็น-เรื่องที่น่ารับฟัง น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยผ่านตาที่ ดร.สุชัชวีร์โพสต์..

    “ความมุ่งมั่นของผมคือ ‘การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ’ เพราะหากประเทศไทยจะ ‘ก้าวใหม่’ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวแรกต้องเริ่มจาก ‘ห้องเรียน’ ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษา นวัตกรรม”

    หรือ..ไม่กี่วันก่อนก็ได้โพสต์.. “พลิกยุทธศาสตร์ ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ จากวิกฤต สู่โอกาสสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ จ้างงานจำนวนมาก รายได้สูง ในแผ่นดินไทย

    การเข้าสู่ ‘ห่วงโซ่คุณค่า’ ของอุตสาหกรรมไฮเทค ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นอนาคตของโลก เพียงแต่จะอยู่ ‘ตรงไหน’ ของห่วงโซ่

    หากตามลำดับมูลค่า ไล่ตั้งแต่ ‘การทำเหมือง’ ‘การสกัด’ ‘การออกแบบเทคโนโลยี’ ‘การผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’

    ประเทศที่ทำได้ครบจบในตัวคือ จีน ตามมาด้วยสหรัฐ ที่ยังเสียเปรียบเรื่องปริมาณแร่

    ประเทศไทยแทนที่จะหนีเรื่องนี้ ต้อง ‘จับจังหวะ’ สร้างโอกาสในการเป็น ‘ศูนย์กลางการออกแบบเทคโนโลยี’ และ ‘ศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ มากกว่าการสกัด หรือขุดแร่

    แบบนี้ถึงจะคุ้มค่ามากกว่า ได้มูลค่าสูงมากกว่า ปลอดภัยกว่า

    ไทยต้องใช้ MOU ฉบับนี้ เจรจาความร่วมมือให้ไทยได้ประโยชน์ 1.เจรจาการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ในการสำรวจและผลิตแร่ในอนาคต

    2.เจรจาความร่วมมือ ‘ด้านการสร้างคน’ เน้นการศึกษา และวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ เพิ่มความสามารถในการสกัด

    และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ EV และ AI เซมิคอนดักเตอร์

    3.เจรจาให้บริษัทไฮเทคของสหรัฐอเมริกา ลงทุนสร้าง ‘ศูนย์การออกแบบ’ และ ‘โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ ในประเทศไทย

    อย่างเช่น เวียดนามได้ศูนย์ออกแบบชิป AI ของ Nvidia ไปตั้งในเวียดนาม จะเกิดการจ้างงานมูลค่าสูงจำนวนมาก

    ประเทศไทยจะใช้โอกาสเรื่อง ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ ชิงความ ‘ได้เปรียบ’ ก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมไฮเทค สร้างมูลค่าแก่เศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล”

    ครับ..ออกไปสร้างพรรคไทยก้าวใหม่ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่หากได้อยู่ที่ประชาธิปัตย์ในยุคคุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคและจับพลัดจับผลูได้ร่วมรัฐบาล..

    ผมมองว่า ดร.สุชัชวีร์น่าจะมีบทบาท มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคและประเทศชาติได้มากกว่า!

    เพราะว่ากันตามตรง การตั้งพรรคการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในยุคนี้ด้วยแล้ว จะหวังแค่ปาร์ตี้ลิสต์คนสองคนก็ใช่ว่าจะสมหวัง?

    นี่พูด ก็ไม่ได้จะยุให้ ดร.สุชัชวีร์เปลี่ยนใจกลับบ้านเก่า เป็นเพียงแต่ความรู้สึกที่อยากเห็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ..

    ที่สำคัญเป็นคน “มือสะอาด” มาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!

    ก็หวัง..คุณอภิสิทธิ์จะได้ทอดสะพานเชิญ..

    กลับประชาธิปัตย์เถอะนะ..ท่านดอกเตอร์!.

    สันต์ สะตอแมน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/888918/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BOGWt_MLaISybS7tl4n_N

  • สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    2 พ.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำ ค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท
    • หากเดินทางไป จังหวัดเมืองรอง สามารถ หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/economic/609342&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F1YG9_zy_J1XB6gbtdPaf

  • ‘ศุภจี’ เผยไทยเนื้อหอมต่างชาติต่อคิวจีบ ชูจุดขายศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

    ‘ศุภจี’ เผยไทยเนื้อหอมต่างชาติต่อคิวจีบ ชูจุดขายศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

    “พาณิชย์” ร่วมคณะนายกฯ แถลงความสำเร็จเวทีอาเซียน–เอเปค นำไทยกลับสู่เวทีการค้าโลก มุ่งสู่ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างพันธมิตรใหม่–ขยายตลาดการค้า2

    2 พ.ย. 2568 – เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และการประชุมรัฐมนตรีเอเปคและผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ภายหลังกลับจากเมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม โดยถือเป็นเวทีสำคัญที่กำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก

    นางศุภจี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์และขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลง ทำให้ทุกประเทศต้องเร่งหาพันธมิตรใหม่ คู่ค้าใหม่ และสร้างศักยภาพของตนเองขึ้นมาใหม่ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีจึงพยายามยกระดับแนวทางการค้าและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตร ที่จากเดิมเรามุ่งเน้นการส่งออกสินค้าเกษตรต้นน้ำ เช่น ข้าว ยางพารา หรือมันสำปะหลัง ก็ได้ขยายแนวทางไปสู่การยกระดับให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” (Food Security Hub)

    “เมื่อเราวางตำแหน่งเช่นนี้และสื่อสารในเวทีระหว่างประเทศ ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะทุกประเทศกำลังมองหาความมั่นคงทางอาหารระยะยาว ซึ่งไทยมีศักยภาพและความพร้อมในเรื่องนี้” นางศุภจีกล่าว

    ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีของ 5 ประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าและสร้างตลาดใหม่ ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับผู้นำประเทศต่างๆ รวม 12 ประเทศ และไทยยังมีโอกาสหารือกับ 3 องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก (World Bank) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องที่จะร่วมมือกับไทยในประเด็นเศรษฐกิจและการค้าในทิศทางเดียวกัน

    นางศุภจี กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยมีบทบาทนำคือ การผลักดัน กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement : DEFA) ซึ่งไทยทำหน้าที่เป็นประธานในการจัดทำกรอบความร่วมมือนี้ เพื่อเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิก ถ้าเราทำเรื่องนี้สำเร็จ อาเซียนจะเป็นภูมิภาคแรกของโลกที่มีกรอบดิจิทัลในการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งจะยกระดับภูมิภาคของเราให้โดดเด่นในเวทีโลก และประเทศไทยในฐานะประธานตั้งใจจะหารือเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนเข้าสู่การตกลงร่วมกันในเดือนเมษายนปีหน้า

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่อาเซียนให้ความสนใจในการประชุมปีนี้ คือ Inclusivity (การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน) และ Sustainability (ความยั่งยืน) ส่วนการประชุมเอเปคมุ่งเน้น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Connect (ความเชื่อมโยง) Innovation (นวัตกรรม) และ Prosperity (ความเจริญมั่งคั่งร่วมกัน) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล คือนโยบาย “Quick Big Win” โดยเน้น “กระตุ้นสั้น วางรากฐานยาว และกระจายตัว”

    “ดิฉันได้รับเกียรติให้กล่าวแทนท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากท่านติดภารกิจสำคัญ คือพระราชพิธีฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ซึ่งจัดโดย สภาธุรกิจอาเซียน ซึ่งในเวทีนั้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศอย่างมาก หลังจากนั้นหลายประเทศได้ขอเจรจาทวิภาคีเพิ่มเติม ทั้งอย่างเป็นทางการและกึ่งทางการ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง และเราจะเดินหน้าผลักดันการค้าเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด” นางศุภจีกล่าว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/888829/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vvt5UGweCzL8Fd1nM2yUA

  • คึกคัก ! ประชาชน ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จับจ่ายซื้อของอุปโภค บริโภค

    คึกคัก ! ประชาชน ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จับจ่ายซื้อของอุปโภค บริโภค

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/107622&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nK_jH691Bflude6zyR6HG

  • ‘วัดพระเชตุพนฯ’ จัดอบรม ‘พระธรรมกถึก’ เทศน์ 2-3 ธรรมาสน์ | เดลินิวส์

    ‘วัดพระเชตุพนฯ’ จัดอบรม ‘พระธรรมกถึก’ เทศน์ 2-3 ธรรมาสน์ | เดลินิวส์

    วัดพระเชตุพนฯ และสภาพระธรรมกถึกแห่งคณะสงฆ์ไทย จัดโครงการอบรมพระธรรมกถึก เทศน์ 2 และ 3 ธรรมาสน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสมัครถึงวันที่ 10 พ.ย.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5262663/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0duxe9_qN7amAQoh13So-m

  • ปรับแผนกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย

    ปรับแผนกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย

    เริ่มจากกิจกรรม Vijit Chao Phraya Thailand 2025 ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2568 ณ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ได้รับการปรับกำหนดการใหม่เป็น วันที่ 9 พฤศจิกายน-23 ธันวาคม 2568 โดยรูปแบบการจัดงานจะปรับให้มีความสงบ สำรวม และสื่อความหมายถึงการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” (Light of SiamMother of the Nation)

    โดยเปลี่ยนการแสดงจากการจุดพลุ เป็น การแสดงโดรน ที่สื่อถึงแสงแห่งความรัก ความดีงาม และพระมหากรุณาธิคุณที่ส่องสว่างแก่แผ่นดินไทย พร้อมปรับโทนสีและแสงของการแสดงให้เรียบสง่างามเหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความอาลัย นอกจากนี้ในคืนส่งท้ายปีเก่า ททท.จะจัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งแผ่นดิน” เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมจุดเทียนรวมใจ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

    ส่วนงาน Maha Loy Krathong @Ayutthaya ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิมระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่ง ททท.ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้มี Mood & Tone ที่สงบ สำรวม และเหมาะสมกับบรรยากาศไว้อาลัย โดยงดการแสดงพลุและดอกไม้ไฟ พร้อมจัดให้มีพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

    ภายในงานมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีที่ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ เช่น การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสาธิตหัตถกรรม ศิลปะงานคราฟต์ (Craft) และกิจกรรม DIY ที่สะท้อนเสน่ห์วิถีไทย เช่น งานฝีมือพื้นบ้าน การจำหน่ายอาหารและสินค้าท้องถิ่นในบรรยากาศย้อนยุคอบอุ่น

    ส่วนงาน Maha Loy Krathong @Sukhothai ยังคงจัดตามกำหนดเดิมระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดชนะสงคราม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้แนวคิด “มหาลอยกระทง” โดย ททท. ร่วมกับจังหวัดสุโขทัยจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก บรรยากาศภายในงานจะคงความงดงามตระการตา แต่มีการปรับให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความอาลัย ทั้งการควบคุมโทนสี แสง และเสียง พร้อมจัดให้มีพิธีถวายความอาลัยอย่างเป็นทางการ และทุกค่ำคืนเวลา 21.21 น. จะมีพิธี “จุดตะคันแห่งความอาลัย” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมแสดงความรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน

    ขณะที่งานวิ่งระดับนานาชาติ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ยังคงจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 จุดปล่อยตัวที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ และเส้นชัยที่ท้องสนามหลวง โดย ททท.จะปรับรูปแบบงานให้มีความเหมาะสมกับช่วงเวลาไว้อาลัย โดยเน้นบรรยากาศแห่งความสงบ เรียบง่าย แต่ยังคงสร้างพลังแห่งการรวมใจ และเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือ ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคนไทย

    จะเห็นได้ว่าการปรับแผนกิจกรรมท่องเที่ยวของ ททท.ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาครัฐในการแสดงออกถึง ความอาลัย ความจงรักภักดี และการเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระพันปีหลวง อย่างสมพระเกียรติ ขณะเดียวกันยังคงรักษาความต่อเนื่องของการท่องเที่ยวไทยให้เดินหน้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้บรรยากาศแห่งความสงบ สวยงาม และเปี่ยมด้วยความเคารพอย่างสูงสุด.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/888922/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BQ8gqTENqE2hWkfhP4ts6

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67557/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gJOsJaSDr4X0im4QDNJkV

  • “นายกฯ” สรุปผลประชุมสุดยอดอาเซียน ตปท.พร้อมร่วมมือไทย “ต้านสแกมเมอร์” จีนไฟเขียวโควตาซื้อข้าวเพิ่ม 5 แสนตัน

    “นายกฯ” สรุปผลประชุมสุดยอดอาเซียน ตปท.พร้อมร่วมมือไทย “ต้านสแกมเมอร์” จีนไฟเขียวโควตาซื้อข้าวเพิ่ม 5 แสนตัน

    นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงว่า ในทางพาณิชย์ ประเทศไทยเน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับของภูมิภาค ได้แก่ เรื่องความมั่นคงทางอาหาร การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว โดยในวงประชุมครั้งนี้ ไทยได้ทำการเปิดตลาดข้าวและสินค้าเกษตรของไทยให้กว้างขึ้น ให้คนไทยขายข้าวและพืชผลทางการเกษตรได้มากขึ้นในราคาที่ดีขึ้น ไทยได้มีการเจรจาเรื่องการเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมายในเกาหลีใต้ เปิดโอกาสให้คนไทยไปทำงานได้มากขึ้นและขอให้มีการดูแลการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวไทย ให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น เราได้สร้างความร่วมมือกับรัฐบาลแคนาดาในหลายด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยวที่จะมีการเปิดเที่ยวบินเพิ่มเพื่อให้บินตรงถึงกันได้อย่างสะดวก และเน้นการเป็นศูนย์กลางแห่งความมั่นคงทางอาหาร เพราะต่างประเทศมีหลายอย่างที่ปลูกเองไม่ได้

    ​สำหรับการเจรจาแบบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศนั้น

    นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญเกิดขึ้นในหลายด้าน เช่น ไทย-สิงคโปร์ จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ไทย-มาเลเซียตกลงที่จะใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก และประเทศไทยจะร่วมผลักดันให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมยังได้มีการหารือกับบรูไนถึงการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารฮาลาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การส่งออกสินค้าเกษตร และการส่งเสริมการค้าการลงทุนในอีกหลายด้านด้วย  
     
    มั่นใจว่า ความร่วมมือเหล่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด ราคาสินค้าเกษตรของเราจะมีเสถียรภาพขึ้นและเป็นการลดต้นทุนโลจิสติกส์ในระยะยาว ซึ่งสำหรับประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุน ผมก็ได้ชักชวนให้ภาคเอกชนของเขาเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบการจ่ายเงินดิจิทัล ศูนย์ข้อมูลดาตาเซนเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการบริการด้านสุขภาพด้วย

    นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ประเทศไทยตั้งใจจะเป็นผู้นำในภูมิภาคในเรื่องการร่วมกันต่อต้าน “อาชญากรรมข้ามชาติ” ต่อไป ซึ่งข้อเสนอของไทยที่เสนอให้มีการจัดการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปราบอาชญากรรมข้ามชาติก็ได้รับการตอบสนองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากประเทศจีน สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ซึ่งได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมด้วย
     

    ​นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางของทีมไทยแลนด์เพื่อเศรษฐกิจและความมั่นคงซึ่งเป็นไปด้วยเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมย้ำว่า ได้ยืนบนหลักการของความถูกต้อง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือความมั่นคง พร้อมให้ความมั่นใจว่าในทุกการลงนามไม่ว่าจะเป็นแนวทางสันติภาพไทย-กัมพูชา กรอบความตกลงทางการค้า หรือบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาพัฒนาแร่สำคัญ ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและเป็นไปตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
     
     

    นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงการหารือกับประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหลังจากได้มีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ เจ ทรัมป์ หลายครั้ง ระหว่างการเยือนทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในพัฒนาการของการเจรจาด้านภาษีแล้ว และได้พบปะกับประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีนวานนี้ ซึ่งเป็นการหารือทวิภาคีที่ฝ่ายไทยได้เน้นเรื่องการสานต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ไทยกับจีนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปีว่า การเจรจาก็เป็นไปด้วยดี และเต็มไปด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยนายสี จิ้น ผิง ยังได้แสดงท่าทีคลายกังวล เมื่อได้ทราบว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันไม่มีนโยบายให้เปิดกาสิโนแล้ว ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจีนจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างสบายใจได้ และจีนได้เปิดรับโควตาซื้อข้าวจากไทยเพิ่มอีก 500,000 ตัน

    นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอบคุณการทำงานของคณะผู้แทนไทยว่า เป็นไปด้วยความรอบรู้และรอบคอบ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า ประตูหลายบานที่เปิดไว้จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวไทย จะทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าที่มากขึ้นและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตที่เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
     

    รมว.กต.โว! นายกฯ เยือน ASEAN-APEC ประสบความสำเร็จกระทบไหล่ผู้นำมหาอำนาจ – ย้ำไทยได้รับการขานรับปราบสแกมเมอร์

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ ในแง่จังหวะเวลา เพราะรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศไม่ถึง 1 เดือน แต่นายกรัฐมนตรี ได้พบเจอผู้นำอาเซียนทั้งหมด และเจอผู้นำที่สำคัญ เช่น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ถือว่า ประสบความสำเร็จเพราะไม่ใช่แค่ในที่ประชุม แต่ได้มีโอกาสทำความรู้จักความคุ้นเคยนอกห้องประชุม และระหว่างการประชุมด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนาความสัมพันธ์ และให้เขามีความมั่นใจในประเทศไทย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน และเอเปค ได้มีการพูดคุยในเรื่องสถานการณ์โลกที่สำคัญ ประเทศไทยได้นำเสนอท่าทีที่แข็งขัน ในเรื่องสำคัญ ที่ไทยต้องมีแนวทาง และข้อเสนอที่สร้างสรรค์บางอย่างในการจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหลาย อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ซึ่งได้รับการขานรับที่ดี

    การประชุมและได้พบปะกับผู้นำ และภาคเอกชน นายกรัฐมนตรี ได้แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนไป เพราะแม้รัฐบาลนี้อยู่ 4 เดือนก็จริง แต่รัฐบาลมองรากฐานในระยะยาว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล แต่เป็นเรื่องความมั่นใจต่อประเทศไทย และทิศทางของประเทศไทยที่จะไปข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378968827&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tQO46CRLUgLYyxjNw9ZaO

  • เตือน! ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แก่งเกาะใหญ่ หลังน้ำป่าหลาก-กระแสน้ำเชี่ยวแรง | TOPNEWS

    เตือน! ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แก่งเกาะใหญ่ หลังน้ำป่าหลาก-กระแสน้ำเชี่ยวแรง | TOPNEWS

    เจ้าหน้าที่ประจำแหล่งท่องเที่ยว แก่งเกาะใหญ่ ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ประกาศห้ามเด็กลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด หลังปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากฝนตกหนักและน้ำป่าจากเทือกเขาแม่วงก์ทะลักเข้าท่วมพื้นที่

    โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามืด (2 พ.ย.68) ที่ผ่านมา น้ำป่าจำนวนมากได้ไหลบ่าลงสู่แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงและมีกระแสน้ำเชี่ยว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าตรวจตราพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะเด็กให้งดลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

    โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่ ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งยังคงเดินทางเข้ามาพักผ่อน ชมธรรมชาติ และถ่ายภาพริมฝั่ง แต่ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ เนื่องจากระดับน้ำสูงและไหลแรง เจ้าหน้าที่จึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

    นายก้าน ยนตศาสตร์ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ เปิดเผยว่า หลังฝนตกหนักในพื้นที่ป่าแม่วงก์ น้ำป่าจากเทือกเขาได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า กระแสน้ำยังคงทรงตัวและมีสีขุ่นดำ ซึ่งคาดว่าระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอีกในช่วงค่ำหรือช่วงเช้ามืดของวันที่3พฤศจิกายน2568เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด งดลงเล่นน้ำจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

    อัมพณ​ จับ​ศร​ทิพย์​ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.นครสวรรค์​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1376232&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mPai6n8citafTbRPpKOHL